




การขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นหนึ่งในกิจกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวหรือการทัวร์ริ่ง เพราะนอกจากจะได้รับความสุขจากการขับขี่มอเตอร์ไซค์คู่ใจแล้ว ยังได้พบกับทิวทัศน์ธรรมชาติที่สวยงามและมิตรภาพใหม่ ๆ จากการเดินทางเป็นกลุ่มอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การขี่มอเตอร์ไซค์เพื่อท่องเที่ยวอาจต้องพบอุปสรรคอย่างการขึ้นเขาและเส้นทางที่ลาดชัน ทำให้การขับขี่อาจลำบากมากขึ้น
บทความนี้เราจึงจะมาแชร์วิธีการเลือกมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาเบื้องต้นที่เหมาะสมและปลอดภัยต่อการขับขี่ พร้อมคำแนะนำจาก Riding Instructor และยังมี 10 อันดับ มอเตอร์ไซค์รุ่นที่เหมาะสำหรับการขึ้นเขา ที่มีเครื่องยนต์ ระบบเบรกและระบบเกียร์เหมาะสม ช่วยประหยัดน้ำมัน รวมทั้งยังมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เพื่อการเดินทางไกลมาแนะนำให้เพิ่มเติมด้วย
Top 5 มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขา ยอดนิยม

คุณเหม่งเป็น Riding Instructor ผู้เชี่ยวชาญด้านการขับขี่มอเตอร์ไซค์ ที่ให้คำแนะนำและอบรมทักษะการขับขี่ ตั้งแต่รถมอเตอร์ไซค์ขนาดเล็กไปจนถึงบิ๊กไบค์ เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ด้วยความหลงใหลในมอเตอร์ไซค์มาตั้งแต่สมัยเรียน คุณเหม่งจึงใช้เวลาว่างออกเดินทางท่องเที่ยวกับรถคู่ใจอยู่เสมอ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากการขับขี่ในสถานการณ์และเส้นทางที่หลากหลาย ซึ่งนำไปสู่การตัดสินใจเข้าสู่สายอาชีพด้านการขับขี่อย่างจริงจัง ปัจจุบันคุณเหม่งทำงานใกล้ชิดกับผู้ขับขี่ทุกระดับ มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเทคนิคการขับขี่ การเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสม และการดูแลรักษารถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงติดตามเทคโนโลยีและแนวโน้มใหม่ ๆ ของวงการอยู่เสมอ ทำให้คุณเหม่งสามารถให้คำแนะนำที่แม่นยำและเป็นประโยชน์ต่อผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือผู้ที่ต้องการพัฒนาทักษะการขับขี่ เพื่อให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยบนท้องถนน

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาจะต้องการแรงบิดสูงเพื่อให้มีอัตราเร่งที่ดีสำหรับการขับขี่ขึ้นเขา และต้องการเบรกที่ดีสำหรับการขับขี่ลงเขา
มอเตอร์ไซค์สำหรับการขับขี่ขึ้นเขาจะมีคุณสมบัติที่ใช้พิจารณาในการเลือกซื้อต่างจากมอเตอร์ไซค์สำหรับขับขี่บนทางราบ เนื่องจากมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขานั้นจะเป็นรุ่นที่มีอัตราเร่งของเครื่องยนต์ที่ตอบสนองการขับขี่ได้ดี เพื่อให้สามารถขับขี่ขึ้นเขาได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การขับขี่ลงเขานั้นจำเป็นต้องใช้เบรกเพื่อลดความเร็วตลอดการขับขี่เพื่อความปลอดภัย ระบบเบรกของมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาจึงต้องตอบสนองการขับขี่ได้เป็นอย่างดีด้วย
หากถามว่ามอเตอร์ไซค์ขับขี่ทางราบหรือขับขี่ในเมืองทั่วไปสามารถใช้ขับขี่ขึ้นลงเขาได้หรือไม่ อันที่จริงแล้วก็สามารถทำได้ แต่อาจไม่คล่องตัวเนื่องด้วยอัตราเร่งที่แตกต่างกัน และโดยส่วนใหญ่แล้วรุ่นทั่วไปที่ขับขี่ในเมืองมักจะมีกำลังเครื่องยนต์น้อย ซึ่งไม่เหมาะกับการขับขี่ทางไกล ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่และความง่ายในการขับขี่มากขึ้น ควรเลือกรุ่นที่เหมาะสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาไปเลยก็จะมีประสิทธิภาพมากที่สุด
อย่างไรก็ตาม แม้จะเลือกใช้มอเตอร์ไซค์รุ่นที่เหมาะกับการขับขี่ขึ้นเขาแล้ว เทคนิคการขับขี่และความชำนาญถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทางลาดชันในการขึ้นเขามักมาพร้อมกับทางโค้งที่คดเคี้ยวไปมา (เพื่อลดความลาดชัน) ทำให้ขับขี่ยากกว่าการขับขี่ในทางทั่วไป เมื่อขาดทักษะการควบคุมรถที่ดีอาจนำมาซึ่งอันตรายในการขับขี่ได้ จึงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับมือใหม่หัดขับเท่าไหร่นัก
โดยปกติแล้วมอเตอร์ไซค์แบบทั่วไปก็สามารถใช้ขึ้นเขาได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการขับขี่ที่ดีมากกว่าเดิม คุณควรเลือกโดยพิจารณาตามปัจจัยด้านล่างนี้
สำหรับการขับขี่ขึ้นเขาโดยไม่มีผู้ซ้อนท้ายควรเลือกมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาที่มีขนาด 125cc ขึ้นไปเพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ดี ซึ่งหากขับขี่ในทางราบปกติอาจไม่เห็นความแตกต่างระหว่างรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ 125 cc กับรถที่มีขนาดเครื่องยนต์ที่เล็กกว่า เนื่องจากสามารถทำความเร็วไม่แตกต่างกันมากนัก แต่การขับขี่ขึ้นเขาจำเป็นต้องให้แรงบิดจากขนาดเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น เพื่อให้สามารถขับขี่ได้อย่างคล่องตัวมากกว่ารถที่ขนาดเครื่องยนต์เล็ก
ในกรณีที่มีผู้ซ้อนท้ายหากไม่ได้เน้นการขับขี่ที่ใช้ความเร็วมากนัก มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาขนาด 125cc ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับการขับขี่ขึ้นเขาและการรับภาระน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ที่มีขนาด 150cc ก็จะได้อัตราเร่งที่ดีมากกว่า ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการขับขี่ขึ้นเขาที่มีความคดเคี้ยวและลาดชัน นอกจากนี้ การขับขี่ขึ้นเขานั้นควรพิจารณาแรงบิดของมอเตอร์ไซค์ด้วย เพราะยิ่งมีค่าแรงบิดสูง หมายความว่า มอเตอร์ไซค์คันนั้นจะมีแรงในการขับเคลื่อนไปด้านหน้ามาก ซึ่งเหมาะกับการขับขี่ขึ้นเขานั่นเอง
ถึงแม้เครื่องยนต์ใหญ่จะส่งผลดีต่อการขับขี่ขึ้นเขา แต่ต้องแลกมาด้วยอัตราสิ้นเปลืองที่เพิ่มขึ้น อีกทั้งยิ่งมีเครื่องยนต์ที่ใหญ่ขึ้น รถก็จะยิ่งมีราคาสูงที่สูงขึ้นไปด้วย

สำหรับการขับขี่ขึ้นเขาขอแนะนำให้เลือกมอเตอร์ไซค์ระบบเกียร์ธรรมดาจะเหมาะสมที่สุด เพราะถึงแม้ระบบเกียร์ออโตเมติกจะได้ความสะดวกสบายในการขับขี่ แต่ไม่สามารถให้การตอบสนองอัตราเร่งที่ดีได้เท่ากับรถเกียร์ธรรมดา ซึ่งการใช้ระบบเกียร์ธรรมดานั้นผู้ขับขี่จะสามารถเปลี่ยนเกียร์ขึ้น-ลงเพื่อปรับอัตราทดให้เหมาะสมกับความเร็วเองได้ตลอดการขับขี่ ในขณะที่ระบบเกียร์ออโต้จะไม่สามารถปรับเปลี่ยนโดยผู้ขับขี่ได้ นอกจากนี้ ระบบเกียร์ธรรมดายังช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่าและมีขั้นตอนบำรุงรักษาน้อยกว่ารถระบบเกียร์ออโตอีกด้วย
ในกรณีที่ผู้ขับขี่ต้องการใช้มอเตอร์ไซค์ระบบเกียร์ออโต้จริง ๆ ขอแนะนำให้เลือกมอเตอร์ไซค์เกียร์ออโต้ที่มีระบบเบรกมือด้วย เพราะผู้ขับขี่อาจพบปัญหาการจอดรถบริเวณทางลาดชัน ทำให้รถไหลได้ จึงควรมีเบรกมือเพื่อห้ามล้อหากจำเป็นต้องจอดรถบริเวณทางลาดชัน โดยสามารถสังเกตได้จากก้านสำหรับล็อกเบรก บริเวณก้านเบรกด้านซ้ายมือเพื่อให้เบรกทำงานในขณะที่จอดรถ
ระบบเบรกมีความสำคัญในการขับขี่ลงเขาเป็นอย่างมาก เพราะการลงเขาจำเป็นต้องใช้เบรกอย่างต่อเนื่องเพื่อหน่วงความเร็วของรถ ทำให้ระบบเบรกเกิดความร้อนสะสม และถ้าระบบเบรกร้อนเกินไปอาจทำให้รถเบรกไม่อยู่ได้ ซึ่งระบบเบรกที่เหมาะสม ฉะนั้น จึงขอแนะนำให้ใช้ระบบดิสก์เบรก (Disc Brake) ที่สามารถตอบสนองการใช้เบรกได้ดี อีกทั้งจานเบรกยังได้รับการระบายความร้อนตลอดการขับขี่ จึงสามารถใช้เบรกได้ต่อเนื่องและหยุดรถได้ดีกว่าระบบดรัมเบรก (Drum Brake)
และเนื่องจากการขับขี่ขึ้นเขาจำเป็นจำต้องเร่งเครื่องยนต์มากกว่าเส้นทางปกติ เครื่องยนต์จึงอาจเกิดความร้อนสะสมอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น รถที่เหมาะสมสำหรับการขึ้นเขาควรมีระบบระบายความร้อนที่ดี โดยแนะนำให้ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยน้ำหรือรถที่มีหม้อน้ำ เพราะจะทำให้ระบายความร้อนได้รวดเร็ว เป็นการลดโอกาสที่จะเกิดความร้อนจนส่งผลต่อการทำงานของเครื่องยนต์ได้น้อยลงด้วย แต่ควรมีการบำรุงรักษาและหมั่นตรวจเช็กระดับน้ำในหม้อน้ำอย่างสม่ำเสมอ

การเลือกมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาที่มีน้ำหนักเบาจะช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ได้และช่วยให้ผู้ขับขี่มีความคล่องตัวในการขับขี่มากขึ้น รวมทั้งยังสามารถควบคุมตัวรถในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ง่ายขึ้นด้วย ซึ่งน้ำหนักรถมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสมในการขับขี่ขึ้นเขาควรมีน้ำหนักเบา โดยอยู่ที่ประมาณ 100 - 130 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นน้ำหนักที่สามารถควบคุมรถได้โดยไม่เป็นอุปสรรค
นอกเหนือจากน้ำหนักของรถแล้ว ดีไซน์รถมอเตอร์ไซค์จะต้องเหมาะสมกับการขับขี่ในระยะไกล ๆ ด้วย เพื่อให้เกิดความสบายในการขับขี่มากที่สุด ซึ่งท่านั่งจะต้องเหมาะสมเพื่อให้ขับขี่เป็นระยะเวลานาน ๆ ได้ โดยขอแนะนำให้เลือกรุ่นที่มีขนาดเบาะที่กว้างพอดีกับสรีระของผู้ขับขี่และมีระดับแฮนด์พอดีกับความกว้างของไหล่ เพราะหากใช้แฮนด์รถที่ต้องโน้มตัวไปด้านหน้ามากเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการเมื่อยหลังและปวดข้อมือได้

ทั้งนี้ การเลือกน้ำหนักรถจะต้องพิจารณาน้ำหนักการบรรทุกสัมภาระร่วมด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่ ผู้ซ้อนท้ายหรือสิ่งของต่าง ๆ ก็ตาม เพราะหากเลือกรถที่มีน้ำหนักเบาเกินไป แต่บรรทุกน้ำหนักมาก ย่อมส่งผลต่อประสิทธิภาพการขับขี่และตัวรถได้เช่นเดียวกัน
นอกจากนี้ บางรุ่นจะมีหน้าจอดิจิตอลแสดงข้อมูลการขับขี่ให้อ่านข้อมูลง่ายขึ้นและมีระบบเชื่อมต่อแอปพลิเคชันในการบันทึกระยะทางเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถทราบระยะทางการขับขี่ได้ ซึ่งจะช่วยคำนวณระยะเวลาการเดินทางและอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงได้อีกด้วย
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ขนาดเครื่องยนต์ | ขนาดตัวรถ | น้ำหนักตัวรถ | ระบบเกียร์ | สปีดเกียร์ | ระบบเบรก | ความจุถังน้ำมัน | ระบบโช้คอัพคู่ | มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | ประหยัดน้ำมัน | ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน | |||||
1 | DUCATI DUCATI DesertX | ![]() | ปรับการขับขี่ได้ 2 รูปแบบ ช่วงล่างแน่น โช้คหัวกลับคู่จาก KYB | 937 cc | - | 223 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | ABS | 21 ลิตร | ||||||||
2 | YAMAHA YAMAHA Tenere 700 | ![]() | ลุยได้ทุกสภาพถนน ช่วงล่างแน่น ปลอดภัย เหมาะสำหรับสายผจญภัย | 689 cc | 90.50 x 237.00 x 145.50 ซม. | 205 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | ABS | 16 ลิตร | ||||||||
3 | HONDA HONDA CRF300L | ![]() | วิบากสไตล์ Enduro เครื่องแรง พร้อมลุยทุกสภาพพื้นผิวถนน | 286.01 cc | 81.9 x 220.80 x 116.10 ซม. | 138 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | Disc Brake | 7.80 ลิตร | ||||||||
4 | Triumph Triumph Tiger 900 Rally | ![]() | เครื่องยนต์สมรรถนะสูง เฟรมเหล็กแข็งแรง เรือนไมล์ TFT ทันสมัย | 888 cc | 93.50 x 150.20 x 155.60 ซม. | 196 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | ABS | 20 ลิตร | ||||||||
5 | Kawasaki Kawasaki KLX230 SE | ![]() | สำหรับลุยทางออฟโรด ระบบโช้คหัวกลับพร้อมเบรก ABS ไฟหน้า LED | 233 cc | 94.00 x 211.50 x 119.00 ซม. | 136 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | ABS | 7.50 ลิตร | ||||||||
6 | HONDA HONDA CT125 | ![]() | ไซซ์มินิสายผจญภัย ดีไซน์แนวเรโทรผสานด้วยเทคโนโลยีทันสมัย | 124.89 cc | 80.50 x 196.10 x 108.50 ซม. | 118 กก. | เกียร์ธรรมดา | 4 สปีด | ABS | 5.40 ลิตร | ||||||||
7 | YAMAHA YAMAHA PG-1 | ![]() | ถังน้ำมัน 5.1 ลิตร ยางหน้าลาย Block ยึดเกาะได้ทุกพื้นผิว | 114 cc | 80.50 x 198.00 x 105.00 ซม. | 107 กก. | เกียร์ธรรมดา | 4 สปีด | Disc Brake | 5.10 ลิตร | ||||||||
8 | KTM KTM 390 Adventure | ![]() | ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ มี OFFROAD MODE สำหรับลุยโดยเฉพาะ | 373 cc | 90.00 x 215.40 x 143.00 ซม. | 177 กก. | เกียร์ธรรมดา | 6 สปีด | ABS | 14.50 ลิตร | ||||||||
9 | HONDA HONDA New Honda Wave125i | ![]() | รุ่นยอดฮิตที่ใช้งานได้หลากหลาย อำนวยความสะดวกได้ทุกรูปแบบ | 125 cc. | 71.10 x 193.10 x 109.00 ซม. | - | เกียร์ธรรมดา | 4 สปีด | Disc Brake | 5.40 ลิตร | ||||||||
10 | SUZUKI SUZUKI Raider J Crossover | ![]() | ดีไซน์สไตล์ Motocross โช้คคู่หน้าหลัง ตอบโจทย์ทางลูกรัง | 112.80 cc | 81.00 x 197.00 x 104.60 ซม. | 98 กก. | เกียร์ธรรมดา | 4 สปีด | Disc Brake | 4 ลิตร | ||||||||
นี่คือมอเตอร์ไซค์สไตล์ Enduro Adventure สำหรับสายผจญภัยจาก DUCATI ขับลุยได้ทุกสภาพพื้นผิวถนนในประเทศไทย ตัวเครื่องยนต์ใช้ 2 สูบ L-Twin 4 วาล์ว 6 สปีด มีกำลังสูง 937 cc 110 แรงม้า แรงบิด 92 Nm ปรับการขับขี่ได้ 2 โหมด คือ Enduro และ Rally ขับลุยป่าก็ได้ หรือทัวริ่งระยะไกลก็ดี อีกทั้งยังมีระบบเบรก ABS ที่สามารถเปิด-ปิด ได้ เพื่อตอบโจทย์ทุกลักษณะการขับขี่ ช่วงล่างใช้ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว พร้อมโช้คอัพหน้าหัวกลับ 46 mm จาก Kayaba ดิสก์เบรกคู่ และล้อหลัง 18 นิ้ว โช้คอัพเดี่ยวปรับระดับได้ ส่วนเรือนไมล์เป็นหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว
| ขนาดเครื่องยนต์ | 937 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | - |
| น้ำหนักตัวรถ | 223 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 21 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
ออกแบบมาให้ใกล้เคียงกับมอเตอร์ไซค์แรลลี่ อีกทั้งยังมาพร้อมกับช่วงล่างที่ทนทานเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นโช้คคู่ด้านหน้าแบบหัวกลับ ตอบสนองต่อพื้นถนนที่ขรุขระได้ดี รวมไปถึงโช้คหลัง Single Shock ปรับระดับได้ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรกคู่ พร้อมปั๊ม Brembo 4 ลูกสูบ ด้านหน้า และ 2 ลูกสูบ ด้านหลัง เสริมด้วยระบบเบรก ABS 2 ชาแนล สามารถเปิด-ปิดได้ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ CP2 Parallel Twin 689 cc 4 จังหวะ 2 สูบ ส่วนเรือนไมล์เป็นหน้าจอ LCD ดิจิทัลเต็มระบบ พร้อมไฟหน้า LED ถึง 4 ดวง
| ขนาดเครื่องยนต์ | 689 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 90.50 x 237.00 x 145.50 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 205 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 16 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
หากคุณกำลังมองหามอเตอร์ไซค์สำหรับใช้งานหนักเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเขา ลงห้วย เข้าป่า หรือแม้แต่ขับขี่ภายในเมือง เราขอแนะนำ HONDA CRF300L คันนี้เลย เพราะเป็นรถวิบากสไตล์ Enrudo สมบุกสมบัน ที่โดดเด่นด้วยโช้คคู่หน้าหัวกลับสีทองเหลืองขนาดใหญ่ 43 มม. เสริมด้วยดอกยางร่องลึก ให้ขับลุยได้ทุกสภาพพื้นผิวถนนไม่ว่าจะเปียกหรือแห้ง ส่วนเครื่องยนต์มีขนาด 286.01 cc เกียร์ 6 สปีด 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI นอกจากนี้ ยังมาพร้อมไฟหน้า Full LED และเรือนไมล์ดิจิทัล บอกข้อมูลสถานะตัวรถครบถ้วน
| ขนาดเครื่องยนต์ | 286.01 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 81.9 x 220.80 x 116.10 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 138 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | Disc Brake |
| ความจุถังน้ำมัน | 7.80 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
Triumph Tiger 900 Rally คือมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาที่ตอบสนองการขับขี่ได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะออกทริปทัวริ่งระยะไกลหรือเข้าป่าขึ้นเขาแนวผจญภัยก็ตอบโจทย์ เพราะขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 888 cc 3 สูบ 12 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยของเหลว อีกทั้งยังมีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัย ไฟหน้าคู่เป็นเอกลักษณ์ เฟรมรถเป็นท่อเหล็กแข็งแรง ซับแรงกระแทกด้วยโช้คหัวกลับ Showa ขนาด 45 มม. พร้อมดิสก์เบรกคู่หน้า-หลัง ABS และยังมาพร้อมเรือนไมล์หน้าจอ TFT ขนาดใหญ่ 7" แสดงข้อมูลรถได้อย่างครบถ้วน
| ขนาดเครื่องยนต์ | 888 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 93.50 x 150.20 x 155.60 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 196 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 20 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
Kawasaki KLX230 SE เป็นมอเตอร์ไซค์วิบากตัวท็อปในซีรีส์ KLX230 รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาให้ขับขี่ในเส้นทางออฟโรดโดยเฉพาะ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 233 cc เกียร์ 6 สปีด 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด ระบายความร้อนด้วยอากาศ พร้อมระบบสตาร์ทมือสะดวกสบาย ไฟหน้ารถเป็นแบบ LED ส่วนระบบเบรกเป็น ABS พร้อมโช้คอัพหน้าระบบหัวกลับขนาด 37 มม. แต่รุ่นนี้มีข้อพิจารณาคือเรือนไมล์ดิจิทัลจะไม่แสดงข้อมูลรอบหรือระดับเกียร์ ผู้ขับขี่จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
| ขนาดเครื่องยนต์ | 233 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 94.00 x 211.50 x 119.00 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 136 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 7.50 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
HONDA CT125 เรียกได้ว่าเป็นมอเตอร์ไซค์ผจญภัยไซซ์มินิรุ่นบุกเบิกตลาดในไทย มาพร้อมกับดีไซน์และรูปทรงเรโทรย้อนยุค แต่ซ่อนเทคโนโลยีทันสมัยมากมายไว้ภายในรถ เริ่มตั้งแต่เครื่องยนต์ขนาด 124.89 cc หรือ 125 cc ระบบหัวฉีด PGM-FI 4 จังหวะ ระบายความร้อนด้วยอากาศ สตาร์ทมือใช้งานสะดวก อีกทั้งยังมีหน้าปัดเรือนไมล์ระบบดิจิทัลและไฟหน้ากลม LED สว่าง ขับขี่กลางคืนได้ปลอดภัย พร้อมท่อไอเสียที่ออกแบบมาให้ยกสูง เพื่อใช้ลุยน้ำหรือโคลนได้สะดวก ไม่ต้องกลัวเครื่องดับ
| ขนาดเครื่องยนต์ | 124.89 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 80.50 x 196.10 x 108.50 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 118 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 4 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 5.40 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
YAMAHA PG-1 คือมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาที่ทางแบรนด์ออกแบบและผลิตมาเพื่อท้าชิงตำแหน่งมอเตอร์ไซค์ไซซ์มินิสายผจญภัยอย่าง HONDA CT125 โดยตรง ซึ่ง PG-1 จะมีจุดเด่นตรงที่ปรับปรุงดีไซน์ให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น ในส่วนของเครื่องยนต์จะมีขนาด 114 cc 4 จังหวะ สูบเดี่ยว SOHC 2 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยอากาศ จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีด พร้อมถังน้ำมันขนาด 5.1 ลิตร หน้าปัดเรือนไมล์เป็นแบบแอนะล็อกและไฟหน้ากลมฮาโลเจน พร้อมยางลาย Block หน้ากว้าง ลุยได้ทุกสภาพพื้นผิวถนน
| ขนาดเครื่องยนต์ | 114 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 80.50 x 198.00 x 105.00 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 107 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 4 สปีด |
| ระบบเบรก | Disc Brake |
| ความจุถังน้ำมัน | 5.10 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
KTM 390 Adventure รุ่นล่าสุดประจำปี 2024 มาพร้อมเรือนไมล์ดิจิทัลเต็มระบบ และตัวรถที่ได้รับการออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 373 cc แบบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันด้วยระบบหัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์และระบายความร้อนด้วยน้ำ พร้อมระบบดิสก์เบรกคู่ ABS และ Slipper Clutch ป้องกันล้อล็อกหรือท้ายสะบัดเพิ่มความปลอดภัย อีกทั้งยังเสริมแกร่งด้วยเฟรมโลหะที่มีความแข็งแรงทนทาน นอกจากนี้ ยังมี OFFROAD MODE เพื่อให้คุณได้ลุยพื้นผิวถนนที่มีความขรุขระได้อย่างสนุกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
| ขนาดเครื่องยนต์ | 373 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 90.00 x 215.40 x 143.00 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 177 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 6 สปีด |
| ระบบเบรก | ABS |
| ความจุถังน้ำมัน | 14.50 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
รุ่นยอดฮิตที่อยู่คู่คนไทยมาช้านาน โดดเด่นด้วยฟีเจอร์และเทคโนโลยีของรถที่สามารถอำนวยความสะดวกของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย เหมาะสำหรับการส่งของจากเครื่องยนต์ PGM-FI 125 cc ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด ประหยัดน้ำมัน ให้อัตราเร่งดี สามารถขับขี่ได้คล่องตัวมากกว่าเดิม นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ใหม่ ๆ อย่างไฟหน้า LED ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ที่ช่วยส่องสว่างเวลากลางคืน ช่องเก็บของใต้เบาะไซซ์ XL และระบบกุญแจนิรภัยแบบใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยเวลาจอดรถ
| ขนาดเครื่องยนต์ | 125 cc. |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 71.10 x 193.10 x 109.00 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | - |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 4 สปีด |
| ระบบเบรก | Disc Brake |
| ความจุถังน้ำมัน | 5.40 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
นี่คือมอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาสไตล์ครอสโอเวอร์ไซซ์กะทัดรัดแต่ประสิทธิภาพสูงจาก SUZUKI ที่ถูกออกแบบและปรับแต่งให้ตัวรถมีลักษณะพร้อมลุยแบบ Motocross ไม่ว่าจะเป็นฝาครอบตัวถังด้านข้างที่มีความทนทาน รวมไปถึงบังโคลนด้านหน้าขนาดใหญ่สไตล์รถวิบาก โดยรุ่นนี้ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 112.8 cc เกียร์วน 4 ระดับ จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีด ส่วนถังน้ำมันมีความจุ 4.0 ลิตร นอกจากนี้ ยังมีโช้คอัพหน้าขนาดใหญ่ 31 มม. และโช้คหลังคู่ รวมถึงดิสก์เบรกหน้า เสริมความปลอดภัยในขณะขึ้นเขา
| ขนาดเครื่องยนต์ | 112.80 cc |
|---|---|
| ขนาดตัวรถ | 81.00 x 197.00 x 104.60 ซม. |
| น้ำหนักตัวรถ | 98 กก. |
| ระบบเกียร์ | เกียร์ธรรมดา |
| สปีดเกียร์ | 4 สปีด |
| ระบบเบรก | Disc Brake |
| ความจุถังน้ำมัน | 4 ลิตร |
| ระบบโช้คอัพคู่ | |
| มีระบบระบายความร้อนด้วยน้ำ | |
| ประหยัดน้ำมัน | |
| ช่องสำหรับชาร์จมือถือ | |
| จอแสดงข้อมูลการขับขี่ | |
| กุญแจรีโมทอัจฉริยะ | |
| ระบบล้อยางแบบไม่มียางใน |
แน่นอนว่าการขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขานั้นจะขับขี่ยากกว่าการขับขี่ในทางทั่วไป เมื่อขาดทักษะการควบคุมรถที่ดีอาจนำมาซึ่งอันตรายในการขับขี่ได้ ซึ่งอุบัติเหตุมักเกิดช่วงลงเขา เพราะในการขับลงเขารถจะมีความเร็วเพิ่มขึ้น ยิ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ โดยสิ่งที่ส่งผลโดยตรงต่อการควบคุมความเร็วคือ ระบบเบรกและเกียร์ เราจึงขอแนะนำเทคนิคการขับขี่มอเตอร์ไซค์ขึ้นเขาเบื้องต้น ดังนี้
2. ขณะขับขี่ขึ้น-ลงเขา ควรใช้เกียร์ต่ำ และห้ามใช้เกียร์ว่างโดยเด็ดขาด เนื่องจากการใช้เกียร์ต่ำจะช่วยให้รถสามารถขับขี่ขึ้นทางชันได้ง่าย และเมื่อขับลงเขาการใช้เกียร์ต่ำจะทำให้กำลังของเครื่องยนต์ฉุดความเร็วของรถ หรือที่เราเรียกกันว่าเบรกเครื่องยนต์ หรือ Engine Brake ซึ่งช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่ขึ้น-ลงเขาได้ดียิ่งขึ้น
ทั้ง 2 เทคนิคนี้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เบรกหรือการควบคุมความเร็วด้วยเบรกเครื่องยนต์ เป็นเพียงพื้นฐานที่สำคัญต่อการขับขี่ขึ้น-ลงเขา แต่ยังมีเทคนิคที่จำเป็นอีกมากมาย ซึ่งผู้ขับขี่ควรเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ และควรหัดขับขี่ในพื้นที่ปกติให้เกิดความชำนาญก่อนที่จะขับขึ้นเขา จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้มาก
นอกจากการเลือกมอเตอร์ไซค์ที่เหมาะสมกับการขึ้นเขาจากประเภทเกียร์หรือระบบเบรกแล้ว การเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขึ้นเขาที่ดีขึ้น ก็ยังสามารถทำได้ด้วยการศึกษาเส้นทางที่ต้องการเดินทางไปให้ละเอียด และควรหัดขับขี่ให้ชำนาญก่อนเริ่มเดินทางไปยังเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย อีกทั้งควรหมั่นเช็กสภาพรถเป็นระยะ หรือก่อนออกเดินทางขึ้นเขาทุกครั้ง เพื่อลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
อันดับที่ 1: DUCATI|DUCATI DesertX
อันดับที่ 2: YAMAHA|YAMAHA Tenere 700
อันดับที่ 3: HONDA|HONDA CRF300L
อันดับที่ 4: Triumph|Triumph Tiger 900 Rally
อันดับที่ 5: Kawasaki|Kawasaki KLX230 SE
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































