10 ทีวี Hisense รุ่นไหนดี ปี 2026 รุ่นยอดนิยม
Hisense เป็นแบรนด์ทีวีชั้นนำสัญชาติจีนที่มีความหลากหลายทั้งในด้านขนาดและเทคโนโลยี เช่น 4K UHD และ OLED มอบภาพที่คมชัดและสีสันสดใส เหมาะสำหรับการชมภาพยนตร์ เกม หรือรายการทีวีต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่ทันสมัยอย่างสมาร์ททีวี ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งได้อย่างสะดวกสบาย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกทีวี Hisense ทั้งสำหรับคนที่ต้องการใช้รับชมคอนเทนต์ทั่วไปและคนที่ต้องการใช้รับชมคอนเทนต์ภาพความละเอียดสูงและเล่นเกม พร้อมคำแนะนำจากนายกาฝาก บล็อกเกอร์สาย IT / นักรีวิวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี นอกจากนี้ยังมี 10 ทีวี Hisense รุ่นใหม่ล่าสุด ทั้งทีวี Hisense EU Series, Q Series, E Series โดยมีทั้งประเภท LED, QLED และ Mini LED ที่มีความละเอียดสูง พร้อมระบบภาพและเสียงคุณภาพสูง

นายกาฝากปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Communication Specialist (Digital) และมีประสบการณ์ด้านการรีวิวและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีมากกว่า 10 ปี ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น หูฟังไร้สาย ไปจนถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูลระดับองค์กรอย่าง NAS โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่รอบด้าน ชัดเจน และเป็นกลาง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และเคยศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มีประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ รวมถึงบทบาทด้านการสื่อสารและการตลาดดิจิทัล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายกาฝากเคยเป็นทั้งนักเขียนและวิทยากรรับเชิญในหัวข้อเทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และแนวโน้มผู้บริโภค อีกทั้งยังมีผลงานหนังสือด้านเทคโนโลยีที่ติดอันดับขายดี และบทความเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทั้งคุณภาพ การใช้งานจริง และความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกทีวี Hisense
ทีวี Hisense มีให้เลือกหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น LED, QLED, Mini LED ให้เลือกใช้งาน อีกทั้งยังมีองค์ประกอบเสริมที่คุณควรพิจารณา ทั้งขนาดของทีวี เทคโนโลยีภาพและเสียง โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลดังนี้
เลือกทีวี Hisense จากซีรีส์ยอดนิยม
ทีวี Hisense มีด้วยกันหลายซีรีส์ ซึ่งแต่ละซีรีส์ออกแบบมาให้เหมาะสมกับคอนเทนต์ภาพและเสียงที่แตกต่างกันไป อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีเด่นที่ไม่เหมือนกัน จึงขอแนะนำให้ตรวจสอบซีรีส์ของทีวี Hisense เพื่อให้สามารถเลือกซีรีส์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของคุณได้มากที่สุด
ทีวี Hisense EU Series : เหมาะกับคนที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด

ทีวี Hisense EU Series เช่น EU7Q, EU6Q เป็นซีรีส์ทีวีที่ใช้เทคโนโลยีระดับสูงสุดของทางแบรนด์ โดยเฉพาะการแสดงผล ULED ที่ผสานเทคโนโลยีแผงหน้าจอแบบ Mini LED Pro ที่มีหลอด LED ขนาดเล็กและหนาแน่นกว่า และเทคโนโลยี Quantum Dot ช่วยให้การแสดงผลมีความแม่นยำและสวยงามกว่า Mini LED ทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นคอนทราสต์ สีดำที่สนิทกว่า และสีสันที่สวยงามสมจริง อีกทั้งยังมี Hi-View AI Engine PRO ที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ในการประมวลผลเพื่อปรับภาพและเสียงให้มีความสมจริงและเหมาะกับลักษณะห้องที่ใช้รับชม
ทีวี Hisense Q Series : เหมาะสำหรับดูหนังและเล่นเกม

ทีวี Hisense Q Series เช่น Q6Q, Q7Q เป็นซีรีส์ทีวี QLED ระดับพรีเมียมของทางแบรนด์ โดยเทคโนโลยีหลักจะเป็นหน้าจอ QLED ที่แสดงผลได้สมจริง เพราะครอบคลุมขอบเขตการแสดงผลสีสันได้ถึง 1 พันล้านสี ส่วนสิ่งที่อัปเกรดจากทีวี QLED รุ่นทั่วไปของทางแบรนด์ก็คือการมาพร้อมกับ HDMI 2.1 ผสานกับ Game Mode Pro ที่สามารถรองรับอัตรา Refresh Rate ของหน้าจอได้ถึง 144Hz ช่วยให้การแสดงลื่นไหล อีกทั้งยังมีฟีเจอร์ ALLM ช่วยลดความหน่วงระหว่างอุปกรณ์ ให้สามารถเล่นเกมได้อย่างราบรื่น จึงเป็นซีรีส์ที่ตอบโจทย์ทั้งการดูหนังและเล่นเกม
ทีวี Hisense E Series : เหมาะกับคนที่ต้องการความคุ้มค่า

ทีวี Hisense E Series เช่น E4Q, E6Q, E8Q เป็นซีรีส์รุ่นคุ้มค่าของทางแบรนด์ โดยซีรีส์นี้จะใช้เทคโนโลยีจอภาพที่แตกต่างกันไปในแต่ละรุ่นย่อยทั้ง LED, QLED, Mini LED แต่ประสิทธิภาพการแสดงผลจะไม่เท่ากับรุ่นท็อปกว่า หรือมีการตัดฟีเจอร์บางส่วนออกเพื่อให้มีราคาที่ย่อมเยาลง เช่น คุณภาพของหลอด LED, ความเที่ยงตรงของสีสัน, ระบบเสียง เป็นต้น อีกทั้งยังมีให้เลือกทั้งระบบดิจิทัลทีวีและสมาร์ททีวี และขนาดหน้าจอที่หลากหลาย เริ่มต้นตั้งแต่ 32 - 85 นิ้ว จึงเหมาะกับคนที่มีงบประมาณจำกัดและต้องการความคุ้มค่า
เลือกเทคโนโลยีหน้าจอทีวี Hisense ให้เหมาะกับคอนเทนต์ที่ต้องการรับชม

เทคโนโลยีหน้าจอทีวี Hisense คือเทคโนโลยีของแผงหน้าจอที่ใช้สำหรับแสดงผลภาพ โดยในแต่ละเทคโนโลยีมีประสิทธิภาพในการแสดงผลที่แตกต่างกันไป จึงควรตรวจสอบและเลือกรุ่นที่เหมาะกับคอนเทนต์ที่คุณต้องการรับชม
- LED TV : ใช้หลอดไฟ LEDเป็นแหล่งกำเนิดแสงสำหรับส่องสว่างแผงภาพ ทำให้ได้ภาพที่สว่าง คมชัด โดยโครงสร้างหลักยังเป็นจอ LCD แต่การใช้ไฟแบ็กไลต์แบบ LED ทำให้ตัวเครื่องบางลง ให้สีดำลึกขึ้น และมีอัตราสิ้นเปลืองไฟที่ต่ำ จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับทีวีในปัจจุบัน เหมาะสำหรับการใช้รับชมคอนเทนต์ทั่วไป
- QLED TV : ใช้เทคโนโลยี Quantum Dot ซึ่งเป็นอนุภาคนาโนขนาดเล็กทำหน้าที่ช่วยสร้างสีให้แม่นยำและสว่างขึ้น โดยมีฟิล์มควอนตัมดอทวางอยู่หน้า แผง LED Backlight ซึ่งทำหน้าที่ให้แสงสว่างแก่ แผง LCD ทำให้ได้ความสดใสของสีและคอนทราสต์ดีขึ้น เหมาะสำหรับการใช้ดูหนัง
- Mini LED TV : ใช้หลอดไฟ Mini LED ซึ่งมีขนาดเล็กกว่า LED ปกติหลายเท่า ทำให้สามารถจัดโซนหรี่แสง (Local Dimming) ได้จำนวนมากขึ้น ส่งผลให้ควบคุมความสว่าง - ความมืดของภาพได้ละเอียดกว่าเดิม จึงให้คอนทราสต์สูงกว่า สีดำลึกกว่า และแสงรั่วน้อยลง เหมาะสำหรับการใช้ดูคอนเทนต์ความละเอียดสูงโดยเฉพาะการ ดูหนังและเล่นเกม
ตรวจสอบความละเอียดการแสดงผล เพื่อความคมชัดของภาพ

ความละเอียดการแสดงผล (Resolution) ของทีวี Hisense ส่งผลโดยตรงต่อความคมชัดของภาพ ซึ่งจำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับขนาดของหน้าจอและลักษณะของคอนเทนต์ที่คุณต้องการรับชม โดยแต่ละความละเอียด เหมาะกับคอนเทนต์ภาพที่แตกต่างกัน ดังนี้
- HD : เหมาะกับการรับชมคอนเทนต์ทั่วไป เช่น ช่องทีวีดิจิทัล หรือวิดีโอความละเอียดไม่สูงนักบนหน้าจอขนาดเล็กไม่เกิน 32 นิ้ว ซึ่งภาพถือว่าใช้ได้แต่รายละเอียดไม่มาก เหมาะสำหรับห้องขนาดเล็ก
- Full HD : ให้ความคมชัดเหมาะสมสำหรับการดู YouTube, ทีวีดิจิทัล, ซีรีส์ และภาพยนตร์ทั่วไป โดยภาพละเอียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ HD เหมาะสำหรับหน้าจอขนาด 40 นิ้วขึ้นไป และยังเหมาะสำหรับเกมคอนโซลรุ่นเก่า ๆ ที่มีความละเอียดไม่สูง
- 4K UHD : เหมาะกับการดูคอนเทนต์คุณภาพสูง เช่น ดูหนัง ซีรีส์ ผ่าน Netflix, Disney+, YouTube ระดับ 4K และหนังที่ต้องการรายละเอียดคมชัดมาก เหมาะกับจอใหญ่ 43 นิ้วขึ้นไป ทำให้เห็นความแตกต่างของรายละเอียดและมิติภาพได้ชัดเจนที่สุด
พิจารณาขนาดจอทีวีให้สอดคล้องกับพื้นที่ติดตั้ง

- ทีวี Hisense 32 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 1.25 - 2.50 เมตร
- ทีวี Hisense 43 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 1.60 - 3.15 เมตร
- ทีวี Hisense 50 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 1.90 - 3.75 เมตร
- ทีวี Hisense 55 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 2.10 - 4.10 เมตร
- ทีวี Hisense 60 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 2.25 - 4.50 เมตร
- ทีวี Hisense 65 นิ้ว ควรมีระยะห่าง 2.50 - 4.80 เมตร
- ทีวี Hisense 75 นิ้วขึ้นไป ควรมีระยะห่างอย่างน้อย 3.00 - 5.50 เมตร
ตัวเลขแนะนำเหล่านี้จะมีความแตกต่างกันเพราะมีหลักการคำนวณที่ต่างกัน เช่น แนวทาง THX จะเน้นการนั่งในระยะที่สบายตา ไม่เห็นพิกเซล แต่แนวทาง SMPTE จะเน้นการนั่งที่ใกล้ขึ้นเพื่อให้ได้ มุมมองแบบโรงภาพยนตร์ Cinematic View ดังนั้นผู้ซื้อควรพิจารณาว่าตัวเองชอบนั่งแบบสบายหรือแบบใกล้ชิดเป็นหลัก เพื่อเลือกระยะที่เหมาะสมกับรสนิยม
ตรวจสอบเทคโนโลยีภาพและเสียง เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด

ตรวจสอบเทคโนโลยีภาพและเสียงของทีวี Hisense จะช่วยให้สามารถเลือกทีวีรุ่นที่มีประสิทธิภาพการทำงานตอบโจทย์กับลักษณะคอนเทนต์ที่คุณต้องการรับชม ซึ่งเทคโนโลยีที่โดดเด่นในทีวี Hisense ที่ขอแนะนำมีดังนี้
- Hi-View AI Engine : ระบบประมวลผลภาพด้วย AI ที่ Hisense พัฒนาขึ้นเพื่อปรับคุณภาพภาพแบบอัตโนมัติตามคอนเทนต์ที่รับชม ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มความคมชัด ปรับสีและคอนทราสต์ หรือทำให้ภาพเคลื่อนไหวลื่นขึ้น
- Dolby Vision : คือเทคโนโลยีแสดงผลภาพแบบ HDR ที่ช่วยให้ทีวีแสดงความสว่าง สี และคอนทราสต์ได้กว้างและแม่นยำกว่ามาตรฐาน HDR ทั่วไป ทำให้ฉากมืดลึกขึ้น ฉากสว่างสว่างจริง สีสันแม่นยำ และได้ภาพใกล้เคียงกับแหล่งภาพต้นฉบับ
- Dolby Atmos : คือเทคโนโลยีเสียงรอบทิศทางแบบสามมิติที่ทำให้เสียงเคลื่อนที่ตรงตามทิศทางของแหล่งภาพต้นฉบับและทำให้มีมิติสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเสียงบนศีรษะ รอบข้าง หรือไกลใกล้ เพื่อช่วยให้รู้สึกว่าเหมือนอยู่ภายในฉากจริง ๆ
- MEMC : เทคโนโลยีเพิ่มความลื่นไหลของภาพเคลื่อนไหว โดยระบบจะสร้างเฟรมภาพเสริมขึ้นมาให้มากกว่าคอนเทนต์ต้นฉบับ ทำให้ฉากที่มีการเคลื่อนที่เร็วอย่างกีฬา เกม ให้ไม่เบลอ ช่วยให้การรับชมภาพต่อเนื่องสบายตามากขึ้น
- VRR : เทคโนโลยีที่ทำให้ทีวีปรับอัตรารีเฟรชเรตให้สอดคล้องกับเฟรมเรตของเกมแบบเรียลไทม์ ลดอาการภาพฉีก กระตุก หรือหน่วงที่มักเกิดระหว่างเล่นเกม จึงเหมาะอย่างมากสำหรับคนที่ใช้เล่นเกมเป็นหลัก

10 ทีวี Hisense รุ่นไหนดี รุ่นยอดนิยม
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ชนิดของจอภาพ | ขนาดจอ | ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | น้ำหนัก | ความละเอียดภาพ | ค่า Refresh Rate | ระบบเสียง | ช่องต่อ | รับประกันสินค้า | รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | มี Game Mode | มี AI Sports Mode | เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ | ||||
1 | Hisense ทีวี 40 นิ้ว Full HD VIDAA Smart TV|40E4Q | ![]() | LED | 40 นิ้ว | 89.3 x 51.3 x 8.6 ซม. | 7.9 กก. | Full HD 1920 x 1080p | 60 Hz | Stereo | 2x USB-A 2.0, 2x HDMI, RJ45, Optical | 3 ปี | |||||
2 | Hisense Digital TV 32 นิ้ว|32E3G HD | ![]() | LED | 32 นิ้ว | 71.7 x 46.9 x 16 ซม. | 4 กก. | HD 1,366 x 768p | 60 Hz | Dolby Audio | HDMI, USB, Optical Audio Out, AV Input, RF | 3 ปี | |||||
3 | Hisense ทีวี 55 นิ้ว 4K|55E6Q | ![]() | LED | 55 นิ้ว | 123.3 x 71.7 x 8 ซม. | 10.3 กก. | 4K Ultra HD | 60 Hz | Dolby Vision™ HDR, Dolby Atmos | HDMI x 3 ช่อง, USB x 2 ช่อง, LAN Port (RJ45) x 1 ช่อง, Optical digital audio output (SPDIF) x 1 ช่อง, AV input x 1 ช่อง, RF input x 1 ช่อง (DVB-T2) | 3 ปี | |||||
4 | Hisense Full HD VIDAA Smart TV|32E4Q | ![]() | LED | 32 นิ้ว | 71.7 x 42.7 x 86 ซม. | 5.5 กก. | 1366 x 768p | 60 Hz | Dolby Audio | 3x HDMI, 2x USB-A, RJ45, Optical | 3 ปี | |||||
5 | Hisense TV 43 นิ้ว|43E6Q | ![]() | LED | 43 นิ้ว | 96.3 x 56.4 x 7.4 ซม. | 6.8 กก. | 4K Ultra HD | 60 Hz | Dolby Audio | HDMI x 3, USB x 2, LAN, AV Input, Optical Audio Out, Headphone Out | 3 ปี | |||||
6 | Hisense ทีวี รุ่น 55E7Q | ![]() | QLED | 55 นิ้ว | 123.4 x 71.6 x 8.1 ซม. | 10.9 กก. | 4K Ultra HD | 60 Hz | Dolby Atmos, DTS Virtual:X | HDMI x 3 , USB x 2 (USB 2.0), LAN (RJ45) x 1, Wi-Fi (2.4/5.0 GHz), Bluetooth 5.0 | 3 ปี | |||||
7 | Hisense TV|65E6Q | ![]() | LED | 65 นิ้ว | 145.2 x 89.6 x 7.6 ซม. | 16.7 กก. | 4K UHD 3,840 x 2,160p | 60 Hz | Dolby Audio | HDMI, USB, SPDIF, AV Input | 3 ปี | |||||
8 | Hisense ทีวี รุ่น 75E7Q | ![]() | QLED | 75 นิ้ว | 167.6 x 96.3 x 7.9 ซม. | 22.8 กก. | 4K Ultra HD | 60 Hz | Dolby Vision, Dolby Atmos | HDMI x 3, USB x 2, Ethernet (LAN), Wi-Fi (802.11ac / Wi-Fi 5), Bluetooth 5.0 | 3 ปี | |||||
9 | Hisense ทีวี 85 นิ้ว 4K |85A6100N | ![]() | LED | 85 นิ้ว | 189.2 x 109.2 x 10.2 ซม. | 36 กก. | 4K UHD 3,840 x 2,160p | 60 Hz | Dolby Atoms | RF - Radio Frequency Input, AV Input, USB, HDMI, SPDIF, Earphone Jack | 3 ปี | |||||
10 | Hisense สมาร์ททีวี 65 นิ้ว 4K|65U6Q | ![]() | Mini LED ULED | 65 นิ้ว | 144.6 x 83.9 x 7.8 ซม. | 20.6 กก. | 4K UHD 3,840 x 2,160p | 144 Hz | Dolby Atmos | USB, HDMI | 3 ปี | |||||

Hisenseทีวี 40 นิ้ว Full HD VIDAA Smart TV | 40E4Q
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 40 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 89.3 x 51.3 x 8.6 ซม. |
| น้ำหนัก | 7.9 กก. |
| ความละเอียดภาพ | Full HD 1920 x 1080p |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Stereo |
| ช่องต่อ | 2x USB-A 2.0, 2x HDMI, RJ45, Optical |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
HisenseDigital TV 32 นิ้ว | 32E3G HD
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 32 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 71.7 x 46.9 x 16 ซม. |
| น้ำหนัก | 4 กก. |
| ความละเอียดภาพ | HD 1,366 x 768p |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Audio |
| ช่องต่อ | HDMI, USB, Optical Audio Out, AV Input, RF |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
Hisenseทีวี 55 นิ้ว 4K | 55E6Q
ภาพคมชัดระดับ 4K ด้วยเทคโนโลยี AI 4K Upscaler เพิ่มความละเอียดให้ภาพดูสวยงาม
รองรับ Dolby Vision ที่ให้สีสันสดใสและคอนทราสต์ลึก รับชมได้อารมณ์คล้ายดูในโรงหนัง
ระบบเสียง DTS Virtual:X และ Dolby Audio เสียงใสและชัดเจน เหมาะกับการรับชมทุกประเภท
ควบคุมด้วยเสียงผ่านรีโมตอัจฉริยะ ทำให้ใช้งานสะดวกและรวดเร็ว เข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้ง่าย
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 55 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 123.3 x 71.7 x 8 ซม. |
| น้ำหนัก | 10.3 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K Ultra HD |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Vision™ HDR, Dolby Atmos |
| ช่องต่อ | HDMI x 3 ช่อง, USB x 2 ช่อง, LAN Port (RJ45) x 1 ช่อง, Optical digital audio output (SPDIF) x 1 ช่อง, AV input x 1 ช่อง, RF input x 1 ช่อง (DVB-T2) |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
HisenseFull HD VIDAA Smart TV | 32E4Q
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 32 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 71.7 x 42.7 x 86 ซม. |
| น้ำหนัก | 5.5 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 1366 x 768p |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Audio |
| ช่องต่อ | 3x HDMI, 2x USB-A, RJ45, Optical |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
ภาพคมชัดใกล้เคียง 4K ด้วย AI 4K Upscaler ปรับความละเอียดของพิกเซลให้สีสดใส
สีสันและคอนทราสต์ถูกถ่ายทอดผ่านเทคโนโลยี Dolby Vision เพิ่มมิติและความสมจริง
เสียงรอบทิศทาง ชัดเจนจากระบบ DTS Virtual:X และ Dolby Audio ให้ความรู้สึกสมจริง
ควบคุมด้วยเสียงผ่านรีโมทอัจฉริยะ การใช้งานสะดวก และเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ได้รวดเร็ว
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 43 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 96.3 x 56.4 x 7.4 ซม. |
| น้ำหนัก | 6.8 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K Ultra HD |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Audio |
| ช่องต่อ | HDMI x 3, USB x 2, LAN, AV Input, Optical Audio Out, Headphone Out |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
จอ QLED 4K สีสันสดใส คมชัด รองรับฟอร์แมต HDR เพิ่มความสมจริงในการรับชม
ระบบเสียง Dolby Atmos มอบมิติเสียงรอบทิศทาง ชมภาพยนตร์และเล่นเกมลื่นไหล
ระบบปฏิบัติการ Vidaa OS ใช้งานง่าย สามารถเข้าถึงแอปสตรีมมิ่งยอดนิยมได้สะดวก
รองรับ Game Mode Plus, VRR และ ALLM ลดภาพฉีกและอาการหน่วงเวลาตอบสนอง
| ชนิดของจอภาพ | QLED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 55 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 123.4 x 71.6 x 8.1 ซม. |
| น้ำหนัก | 10.9 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K Ultra HD |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Atmos, DTS Virtual:X |
| ช่องต่อ | HDMI x 3 , USB x 2 (USB 2.0), LAN (RJ45) x 1, Wi-Fi (2.4/5.0 GHz), Bluetooth 5.0 |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 65 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 145.2 x 89.6 x 7.6 ซม. |
| น้ำหนัก | 16.7 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K UHD 3,840 x 2,160p |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Audio |
| ช่องต่อ | HDMI, USB, SPDIF, AV Input |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
ขนาดหน้าจอ 75 นิ้ว เทคโนโลยี Quantum Dot ให้สีสันสดใส และสมจริงทุกเฉดสี
ความละเอียด 4K Ultra HD ช่วยให้ภาพคมชัด มีการรองรับ Dolby Vision และ HDR
ระบบเสียง Dolby Atmos มิติเสียงรอบทิศทาง เพิ่มให้การรับชมเหมือนอยู่ในโรงหนัง
ระบบปฏิบัติการ Vidaa OS เข้าถึงแอปพลิเคชันได้ง่าย รองรับการเชื่อมต่อ Wi - Fi
| ชนิดของจอภาพ | QLED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 75 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 167.6 x 96.3 x 7.9 ซม. |
| น้ำหนัก | 22.8 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K Ultra HD |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Vision, Dolby Atmos |
| ช่องต่อ | HDMI x 3, USB x 2, Ethernet (LAN), Wi-Fi (802.11ac / Wi-Fi 5), Bluetooth 5.0 |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
Hisense ทีวี 85 นิ้ว 4K | 85A6100N
| ชนิดของจอภาพ | LED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 85 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 189.2 x 109.2 x 10.2 ซม. |
| น้ำหนัก | 36 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K UHD 3,840 x 2,160p |
| ค่า Refresh Rate | 60 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Atoms |
| ช่องต่อ | RF - Radio Frequency Input, AV Input, USB, HDMI, SPDIF, Earphone Jack |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
Hisense สมาร์ททีวี 65 นิ้ว 4K | 65U6Q
| ชนิดของจอภาพ | Mini LED ULED |
|---|---|
| ขนาดจอ | 65 นิ้ว |
| ขนาดเครื่อง (ไม่รวมขาตั้ง) | 144.6 x 83.9 x 7.8 ซม. |
| น้ำหนัก | 20.6 กก. |
| ความละเอียดภาพ | 4K UHD 3,840 x 2,160p |
| ค่า Refresh Rate | 144 Hz |
| ระบบเสียง | Dolby Atmos |
| ช่องต่อ | USB, HDMI |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| รองรับ Dolby Vision และ Dolby Atmos | |
| มี Game Mode | |
| มี AI Sports Mode | |
| เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ |
ทีวี Hisense ไม่มีเสียง ต้องแก้ไขอย่างไร
ทีวี Hisense เปิดไม่ติด ควรทำอย่างไร
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
























































































