favlist
Creator Image
Wimonsiri Gaewmunkhong [When I go]
Travel Blogger
8 ITEMS อุปกรณ์ถ่ายภาพประจำตัวของ When I go

8 ITEMS อุปกรณ์ถ่ายภาพประจำตัวของ When I go

ตลอดการเดินทางของเราสิ่งที่เอากลับมาได้ก็คือ "ภาพถ่าย" ที่จะเก็บไว้แทนความทรงจำของสถานที่นั้น ๆ อุปกรณ์ประจำกายที่ขาดไม่ได้เวลาออกจากบ้านจึงกลายเป็นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่จะหยิบชิ้นไหนออกไปก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในแต่ละวัน เนื่องจากถ่ายรูปมาหลายปี เปลี่ยนอุปกรณ์มาหลายชุด อุปกรณ์ก็มีออกมาใหม่อยู่ตลอด แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การเดินทางของเราที่เป็นแบบ Backpacker ซะส่วนใหญ่ เรื่องที่คำนึงถึงง่าย ๆ นอกจากความชอบและคุณภาพ ก็คือ ความสะดวกในการพกพาและความรวดเร็วในการหยิบใช้ ยิ่งเป็นผู้หญิงแล้วด้วยจะให้แบกกล้องหนัก ๆ ก็คงไม่ไหวแน่นอน

สำหรับคนเล่นกล้องส่วนใหญ่มักจะไม่หยุดอยู่ที่อุปกรณ์เพียงหนึ่งชิ้น แต่อุปกรณ์จะค่อย ๆ เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุดจึงจำเป็นต้องเลือกให้ดี และหลังจากผ่านการใช้งานมาซักพัก นี่คืออุปกรณ์ที่เราเลือกใช้อยู่เป็นประจำในทุกวันนี้
  • Olympus
    OM-D E-M10 Mark II
    18,990 บาท

    จากที่เป็นคนเคยใช้กล้อง DSLR มาก่อน แต่พอเริ่มเดินทางบ่อย ๆ เลยเปลี่ยนสาย ลดขนาดกล้องลงมา มาใช้กล้อง Mirrorless แทน กล้องตัวนี้ด้วยความที่เซนเซอร์ของกล้องเล็กกว่าพวก APS-C หรือ Full-Frame ทำให้ข้อดีของมันคือได้บอดี้ขนาดเล็ก ตอบโจทย์การพกพา แถมพวกเลนส์ก็เล็กตามไปอีก

    แล้วเซนเซอร์ขนาดเล็กนั้นมีผลอะไร ก็อาจจะทำให้การละลายหลังทำได้ไม่ดีเท่าเซนเซอร์แบบอื่น ๆ แต่เราสามารถแก้ปัญหาพวกนี้ได้ด้วยการเลือกใช้เลนส์ให้เหมาะกับภาพที่เราอยากได้ คุณภาพภาพที่ได้ก็ไม่ได้เล็กไปตามขนาดกล้อง ความละเอียดภาพอยู่ที่ 16.1 ล้านพิกเซล เพียงพอกับความต้องการ เราได้ภาพดี ๆ ตลอดการเดินทางด้วยกล้องตัวนี้ แถมหน้าตายังหล่อเหลาจนมักโดนนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เข้ามาถามว่ากล้องตัวนี้รุ่นอะไร
  • Panasonic
    Leica DG Summilux 15mm F1.7 ASPH
    15,990 บาท

    มาพูดถึงเลนส์กันบ้าง เจ้าเลนส์ Panasonic Leica 15mm ตัวนี้ เป็นเลนส์ติดกล้องที่เราเอามาใช้แทนเลนส์ Kit ด้วยความที่มีคำว่า Leica ติดตัว เลนส์ตัวนี้จะให้สีใสคม ระยะเหมาะกับการถ่ายรูปวิว รูปอาหารบนโต๊ะ หรือจะถ่ายคนก็มีมิติ เพราะมันจะมีความละลายเบา ๆ ของความเป็นเลนส์ Fixed รูรับแสงกว้างสุด F1.7 ยิ่งถ่ายเจาะก็ยิ่งละลายมาก

    สำหรับเลนส์ตัวนี้ถ้าเทียบระยะกับ Full-Frame ก็คือระยะ 30mm เป็นระยะที่ไม่ต้องคิดมาก ยกถ่ายได้เลย ถึงจะไม่ได้ถ่ายวิวได้กว้างที่สุด ไม่ได้ถ่ายคนได้ละลายที่สุด หรือไม่ได้ถ่ายเจาะได้รายละเอียดมากที่สุด แต่ถ้าพูดถึงความง่ายเวลาเดินทางเจ้าตัวนี้คือคำตอบ แถมน้ำหนักก็เบามากแค่ 115 g เท่านั้นเอง จะถือของมือเดียวแล้วถ่ายก็สามารถทำได้
  • Olympus
    M.ZUIKO DIGITAL 25mm F1.8
    15,990 บาท

    เลนส์ประจำอีกตัวที่ขยับระยะขึ้นมาเป็น 25mm เมื่อเทียบกับกล้อง Full-Frame คือระยะ 50mm เป็นระยะที่ใกล้เคียงกับสายตาเราเห็น และเป็นระยะที่ถ่ายคนสวย ไม่กว้าง หรืออึดอัดจนเกินไป รูรับแสงกว้าง F1.8 ทำให้ละลายหลังได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าจะต้องถ่ายบุคคล หรือพกเลนส์ออกนอกบ้านได้อีก 1 ตัว จะเลือกเป็นเลนส์ตัวนี้

    จริงๆ ในระยะ 25mm อีกตัวที่อยากแนะนำคือ Panasonic Leica 25mm. F1.4 แต่ที่สุดท้ายเราตัดสินใจเลือกตัวนี้เพราะเหตุผลการพกพา เนื่องจากมีน้ำหนักเบากว่า และคุณภาพใกล้เคียงกันในราคาที่ต่ำกว่า
  • Panasonic
    35-100mm f/2.8 ASPH POWER OIS II
    30,900 บาท

    เลนส์ระยะเทเลของเราเป็นเลนส์ซูมระยะ 35-100mm จริง ๆ เป็นระยะซูมที่ค่อนข้างกั๊ก แต่เหตุผลที่เราเลือกเพราะค่า F ที่คงตลอดช่วงเพื่อให้การถ่ายภาพในที่มืดไม่มีปัญหา กับเรื่องที่สำคัญอันดับต้น ๆ ของเราในการซื้ออุปกรณ์ยังคงเป็นเรื่องขนาดและน้ำหนักในการพกพา

    เลนส์เทเลที่มีรูรับแสดงคงที่ตลอดช่วง ส่วนใหญ่จะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างหนัก สุดท้ายจึงออกมาเป็นเลนส์ตัวนี้ แล้วเลนส์ตัวนี้ใช้ทำอะไรได้บ้าง เนื่องจากเป็นเลนส์เทเลซูม สามารถใช้ถ่ายซูมกรณีวัตถุอยู่ไกล หรือจะใช้ถ่ายคนก็ช่วยเรื่องการละลายหลัง ยิ่งคนสายเดินทาง แนะนำว่าควรมีเลนส์ระยะเทเลไว้ซักหนึ่งตัว เพื่อให้เก็บภาพได้ครบทุกมุมมอง
  • Laowa
    7.5mm F2 for M4/3
    20,900 บาท

    เลนส์มุมกว้างของกล้อง Micro Four Third จะมีอยู่ไม่มาก และราคาค่อนข้างสูง ถ้าใครมองหาเลนส์มุมกว้างไว้ถ่ายวิว หรือเก็บภาพอาคาร หรือต้องการถ่ายภาพกว้างในมุมแคบอย่างภาพในห้องพัก เราขอแนะนำเลนส์ตัวนี้

    สำหรับ Laowa 7.5 F2 เป็นเลนส์ Fixed มุมกว้างและเป็น Manual Focus หรือการหมุนหาโฟกัสเองด้วยมือ แต่เนื่องจากเป็นเลนส์มุมกว้างการหาระยะชัดด้วยมือจึงไม่ใช่ปัญหา และถ้าใครกลัวเรื่องความโค้งเพี้ยนของภาพ เลนส์ตัวนี้มีความเพี้ยนน้อยมากไม่เป็นอุปสรรคในการแต่งรูป สีสวย ความคมชัดดี ในราคาที่ถูกกว่าเลนส์ Wide ตัวอื่น ๆ
  • GoPro
    Hero 7 Black
    14,500 บาท

    ในการถ่ายวีดีโอ สำหรับการเดินทางที่ต้องการความคล่องตัว อย่างการเดินทางไกล หรือการเดินทางที่ต้องออกลุย เราจะเลือกหยิบ GoPro ออกไปใช้

    สำหรับคุณสมบัติคร่าว ๆ ของกล้องนี้ คือ เป็นกล้องที่รองรับการถ่ายวีดีโอ 4K 60 FPS / 1080P 240 FPS กันฝุ่น และลงน้ำได้ 10 เมตร แถมข้อดีที่เราชอบก็คือการกันสั่น ที่แม้จะไม่ได้ใช้ไม้กันสั่น ภาพที่ได้ก็ไม่เวียนหัวแต่อย่างใด และความกว้างของเลนส์บางครั้งเราจะใช้ GoPro สำหรับถ่ายรูปมุมกว้าง ประหยัดเวลาในการเปลี่ยนเลนส์กล้อง และด้วยความที่มีขนาดเล็กจึงเป็นมิตรในการถ่ายวีดีโอกับผู้คนและสถานที่
  • DJI
    OSMO MOBILE 2
    5,000 บาท

    สำหรับสายวีดีโอน่าจะถูกใจสิ่งนี้ DJI OSMO MOBILE 2 ไม้กันสั่นที่ใช้สำหรับโทรศัพท์มือถือ ที่ช่วยให้การถ่ายวีดีโอลื่นไหลเพราะคุณสมบัติกันสั่น 3 แกน เมื่อเชื่อมต่อโทรศัพท์กับไม้กันสั่นแล้ว สามารถควบคุม กดอัด ซูมเข้า-ออกได้จากที่ตัว DJI ได้เลย

    นอกจากถ่ายวีดีโอธรรมดาได้ Smooth แล้ว ยังมีโหมดถ่ายวีดีโออย่าง Time-Lapse, Hyper Lapse ให้เราได้ลองถ่ายวีดีโอสนุก ๆ หรือจะล็อคตำแหน่งแบบให้กล้องหันตามก็ทำได้ สายวีดีโอมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้น มีแค่โทรศัพท์มือถือแต่อยากได้ภาพวีดีโอที่นิ่งขึ้น ลองอุปกรณ์เสริมตัวนี้ได้
  • Sumsung
    Galaxy Note 9
    33,990 บาท

    และนี่คือสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุด พกพาง่ายที่สุด หยิบใช้บ่อยที่สุด และสามารถกลายเป็นอุปกรณ์ถ่ายวีดีโอได้อย่างดีเมื่อจับคู่กับไม้กันสั่น สำหรับ Samsung Galaxy Note 9 ด้วยความละเอียดภาพ 12 MP หลาย ๆ ภาพที่เราอัพโหลดลงในแฟนเพจ รวมถึงวีดีโอใน YouTube ก็เป็นภาพที่มาจากกล้องโทรศัพท์มือถือตัวนี้ เพราะบางครั้งเราก็อยู่ในสถานการณ์ที่อยากได้รูปเดี๋ยวนั้น แถมคุณภาพที่ได้สามารถอัพโหลดภาพเพื่อขายในพวก Stock Photo ได้สบาย ๆ ถ้าใครยังไม่มีกล้องก็ไม่ใช่ว่าจะไม่สามารถมีภาพสวย ๆ ได้ ลองหยิบเจ้ามือถือคู่กายมาลองถ่ายดูนะคะ