favlist
Creator Image
เบลล่า ธนัชชา
Artist/Beauty Blogger/งานอดิเรก
10 ผลิตภัณฑ์ Dior ตัวไหนดี ควรค่าแก่การครอบครอง

10 ผลิตภัณฑ์ Dior ตัวไหนดี ควรค่าแก่การครอบครอง

สาว ๆ หลายท่านน่าจะคุ้นเคยกับแบรนด์ดังอย่าง Dior ที่ไม่ได้ปังแค่สายแฟชั่น, กระเป๋า, รองเท้า ในหลายปีที่ผ่านมา Dior ได้ปล่อยผลิตภัณฑ์ออกมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นคอลเลคชันจากแฟชั่นโชว์ของ Dior หรือคอลเลคชันพิเศษช่วงเทศกาลต่าง ๆ ที่ทำให้สาว ๆ อย่างเราใจสั่นอยากได้มาครอบครอง ในไลน์ของบิวตี้จาก Dior ก็ยังมีซุปเปอร์โมเดลอย่าง Bella Hadid มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ กับแพ็กเกจที่สวยหรูดูแพง แถมเสียงตอบรับจากบิวตี้บล็อกเกอร์และผู้ใช้จริงจากทั่วโลกดีเยี่ยม เรียกได้ว่าเป็นอะไรที่ยั่วยวนคนชอบทดลองของใหม่ ๆ อย่างหล้ามาก ๆ ค่ะ 

รีวิวผลิตภัณฑ์ทุกตัวที่จะรีวิวในวันนี้ เป็นผลิตภัณฑ์ที่หล้าใช้เองจริง ๆ บางตัวใช้หมดไปหลายรอบแต่ก็ยังซื้อซ้ำ ๆ เพราะว่าของเขาดีจริง ๆ ในวันนี้ หล้าเลยอยากมาบอกต่อค่ะ เรามาดูกันเลยดีกว่าว่าผลิดภัณฑ์ตัวไหนที่สาว ๆ สายบิวตี้และสกินแคร์ไม่ควรพลาดบ้าง ! 
  • Dior
    Lip Glow
    1,190 บาท

    ลิปมันเปลี่ยนสีในตำนาน ขอบอกว่าตัวนี้หล้าใช้มาเกือบ 10 ปีก็ยังไม่มีตัวไหนมาทดแทนได้ มีให้เลือกหลายเฉดสี แต่บอกได้เลยว่าปังทุกสีจริง ๆ ค่ะ จะใช้ทาเดี่ยว ๆ ก็ให้ลุคธรรมชาติ หรือจะทาก่อนลงลิปสติกก็เพิ่มความฉุ่มฉ่ำให้กับริมฝีปากได้ดี ตัวแพ็กเกจสีชมพูสดใสสไตล์ลูกคุณหนู พกไว้ในกระเป๋าได้สะดวกมากค่ะ ถึงราคาจะแรงไปหน่อยแต่ขอบอกว่าใช้คุ้มจริง ๆ หล้าเป็นคนให้ความสำคัญกับลิปมันมาก ลองมาหลายแบรนด์แต่ก็มีแค่ตัวนี้ที่ใช้จนหมดไปหลายแท่งและก็ยังคงซื้ออยู่ ใครที่ยังไม่เคยลอง ขอแนะนำให้ลองสักครั้งแล้วคุณจะติดใจ 
  • Dior
    Addict Lip Tattoo
    1,390 บาท

    ในช่วงหลัง ๆ นี้ แทบทุกแบรนด์ดังได้ออกสินค้าที่เป็นลิปจุ่มออกมามากมาย จนเราตามกันแทบไม่ทันเลยทีเดียว ส่วนตัวหล้าได้ซื้อมาทดลองใช้อยู่หลายแบรนด์ แต่ที่ชอบที่สุดก็เป็นลิปจุ่มตัวนี้ของ Dior นี่แหละค่ะ เนื้อสัมผัสมีความบางเบา เมื่อทาลงบนปากจะมีความเหลวมากกว่าแบรนด์อื่นที่จะออกไปทางเหนียวและข้นกว่า แต่ว่าความแน่นของสีนั้นไม่ได้น้อยกว่าแบรนด์อื่นเลย 

    ตัวลิปมีกลิ่นมินต์อ่อน ๆ ความติดทนอาจไม่ถึง 10 ชั่วโมงอย่างที่แบรนด์เคลมเพราะว่าสีจะมีหลุดบ้างถ้ากินข้าวดื่มน้ำ แต่ก็ไม่ถึงกับต้องคอยเติมทุกชั่วโมง ที่สำคัญคือสีไม่เลอะติดกับมาสก์ค่ะ เฉดสีที่มีให้เลือกก็ดีงามทุกสีจนอยากซื้อให้ครบเลยค่ะ
  • Dior
    Rouge Dior Couture
    1,490 บาท

    ลิปตัวใหม่ที่ Dior เพิ่งปล่อยออกมา มี 4 ฟินิช ได้แก่ ซาติน แมตต์ เมทัลลิคและกำมะหยี่ สีที่หล้าเลือกมาคือสีแดง 999 เนื้อกำมะหยี่ค่ะ ตัวนี้อยากบอกว่ารักมาก เพราะว่าเนื้อสัมผัสสบายปาก ตอนทาแล้วรู้สึกว่าไม่แห้งเกินและไม่ฉ่ำเกิน มีความนุ่มละมุนเหมือนกำมะหยี่ ไม่ต้องทาซ้ำบ่อย สีติดทนนานทั้งวัน ที่สำคัญคือ ลิปตัวนี้สามารถรีฟิลได้นะคะ ถ้าเราใช้หมดแล้ว สามารถซื้อตัวรีฟิลมาใส่ในเคสแท่งเดิมได้ ไม่สิ้นเปลืองทรัพยากรของโลก แถมแพ็กเกจก็เป็นดีไซน์ใหม่ มีโลโก้ CD อยู่บนแท่งลิป เรียบหรูดูแพงสมกับชื่อเสียงของเขาเลยค่ะ 
  • Dior
    Forever Skin Correct
    1,500 บาท

    คอนซีลเลอร์ที่ปล่อยออกมาปีที่แล้ว และหล้าก็ได้ทดลองใช้จึงรู้สึกว่าตัวนี้แหละที่เราตามหามานาน หล้าเป็นคนผิวผสม แต่ส่วนของแก้มจะมีความแห้งมากกว่า ซึ่งคอนซีลเลอร์ส่วนใหญ่จะออกไปทางเนื้อแมตต์และทำให้ผิวแห้ง บางตัวที่ใช้ก็ดันทำให้ผิวลอกออกมาเป็นแผ่น แต่ว่าตัวนี้ของ Dior ไม่ทำให้ผิวแห้ง ไม่หนักหน้า ปกปิดรอยด่างดำ รอยคล้ำใต้ตาได้เรียบเนียน เนื้อสัมผัสเหมือนรองพื้นทั่วไปแต่จะมีความข้นกว่า หัวแปรงก็ใช้ได้สะดวก สามารถแตะลงบนผิวแล้วเกลี่ยด้วยนิ้วได้ง่ายมาก ความติดทนนานนี่อยู่ได้ตลอดวันค่ะ 
  • Dior
    Face & Body Foundation
    1,650 บาท

    รองพื้นที่ใช้ในแฟชั่นโชว์ของ Dior ก็คือตัวนี้เลยค่ะ สามารถใช้ได้ทั้งบนหน้าและตัว เนื้อสัมผัสเป็นสูตรน้ำ กันเหงื่อ จุดขายของตัวนี้ที่ดังมาก ๆ ในต่างประเทศเลยคือ มีหลากหลายเฉดสีให้กับคนทุกสีผิว จะทาเบา ๆ ชั้นเดียวเพื่อให้ผิวดูธรรมชาติและได้การปกปิดบางเบา หรือถ้าอยากปกปิดมากหน่อยก็ลงสองชั้นได้เลยค่ะ เมื่อทาแล้วไม่ทำให้รู้สึกหนักหน้า เพราะเนื้อสัมผัสเป็นน้ำและเกลี่ยง่ายมาก ไม่ตกร่องตามริ้วรอยบนหน้า ฟินิชจะออกไปทางแมตต์แต่ไม่ถึงกับแห้ง ใครผิวมันหน่อยตัวนี้น่าจะช่วยได้ดีเลยค่ะ 
  • Dior
    Diorshow Iconic Overcurl Mascara
    1,380 บาท

    มาสคาร่าตัวเด็ดของ Dior ตัวนี้ต้องยอมให้เป็นที่หนึ่งในใจเลยค่ะ หล้าชอบเนื้อสัมผัสที่ไม่ติดเป็นก้อน ทำให้ขนตาเรียงสวยไม่เป็นกระจุก อีกทั้งยังกันน้ำ กันเหงื่อ ไม่ทำให้เป็นหมีแพนด้า ตัวด้ามของมาสคาร่าก็มีความโค้งรับกับตา ใช้ง่ายไม่เลอะเทอะแน่นอนค่ะ ถ้าอยากได้ขนตางอนและหนา ยังไงก็ต้องลองตัวนี้ มี 3 สีให้เลือกคือ ดำ น้ำตาล และน้ำเงิน หล้าได้ลองสีดำกับสีน้ำเงิน อยากบอกว่าสีน้ำเงินของนางคือดีมาก ๆ ค่ะ ไม่หลอกตา ไม่แฟนตาซีจนเกินไป สีดำก็ปัดแล้วสวยได้รับแต่คำชมจนตัวลอยเลยต้องมาบอกต่อ ขนตาสวยได้โดยไม่ต้องขนตาปลอมแน่นอนค่ะ
  • Dior
    Forever Foundation Glow
    2,400 บาท

    แนะนำรองพื้นเนื้อแมตต์ธรรมชาติกันไปแล้ว มีอีกตัวที่เป็นลูกรักสำหรับคนที่ชอบงานผิวฉ่ำน้ำแบบโกลว์ ๆ ค่ะ ตัวนี้ติดทนนานตลอดวัน ผิวดูสวยสุขภาพดีพร้อม SPF 35 PA+++ การปกปิดถือว่าดีมากเลยทีเดียวค่ะ หล้าใช้แค่ชั้นเดียวก็รู้สึกว่าปิดได้มากพอต่อวันแล้ว เหมาะสำหรับคนที่นั่งในห้องแอร์ทั้งวันและรู้สึกหน้าแห้ง แต่คนที่มีผิวมันก็ใช้ได้เหมือนกันนะคะ เพราะตัวนี้ไม่ทำให้หน้าเมือกค่ะ 

    เวลาที่หล้าใช้รองพื้นตัวนี้ หล้าจะได้รับคำชมทุกครั้งว่าผิวดีจัง ได้ทารองพื้นหรือเปล่า อยากจะบอกว่าตัวนี้เหมาะกับคนชอบงานผิวจริง ๆ ค่ะ ฟินิชไม่มีตกร่อง ทาเปล่า ๆ โดยไม่ลงแป้งก็ยังเอาอยู่ ราคาอาจสูงหน่อย แต่รับรองว่าคุ้มราคาและไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ  
  • Dior
    Diorskin Mineral Nude Luminizer
    2,000 บาท

    หนังปลาทูที่ว่ามันวาวนั้น ลองเจอไฮไลต์เตอร์ตัวนี้เข้าไปแล้วคุณจะตกหลุมรักอย่างแน่นอน ส่วนตัวแล้ว หล้าชอบไฮไลต์ที่บิ้วได้เพราะเป็นคนมือหนักพอสมควร ตัวนี้ให้ความโกลว์กับผิวแบบไม่หลอก ดูธรรมชาติ แต่ถ้าคุณต้องออกงานกลางคืนและต้องการเพิ่มความชัดเจนในแง่ความมันวาวเหมือนหนังปลาทูล่ะก็ ไฮไลต์เตอร์ตัวนี้เอาอยู่ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นช่วงโหนกแก้ม คิ้ว สันจมูก หรือว่าจะหัวตา ตัวนี้ทำได้หมดทุกอย่างค่ะ รุ่นนี้มี 2 เฉดสีให้เลือกตามความชอบของแต่ละคน แพ็กเกจตัวนี้คือดีงามที่สุด ตลับบาง เรียบหรู เห็นแล้วคือบอกได้คำเดียวว่า "ซื้อ" ค่ะ
  • Dior
    Miss Dior Absolutely Blooming Eau De Parfum
    6,600 บาท

    น้ำหอมกลิ่นประจำตัวที่ใช้มา 7 ปีขอยกให้ตัวนี้เลยค่ะ ใช้มาตั้งแต่วัยขบเผาะจนตอนนี้แตะ 30 ก็ยังใช้ได้อยู่นะคะ ใครที่ชอบกลิ่น Fruity Floral ขอให้ลองตัวนี้เลยค่ะ ในส่วนของผลไม้ ก็จะมีกลิ่นราสป์เบอร์รี, ทับทิม และแบล็คเคอร์แรนต์ ส่วนกลิ่นดอกไม้จะเป็นกลิ่นกุหลาบกับดอกพีนี่ และเบสเป็น White Musk ค่ะ เหมาะกับคนที่มีคาแรคเตอร์สดใสน่ารักขี้เล่น ตัวแพ็กเกจให้ฟีลลูกคุณหนูสมชื่อ Miss Dior ตัวจริง เนื่องจากตัวนี้เป็น EDP จึงไม่จำเป็นต้องฉีดเยอะก็ติดทนได้ทั้งวันค่ะ