favlist
Creator Image
nnaeyblur
Actress, Beauty Blogger
เนย นักแสดง-นางแบบ เผยเคล็ดลับหน้าเด็ก ผิวสวยใสแบบมีออร่า

เนย นักแสดง-นางแบบ เผยเคล็ดลับหน้าเด็ก ผิวสวยใสแบบมีออร่า

วันนี้เนยจะมาแนะนำเคล็ด (ไม่) ลับ ที่จะทำให้เพื่อน ๆ เลือกใช้ Skincare ที่ตอบโจทย์กับผิวหน้าของตัวเอง โดยขอเน้นไปที่ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่ายและผิวมันขาดน้ำ เพราะเนยมีสภาพผิวแบบที่บอกมานั่นเอง ใครยังไม่แน่ใจว่าตัวเองมีผิวประเภทไหน แนะนำให้ไปตรวจวิเคราะห์สภาพผิวหน้ากันก่อนตาม Counter Brand หรือคลินิก เพื่อจะได้เลือกใช้ Skincare บำรุงผิวได้อย่างถูกต้องตรงตามสภาพผิวนั่นเอง

เนยขอสรุปสภาพผิวต่าง ๆ ให้เข้าใจง่าย ผิวแห้ง คือ ผิวที่ขาดความชุ่มชื้น ต้องการ Moisture เยอะ ๆ ผิวมัน คือ ผิวที่ผลิตน้ำมันออกมามาก รูขุมขนจะกว้าง ผิวผสม ก็คือ ผิวที่มีทั้งแห้งและมัน ซึ่งส่วนใหญ่จะมันช่วง T-Zone (คนไทยมีสภาพผิวแบบนี้เยอะ) ส่วนผิวมันขาดน้ำ คือ ผิวแห้งจนร่างกายพยายามผลักน้ำมันใต้ผิวบนใบหน้าออกมา ก็ยังอยู่ในกลุ่มผิวแห้ง และท้ายสุด คือ ผิวแพ้ง่าย ผิวที่บอบบาง ใครเป็นผิวแพ้ง่ายก็ต้องศึกษาให้ละเอียดว่าตัวเองแพ้อะไร ซึ่งการดูแลผิวหน้าให้ดูอ่อนเยาว์ สุขภาพดี ต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการล้างหน้า เช็ดโทนเนอร์ บำรุงด้วยครีมต่าง ๆ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่ากับ 10 ไอเทมที่เนยจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ ได้รู้จักกัน มีอะไรบ้าง
  • BANILA CO
    Clean it Zero Cleansing Balm Purifying
    1,090 บาท

    เชื่อว่าเพื่อน ๆ จะต้องเจอกับปัญหาเวลาเช็ดเครื่องสำอางด้วยสำลีแล้วรู้สึกเจ็บเพราะสำลีเสียดสีกับผิวหน้าอันบอบบางของเรา บางครั้งใช้ Oil Remover ก็รู้สึกว่าล้างยังไงก็ไม่หมดซะที!! ถ้าใครเป็นแบบเนย ตอนนี้เรามีน้องใหม่จากแบรนด์ Banila Co. ผลิตภัณฑ์ของเค้าดีหลายตัวเลยน้า ยิ่ง Clean it Zero เรียกว่าเป็นตัวชูโรงมาก ๆ เพราะเป็น Remover ในรูปแบบเนื้อบาล์ม แพ็กเกจก็โดนใจ มีช้อนตักเนื้อบาล์มมาให้ แถมยังออกแบบที่วางช้อนให้อยู่ในกระปุกอีกด้วย รับรองไม่หาย ไม่สกปรกแน่นอน อันนี้คือความชอบส่วนตัวล้วน ๆ

    วิธีการใช้ ให้ตักเนื้อบาล์ม 1 ช้อนลงบนฝ่ามือ นวดโดยไม่ใช้น้ำให้เครื่องสำอางหลุดออก นางเป็น All in One ลบเครื่องสำอางทั้งหมดบนใบหน้าได้ แม้จะเป็นสูตร Waterproof หลังจากนวดทั่วหน้าแล้วให้ผสมน้ำเล็กน้อย เนื้อบาล์มจะกลายเป็นน้ำนม เหมือนเป็นการบำรุงผิวหน้าไปในตัว สำหรับเพื่อน ๆ คนไหนที่ผิวแพ้ง่ายก็ไม่ต้องกังวลไป เพราะกระปุกสีม่วงนี้เป็นสูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายจ้า บอกได้เลยว่าตั้งแต่เนยเจอตัวนี้ก็ไม่เปลี่ยนใจอีกเลย กระปุกหนึ่งใช้ได้ประมาณ 3-4 เดือน นอกจากนี้ก็ยังมีสูตรอื่น ๆ อีก ใครมีสภาพผิวแบบไหนก็เลือกสีตามสภาพผิวของตัวเองเลย
  • Thayers
    Rose Petal Witch Hazel Toner
    599 บาท

    โทนเนอร์ที่มาแรงส์ที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้น โทนเนอร์ฝาแดง!! เอาจริง ๆ ตอนแรกเนยไม่ได้ใช้ของยี่ห้อนี้ เนยใช้ของ Clarins บ้าง The Ordinary บ้าง ซึ่งในช่วงนั้นก็เห็นตามสื่อต่าง ๆ พูดถึงบ่อยเว่อร์ เลยลองซื้อสูตร Rose Petal Witch Hazel มาลองใช้ ซึ่งเป็นสูตรที่เหมาะสำหรับผิวแห้งหรือผิวมันแต่ขาดน้ำ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายสูตรให้เลือกตามประเภทของผิว

    หลังจากที่ได้ใช้มาระยะนึง รู้สึกได้ว่ารูขุมขนกระชับขึ้น สีผิวสม่ำเสมอ เรียบเนียนขึ้น รอยแดง รอยดำ รอยสิวจางลง ที่สำคัญผิวดูกระจ่างใสขึ้น อย่างที่เพื่อน ๆ รู้กันดีว่า โทนเนอร์เป็นอีกหนึ่งขั้นตอนที่สำคัญและจำเป็นต้องใช้หลังจากล้างหน้าเพื่อปรับสภาพผิวหน้าของเรา เป็นการทำความสะอาดอีกครั้งหลังใช้ที่ลบเครื่องสำอางหรือโฟมล้างหน้า บอกได้เลยว่า ถ้าใครคิดว่าโทนเนอร์ไม่จำเป็น คิดผิดมหันต์นะจ๊ะ ไม่ว่าจะไม่แต่งหน้า ทาแต่ครีมกันแดด ก็ต้องใช้โทนเนอร์ เพราะผิวหน้าเราต้องสัมผัสกับมลภาวะ ฝุ่นต่าง ๆ มากมายที่เรามองไม่เห็น สำหรับเพื่อน ๆ ที่ผิวแห้งและมันขาดน้ำเหมือนเนย เนยแนะนำให้ใช้สูตรนี้เลย
  • BIOTHERM
    Life Plankton Clear Essence
    1,600 บาท

    เจ้าตัวนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นตัวช่วยสำคัญ ในขวดนึงมี Life Plankton นับล้านตัว ที่จะช่วยกู้ผิวหน้าของเราให้แข็งแรงขึ้น และช่วยทำให้ครีมบำรุงตัวอื่น ๆ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เรียกว่าเป็นตัวเริ่มต้นของการใช้ Skincare ตัวถัด ๆ ไป แต่ก็มีหลายคนที่เป็นผิวแพ้ง่ายแล้วไม่สามารถใช้เจ้าตัวนี้ได้ เพราะมันเข้มข้นเหลือเกิน ไม่ต้องกังวลไป เพราะสูตรที่เนยจะแนะนำคือ สูตร Clear Essence จ้า คุณสมบัติเหมือนกันเป๊ะ แต่เนื้อสัมผัสเบาบางกว่า กลิ่นฉุนน้อยกว่า เหมาะสำหรับคนผิวผสมหรือผิวแพ้ง่าย

    เพื่อน ๆ สามารถใช้หลังจากเช็ดโทนเนอร์เสร็จเรียบร้อย ก็ตบ ๆ เข้าสู่ผิวหน้าได้เลยจ้า วิธีการใช้คือ เขย่าขวด เทลงบนฝ่ามือ แล้ววอร์มตัวเซรั่มบนฝ่ามือเล็กน้อย แล้วก็ตบ ๆ ทั่วใบหน้า เริ่มจากข้างแก้ม 2 ข้าง ต่อด้วยหน้าผากและคางและมาจบที่ทั่วหน้า วิธีนี้จะทำให้ตัวเซรั่มซึมเข้าสู่ผิวได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น หลังจากนั้นรอประมาณ 1-2 นาทีก็ลงตัวต่อไปได้เลย ผลลัพธ์ที่เนยได้หลังจากใช้ติดต่อกัน คือ ผิวหน้านุ่มกระชับ กระจ่างใส ดูอิ่มเอิบขึ้น ถ้าจะให้ดีอยากให้ใช้คู่กับ Life Plankton Sensitive Emulsion จะทำให้เห็นผลลัพธ์คูณสอง เรียกว่าเกิดมาคู่กัน ซึ่งเดี๋ยวเนยจะพูดถึงต่อไปน้า
  • The Ordinary
    Salicylic Acid 2% Solution
    328 บาท

    สำหรับใครที่มีทุนน้อยแต่อยากได้ของดี ต้องแบรนด์นี้เลย The Ordinary นางเป็น Skincare สัญชาติอังกฤษ ยิ่งถ้าคนไหนที่มีปัญหาเรื่องสิวอุดตัน สิวหัวดำล่ะก็ เจ้าขวดนี้ตอบโจทย์เลยจ้า และไม่ต้องกังวลเรื่องแพ้แต่อย่างใด น้อยคนมากจริง ๆ ที่จะมีอาการแพ้ เพราะเขาไม่ใช้สารเคมีที่เป็นอันตรายหรือก่อให้เกิดอาการแพ้ นอกจากเพื่อน ๆ ที่แพ้พวก Organic ก็อาจจะแพ้เจ้าพวกนี้ได้ (ยังไงก็ลองดูส่วนผสมข้างกล่องก่อนน้า)

    ตัวนี้จะเป็นเนื้อเซรั่มแบบ Water Base คือเป็นน้ำใส ๆ อย่างที่เนยบอกไปว่า ถ้ามี Skincare หลายตัว ก็ใช้ตัวนี้ก่อนเพื่อนเลย วิธีการใช้ หยดลงฝามือเพียงแค่ 1 หยด แต้มบริเวณที่เป็นสิว นวดวนเบา ๆ หรือใครจะทาทั่วหน้าก็ได้ โดยวอร์มเซรั่มบนฝ่ามือก่อน แล้วค่อยทาลงบนผิวหน้า แต่สำหรับเพื่อน ๆ ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือผิวแห้ง เนยแนะนำให้ใช้แค่บริเวณที่เป็นสิวเท่านั้นเพราะมันค่อนข้างเข้มข้นและควรใช้เฉพาะตอนกลางคืน เพราะมีส่วนผสมของ BHA 2% ซึ่งอาจเพิ่มความไวต่อผิวเมื่อโดนแสงแดด หลังจากทาเสร็จก็รอซึมแล้วลงตัวต่อไปได้เลย (ถ้ามี) ตัวนี้จะช่วยทำให้สิวหลุดออกง่าย ใครที่มีปัญหาสิวแนะนำตัวนี้เลยจ้า
  • The Ordinary
    Niacinamide 10% + Zinc 1%
    308 บาท

    อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจของแบรนด์ The Ordinary บอกได้คำเดียวว่าตัวนี้เด็ดมาก ทุกคนที่รู้จักแบรนด์นี้ 99.9% ต้องมีเจ้าขวดนี้อย่างน้อย 1 ขวด เพราะเป็นเซรั่มสารพัดประโยชน์ ตอบโจทย์ปัญหาผิวหลักๆ เช่น เรื่องรูขุมขนกว้าง รอยแดง รอยดำที่เกิดจากสิว ริ้วรอยต่าง ๆ นางช่วยได้หมดจ้า เรียกว่าเป็น MUST HAVE ITEM เลยทีเดียว เพราะอย่างที่บอกราคาหลักร้อยแต่คุณภาพแน่นขวด เทียบได้กับ Skincare ของแบรนด์ดัง ๆ หลักพันได้เลย

    วิธีใช้งานก็ง่าย นางเป็น Water Base เหมือนกับเจ้า Salicylic นั่นแหละ แต่จะมีความข้นกว่านิดหน่อย เพราะเจ้า Niacinamide 10% + Zinc 1% มีส่วนผสมที่หลากหลายกว่าก็เลยข้นกว่า วิธีการใช้ก็หยดเซรั่มลงบนฝามือ 1-2 หยด แล้ววอร์มเซรั่มกับมือ ก่อนที่จะทาลงบนผิวหน้า ใช้การทาบ เหมือนใช้น้ำตบ แล้วนวดเบา ๆ ให้เซรั่มซึมเข้าสู่ผิว เป็นวิธีการที่ถูกต้องและดีที่สุด หลังจากนั้นก็ใช้ครีมบำรุงตัวต่อไปได้เลย ข้อดีของเจ้าตัวนี้คือ สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว จิ๋วแต่แจ๋วจริง ๆ
  • BIOTHERM
    Life Plankton Sensitive Emulsion
    1,900 บาท

    อย่างที่เนยเกริ่นก่อนหน้านี้ว่า ถ้าใช้น้ำตบแพลงตอนแล้วก็ต้องมีตัวนี้ด้วย เพราะนางเกิดมาคู่กัน เจ้าตัวนี้เรียกว่าเป็น STEP 1 Look Post Serum คือใช้หลังใช้เซรั่มตัวอื่น ๆ นั่นเอง ตามที่เนยบอกเลย ถ้ามีเซรั่มอื่น ๆ ที่เป็น Water Base ก็ใช้ก่อนนะจ๊ะ ที่เรียกให้นางเป็น STEP 1 เพราะในตระกูลแพลงตอน น้ำตบเป็น STEP 0 แล้วต่อไปก็เป็นนางนั้นเอง และนางยังมี STEP 2 ที่ควรใช้ด้วยกันก็คือ Life Plankton Sensitive Balm ซึ่งจะช่วย Restore Moisturize ให้ผิวหน้าชุ่มชื้นเนียนนุ่มขึ้น สำหรับคนที่ผิวแห้งขาดความชุ่มชื้นมาก ๆ ถือว่าจำเป็น แต่ถ้าผิวผสมก็อาจจะไม่ต้องก็ได้ ถ้าใครเคยใช้ก็จะรู้ว่าเนื้อสัมผัสของบาล์มจะเข้มและหนักกว่าเลยใช้เป็นตัวถัดมา เห็นมั้ยว่าตรงตามสูตรที่บอกเลย

    ขวดนี้ก็เป็นลูกรักของเนยอีกเช่นกัน เนื้อครีมเข้มข้นแต่เกลี่ยง่าย ทาแล้วไม่รู้สึกเหนอะหนะ ขวดหนึ่งเนยใช้ได้ประมาณ 3 เดือน กดแค่ 2 ปั๊มก็พอ วอร์มกับมือ แล้วก็ทาทั่วหน้าได้เลย ตัวนี้มีส่วนผสมของกลิ่นน้ำหอมบาง ๆ แต่ก็กลบกลิ่นตุ่ย ๆ ของแพลงตอนไม่ได้อยู่ดี ส่วนผลลัพธ์ที่ได้บอกได้เลยว่า ดีมาก รอยแดงจางลง ถ้าใช้ต่อเนื่องอย่างถูกวิธี จะช่วยทำให้ผิวที่ Sensitive กลายเป็นผิวแข็งแรง อันนี้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้ว หลายคนคงสงสัยว่ารู้ได้ไง ก็ไปเช็คสภาพผิวตามที่เนยบอกไปตอนต้นไงค่ะ เช็คครั้งแรกและเว้นระยะประมาณ 1-2 เดือน หากผลลัพธ์ดีขึ้นแสดงว่าครีมที่ใช้เป็นประจำ Work กับผิวเรานั้นเอง
  • LANEIGE
    Water Sleeping Mask
    1,100 บาท

    LANEIGE แบรนด์สุดเลิฟของเนย เป็นเจ้าแรกที่ทำให้ Sleeping Mask เป็นที่รู้จัก เพราะก่อนหน้านี้มีแต่มาส์กที่ต้องล้างออกทั้งนั้น และก็มีแบรนด์อื่นผลิตตาม ๆ กันมา แบรนด์บุกเบิกที่ทำให้ K-Beauty ร้อนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งหลังจากที่ได้ไป Beauty Camp มาก็ยิ่งรักมากขึ้น Water Sleeping Mask ตัวนี้ คว้าใจทุกคนตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปี 2015 จนปัจจุบันก็ยังกระแสดีไม่มีตก แถมนางเพิ่มสูตรกลิ่น Lavender มา ช่วยให้ผ่อนคลายระหว่างที่มาส์กหน้านั้นเอง

    Water Sleeping Mask ใช้สำหรับมาส์กข้ามคืน ตื่นมาผิวชุ่มชื่นแบบผิวฉ่ำใสถึงขีดสุด ตามปรัชญาของ LANEIGE ที่ให้ "น้ำ" เป็นส่วนสำคัญในการเติมความชุ่มชื้น เหมือนว่าผิวได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ตัวนี้คือ ต้องมีติดตู้เย็น ตอนทาก็จะเย็นสดชื่นไปอีก เนยใช้หมดไปหลายกระปุกมาก เพราะดีจริง ที่บ้านเนยใช้ทั้งบ้าน โดยเฉพาะคุณแม่ชอบมาก ใช้ทุกวันผิวหน้าฉ่ำใส เรียบเนียน เต่งตึง รูขุมขนกระชับขึ้น เพิ่มความชุ่มชื้นและคอลลาเจนของผิวได้เป็นอย่างดี เห็นผลลัพธ์ชัดเจนจากตัวเองและคุณแม่เนี่ยแหละ ใช้บ่อย ๆ ได้เลย เหมาะกับทุกสภาพผิว ยิ่งถ้าผิวแห้ง ต้องการความชุ่มชื้นสุด ๆ ยิ่งต้องใช้เลย เห็นผลทันตาแน่นอน
  • BIOTHERM
    Life Plankton Mask
    2,100 บาท

    บอกก่อนว่าไม่ได้ ได้สปอนเซอร์จาก BIOTHERM แต่อย่างใด แต่ที่แนะนำเจ้าตระกูลแพลงตอนถึง 3 ตัว เพราะนางใช้ดีจริง โดยเฉพาะใครที่ทำงานแบบไม่เป็นเวลา ต้องแต่งหน้าทุกวัน ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า เวิร์คมาก ทั้งตัวเนยเอง เพื่อน ๆ ที่เป็นแอร์โฮสเตส หรือเพื่อนที่เป็นพิธีกร/นักแสดง Plankton Mask เป็นมาส์กในรูปแบบไฮโดรเจล คือ เป็นเจลแต่ไม่ได้ใสเหมือนน้ำ เนื้อสัมผัสมีความเย็น ๆ เบาบาง

    วิธีการใช้งานก็คือ ใช้มาส์กทั่วหน้าทิ้งไว้โดยไม่ต้องล้างออก ความรู้สึกแรกที่ทาลงบนผิวหน้าคือ เย็นสดชื่น หลังจากนั้นก็นอนได้เลยจ้า ให้นางทำงานข้ามคืนไปเลย ผลที่ได้จากการใช้ตั้งแต่ครั้งแรก จะรู้สึกถึงว่า สดชื่น รู้สึกผิวหน้านุ่มเนียนขึ้น กระชับรูขุมขน เพราะนางมีสารอาหารบำรุงความอ่อนเยาว์ของเซลล์ผิวตั้ง 35 ชนิด แถมช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์มีชีวิตและคอลลาเจน อีลาสตินใต้ผิวได้ดี ช่วยปกป้อง ฟื้นฟูและปลอบประโลมผิว ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนต้องการตัวช่วยเร่งด้วย ตัวนี้ก็ตอบโจทย์ สามารถใช้ทุกวันได้ และถ้าใครชอบความรู้สึกเย็น ๆ แนะนำเอาแช่ตู้เย็นได้เลยจ้า เวลามาส์กก็จะสดชื่นทวีคูณไปอีก หมายเหตุเล็ก ๆ ว่า นางยังคงคอนเซ็ปต์มีกลิ่นตุ่ย ๆ ของแพลงตอนอยู่น้า
  • LANEIGE
    Eye Sleeping Mask
    1,200 บาท

    เจ้าแรกของโลกอีกเช่นเคยกับ LANEIGE Eye Sleeping Mask ที่กล้าพูดได้ขนาดนี้เพราะเป็น Eye Care ที่ใช้หัวแอปพลิเคเตอร์เซรามิกในการนวดบำรุงรอบดวงตา ซึ่งยังไม่มีเจ้าไหนทำ เหมาะสำหรับเพื่อน ๆ ที่มีปัญหารอบดวงตา นอนดึก ใต้ตาคล้ำ ดวงตาไม่สดใส และเหมาะสำหรับคนที่แต่งหน้าบ่อย ๆ เพราะผิวบริเวณรอบดวงตาบอบบางมาก ๆ เวลาล้างเครื่องสำอางบางคนใช้ Eye Remover คู่กับสำลีเช็ดทำให้บริเวณรอบดวงตาระคายเคืองได้เช่นกัน

    ส่วนตัวเนยเป็นคนที่มีปัญหาเรื่องใต้ตาคล้ำ เพราะแต่งหน้าบ่อยและนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งพอมาเจอเจ้าตัวนี้ บอกเลยว่า รีบสอยมาทันที ก่อนหน้านี้ก็ใช้ตัวอื่น ๆ มาก่อนแต่ไม่ค่อยเห็นผลเหมือนเจ้าตัวนี้ อีกอย่างนางเป็นตระกูลของ Sleeping Mask นั่นหมายความว่า ระหว่างที่เราหลับนางก็ยังทำงานไง วิธีการใช้งานก็ง๊ายง่าย เพราะนางมาพร้อมกับแท่งหัวแอปพลิเคเตอร์เซรามิก ที่นอกจากจะใช้งานง่าย หัวเซรามิกยังช่วยกระตุ้นผิวรอบดวงตา ทำให้การหมุนเวียนของเลือดดีขึ้น ทำให้ผิวรอบดวงตาดูสว่างไม่หมองคล้ำ และยังลดอาการตาบวมได้ด้วยนะ เพื่อน ๆ ที่มีปัญหาคล้าย ๆ เนย ลองแล้วจะรัก
  • Cassiey
    Stem ProCollagen Mask
    990 บาท

    เพื่อน ๆ อาจจะเคยเห็นเนยรีวิว มาส์กกู้หน้าพัง Cassiey Stem ProCollagen Mask ซึ๋งเป็นมาส์กในดวงใจอันดับ 1 ตลอดกาล ส่วนตัวเนยเป็นคนที่ชอบเข้าคอร์สทำ Treatment แต่ด้วยตารางงานที่ไม่แน่นอน เนยก็เลยเลือกซื้อ Sheet Mask ติดบ้านไว้เยอะมากโดนใจเนยหลายแบรนด์เลย แต่ที่แนะนำตัวนี้ เพราะตอบโจทย์ที่สุด เห็นผลทันตา มีส่วนผสมของ คอลลาเจนโมเลกุลขนาดเล็กหลายชนิด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการการฟื้นฟูเซลล์ผิวหน้าอย่างเร่งด่วน แพ็กเกจก็ดี แผ่นมาส์กอุดมไปด้วยเนื้อเซรั่มเข้มข้น มีแผ่นฟิล์มรองแผ่นมาส์ก ทำให้ใช้งานง่าย มาส์กทิ้งไว้ 15-20 นาที มาส์กเสร็จก็เอาแผ่นมาส์กออกแล้วก็นวด ๆ เซรั่มที่อยู่บนใบหน้าให้ซึมเข้าผิวหน้าได้เลย และฟังให้ดีน้า น้ำเซรั่มที่เหลืออยู่ในซองสามารถเอามาใช้ทาหน้า ต้นคอ หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ ห้ามทิ้งเด็ดขาด

    ระหว่างที่มาส์กอยู่ จะรู้สึกตึง ๆ บริเวณผิวหน้า เพราะตัวเซรั่มเริ่มทำงานทำให้รู้สึกเหมือนผิวหน้าถูกยกกระชับ ความรู้สึกหลังจากที่ใช้ครั้งแรก จะรู้สึกว่าผิวหน้ากระชับขึ้น ผิวนุ่ม ฟู อิ่มเอิบ สุขภาพดีมากขึ้น ถ้าใช้ติดต่อกันผลลัพธ์ที่ได้จะยิ่งดีขึ้น เพราะเจ้ามาส์กตัวนี้ช่วยในเรื่องของผิวหน้ากระชับ รูขุมขนเล็กลง ลดเลือนริ้วรอย รอยแดง รอยดำจากสิว และยังทำให้ผิวหน้าเรียบเนียนขึ้น สำหรับใครที่ต้องการกู้หน้าเร่งด่วน เนยแนะนำให้มาส์กติดต่อกัน 3 วัน หรือถ้าผิวหน้าเข้าขั้นวิกฤติมาก ๆ โดนทำร้ายจากแดด มาส์กติดต่อกันไปเลย 5 วัน จะได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้นจ้า

favlist ของ nnaeyblur

7 Sheet Mask กู้ผิวหน้าพังให้กลับมาสวยไร้สิว

7 Sheet Mask กู้ผิวหน้าพังให้กลับมาสวยไร้สิว