favlist
Creator Image
จิราภา ศักดิ์คงคา
ผู้เชียวชาญด้านการถ่ายภาพ (ฟิล์ม)
10 กล้องฟิล์ม 135 (35mm) ที่ต้องมี! สำหรับมือใหม่หัดเล่น

10 กล้องฟิล์ม 135 (35mm) ที่ต้องมี! สำหรับมือใหม่หัดเล่น

นี่มันคือยุคแห่งการย้อนยุค... ถ้าคุณรักในความวินเทจ เราคือเพื่อนกัน สวัสดีค่ะทุกคน ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของกล้องฟิล์มค่ะ ต้องบอกเลยว่า เวลานี้ในยุคนี้เป็นยุคที่ใคร ๆ ก็ต้องพกกล้องฟิล์มเป็นเพื่อนรู้ใจ ไปไหนไปกัน พาไปด้วยทุกที่ คือช่วงนี้เพื่อน ๆหลาย ๆ คนก็เริ่มหันกลับมาเล่นกล้องฟิล์มกันไปหมด เริ่มกลับไปดูที่บ้าน บางคนเรียกได้ว่ารื้อบ้านดูเลย ว่ากล้องตัวโปรดของรุ่นคุณปุ่คุณย่า หรือรุ่นของคุณพ่อคุณแม่ กล้องหน้าตาเป็นแบบไหน ใช้งานยังไง สภาพยังดีอยู่หรือเปล่า ถ้าสภาพยังดี ใช้งานได้ ยินดีด้วยค่ะ! กล้องได้เลือกคุณแล้ว "นี่มันคือพรหมลิขิตชัด ๆ" เราเชื่อเสมอว่ากล้อง เขาก็เลือกเจ้าของเหมือนกันนะ ถ้ามันใช่ ยังไงมันก็ใช่ แต่ถ้าไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ นี่กล้องหรือความรักนะ? กล้องแหละ กลับมาเข้าเรื่องกันดีกว่า

วันนี้เราจะมาแนะนำ 10 กล้องฟิล์มน่าเล่น สำหรับมือใหม่หัดเล่นกล้องฟิล์มกัน มาดูกันว่า จะมีกล้องตัวไหนถูกใจกันบ้าง ไม่ต้องรอให้กล้องเลือกเราละ เราไปเลือกกล้องเองเลย
  • Olympus
    mju
    3,700 บาท

    มาเริ่มกันที่ตัวแรก เราเลือกเป็นกล้องฟิล์มแบบคอมแพค เวลาใช้งานต้องใส่ถ่าน ง่ายต่อการเล่น คือไม่ต้องปรับอะไรมากมาย เหมาะแก่การ Snap ตัวนี้คือ Olympus mju เลนส์ 35 mm F:3.5 วิธีการใช้งานคือ Point & Shoot เล็งและกดถ่ายได้เลย (เปิดหน้าเลนส์ก่อนด้วยล่ะ) จริง ๆ ในตระกูล Olymus mju หรือ Superzoom ก็เป็นกล้องคอมแพคที่น่าเล่น

    นอกจากจะถ่ายง่ายแล้ว น้ำหนักก็เบา ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย และที่สำคัญรูปที่ได้สวยมาก ได้งานคม ๆ เลย เพราะกล้องพวกนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแบบออโต้โฟกัส ออโต้ทั้งระบบ ไม่ต้องกลัวว่ารูปจะไม่สวย ถ้าไปในที่ ๆ แสงน้อยก็หายห่วง เพราะว่ามีแฟลชติดตัวกล้อง จริง ๆ ถ้าใครชอบงานแฟลชตัวพวกนี้ก็แนะนำนะ เวลาใส่ฟิล์ม (Load Film) ใส่เสร็จเครื่องจะรันรูปให้เลยอัตโนมัติ พอถ่ายจนครบกล้องจะกรอฟิล์ม (Rewind) ให้เลย มือใหม่แนะนำสุด ๆ ราคาอยู่ในช่วง 1,500 - 4,500 บาท แล้วแต่สภาพของกล้อง
  • Konica
    C35 AF
    4,000 บาท

    ตัวต่อมา Konica C35 AF เลนส์ 38mm F:2.8 เป็นกล้องตัวที่สองที่เราเริ่มเล่นเหมือนกัน เป็นกล้องประเภทคอมแพคเช่นกัน แต่ตัวนี้จะเป็นแบบแมนนวล เล่นง่ายเหมือนกัน มีการปรับนิดหน่อย ตรงช่วงหน้าเลนส์ ปรับค่า ISO (ASA) ค่าความไวแสง แนะนำสำหรับมือใหม่ ให้ปรับตามฟิล์มที่ใช้ ใช้ฟิล์ม ISO เท่าไหร่ก็ปรับหมุนไปตามนั้น ปรับได้ตั้งแต่ 25 - 400 (ISO อยู่หลังชื่อฟิล์ม)

    วิธีการใช้งานคือ Point & Shoot เล็งขึ้นและกดถ่าย แต่จะยากกว่าตัวแรก กล้องประเภทนี้ จะต้องขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ ตัวนี้เป็นแบบ AF คือออโต้โฟกัส คือเรียกได้ว่าจะง่ายก็ง่าย จะยากก็ยาก แต่ฝึกไปเรื่อย ๆ ก็จะดีขึ้นเอง ตัวนี้น้ำหนักเบา พกพาสะดวก มีแฟลชติดตัวด้วย ตัวนี้เป็นแบบแมนนวล เพราะฉะนั้นไม่ต้องใส่ถ่านก็สามารถทำงานได้ ถ่านจะใช้งานกับการใช้แฟลชเท่านั้น ราคาอยู่ในช่วง 1,400 - 4,500 บาท แล้วแต่สภาพของกล้อง
  • Olympus
    Trip 35
    4,500 บาท

    Olympus Trip 35 เลนส์ 40mm F:2.8 ตัวนี้เป็นกล้องอีกหนึ่งตัวที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ดีไซน์สวย ตรงหน้าเลนส์จะเป็นตัววัดแสงแบบเซเลเนียม กล้องเป็นระบบแมนนวล ขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ สามารถเลือกปรับระยะโฟกัสได้เองที่วงแหวนหน้าเลนส์ การใช้งานเป็นแบบ Point & Shoot เล็งขึ้นฟิล์มและกดถ่าย น้ำหนักเบา

    กล้องตัวนี้เหมาะแก่การถ่าย Street ถ้าอยากถ่ายเจ๋ง ๆ ก็หาซื้อแฟลชมาต่อ ถ่ายได้หลายแนวเลย มือใหม่ควรมี! ราคาอยู่ในช่วง 2,500 - 4,000 บาท แล้วแต่สภาพของกล้อง
  • Pentax
    Zoom 105-R
    2,000 บาท

    สาย Snap กันอีกสักตัว Pentax Zoom 105-R ตัวนี้สามารถซูมได้ถึง 105mm นอกจากข้อดีในการซูมแล้ว ก็ยังสามารถเลือกปรับโหมดต่าง ๆ ได้อีกด้วย มีแฟลชในตัวเปิด-ปิดได้, โหมดตั้งเวลาถ่าย, โหมดถ่าย Macro/ ภาพซ้อน (Double exposure)/ ซัตเตอร์ B และยังบันทึกวันที่ลงบนฟิล์มของเราได้ด้วย

    กล้องรุ่นนี้ต้องใส่ถ่าน ระบบของกล้องตัวนี้ทั้งหมดเป็นออโต้ แน่นอนว่า ใช้ง่าย ใส่ฟิล์มและกรอฟิล์มแบบออโต้ ถูกใจมือใหม่แน่นอน ใครชอบงานแฟลช ถ่าย Street แถมยังถ่ายภาพซ้อนได้ด้วยจัดเลยยย คุ้มแน่นอน ราคาอยู่ในช่วง 850 - 2,000 บาท แล้วแต่สภาพของกล้อง
  • Yashica
    Electro 35
    3,500 บาท

    ตัวนี้ก็ฮิตไม่แพ้กัน สำหรับคนที่อยากลองปรับนู่นนี่นั่น แนะนำตัวนี้เลยในสายของ Rangfinder ดีไซน์ดี ถึก ทนเวอร์ ๆ และดูความหล่อของลุงเขาสิ เห็นแล้ว บอกเลยว่าของมันต้องมี! มาพร้อมเลนส์ Yashinon DX 45 mm F:1.7-16 ขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ ความ Rangfinder คือเวลาที่เราจะโฟกัส เราจะต้องดูในช่องมอง ปรับหมุนที่วงแหวน ค่อย ๆ ทำให้ภาพที่เราเห็นทับซ้อนกัน แล้วค่อยกดชัตเตอร์

    กล้องรุ่นนี้มันจะยากนิดหน่อยสำหรับคนที่เริ่มต้น แต่บอกเลยว่าคุณภาพของรูปที่ได้นี่คือ คุ้มค่ามาก ๆ แต่ก็แอบหนักไปหน่อย (สำหรับผู้หญิงนะ) ปรับ ISO (ASA) 12–400 ปรับ Shutter Speed ได้ตั้งแต่ 30-1/500 Sec ปรับเป็น Auto ก็ได้เหมือนกัน ใช้แบตเตอรี่ในการวัดแสง ถ้าไม่มีแบตจะลั่นชัตเตอร์ที่ 1/500 Sec ข้อเสียคือ ถ่านแอบหายากเหมือนกัน แต่ก็หาตัวแปลงถ่านมาใช้ได้ เอาเป็นว่ารุ่นนี้ก็เป็นอีกตัวที่น่าเล่น น่าสะสม Electro 35 เขาก็ออกมาอีกหลายรุ่นเลย ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะ ราคาอยู่ในช่วง 2,700 - 6,000 บาท แล้วแต่รุ่นและสภาพของกล้อง
  • Canon
    Canonet QL17
    6,300 บาท

    อีกสักตัวสำหรับกล้อง Rangfinder ตัวนี้ก็ฮิตไม่แพ้กันเลย Canon canonet Q17 เป็นรุ่นท็อปเลยก็ว่าได้ ใช้งานง่าย เพราะมีระบบ Auto มาให้ด้วย เลนส์ 40mm F:1.7 ตัวเล็กแต่สเป็คไม่เล็กเลย สามารถถ่ายแบบหลังละลายได้ด้วย สปีดชัตเตอร์ 1/4-1/500 Sec ปรับค่า ISO (ASA) 25-800 ขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ การโฟกัสต้องหมุนปรับที่หน้าเลนส์ มองในช่องมอง ค่อย ๆ ทำให้รูปทับซ้อนกันพอดี ค่อยกดถ่าย

    ในส่วนของการตั้งค่าต่าง ๆ ถ้าเป็นมือใหม่ ก็สามารถเลือกโหมดเป็น A หรือ Auto ก็ช่วยคำนวณการตั้งค่าต่าง ๆ ให้เราได้ หากถ่ายในที่ ๆ มีแสงน้อยไปกล้องก็จะไม่สามารถกดถ่ายได้ ตัวนี้ก็ใช้ถ่านในการวัดแสงเช่นกัน แต่ถ้าไม่มีถ่านก็สามารถถ่ายได้ แค่ระบบวัดแสงใช้งานไม่ได้ สามารถโหลดแอพบนมือถือมาใช้แทนได้ มีช่องสามารถการต่อแฟลชได้ด้วย จริง ๆ รุ่นนี้ยังมีอีกหลายซีรี่ย์ ลองไปหาข้อมูลเพิ่มเติมดูนะ น่าเล่น น่าสะสมมาก ๆ ราคาอยู่ในช่วง 2,500 - 6,500 บาท ขึ้นอยู่ที่สภาพของกล้อง
  • Minolta
    SRT 101
    5,500 บาท

    ขอเริ่มกล้อง SLR ด้วยตัวที่เราก็เริ่มเล่นเป็น Minolta SRT101 เป็นกล้องสายหมี ที่เรียกได้ว่าเป็นกล้อง SLR ตัวท็อป ๆ ของค่าย Minolta เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นตัวแรก ๆ ที่เริ่มมีระบบการวัดแสงแบบ TTL (Through The Lens) การวัดแสงผ่านเลนส์ ตัวกล้องถึกและทนทานมาก ๆ เราถือสะพายทั้งวันนี้ก็แอบปวดหลังเบา ๆ

    แต่ต้องบอกว่าตัวนี้การตั้งค่าต่าง ๆ เขาครบจริง ๆ ปรับสปีดชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ B-1/1000 Sec ปรับค่า ISO (ASA) 6-6400 ส่วนค่า F ก็ขึ้นอยู่กับเลนส์ที่ใช้ ส่วนตัวเราใช้ เลนส์ 55 mm F:1.7 ถือว่าละลายหลังได้โอเคมากแล้ว การใช้งานขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ โฟกัสปรับหมุนที่เลนส์ โฟกัสมือ (เลนส์มือหมุน) ตัวกล้องเป็นแบบแมนนวล เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้ถ่าน (แบตเตอรี่) จะใช้ก็ต่อเมื่อจะใช้ในการวัดแสงเท่านั้น พอเริ่มเป็นระบบแมนนวลก็อาจจะมีความยากเพิ่มขึ้นมานิดนึง แต่ถ้าฝึกบ่อย ๆ ก็จะดีขึ้นเอง ราคาอยู่ในช่วง 3,700 - 6,500 บาท ขึ้นอยู่ที่สภาพของกล้องและเลนส์ที่ใช้
  • Pentax
    K1000
    7,000 บาท

    ตัวนี้เรียกได้ว่าเป็นกล้องครูระดับตำนานเลยก็ว่าได้ ใคร ๆ ก็ต้องผ่านการฝึกจากกล้องตัวนี้ คือกล้องตัวนี้มีระบบต่าง ๆ ครบ การทำงานเป็นแบบแมนนวล เลือกปรับค่าสปีดชัตเตอร์เอง รูรับแสง ค่า ISO และมีระบบวัดแสงแบบเข็ม +/- แสดงในช่องมองภาพ กล้องออกแบบมาให้ใช้งานง่ายต่อผู้ที่เริ่มต้นเล่น ขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ

    ตัวนี้ใช้ถ่านเฉพาะในการวัดแสงเท่านั้น ถ้าไม่มีถ่านก็ยังสามารถที่จะใช้งานได้ เพียงแค่ระบบวัดแสงไม่ทำงาน แต่ไม่ต้องกังวลไปโดยแอพบนมือถือมาใช้วัดแสงแทนได้ มีช่องต่อแฟลชมาให้ด้วย การโฟกัสแน่นอนว่าเป็นการโฟกัสมือ หมุนปรับที่หน้าเลนส์ได้เลย ตัวเลนส์ก็สามารถหาซื้อเปลี่ยนได้ ราคาอยู่ในช่วง 4,000 - 7,000 บาท ขึ้นอยู่ที่สภาพและเลนส์ที่ใช้
  • Olympus
    OM-10
    6,000 บาท

    มาที่ Olympus กันอีกสักหน่อย ตัวนี้น่าเล่นสุด ๆ เป็นระบบแบบกึ่งแมนนวล ความพิเศษอยู่ที่ตัวชัตเตอร์ที่เป็นแบบ Electrotic คือใช้ไฟฟ้าจากถ่านในการเปิด-ปิดม่านชัตเตอร์มาพร้อม Aperture Priority AE คือเราเลือกปรับ F (รูรับแสง) ที่ต้องการแล้วระบบของกล้องจะคำนวนค่าแสงและเลือกความเร็วสปีดชัตเตอร์ที่เหมาะสมให้

    ในทางกลับกันถ้าเราต้องการใช้งานในระบบ Manual เราก็ติดตั้ง Manual Adapter มันก็จะทำให้เราสามารถเลือกให้งานได้ 2 ฟังก์ชัน เก๋สุด ๆ คุณภาพก็คือดีมาก ๆ แถมราคาก็ยังไม่แรงไปด้วย ราคาอยู่ในช่วง 4,900 - 6,000 บาท ขึ้นอยู่ที่สภาพกล้องและเลนส์ที่ใช้
  • Nikon
    EM
    8,000 บาท

    ปิดท้ายด้วย Nikon EM เป็นกล้องฟิล์มประเภท SLR ขึ้นฟิล์มด้วยมือและกรอฟิล์มด้วยมือ ตัวนี้เป็นระบบไฟฟ้า เป็นแบบกึ่งออโต้ การทำงานคือ เราจะเป็นคนกำหนดค่า F (รูรับแสง) ส่วนตัวเครื่องจะคำนวณสปีดชัตเตอร์ให้ โดยจะเลือกตามความเหมาะสม ตัวเลขของสปีดชัตเตอร์จะขึ้นในช่องมอง ถ้าปรับไปแบบแมนนวลค่าสปีดชัตเตอร์จะคงที่ ๆ 1/90 ตั้งเวลาถ่ายภาพได้ ที่สำคัญตัวกล้องยังสามารถใช้ร่วมกับเลนส์ Mount Nikon F ได้ทุกรุ่น คนก็เลยนิยมเล่นกัน

    ส่วนในเรื่องของการโฟกัส ก็แน่นอนว่า โฟกัสมือนั้นเอง มีความยากผสมไปกับความง่าย อย่างที่บอกไปกล้องพวกนี้ต้องอาศัยการฝึกฝน ฝึกบ่อย ๆ ได้รูปดีแน่นอน อีกอย่างหนึ่งที่ควรรู้ คือกล้องที่เป็นระบบไฟฟ้า ต้องทำงานด้วยถ่าน (แบตเตอรี่) ราคาอยู่ในช่วง 5,700 - 9,000 บาท ขึ้นอยู่ที่สภาพของกล้องและเลนส์ที่ใช้

favlist ของ จิราภา ศักดิ์คงคา

10 ฟิล์มสี 135 (35mm) ที่มือใหม่หัดเล่นกล้องฟิล์มควรลอง

10 ฟิล์มสี 135 (35mm) ที่มือใหม่หัดเล่นกล้องฟิล์มควรลอง

8 กล้องฟิล์มคอมแพคสุดฮิต คุณภาพดี น่าใช้ พกพาง่าย

8 กล้องฟิล์มคอมแพคสุดฮิต คุณภาพดี น่าใช้ พกพาง่าย