10 ซีรีส์ญี่ปุ่นที่แนะนำ เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม ประจำปี 2021

10 ซีรีส์ญี่ปุ่นที่แนะนำ เนื้อเรื่องสนุกน่าติดตาม ประจำปี 2021

Creator Image
Jio Fansub
ซีรีส์, ภาพยนตร์, เพลง
  • Haro Aso
    ALICE IN BORDERLAND อลิสในแดนมรณะ


    Jio Fansub

    หากบทความนี้ปราศจาก ALICE IN BORDERLAND ไปก็คงจะไม่สมบูรณ์ เพราะนี่คือซีรีส์ญี่ปุ่นที่รั้งกระแสความปังไปทั่วบ้านทั่วเมืองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2020 จนถึงตอนนี้ กับเรื่องราวของอริสุ เรียวเฮ ที่นำแสดงโดยหนึ่งในเจ้าพ่อดาราภาพยนตร์และซีรีส์ Live Action อย่างยามาซากิ เคนโตะ ชายหนุ่มที่ใช้ชีวิตเฮฮาไปวัน ๆ รวมกับสองเพื่อนรัก คุราเบะ ไดคิจิ (นำแสดงโดยมาจิดะ เคตะ จาก HiGH & LOW และ Cherry Magic) และเซงาวะ โจตะ (โมรินากะ ยูคิ) 

    ขณะที่ทั้งสามคนกำลังสนุกสุดเหวี่ยง ณ ใจกลางชิบูย่า จู่ ๆ ย่านชิบูย่าที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน กลับเหลือเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น มิหนำซ้ำยังถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเกมต่าง ๆ ที่มีกฎว่า หากเกมโอเวอร์จะไม่มีสิทธิ์เริ่มใหม่ และความตายเท่านั้นที่จะมาเยือนแทน เรื่องราวดำเนินไปเรื่อย ๆ จนพาอริสุไปพบกับอุซากิ ยุสุฮะ (สึจิยะ ทาโอะ) สาวนักปีนเขาที่จะร่วมผจญเกมแห่งความตาย พร้อมกับหาคำตอบว่า อะไรนำพาทุกคนเข้ามาสู่แดนมรณะแห่งนี้ ใครคือเบื้องหลังโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้น และจะหาหนทางออกจากฝันร้ายนี้ไปให้ได้อย่างไร 

    ความดีงามที่สร้างกระแสให้ ALICE IN BORDERLAND ในระดับปรากฏการณ์ได้ขนาดนี้ ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเป็นเพราะการดำเนินเรื่องที่สุดมัน กระชับ การสร้างคาแรกเตอร์ได้น่าจดจำ แม้บางตัวละครจะมีบทบาทไม่มากเพียงไม่กี่ตอน ก็สามารถสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นกับคนดูได้ ด้วยปูมหลังที่น่าสนใจ แรงผลักดันในการเข้าร่วมเกม รวมถึงการดีไซน์เกมต่าง ๆ ที่ต้องเข้าร่วมก็ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี 

    ถึงแม้ว่า ซีรีส์เรื่องนี้ก็ยังคงดำเนินไปตามสูตรซีรีส์แนว Survival ที่ต้องมีการหักเหลี่ยมเฉือนคมกันแบบถึงกึ๋น แต่ก็เพิ่มเติมเข้ามาด้วยการสร้างประเด็นที่เป็นแบบทดสอบจิตใจ และเผยธาตุแท้ของบรรดาตัวละครต่าง ๆ ที่หลายคนก็เพี้ยนหลุดโลก หลายคนก็มีเสน่ห์และความหลังชวนให้ผูกพัน พร้อมปูมหลังในการเข้าร่วมเกมมรณะที่สร้างอารมณ์ร่วมได้อย่างดีเยี่ยม ผสมกับกลิ่นอายความเป็นซีรีส์สืบสวนเบา ๆ ที่จะพาเราทุกคน ร่วมกันต่อจิ๊กซอว์เพื่อไขปริศนาของแดนมรณะนี้ไปอย่างลุ้นระทึกจนพลาดไม่ได้แม้แต่ตอนเดียว ซึ่งแน่นอน เมื่อกระแสดีขนาดนี้ ซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้มีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาแล้วว่ามีซีซั่นสองสานต่อความมันอีกแน่นอน 
  • Osamu Suzuki
    How to Eliminate My Teacher


    Jio Fansub

    "โรงเรียนของเราน่าอยู่ คุณครูใจดีทุกคน เด็ก ๆ ก็ไม่ซุกซน เราทุกคนชอบมาโรงเรียน" คำกล่าวที่แสนจะคุ้นเคยนี้ไม่สามารถใช้ได้เลยกับซีรีส์ระทึกขวัญในรั้วโรงเรียนอย่างเรื่อง HOW TO ELIMINATE MY TEACHER เชื่อว่าในช่วงชีวิตช่วงหนึ่ง โดยเฉพาะวัยเรียน เราต่างต้องพบเจอกับผู้สั่งสอนวิชาความรู้อย่างคุณครูมากหน้าหลายตา และบางคนในนั้นก็อาจเป็นครูที่รู้สึกไม่ชอบเอาเสียเลย จนกลายเป็นไม่อยากเรียนวิชากับครูคนนั้นไป เช่นเดียวกับนักเรียนมัธยมปลาย ปี 3 ห้อง D ของโรงเรียนระดับท็อปแห่งหนึ่ง ที่ต่อต้านการมาเยือนของโยชิซาวะ สึเนโอะ คุณครูคนใหม่ ที่นำแสดงโดยทานากะ เค นักแสดงมากฝีมือ ซึ่งนักเรียนกลุ่มนี้ต่างก็ช่วยกันหาทุกวิถีทางที่จะกำจัดครูโยชิซาวะออกไปให้ได้

    สิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่งของซีรีส์เรื่องนี้ก็คือ ตัวครูโยชิซาวะ ที่ไม่ว่าจะโดนกลั่นแกล้งจากบรรดานักเรียนหัวโจกรุนแรงแค่ไหน (โดยหลายครั้งก็กะเอาให้ถึงตาย) เขาก็ไม่เคยสูญเสียรอยยิ้มไปเลยสักครั้ง โดยที่หารู้ไม่เลยว่าเบื้องหลังรอยยิ้มนั้นมีความลับดำมืดชวนขนลุกอยู่ ซึ่งคุณครูผู้นี้ก็พร้อมแล้วที่จะสอนวิชาชีวิตให้กับนักเรียนที่ยังไม่ประสาต่อโลกความเป็นจริงอันแสนโหดร้ายอย่างถึงพริกถึงขิง ชนิดต้องจดจำเป็นบทเรียนไปชั่วชีวิต
  • Choi Jin-hee, Park Ji-young
    Signal


    Jio Fansub

    นายตำรวจหนุ่มยุคปัจจุบัน ซาเอกุสะ เคนโตะ (ซาคากุจิ เคนทาโร่) ได้พบกับวิทยุสื่อสารปริศนาที่ทำให้เขาสามารถสื่อสารกับโอยามะ ทาเคชิ (คิตามุระ คาซุกิ) ตำรวจหนุ่มใหญ่ในอดีตได้ และนายตำรวจทั้งสองก็ตัดสินใจติดต่อกันข้ามกาลเวลาเพื่อไขปริศนาของคดีที่ยังปิดไม่ลง

    หากใครที่ถวิลหาซีรีส์แนวสืบสวนสอบสวนเจ๋ง  ๆ สักเรื่อง SIGNAL ก็คือหนึ่งในเรื่องที่ห้ามพลาดด้วยประกาศทั้งปวง เพราะเรื่องนี้สามารถฝ่ากระแสแรงกดดันจากความเยี่ยมยอดของซีรีส์ต้นฉบับของเกาหลี จนหลายคนให้การยอมรับว่าเป็นการรีเมคที่ยอดเยี่ยมอีกเรื่องหนึ่ง ด้วยจำนวนตอนที่น้อยกว่าฉบับเกาหลี บางคดีก็ถูกตัดออกไป แต่สิ่งที่ได้มาก็คือ ความกระชับและความลุ้นระทึกอย่างต่อเนื่อง บวกกับเสน่ห์ของซีรีส์แนวสืบสวนที่เป็นแนวถนัดของฝั่งญี่ปุ่นอยู่แล้ว รวมถึงพลังดาราและฝีไม้ลายมือของนักแสดงทุกคนทั้งตัวหลักและสมทบ ก็ยิ่งส่งให้ SIGNAL เป็นซีรีส์ที่ไม่สามารถละสายตาได้เลยแม้แต่น้อย
  • Yumiko Inoue
    Emergency Interrogation Room ห้องสอบสวนด่วนพิเศษ


    Jio Fansub

    ต้องยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นชาติที่เอกอุด้านการนำเสนอซีรีส์แนวสืบสวน ซึ่งซีรีส์ส่วนใหญ่ก็จะโฟกัสไปที่การลงพื้นที่ไล่ล่าคนร้ายแบบสุดมัน แต่ไม่ใช่กับเรื่อง Emergency Interrogation Room ที่นำแสดงโดยอามามิ ยูกิ รับบทเป็น มาคาเบะ ยูกิโกะ เพราะสิ่งที่น่าสนใจของเรื่องนี้ก็คือการหยิบเอาการเจรจาของจำรวจฝ่ายเจรจาเพื่อคาดคั้นคำสารภาพหรือสิ่งที่ผู้ต้องหาเก็บงำไว้ในใจให้คลี่คลายออกมา

    อย่างที่เกริ่นไปว่าเรื่องนี้มีแกนหลักอยู่ที่การเจรจาหลังจับคนร้ายได้แล้ว เพราะฉะนั้น ความตื่นเต้นจึงอยู่ที่การใช้จิตวิทยาระหว่างผู้สอบสวนกับผู้ถูกสอบสวนแบบเน้น ๆ ให้เราคนดูได้ร่วมลุ้นและสังเกตทุกพฤติกรรมของคนร้ายภายใต้บรรยากาศอันตึงเครียดในห้องสอบสวนที่ล้อมไปด้วยกำแพงหนาทึบที่สามารถจบได้ทั้งพบกับความดำมืดในใจของคน ๆ หนึ่ง หรือกระทั่งเหตุผลสุดสะเทือนใจที่เปลี่ยนให้คนดีคนหนึ่งต้องยอมมือเปื้อนเลือด ขณะเดียวกัน เมื่อเรื่องราวยิ่งผ่านไป เราก็ยิ่งได้ค่อย ๆ กระเทาะเปลือกความลับในใจของมาคาเบะ นักเจรจามือฉมังไปด้วยเช่นกัน
  • Secret Unrequited Love หัวใจนี้เพื่อเธอ


    Jio Fansub

    ลำพังแค่ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหู แต่ถ้าเอ่ยชื่อ I Give My First Love To You หลายคนที่เป็นสายหนังญี่ปุ่นก็คงจะถึงบางอ้อ เพราะ Secret Unrequited Love คือละครที่สร้างจากหนังรักวัยเรียนในตำนานของญี่ปุ่นเรื่องนี้นี่เอง แม้จะสร้างจากเรื่องราวเดียวกัน แต่ระหว่างการเดินทางของคาคิโนะอุจิ ทาคุมะ (โนมุระ ชูเฮ) และทาเนดะ มายุ (ซากุราอิ ฮินาโกะ) ก็มีบทพิสูจน์รักแท้ภายใต้เงื่อนไขเวลาที่มีอยู่จำกัดด้วยโรคหัวใจของฝ่ายชาย อีกทั้งบริบทในละครที่บ้างก็ถูกตีความใหม่ บ้างก็ขยายความเพิ่มเติม ทำให้อรรถรสที่ได้แตกต่างออกไปจากฉบับภาพยนตร์

    เพราะฉะนั้น เรื่องนี้จึงเหมาะกับทั้งคนที่คิดถึงเรื่อง I Give My First Love To You และคนที่ต้องการสัมผัสกับความดราม่าในชีวิตที่มาพร้อมกับความรักที่ทำให้ต้องลุ้นเอาใจช่วยไปด้วยทุกตอนตามแบบฉบับญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อมานักต่อนัก Secret Unrequited Love ก็คือซีรีส์ที่เล่นกับอารมณ์และบีบคั้นหัวใจจนกระทั่งน้ำตาไหลได้เป็นอย่างดี
  • Kouta Fukihara
    FINAL FANTASY XIV: Dad of Light Final Fantasy XIV: คุณพ่อนักรบแห่งแสง


    Jio Fansub

    หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังพบเจอกับปัญหาระหว่างวัย โดยเฉพาะกับคนในครอบครัว จากตอนเด็ก ๆ ที่เราเคยสนิทกับพ่อแม่มาก ชวนคุย ชวนเล่นกันได้ทุกเรื่อง จนกระทั่งเมื่อเติบโตและอายุของพ่อแม่ก็เริ่มมากขึ้น ได้พบเจอเรื่องราวภายนอกและการใช้ชีวิตที่ต่างกันจนสร้างกำแพงและช่องว่างระหว่างกันขึ้นมา ทำให้บทสนทนาและความเข้าใจในตัวของกันและกันลดน้อยถอยลงทุกที ซีรีส์จาก Netflix เรื่อง FINAL FANTASY XIV: Dad of Light อาจเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้ได้นึกทบทวนถึงความสนิทแนบแน่นระหว่างเรากับพ่อแม่ในวันวาน จนกระทั่งสามารถเข้าไปเริ่มบทสนทนา และนำเขาเข้ามาสู่ชีวิตได้เหมือนเดิม

    ความสวยงามของซีรีส์เรื่องนี้คือ การที่นำเอาเกมมาเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก ที่พอลูกโตขึ้นมีความคิดว่าพ่อของตัวเองนี่เข้าใจยากเสียเหลือเกิน อยากทำอะไรก็ทำ อยากเลิกอะไรก็เลิกโดยไร้การบอกกล่าว ซึ่งถ้าจะให้ว่ากันตามตรง FINAL FANTASY ก็ดูจะเป็นอะไรที่ดูจะฉูดฉาด ไม่เข้ากับวัยผู้ใหญ่ที่ผ่านการสัมผัสกับอะไรแบบนี้มาไม่น้อย 

    แต่ในขณะเดียวกัน เมื่อทางผู้เป็นพ่อเริ่มเปิดใจเล่น (เปรียบได้กับการเริ่มเปิดใจยอมรับในตัววิถีของลูก) ก็เป็นโอกาสดีจากการเล่นเกมที่ไม่ต้องเปิดเผยหน้าตาหรือชื่อจริงในการทำความเข้าใจคนที่เคยเลี้ยงดูอุ้มชูเรามาใหม่อีกครั้ง ซึ่งในแต่ละตอนจะพาคนดูไปทำความเข้าใจความคิดของคนเป็นพ่อ คำสอนของพ่อที่ช่วยให้ลูกข้ามผ่านอุปสรรคในวันที่คุยและปรึกษากันน้อยลง โดยทุกเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในเรื่องก็นำเสนอได้อย่างละมุนละไม ในวันที่การคุยกับพ่อแม่เป็นเรื่องยากขึ้นทุกที ลองเปิดดูเรื่องนี้ แล้วกำแพงและรอยแยกระหว่างกันจะหดสั้นลงไปถนัดตา
  • Hisako Kurosawa
    My Husband Won't Fit รักนี้มีขนาดมาเอี่ยว


    Jio Fansub

    เรื่องราวความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นอย่างประหลาดระหว่างวาตานาเบะ คุมิโกะ (อิชิบาชิ นัทสึมิ) นักศึกษาชั้นปี 1 ที่เดินทางจากบ้านนอกมาเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยยังต่างเมือง และวาตานาเบะ เคนอิจิ (นาคามุระ อาโออิ) รุ่นพี่ร่วมคณะที่ทำตัวเป็นกันเอง และเข้ามาใช้ชีวิตในห้องของคุมิโกะตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน จุดเริ่มต้นที่ออกจะแปลก ๆ แบบนั้นกลับไม่ใช่ปัญหา เมื่อความสัมพันธ์ของคนทั้งสองได้พัฒนาไปจนถึงขั้นคบหาดูใจและแต่งงาน ทว่า ปัญหาของคู่รักคู่นี้คือ ฝ่ายสามีไม่สามารถร่วมรักใต้ผ้าห่มกับภรรยาได้

    นับเป็นปัญหาโลกแตกที่สร้างความขุ่นข้องหมองใจระหว่างคู่รักมานักต่อนักว่า เมื่อรักกันก็ย่อมต้องร่วมรักกัน อย่างนั้นใช่หรือเปล่า หากวันใดที่อีกฝ่ายมีปัญหาจนไม่สามารถทำแบบนั้นได้ หมายความว่า เส้นทางความรักนั้นจะต้องสิ้นสุดลงอย่างนั้นหรือ ซึ่ง My Husband Won't Fit ก็หยิบยกประเด็นนี้มาบอกเล่าและตั้งคำถาม ชวนคนดูขบคิดได้อย่างชาญฉลาดว่า เมื่อหากถึงจุดหนึ่งที่ความรักไม่ใช่แค่ให้เราได้สวมกอดหรือจับมือกันเท่านั้น แต่ยังกระตุ้นเราให้ทำในสิ่งที่ลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิมแต่กลับไม่สามารถทำได้ คู่รักจะแก้โจทย์ชีวิตนี้อย่างไร จะยอมรับได้หรือไม่ หากคนที่เรารักไปมีความสัมพันธ์กับใครอีกคน หรือจะคุยกันอย่างจริงจังเพื่อหาจุดกึ่งกลางที่ช่วยประคับประคองความรักให้ยืนยาวต่อไป ด้วยการดำเนินเรื่องที่เป็นไปแบบสโลวไลฟ์ ตามสไตล์ซีรีส์ฟีลกู้ดญี่ปุ่นที่มีฉากหลังเป็นต่างจังหวัด อยากให้ลองเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาดู เพราะอาจจะช่วยจุดประกายความคิดในการหาจุดพอดีของความรัก และช่วยถอดสมการความรักเท่ากับมีเซ็กส์เท่านั้นจริงหรือ
  • Kouji Hayashi
    I'm Home


    Jio Fansub

    เมื่ออิเอจิ ฮิซาชิ (คิมุระ ทาคุยะ) นักธุรกิจหนุ่มอัจฉริยะฟื้นขึ้นมาพร้อมความจำบางส่วนขาดหายไปและกุญแจปริศนาทั้งสิบดอก พอเขากลับไปที่บ้าน ก็พบว่าตัวเองมีอาการประหลาด เมื่อสิ่งที่มองเห็นคือใบหน้าภรรยาและลูกถูกหน้ากากสวมทับเอาไว้

    เพียงแค่มีคำว่า "หน้ากาก" ก็คงพอเดาได้ไม่ยากว่า I'm Home ต้องเล่นประเด็นความสัมพันธ์กับคนอื่นอย่างแน่นอน ในยุคที่ความสัมพันธ์ใด ๆ เกิดขึ้นและเป็นไปอย่างฉาบฉวย ไม่มีทางเลยที่เราจะได้สัมผัสเนื้อแท้ของคนสักคนแม้กระทั่งคนรักหรือคนในครอบครัว ซึ่งสำหรับซีรีส์เรื่องนี้้ถือว่าตอบโจทย์อย่างมากสำหรับวัยทำงาน ที่ถึงแม้จะปรารถนาดี ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ หนักเอาเบาสู้ หวังเพียงให้ครอบครัวได้สุขสบาย มีกินมีใช้ ไม่เดือดร้อน โดยที่ในหลายครั้งก็ทำให้หลงลืมคิดถึงคนที่รอเราอยู่ที่บ้าน พอกลับจากที่ทำงานก็ไม่แม้แต่ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบหรือความรู้สึกของคนที่อยู่ข้างหลัง กลายเป็นว่าความรักนั้นเป็นไปเพียงเปลือกนอก จากคนรักเริ่มกลายเป็นคนแปลกหน้าเข้าไปทุกขณะ ทำให้ไม่รู้เลยว่าอีกฝ่ายรู้สึกหรือมีสีหน้าเวลามองตากันเป็นอย่างไร ราวกับสวมหน้ากากทับเอาไว้ตลอดเวลา ซีรีส์ I'm Home เรื่องนี้จึงเหมือนเป็นค้อนช่วยกระเทาะเปลือกหน้ากาก ดึงเราให้หันมาสนใจคนในครอบครัวให้มากขึ้น และเปิดใจทำความเข้าใจให้ถึงเนื้อแท้ของกันและกันได้มากกว่าเดิม
  • Yu Toyota
    Cherry Magic! ถ้า 30 ยังซิง! จะมีพลังวิเศษ


    Jio Fansub

    ถ้าถามว่าซีรีส์วายญี่ปุ่นเรื่องไหนที่ทำเอาคนไทยฟินตัวแตก Cherry Magic! ก็คงเป็นอันดับแรก ๆ ที่จะผุดขึ้นมาในความคิด ถามว่าฮิตแค่ไหน ดูง่าย ๆ ก็มีโฆษณาจัดเต็มตามแนวรถไฟฟ้า ติดเทรนด์ทวิตแทบทุกครั้งที่มีตอนใหม่ หันหน้าไปทางไหนก็มีแต่คนพูดถึง

    Cherry Magic! ไม่ใช่ซีรีส์วายที่เน้นขายฉากจูบ แต่เป็นซีรีส์ที่ครบสูตรตามแบบฉบับโรแมนติก-คอเมดี้อย่างไม่ขาดตรงบกพร่องตลอดตั้งแต่ตอนแรกจนจบ เราจะได้เห็นพัฒนาการความรักระหว่างอาดาจิ คิโยชิ (อาคาโซ เอจิ จาก Hey Teacher, Don't You Know?) และคุโรซาวะ ยูอิจิ (มาจิดะ เคตะ จาก ALICE IN BORDERLAND) อย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยมีฉากเซอร์วิสน่ารัก ๆ ชวนจิ้นฟินจิกหมอน ให้ได้ใจเต้นอยู่ตลอดทาง แค่กิมมิกความแฟนตาซีที่แฝงอยู่ในเรื่อง อย่างความสามารถในการอ่านใจเมื่อได้สัมผัสตัวอีกฝ่าย แค่นี้ก็ครบองค์ประกอบที่จะทำให้ฟินตัวแตกได้อย่างไม่ยากเย็น ใครกำลังเหนื่อย ๆ เครียด ๆ อยากดูซีรีส์ฟีลกู้ดที่รับประกันว่าจะทำให้ยิ้มได้ Cherry Magic! คือเรื่องนั้นที่คุณกำลังตามหา
  • Yuko Shimoda, Sorami Date
    Coffee and Vanilla


    Jio Fansub

    "ฟินไปสามวันเจ็ดวัน" "ฟินแบบไม่บันยะบันยัง" นี่คงเป็นนิยามที่ดีที่สุดที่จะมอบให้ซีรีส์เรื่อง Coffee and Vanilla แล้ว เพราะนับตั้งแต่ที่ชิโรกิ ริสะ (ฟุคุฮาระ ฮารุกะ) สาวใสวัยยี่สิบปีที่ชีวิตนี้ไม่เคยได้สัมผัสประสบการณ์รักเลยสักครั้ง ได้มาเจอกับนักธุรกิจหนุ่มพราวเสน่ห์ ฟุคามิ ฮิโรโตะ (ซากุราดะ โดริ) เพียงแค่วันแรกที่สบตา หัวใจทั้งสองก็สปาร์คจอยต่อกัน และหลังจากนั้นก็คือฉากสวีทที่ชวนฟินเหลือหลาย ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่อยากทะลุจอเข้าไปเป็นริสะเพื่อจะได้อยู่ในอ้อมอกของคุณฟุคามิ

    Coffee and Vanilla คือซีรีส์ที่ดัดแปลงจากมังงะที่ถูกสร้างมาเพื่อเซอร์วิสฉาก Make Love ระหว่างพระเอกนางเอกอย่างแท้จริง ทุกสิ่งที่ต้องการในซีรีส์แนวเซอร์วิสถูกรวมเอาไว้ในเรื่องนี้อย่างครบถ้วน นอกจากฉากฟินจิกหมอนที่มาแทบจะทุกนาที ยังผสมไปด้วยฉากอิโรติกเบา ๆ ชวนให้ใจเต้นอยู่เป็นระยะ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน ย่อยง่าย เพียงแค่ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความรักหวาน ๆ ขม ๆ ระหว่างริสะและฟุคามิ ก็จะเข้าถึงนิยามของคำว่า "ฟิน" ที่แท้จริงได้อย่างไม่ยากเย็น