




สำหรับเด็กในวัย 2 - 3 ขวบเป็นวัยที่จะมีการต่อยอดพัฒนาการทางด้านภาษาและสังคม และเด็กจะเริ่มมีพัฒนาการเกี่ยวกับการขบคิดแก้ไขปัญหา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานเพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กเข้าสู่วัยเรียนต่อไป ซึ่งการอ่านหนังสือนิทานให้ลูกฟังนั้นเป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการเหล่านี้ได้อย่างมาก ทั้งยังช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคุณพ่อคุณแม่กับลูกด้วย
ในปัจจุบันมีหนังสือนิทานสำหรับเด็กวางจำหน่ายอยู่เป็นจำนวนมาก วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกหนังสือนิทานสำหรับเด็กอายุ 2 - 3 ขวบ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้และเหมาะสมกับช่วงวัยพร้อมคำแนะนำจากคุณครูโรงเรียนอนุบาล และยังมี 10 อันดับ หนังสือนิทานสำหรับเด็กที่มีเนื้อหาสอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในวัยนี้และมีเนื้อหาสนุกเพลิดเพลินช่วยสร้างความสุขให้กับครอบครัวมาฝากกันด้วย
Top 5 นิทานสำหรับเด็ก 2 - 3 ขวบ ยอดนิยม
รัตนา คชนาท

เรื่องราวสร้างสรรค์ที่จะช่วยเรียนรู้วิธีที่พลิกอารมณ์โกรธสู่อารมณ์ดี
มนฤดี ทองกลอย, จุฬา บิลอับดุลล่าห์

ปลูกฝังลูกให้อยากไปโรงเรียนผ่านตัวละครสดใส มีคำศัพท์ท้ายเล่ม

ครูหญิงจบคณะศึกษาศาสตร์ เอกการศึกษาปฐมวัย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ และมีประสบการณ์การทำงานกับเด็กตั้งแต่วัย 2 ขวบ จนถึง 6 ขวบ ด้วยอุปนิสัยส่วนตัวที่เป็นคนชอบดูแลเด็ก ๆ เป็นทุนเดิม จึงเลือกเรียนการศึกษาปฐมวัยโดยตรง เพื่อที่จะได้เข้าใจธรรมชาติของเด็กมากขึ้นและทำงานที่เกี่ยวข้องกับเด็กในอนาคต นอกจากนี้ ครูหญิงมองว่าการพัฒนาด้านต่าง ๆ ในช่วงปฐมวัยคือรากฐานสำคัญที่จะช่วยปูทางให้เด็กเติบโตไปได้อย่างเต็มศักยภาพ ปัจจุบันครูหญิงเป็นครูอนุบาลในโรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกที่ใช้นวัตกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการบนพื้นฐานของการเล่นเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับธรรมชาติตามวัยของเด็ก ครูหญิงจึงมีความรู้และประสบการณ์ในการสอนทั้งพื้นฐานความรู้ หลักการคิดการอ่าน ทั้งยังช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางร่างกาย อารมณ์และจิตใจ รวมไปถึงด้านสังคมให้กับเด็กปฐมวัยโดยตรง

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีการเลือกหนังสือนิทานสำหรับเด็กอายุ 2 - 3 ขวบ เรามาดูกันว่าเด็กในวัยนี้ มีพัฒนาการต่าง ๆ ที่สำคัญอย่างไรบ้าง และจะมีวิธีส่งเสริมพัฒนาการอย่างไร โดยเราจะเน้นไปที่พัฒนาการทางด้านอารมณ์ จิตใจและภาษา
ในช่วงวัย 2 - 3 ขวบ ถือเป็นช่วงวัยป่วนเลยก็ว่าได้ เนื่องจากเด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการทางด้านร่างกายที่ก้าวกระโดดขึ้นอย่างมาก จากที่เคยเดินเตาะแตะ ตอนนี้ก็จะเริ่มวิ่งและปีนป่ายได้แล้ว เพราะเป็นช่วงวัยที่เด็กกำลังทดสอบพลังกล้ามเนื้อต่าง ๆ ที่ตนเองสามารถทำได้ ดังนั้นผู้ปกครองควรเตรียมพื้นที่ จัดสถานที่หรือมุมบ้านให้ปลอดภัยที่สุดสำหรับวัยที่กำลังชอบกระโดดโลดเต้น ปีนป่าย เพราะการห้ามให้เด็กทำจะส่งผลให้เด็กเป็นคนขี้กลัว และไม่กล้าลองทำสิ่งใหม่ ๆ ทางที่ดีควรเตรียมพื้นที่หรือสถานที่ให้พร้อมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยที่สุด หรืออาจหาเวลาพาเด็ก ๆ ออกไปวิ่งเล่นนอกบ้านเพื่อปล่อยพลังมหาศาลของพวกเขากันค่ะ
วัย 2 - 3 ขวบเป็นวัยที่เริ่มมีความคิดเป็นของตัวเองมากขึ้น รู้จักอารมณ์ที่หลากหลายมากขึ้น เช่น โกรธ เสียใจ ดีใจ มีความสุข สามารถบอกความต้องการและบอกความรู้สึกของตนเองได้ดีขึ้น เด็กเริ่มอยากลองทำในสิ่งที่ตนเองคิดหรือรู้สึกทำให้หลาย ๆ ครั้งอาจจะงอแงเมื่อรู้สึกไม่อยากทำตามที่คุณพ่อคุณแม่บอก หรืองอแงเมื่อไม่ได้ดั่งใจ ดังนั้น ผู้ปกครองจะต้องเตรียมรับมือกับอารมณ์เหล่านี้ของเด็กโดยไม่ควรใช้อารมณ์รุนแรงหรือวิธีเชิงลบในการตอบโต้ เพราะจะทำให้เด็กเลียนแบบ และมีอารมณ์ที่รุนแรงขึ้น ตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้เด็กเรียนรู้เกี่ยวการจัดการอามรมณ์ได้นั้นก็คือนิทาน ของเล่นฝึกสมาธิหรือกิจกรรมศิลปะ
"เจ้าหนูจำไม" เป็นคำนิยามที่บอกถึงพัฒนาการทางภาษาของเด็กในวัยนี้ได้ดี เพราะเป็นวัยที่เริ่มพูดได้และช่างซักถามมากขึ้น คำถามของเด็กมักจะเป็นคำถามซ้ำ ๆ และต้องการคำตอบโดยเร็วที่สุด ผู้ปกครองควรตอบคำถามเด็กอย่างใจเย็น เป็นคำตอบที่เข้าใจง่าย ไม่ควรตอบคำถามที่ไม่รู้ เพราะจะทำให้เด็กเรียนรู้แบบผิด ๆ แต่สามารถบอกเด็กได้ว่าจะไปหาคำตอบมาให้หรือชวนเด็กไปหาคำตอบด้วยกัน
เด็กในวัยนี้เรียนรู้และจดจำคำศัพท์ได้ดี ดังนั้น การเปิดเพลง การอ่านนิทานและคำกลอนจะช่วยให้เด็กเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ ได้ดีอย่างยิ่ง แต่ในการออกเสียงอาจยังออกเสียงไม่ชัดมาก เวลาที่พูดคุยสื่อสารกับเด็กควรพูดให้ชัดที่สุดและไม่ควรเลียนเสียงเด็ก เพราะจะทำให้เด็กจดจำเสียงในรูปแบบนัั้นต่อไป อีกทั้งไม่ควรแสดงพฤติกรรมเชิงลบ เช่น หงุดหงิดเมื่อเด็กถามเยอะ ใช้คำว่าน่ารำคาญหรือบอกให้เด็กหยุดพูด เพราะอาจส่งผลให้เด็กไม่กล้าพูดอีกต่อไป ซึ่งจะส่งผลให้พัฒนาการการพูดของเด็กล่าช้าได้
เด็กในช่วงวัยนี้เริ่มเรียนรู้ที่จะเข้าสังคมมากขึ้น เริ่มอยากเล่นกับเพื่อน ๆ แต่ในการเล่นกับเพื่อนนั้นก็ยังมีตนเองเป็นศูนย์กลาง เพราะยังไม่เข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นมากเท่าไหร่ จึงมักจะมีการทะเลาะเบาะแว้งและมีคดีมาให้คุณครูพิพากษาอยู่บ่อย ๆ ปัจจุบันมีโรคระบาด Covid 19 ทำให้เด็กที่เกิดมาใน 2 - 3 ปีนี้มีโอกาสได้ใช้ทักษะการเข้าสังคมน้อย การเตรียมความพร้อมที่ดีเพื่อให้เด็กสามารถเข้าสังคมได้อย่างไม่ตื่นตระหนก คือ การเล่านิทาน การชวนเด็ก ๆ ไปเล่นร่วมกับผู้อื่นในพื้นที่ที่ไม่แออัดมาก เช่น สวนในหมู่บ้าน เล่นกับญาติพี่น้อง เพื่อให้เด็กรู้จักการอยู่ร่วมกันและเคารพกฎกติกาในสังคม
วัย 2 - 3 ปี เป็นวัยที่เด็กเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงจากการเรียนรู้โดยใช้ประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว เช่น จับ ดู ฟัง มาเป็นการคิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น มีการลองผิดลองถูก เล่นแบบซับซ้อน สามารถจำแนกสิ่งของและปฏิบัติตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ มีทักษะในการช่วยเหลือตนเองมากขึ้น เช่น ดื่มน้ำ ติดกระดุม ใส่เสื้อ ใส่รองเท้า การรับประทานอาหาร ซึ่งอาจมีบางครั้งที่เด็กงอแงเมื่อคุณพ่อคุณแม่ทำให้ ดังนั้น แม้จะต้องใช้เวลาหน่อยก็ควรปล่อยให้เด็กได้ทำด้วยตนเองค่ะ
นอกจากนี้ การส่งเสริมพัฒนาการการคิดและการเรียนรู้ของเด็กในวัยนี้สามารถทำได้โดยชวนเด็กทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์แบบง่าย ๆ เล่นของเล่นเสริมพัฒนาการ หรืออ่านนิทานที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการผจญภัย นิทานที่ใช้ทักษะการสังเกต โดยดึงเด็กเข้ามาให้มีส่วนร่วมในนิทานด้วย
เมื่อเข้าใจพัฒนาการของเด็กในช่วงวัยนี้แล้ว ก็จะทำให้สามารถส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้ตรงจุดยิ่งขึ้น และสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมพัฒนาการของเด็กรอบด้านได้ดีนั่นก็คือ "นิทาน" นั่นเอง มาดูกันต่อค่ะว่านิทานที่เหมาะสมกับเด็กในช่วงวัยนี้มีวิธีการเลือกอย่างไรบ้างค่ะ
เด็กในวัยนี้อยู่ในช่วงวัยที่พัฒนาการทุกด้านกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างก้าวกระโดด เนื้อหาของนิทานจึงเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะเสริมพัฒนาการเด็กในทุก ๆ ด้าน ในภาพรวมแล้วนั้นควรเลือกนิทานที่มีเนื้อหาไม่ซับซ้อน เข้าใจง่าย เป็นเรื่องราวใกล้ตัวเด็ก
สำหรับวัย 2 - 3 ขวบ เป็นวัยที่กำลังเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ ๆ จากการเลียนแบบเสียงที่ได้ยิน หรือจากการพูดคุยกับคุณพ่อคุณแม่ ซึ่งเด็ก ๆ สามารถเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ได้มากกว่า 50 คำ และยังเข้าใจประโยคสั้น ๆ รวมไปถึงการพูดเป็นประโยคได้ 3 - 5คำ ดังนั้นนิทานที่ส่งเสริมพัฒนาการทางภาษาของเด็กในช่วงวัยนี้ได้ดี คือ นิทานที่มีคำซ้ำเยอะ ๆ นิทานคำกลอน หรือนิทานภาพที่มีคำบรรยายไม่มากนัก เพราะจะทำให้เด็กจดจำคำศัพท์ได้ดีและเข้าใจความหมายจากการมองภาพ อีกทั้งเด็กจะเรียนรู้ภาษาได้ดีจากการฟังซ้ำ คุณพ่อคุณแม่จึงอาจเพิ่มท่าทาง หรือน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความหมายของคำนั้น ๆ เพื่อทำให้เด็กเข้าใจความหมายของคำซึ่งจะทำให้เด็กใช้ภาษาอย่างถูกต้องค่ะ
เด็กในวัยนี้เริ่มอยากมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้างมากขึ้น แต่ก็ยังยึดตนเองเป็นศูนย์กลางและเป็นวัยที่กำลังเริ่มต้นการไปโรงเรียน นิทานจะเป็นตัวช่วยที่ดีที่จะทำให้เด็กเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ และเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายมากขึ้น ดังนั้นนิทานที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการทางสังคมของเด็กได้ดีควรมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเล่นกับเพื่อน การแบ่งของเล่น การไปโรงเรียน การจัดการอารมณ์ เป็นต้น เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิธีการเข้าหาผู้อื่น การปรับตัวเมื่อต้องอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น และทำให้เด็กเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่ต้องเจอผ่านนิทานก่อนที่จะได้ลงสนามจริง ตัวอย่างนิทานเช่น พระจันทร์อยากมีเพื่อน ความลับของอลัน จระเข้น้อยไปโรงเรียน เพื่อนรักในป่าใหญ่ ช้างน้อยขี้โมโห เป็นต้น
วัย 2 - 3 ขวบ เป็นวัยที่มีพัฒนาการด้านความคิดและสติปัญญามากขึ้น สามารถคิดแก้ปัญหาและลองผิดลองถูกในรูปแบบที่ไม่ซับซ้อนได้ นิทานที่เสริมสร้างทักษะการคิดแก้ปัญหาควรเป็นนิทานที่มีสถานการณ์ที่ชวนเด็กตั้งคำถามและเปิดโอกาสให้เด็กลองใช้จิตนาการร่วมไปกับตัวละคร เช่น สี่เกลอพิสดาร อู่รสคุณกัส รถติดอะไรกันนะ ต่อทางรถไฟ แตะต้นไม้วิเศษ เป็นต้น สิ่งสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นการคิดให้เด็กนั้นก็คือ การชวนเด็กพูดคุยขณะเล่าหรือหลังเล่านิทาน
ตัวอย่างเช่น ถ้าเด็กเป็นตัวละครตัวนี้เด็กจะทำอย่างไรและเพราะอะไร เด็กเห็นด้วยกับวิธีแบบนี้ไหมและเพราะอะไร มีอะไรเกิดขึ้นต่อจากนี้ไหม เป็นต้น หรืออาจจะเลือกเป็นนิทานภาพที่ชวนเด็กคิดหาคำตอบจากการทายภาพปริศนา เช่น มองใกล้มองไกลนี่ใครกันนะ, รู้ไหม ใครหายไปนะ, ทายซิฉันคือใคร, ทายซินี่หูของใคร, Dear zoo เป็นต้น ซึ่งหนังสือภาพเหล่านี้จะเป็นตัวกระตุ้นให้เด็กได้คิดและสังเกต รวมทั้งยังมีภาพและสีสันที่ดึงดูดเด็กได้ดีอีกด้วย
ถ้าเด็กกำลังเบื่อนิทานเล่มเดิมหรือมีท่าทีว่าจะไม่ชอบนิทานที่มีอยู่เลย ขอแนะนำให้ลองหานิทานที่มีลูกเล่นพิเศษอาจช่วยได้ เช่น นิทานเสียง นิทานแบบ Pop - Up เป็นต้น ซึ่งนิทานเสียงนี้จะเป็นนิทานที่มีปุ่มกดแล้วมีเสียงออกมา สำหรับเด็กในวัยนี้แล้วการมีเสียงออกจากนิทานเป็นเรื่องที่เด็กชอบและตื่นเต้นมาก เช่น บรื๊น บรื๊น รถดับเพลิงมาแล้ว, กุ๊ก กุ๊ก มอ พวกเราหิวแล้ว เพราะนอกจากจะทำให้ตื่นเต้นแล้วยังทำให้เด็กเรียนรู้เสียงต่าง ๆ ในธรรมชาติและเสียงในชีวิตประจำวันด้วย
ส่วนนิทาน Pop - up จะเป็นนิทานที่เปิดแล้วจะเป็นภาพ 3 มิติออกมา บางเล่มจะสามารถขยับเขยื้อนเลื่อนไปมาได้ ซึ่งทำให้ตัวละครในนิทานมีชีวิตชีวาและมีความหมายกับตัวเด็กมากขึ้น ตัวอย่างนิทาน เช่น นกฮูกไม่เคยบิน ร่างกายของเรา, Fun on the farm เป็นต้น สำหรับข้อควรระวังเป็นพิเศษในการเลือกนิทาน Pop - up ก็คือ เนื่องจากในวัยนี้เป็นช่วงวัยที่กำลังทดสอบพลังกล้ามเนื้อมัดเล็กมัดใหญ่ ดังนั้นควรแนะนำวิธีการใช้หนังสือเพื่อที่จะลดการชำรุดของหนังสือให้ได้มากที่สุด
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทนิทาน | สำนักพิมพ์ | เดือนปีที่พิมพ์ | จำนวนหน้า | รูปแบบ | |||||
1 | รัตนา คชนาท บ้านนี้มีเด็กขี้โมโห | ![]() | เรื่องราวสร้างสรรค์ที่จะช่วยเรียนรู้วิธีที่พลิกอารมณ์โกรธสู่อารมณ์ดี | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ | ห้องเรียน | 3/2010 | 36 หน้า | ปกอ่อน | |
2 | สองขา ป๋องแป๋ง ชุดวัยเยาว์ (4 เล่ม) | ![]() | นิทานสอนเด็กให้รู้จักทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยตัวเอง ผ่านตัวละครเด็กชาย | พัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ | พาส แอท คิดส์ | ไม่ระบุ | 24 หน้า | ปกอ่อน | |
3 | มนฤดี ทองกลอย, จุฬา บิลอับดุลล่าห์ กุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน | ![]() | ปลูกฝังลูกให้อยากไปโรงเรียนผ่านตัวละครสดใส มีคำศัพท์ท้ายเล่ม | พัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ | Happy Kids | 10/2017 | 32 หน้า | ปกอ่อน | |
4 | รัตนา คชนาท กรุ๊งกริ๊ง หนีเร็ว | ![]() | พัฒนาทักษะจินตนาการด้วยภาพสร้างสรรค์มีลูกเล่นพิเศษอยู่ในเล่ม | พัฒนาการทางด้านร่างกาย | ห้องเรียน | ไม่ระบุ | 28 หน้า | ปกแข็ง | |
5 | รัตนา คชนาท ห่านเอ็ดตะโร อยากได้อยากได้ | ![]() | เนื้อเรื่องสะท้อนสอนเด็กที่ชอบร้องเอาแต่ใจ ผ่านเหล่าห่านเสียงดัง | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ | ห้องเรียน | 12/2012 | 32 หน้า | ปกอ่อน | |
6 | ชนาภัทร พรายมี กระต่ายกับเต่า Big Book (Talking Pen) | ![]() | นิทานสุดคลาสสิคที่ผ่านมาหลายยุค ภาพสวย ใช้สำหรับฝึกภาษาได้ | พัฒนาการทางด้านภาษา | เอ็มไอเอส | ไม่ระบุ | 10 หน้า | ปกอ่อน | |
7 | ชนาภัทร พรายมี,ประไพ ภูงามเชิง The Three Little Pigs ลูกหมู 3 ตัว | ![]() | ปลูกฝังคำสอนผ่านเรื่องสุดคลาสสิค พัฒนาทักษะด้านภาษาอังกฤษ | พัฒนาการทางด้านภาษา | เอ็มไอเอส | ไม่ระบุ | 36 หน้า | ปกอ่อน | |
8 | บุณยวีร์ เซ่งไพเราะห์ วันที่วาฬหายไป | ![]() | รวมนิทาน 9 เรื่อง ที่พาไปรู้จักความอบอุ่นแฝงแง่คิด ภาพในเล่มสวย | พัฒนาการทางด้านสังคม | ห้องเรียน | 12/2022 | 72 หน้า | ปกอ่อน | |
9 | ทีมวิชาการ Life Balance หนูดีเอาแต่ใจ | ![]() | เสริมสร้างนิสียดี ๆ ให้หนูน้อยฝึกควบคุมสติมีเหตุผล และรักการอ่าน | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ | Life Balance | ไม่ระบุ | - | ปกอ่อน | |
10 | ขวัญชนก คงสิริ ทายซิฉันคือใคร | ![]() | เรื่องราวที่จะสอนเด็กให้สนุกไปกับการรู้จักอาชีพต่าง ๆ ภายในเล่ม | พัฒนาการทางด้านภาษา | เวิร์ดเพลย์ คอมมิวนิเคชั่น | 6/2015 | 12 หน้า | ปกอ่อน | |
สำหรับนิทานเรื่อง 'บ้านนี้มีเด็กขี้โมโห' เป็นหนังสือที่จะพาคุณพ่อคุณแม่สอนให้ลูก ๆ ได้รู้จักการระงับความโกรธ ความเอาแต่ใจ และแสดงให้เห็นว่าการอารมณ์ดีนั้นมันทำให้มีความสุขขนาดไหน ช่วยเสริมสร้างพัฒนาการทางด้านความคิดและอุปนิสัยอันดี ผ่านการเล่าเรื่องด้วยภาพแบบสร้างสรรค์ที่เข้าใจได้ง่าย ชัดเจน เห็นถึงความแตกต่างของความโกรธและความอารมณ์ดีของตัวละครภายในเรื่อง
โดยเรื่องทั้งหมดจะเล่าถึงครอบครัวของน้องมะตูมที่พยายามจะช่วยปรับพฤติกรรมของน้องผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น การมอบความรัก ความเมตตา การให้อภัย การให้โอกาส ฯลฯ ที่นอกเหนือจากการนำเอาความโกรธมาใช้ ภาพวาดที่นักเขียนถ่ายทอดมาจะแสดงให้เห็นถึงการสะท้อนอารมณ์ของตัวละคร แถมยังมีเทคนิคสอนระงับความโกรธที่สามารถใช้งานได้จริง เช่น ลองนับ 1-10 เวลาโกรธดูเพื่อให้อารมณ์เย็นลง เป็นต้นค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | ห้องเรียน |
| เดือนปีที่พิมพ์ | 3/2010 |
| จำนวนหน้า | 36 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
การปลูกฝังนิสัยให้ลูก ๆ ควรเริ่มทำตั้งแต่ตอนอายุยังน้อย ซึ่งนิทานเล่มนี้เป็นนิทานชุด 4 เล่ม ที่จะช่วยทำให้เด็ก ๆ เรียนรู้การใช้ชีวิตประจำวันแบบพื้นฐานได้ด้วยตัวเอง เป็นเรื่องใกล้ตัวที่หากสอนลูกได้ไว เด็ก ๆ ก็จะมีพัฒนาการที่ดียิ่งขึ้น สนุกสนานไปกับเรื่องราวของป๋องแป๋ง เด็กชายเจ้าปัญหาที่จะพาดำเนินเนื้อเรื่องจนจบทั้ง 4 เล่ม เตรียมความพร้อมเข้าสู่วัยเรียน
โดยทั้ง 4 เล่ม จะสอนทักษะในชีวิตประจำวันที่แตกต่างกัน เช่น ป๋องแป๋งแปรงฟันเป็นเรื่องราวของน้องป๋องแป๋งที่ไม่ชอบการแปรงฟันเลย มันมีหลายขั้นตอนและมันก็ยาก แต่หนังสือจะค่อย ๆ ทำให้ป๋องแป๋งเข้าใจว่าเพราะอะไรป๋องแป๋งถึงจำเป็นต้องทำสิ่งสิ่งนี้ รวมไปถึงเรื่องป๋องแป๋งไม่อยากกิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญในชีวิตประจำวันของเด็ก ๆ ที่ผู้ใหญ่หลายคนมักเจอเป็นประจำ ลองพามารู้จักกับป๋องแป๋งกันดูนะคะ ภาพน่ารัก ๆ และเนื้อหาสนุก ๆ อาจช่วยได้
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | พาส แอท คิดส์ |
| เดือนปีที่พิมพ์ | ไม่ระบุ |
| จำนวนหน้า | 24 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
หนังสือชุดน้องกุ๋งกิ๋งเล่มนี้เป็นเรื่องราวที่จะชวนน้อง ๆ ให้อยากไปโรงเรียนแล้วเปลี่ยนมุมมองสำหรับเด็กที่ไม่ชอบการไปโรงเรียน ให้รู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้มีกิจกรรมที่แสนสนุก เนื้อหาภายในพัฒนาทักษะทางด้านความคิดที่มีเหตุผลมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงได้ฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษเพราะเป็นหนังสือนิทานแบบสองภาษา คำศัพท์ระดับพื้นฐานง่าย ๆ ที่หากสอนอย่างต่อเนื่องจะช่วยทำให้ลูก ๆ จดจำและนำไปใช้ได้จริง
โดยเนื้อหาภายในนิทานเรื่องนี้ค่อนข้างเรียบง่าย เล่าเหตุผลว่าทำไมน้องกุ๋งกิ๋งถึงชื่นชอบการไปโรงเรียน ซึ่งตัวละครตัวนี้จะกลายมาเป็นแบบอย่างที่ดีของเด็ก ๆ ผู้เขียนพยายามถ่ายทอดกิจกรรมที่แสนสนุกว่าหากไปโรงเรียนแล้วจะได้วาดรูป เจอเพื่อน ๆ เต้นรำ ฯลฯ ที่ถ้าหากไม่ไปโรงเรียนก็จะไม่ได้ทำ ออกแบบให้เนื้อหาภาษาอังกฤษอยู่ด้านหลังเล่มไม่ใช่การอ่านควบคู่เพราะต้องการให้ได้รับความสนุกก่อนการเรียนรู้เป็นเทคนิคดึงดูดความสนใจเด็กค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการด้านการคิดและการเรียนรู้ |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | Happy Kids |
| เดือนปีที่พิมพ์ | 10/2017 |
| จำนวนหน้า | 32 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
หนังสือเล่มนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหนังสือนิทานที่มีลูกเล่นหลากหลาย เหมาะกับนำมาใช้ทำเป็นสื่อกิจกรรมสอนลูกในยามว่างได้เป็นอย่างดี ด้วยรูปภาพสร้างสรรค์ที่มีความน่ารักและแฝงไปด้วยข้อคิด เนื้อเรื่องเข้าใจง่ายโดยจะกล่าวถึงเหล่าฝูงหนูตัวน้อยที่พยายามหลบแมวโดยใช้กระดิ่งที่พวกมันเอาไปติดเอาไว้ ช่วยฝึกทักษะในการคิดวิเคราะห์คาดเดาให้แก่เด็ก ๆ รวมไปถึงฝึกการตั้งสติที่ดีได้ด้วย
โดยภายในเล่มนี้จะพูดถึงฝูงแมวที่ออกอุบายใช้กระพรวนมาติดที่ปลอกคอของแมวเพื่อคอยฟังเสียงว่าแมวตัวนี้จะออกมาตอนไหน ซึ่งในหนังสือจะแถมกระดิ่งให้ผู้เล่าคอยสั่นเป็นเสียงสร้างความสนุกสนานในแต่ละตอน ซึ่งภายในเนื้อเรื่องแต่ละหน้า เสียงกระดิ่งที่ดังออกมามันอาจไม่ใช่แมวก็ได้ เด็ก ๆ จึงต้องคอยตั้งสมาธิและคิดให้ดีว่ามันคือเสียงของอะไร จนกระทั่งฉากสุดท้ายที่มี Pop Up เซอร์ไพรส์น่ารัก ๆ ให้ทุกคนตกใจค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านร่างกาย |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | ห้องเรียน |
| เดือนปีที่พิมพ์ | ไม่ระบุ |
| จำนวนหน้า | 28 หน้า |
| รูปแบบ | ปกแข็ง |
เสริมสร้างพัฒนาการให้เด็ก ๆ วัย 3-5 ปี ด้วยเรื่องราวของเด็กที่ถูกฝูงห่านเอ็ดตะโรเดินตามหลัง โดยนิทานเล่มนี้เป็นอีกหนึ่งนิทานที่แฝงแง่คิดดี ๆ ในการพัฒนา EF ให้แก่เด็กได้ อีกทั้งช่วยปลูกฝังนิสัยอันดี รู้จักการควบคุมอารมณ์ของตัวเองและการอดกลั้นในสิ่งที่ตัวเองอยากได้ ผ่านบทเรียนที่ตัวละครภายในเนื้อเรื่องต้องเผชิญ ภาพประกอบเป็นสไตล์สีน้ำสวยน่าอ่าน
ซึ่งเรื่องราวของเล่มนี้จะพูดถึงเด็กชายตัวน้อยชื่อ ตูมตาม ซึ่งเด็กคนนี้เป็นเด็กชายที่มีความอยากได้ไม่รู้จบ เขาอยากได้นู่นอยากได้นี่ไปหมดไม่ว่าจะเป็นของเล่นชิ้นใหม่ หุ่นยนต์ รถบังคับ ฯลฯ และทุกครั้งที่เขาไม่ได้รับสิ่งที่เขาต้องการ เขาก็จะโวยวายอยู่แบบนั้นจนกว่าเขาจะได้ จนกระทั่งวันหนึ่งเขาก็ต้องมาเผชิญกับฝูงห่านฝูงหนึ่งที่คอยตามเขาตลอดเวลา แถมมันยังส่งเสียงร้องหนวกหูจนทำให้เขาเข้าใจว่า นิสัยของเขามันเป็นนิสัยที่ต้องแก้ไข
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | ห้องเรียน |
| เดือนปีที่พิมพ์ | 12/2012 |
| จำนวนหน้า | 32 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
'กระต่ายกับเต่า' เป็นนิทานสำหรับเด็กที่อยู่ในความทรงจำของใครหลาย ๆ คน โดยเนื้อเรื่องจะเล่าถึงเรื่องราวของโลกแห่งสัตว์ที่มีตัวเอกเป็นเต่าและกระต่าย ซึ่งทั้งสองต่างก็ได้ตกลงกันเพื่อที่จะแข็งขันวิ่งแข่งหาผู้ชนะ เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อนเด็กเข้าใจได้ง่าย อีกทั้งภาพวาดประกอบยังมีความน่ารักดึงดูดความสนใจของเด็ก ๆ ให้เพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องได้ง่าย แถมยังมีข้อคิดดี ๆ ช่วยสอนให้ลูก ๆ รู้จักถึงคำว่าพยายามด้วย
นอกจากนี้หนังสือถูกออกแบบให้ใช้งานได้กับ MIS Talking Pen หรือปากกาพูดได้ ที่จะช่วยเล่าเรื่องราวนิทานภายในหนังสืออัตโนมัติให้เด็ก ๆ ได้ฟัง แม้จะเป็นเรื่องราวที่ถูกแต่งมาเป็นเวลานานมากแล้ว แต่ก็ได้มีการปรับปรุงเนื้อหาและภาพวาดตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สามารถอ่านเพื่อเป็นหนังสือก่อนนอนหรืออ่านในระหว่างวันให้เด็ก ๆ ถูกปลูกฝังนิสัยรักการอ่านตั้งแต่เนิ่น ๆ ก็ได้ค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านภาษา |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | เอ็มไอเอส |
| เดือนปีที่พิมพ์ | ไม่ระบุ |
| จำนวนหน้า | 10 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
หนังสือนิทานสำหรับเด็ก 2-3 ขวบ เล่มนี้เป็นหนังสือที่ปลอดสารพิษ ผลิตขึ้นมาจากวัสดุธรรมชาติไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก ที่สำคัญคือบอกเล่าเรื่องราวสุดคลาสสิคที่ทุกคนในวัยเด็กรู้จักกันดีก็คือลูกหมูทั้ง 3 ตัว สามารถใช้งานคู่กับปากกา MIS Talking Pen ซึ่งทำให้มีการออกเสียงได้ เป็นหนังสือสองภาษาที่ช่วยพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดี คำศัพท์ง่ายระดับพื้นฐาน เด็ก ๆ เข้าใจไม่ยากค่ะ
โดยเรื่องราวของลูกหมู 3 ตัว จะเล่าถึงตัวละครหลักคือลูกหมูพี่น้อง 3 ตัว ที่ออกมาจากบ้านเก่าเพื่อแยกย้ายกันทำบ้านเป็นของตัวเอง โดยพี่หมูตัวแรกและพี่หมูตัวที่สองต่างสร้างบ้านเสร็จก่อนน้องหมูเพราะพวกเขาใช้เพียงฟางกับไม้เป็นวัสดุในการสร้างด้วยความขี้เกียจ ขณะน้องคนเล็กต้องการมีบ้านที่แข็งแรงจึงค่อย ๆ ก่ออิฐขึ้นมาทีละชั้น เป็นเรื่องราวแสนสนุกที่ฝากข้อคิดดี ๆ ทำให้เด็ก ๆ รู้ว่าความเพียรพยายามจะช่วยทำให้คนเราสบายขึ้นค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านภาษา |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | เอ็มไอเอส |
| เดือนปีที่พิมพ์ | ไม่ระบุ |
| จำนวนหน้า | 36 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
'วันที่วาฬหายไป' เป็นหนังสือนิทานที่ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านสมองหรือ EF ด้วยการนำเรื่องเล่าถึง 9 เรื่องมารวมไว้ภายในเล่มเดียว ใช้ภาพประกอบโทนสีอบอุ่นเพื่อเพิ่มอารมณ์ร่วมให้แก่เด็ก ๆ โดยผู้เขียนพยายามถ่ายทอดความอบอุ่นของตัวละครออกมาได้ดี เนื้อเรื่องมีปมปัญหาให้เด็กได้ขบคิดเล็กน้อย อีกทั้งบางเรื่องยังช่วยเพิ่มพัฒนาการด้านความคิดโดยเฉพาะเด็กอายุ 3 ปี ขึ้นไป
ซึ่งเรื่องราวทั้ง 9 ต่างก็มีตัวละครหลักที่แตกต่างกันออกไป เช่น วันที่วาฬหายไปเป็นเรื่องราวของเด็กหญิงช่างฝันกับวาฬตัวใหญ่, เจ้าแมวถุงเท้าเหลืองที่เดินทางไปพบถุงเท้าอีกคู่ที่ทำให้มันอบอุ่นหัวใจ หรือหมาป่าผู้ดื่มด่ำความกลัวที่เผชิญกับเด็กหญิงที่ไม่กลัวมันแม้แต่น้อย เป็นต้น แต่ละเรื่องแฝงแง่คิดเอาไว้แบบไม่ยัดเยียด ที่สำคัญคือมันสามารถสร้างพลังบวกให้แก่เด็ก ๆ ที่อาจยังไม่มีความมั่นใจในตัวเองได้ค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านสังคม |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | ห้องเรียน |
| เดือนปีที่พิมพ์ | 12/2022 |
| จำนวนหน้า | 72 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
นิทานเล่มนี้เป็นหนังสือ Bestseller ที่ได้รับกระแสตอบรับจากผู้ปกครองจำนวนมาก เพราะด้วยเนื้อหาที่เรียบง่าย ภาพวาดน่ารัก รวมไปถึงเนื้อหาภายในที่ช่วยพัฒนานิสัยให้แก่เด็กโดยเฉพาะนิสัยเอาแต่ใจให้รู้จักการควบคุมอารมณ์ที่ดีขึ้น รวมไปถึงพัฒนาทักษะ EQ, IQ, TQ, AQ, CQ, HQ, PQ, และ EF ครบถ้วนจากการดำเนินเรื่องที่ต้องผ่านการคิด วิเคราะห์ และจินตนาการจากการนึกตามตัวละคร
โดยเรื่องราวของนิทานเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องของเด็กหญิงหนูดีที่มีนิสัยเอาแต่ใจ มีอารมณ์รุนแรงชอบดุเพื่อน ๆ หรือคนรอบข้างเมื่อไม่ได้สิ่งที่ตัวเองต้องการ ซึ่งทางผู้เขียนพยายามถ่ายทอดอารมณ์ของหนูดีให้สมจริงที่สุด แล้วค่อย ๆ ปล่อยเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่หนูดีต้องเริ่มเรียนรู้ที่จะควบคุมอารมณ์ตัวเองในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมไปถึงบอกเหตุผลว่าทำไมนิสัยเอาแต่ใจถึงเป็นสิ่งไม่ดี เพื่อให้เด็ก ๆ ที่อ่านเนื้อเรื่อง เข้าใจแล้วลองคิดริเริ่มทำตามหนูดีค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | Life Balance |
| เดือนปีที่พิมพ์ | ไม่ระบุ |
| จำนวนหน้า | - |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
หนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่หนังสือประเภทนิทานโดยตรง แต่ก็ถือเป็นหนังสือภาพที่มีลูกเล่นน่าสนใจ โดยผู้เขียนพยายามถ่ายทอดอาชีพต่าง ๆ ในรูปแบบการ์ตูนหน้ากาก ซึ่งทำให้เป็นหนังสือที่นำมาใช้เป็นกิจกรรมยามว่างให้กับลูกได้ แต่ละหน้าจะมีหน้ากากของอาชีพเปิดออกมาให้น้อง ๆ ทายกันแล้วนำมาสวมเพื่อหยอกล้อเล่นกันได้ด้วย เพิ่มความเข้าใจในด้านอาชีพที่เด็ก ๆ อาจได้เจอเมื่อออกไปรั้วนอกบ้าน
นอกจากภาพวาดที่นำมาเป็นหน้ากากได้แล้ว ทางผู้เขียนยังอธิบายรายละเอียดหน้าที่ของอาชีพแบบสั้นได้ใจความเอาไว้ และยังมีคำศัพท์ภาษาอังกฤษให้ฝึกฝนทายคำศัพท์กันด้วย เพิ่มความเพลิดเพลินให้เด็กตั้งแต่อายุ 0-6 ปีได้ดี อีกทั้งยังสามารถปลูกฝังภาษาอังกฤษในทางอ้อมขณะเล่น ที่สำคัญคือยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีให้กับคนในครอบครัวนั่นเองค่ะ
| ประเภทนิทาน | พัฒนาการทางด้านภาษา |
|---|---|
| สำนักพิมพ์ | เวิร์ดเพลย์ คอมมิวนิเคชั่น |
| เดือนปีที่พิมพ์ | 6/2015 |
| จำนวนหน้า | 12 หน้า |
| รูปแบบ | ปกอ่อน |
บทความนี้เป็นเพียงแนวทางในการเลือกนิทานให้เหมาะสมกับช่วงวัย สิ่งสำคัญที่สุด คือ การสังเกตพฤติกรรมความชอบและความสนใจของเด็ก เพื่อที่จะได้เสริมสร้างพัฒนาการต่างๆให้เด็กอย่างตรงจุด เพราะเด็กทุกคนมีพัฒนาการ ความชอบ และความสนใจที่แตกต่างกันค่ะ หากมีโอกาสก็ชวนเด็กๆไปเลือกซื้อนิทาน เพื่อให้นิทานมีความหมายกับตัวเด็กมากขึ้นค่ะ และที่สำคัญควรอ่านนิทาน หรือใช้เวลากับนิทานทุกวัน เพราะนอกจากจะสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างคุณพ่อคุณแม่และลูกแล้ว ยังสร้างสุขนิสัยที่ดีในการอ่าน และเสริมสร้างพัฒนาการรอบด้านที่ดีให้กับเด็กค่ะ
อันดับที่ 1: รัตนา คชนาท|บ้านนี้มีเด็กขี้โมโห
อันดับที่ 2: สองขา|ป๋องแป๋ง ชุดวัยเยาว์ (4 เล่ม)
อันดับที่ 3: มนฤดี ทองกลอย, จุฬา บิลอับดุลล่าห์|กุ๋งกิ๋งไปโรงเรียน
อันดับที่ 4: รัตนา คชนาท|กรุ๊งกริ๊ง หนีเร็ว
อันดับที่ 5: รัตนา คชนาท|ห่านเอ็ดตะโร อยากได้อยากได้
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































