mybest
ยางรถยนต์

ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปิด
  1. TOP
  2. รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม
  3. ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์
  4. 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม
  • 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม 1
  • 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม 2
  • 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม 3
  • 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม 4
  • 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม 5

10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม

รถยนต์เรียกได้ว่าแทบเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิตอย่างหนึ่งของคนไทยในปัจจุบัน หากมีรถยนต์แล้วแน่นอนว่าเราต้องดูแลและใส่ใจในทุก ๆ ส่วนของรถยนต์เป็นประจำเพื่อให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่นและปลอดภัย โดยสิ่งหนึ่งที่เราจะละเลยไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ "ยางรถยนต์" เพราะมีผลอย่างมากในเรื่องความปลอดภัยในการขับขี่


ยางรถยนต์ที่ดีต้องพิจารณาจากปัจจัยอะไรบ้าง ในบทความนี้เรามีวิธีการเลือกซื้อยางรถยนต์ โดยเริ่มจากการทำความเข้าใจรหัสต่าง ๆ บนยางรถยนต์ การเลือกประเภทของยางรถยนต์ให้เหมาะกับเส้นทางการขับขี่และความพึงพอใจในการใช้งาน พร้อมคำแนะนำในการเลือกจากผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์และรีวิวยางรถยนต์ และมีวิธีการดูแลรักษายางรถยนต์มาฝากกัน นอกจากนี้ยังแนะนำ 10 อันดับ ยางรถยนต์ที่มีคุณภาพ มาฝากผู้อ่านด้วยค่ะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 04/12/2023
กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)
ผู้เชี่ยวชาญ
ผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์และรีวิวยางรถยนต์
กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)

คุณคิมเริ่มต้นจากการเป็นพนักงานฝ่ายขายบริษัท มิชลิน เป็นเวลา 5 ปี และได้รับการเทรนเกี่ยวกับเรื่องยางถึงขั้นตอนการผลิต ส่วนประกอบของยาง และหลักการทำงานของยางรถยนต์ จึงทำให้เข้าใจเกี่ยวกับเรื่องยางในเชิงลึก ด้วยประสบการณ์เรื่องยางรถยนต์และรถบรรทุกมากกว่า 10 ปี วันหนึ่งจึงคิดอยากส่งต่อความรู้เกี่ยวกับยางรถยนต์ให้แก่คนทั่วไป ซึ่งในปี 2017 ยังไม่มีผู้ที่สามารถให้ความรู้หรือรีวิวยางรถยนต์ได้อย่างละเอียดและเป็นกลาง จึงได้ตั้งเพจ Tiresbid ขึ้นมา เพื่อจัดทำบทความให้ความรู้เรื่องยางรถยนต์และรีวิวยางรถยนต์อย่างถูกต้อง และพัฒนาต่อยอดมาเป็นเว็บไซต์ www.tiresbid.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์เกี่ยวกับเรื่องยางรถยนต์โดยเฉพาะ โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้ามาค้นหาข้อมูลของยางได้ทุกรุ่น ช่วยให้คนทั่วไปสามารถหาข้อมูลได้ง่ายยิ่งขึ้น จนปัจจุบันได้ทำการจำหน่ายยางรถยนต์มากถึง 18 แบรนด์ พร้อมทั้งงานบริการที่ครบทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นจุดบริการที่มีมากกว่า 70 จุดบริการทั่วประเทศ มีบริการจัดส่งยางและติดตั้งถึงบ้าน เพื่อให้เว็บไซต์ www.tiresbid.com เป็นเว็บไซต์กลางที่เกี่ยวกับเรื่องยางรถยนต์จริง ๆ

ประวัติของ กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)
…อ่านต่อ
กองบรรณาธิการ mybest
บรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ mybest

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest
…อ่านต่อ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

สารบัญ

ถอดรหัสยางรถยนต์

ถอดรหัสยางรถยนต์

บริเวณแก้มยางรถยนต์จะมีตัวเลขระบุไว้เสมอ อย่างเช่นยางรถยนต์ขอบ 17 หรือ R17 ซึ่งจะหมายถึงยางรถยนต์ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 17 นิ้ว แต่การเปลี่ยนยางรถยนต์ไม่ควรดูเพียงแค่ขอบหรือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่านั้น แต่ต้องดูขนาดความกว้างและความสูงของแก้มยางควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ใกล้เคียงกับยางเส้นเดิมให้มากที่สุด โดยที่ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นชุดตัวเลขที่ระบุไว้บนแก้มยางเพื่อแจ้งขนาด เช่น 215/65 R17 ซึ่งแต่ละตัวอักษรจะมีความหมายดังนี้


เลข 215 : ขนาดความกว้างของหน้ายาง 215 มิลลิเมตร

เลข 65 : เลขซีรีส์ยาง หรืออัตราความสูงของแก้มยาง 65% โดยสามารถคำนวณหาหน่วยความสูงของหน้ายางเป็นหน่วยมิลลิเมตรได้ โดยการนำความกว้างหน้ายาง คูณกับซีรีส์ ดังนี้ 215 x 65% = 139.75 มิลลิเมตร

ตัว R : ย่อมาจาก Radial คือ ยางเรเดียล เป็นชั้นผ้าใบโครงเส้นลวดที่ทำมุมทแยงกับเส้นรอบวง

เลข 17 : ขนาดยางหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ มีขนาด 17 นิ้ว

วิธีการเลือกยางรถยนต์

ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อยางรถยนต์นั้นมีมากมาย เพราะยางรถยนต์เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของรถยนต์ การควบคุมทิศทาง รวมไปถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ด้วย ฟังดูอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยาก เราจึงได้รวบรวมวิธีการเลือกยางรถยนต์ที่สำคัญและสรุปให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นแล้ว ดังนี้

1

เลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับความพึงพอใจในการใช้งาน สำหรับรถที่วิ่งในเมือง ไม่ทำความเร็วมาก

สำหรับรถที่เน้นวิ่งในเมืองเป็นหลักก็ควรเลือกยางให้เหมาะสม เพราะในเมืองส่วนมากจะมีพื้นถนนเรียบ ทำความเร็วมากไม่ได้เนื่องจากการจราจรที่ค่อนข้างหนาแน่น การเลือกยางรถยนต์ที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ ต้องพิจารณาหัวข้อในการเลือกซื้อยางรถยนต์ดังนี้

เลือกยางรถยนต์รุ่นประหยัดน้ำมัน หากให้ความสำคัญเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง

เลือกยางรถยนต์รุ่นประหยัดน้ำมัน หากให้ความสำคัญเรื่องการประหยัดเชื้อเพลิง

การที่ยางจะช่วยประหยัดน้ำมันได้นั้นเกี่ยวข้องกับแรงต้านทานการหมุน หากยางมีแรงต้านทานการหมุนต่ำจะทำให้ยางนั้นช่วยลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงได้ ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น ทดสอบได้ด้วยการกลิ้งยางไปด้วยแรงที่เท่ากัน ยางที่มีแรงต้านการการหมุนต่ำจะกลิ้งไปได้ไกลกว่า โดยยางที่มีส่วนประกอบของซิลิก้าจะเป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดแรงหนืดที่ต่ำ ทำให้ยางคืนตัวเร็วขึ้น หากเราต้องการซื้อยางที่มีคุณสมบัติในการประหยัดน้ำมัน เราจะสังเกตได้จากเกรด A - G แบ่งเรนจ์โดย มอก. โดยเกรดเหล่านี้จะระบุอยู่ที่ตัวยางทุกเส้น เกรด A จะประหยัดน้ำมันมากที่สุดไล่ลงไปเรื่อย ๆ จนถึงเกรด G


ยางแบบประหยัดน้ำมันมีข้อดีสมชื่อ คือ ลดการใช้งานเชื้อเพลิง ช่วยในเรื่องการประหยัดน้ำมัน แต่จะมีข้อด้อย คือ ยางประเภทนี้จัดอยู่ในกลุ่มยางที่ไม่ใช่ High Performance หรือยางสมรรถนะสูง ไม่เน้นในเรื่องการทำความเร็วและความนุ่มเงียบของยางจะต่ำ เหมาะกับรถที่ใช้ในเมือง เช่น กลุ่มรถ Ecocar และกลุ่มรถขนาด C-Segment รวมถึงรถ EV (Electric Vehicle) หรือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่กำลังเป็นที่นิยมในปัจจุบันในบ้านเราก็สามารถใช้ยางกลุ่มประเภทนี้ได้เช่นกัน

เลือกยางแบบคอมฟอร์ทหากให้ความสำคัญเรื่องความนุ่ม เงียบ ในการขับขี่

เลือกยางแบบคอมฟอร์ทหากให้ความสำคัญเรื่องความนุ่ม เงียบ ในการขับขี่

ยางแบบคอมฟอร์ท (Comfort) คือ ยางประเภทนุ่มเงียบ ข้อดี คือ มีความนุ่มในการขับขี่และเสียงที่ส่งมาจากยางจะน้อยกว่ากลุ่มยางทั่วไป อีกทั้งยังมีความสามารถในการรีดน้ำที่ดีขณะใช้งาน แต่มีข้อเสียตรงที่ไม่เหมาะกับคนที่ชอบขับรถเร็ว เพราะตัวยางจะมีการโยนตัวที่เยอะมากกว่า ทำให้เกิดปัญหาการทรงตัวที่ไม่ดีขณะขับขี่ ทำให้ยางประเภทนี้เหมาะสำหรับรถที่วิ่งใช้ในเมืองรวมถึงรถที่มีความต้องการความหรูหราอย่างเช่น รถผู้บริหารที่ไม่ใช้ความเร็วสูงและต้องการความเงียบสงบในการพักผ่อนเมื่อนั่งในห้องโดยสาร โดยจะสังเกตยางแบบ Comfort ได้ด้วยลายของดอกยางที่จะมีความถี่และเรียบ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เสียงลมที่ผ่านลายดอกยางนั้นมีเสียงน้อยที่สุด

กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)
ผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์และรีวิวยางรถยนต์กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)
หลายคนอาจมีความเข้าใจว่ายาง Comfort จะมีการใช้งานที่เสื่อมไวหรือทำให้เปลืองน้ำมันในการขับขี่ ซึ่งจริง ๆ แล้วยางแบบ Comfort ไม่ได้กินน้ำมันหรือทำให้เสื่อมไวกว่ารุ่นอื่น ๆ อย่างที่เข้าใจกัน เพราะที่จริงแล้วลมยางเป็นปัจจัยที่ทำให้ยางกินน้ำมันและเสื่อมไว หากลมยางของผู้ใช้งานมีการเติมลมน้อยเกินไปที่อาจจะไม่เหมาะสมกับน้ำหนักรถหรือน้ำหนักการใช้งาน ก็จะทำให้ยางนั้นมีแรงต้านทานการหมุนที่เยอะขึ้น ส่งผลให้กินน้ำมันและยางก็จะสึกไวมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

เลือกยางแบบสปอร์ตหากให้ความสำคัญเรื่องความสวยงามของดอกยางหรือชอบตกแต่งรถ

เลือกยางแบบสปอร์ตหากให้ความสำคัญเรื่องความสวยงามของดอกยางหรือชอบตกแต่งรถ

ยางแบบสปอร์ต (Sport) มีการยึดเกาะถนนได้ดีกว่ายางประเภทอื่น ๆ รวมถึงเรื่องของความนิ่งขณะขับขี่และมีการโยนตัวที่น้อยกว่า แต่ยางประเภทนี้จะมีความกระด้างและเสียงดังกว่ายางแบบอื่น ซึ่งโดยรวมแล้วเหมาะกับคนที่ชอบขับรถเร็ว หรือผ่านเส้นทางที่มีการเข้าโค้งบ่อย ๆ เพราะโครงยางจะมีความแข็งกว่า ทำให้มีความนิ่งในขณะที่ขับขี่ และความโยนตัวในขณะที่เข้าโค้งน้อยกว่ายางประเภทอื่น


โดยดอกยางของยางแบบสปอร์ตจะเป็นลายดอกยางแบบไม่สมมาตร เพื่อที่จะให้ยางมีความสามารถในการยึดเกาะถนนเวลาเข้าโค้งได้ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นถนนแบบแห้งหรือถนนแบบเปียก เหมาะแก่การใช้ทำความเร็วเวลาวิ่งออกต่างจังหวัดมากกว่าที่จะใช้ในเมือง แต่ก็สามารถใช้ในเมืองได้ โดยจะช่วยเรื่องความสวยงาม เพราะยางแบบสปอร์ตเป็นยางที่มีลายดอกยางสวยและโดดเด่นที่สุด

2

เลือกประเภทของยางให้เหมาะสมกับสภาพถนน และเลือกยางที่มีสัญลักษณ์ LT, C หรือ HD หากเน้นการบรรทุกสิ่งของ การใช้งานเชิงพาณิชย์แบบสมบุกสมบัน

สำหรับรถคันใหญ่ประเภทรถตู้ รถ SUV หรือรถกระบะที่เน้นเรื่องการบรรทุกสัมภาระ หรือขับส่งของ รวมถึงเน้นวิ่งทางขรุขระสมบุกสมบัน การเลือกยางที่เหมาะสมกับการใช้งานก็จะแตกต่างกับยางรถยนต์สำหรับวิ่งในเมืองทั่วไป โดยมีหลักในการพิจารณาในการเลือกซื้อยางรถยนต์ดังต่อไปนี้

เลือกยาง HT ที่มีลายดอกถี่และเรียบ หากวิ่งบนถนนหลวง 90% เน้นความนุ่มนวลและการเก็บเสียงที่ดี

เลือกยาง HT ที่มีลายดอกถี่และเรียบ หากวิ่งบนถนนหลวง 90% เน้นความนุ่มนวลและการเก็บเสียงที่ดี
ด้วยขนาดรถและน้ำหนักของของรถกระบะ รถตู้ และรถ SUV ทำให้ควรเลือกใช้ยางที่มีน้ำหนักยางที่เหมาะสมกับขนาดรถ ที่ตัวยางจะมีน้ำหนักกว่ากว่า ต่างกับยางของรถเก๋งที่รองรับน้ำหนักได้เบากว่า จึงไม่ควรใช้ยางร่วมกัน ซึ่งยางประเภทนี้ หากใช้งานทั่ว ๆ ไปจะใช้เป็นยางประเภท Highway Terrain (HT) คือสามารถใช้งานบนถนนเรียบได้ถึง 90% และ 10% สำหรับถนนนอกทางหลวงที่อาจจะมีความขรุขระบ้าง โดยควรเลือกใช้ยางที่เน้นความนุ่มนวลและการเก็บเสียงที่ดี โดยดูได้จากลายดอกยางที่จะมีลายดอกถี่และเรียบ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้เสียงลมผ่านดอกยางน้อยที่สุด จึงมีเสียงเบา

เลือกยาง AT, MT, RT ให้เหมาะกับเส้นทางที่ขับขี่เป็นประจำ และเลือกดอกยางที่เป็นก้อนเพื่อเพิ่มการยึดเกาะหากใช้กับถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ

เลือกยาง AT, MT, RT ให้เหมาะกับเส้นทางที่ขับขี่เป็นประจำ และเลือกดอกยางที่เป็นก้อนเพื่อเพิ่มการยึดเกาะหากใช้กับถนนที่มีพื้นผิวขรุขระ

หากเส้นทางในการขับขี่ไม่ใช่ถนนหลวงเป็นหลักแต่เป็นเส้นทางที่ขรุขระ ไม่เรียบ การเลือกยางสำหรับรถกระบะ รถตู้ รถ SUV ควรเลือกยางที่เกาะถนนได้ดี เหมาะสำหรับการวิ่งในเส้นทางที่ขรุขระ ผิวไม่เรียบ ควรเลือกยางที่มีลายดอกยางมีลักษณะเป็นก้อน เพื่อให้ตัวยางเหมาะสมกับสภาวะถนนที่มีความเป็นลูกรัง ดินโคลน ซึ่งหน้ายางและดอกยางจะสามารถทำหน้าที่ให้การตะกรุยโคลนเพื่อให้รถออกตัวได้ โดยยางที่เหมาะกับพื้นผิวขรุขระนั้นจะมี 3 ลักษณะ ดังนี้


● หากเส้นทางที่ใช้วิ่งเป็นประจำเป็นการวิ่งบนถนนหลวงได้ 70% และนอกถนนอยู่ 30% ควรเลือกยางประเภท All Terrain (AT) เป็นยางที่มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานสามารถวิ่งได้ทั้งถนนเรียบและวิ่งเข้าทางลูกรังได้ ด้วยยางประเภทนี้ที่มีลายดอกยางที่เป็นบล็อก ๆ เพิ่มมากขึ้นกว่าดอกยาง HT แต่ยังคงมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับพื้นถนนเยอะอยู่ จึงทำให้ไม่ว่าจะใช้งานถนนหลวงก็สามารถเกาะถนนได้ดีและเมื่อเข้าทางลูกรังก็สามารถตะกรุยหิน ตะกรุยดินเพื่อให้รถออกตัวได้ ที่สำคัญ คือ เนื้อยางจะมีความเหนียวทนต่อการฉีกขาดได้เพิ่มมากยิ่งขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับดอกยาง HT 


● หากเส้นทางที่ใช้ขับขี่เป็นการขับขี่บนถนนหลวงได้ 30% และนอกถนนอยู่ 70% ควรเลือกใช้ยาง Mud Terrain (MT) ซึ่งเป็นดอกยางที่ถือว่าเหมาะสำหรับลุยโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับรถ Offroad หรือ 4x4 ด้วยดอกยางที่มีความเป็นบั้งเหมาะสำหรับเข้าหน้างานลูกรัง เข้าป่า มีความสามารถในการตะกรุยหินและตะกรุยดิน ตะกรุยโคลนได้ดีที่สุดการใช้งานของยางประเภทนี้ไม่เหมาะกับการวิ่งบนถนนหลวงเพราะการยึดเกาะถนนไม่ดี และส่งเสียงดัง


● หากเส้นทางที่ใช้ในการขับขี่เป็นการวิ่งนอกถนน 50% และวิ่งบนถนนหลวง 50% ควรเลือกใช้ยาง Rugged Terrain (RT) ซึ่งยางชนิดนี้จะอยู่ระหว่างยาง AT และ MT ลักษณะดอกยางจะมีช่องขนาดใหญ่ เพื่อให้ช่วยตะกรุยโคลนได้ และมีดอกยางแบบร่องเพื่อเพิ่มความสามารถในการยึดเกาะถนนที่มีสภาพเปียก โดยยางชนิดนี้จะมีความสามารถในการลุยได้ดีและยังมีเสียงที่เบากว่ายาง MT 


โดยยางประเภทนี้จะขึ้นอยู่กับลักษณะลายดอกยางที่มีการตะกรุยพื้นดินขรุขระได้มากขึ้นตามความสามารถของลายดอกยางแต่ละตัว อีกทั้งยังมีโครงยางและแก้มยางที่มีความแข็งแรงเพื่อให้เหมาะกับพื้นผิวถนนที่มีความหลากหลาย ทั้งยังมีความทนทานต่อแรงกระแทก และปริมาณของเนื้อยางที่มากกว่า ทำให้ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากการใช้งานได้มากกว่ายางทั่วไป แต่ยางประเภทนี้ไม่เหมาะสมกับการใช้งานในเมืองเพราะมีเสียงดัง และความสามารถในการยึดเกาะถนนพื้นผิวเรียบต่ำมาก อาจจะก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

เลือกยางที่มีการระบุ LT, C, Heavy Duty หากใช้งานที่เน้นการขนส่งเชิงพาณิชย์

เลือกยางที่มีการระบุ LT, C, Heavy Duty หากใช้งานที่เน้นการขนส่งเชิงพาณิชย์
อ้างอิง:michelin.co.th
โดยปกติแล้วยางทุกเส้นจะมีค่าดัชนีการรับน้ำหนักของยางระบุไว้บนแก้มยาง ซึ่งการเลือกยางสำหรับรถกระบะ รถตู้ และรถ SUV ให้นำค่าดัชนีของยางมาเปรียบเทียบกับน้ำหนักของรถรวมกับของที่บรรทุก เพื่อให้ได้ยางที่เหมาะสมกับการใช้งานของรถมากที่สุด โดยยางสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่เน้นการขนส่ง ควรเลือกยางที่มีการระบุ LT (Light Truck), C (Comercial), HD (Heavy Duty) ซึ่งตัวอักษรทั้ง 3 ชุดนี้จะเป็นยางสำหรับรถกระบะโดยเฉพาะ หรือดูได้จากยี่ห้อและรุ่นของยางนั้น ๆ ที่มีดัชนีรับน้ำหนักที่เป็นแบบล้อเดี่ยวและล้อคู่ระบุอยู่


จากตัวอย่างในรูป อัตราการรับน้ำหนักของยางเส้นนี้หรือ Load Index คือ เลข 91 ซึ่งหากเทียบกับตารางแผนภูมิดัชนีน้ำหนักบรรทุกของยางจะสอดคล้องกับการรับน้ำหนักของยางสูงสุด 615 กิโลกรัม 

กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)
ผู้จัดจำหน่ายยางรถยนต์และรีวิวยางรถยนต์กิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล (คิม)

เราสามารถนำจำนวนน้ำหนักที่ได้จากตารางแผนภูมิดัชนีน้ำหนักบรรทุกของยางไปคูณ 4 จะได้เป็นน้ำหนักรวมที่ยางรับได้ จากนั้นให้นำน้ำหนักรถ น้ำหนักคน และสิ่งของที่ต้องการบรรทุกมาบวกรวมกันว่าอยู่ในน้ำหนักที่ยาง 4 เส้นรับได้หรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องเติมลมยางให้สัมพันธ์กับน้ำหนักด้วย

3

เลือกยางสปอร์ตที่มีดอกยางไม่สมมาตรและมีร่องดอกยาก เพื่อให้เกาะถนนได้ดีทั้งถนนแห้งและเปียก

เลือกยางสปอร์ตที่มีดอกยางไม่สมมาตรและมีร่องดอกยาก เพื่อให้เกาะถนนได้ดีทั้งถนนแห้งและเปียก

การเลือกยางรถยนต์สำหรับทำความเร็วหรือวิ่งระหว่างจังหวัด ควรเลือกยางที่เกาะถนนได้ดีอย่างเช่น ยางสปอร์ต โดยเลือกยางได้จากความกว้างของหน้ายางและพื้นผิวที่สัมผัสกันระหว่างหน้ายางและพื้นถนน หากมีพื้นที่ที่สัมผัสกันเยอะ หมายความว่ายางนั้นจะมีการยึดเกาะบนถนนแห้งได้ดีมากกว่ายางที่มีพื้นผิวสัมผัสกับถนนน้อย แต่ด้วยความแตกต่างของเส้นทางระหว่างจังหวัดที่จะมีสภาพอากาศแตกต่างกัน ทำให้มีทั้งพื้นถนนแห้งและถนนเปียก ตัวยางสปอร์ตจึงจำเป็นต้องมีร่องดอกยางที่สามารถระบายน้ำได้ดี เพื่อช่วยลดปัญหารถเสียหลักที่อาจจะเกิดขึ้นได้ รวมถึงเรื่องของดอกยางสำหรับรถยนต์ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อทำความเร็ว ลายดอกยางจึงควรเป็นแบบไม่สมมาตรที่ทำให้มีความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ดี ช่วยลดปัญหารถหลุดโค้งได้


ยางสปอร์ตเป็นประเภทของยางที่เหมาะกับรถที่เน้นทำความเร็วและวิ่งระหว่างจังหวัดมากที่สุด เพราะโครงสร้างสำหรับยางกลุ่มนี้จะมีการให้ตัวต่ำ ทำให้เมื่อวิ่งทางตรงก็จะมีความนิ่งในการขับขี่สูงมาก และเมื่อเข้าโค้งก็จะมีการให้ตัวและโยนตัวที่น้อยกว่ายางประเภทอื่น ๆ มีความสามารถในการยึดเกาะถนนได้ดี ไม่มีอาการรถสั่น สามารถวิ่งได้อย่างอิสระ ทำให้มีความรู้สึกมั่นใจมากกว่าในการขับขี่นอกเมืองหรือต่างจังหวัดที่ถนนไม่เรียบและต้องการทำความเร็วเป็นพิเศษ

4

เลือกยาง Runflat สำหรับผู้เตรียมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

เลือกยาง Runflat สำหรับผู้เตรียมไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน

ยางรันแฟลต (Runflat) เป็นย่างที่เน้นความปลอดภัยของผู้ขับขี่เป็นหลัก โดยจะเป็นยางที่สามารถใช้งานได้แม้ว่าจะไม่มีลมยาง แต่จะมีข้อควรระวังในเรื่องของความเร็วขณะใช้งานที่ไม่ควรเกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และระยะทางที่ไม่ควรเกิน 50 กิโลเมตร ที่ถือเป็นระยะปลอดภัยของยางรันแฟลตเมื่อใช้ยามฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ตาม การใช้งานขึ้นอยู่กับสภาพความเสียหายของยางด้วย โดยรถที่ใช้ยางรันแฟลตส่วนมากจะเป็นรถที่ไม่มียางอะไหล่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรถยุโรปหรือรถรุ่นใหม่ ๆ


ในส่วนของการดูแลยางรันแฟลตจะไม่ได้แตกต่างจากยางธรรมดามากนัก ซึ่งถ้าหากยางรั่วก็จะสามารถปะซ่อมได้ตามปกติ แต่จะมีข้อจำกัดคือจะปะซ่อมได้เฉพาะบริเวณหน้ายางเท่านั้น และโครงยางจะแข็งแรง 100% เหมือนเดิมต่อให้มีรอยแผลปะก็ตาม ซึ่งรอยแผลปะยางหนึ่งรอยควรมีขนาดไม่เกิน 6 มิลลิเมตร

5

ตรวจสอบวันที่ผลิตยางรถยนต์ โดยดูจากชุดตัวเลข 4 หลัก

ตรวจสอบวันที่ผลิตยางรถยนต์ โดยดูจากชุดตัวเลข 4 หลัก

ความจริงแล้วยางใหม่จะมีอายุการใช้งานอยู่ที่ 7 ปี แต่ถ้าหากนำไปติดรถแล้วการใช้งานจะอยู่ที่ 4 ปี จึงสามารถเลือกยางที่ผลิตมาแล้ว 1 - 2 ปีได้ โดยที่ยางตกปีเหล่านี้ไม่มีผลต่อการใช้งานใด ๆ อีกทั้งยังมีราคาพิเศษที่ช่วยให้ประหยัดได้มากขึ้น เนื่องจากยางที่ผลิตมาแล้ว 1 - 2 ปี ไม่ค่อยเป็นที่ชื่นชอบของผู้ซื้อมากนัก


สำหรับปีที่ผลิตยางสามารถดูได้ที่แก้มยางทุกเส้น โดยชุดตัวเลขจะมี 4 หลัก ซึ่งสองหลักแรกจะเป็นสัปดาห์ที่ผลิตยาง ว่าเป็นสัปดาห์ที่เท่าไหร่จาก 52 สัปดาห์ในหนึ่งปี ส่วนตัวเลขสองหลักสุดท้ายคือปี ค.ศ. ที่ผลิตยาง เช่น บนแก้มยางมีชุดตัวเลข 0720 หมายความว่า ยางเส้นนี้ผลิตในสัปดาห์ที่ 7 ของปี 2020 ซึ่งจะช่วยบ่งบอกได้ว่ายางที่เรากำลังจะเลือกซื้อผลิตขึ้นเมื่อใด

วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม

ปัจจุบันมีแบรนด์ยางรถยนต์ทั้งในไทยและต่างประเทศให้คุณได้เลือกซื้อมากมาย โดยนอกจากจะเลือกตามข้อมูลวิธีเลือกข้างต้นแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความต้องการในการใช้งานส่วนบุคคลด้วย ซึ่งเราได้คัดเลือก 10 อันดับ ยางรถยนต์ ที่มีคุณภาพจากทั้งแบรนด์ทางฝั่งยุโรปและเอเชียมานำเสนอให้คุณได้พิจารณาแล้วค่ะ
เรียงจากความนิยม
ตัวกรอง
สินค้า
รูปภาพ
ราคา
ราคาต่ำสุด
คะแนน
รายละเอียด
หน้ากว้าง
ซีรีส์ยาง
ขอบล้อ
แก้มยาง
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก
ขีดจำกัดความเร็วของยาง
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้
กลุ่มยาง
รับประกันสินค้า
1

YOKOHAMA

ยางรถยนต์ รุ่น Alliance AL30

YOKOHAMA ยางรถยนต์ รุ่น Alliance AL30 1枚目

5,684 บาท

ราคาค่อนข้างต่ำ

นุ่มเงียบ ร่องดอกยางใหญ่ 4 ร่อง ขับบนถนนเปียกได้ปลอดภัย

175 มิลลิเมตร

70

13 นิ้ว

12.25 เซนติเมตร

0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

0

5 นิ้ว

4.5, 5.5, 6.0 นิ้ว

นุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน

5 ปี

2

Dunlop

ยางรถยนต์ รุ่น SP SPORT LM705

Dunlop ยางรถยนต์ รุ่น SP SPORT LM705 1枚目

14,960 บาท

ราคาค่อนข้างสูง

ร่องยางหยักลึก ยึดเกาะถนนดี ขับนุ่มสบายและทำความเร็วได้

175 มิลลิเมตร

70

13 นิ้ว

12.25 เซนติเมตร

0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

0

5 นิ้ว

4.5, 5.5, 6.0 นิ้ว

สปอร์ต เน้นความเร็ว, นุ่มเงียบ

2 ปี

3

Michelin

ยางรถยนต์ รุ่น PRIMACY 4

Michelin ยางรถยนต์ รุ่น PRIMACY 4 1枚目

31,360 บาท

ราคาสูง

รีดน้ำได้ดีกว่าเดิม 22% ขับสบาย เบรกสั้นมั่นใจระยะ 2.3 เมตร

215 มิลลิเมตร

45

18 นิ้ว

9.68 เซนติเมตร

93 (650 กิโลเกรัม ต่อยาง 1 เส้น)

W (270 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

7 นิ้ว

7.5, 8.5, 9.0 นิ้ว

นุ่มเงียบ

2 ปี

4

DAYTON

ยางรถยนต์ รุ่น DT30

DAYTON ยางรถยนต์ รุ่น DT30 1枚目

11,700 บาท

ราคาปานกลาง

เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป ร่องยางใหญ่ 4 ร่องช่วยเรื่องการรีดน้ำ

185 มิลลิเมตร

60

15 นิ้ว

11.10 เซนติเมตร

0 (0 กก. ต่อยาง 1 เส้น)

0

5.5 นิ้ว

5.0, 6.0, 6.5 นิ้ว

นุ่มเงียบ

2 ปี

5

Bridgestone

ยางรถยนต์ รุ่น Dueler HT684

Bridgestone ยางรถยนต์ รุ่น Dueler HT684 1枚目

17,200 บาท

ราคาค่อนข้างสูง

เหมาะกับรถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อ รองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

265 มิลลิเมตร

65

17 นิ้ว

17.23 เซนติเมตร

112 (1120 กก. ต่อยาง 1 เส้น)

S (180 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

8 นิ้ว

7.5, 8.5, 9.0, 9.5 นิ้ว

สปอร์ต เน้นความเร็ว, นุ่มเงียบ

2 ปี

6

GOODRIDE

ยางรถยนต์ รุ่น RP88

GOODRIDE ยางรถยนต์ รุ่น RP88 1枚目

4,300 บาท

ราคาต่ำ

ยาง ECO ราคาประหยัด ช่วยประหยัดน้ำมัน ขับได้ดีบนถนนแห้ง

185 มิลลิเมตร

60

15 นิ้ว

11.10 เซนติเมตร

84 (500 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

H (210 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

5.5 นิ้ว

5.0, 6.0, 6.5 นิ้ว

นุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน

2 ปี

7

Dunlop

ยางรถยนต์ รุ่น ENASAVE EC300+

Dunlop ยางรถยนต์ รุ่น ENASAVE EC300+ 1枚目

5,999 บาท

ราคาค่อนข้างต่ำ

เอาใจสายประหยัดน้ำมัน นุ่มเงียบ ขับง่าย ยางยึดเกาะถนนดี

175 มิลลิเมตร

65

14 นิ้ว

11.38 เซนติเมตร

82 (475 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

T (190 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

5 นิ้ว

5.5, 6.0 นิ้ว

นุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน

2 ปี

8

KUMHO

ยางรถยนต์ รุ่น ECSTA PS31

KUMHO ยางรถยนต์ รุ่น ECSTA PS31 1枚目

5,200 บาท

ราคาค่อนข้างต่ำ

เข้าโค้งแม่นยำ มีเทคโนโลยีช่วยระบายความร้อนจากหน้ายาง

195 มิลลิเมตร

55

15 นิ้ว

10.72 เซนติเมตร

85 (515 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

V (240 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

6 นิ้ว

5.5, 6.5, 7.0

สปอร์ต เน้นความเร็ว

2 ปี

9

Yokohama

ยางรถยนต์ รุ่น ADVAN dB V552

Yokohama ยางรถยนต์ รุ่น ADVAN dB V552 1枚目

11,756 บาท

ราคาปานกลาง

ที่สุดของความนุ่มนวลเงียบสงบ ลดแรงสะเทือนและเสียงรบกวน

195 มิลลิเมตร

60

15 นิ้ว

11.70 เซนติเมตร

88 (560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

H (210 กิโลเมตร/ชั่วโมง)

6 นิ้ว

5.5, 6.5, 7.0 นิ้ว

นุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน

3 ปี

10

NEXEN

ยางรถยนต์ รุ่น N'FERA SU4

NEXEN ยางรถยนต์ รุ่น N'FERA SU4 1枚目

8,148 บาท

ราคาปานกลาง

เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ทรงตัวดีเยี่ยม เหมาะกับสายสปอร์ต

195 มิลลิเมตร

65

15 นิ้ว

12.68 เซนติเมตร

0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)

0

6 นิ้ว

5.5, 6.5, 7.0 นิ้ว

ยางสปอร์ต เน้นความเร็ว

2 ปี

หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้
No.1

YOKOHAMAยางรถยนต์ รุ่น Alliance AL30

ยางรถยนต์ รุ่น Alliance AL30 รูป 1
ราคาอ้างอิง
5,684 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ
ราคาอ้างอิง
5,684 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ

นุ่มเงียบ ร่องดอกยางใหญ่ 4 ร่อง ขับบนถนนเปียกได้ปลอดภัย

YOKOHAMA เป็นแบรนด์ยางรถยนต์ชื่อดังที่ได้รับการยอมรับ โดยรุ่น Alliance AL30 ตัวนี้จะเหมาะกับรถเก๋งสำหรับวิ่งในเมืองบนพื้นถนนเรียบ มีคุณสมบัติช่วยประหยัดน้ำมัน ด้วยการออกแบบลายดอกยางทำให้เวลาที่ยางเริ่มสึกหรอ จะสึกหรอแบบสมมาตร ทำให้อายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น รวมถึงลายดอกยางยังช่วยลดเสียงรบกวนได้ ยึดเกาะถนนได้ดี รวมถึงตัวเนื้อยางที่ออกแบบมาอย่างพิเศษ ช่วยเรื่องการหมุนลดแรงเสียดทาน ทั้งยังมีร่องรีดน้ำ 4 ร่อยที่ช่วยให้รีดน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หน้ากว้าง175 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง70
ขอบล้อ13 นิ้ว
แก้มยาง12.25 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยาง0
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน5 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้4.5, 5.5, 6.0 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน
รับประกันสินค้า5 ปี
การจัดอันดับสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
No.2

Dunlopยางรถยนต์ รุ่น SP SPORT LM705

ยางรถยนต์ รุ่น SP SPORT LM705 รูป 1
อ้างอิง:shopee.co.th
ราคาอ้างอิง
14,960 บาท
ราคาค่อนข้างสูง

ร่องยางหยักลึก ยึดเกาะถนนดี ขับนุ่มสบายและทำความเร็วได้

ยางรถยนต์ Dunlop รุ่นนี้เป็นรุ่นที่พัฒนามาจากรุ่นก่อนหน้าด้วยเทคโนโลยีเฉพาะของทางแบรนด์ โดยมีการออกแบบร่องยางให้หยักลึก ทำให้อากาศไหลผ่านได้สะดวก เพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนไม่ว่าจะเป็นตอนขับทางตรงหรือเข้าโค้ง ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้ราบรื่นมากยิ่งขึ้น ด้วยขอบยางที่มีความโค้งมนกว่ารุ่นเดิม ทำให้เมื่อใช้งานจะมีความเงียบสงบ นุ่มสบาย แต่ก็สามารถทำความเร็วได้ดี และยังขับขี่ได้ดีไม่ว่าจะเป็นถนนเปียกหรือถนนแห้ง 

หน้ากว้าง175 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง70
ขอบล้อ13 นิ้ว
แก้มยาง12.25 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยาง0
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน5 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้4.5, 5.5, 6.0 นิ้ว
กลุ่มยางสปอร์ต เน้นความเร็ว, นุ่มเงียบ
รับประกันสินค้า2 ปี
No.3

Michelinยางรถยนต์ รุ่น PRIMACY 4

ราคาอ้างอิง
31,360 บาท
ราคาสูง

รีดน้ำได้ดีกว่าเดิม 22% ขับสบาย เบรกสั้นมั่นใจระยะ 2.3 เมตร

Michelin เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ยางรถยนต์ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าทั่วโลก ซึ่งรุ่น PRIMACY 4 เป็นแบบนุ่มเงียบที่ออกแบบมาให้มีความสามารถในการรีดน้ำได้ดีกว่าเดิมถึง 22% รับมือกับถนนเปียกได้อย่างปลอดภัย เมื่อขับขี่ในเมืองก็มีความเงียบนุ่ม ขับสบาย และด้วยความสามารถในการยึดเกาะถนน ทำให้สามารถเบรกสั้นเป็นระยะ 2.3 เมตร ได้อย่างมั่นใจแม้จะขับขี่ในวันที่รถติดอย่างมาก ทั้งยังได้รับการรับรองที่ผ่านการทดสอบแล้วจากสถาบัน TUV Rheinland Thailand อีกด้วย

หน้ากว้าง215 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง45
ขอบล้อ18 นิ้ว
แก้มยาง9.68 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก93 (650 กิโลเกรัม ต่อยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางW (270 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน7 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้7.5, 8.5, 9.0 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ
รับประกันสินค้า2 ปี
No.4

DAYTONยางรถยนต์ รุ่น DT30

ราคาอ้างอิง
11,700 บาท
ราคาปานกลาง

เหมาะกับรถยนต์ทั่วไป ร่องยางใหญ่ 4 ร่องช่วยเรื่องการรีดน้ำ

สำหรับใครที่กำลังมองหายางสำหรับใช้งานทั่วไปได้อย่างครอบคลุม ยางรุ่น DT30 จากแบรนด์ DAYTON ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะรุ่นนี้จะมีจุดเด่นอยู่ที่สามารถวิ่งได้ดีทั้งถนนแห้งและถนนเปียก อีกทั้งยังมีร่องยางใหญ่ลึกทั้งหมด 4 ร่องที่มีคุณสมบัติในการรีดน้ำที่ดี และยึดเกาะถนนได้อย่างแม่นยำ ตัวยางมีแรงต้านการหมุนปานกลาง ทำให้ความสามารถในการประหยัดเชื้อเพลิงอยู่ในระดับปานกลางเท่านั้น แต่ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือระหว่างจังหวัดตัวยางก็สามารถตอบสนองต่อผู้ใช้ได้ดี

หน้ากว้าง185 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง60
ขอบล้อ15 นิ้ว
แก้มยาง11.10 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก0 (0 กก. ต่อยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยาง0
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน5.5 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.0, 6.0, 6.5 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ
รับประกันสินค้า2 ปี
No.5

Bridgestoneยางรถยนต์ รุ่น Dueler HT684

ยางรถยนต์ รุ่น Dueler HT684 รูป 1
อ้างอิง:shopee.co.th
ราคาอ้างอิง
17,200 บาท
ราคาค่อนข้างสูง

เหมาะกับรถที่ขับเคลื่อนสี่ล้อ รองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

แบรนด์ Bridgestone ออกแบบยางรุ่นนี้มาเพื่อรถกระบะ รถ SUV และรถยนต์ที่ขับเคลื่อนสี่ล้อโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นการรวมคุณสมบัติที่เป็นจุดเด่นเอาไว้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ถือว่าดีเยี่ยม ใช้งานได้ดีทั้งบนถนนเปียกและถนนแห้ง ตัวเนื้อยางมีความแข็งแกร่งทนทาน รองรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูง แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความนุ่มนวล เหมาะสำหรับรองรับรถที่มีน้ำหนักเยอะ ขับผ่านเส้นทางขรุขระระหว่างจังหวัด แต่ก็สามารถขับในเมืองได้เช่นกัน

หน้ากว้าง265 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง65
ขอบล้อ17 นิ้ว
แก้มยาง17.23 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก112 (1120 กก. ต่อยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางS (180 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน8 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้7.5, 8.5, 9.0, 9.5 นิ้ว
กลุ่มยางสปอร์ต เน้นความเร็ว, นุ่มเงียบ
รับประกันสินค้า2 ปี
No.6

GOODRIDEยางรถยนต์ รุ่น RP88

ราคาอ้างอิง
4,300 บาท
ราคาต่ำ

ยาง ECO ราคาประหยัด ช่วยประหยัดน้ำมัน ขับได้ดีบนถนนแห้ง

ใครที่กำลังมองหายางรถยนต์คุณภาพดีในราคาประหยัด ยางรุ่นนี้จากแบรนด์ GOODRIDE ที่นอกจากจะมีราคาไม่แพงแล้ว ยังจะช่วยให้ผู้ใช้งานประหยัดเชื้อเพลิงด้วย SILICA TECH เทคโนโลยีช่วยการลดแรงต้านทานการหมุน ทั้งยังจัดอยู่ในกลุ่มยางประเภท ECO ที่มาพร้อมกับลายดอกยางที่มีคุณสมบัติช่วยลดเสียงรบกวนและควบคุมรถขณะขับขี่ได้ดียิ่งขึ้น ให้ความรู้สึกนุ่มเงียบขับสบาย รองรับการขับบนถนนแห้ง แต่ก็ยังสามารถรับมือกับถนนเปียกได้ได้เป็นอย่างดี

หน้ากว้าง185 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง60
ขอบล้อ15 นิ้ว
แก้มยาง11.10 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก84 (500 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางH (210 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน5.5 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.0, 6.0, 6.5 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน
รับประกันสินค้า2 ปี
No.7

Dunlopยางรถยนต์ รุ่น ENASAVE EC300+

ยางรถยนต์ รุ่น ENASAVE EC300+ รูป 1
อ้างอิง:shopee.co.th
ราคาอ้างอิง
5,999 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ

เอาใจสายประหยัดน้ำมัน นุ่มเงียบ ขับง่าย ยางยึดเกาะถนนดี

Multi-Functionalized Polymer เป็นเทคโนโลยีการผลิตเนื้อยางแบบใหม่ของแบรนด์ Dunlop ที่นำมาใช้กับยางรถยนต์ รุ่น ENASAVE EC300+ ช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากกว่าเดิมถึง 20% ทั้งยังช่วยเรื่องความสมดุลในการขับขี่และเพิ่มอายุการใช้งานของยางให้ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น โดยตัวยางจัดอยู่ในประเภทยาง ECO เน้นการประหยัดเชื้อเพลิง แต่ก็มีดีที่ความนุ่มเงียบในการขับขี่ มีความทนทานสูง ลายดอกยางช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดี ใช้งานได้ดีทั้งบนถนนเปียกและแห้ง

หน้ากว้าง175 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง65
ขอบล้อ14 นิ้ว
แก้มยาง11.38 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก82 (475 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางT (190 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน5 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.5, 6.0 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน
รับประกันสินค้า2 ปี
No.8

KUMHOยางรถยนต์ รุ่น ECSTA PS31

ยางรถยนต์ รุ่น ECSTA PS31 รูป 1
อ้างอิง:shopee.co.th
ราคาอ้างอิง
5,200 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ

เข้าโค้งแม่นยำ มีเทคโนโลยีช่วยระบายความร้อนจากหน้ายาง

อีกหนึ่งยางรถยนต์สไตล์สปอร์ตที่ถูกออกแบบให้ลายดอกยางเป็นแบบทิศทางเดียว โดยจะเป็นร่องหลักสำหรับรีดน้ำ 4 ช่อง ทำมุม 10 องศากับร่องระบายน้ำด้านข้าง ช่วยในการระบายน้ำออกจากหน้ายางได้อย่างรวดเร็วตามทิศทางที่ขับขี่ จึงทำให้ขับลุยถนนเปียกได้อย่างสบายใจ ทั้งยังมีเทคโนโลยีปุ่มกระจายความร้อนแบบ 3 มิติสำหรับกระจายความร้อนบริเวณหน้ายาง เพิ่มประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนน รับมือกับการเบรกได้ดีทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก รวมถึงสามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำทุกช่วงความเร็ว

หน้ากว้าง195 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง55
ขอบล้อ15 นิ้ว
แก้มยาง10.72 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก85 (515 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางV (240 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน6 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.5, 6.5, 7.0
กลุ่มยางสปอร์ต เน้นความเร็ว
รับประกันสินค้า2 ปี
No.9

Yokohamaยางรถยนต์ รุ่น ADVAN dB V552

ราคาอ้างอิง
11,756 บาท
ราคาปานกลาง

ที่สุดของความนุ่มนวลเงียบสงบ ลดแรงสะเทือนและเสียงรบกวน

ความโดดเด่นของยางรถยนต์รุ่นนี้คือจะนำพาให้ผู้ใช้งานสัมผัสถึงความนุ่มสบายแบบเงียบสงบ เนื่องจากการพัฒนาที่ทำให้ลดเสียงรบกวนจากยางได้ถึง 30% ลดการสั่นสะเทือนได้ดีเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า ทั้งยังเบรกบนพื้นถนนได้ดีขึ้น 6% รวมถึงแรงต้านทานการหมุนที่ลดลงถึง 5% ส่งผลให้ประหยัดน้ำมันอย่างมาก อีกทั้งดอกยางทั้ง 144 ร่องที่ถูกออกแบบให้ไม่มีเหลี่ยมช่วยดูซับเสียงรบกวน เพิ่มความแข็งแรง และลดการสึกแบบไม่เรียบได้ ทำให้ยางมีอายุการใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น

หน้ากว้าง195 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง60
ขอบล้อ15 นิ้ว
แก้มยาง11.70 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก88 (560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยางH (210 กิโลเมตร/ชั่วโมง)
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน6 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.5, 6.5, 7.0 นิ้ว
กลุ่มยางนุ่มเงียบ, ประหยัดน้ำมัน
รับประกันสินค้า3 ปี
No.10

NEXENยางรถยนต์ รุ่น N'FERA SU4

ราคาอ้างอิง
8,148 บาท
ราคาปานกลาง

เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ทรงตัวดีเยี่ยม เหมาะกับสายสปอร์ต

สำหรับคนที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ตแบบดุดันพร้อมบุกตะลุย ยางรถยนต์ รุ่น N'FERA SU4 แบรนด์ Nexen จากประเทศเกาหลีใต้ตัวนี้นับว่าตอบโจทย์ทีเดียว เพราะตัวยางถูกออกแบบให้มีหน้ายางกว้าง พร้อมกับดอกยางแบบไม่สมมาตรที่มีความแข็งเล็กน้อย ร่องยางลึก รีดน้ำได้ดีมาก จึงมีความสามารถในการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมต่อให้จะเป็นถนนเปียกก็ตาม รับมือกับการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ตัวยางยังช่วยซึมซับแรงกระแทกและเสียงรบกวนได้อีกด้วย

หน้ากว้าง195 มิลลิเมตร
ซีรีส์ยาง65
ขอบล้อ15 นิ้ว
แก้มยาง12.68 เซนติเมตร
ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก0 (0 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น)
ขีดจำกัดความเร็วของยาง0
ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน6 นิ้ว
ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้5.5, 6.5, 7.0 นิ้ว
กลุ่มยางยางสปอร์ต เน้นความเร็ว
รับประกันสินค้า2 ปี

ยางใหม่กับยางมือสอง (ยางเปอร์เซ็นต์) อันไหนดีกว่ากัน ?

ยางใหม่กับยางมือสอง (ยางเปอร์เซ็นต์) อันไหนดีกว่ากัน ?

ถ้าเปรียบเทียบระหว่างยางใหม่กับยางมือสอง (ยางเปอร์เซ็นต์) แล้ว แน่นอนว่ายางใหม่เป็นยางที่ดีที่สุดสำหรับการใช้งาน ซึ่งสาเหตุที่ไม่ควรใช้งานยางเปอร์เซ็นต์เป็นยางหลักแม้ว่าลักษณะภายนอกจะดูสวยงามก็ตาม เพราะเราไม่สามารถตรวจสอบชั้นโครงยางในเรื่องความสมบูรณ์ของโครงสร้าง หรือการแยกตัวระหว่างโครงยางกับเนื้อยางได้เลย ซึ่งทั้งสองส่วนนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดความเสี่ยงในเรื่องของอุบัติเหตุหากเรานำยางเปอร์เซ็นต์ไปใช้งานบนท้องถนน ดังนั้นการเลือกใช้ยางเปอร์เซ็นต์ จึงควรเป็นการใช้แบบชั่วคราว สำหรับเป็นยางอะไหล่ในระหว่างที่กำลังหายางใหม่มาเปลี่ยน ไม่แนะนำให้ใช้งานแบบปกติ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่

ควรเปลี่ยนยางใหม่เมื่อไหร่ ?

ควรเปลี่ยนยางใหม่เมื่อไหร่ ?

โดยปกติแล้วการใช้งานยางรถยนต์จะเริ่มจากสมรรถนะที่ 100% ไปจนถึง 0% ซึ่งเราควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อใช้งานสมรรถนะของยางไปแล้วไม่ต่ำกว่า 50% มิฉะนั้นจะทำให้มีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุหากขับรถบนถนนเปียก เพราะความลึกของร่องดอกยางเป็นส่วนสำคัญในการระบายน้ำออกจากหน้ายาง ซึ่งเมื่อความลึกของร่องดอกยางสึกไปถึง 50% จึงควรเปลี่ยนยางเพื่อให้หน้ายางระบายน้ำได้ดีขึ้น ที่สำคัญคือเมื่อนำยางรถยนต์ไปติดที่รถแล้ว ตัวโครงยางจะมีอายุการใช้งานที่เหมาะสมและปลอดภัยอยู่ที่ 5 ปี และควรที่เปลี่ยนถ้ามีอายุการใช้งานมากกว่าที่กล่าวไป


ในเรื่องของการเปลี่ยนยาง ควรเปลี่ยนทั้ง 4 เส้นพร้อมกันเพื่อให้ได้ยางที่มีสมรรถนะเท่ากัน แต่ถ้าหากมีความจำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงแค่ 2 เส้น ควรเปลี่ยนที่ตำแหน่งคู่หลังก่อน เนื่องจากต้องลดความเสี่ยงของอาการยางเหินน้ำขณะขับบนถนนเปียก โดยที่ยางเส้นใหม่จะมีอัตราความเสี่ยงที่จะเหินน้ำที่ต่ำกว่ายางเส้นเก่า อีกทั้งยางคู่หลังยังไม่ถูกควบคุมโดยพวงมาลัยรถยนต์เหมือนกับยางล้อหน้า ที่จะก่อให้เกิดปัญหารถหมุนและท้ายปัดจนเกิดอุบัติเหตุ

บทส่งท้าย

ยางรถยนต์เปรียบเสมือนกับรองเท้าที่เราใส่อยู่ทุก ๆ วัน หากเราเลือกขนาดของยางรถยนต์ที่ไม่พอดีกับขนาดล้อ หรือชนิดของยางที่ไม่เหมาะกับการใช้งาน นอกจากจะทำให้เรารู้สึกไม่สะดวกสบายในการขับขี่แล้ว ยังทำให้ประสิทธิภาพของในการขับขี่ของเราลดลง แถมยังเป็นอันตรายเพราะอาจทำให้เกิดความเสียหายกับตัวรถยนต์ หรือยิ่งไปกว่านั้นคืออาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมากขึ้น ฉะนั้น อย่าลืมพิจารณาให้ถี่ถ้วนเพื่อการขับขี่ที่ดีและปลอดภัย

TOP 5 ยางรถยนต์ แนะนำ

อันดับที่ 1: YOKOHAMAยางรถยนต์ รุ่น Alliance AL30

อันดับที่ 2: Dunlopยางรถยนต์ รุ่น SP SPORT LM705

อันดับที่ 3: Michelinยางรถยนต์ รุ่น PRIMACY 4

อันดับที่ 4: DAYTONยางรถยนต์ รุ่น DT30

อันดับที่ 5: Bridgestoneยางรถยนต์ รุ่น Dueler HT684

คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
  1. TOP
  2. รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม
  3. ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์
  4. 10 อันดับ ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2024 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม

บทความยอดนิยม

รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางกึ่งวิบาก
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางมอเตอร์ไซค์ขอบ 14
ยางรถมอเตอร์ไซค์
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางรถมอเตอร์ไซค์
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยาง GOODYEAR
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางรถ SUV
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางรถยนต์ขอบ 16
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางมอเตอร์ไซค์ขอบ 17
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางรถยนต์ขอบ 17
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางมอเตอร์ไซค์ขอบ 12
รถยนต์, รถจักรยานยนต์, อุปกรณ์เสริม > ยางรถยนต์, ยางรถจักรยานยนต์ >
ยางรถยนต์ขอบ 15

ค้นหาตามหมวดหมู่