




"แบตรถยนต์" เป็นส่วนประกอบสำคัญอีกหนึ่งอย่างในการขับเคลื่อนรถยนต์ โดยมีหน้าที่หลัก ๆ คือ ผลิตกระแสไฟฟ้าไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ภายในรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นแอร์ เครื่องเสียง ไฟ หรือแม้กระทั่งเป็นแหล่งจ่ายไฟเพื่อช่วยสตาร์ทเครื่องยนต์ ซึ่งในประเทศไทยเองก็มีบริษัทผลิตแบตรถยนต์ที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Panasonic, 3K Battery, GS Battery เป็นต้น
ในการเลือกซื้อแบตรถยนต์สักหนึ่งลูกเป็นสิ่งที่ยากมากโดยเฉพาะมือใหม่ที่ยังไม่คุ้นชิน เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ผู้ใช้รถควรพิจารณา วันนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการเลือกแบตรถยนต์ ทั้งแบบน้ำ แห้ง กึ่งแห้งและไฮบริด ให้เหมาะกับรถของคุณโดยพร้อมคำแนะนำจากเจ้าของอู่ซ่อมรถโดยเฉพาะ อีกทั้งยังมี 10 แบตรถยนต์คุณภาพดี มีความทนทานและดูแลรักษาง่ายมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 แบตรถยนต์ ยอดนิยม

คุณเอ๊ะจบการศึกษาปริญญาตรีและโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ปัจจุบันประกอบธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ ซึ่งเป็นธุรกิจต่อเนื่องมาจากครอบครัว คุณเอ๊ะจึงมีประสบการณ์ทั้งในวงการซ่อมรถยนต์และประกันภัยรถยนต์มากว่า 10 ปี ไม่ว่าจะเป็นการซ่อมสีตัวถังรถยนต์ ช่วงล่าง ล้อยาง เครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า ถุงลมนิรภัย รวมทั้งยานยานต์ไฟฟ้าก็กำลังติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากงานซ่อมรถยนต์มีหลากหลายรูปแบบ โดยส่วนตัวแล้วเชื่อว่ารถยนต์ที่ผลิตออกมาจากโรงงานได้ผ่านการคิดวิเคราะห์จากวิศวกรผู้ออกแบบอย่างดีแล้ว จึงไม่ควรที่ผู้ใช้หรือช่างซ่อมรถยนต์จะไปดัดแปลงเปลี่ยนสเปกที่แตกต่างไปจากเดิม ดังนั้นงานซ่อมหรือคำแนะนำของคุณเอ๊ะจะเป็นไปในลักษณะซ่อมหรือเปลี่ยนให้อยู่ในสเปกดั้งเดิมของโรงงานผลิตมากกว่าดัดแปลงรถยนต์ นอกจากนี้แนวคิดงานซ่อมของคุณเอ๊ะยังคำนึงถึงราคาค่าซ่อมที่สมเหตุสมผล คุณภาพอะไหล่ที่ได้มาตรฐาน และความปลอดภัยในการใช้งานรถยนต์ต่อไปด้วย

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
การจะเลือกใช้แบตเตอรี่รถยนต์สักหนึ่งลูกต้องคำนึงถึงหลายปัจจัยด้วยกันเพื่อให้รถยนต์สามารถวิ่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวิธีการเลือกหลัก ๆ จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยครับ
การใช้งานและการดูแลรักษาแบตรถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่าย คุณควรคำนึงถึงประเภทแบตรถยนต์ในแต่ละรูปแบบให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งานที่คุณต้องการด้วย ซึ่งแบตรถยนต์ที่ขายกันตามท้องตลาดแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ดังต่อไปนี้
แบตรถยนต์แบบแห้ง (Sealed Maintenance Free Battery: SMF) เป็นแบตเตอรี่ประเภทตรงข้ามกับแบบน้ำ โดยแบตเตอรี่ประเภทนี้จะไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดการใช้งาน หากสังเกตลักษณะภายนอกอย่างง่าย ๆ จะเห็นว่าแบตเตอรี่ประเภทนี้ไม่มีปุ่มตรงกลางให้เติมน้ำเรียกได้ว่าปิดตายแถบเติมน้ำไปเลย ในส่วนบริเวณจ่ายกระแสไฟมีแผ่นใยแก้วที่ทำหน้าที่ปิดไม่ให้น้ำกรดในแบตเตอรี่รั่วไหลออกมา เหมาะกับผู้ใช้รถที่ไม่คุ้นเคยกับการตรวจเช็กหรือบำรุงรักษารถยนต์ด้วยตนเอง
ข้อดี
ข้อเสีย
แบตรถยนต์แบบกึ่งแห้ง (Maintenance Free Battery: MF) เป็นแบตเตอรี่ที่อยู่ระหว่างแบบแห้งและแบบน้ำ ไม่ต้องบำรุงรักษา แต่สามารถเติมน้ำกลั่นได้บ้างหากระดับน้ำกลั่นพร่องลง สำหรับแบตเตอรี่ประเภทนี้ได้รับการพัฒนามาจากแบตเตอรี่แบบน้ำ ให้เกิดการระเหยของสารละลายน้อยลง ส่งผลให้ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อย ๆ แบตเตอรี่ประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ใช้รถที่นาน ๆ จะบำรุงรักษารถยนต์สักครั้ง อีกทั้งขั้นตอนการบำรุงรักษาก็ไม่ได้ยุ่งยากมากนัก เพราะมีรูเติมน้ำกลั่นแค่ 1 รู เติมให้ได้ระดับที่เหมาะสม
ข้อดี
ข้อเสีย
แบตรถยนต์แบบน้ำ (Conventional Battery) หรือเรียกอีกชื่อว่าแบตเตอรี่รถยนต์แบบเปียก เป็นแบตเตอรี่รุ่นแรก ๆ ที่ถูกนำมาใช้ในรถยนต์ มีราคาถูกและหากบำรุงรักษาอย่างถูกต้องก็จะมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างนาน สำหรับแบตเตอรี่ประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ใช้รถที่ดูแลรักษารถยนต์เป็นประจำ (อาทิตย์ละครั้ง) เนื่องจากต้องเติมน้ำกลั่นให้ได้ตามระดับเพื่อรักษาระดับไฟของแบตเตอรี่ให้อยู่ในระดับปกติ นอกจากนี้ ยังสามารถล้างทำความสะอาดขี้เกลือและเติมกรดใหม่ได้ด้วย แต่ถ้าหากเผลอบ่อยให้ระดับน้ำกลั่นแห้งก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่เสียหายถาวรได้ครับ
ข้อดี
ข้อเสีย
แบตรถยนต์แบบไฮบริดเป็นแบตเตอรี่ที่พัฒนามาใหม่ล่าสุดโดยผสมผสานระหว่างแบตเตอรี่กึ่งแห้งและแบบน้ำ ลักษณะภายนอกจะคล้ายแบตเตอรี่แบบน้ำมากกว่า ออกแบบมาเพื่อลดการสูญเสียของไอน้ำกรดระหว่างการใช้งาน ปัจจุบันยังใช้ไม่แพร่หลายนัก โดยแบตเตอรี่ประเภทนี้สามารถเติมน้ำกลั่นได้แต่ไม่ต้องเติมบ่อย ประมาณ 6 - 9 เดือนเติมสัก 1 ครั้งก็ได้ เหมาะกับผู้ใช้รถยนต์ที่คุ้นเคยกับการบำรุงรักษารถยนต์อยู่บ้างแต่ไม่ได้ทำเป็นประจำ และไม่ได้ใช้รถในการเดินทางไกลบ่อย ๆ
ข้อดี
ข้อเสีย
นอกจากประเภทของแบตเตอรี่ที่กล่าวมาด้านบนทั้ง 4 ประเภทแล้ว ในท้องตลาดยังมีแบตเตอรี่รถยนต์ประเภทอื่น ๆ ซึ่งอาจจะยังไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เช่น แบตเตอรี่เจล (GEL) ที่มีราคาค่อนข้างสูง, แบตเตอรี่ AGM ซึ่งเหมาะกับรถยุโรปรุ่นใหม่ ๆ และแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน (Lithium-Ion Battery) ที่ใช้ในรถพลังงานไฟฟ้าวางจำหน่ายอีกด้วย
จะเห็นได้ว่าขนาดเครื่องยนต์ของรถยนต์แต่ละแบบ ก็จะใช้ขนาดของแบตรถยนต์ที่แตกต่างกันไป และสิ่งที่คุณควรรู้อีกอย่างหนึ่งก็คือ ยิ่งค่าแอมป์ในแบตรถยนต์มีมากเท่าไร ก็ยิ่งจะมีประสิทธิภาพสูงมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานยาวนานกว่า แต่ต้องแลกมากับราคาที่สูงตามไปด้วย
ตามปกติแล้ว ด้านบนของแบตเตอรี่รถยนต์จะมีที่ตรวจสถานะของแบตเตอรี่ว่าไฟเต็มแล้ว ควรชาร์จไฟ หรือแบตเสื่อม ซึ่งเราควรหมั่นตรวจสอบว่าสถานะของแบตเตอรี่เป็นไฟเต็มอยู่หรือไม่เพื่อที่เราจะสามารถใช้งานรถได้อย่างปกติ อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงอยู่เสมอก็คืออายุของแบตเตอรี่ แม้ว่าส่วนใหญ่ช่างจะตอกวันที่ติดตั้งแบตเตอรี่เอาไว้ แต่ถ้าหากแบตเตอรี่มีอายุเกิน 2 ปีแล้ว ก็ควรจะต้องระวังและตรวจสอบให้บ่อยขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้น ระยะเวลาการใช้งานจะขึ้นอยู่กับประเภทของแบตเตอรี่และการบำรุงรักษาด้วยครับ
เนื่องจากในท้องตลาดมีแบตรถยนต์วางจำหน่ายจากหลากหลายแบรนด์ ซึ่งก็มีบางแบรนด์ที่หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อ ดังนั้น ในหัวข้อนี้จะมาแนะนำแบรนด์ผู้ผลิตแบตรถยนต์ที่มีคุณภาพ อีกทั้งยังได้รับความนิยมในประเทศไทยครับ
สำหรับแบตรถยนต์ GS หรือ GS Battery นั้น ดำเนินกิจการจำหน่ายแบตเตอรี่รถยนต์ภายในประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ.2503 ซึ่งในช่วงแรกยังเป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ จนกระทั่งปี พ.ศ.2513 ก็ได้ก่อตั้งโรงงานผลิตแบตรถยนต์ภายในประเทศ และก็ได้รับความนิยมติดอันดับ 1 ใน 3 ของไทยเรื่อยมา ซึ่งจุดเด่นของ GS Battery คือการไม่หยุดพัฒนาเทคโนโลยีของแบตรถยนต์ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มที่หลากหลาย โดยจะเห็นได้จากแบตรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ทาง GS Battery จำหน่าย ซึ่งมีหลายรุ่นและรองรับกับยานพาหนะแทบทุกชนิดเลยทีเดียวครับ
แบตรถยนต์ 3K หรือ 3K Battery ก็เป็นแบรนด์แบตรถยนต์สัญชาติไทยหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่น้อยหน้าแบรนด์อื่น ๆ ซึ่ง 3K Battery นั้นเองก็มีแบตรถยนต์หลายสูตร และครอบคลุมรถยนต์ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นรถกอล์ฟ, รถ Eco Car, รถบรรทุก, รถมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่แบตเตอรี่สำหรับใช้ส่องสว่าง โดยการันตีคุณภาพได้จากรางวัลต่าง ๆ ที่ได้รับทั้งในและต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานการผลิต ISO:900, รางวัล TAQA Award และรางวัล BrandAge's 2020: Thailand Most Admired Brand เป็นสมัยที่ 20 ติดต่อกันครับ
สำหรับชื่อเสียงเรียงนามของ Panasonic คงทำให้เราไม่ต้องสงสัยในคุณภาพกันอยู่แล้ว ซึ่งแบตรถยนต์ Panasonic ก็ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแบรนด์จากญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในไทย โดยจุดเด่นของแบตรถยนต์ Panasonic อยู่ที่เรื่องของราคาที่เข้าถึงได้ง่าย อีกทั้งยังมีความทนทานต่อทุกสภาพอากาศ โดยเฉพาะอากาศร้อนอย่างเมืองไทย แบตรถยนต์ Panasonic ก็จัดการได้อย่างอยู่หมัด อีกทั้งยังทนต่อการสึกกร่อนได้เป็นอย่างดี ช่วยให้แบตรถยนต์มีอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | 3K Battery แบตรถยนต์ รุ่น PMF50 | ![]() | แบตเตอรี่รถยนต์เหมาะสำหรับรถขนาดเล็ก กระแสไฟ 50 แอมป์ | |
2 | GS Battery แบตรถยนต์ รุ่น MFX-190 | ![]() | แบตเตอรี่กึ่งแห้งรูปแบบใหม่ อึด ทน ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นบ่อย | |
3 | Panasonic แบตรถยนต์ รุ่น 90D26 | ![]() | แบตเตอรี่รถยนต์กึ่งแห้งจากค่ายดัง ดูแลรักษาง่าย ใช้ได้นาน | |
4 | FB Battery แบตรถยนต์ รุ่น F-135 | ![]() | สุดยอดแบตเตอรี่ถึก เหมาะกับรถกระบะ ลุยได้ทุกที่ทุกเวลา | |
5 | YUASA แบตรถยนต์ รุ่น 50B24L | ![]() | แบตรถยนต์คุณภาพญี่ปุ่น เหมาะกับรถขั้วแบต L ราคาย่อมเยา | |
6 | BOSCH แบตรถยนต์ รุ่น 105D26R | ![]() | แบตรถยนต์แบบแห้ง ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น 100% บำรุงรักษาได้ง่าย | |
7 | FB Battery แบตรถยนต์ รุ่น S650L | ![]() | แบตเตอรี่ขนาดเล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา เหมาะกับรถเก๋งคันเล็ก ๆ | |
8 | Energizer แบตเตอรี่รถยนต์ รุ่น T110/145D31L | ![]() | เหมาะกับรถ SUV ความจุแอมแปร์เยอะ ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่น | |
9 | AMARON แบตรถยนต์ รุ่น 115D31 | ![]() | ใช้ได้กับกระบะดีเซลทุกรุ่น ออกแบบมาให้ทนทานเป็นพิเศษ | |
10 | 3K Battery แบตรถยนต์ รุ่น Hybrid 145 | ![]() | อีกหนึ่งแบตเตอรี่ประเภทไฮบริด ทนทาน จ่ายกระแสไฟแรง |
แบตเตอรี่รถยนต์แบบกึ่งแห้งของ 3K รุ่นนี้เหมาะสำหรับใส่รถขนาดเล็กอย่างรถเก๋งที่มีเครื่องยนต์ขนาด 1200 - 1800 cc ตัวแบตเตอรี่มีค่าแอมป์อยู่ที่ 50 แอมแปร์ ออกแบบมาให้มีขนาดเล็ก ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นบ่อย สามารถลดการระเหยของกรดภายในแบตเตอรี่ได้ดี แบตเตอรี่จึงมีความทนทานและการใช้งานนานกว่ารุ่นก่อน ๆ กำลังไฟสตาร์ทสูง สามารถใช้งานได้ทันทีเพราะมีการเติมน้ำและติดตั้งการใช้งานมาจากโรงงานอยู่ก่อนแล้วครับ
Panasonic ถือเป็นค่ายที่โด่งดังในเรื่องของแบตเตอรี่และได้ผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ออกมาวางจำหน่ายด้วยครับ สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์รุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ใช้งานง่าย เป็นแบตเตอรี่ประเภทกึ่งแห้ง ไม่ต้องดูแลรักษาบ่อย ตัวแบตเตอรี่มีความจุในการจ่ายไฟ 70 แอมป์ เป็นแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้ทั้งรถเก๋งขนาดกลางอย่างรถเก๋งจากฝั่งยุโรปและรถกระบะทั่วไป โดยปกติแบตเตอรี่มีอายุการใช้งานอย่างต่ำ 2 ปี แต่หากดูแลรักษาดีก็อาจจะใช้ได้นานกว่านั้นครับ
บริษัทผลิตแบตเตอรี่รถยนต์อีกค่ายที่โด่งดัง คือ FB Battery ซึ่งรุ่นนี้เป็นแบตเตอรี่ประเภทไฮบริด ออกแบบให้มีการทนทานกว่าแบตเตอรี่ธรรมดาถึง 30 เปอร์เซ็นต์ น้ำกรดระเหยช้า และยังมีกำลังไฟชาร์จสูง มีตาแมวสามารถมองเห็นระดับของน้ำกลั่นได้ เรียกได้ว่าครบครันมาก ๆ รุ่นนี้เป็นแบตเตอรี่ลูกใหญ่ให้ความจุไฟถึง 85 แอมป์ เหมาะสำหรับใช้ในรถกระบะเพราะมีความทนทานสูงมาก ควรเติมน้ำเดือนทุก ๆ 6 เดือนเพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพครับ
สำหรับแบตรถยนต์อันดับนี้ มาพร้อมกับมาตรฐานการควบคุมการผลิตจาก GS YUASA ของประเทศญี่ปุ่นโดยตรง จึงหมดห่วงได้ในเรื่องของคุณภาพ โดยมาพร้อมกับขั้วแบตแบบ L สามารถใช้ได้กับรถยนต์ที่เป็นขั้ว L เท่านั้น ส่วนขนาดของแบตรถยนต์นั้นจะอยู่ที่ 45 แอมป์ 12 โวลต์ พร้อมค่า CCA 540 ซึ่งถือว่าสูงมากเลยทีเดียว ทำให้แบตรถยนต์รุ่นนี้มีประสิทธิภาพกว่าหลาย ๆ รุ่นในท้องตลาด อีกทั้งยังเป็นแบตแห้ง จึงไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ใช้งานได้ยาว ๆ เลยครับ
สำหรับแบตรถยนต์รุ่นนี้จากแบรนด์ BOSCH เป็นแบตเตอรี่แบบแห้ง หรือ SMF Battery ซึ่งมีคุณสมบัติที่โดดเด่นคือ บำรุงรักษาง่าย ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน มือใหม่หรือผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับระบบรถยนต์ก็สามารถบำรุงรักษาได้ด้วยตนเอง ส่วนขนาดของแบตรถยนต์จะอยู่ที่ 85 แอมป์ ซึ่งนับว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบตรถยนต์ทั่วไป เหมาะกับรถเก๋งและรถ SUV อย่าง Chevrolet Captiva, Lexus GS 300 หรือ Toyota Camry เป็นต้นครับ
แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งอีกรุ่นหนึ่งที่ออกแบบมาเพื่อรถขนาดเล็กอย่างรถเก๋งโดยเฉพาะหรือรถที่มีขนาด 1200 - 2000 cc ทาง FB Battery ออกแบบตัวแบตเตอรี่ให้มีขนาดเล็ก ไม่หนักมาก จึงทำให้ไม่ว่าจะผู้หญิงหรือผู้ชายก็สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ด้วยตัวเองได้อย่างง่ายดายไม่จำเป็นต้องพึ่งช่างซ่อมหรือคนมีประสบการณ์ ถึงแบตเตอรี่จะขนาดเล็กแต่การจ่ายไฟยังคงแรง ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นบ่อยเพราะออกแบบมาให้น้ำกรดภายในรั่วไหลน้อยอยู่แล้ว
แบตเตอรี่รถยนต์ Energizer รุ่น T110/145D31L เป็นรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานของรถยนต์ SUV อย่างรุ่น Isuzu MU-X, MU-7 หรือ Toyota Fortuner โดยมาพร้อมกับความจุทั้งหมด 90 แอมป์ อีกทั้งยังเป็นแบตรถยนต์แบบแห้ง ที่ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำกลั่นตลอดการใช้งาน ซึ่งนอกจากจะดูแลรักษาง่ายแล้ว ยังหมดห่วงเรื่องน้ำกรดรั่วไหลออกมากัดกร่อนเครื่องยนต์ นอกจากนี้ ยังมีอายุการใช้งานที่ค่อนข้างยาวนานอีกด้วยครับ
มาถึงแบตรถยนต์สำหรับรถกระบะกันอีกหนึ่งอันดับ ซึ่งแบตรถยนต์รุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานร่วมกับรถกระบะเครื่องดีเซลโดยเฉพาะ โดยมีให้เลือกทั้งรถกระบะที่มีขั้วแบตอยู่ทางซ้ายและขวา ส่วนราคาอาจจะสูงสักเล็กน้อย เพราะเป็นรุ่นที่ถูกปรับแต่งมาให้มีความทนทานมากกว่าเดิม และผลิตด้วยเทคโนโลยี PowerFrame Grid ชนิดแห้งพร้อมใช้งานไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ส่วนขนาดของแบตรถยนต์นั้นอยู่ที่ 90 แอมป์ และมีค่า CCA สูงถึง 950 เลยทีเดียวครับ
ทาง 3K Battery เองก็มีแบตเตอรี่แบบไฮบริดออกมาจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน โดยแบตเตอรี่รุ่นนี้ผลิตมาเพื่อรองรับกับรถกระบะ สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและใช้ได้ในสถานการณ์ที่ต้องใช้รถอย่างหนัก ความจุไฟฟ้าค่อนข้างสูงถึง 85 แอมป์ ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหนก็ไม่หวั่น ในส่วนของการเติมน้ำกลั่นควรเติมทุก ๆ 6 เดือนและหมั่นดูแลขั้วแบตเตอรี่อยู่เสมอเพื่อไม่ให้แบตเตอรี่มีขี้เกลือขึ้น ซึ่งจะทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ ถือเป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจครับ
สำหรับคนที่เป็นมือใหม่หัดขับรถยนต์ใหม่ ๆ แล้วยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับแบตรถยนต์มากนัก อาจจะเกิดข้อสงสัยต่าง ๆ เกี่ยวกับการดูแลรักษาแบตรถยนต์อยู่บ้าง ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันครับ

แบตเตอรี่รถยนต์ส่วนใหญ่นั้นเป็นแบตเตอรี่แบบกรดตะกั่ว การดูแลรักษาก็จะต้องดูแลไม่ให้แบตเตอรี่อยู่ในอุณหภูมิที่ร้อนมากเกินไป (55 องศา) หรืออุณหภูมิที่เย็นเกินไป (0 องศา) เพราะจะส่งผลต่อการทำงานและชาร์จไฟของแบตเตอรี่ อีกเรื่องที่ต้องดูแลก็คือแบตเตอรี่ประเภทนี้ต้องถูกชาร์จให้เต็มอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะทำให้แบตเตอรี่มีอายุการใช้งานยาวนาน หากปล่อยให้ไฟหมดหลายครั้งเข้า แบตเตอรี่ประเภทกรดตะกั่วจะเสื่อมเร็วมาก เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามสตาร์ทเครื่องยนต์ทุกวันหากไม่ค่อยได้ใช้ และถ้าสตาร์ทไม่ติดก็อาจจะต้องหาเครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์มาลองใช้งานดูด้วยครับ

อายุการใช้งานของแบตเตอรี่รถยนต์จะขึ้นกับประเภทของแบตเตอรี่ด้วย ถ้าเป็นพวกแบตเตอรี่แบบบำรุงรักษาไม่ได้ ทั้ง SMF MF ทางร้านจะแนะนำว่าให้เปลี่ยนทุก ๆ 2 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์มีปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมกลางทาง (อย่างไรก็ตาม ยังมีแบตเตอรี่แห้งบางยี่ห้อที่มีระยะเวลาการใช้งานยาวนานแต่ราคาก็จะสูงตามไปด้วย) ส่วนแบตเตอรี่ที่สามารถบำรุงรักษาได้อย่างแบตเตอรี่แบบน้ำ ผู้ใช้ส่วนมากต้องตรวจเช็กสม่ำเสมออยู่แล้ว หากได้รับการซ่อมบำรุงรักษาเป็นอย่างดี อาจจะใช้งานได้ยาวนานตั้งแต่ 7 - 10 ปีเลยครับ

ขนาดของแอมป์ก็สำคัญมาก ๆ กับการเลือกแบตเตอรี่ใส่รถยนต์ เนื่องจากถ้าแอมป์น้อยเกินไป ก็จะทำให้สตาร์ทเครื่องยนต์ยากหรือไม่ติดเลย ในทางกลับกัน หากมีขนาดแอมป์ที่ใหญ่เกินไปก็จะทำให้เครื่องยนต์ (ไดชาร์ท) ทำงานหนัก และส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วกว่าปกติได้
สำหรับขนาดของแอมป์นั้นสามารถดูได้จากหนังสือคู่มือรถเลย (ถ้ารถยนต์ไม่ได้ดัดแปลงเพิ่มเติม เช่น เครื่องเสียงแต่ง) แต่ถ้าหากไม่ทราบ ก็มีแนวทางให้เลือกคือ รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กจะอยู่ที่ 45 - 60 แอมป์ รถที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่จะอยู่ที่ 60-75 แอมป์ครับ หากต้องตัดสินใจเลือก ให้เลือกขนาดที่ใหญ่กว่าไว้ก่อนดีกว่าครับ เพื่อที่จะไม่มีปัญหาด้านการสตาร์ทเครื่องยนต์และการใช้งาน
การเลือกซื้อแบตรถยนต์อาจจะดูยากสำหรับใครหลายคน เพราะต้องเลือกให้ตรงกับประเภทของรถยนต์ที่คุณใช้งาน อีกทั้งต้องตรวจสอบขั้วแบตให้ดีว่าอยู่ทางซ้ายหรือขวา ซึ่งนอกจากในส่วนของการเลือกแล้ว การดูแลรักษาก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะแบตรถยนต์แบบน้ำ ที่ต้องคอยเติมน้ำกลั่นตลอดเวลาไม่ให้น้ำกลั่นหมด เพราะไม่เช่นนั้นแล้วรถยนต์อาจจะมีปัญหาในขณะที่กำลังวิ่งอยู่ได้ ส่วนชนิดไฮบริดหรือแบบน้ำอาจจะทนทานขึ้นมาเสียหน่อย แต่ก็ไม่ควรละเลยการหมั่นตรวจสอบสภาพของแบตรถยนต์เป็นประจำครับ
อันดับที่ 1: 3K Battery|แบตรถยนต์ รุ่น PMF50
อันดับที่ 2: GS Battery|แบตรถยนต์ รุ่น MFX-190
อันดับที่ 3: Panasonic|แบตรถยนต์ รุ่น 90D26
อันดับที่ 4: FB Battery|แบตรถยนต์ รุ่น F-135
อันดับที่ 5: YUASA|แบตรถยนต์ รุ่น 50B24L
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































