10 ยาทาเล็บ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ทาง่าย ติดทน
ยาทาเล็บ เป็นเครื่องสำอางที่ช่วยเติมสีสันให้เล็บสวยงาม และคอมพลีทลุคให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งในปัจจุบันนอกจากจะมีเฉดสีให้เลือกหลากหลาย ยังมีสูตรใหม่ ๆ ให้เลือกมากขึ้น ทั้งแบบธรรมดา แบบเจล และแบบกึ่งเจล รวมถึงเอฟเฟกต์พิเศษ เช่น สีลูกแก้ว กลิตเตอร์ และสีแมตต์ ให้สนุกกับการเปลี่ยนลุคได้ตามโอกาสหรือสไตล์ที่ชื่นชอบ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาทาเล็บ สำหรับผู้ที่ทาเล็บเองที่บ้านเป็นประจำ มือใหม่ที่เพิ่งเริ่มหัดทาเล็บ และผู้ที่ต้องการลุคเฉพาะทาง พร้อมคำแนะนำจากคุณภิญญดา อารีพงศ์ เจ้าของธุรกิจร้านทำเล็บ และคุณพักตร์พริ้ง หมีปาน ช่างทำเล็บและหุ้นส่วนร้านทำเล็บในประเทศญี่ปุ่น อีกทั้งยังมี 10 ยาทาเล็บยอดนิยม ที่มีทั้งยาทาเล็บธรรมดา ยาทาเล็บเจล และยาทาเล็บกึ่งเจลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย

คุณเมย์เป็นเจ้าของ Color Nail ร้านทำเล็บย่านซอยอารีย์ ให้บริการทำสีเล็บ ต่อเล็บ สปามือ-เท้า และแว็กซ์ขน โดยเน้นการออกแบบเล็บให้เหมาะกับบุคลิกภาพและไลฟ์สไตล์ของลูกค้า พร้อมเลือกใช้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงเพื่อช่วยถนอมสุขภาพเล็บ ในอดีตด้วยความหลงใหลในการทำเล็บมาตั้งแต่สมัยเรียน ทำให้คุณเมย์ติดตามเทรนด์การทำเล็บอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นสีสัน เทคนิค หรือการออกแบบลายเล็บต่าง ๆ จนตัดสินใจเรียนคอร์สเฉพาะทางด้านการทำเล็บและสปาเพื่อพัฒนาทักษะของตัวเอง โดยปัจจุบันคุณเมย์มุ่งมั่นคัดสรรเทคนิคและผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ลูกค้าได้เล็บที่สวยงามและสุขภาพดี พร้อมให้คำแนะนำเรื่องสีเล็บที่เสริมบุคลิกให้ดูดีในทุกโอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคมืออาชีพสำหรับวันทำงานหรือสไตล์แฟชั่นที่ทันสมัย

ช่างทำเล็บและหุ้นส่วนร้านทำเล็บในประเทศญี่ปุ่น ผู้มีความเชี่ยวชาญด้านการทำเล็บเจล และผ่านการสอบวัดระดับความสามารถทางวิชาชีพช่างทำเล็บเจลระดับสูงของประเทศญี่ปุ่น JNAジェルネイル技能検定試験上級 ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมเนลลิสต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (NPO Japan Nail Association หรือ JNA) โดยใบประกาศนียบัตรดังกล่าวสะท้อนถึงความรู้และทักษะด้านการทำเล็บเจลในระดับสูง และความสามารถในการปฏิบัติงานจริงในร้านทำเล็บอย่างมืออาชีพ คุณส้มเริ่มทำงานเป็นช่างทำเล็บตั้งแต่ปี 2022 และให้ความสำคัญกับการเรียนรู้เทคนิคใหม่ ๆ รวมถึงทดลองผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะการทำเล็บและการดูแลสุขภาพเล็บมือและเท้าอยู่เสมอ พร้อมให้ข้อมูลแก่ผู้มาใช้บริการอย่างเป็นกลาง โดยอาศัยประสบการณ์จากการศึกษาและการทำงานในฐานะ Nail Artist

คุณเบสท์เป็นนักเขียนด้านความงามและไลฟ์สไตล์ที่มีความสนใจเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายเป็นพิเศษ มีประสบการณ์ในการเขียนบทความรีวิวและแปลคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ-ไทย ให้กับเว็บไซต์ต่างประเทศ ทำให้คุ้นเคยกับการสืบค้นข้อมูลและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้บริโภค ด้วยความสนใจด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง คุณเบสท์จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สกินแคร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้า เครื่องโกนขน โลชั่นบำรุงผิว หรือผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกายต่าง ๆ โดยมักจะศึกษาส่วนผสมและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้มีคุณภาพและปลอดภัย จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คุณเบสท์มีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลที่ซับซ้อนให้อ่านง่าย เข้าใจได้เร็ว เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกสินค้าที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด อีกทั้งยังชอบติดตามเทรนด์ความงาม เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำให้บทความมีข้อมูลที่ทันสมัยและน่าเชื่อถืออีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกยาทาเล็บ
หลายคนอาจเลือกยาทาเล็บจากสีที่ชอบ แต่ความจริงแล้วยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ควรนำมาพิจารณา เช่น เนื้อสัมผัส ผลลัพธ์ที่ได้ ความยากง่ายในการใช้งาน และส่วนผสมที่ไม่ทำลายสุขภาพเล็บ มาดูกันว่าจะมีวิธีการเลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด
เลือกประเภทของยาทาเล็บให้เหมาะแก่การใช้งาน
ยาทาเล็บแต่ละประเภทมีคุณสมบัติและวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ขั้นตอนในการทา การล้าง อุปกรณ์ที่ต้องใช้ ไปจนถึงระดับความติดทน จึงควรพิจารณาปัจจัยเหล่านี้ร่วมกับไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน เพื่อความสะดวกในการใช้งาน ดังนี้
สำหรับมือใหม่หรือเปลี่ยนสีบ่อย เลือกยาทาเล็บธรรมดาหรือกึ่งเจล
สำหรับมือใหม่ไม่ควรเลือกใช้ยาทาเล็บแบบเจล เพราะต้องใช้เทคนิคในการทาและใช้อุปกรณ์ค่อนข้างเยอะ อีกทั้งเมื่อทำการอบสีแล้วจะไม่สามารถลบออกด้วยน้ำยาล้างเล็บทั่วไปได้ ต้องใช้อุปกรณ์และมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยุ่งยาก

ส่วนยาทาเล็บกึ่งเจล จะให้สีที่มีความเงาสูงกว่ายาทาเล็บธรรมดา และปล่อยให้แห้งเองได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องอบเล็บ เหมาะกับคนที่อยากให้เล็บเงาสวยเหมือนทำเล็บเจล แต่ทาและล้างออกง่ายเหมือนยาทาเล็บธรรมดา รวมถึงผู้ที่ไม่อยากให้หน้าเล็บเสียจากการตะไบหรือโดนความร้อนจากเครื่องอบ ติดทนได้นานประมาณ 5 - 7 วัน
ก่อนทาเล็บควรกำจัดความมันบนผิวเล็บด้วยน้ำยาไพรเมอร์ เพื่อช่วยให้ยาทาเล็บเกาะผิวเล็บได้ดีขึ้น และหลีกเลี่ยงการให้มือสัมผัสความชื้นเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ยาทาเล็บหลุดลอกได้ง่าย หากสีเล็บเริ่มลอกควรล้างออกแล้วทาใหม่ เพราะอาจมีความชื้นและสิ่งสกปรกสะสมอยู่บริเวณเล็บ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและการติดเชื้อบริเวณเล็บได้
ถ้าต้องการสีเล็บติดทน 2 - 3 สัปดาห์ เลือกยาทาเล็บเจลที่ใช้ร่วมกับเครื่องอบ
ผู้ที่อยากให้สีทาเล็บติดทนนาน ควรเลือกใช้ยาทาเล็บแบบเจล เพราะเมื่ออบสีเจลด้วยเครื่อง UV/LED ด้วยเวลาและแสงที่เหมาะสมสีเจลจะเกิดการ Polymerization แข็งตัวและเกาะอยู่บนผิวเล็บได้ดีกว่ายาทาเล็บแบบธรรมดา

นอกจากนี้ยาทาเล็บเจลยังสามารถเพิ่มลูกเล่นได้หลากหลาย เช่น ไล่สีแบบ Ombre, เพ้นท์ลวดลาย หรือติดอะไหล่ เพราะสีเจลสามารถทาสีทับเพิ่มและอบซ้ำได้โดยที่สีไม่เสีย
ยาทาเล็บแบบเจลสามารถเพิ่มลูกเล่นได้หลากหลายรูปแบบ เนื่องจากสีเจลสามารถทาทับสีเพิ่มและออกแบบลวดลายต่าง ๆ ได้ โดยไม่ส่งผลให้สีไม่แห้งเหมือนสีธรรมดา ซึ่งการเพิ่มลูกเล่นหรือลวดลายที่นิยมมากในปัจจุบัน ได้แก่
- การไล่สีแบบ Ombre เพื่อทำให้เล็บดูมีมิติ
- การนำสีกลิตเตอร์มาทำลวดลายต่าง ๆ
- การเพ้นท์เป็นรูปหรือลวดลายตามความชอบ
- การติดอะไหล่ หรือเครื่องประดับ และสติกเกอร์
หากต้องการให้สีเจลติดทนนาน ควรหลีกเลี่ยงการใช้เล็บแกะ/แงะของต่าง ๆ เช่น กระป๋อง กล่อง ควรใช้เครื่องมือแทน และไม่ควรใช้เล็บแทนนิ้วมือในการกดหรือเปิดสิ่งของ เช่น กดปุ่มแข็ง ๆ หรือเปิดฝากระปุก
พิจารณาฟินิชและเอฟเฟกต์ของน้ำยาทาเล็บ

ยาทาเล็บแต่ละชนิดมีฟินิชและเอฟเฟกต์ที่แตกต่างกัน สามารถสังเกตได้จากรายละเอียดที่ระบุบนสินค้าหรือภาพตัวอย่างสีบนขวด โดยฟินิชที่นิยมมี 4 ประเภทหลัก ได้แก่
- ฟินิชแวววาว (Glossy / Shimmer) ผสมชิมเมอร์หรือใช้ Top Coat แบบเงาทาเคลือบ ให้เล็บดูเงาสะท้อนแสง เหมาะกับลุคออกงาน
- ฟินิชแมตต์ (Matte) สีออกมาเป็นเนื้อด้านไม่สะท้อนแสง ให้ลุคเรียบหรูดูสะอาดตา
- กลิตเตอร์ (Glitter) มีเกล็ดกลิตเตอร์ผสมในเนื้อสี ให้ประกายแวววาวชัดเจน เหมาะกับลุคปาร์ตี้หรือเทศกาลพิเศษ
- สีลูกแก้ว หรือ Cat Eye มีผงแม่เหล็ก (Magnetic Powder) ผสมในเนื้อสี เมื่อใช้แม่เหล็กจี้ใกล้ผิวเล็บจะเกิดเอฟเฟกต์เหลือบแสงคล้ายลูกตาแมวหรือลูกแก้ว
การทาเล็บสีลูกแก้วมีส่วนผสมของแม่เหล็กในเนื้อสี ซึ่งต้องใช้เทคนิคและความชำนาญในการควบคุมการกระจายตัวของแม่เหล็กให้เหมาะสม ผู้ที่ไม่ชำนาญอาจทำให้สีดูไม่สม่ำเสมอและขาดความแวววาวได้ จึงควรใช้ยาทาเล็บในปริมาณที่พอเหมาะ เพื่อให้สีที่ทาลงบนเล็บแห้งไวและมีพื้นผิวที่เรียบเนียนสม่ำเสมอ ไม่ควรทาทับหากสีที่ทาลงไปก่อนหน้ายังไม่แห้งดี เพราะจะทำให้สีหลุดลอกได้ง่าย
หากเล็บแห้งเปราะหรือลอกง่าย เลือกยาทาเล็บที่มีส่วนผสมบำรุง เช่น วิตามินอีหรือแคลเซียม
ผู้ที่มีเล็บแห้ง เปราะบาง ควรเลือกยาทาเล็บที่มีสารบำรุงเพื่อสร้างความชุ่มชื่นและแข็งแรงให้กับเล็บ และควรหลีกเลี่ยงสารฟอร์มาลดีไฮด์ (Formaldehyde) ซึ่งเป็นสารที่ช่วยให้ยาทาเล็บแข็งตัวและมีกลิ่นฉุน เพราะส่งผลโดยตรงในการทำให้เล็บแห้งและเปราะบาง

ยาทาเล็บบางสูตรมีส่วนผสมที่ช่วยบำรุงเล็บไปพร้อมกับการเติมสีสัน เหมาะสำหรับผู้ที่เล็บแห้ง เปราะ หรือลอกง่ายจากการทาเล็บบ่อย โดยส่วนผสมบำรุงที่ควรมองหาจากฉลากผลิตภัณฑ์ ได้แก่ วิตามินอี (Vitamin E) ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้เล็บ, แคลเซียม (Calcium) ช่วยเสริมความแข็งแรง และเคราติน (Keratin) ช่วยซ่อมแซมเล็บที่เสียหาย
นอกจากนี้ ยาทาเล็บบางแบรนด์ยังผสม Base Coat บำรุงเล็บในตัว ซึ่งจะระบุไว้ในรายละเอียดสินค้าว่า "Nourishing" หรือ "Strengthening Formula" ผู้ที่ทาเล็บเป็นประจำจึงควรพิจารณายาทาเล็บที่มีส่วนผสมเหล่านี้เพื่อช่วยถนอมสุขภาพเล็บในระยะยาว
หากทาเล็บเป็นประจำควรเลือกยาทาเล็บที่มี Base Coat บำรุงเล็บในตัว เพื่อช่วยปรับสภาพเล็บ ช่วยรักษาความชุ่มชื้น และเคลือบผิวเล็บให้มีความแข็งแรง ลดการสัมผัสระหว่างเล็บและเม็ดสีในยาทาเล็บ นอกจากนี้ยังไม่ควรขูดและตะไบหน้าเล็บบ่อยเกินไป เพราะจะทำให้เล็บบางและอ่อนแอลงได้
เลือกยาทาเล็บสูตร 3 - Free ขึ้นไป สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือไม่ชอบกลิ่นฉุน
ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรเลือกยาทาเล็บสูตร Non toxic/ Free Form ที่ปราศจากสารเคมีที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองและกลิ่นฉุน ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการจดแจ้งและมีฉลากแสดงส่วนผสมชัดเจน

ยาทาเล็บทั่วไปมักมีสารเคมีหลัก 3 ชนิดที่ควรระวัง ได้แก่ Toluene (ตัวทำละลายที่มีกลิ่นฉุน), Formaldehyde (สารกันเสียที่อาจระคายเคืองผิว) และ Dibutyl Phthalate / DBP (สารเพิ่มความยืดหยุ่นของสี) ผู้ที่ผิวแพ้ง่ายหรือไม่ชอบกลิ่นฉุนของน้ำยาทาเล็บ จึงควรเลือกสูตร Free Formula ที่ปราศจากสารเหล่านี้เพื่อความปลอดภัย
โดยระดับของ Free Formula จะระบุเป็นตัวเลขตามจำนวนสารที่ลดลงในสูตร เช่น 3 - Free ที่ปราศจาก Toluene, Formaldehyde และ DBP ยิ่งตัวเลขสูงจึงยิ่งปราศจากสารเคมีที่ควรระวังมากขึ้น อย่างไรก็ตามบางรุ่นอาจมีความติดทนน้อยกว่าสูตรปกติเล็กน้อย นอกจากนี้สามารถสังเกตสัญลักษณ์หรือคำระบุบนฉลากเพิ่มเติมได้ เช่น Low Odor / Low Smell, Odorless หรือ Water - Based
ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายควรตรวจสอบส่วนผสมในยาทาเล็บอย่างละเอียด หลีกเลี่ยงสารที่เคยทำให้เกิดอาการแพ้ และระมัดระวังอย่าให้ยาทาเล็บสัมผัสกับผิวหนัง นอกจากนี้ยังควรทาเล็บในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทสะดวกเพื่อป้องกันอาการวิงเวียนศีรษะและการระคายเคืองทางเดินหายใจ
เลือกโทนสีให้เข้ากับสถานการณ์การใช้งาน

การเลือกโทนสียาทาเล็บให้เหมาะกับสถานการณ์จะช่วยให้การแต่งตัวดูเข้ากันมากขึ้น โดยสามารถแบ่งตามโอกาสการใช้งานได้เป็น 4 กลุ่มหลัก ได้แก่
- สีโทนสุภาพ เช่น สีชมพูนู้ด สีเบจ สีครีม เหมาะกับการทาไปทำงาน หรือลุคประจำวัน เพราะแมตช์กับเสื้อผ้าได้ง่ายทุกสไตล์
- สีผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ที่มีประกายแวววาว เหมาะกับลุคออกงาน และสามารถเพิ่มลูกเล่นด้วยการเพ้นท์หรือติดอะไหล่ได้
- สีโทนสดใส เช่น สีแดง สีส้ม สีเขียว เหมาะกับลุคท่องเที่ยวหรือเทศกาลพิเศษ
- สีใส (Clear / Transparent) สำหรับผู้ที่ต้องการเคลือบเงาเล็บอย่างเดียวโดยไม่เพิ่มสี หรือใช้เป็น Base Coat / Top Coat
สำหรับมือใหม่ควรหลีกเลี่ยงโทนสีขาว สีครีม สีอ่อน เนื่องจากสีจะมีส่วนผสมของเนื้อแป้ง หากทาไม่สม่ำเสมอหรือมือไม่นิ่งจะทำให้มีความเรียบได้ยาก สีจะกองเป็นก้อน เสี่ยงต่อสีไม่แห้งและเป็นหยดน้ำ
การเลือกสีเล็บควรเลือกสีที่เข้ากับสไตล์การแต่งตัวและสีเสื้อผ้าที่สวมใส่ แต่หากต้องการให้สีเล็บเข้าได้กับทุกสไตล์ ควรเลือกสีเล็บที่มีความเป็นกลางเข้าได้กับทุกชุด เช่น สีขาว สีเบจ สีนู้ด ที่เหมาะกับโทนสีผิวของผู้ทา จะช่วยให้ภาพรวมดูสมดุลยิ่งขึ้น
10 ยาทาเล็บ ยี่ห้อไหนดี สูตรเจล สูตรธรรมดา
| สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | ความนิยม | รายละเอียด | |||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภท | ฟินิชลุค | ปริมาณบรรจุ | ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | คนท้องและเด็กใช้ได้ | มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ | |||||
1 | ยาทาเล็บ Rada Nail | ![]() | No.1 | ยาทาเล็บกึ่งเจล | ฟินิชแวววาว | 11 มล. | ไม่ระบุ | ||||
2 | ยาทาเล็บ Nail Enamel Revlon | ![]() | No.2 | ยาทาเล็บธรรมดา | ฟินิชแวววาว | 14.7 มล. | |||||
3 | ยาทาเล็บเจล ICONails Gel Lacquer Catrice | ![]() | No.3 | ยาทาเล็บเจล | ฟินิชแวววาว | 10.5 มล. | ไม่ระบุ | ||||
4 | ยาทาเล็บ My Mood Gel Nail Polish Olab | ![]() | No.4 | ยาทาเล็บเจล | ฟินิชแวววาว | 9 มล. | |||||
5 | สีทาเล็บเด็กสูตร 2 in 1 Godmami | ![]() | No.5 | ยาทาเล็บธรรมดา | ฟินิชแวววาว | 4.5 มล. | |||||
6 | สีทาเล็บ Real Color Nail Innisfree | ![]() | No.6 | ยาทาเล็บธรรมดา | ฟินิชแวววาว | 6 มล. | |||||
7 | สีทาเล็บกึ่งเจล Gummy Candy U - Deli | ![]() | No.7 | ยาทาเล็บกึ่งเจล | ฟินิชแวววาว | 16 มล. | |||||
8 | ยาทาเล็บ Le Vernis Chanel | ![]() | No.8 | ยาทาเล็บธรรมดา | ฟินิชแวววาว | 13 มล. | |||||
9 | สีทาเล็บเจลไม่ต้องอบ Nail Polish Miniheart | ![]() | No.9 | ยาทาเล็บกึ่งเจล | ฟินิชแวววาว | 11 มล. | |||||
10 | ยาทาเล็บ Gel Effect Nail Polish Ten Ten | ![]() | No.10 | ยาทาเล็บเจล | ฟินิชแวววาว | 12 มล. | |||||

| ประเภท | ยาทาเล็บกึ่งเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 11 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | ไม่ระบุ |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บธรรมดา |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 14.7 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 10.5 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | ไม่ระบุ |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 9 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บธรรมดา |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 4.5 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บธรรมดา |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 6 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
ผ่านการรับรองคุณภาพจาก SGS และ Intertek ปราศจากสารเคมีที่เป็นอันตราย
สูตรแห้งเร็ว ไม่จำเป็นต้องอบ แนะนำให้ทาซ้ำ 1 - 3 รอบ เพื่อให้ได้สีสดชัดเจน
ใช้ส่วนผสมที่มีความปลอดภัย สามารถใช้ได้ทุกวัย รวมถึงเด็กและสตรีมีครรภ์
เลี่ยงการสัมผัสน้ำในช่วง 1 - 2 ชั่วโมงแรก เพื่อให้สีเซตตัวสมบูรณ์และติดทนนาน
| ประเภท | ยาทาเล็บกึ่งเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 16 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บธรรมดา |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 13 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บกึ่งเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 11 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
| ประเภท | ยาทาเล็บเจล |
|---|---|
| ฟินิชลุค | ฟินิชแวววาว |
| ปริมาณบรรจุ | 12 มล. |
| ผสมชิมเมอร์หรือกลิตเตอร์ | |
| ปลอดสารพิษ (Non Toxic) | |
| คนท้องและเด็กใช้ได้ | |
| มีส่วนผสมสารบำรุงเล็บ |
วิธีทาเล็บให้ติดทนมีอะไรบ้าง
หากต้องการทาเล็บให้สีติดทนนานและหลุดลอกยาก ควรใส่ใจตั้งแต่การเตรียมหน้าเล็บไปจนถึงการเคลือบสี โดยมีวิธีดังนี้
เตรียมหน้าเล็บให้สะอาด ทำความสะอาดหน้าเล็บให้ปราศจากฝุ่นผงและความมัน ไม่ควรทาแฮนด์ครีมหรือน้ำมันบำรุงเล็บก่อนทาเล็บ
ทา Base Coat ก่อนลงสี เพื่อช่วยให้ยาทาเล็บยึดเกาะกับหน้าเล็บได้ดีขึ้น
ทายาทาเล็บแต่ละชั้นในปริมาณที่เหมาะสม ไม่หนาหรือบางจนเกินไป และรอให้แต่ละชั้นแห้งก่อนทาชั้นถัดไป
ระวังไม่ให้สีสัมผัสผิวหนังรอบเล็บ เพราะอาจทำให้สีหลุดลอกได้ง่ายขึ้น
ปิดท้ายด้วย Top Coat เพื่อเพิ่มความเงางามและช่วยปกป้องสีเล็บจากการเสียดสีในชีวิตประจำวัน
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ











































