




หากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่มีความสวยหรู เรียบง่ายและทันสมัย ใส่ได้ทุกโอกาส รวมถึงมีความบาง น้ำหนักเบา ทำให้สวมใส่สบายราวกับไม่ได้สวมใส่ เราขอแนะนำ นาฬิกา Skagen แบรนด์ชื่อดังจากประเทศเดนมาร์ก ซึ่งนอกจากจะมีดีไซน์สวยงามแล้ว ยังมีราคาย่อมเยาสมเหตุสมผล จนหลายคนยกให้เป็นนาฬิกายี่ห้อโปรดเลยค่ะ
อย่างไรก็ตาม ทั้งตัวเรือนและสายนาฬิกาของ Skagen นั้น ผลิตจากวัสดุที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นไทเทเนียม สเตนเลส และหนัง อีกทั้งยังมีรุ่นยอดนิยมหลายรุ่น จึงทำให้หลาย ๆ คนสับสนจนไม่รู้จะเลือกรุ่นไหนดีอยู่ใช่ไหมคะ ในครั้งนี้ ทีมงานมายเบสท์จึงได้รวบรวมข้อมูลวิธีการเลือก รวมทั้งจัด 10 อันดับ นาฬิกา Skagen รุ่นยอดนิยม ที่ดีไซน์สวย ดูเรียบหรู ในราคาที่จับต้องได้ มาให้อ่านกันในบทความนี้แล้ว
Top 5 นาฬิกา Skagen ยอดนิยม
SKAGEN

น้ำหนักเบา ดีไซน์หรู ด้วยหน้าปัดที่มีแรงบันดาลใจจากไข่มุก
SKAGEN

สุดยอดนาฬิกายอดนิยมที่ใส่สบายที่สุดจาก 233 Series

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
จุดสำคัญในการเลือกนาฬิกา Skagen คือ การประกอบกันของตัวเรือนนาฬิกาและสายนาฬิกา ฉะนั้น เรามาดูลักษณะเด่นของแต่ละวัสดุและความแตกต่างของแต่ละดีไซน์ เพื่อเลือกนาฬิกาเพียงหนึ่งเรือนที่เหมาะกับเราที่สุดกันค่ะ
อันดับแรก เรามาเริ่มจากวัสดุของตัวเรือนกันก่อนนะคะ วัสดุส่วนใหญ่ที่ใช้ผลิตตัวเรือนของนาฬิกา Skagen คือ ไทเทเนียมและสเตนเลส ซึ่งแต่ละวัสดุจะมีจุดเด่นอะไรบ้างนั้น ไปดูพร้อม ๆ กันเลยค่ะ
หากคุณชอบวัสดุที่มีพื้นผิวเงาและสัมผัสที่เรียบลื่น ขอแนะนำให้เลือกตัวเรือนนาฬิกาที่ทำจากสเตนเลสค่ะ โดยทั่วไปแล้วสเตนเลสจะมีน้ำหนักมากกว่าไทเทเนียมเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับแบรนด์อื่น ๆ ตัวเรือนสเตนเลสของ Skagen ถือว่าเบามากทีเดียวค่ะ
นอกจากนี้ สำหรับผู้หญิงที่ชื่นชอบตัวเรือนนาฬิกาที่ทำจากสเตนเลส แบรนด์ Skagen ก็มีหลายหลายสีให้ได้เลือกสรร ทั้งสีเงิน สีทอง รวมถึงสีซิลเวอร์โกลด์ (Silver Gold) ด้วยค่ะ
ในทางกลับกัน สำหรับใครที่ไม่ชอบผิวสัมผัสแบบเงา เราขอแนะนำให้เลือกตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียม แทนค่ะ ด้วยผิวที่ด้าน ไม่มีความมันวาว จึงให้ความรู้สึกสุขุมทางการกว่าสเตนเลส เหมาะกับคุณผู้ชายเป็นอย่างมาก โดยทาง Skagen ก็ได้ออกแบบนาฬิกาตัวเรือนไทเทเนียมสำหรับผู้ชายมาหลายรุ่นให้เลือกเลยทีเดียวค่ะ
นอกจากนี้ ใครที่มีผิวแพ้โลหะ ก็ยังสามารถใช้นาฬิกาที่ผลิตจากไทเทเนียมได้อย่างปลอดภัย รวมถึงคนทั่วไปก็ใช้ได้ดีเนื่องจากช่วยลดอาการคันหรือผื่นแดงที่เกิดจากเหงื่อนั่นเองค่ะ
สายนาฬิกาเป็นส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยกำหนดรูปลักษณ์โดยรวมของนาฬิกา เรามาลองนึกภาพวัสดุของตัวเรือนที่ได้แนะนำกันไปก่อนหน้านี้ประกอบกับวัสดุของสายนาฬิกา เพื่อมองหานาฬิกาในสไตล์ที่ชื่นชอบกันค่ะ
นาฬิกาสายหนัง ช่วยสร้างบรรยากาศที่สบาย ๆ แต่ดูดีอย่างมีระดับ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความประทับใจในที่ทำงาน โดยสายหนังจาก Skagen นั้นมีทั้งดีไซน์เรียบง่าย ดูเป็นธรรมชาติ รวมถึงดีไซน์ Art ออกแนวศิลปะ ซึ่งมีนักธุรกิจจำนวนไม่น้อยที่สนใจใช้นาฬิกาสายหนังของ Skagen ด้วยเช่นกันค่ะ
เราขอแนะนำว่า หากใส่ไปทำงานควรเลือกโทนสีของสายนาฬิกาให้เข้ากับภาพลักษณ์ที่ต้องการสื่อให้คนรอบข้างเห็น เช่น หนังสีดำหรือสีน้ำเงินเข้ม จะให้ภาพลักษณ์ที่มีชีวิตชีวา แต่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น Active แบบวัยรุ่น ส่วนหนังสีน้ำตาลจะช่วยดึงเสน่ห์ความเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูสุขุมนุ่มลึก สำหรับนาฬิกาสายหนังสำหรับผู้หญิงนั้นก็มีสีให้เลือกหลากหลาย แต่เนื่องจากทุกสีเป็นสีที่ไม่ฉูดฉาด จึงช่วยดึงความสง่างามออกมาได้อย่างดีค่ะ
โดยทั่วไปแล้ว นาฬิกาสายหนังจะมีอายุการใช้งานประมาณ 3 ปี ซึ่งหากดูแลรักษาเป็นอย่างดี จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้นเล็กน้อย แต่เราขอแนะนำว่าการเปลี่ยนสายนาฬิกาเป็นประจำควบคู่ไปกับการดูแลรักษาที่ดีจะช่วยให้นาฬิกาของคุณสวยและดูใหม่อยู่เสมอค่ะ ซึ่งถึงแม้นาฬิกาสายหนังจะมีการดูแลที่ยุ่งยาก แต่ก็เรียกได้ว่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของนาฬิกาสายหนังเลยนะคะ
สายนาฬิกาของ Skagen ที่อยู่ในรูปแบบถักมักจะทำจากโลหะ ให้รูปลักษณ์ที่ทันสมัย ดูเบาสบาย สวมใส่ง่าย จึงเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับทั้งผู้ชายและผู้หญิงค่ะ โดยมีนาฬิกาสายถักบางรุ่นที่สามารถถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่อยากเพลิดเพลินไปกับการประกอบนาฬิกาค่ะ
สำหรับใครที่ไม่เลือกใช้สายโลหะ เนื่องจากไม่ชอบนาฬิกาที่มีน้ำหนักมาก เราขอแนะนำให้ลองนาฬิกาสายถักของ Skagen ค่ะ เพราะโดดเด่นมากในเรื่องน้ำหนักที่เบา สวมใส่สบายพอดีกับข้อมือ รวมถึงใช้งานง่าย ดูแลรักษาได้ง่ายกว่าสายหนังอีกด้วย นอกจากนี้ สายถักยังสามารถปรับความยาวได้ จึงสามารถใช้งานได้ทันที สะดวกสบายมากจริง ๆ ค่ะ
สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใคร เราขอแนะนำให้เลือกใช้นาฬิกาสายไนลอนค่ะ แม้ว่าในครั้งนี้จะไม่ได้อยู่ใน 10 อันดับที่เราจัดไว้ก็ตาม แต่สายไนลอนนั้น มีความน่าสนใจในเรื่องของดีไซน์ที่ดูไม่เป็นทางการมากนัก จึงทำให้หยิบมาสวมใส่ได้ง่ายในชีวิตประจำวัน รวมทั้งยังสามารถใส่ได้อย่างสบายแม้อยู่ท่ามกลางอากาศร้อนที่เหงื่อออกได้ง่ายอีกด้วยค่ะ
ดีไซน์ของพื้นหน้าปัดและกระจกหน้าปัดก็เป็นอีกส่วนที่ควรให้ความสนใจเช่นกัน เพราะผิวหน้าของตัวเรือนที่เรียกว่า "หน้าปัดนาฬิกา" นี้จะมีผลต่อรูปลักษณ์ของนาฬิกาเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องของวัสดุที่ใช้ ไม่ว่าจะเป็นสเตนเลส คาร์บอนไฟเบอร์หรือเปลือกหอยแล้ว ส่วนของกรอบหน้าปัด สีของเข็มนาฬิกาและตัวเลขบนหน้าปัดก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่สำคัญเช่นกันค่ะ สำหรับใครที่เน้นนาฬิกาที่ดูเวลาได้ง่าย ๆ เราขอแนะนำให้ดูว่าสีของหน้าปัดและเข็มของนาฬิกามีความสมดุลกันหรือไม่และสามารถมองเห็นตัวเลขได้ชัดเจนหรือไม่ค่ะ
แม้ว่านาฬิกา Skagen จะมีรูปแบบที่เรียบง่าย แต่ก็มีหลายรุ่นที่มีฟังก์ชันการทำงานที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย สำหรับผู้ที่ต้องการฟังก์ชันเสริม ขอแนะนำให้ลองเลือกดูจากรุ่นที่เราจะแนะนำต่อไปนี้ดูนะคะ
233 Series เป็นรุ่นที่เน้นความบางและน้ำหนักที่เบา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ Skagen โดยนาฬิการุ่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับคุณผู้ชาย เนื่องจากตอบโจทย์ในเรื่องความเบา และให้ความรู้สึกที่ดีเมื่อสวมใส่ โดยทั้งสายหนังและสายถักของรุ่นนี้ มีน้ำหนักเพียง 40 - 50 กรัมเท่านั้น ซึ่งหากคุณสนใจนาฬิกา Skagen เนื่องจากความบางและเบาแล้วล่ะก็ ต้องลองสวมใส่รุ่นนี้ดูสักครั้งนะคะ
Smartwatch ของแบรนด์ Skagen นั้นมีการออกแบบให้มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างออกไปจาก Smartwatch ที่หลายคนคุ้นเคยอย่าง Apple Watch หรือ Mi Band 4 ใครที่กำลังมองหา Smartwatch ที่มีรูปแบบคล้ายกับนาฬิกาทั่วไปต้องไม่พลาดค่ะ
นอกจากนี้ ยังมีนาฬิกา Skagen บางรุ่นที่ไม่ใช่ Smartwatch แต่มีฟังก์ชันของ Smartwatch อยู่ด้วย เช่น ปรับวันที่และเวลาอัตโนมัติ บันทึกเวลาและคุณภาพในการนอน ควบคุมการเล่นเพลงซ้ำหรือหยุดชั่วคราวในสมาร์ตโฟน กดถ่ายภาพ และแจ้งเตือนเมื่อมีข้อความเข้า เหมาะสำหรับคนที่ต้องการนาฬิกาที่มีรูปแบบเหมือนนาฬิกาข้อมือทั่วไปค่ะ
สำหรับใครที่ต้องการใช้ฟังก์ชันจับเวลา (Stopwatch) เราขอแนะนำให้เลือกนาฬิกา Chronograph (โครโนกราฟ) หรือนาฬิกาจับเวลานั่นเองค่ะ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว นาฬิกา Chronograph จะมีขนาดค่อนข้างใหญ่ แต่ Skagen ได้ออกแบบมาให้มีความบางและมีน้ำหนักที่เบา โดยนอกจากเรื่องของดีไซน์แล้ว เทคโนโลยีระดับสูงที่สามารถแสดงเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาและจับเวลาไปพร้อมกันได้นั้นก็เป็นสิ่งที่ดึงดูดใจใครหลาย ๆ คนไม่น้อยเลยค่ะ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | SKAGEN Signatur Brown Leather Watch | ![]() | หน้าปัดกว้าง ดูเวลาง่าย สวย มีระดับ ราคาน่าประทับใจ | |
2 | SKAGEN Anita Three-Hand Silver-Tone Steel-Mesh Watch | ![]() | น้ำหนักเบา ดีไซน์หรู ด้วยหน้าปัดที่มีแรงบันดาลใจจากไข่มุก | |
3 | SKAGEN Grenen Men's Steel Mesh and Titanium Case Watch | ![]() | สุดยอดนาฬิกายอดนิยมที่ใส่สบายที่สุดจาก 233 Series | |
4 | SKAGEN Freja Two-Tone Steel-Mesh Watch | ![]() | สี Two-Tone ตัดกันอย่างหรูหรา พร้อมคริสตัลบนหน้าปัดสีขาว | |
5 | SKAGEN Ryle Two-Hand Silver-Tone Steel-Mesh Watch | ![]() | ที่สุดแห่งความบางและเบา ดีไซน์เรียบหรู สวมใส่สบายตลอดวัน | |
6 | SKAGEN Holst Chronograph Brown Leather Watch | ![]() | เพิ่มความสะดวกในการใช้งานมากขึ้น ด้วยฟังก์ชันจับเวลา | |
7 | SKAGEN Ryle Two-Hand Brown Leather Watch | ![]() | ดีไซน์เรียบหรู มีระดับด้วยสีโรสโกลด์ เพิ่มความมั่นใจในที่ทำงาน | |
8 | SKAGEN Holst Automatic Brown Leather Watch | ![]() | สัมผัสการเดินเข็มอันนุ่มนวลด้วยนาฬิการะบบอัตโนมัติ | |
9 | SKAGEN Hagen Connected Leather Hybrid Smartwatch | ![]() | ที่สุดของความสะดวกสบายด้วยสุดยอดนาฬิกา Smartwatch | |
10 | SKAGEN Colden Three-Hand Silver-Tone Steel-Mesh Watch | ![]() | ด้วยน้ำหนักเบาเพียง 85 กรัม สวมใส่ง่าย สบายได้ตลอดทั้งวัน |
จุดเด่นของรุ่น Signatur คือ หน้าปัดกว้าง และมีสีขาว ทำให้ตัดกับตัวเรือน, เข็มนาฬิกา และตัวเลขบนหน้าปัดนาฬิกาอย่างชัดเจน จึงดูเวลาได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมีดีไซน์ที่เรียบหรู และมีขนาดกำลังดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่เกินไป เข้าได้กับทุกชุด สามารถใช้งานได้ทุกวัน จึงเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่สาว ๆ ค่ะ สำหรับใครที่กำลังมองหานาฬิกาที่ทั้งสวย ใช้งานง่าย และราคาสมเหตุสมผล ขอแนะนำนาฬิการุ่นนี้ให้เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกเลยค่ะ
สำหรับสาว ๆ แล้ว หลายคนคงอยากได้นาฬิกาที่มีสีสันและลวดลายบ้าง แต่ไม่เด่นชัดจนเกินไปใช่ไหมคะ นาฬิกา Anita รุ่นนี้สามารถตอบโจทย์ได้อย่างแน่นอนค่ะ โดยรุ่นนี้ถูกออกแบบลายบนหน้าปัดนาฬิกาให้ออกมาเป็น Mother-Of-Pearl มีการเล่นสีของทะเล คือ สีเขียวและสีน้ำเงิน ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ใต้ท้องทะเลจริง ๆ และมีสีที่ไม่ฉูดฉาดเกินไป สามารถใส่ได้ในหลาย ๆ โอกาส นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักเพียงแค่ 36 กรัมเท่านั้น ทั้งสวยงาม มีสไตล์ และใส่สบาย รับรองว่าถูกอกถูกใจสาว ๆ แน่นอนค่ะ
จุดเด่นของนาฬิกา 233 Series จาก Skagen คือ ตัวเรือนบางและมีน้ำหนักเบา ซึ่ง Grenen รุ่นนี้ก็เช่นกันค่ะ โดยมีความหนาเพียง 6.5 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักเพียง 45 กรัมเท่านั้น ด้วยความบางและเบานี้ ทำให้สวมใส่ได้อย่างสบาย ถูกใจใครหลาย ๆ คน และแม้ตัวเรือนจะบาง แต่เนื่องจากผลิตจากไทเทเนียม จึงมีความคงทนสูง ไม่พังง่าย ๆ สามารถใช้งานได้ยาวนานแน่นอน นอกจากนี้ เพราะมีดีไซน์สีดำที่เรียบง่าย จึงเข้าได้กับทุกชุดไม่ว่าจะเป็นชุดไปรเวท หรือชุดสูทค่ะ
นาฬิกาจาก Skagen รุ่น Freja นี้ เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ติดอันดับสินค้าขายดี ติดใจสาว ๆ หลายคนค่ะ ด้วยตัวเรือนสีโรสโกลด์ และสายนาฬิกาที่เป็นสีเงิน จึงตัดกันเป็นอย่างดี ทำให้ตัวเรือนดูเด่นขึ้น และเนื่องจากหน้าปัดนาฬิกาถูกออกแบบให้เป็นสีขาว ทำให้ดูเวลาได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังใช้คริสตัลแทนตัวเลขบนหน้าปัด เพิ่มความแวววาว และมีเอกลักษณ์ต่างจากนาฬิการุ่นอื่น ทั้งหรูหรา และดูดีมีระดับ สามารถใช้ได้ทั้งในชีวิตประจำวัน รวมถึงใส่ออกงานต่าง ๆ ได้ด้วยค่ะ
สำหรับผู้ที่ต้องการความคล่องตัวเป็นหลัก นาฬิการุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์อย่างแน่นอนค่ะ เนื่องจากทั้งบางและเบา โดยตัวเรือนมีความหนาเพียงแค่ 6 มิลลิเมตรเท่านั้น บางมากจริง ๆ ใช่ไหมคะ ด้วยตัวเรือนขนาดเล็กนี้ แม้ว่าจะเป็นสายสเตนเลสแบบถัก แต่ก็มีน้ำหนักรวมอยู่ที่ 52 กรัมเท่านั้น รับรองว่าใส่สบายแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ เนื่องจากตัวเรือนเป็นสีเงิน และหน้าปัดนาฬิกาเป็นสีเทาซึ่งเป็นสีพื้น ทำให้สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส เรียกได้ว่า เรือนเดียวเอาอยู่เลยล่ะค่ะ
หากคุณกำลังมองหานาฬิกาที่มีฟังก์ชันจับเวลา (Stopwatch) นาฬิการุ่นนี้เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามเลยค่ะ เพราะมีส่วนที่ไว้ใช้สำหรับจับเวลาถึง 3 ส่วนด้วยกัน ซึ่งแต่ละส่วนมีตัวเลขระบุไว้ต่างกัน โดยมีระบุตัวเลขทุก 2 นาที, ทุก 10 นาที และทุก 15 นาที ทำให้ผู้ใช้สามารถจับเวลาได้ง่ายกว่าเดิม นอกจากนี้ บริเวณหน้าปัดนาฬิกายังมีเลขระบุหน่วยนาที ทำให้ดูเวลาได้สะดวกขึ้นอีกด้วย รูปลักษณ์ดูดี มีสไตล์ ทั้งยังใช้งานง่าย น่าใช้มาก ๆ เลยใช่ไหมคะ
ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย และสีโรสโกลด์ที่ดูหรูหรา มีระดับ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ เป็นอีกรุ่นหนึ่งที่เหมาะสำหรับการใส่ไปในที่ ๆ ต้องการความเป็นทางการ เช่น ใส่ไปทำงานหรือเจรจาธุรกิจ นอกจากนี้ ตัวเรือนยังมีขนาดที่เล็กและบางมาก โดยมีความหนาเพียงแค่ 7 มิลลิเมตรเท่านั้น ทำให้มีน้ำหนักเบา ใส่ได้อย่างสบาย และเข้าได้กับทุกชุด ไม่ใหญ่เทอะทะ และด้วยสายนาฬิกาหนังคุณภาพดี จึงหมดปัญหาเรื่องสายหนังแตก ใช้งานทุกวันได้อย่างสบายใจค่ะ
สำหรับผู้ที่ไม่ชอบเปลี่ยนถ่านนาฬิกาบ่อย ๆ ชอบเสน่ห์ของระบบฟันเฟือง และต้องการนาฬิกาที่มีความคงทนสูง ขอแนะนำนาฬิการุ่นระบบระบบอัตโนมัติ (Automatic Movement) รุ่นนี้เลยค่ะ เพราะสามารถใช้งานได้โดยไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนถ่าน และถูกออกแบบมาให้เห็นฟันเฟืองด้านใน ตัดกับสีดำบริเวณเลขบอกเวลาบนหน้าปัด เป็นดีไซน์ที่ถ้าผู้ที่ชื่นชอบระบบฟันเฟืองได้เห็น ต้องหลงรักแน่นอนค่ะ นอกจากนี้ ยังมีน้ำหนักเพียงแค่ 68 กรัมเท่านั้น ทั้งเบา ใส่สบาย และไม่ต้องยุ่งยากเปลี่ยนถ่านบ่อย ๆ อีกด้วยค่ะ
อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ดีว่า Smartwatch เป็นนาฬิกาที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ตโฟน และมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย โดย Smartwatch จาก Skagen รุ่นนี้ สามารถเชื่อมต่อได้ทั้งกับระบบปฏิบัติการ Android และ IOS นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันแจ้งเตือนเมื่อมีข้อความหรือมีสายเข้า, ปรับวันที่และเวลาอัตโนมัติ, ค้นหาโทรศัพท์, ควบคุมการเล่นเครื่องเล่นเพลง และเครื่องติดตามความแอคทีฟและการนอน (Activity And Sleep Tracking) เป็นนาฬิกาที่ช่วยให้ชีวิตของเราสะดวกสบายขึ้นไม่น้อยเลยใช่ไหมคะ
นาฬิกาจาก Skagen รุ่นนี้ ออกแบบมาให้มีรูปลักษณ์ที่ดูทันสมัย ด้วยดีไซน์ที่เรียบง่าย ไม่มีสีสันมากนัก ทั้งมีขนาดหน้าปัดที่ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป ใส่ได้ในทุก ๆ วัน รวมทั้งยังมีคุณสมบัติกันน้ำได้ลึกถึง 50 เมตร ใส่ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมั่นใจ และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบาเพียง 85 กรัม เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบใส่นาฬิกาหนัก ๆ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สบายตัวหรือรำคาญใจได้ นอกจากนี้ ยังมีฟังก์ชันนับเวลา (Stopwatch) อีกด้วย สามารถใช้ได้แบบ 2 IN 1 เลยค่ะ
เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับวิธีการเลือกนาฬิกา Skagen ทั้งตัวเรือน สายนาฬิกา ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงและ 10 อันดับยอดนิยม ที่ทีมงานได้แนะนำไป ตอนนี้ มีรุ่นที่อยากได้ไว้ในใจกันแล้วหรือยังคะ
แม้ว่านาฬิกา Skagen จะเน้นที่ความเรียบง่ายเป็นหลัก แต่ในความเรียบง่ายเหล่านั้น ก็มีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่มากมาย ทั้งในด้านรูปลักษณ์ และสีที่ถูกดีไซน์มาเป็นอย่างดี ความบางและเบาที่เป็นจุดเด่นของ Skagen ทำให้สวมใส่ได้สบาย จากข้อมูลที่ได้แนะนำไป เรามาหารุ่นที่ถูกใจ และสนุกไปกับการใส่ออกไปข้างนอกในทุก ๆ วันกันนะคะ
อันดับที่ 1: SKAGEN|Signatur Brown Leather Watch
อันดับที่ 2: SKAGEN|Anita Three-Hand Silver-Tone Steel-Mesh Watch
อันดับที่ 3: SKAGEN|Grenen Men's Steel Mesh and Titanium Case Watch
อันดับที่ 4: SKAGEN|Freja Two-Tone Steel-Mesh Watch
อันดับที่ 5: SKAGEN|Ryle Two-Hand Silver-Tone Steel-Mesh Watch
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































