




บทความนี้เรามีวิธีการเลือกมูสใส่ผมผู้ชายให้เหมาะกับการใช้งานและสภาพเส้นผม ทั้งสำหรับผมเส้นใหญ่ ผมดัด และผมแห้งเสีย พร้อมคำแนะนำจากคุณพรรณิภา พูลสวัสดิ์ เจ้าของร้านทำผม CHAMPOO Hair Studio และยังมี 10 มูสใส่ผมผู้ชาย จากยี่ห้อยอดนิยม โดยมีทั้งสูตรความแข็งระดับกลางและความแข็งระดับสูง มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 มูสใส่ผมผู้ชาย ยอดนิยม

คุณจ๋าเป็นเจ้าของ CHAMPOO Hair Studio สาขานครสวรรค์และเชียงใหม่ ร้าน Private Salon ที่มีฐานลูกค้ามากกว่า 2,000 คน และมีผู้ติดตามโซเชียลมีเดียกว่า 6,000 คน โดยดูแลทั้งคุณภาพงานทำผม ความพึงพอใจของลูกค้า การคัดเลือกผลิตภัณฑ์ และการตลาดของร้านทั้งหมด โดยคุณจ๋าเริ่มต้นจากการช่วยบริหารร้านของครอบครัว ก่อนจะพัฒนาทักษะด้านการทำผมและสร้างแบรนด์ของตัวเอง จนประสบความสำเร็จในการเปิดร้านสาขาแรกและขยายธุรกิจสู่เชียงใหม่ ซึ่งคุณจ๋าใส่ใจในการคัดสรรผลิตภัณฑ์ เช่น ยาย้อมผม แชมพู แว็กซ์สีผม และครีมบำรุงผม รวมถึงอัปเดตเทรนด์ทรงผมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพ เหมาะสมกับบุคลิกภาพและสุขภาพเส้นผมมากที่สุด

คุณเกมส์เป็น Content Writer ที่ให้ความสำคัญกับสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นรองเท้า นาฬิกา น้ำหอม สกินแคร์ อุปกรณ์ Grooming ไปจนถึงแกดเจ็ตที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในชีวิตประจำวัน เช่น โน้ตบุ๊ก สมาร์ตโฟน และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ด้วยความหลงใหลในแฟชั่นและเทคโนโลยี คุณเกมส์จึงติดตามเทรนด์สินค้าใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง พร้อมวิเคราะห์คุณสมบัติและการใช้งาน เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเลือกสินค้าที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้ง่ายขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีประสบการณ์ทำงานในวงการสื่อข่าวกีฬา ไลฟ์สไตล์ และ Digital Agency ทำให้มีความเข้าใจเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้บริโภค และนำเสนอข้อมูลสินค้าได้อย่างกระชับและตรงจุด นอกจากการทำคอนเทนต์เกี่ยวกับของใช้ผู้ชายแล้ว คุณเกมส์ยังสนใจด้านกีฬาและดนตรี ซึ่งช่วยให้มีมุมมองที่กว้างขึ้นในการเลือกและรีวิวสินค้า โดยเน้นทั้งดีไซน์ ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง ทุกบทความจึงผ่านการค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ สามารถตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
● ขั้นตอนการเตรียมผม (Pre-Setting) เป็นขั้นตอนในการเตรียมเส้นผมให้พร้อม เช่น มูส
● การจัดทรงผม (Setting) เป็นขั้นตอนการเซ็ตผมไปในทรงหรือทิศทางที่เราต้องการ เช่น แวกซ์
● การล็อกทรงผม (Finishing) เพื่อให้ทรงผมอยู่ได้อย่างคงทน อัดให้แข็งอยู่ทน เช่น สเปรย์
ซึ่งมูสจะอยู่ในกลุ่มการเตรียมผมหรือ Pre-setting มูสเอาไว้ใส่ผมขณะที่ผมเปียกเพื่อเตรียมเส้นผมและเป่าเป็นทรงที่ต้องการ โดยมูสจะทำให้ผมที่จัดแต่งทรงนั้นอยู่ทรงนานยิ่งขึ้น มีความเงาและเบา เพราะมูสมีคุณสมบัติในการพองตัวเมื่อถูกความร้อนและจะคงสภาพเมื่อแห้งตัวเนื่องจากมูสมีส่วนผสมของพอลิเมอร์ เมื่อนำมูสมาใส่ที่เส้นผม มูสจะจับตัวเข้ากับเส้นผม หากทำการจัดทรงจะช่วยให้ผมดูมีวอลลุ่มมากขึ้น นอกจากนี้หากมูสโดนความร้อนก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผมดูหนา แข็ง อยู่ทรง ช่วยให้ผมไม่ชี้ฟูหรือดูลีบแบนจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการจัดทรงผมและเข้าสู่ขั้นตอนการล็อกทรงผมต่อไป

ดังที่กล่าวด้านบนจะเห็นได้ว่ามูสอยู่ในกลุ่มการเตรียมผม Pre-Setting แต่ในปัจจุบันผลิตภัณฑ์มูสที่จำหน่ายตามท้องตลาดสามารถทำหน้าที่ได้ทั้งในขั้นตอนการเตรียมผม (Pre-Setting) และการจัดแต่งทรงผม (Setting) รวมกันไว้ เพื่อลดขั้นตอนการใช้งานของผู้บริโภคให้มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น
การเลือกซื้อมูสสำหรับใส่ผมผู้ชายนั้นจำเป็นต้องพิจารณาถึงฟินิชลุคที่อยากได้ สถานที่ที่จะไป สภาพเส้นผม ทรงผมของผู้ใช้งาน และสภาพอากาศของเมืองไทยประกอบกัน ดังนั้นเราไปดูกันว่ามีปัจจัยไหนที่ควรใส่ใจเวลาเลือกซื้อมูสใส่ผมกันบ้าง
สำหรับผู้ที่ต้องการใช้มูสเพื่อจุดประสงค์ในการจัดแต่งทรงผมให้อยู่ตรงได้นาน เราไปดูกันว่ามีหลักในการเลือกซื้อมูสอย่างไรให้ตรงกับความต้องการและได้ลุคที่ออกมาดูดีพร้อมทั้งให้การบำรุงเส้นผมไปพร้อม ๆ กัน
มูสส่วนใหญ่จะแบ่งระดับความแข็งออกเป็น 3 ระดับ คือ ความแข็งระดับอ่อน, ความแข็งระดับปานกลางและความแข็งระดับสูง หรือบางแบรนด์อาจจะแบ่งซอยย่อยออกเป็นตัวเลข 1 - 5 โดยมีหลักการเลือกง่าย ๆ คือ ระดับความแข็งจะเรียงจากตัวเลขน้อยไปหามาก ยิ่งตัวเลขมีค่ามากก็จะยิ่งมีระดับความแข็งสูงนั่นเอง
การเซ็ตผมให้ดู้ป็นธรรมชาติเหมาะกับทุกสภาพเส้นผม ในลุควันสบาย ๆ หรือ Everyday Lookที่ไม่ต้องการความเป็นทางการ สามารถเลือกมูสที่มีความแข็งอยู่ในระดับกลาง ๆ ช่วงระดับ 2 - 4 ได้ ถ้าผมเส้นใหญ่และมีความแข็งแนะนำให้เลือกระดับสูงขึ้นมาหน่อยแต่ถ้าผมเส้นเล็กก็เลือกระดับอ่อนลงมาได้
แต่โดยทั่วไปแล้วเทรนด์แฟชั่นของผู้ชายไทยส่วนใหญ่จะต้องการเซ็ตผมให้มีความแข็ง แน่น และมีความตั้งอยู่ทรง จึงแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่เขียนว่า Hard, Super Hard, Strong, Hold Hairหรือเลือกระดับตัวเลขสูง ๆ แต่ข้อเสียของการใช้มูสที่มีระดับความแข็งสูงนั้นจะทำให้ผมเสียแห้งกรอบได้เนื่องมาจากปริมาณแอลกอฮอล์ที่ผสมอยู่ในมูส ยิ่งมูสที่มีระดับความแข็งสูงก็จะมีปริมาณแอลกอฮอล์สูงตามไปด้วย ซึ่งผู้ใช้งานจะสังเกตเห็นสภาพเส้นผมที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่อใช้ต่อเนื่องเป็นประจำสักประมาณ 3 เดือน

ผมที่แห้งเสียจะเกิดที่บริเวณปลายผม แต่โดยทั่วไปแล้วความถี่ในการตัดผมของผู้ชายจะอยู่ที่ 3 - 6 สัปดาห์ต่อครั้ง ดังนั้นในผมส่วนปลายที่มีสภาพแห้งกรอบก็จะถูกตัดออกไปอยู่แล้ว นอกจากนี้ปัญหาขุยหรือคราบขาวที่เกิดขึ้นบนเส้นผมนั้นก็เกิดมาจากแอลกอฮอล์ที่แห้งอีกด้วย หากผู้บริโภคให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ก็อาจเลือกซื้อมูสเกรดที่ร้านทำผมหรือร้านซาลอนใช้ก็จะได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงขึ้นแต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาของผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้นเช่นกัน
การเลือกเทกเจอร์ (Texture) ของมูสก็มีความสำคัญเช่นกันเพราะจะสะท้อนออกมาสู่บุคลิกภาพของผู้ใช้งานได้ โดยมูสจะแบ่งลักษณะเนื้อเทกเจอร์ออกเป็น 4 ประเภท คือ เงา, กึ่งเงา, ด้าน และแบบผสมกลิตเตอร์
หากต้องการใช้มูสในชีวิตประจำวันหรือ Everyday Look แนะนำว่าควรเลือกมูสที่ให้เทกเจอร์กึ่งเงาหรือด้านเพราะจะทำให้ผมดูสุขภาพดี หากใช้มูสที่มีเนื้อเทกเจอร์แบบเงาจะทำให้ผมดูเปียก และยิ่งประกอบกับสภาพอากาศของเมืองไทยที่มีอากาศร้อนก็จะทำให้เส้นผมมีลักษณะคล้ายเหงื่อออกซึ่งจะมีผลต่อบุคลิกภาพได้
การจัดแต่งทรงผมเพื่อออกงานจำเป็นต้องเซ็ตผมให้มีความคงทนอยู่ได้นานมากที่สุด อีกทั้งยังต้องการฟินิชลุคที่เหมาะกับการออกงาน เราไปดูกันว่ามีหลักในการเลือกมูสอย่างไรหากต้องการจัดแต่งทรงผมเพื่อการออกงานดังรายละเอียดด้านล่างนี้
สำหรับผู้ชายที่ต้องการจัดแต่งทรงผมเพื่อออกงานจำเป็นต้องจัดแต่งทรงผมให้ครบทั้ง 3 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนการเตรียมผม (Pre-Setting) ขั้นตอนการจัดทรงผม (Setting) และขั้นตอนการล็อกทรงผม (Finishing) เพื่อให้ทรงผมที่ได้มีความคงทนและอยู่ได้นาน ดังนั้นควรเลือกผลิตภัณฑ์มูสประเภท Pre-Setting เลยจะดีกว่าแล้วค่อยใช้แวกซ์หรือสเปรย์ในการจัดทรงผมและล็อกทรงผมต่อไป
นอกจากนี้ ผู้ชายที่มีสภาพผมเส้นใหญ่คล้ายเส้นเอ็นจะมีปัญหาจัดแต่งทรงผมได้ยาก เพราะผมจะดีด ชี้ ไม่เป็นทรง การเลือกใช้มูสสูตร Pre-Setting ที่มีความแข็งระดับสูงสุดจะช่วยให้การจัดแต่งทรงผมทำได้ง่ายยิ่งขึ้น
หากต้องการจัดแต่งทรงผมเพื่อออกงานกลางคืน งานแฟชั่น หรืองานต้องการความเป็นทางการในระดับสูง ควรเลือกมูสที่ให้ฟินิชลุคแบบเงาหรือทรงผมสไตล์ Wet Look ซึ่งเป็นลักษณะผมที่ดูเปียกฉ่ำน้ำ ให้ความรู้สึกเท่มีสไตล์ ฟินิชลุคแบบนี้จะเหมาะสำหรับงานกลางคืนเพราะแสงไฟจะกระทบกับเส้นผมที่เปียกทำให้เส้นผมดูเงางาม ช่วยเพิ่มลุคให้ดูพิเศษมากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์มูสที่ขายตามท้องตลาดจะแบ่งเทกเจอร์ออกเป็น 3 แบบ คือ แบบเงา, กึ่งเงา และแบบด้านนอกจากนี้ยังมีเทกเจอร์แบบกลิตเตอร์ ซึ่งเหมาะสำหรับงานแฟชั่น งานเดินแบบ หรือแฟชั่นโอตกูตูร์ อีกด้วย
จริง ๆ แล้วหากใช้มูสสูตรปกติทั่วไปมาเซ็ตผมดัดก็สามารถทำได้เช่นกันแต่จะได้ฟินิชลุคผมดัดแบบยุโรปที่ลอนจะดูแข็งทื่อเป็นขอด ๆ ซึ่งอาจจะไม่ตอบโจทย์กับเทรนด์แฟชั่นในปัจจุบันเท่านั้นเอง

มูสสูตรสำหรับผมดัดมีลักษณะการใช้งานแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ ใช้ใส่ตอนที่ผมเปียกหรือใส่ตอนผมแห้ง โดยสามารถเลือกได้ตามความสะดวกในการใช้งานโดยที่ฟินิชลุคที่ออกมาแทบไม่ต่างกัน แต่มีข้อควรระวังในการใช้งานคืออย่าใช้ผิดวิธี เพราะหากใช้ผิดวิธีจะเกิดข้อเสียตามมาดังนี้ เช่น กรณีที่เป็นมูสสำหรับใส่ผมตอนเปียกแต่หากนำไปใส่ตอนแห้งจะทำให้เกลี่ยยาก ทำให้ผมจับตัวเป็นก้อน ในทางกลับกันหากนำมูสที่ใส่ตอนผมแห้งไปใช้งานขณะที่ผมเปียกก็จะทำให้ดูเหมือนผมเปียกตลอดเวลา

สำหรับคนที่มีผมเส้นเล็ก การเลือกมูสที่มีส่วนผสมในการให้ความชุ่มชื้นจำพวกน้ำมันอาจทำให้เส้นผมดูลีบแบนได้ ดังนั้นให้ลองมองหาส่วนผสมในการให้ความชุ่มชื้นเป็นอย่างอื่น เช่น วิตามิน B5 และคอลลาเจน เป็นต้น
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ระดับความแข็ง | ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | ปริมาณบรรจุ | ปราศจากแอลกอฮอล์ | |||||
1 | Schwarzkopf Silhouette Mousse Super Hold | ![]() | มีเทคโนโลยีที่ช่วยให้ผมอยู่ทรงนานขึ้น วอลลุ่ม ไม่เหนอะหนะ | ระดับปานกลาง | Caprylyl Glycol | 200 มิลลิลิตร | ||
2 | Gatsby Meta Rubber Bubble | ![]() | เพิ่มวอลลุ่มให้เส้นผม ไม่ทิ้งคราบขาว เหมาะกับผมดัดลอน | ระดับปานกลาง | Glyceryl Isostearate | 180 มิลลิลิตร | ||
3 | Loreal Tecni Art Full Volume Extra | ![]() | ความแข็งระดับ 5 ล็อกผมให้อยู่ทรงได้นาน ไม่ทำให้ผมเสีย | ระดับสูง | ไม่ระบุ | 250 มิลลิลิตร | ||
4 | Caring Magix Mousse Wax | ![]() | บำรุงเส้นผมให้มีน้ำหนัก อยู่ทรงนาน ปราศจากแอลกอฮอล์ | ระดับสูง | Sunflower Seed Extract, Apple Nourish Moisturizer | 220 มิลลิลิตร | ||
5 | DCASH Moving Hair Mousse Number 10 Strong & Hard Hold | ![]() | จัดทรงผมให้อยู่ทนตลอดทั้งวันระดับ 10 เนื้อมูสไม่เหนอะหนะ | ระดับสูง | White Oil | 200 มิลลิลิตร | ไม่ระบุ | |
6 | Paul Mitchell Extra-Body Sculpting Foam | ![]() | สารสกัดขิงฮาวาย บำรุงผมเงางาม เพิ่มวอลลุ่มให้ผมดูหนา | ระดับปานกลาง | Vitamin B5, Awapuhi Wild Ginger | 200 มิลลิลิตร | ||
7 | Lolane Free Styling Mousse | ![]() | มีวิตามินบำรุงให้ความชุ่มชื้น ช่วยจัดแต่งทรงผมดูมีวอลลุ่ม | ระดับปานกลาง、ระดับสูง | Vitamin B5 | 130, 220 มิลลิลิตร | ||
8 | Wella EIMI Root Shoot Hair Mousse | ![]() | มูสสำหรับยกโคนผม ความแข็งระดับ 2 ไม่ทำให้หนักศีรษะ | ระดับปานกลาง | ไม่ระบุ | 200 มิลลิลิตร | ||
9 | Cruset Hair Styling Mousse | ![]() | มูสจัดแต่งทรงผมสูตรน้ำ มีสารเคลือบบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้น | ระดับปานกลาง | Panthenol, Keratin | 210 มิลลิลิตร | ไม่ระบุ | |
10 | ESLABONDEXX Pre-Styling Mousse | ![]() | ซ่อมแซมแกนผม ปกป้องจากความร้อน เหมาะกับผมทำสี | ระดับปานกลาง | Panthenol | 200 มิลลิลิตร | ไม่ระบุ | |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Caprylyl Glycol |
| ปริมาณบรรจุ | 200 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Glyceryl Isostearate |
| ปริมาณบรรจุ | 180 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับสูง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 250 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับสูง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Sunflower Seed Extract, Apple Nourish Moisturizer |
| ปริมาณบรรจุ | 220 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับสูง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | White Oil |
| ปริมาณบรรจุ | 200 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ | ไม่ระบุ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Vitamin B5, Awapuhi Wild Ginger |
| ปริมาณบรรจุ | 200 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง、ระดับสูง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Vitamin B5 |
| ปริมาณบรรจุ | 130, 220 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | ไม่ระบุ |
| ปริมาณบรรจุ | 200 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Panthenol, Keratin |
| ปริมาณบรรจุ | 210 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ | ไม่ระบุ |
| ระดับความแข็ง | ระดับปานกลาง |
|---|---|
| ส่วนผสมที่ให้ความชุ่มชื้น | Panthenol |
| ปริมาณบรรจุ | 200 มิลลิลิตร |
| ปราศจากแอลกอฮอล์ | ไม่ระบุ |
อันดับที่ 1: Schwarzkopf|Silhouette Mousse Super Hold
อันดับที่ 2: Gatsby |Meta Rubber Bubble
อันดับที่ 3: Loreal|Tecni Art Full Volume Extra
อันดับที่ 4: Caring |Magix Mousse Wax
อันดับที่ 5: DCASH|Moving Hair Mousse Number 10 Strong & Hard Hold
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































