10 3D Printer ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 เครื่องพิมพ์สามมิติ
3D Printer หรือที่หลายคนเรียกกันว่าเครื่องพิมพ์สามมิติเป็นเครื่องพิมพ์รูปแบบหนึ่งที่มีการพัฒนามาเพื่อใช้ในการพิมพ์แบบจำลอง โมเดล หรือชิ้นส่วนต่าง ๆ เครื่องพิมพ์ประเภทนี้ไม่ได้ถูกนำมาใช้งานกันอย่างแพร่หลาย เพราะการใช้งานจะต้องใช้ทักษะและมีความเข้าใจในสิ่งที่ต้องการพิมพ์ รวมถึงวัสดุที่นำมาใช้พิมพ์นั้นยังต้องเป็นวัสดุที่เฉพาะเจาะจงอีกด้วย
บทความนี้ เรามีวิธีการเลือก 3D Printer สำหรับพิมพ์งานพื้นฐานหรือฝึกพิมพ์โมเดล สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง และสำหรับการพิมพ์แบบลงบนวัสดุที่มีความทนทานสูง พร้อมคำแนะนำจากคุณแทนไท เกตุแก้ว ผู้เชี่ยวชาญด้านไอที อีกทั้งยังได้ทำการรวบรวม 10 3D Printer จากหลากหลายแบรนด์ โดยจะมีทั้งเครื่องพิมพ์ระบบ FDM, SLA และ SLS มาแนะนำเพิ่มเติมกันอีกด้วย
Top 5 3D Printer ยอดนิยม

คุณแทนจบการศึกษาจากคณะวิทยาการสารสนเทศ สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศ จากมหาวิทยาลัยบูรพา และได้เข้าทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ IT Support ขององค์กรแห่งหนึ่งหลังเรียนจบ โดยมีประสบการณ์ด้าน IT ระดับ Business ทำหน้าที่ดูแลทั้ง Hardware และ Software ภายในองค์กรมาหลายปี รวมทั้งคอยดูแลแก้ไขปัญหาการใช้งานคอมพิวเตอร์ เช่น ซ่อมคอมพิวเตอร์ Upgrade คอมพิวเตอร์ และตั้งค่าการใช้งานต่าง ๆ ของระบบปฏิบัติการ Windows รวมถึงการใช้ Software ต่าง ๆ ให้มีความพร้อมใช้งานอยู่เสมอ ด้วยความชอบส่วนตัวคุณแทนมีความสนใจในเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว จึงคอยเรียนรู้และติดตามเทรนเทคโนโลยีเพื่อสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตประจำวันและการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอยู่เสมอ ดังนั้นจากประสบการณ์การทำงานโดยตรงและมีโอกาสได้ใช้งานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จริง จึงทำให้มีความรู้และยังสามารถให้คำแนะนำสำหรับการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับด้าน IT ได้อย่างดี

คุณคมกริช (เคย์) จบการศึกษาจาก วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม มีประสบการณ์ยาวนานด้านการออกแบบมาหลายปี แต่ด้วยความสนใจเรื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ จึงได้ศึกษาและติดตามข่าวสารในวงการเทคโนโลยีอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นด้าน Gadgets, Application หรือนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับสายเทคโนโลยีทั้งหมด นอกจากนี้คุณเคย์ยังมีความเชี่ยวชาญในการรีวิวเครื่องใช้ไฟฟ้าทั้งทีวี, อุปกรณ์เชื่อมต่อเครือข่าย และเครื่องใช้ภายในบ้าน นอกจากความถนัดด้านเทคโนโลยี คุณเคย์ยังสนใจวงการเกม และมีบทบาทสำคัญในการจัดการแข่งขันระดับประเทศ อาทิ Thailand Game Expo, Predator League และ Thailand Mobile Expo ปัจจุบันคุณเคย์ได้เปลี่ยนเส้นทางสู่การเป็น สตรีมเมอร์ และสร้างเพจของตัวเองชื่อ Blackkat Gamer โดยเน้นเนื้อหาเกี่ยวกับ เกมมือถือ, Nintendo Switch และเกม PC ด้วยประสบการณ์ในหลายด้าน ทำให้คุณเคย์มีความเข้าใจลึกซึ้งทั้งในเรื่อง เทคโนโลยีและเกม สามารถถ่ายทอดเนื้อหาที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้อ่านที่สนใจสินค้ากลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าและวงการเกมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
3D Printer คืออะไร

วิธีการเลือก 3D Printer
3D Printer เป็นเครื่องพิมพ์ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในงานเฉพาะด้าน มีวิธีการใช้ที่ซับซ้อนและใช้เวลาในการพิมพ์นาน ดังนั้นก่อนที่จะนำเครื่องพิมพ์ประเภทนี้มาใช้แนะนำให้ตรวจสอบปัจจัยดังต่อไปนี้ก่อนเพื่อการสร้างชิ้นงานที่ตรงกับความต้องการที่สุด
เลือก 3D Printer จากประเภทของเครื่องหรือเทคโนโลยีการพิมพ์
3D Printer ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีการแบ่งออกเป็นประเภทหรือเทคโนโลยีการพิมพ์ โดยแต่ละประเภทจะเหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันรวมถึงยังรองรับวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ต่างกัน คุณจึงควรเลือกประเภทให้เหมาะสมกับชิ้นงานที่ต้องการพิมพ์
ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) สำหรับพิมพ์งานพื้นฐานหรือฝึกพิมพ์โมเดล

3D Printer แบบ FDM (Fused Deposition Modeling) เป็นระบบฉีดเส้นพลาสติก ใช้งานง่าย บางคนจะเรียกว่า 3D Printer Model เนื่องจากนิยมนำมาใช้ในการพิมพ์โมเดลทั่วไป ชิ้นส่วนต่าง ๆ หรือแบบจำลองที่มีรายละเอียดของชิ้นงานไม่มาก กระบวนการทำงานจะเป็นการใช้ความร้อนทำให้เส้นพลาสติกกลายเป็นของเหลวก่อนจะฉีดผ่านหัวฉีดออกมา เครื่องพิมพ์จะพิมพ์เส้นพลาสติกตามแบบในแกนระนาบ จากนั้นจะทำการพิมพ์ในชั้นต่อไปซ้ำไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นรูปร่าง 3 มิติ
ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) สำหรับงานที่ต้องการความละเอียดสูง

3D Printer แบบ SLA หรือ DLP จะมีกระบวนการทำงานที่ใกล้เคียงกัน นิยมนำมาใช้ในการพิมพ์เรซินที่ต้องการความละเอียด บางครั้งจึงถูกเรียกว่า 3D Printer Resin การทำงานของเครื่องพิมพ์ประเภทนี้คือจะมีการฉายแสงไปยังถาดที่บรรจุเรซินไว้ จุดที่เรซินถูกแสงส่องลงมาจะเกิดการแข็งตัว กระบวนการนี้จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเรซินกลายเป็นรูปร่างตามแบบที่ทำไว้ เมื่อผ่านชั้นที่หนึ่งจะเริ่มทำชั้นต่อ ๆ ไป จนกลายเป็นรูปร่าง 3 มิติ หากเป็นงานชิ้นใหญ่จะใช้เวลาในการพิมพ์ค่อนข้างนาน
ระบบหลอมผง (SLS) สำหรับการพิมพ์แบบลงบนวัสดุที่มีความทนทานสูง

ตรวจสอบว่า 3D Printer รองรับการพิมพ์ลงบนวัสดุประเภทใด

การใช้งานเครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะต้องตรวจสอบ 3D Printer Filament หรือวัสดุที่ใช้ในการพิมพ์ด้วย เนื่องจากวัสดุแต่ละชนิดจะรองรับเทคโนโลยีการพิมพ์ที่ต่างกันและผลลัพธ์ที่ได้ก็จะต่างกันออกไป โดยวัสดุที่ได้รับความนิยมจะมีดังนี้
- PLA เป็นวัสดุที่เหมาะสำหรับใช้ในการพิมพ์ชิ้นงานที่ไม่ต้องการความทนทานสูง นำมาใช้ในการพิมพ์งานสำหรับมือใหม่หรือทดสอบการพิมพ์แบบจำลองได้ จุดเด่นของวัสดุนี้คือย่อยสลายได้ เพียงแต่เป็นวัสดุไม่ทนต่อความร้อนจึงต้องควบคุมการพิมพ์ให้ดี
- ABS, PA, PC เป็นวัสดุในกลุ่มพลาสติกที่มีความทนทานสูง เมื่อพิมพ์ออกมาจะนำไปเป็นชิ้นส่วนที่ต้องผ่านการตรวจสอบหรือประกอบได้ รวมถึงใช้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความแข็งแรงได้ ได้รับความนิยมมากเพราะมีราคาไม่สูงมากและใช้ได้หลายสถานการณ์
- TPU เป็นพลาสติกที่มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับพิมพ์ชิ้นส่วนที่ต้องการการดัดงอหรือต้อการเปลี่ยนรูปร่างในภายหลัง เมื่อพิมพ์ออกมาตัวแบบจะมีความนิ่มกว่าวัสดุอื่น นิยมนำมาใช้ทำเป็นแบบโครงรองเท้า เคสมือถือ หรือวัตถุที่ต้องทำการสวมใส่กับวัตถุอื่น
- Nylon หรือ PA - Polyamide เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ใช้ผลิตชิ้นส่วนที่เป็นฐานของชิ้นส่วนอื่นหรือวัสดุที่ต้องขยับในภายหลังได้ นำมาใช้ในเชิงพาณิชย์หรือผลิตชิ้นส่วนในธุรกิจบางประเภทได้ แต่การพิมพ์ด้วยวัสดุประเภทนี้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน
- PETG เป็นพลาสติกอีกชนิดที่มีความเหนียวและทนทาน มีความโปร่งใส่ นิยมใช้พิมพ์เป็นบรรจุภัณฑ์หรือใช้กับอาหาร จุดเด่นคือเมื่อพิมพ์ออกมาแล้วจะทนต่อรอยขีดข่วนและความชื้น ระหว่างพิมพ์จะไม่ส่งกลิ่นฉุนออกมา แต่ข้อสังเกตคือพิมพ์ออกมาได้ค่อนข้างยาก
- Resin สำหรับการพิมพ์ที่ต้องการรายละเอียดสูงสุด เป็นวัสดุเหลวที่จะแข็งตัวเมื่อโดนแสง UV เมื่อพิมพ์ออกมาผิวของงานพิมพ์จะมีความเรียบ นำมาใช้พิมพ์ในงานที่มีความซับซ้อนได้ แต่การใช้วัสดุนี้จะใช้เวลาพิมพ์นานและอาจจะเป็นอันตรายหากสัมผัสโดยตรง
พิจารณาขนาดของ 3D Printer ให้เหมาะกับชิ้นงานที่ต้องการพิมพ์

3D Printer ที่วางจำหน่ายในปัจจุบันจะมีหลายขนาด ซึ่งขนาดของตัวเครื่องจะส่งผลต่อชิ้นงานที่ต้องการพิมพ์ออกมาด้วย กล่าวคือเครื่องพิมพ์ขนาดใหญ่ก็จะผลิตชิ้นงานชิ้นใหญ่ได้แต่ก็จะใช้พื้นที่ในการจัดวางและใช้เวลาในการพิมพ์ที่ค่อนข้างมาก
- เครื่องขนาดตั้งโต๊ะ เป็นขนาดที่ใช้งานได้ตั้งแต่ในบ้านไปจนถึงในกลุ่มคนที่ริเริ่มผลิตงาน 3D ชิ้นงานที่ผลิตออกมาได้ มีให้เลือกหลายขนาด โดยขนาดที่นิยมสำหรับผู้เริ่มต้นจะอยู่ที่ 220 x 220 x 250 มม. ไปจนถึง 300 x 300 x 300 มม. ซึ่งเป็นขนาดที่เพียงพอสำหรับการพิมพ์ชิ้นส่วน, ของใช้, หรือแบบจำลองสามมิติทั่วไป
- เครื่องขนาดตั้งพื้น จะใช้พิมพ์ชิ้นงานที่ใหญ่ขึ้น ที่มุ่งเน้นการใช้งานในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม สำหรับผลิตชิ้นงานที่มีขนาดใหญ่กว่าที่เครื่องตั้งโต๊ะจะทำได้ หรือผลิตชิ้นงานจำนวนมากในครั้งเดียว โดยยังคงรักษาความละเอียดของชิ้นงานได้ดี
เลือก 3D Printer ที่รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ที่ออกแบบไว้

- STL เป็น 3D Printer File มาตรฐานที่นิยมใช้งานในเครื่องพิมพ์ประเภทนี้เพราะทุกรุ่นมักจะพิมพ์รูปร่างจากไฟล์นี้ได้อยู่แล้ว สามารถสร้างรูปทรงพื้นฐานหรือมีรายละเอียดเริ่มต้นได้ เป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยเกิดปัญหาเมื่อสั่งพิมพ์และยังอ่านไฟล์ได้อย่างรวดเร็ว
- OBJ ไฟล์ที่สามารถบันทึกรายละเอียดของพื้นผิว สี และวัสดุที่ใช้ได้อย่างละเอียด ทำให้งานที่พิมพ์ออกมาตรงกับความต้องการของผู้พิมพ์มากที่สุด มักจะเป็นไฟล์สำหรับงานออกแบบที่ต้องการรายละเอียดสูงหรือมีขอบเขตการพิมพ์ที่ชัดเจน
- AMF ไฟล์ที่ทำงานใกล้เคียงกับไฟล์ STL แต่รองรับรายละเอียดที่มากขึ้น นำมาใช้พิมพ์ชิ้นงานสเปกสูงได้ อย่างไรก็ตามเงื่อนไขการใช้ไฟล์ชนิดนี้มีค่อนข้างมากและเครื่องพิมพ์บางรุ่นยังไม่รองรับไฟล์ชนิดนี้ ทำให้มีทางเลือกในการพิมพ์ระดับหนึ่ง
- 3MF เป็นไฟล์มาตรฐานยุคใหม่ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อมาทดแทน STL โดยตรง จุดเด่นคือสามารถบันทึกข้อมูลที่จำเป็นต่อการพิมพ์ทั้งหมดไว้ในไฟล์เดียวได้ ทั้งรูปทรงความละเอียดสูง, สี, วัสดุ และการตั้งค่าการพิมพ์ ทำให้ไฟล์มีขนาดเล็กแต่ยังคงคุณภาพไว้ครบถ้วน โปรแกรม Slicer รุ่นใหม่ๆ จึงรองรับและนิยมใช้ไฟล์ชนิดนี้มากขึ้น
พิจารณาฟังก์ชันในการพิมพ์แบบเพื่อความสะดวกในการพิมพ์

- ความเร็วในการพิมพ์ จะขึ้นอยู่กับขนาดของและรายละเอียดของชิ้นงาน โดยปกติแล้วจะอยู่ในช่วง 250 - 500 mm/s หากมากกว่านี้จะเป็นการพิมพ์ในเชิงธุรกิจหรือใช้พิมพ์งานที่มีความละเอียกมาก แต่หากใช้เวลาพิมพ์น้อยกว่านี้อาจจะได้งานที่ไม่ละเอียดนัก
- อุณหภูมิที่เกิดขึ้นในระบบ ระหว่างใช้งานเครื่องพิมพ์จะมีการใช้ความร้อนเพื่อควบคุมงานพิมพ์ ความร้อนของฐานแนะนำสูงสุดที่ 100°C เพราะจะช่วยยึดฐานและคงรูปของแบบได้ดี ในขณะที่ความร้อนของหัวฉีดแนะนำความร้อนสูงสุดในช่วง 300°C จะทำให้งานเข้ารูปได้ดี
- มีจุดปรับระดับแบบพิมพ์ คือฟังก์ชันในการปรับเตียงพิมพ์ การปรับระดับนี้จะทำให้เตียงพิมพ์อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับหัวฉีด ทำให้งานพิมพ์มีความแม่นยำสูง ได้รูปทรงใกล้เคียงกับแบบ อีกทั้งการปรับระดับยังช่วยให้งานไม่หลุดจากเตียงพิมพ์ ลดอาการบิดงอของงานได้
- ความละเอียดของการพิมพ์ ค่านี้ใน 3D Printer จะเป็นการระบุความหนาของชิ้นงานที่ต้องการพิมพ์ออกมา หากมีความละเอียดสูง งานที่พิมพ์ออกมาก็จะมีความเรียบและแม่นยำขึ้น โดยความละเอียดควรต่ำกว่า 100 ไมครอน เพื่อที่จะได้ผลงานที่เหมือนแบบที่สุด
ตรวจสอบฟังก์ชันเสริมของ 3D Printer เพื่อความสะดวกในการใช้

นอกจากคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องกับการพิมพ์แล้ว 3D Printer บางรุ่นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมดังต่อไปนี้เพื่อช่วยให้การใช้งานเครื่องพิมพ์ทำได้สะดวกและพิมพ์งานได้อย่างราบลื่นยิ่งขึ้น ทำให้มือใหม่สามารถใช้งานเครื่องพิมพ์เหล่านี้ได้ง่ายขึ้น
- รองรับการควบคุมแบบไร้สาย เครื่องพิมพ์จะเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สำหรับสั่งพิมพ์ผ่านสัญญาณไร้สาย เช่น Wi - Fi หรือ Bluetooth ได้ พบในเครื่องพิมพ์ขนาดเล็กหรือใช้งานในบ้านเป็นหลัก โดยจะช่วยให้สั่งงานผ่านอุปกรณ์เคลื่อนที่ได้อีกด้วย
- สั่งการผ่านโปรแกรมได้ทุกระบบปฏิบัติการ การสั่งงานเครื่องพิมพ์บนคอมพิวเตอร์จะทำผ่านโปรแกรมสไลเซอร์ (Slicer) ซึ่งโปรแกรมเหล่านี้ควรติดตั้งและใช้งานได้ดีทั้งบนระบบปฏิบัติการ Windows และ macOS เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
- มีไฟแสดงสถานะการพิมพ์ ในการพิมพ์งาน 3D แต่ละครั้งจะใช้เวลาที่ต่างกัน บางงานใช้เวลาพิมพ์ข้ามวัน ในการตรวจสอบสถานะการพิมพ์นั้น นอกจากจะตรวจสอบผ่านคอมพิวเตอร์แล้ว หากเครื่องพิมพ์มีไฟแสดงสถานะจะช่วยให้ตรวจสอบชิ้นงานที่เสร็จแล้วได้ง่ายขึ้น
- ควบคุมผ่านเครื่องพิมพ์โดยตรง นอกจากการสั่งงานผ่านคอมพิวเตอร์แล้ว เครื่องพิมพ์บางรุ่นมีแผงควบคุมหรือหน้าจอสำหรับควบคุมเครื่องพิมพ์เพื่อช่วยให้เครื่องพิมพ์ทำงานได้แม้ว่าจะไม่ได้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์สั่งพิมพ์ก็ตาม เพิ่มความสะดวกในการใช้ได้มากขึ้น
- มีระบบทำความร้อน เครื่องพิมพ์บางรุ่นในห้องพิมพ์จะสามารถทำความร้อนได้เพื่อช่วยให้งานที่พิมพ์ออกมาคงรูป โดยฟังก์ชันนี้จะต้องตรวจสอบวัสดุที่ใช้พิมพ์ด้วยว่าทนต่อความร้อนได้มากน้อยแค่ไหน นอกจากนี้ บางรุ่นยังสามารถควบคุมอุณหภูมิได้อีกด้วย
10 3D Printer ยี่ห้อไหนดี เครื่องพิมพ์สามมิติ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทเครื่องปริ้น | ขนาด | น้ำหนัก | ความละเอียดในการพิมพ์ | ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | อัตราเร่งสูงสุด | ความแม่นยำในการพิมพ์ | อุณหภูมิทำงานสูงสุด | รองรับวัสดุ | รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | พอร์ตเชื่อมต่อ | การเชื่อมต่อไร้สาย | |||||
1 | Creality 3D Printer Ender3|V3 | ![]() | พิมพ์ได้หลายวัสดุ ความเร็วในการพิมพ์ 250 มม. ต่อวินาที | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 34.9 x 36.4 x 49 ซม. | 7.12 กก. | 0.1 - 0.35 มม. | 250 มม./วินาที | 2,500 มม./วินาที² | ± 0.1 มม. | 250 องศาเซลเซียส | PLA, PETG, TPU | .stl, .obj, .3mf | USB-A, RJ45 | Wi-Fi | |
2 | Creality 3D Printer|K1C | ![]() | ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบกล่องปิด พิมพ์วัสดุเส้นใยคาร์บอนได้ | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 35.5 x 35.5 x 48 ซม. | 12.5 กก. | 0.1 - 0.35 มม. | 600 มม./วินาที | 20,000 มม./วินาที² | ± 0.1 มม. | 300 องศาเซลเซียส | PLA, PETG, TPU, ABS, ASA, PC, PLA-CF, PET-CF, PA-CF | .stl, .obj, .3mf | USB-A, RJ45 | Wi-Fi | |
3 | Anet 3D Printer|ET4 X-R | ![]() | โครงสร้างโลหะ ช่วยลดการสั่นสะเทือน มีหน้าจอแบบสัมผัส | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 46 x 43 x 54 ซม. | 8.5 กก. | 0.1 มม. | 180 มม./วินาที | 2,900 มม./วินาที² | ± 0.1 มม. | 280 องศาเซลเซียส | PLA, ABS, TPU, PETG | .stl, .obj, .gcode | USB, SD Card | ||
4 | Bambu Lab Mini Combo 3D Printer|A1 | ![]() | เสียงรบกวนต่ำ 48 dB ปรับปริมาตรการฉีดวัสดุได้อัตโนมัติ | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 32 x 29 x 34 ซม. | 6 กก. | 0.05 - 0.1 มม. | 300 มม./วินาที | 10,000 มม./วินาที² | ± 0.05 มม. | 300 องศาเซลเซียส | PLA, ABS, PETG, TPU, ASA, Nylon | .stl, .obj, .gcode | USB | Wi-Fi | |
5 | Bambu Lab Combo 3D Printer|P1S | ![]() | ตัวเครื่องแบบปิด มีระบบชดเชยการสั่น พิมพ์งานได้แม่นยำ | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 46 x 44 x 53 ซม. | 15 กก. | 0.05 - 0.1 มม. | 500 มม./วินาที | 15,000 มม./วินาที² | ± 0.05 มม. | 300 องศาเซลเซียส | PLA, ABS, PETG, TPU, ASA, Nylon | .stl, .obj, .gcode | USB | Wi-Fi | |
6 | Anycubic Combo 3D Printer|S1C | ![]() | ใช้หัวฉีดโลหะ ทนอุณหภูมิสูง รองรับการพิมพ์แบบหลายสี | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) | 45 x 43 x 50 ซม. | 9 กก. | 0.05 - 0.1 มม. | 150 มม./วินาที | 10,000 มม./วินาที² | ± 0.1 มม. | 260 องศาเซลเซียส | PLA, ABS, TPU, PETG | .stl, .obj, .gcode | USB | ||
7 | Creality Max 3D Printer|K1 | ![]() | หน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 นิ้ว ตัวเครื่องมีหน่วยความจำ 8 GB | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) | 43.5 x 46.2 x 52.6 ซม. | 18 กก. | 0.05 มม. | 600 มม./วินาที | 15,000 มม./วินาที² | ± 0.05 มม. | 300 องศาเซลเซียส | PLA, ABS, PETG, TPU, Nylon, ASA | .stl, .obj, .gcode | USB, Ethernet | Wi-Fi | |
8 | Anycubic Pro 3D Printer|M7 | ![]() | หน้าจอ LCD ความละเอียด 14K มีระบบเติมเรซินอัตโนมัติ | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) | 31 x 31.5 x 52 ซม. | 12.8 กก. | 0.022 มม. | 60 มม./วินาที | ไม่ระบุ | ± 0.01 มม. | ไม่ระบุ | Resin | .stl, .obj | USB | ||
9 | ELEGOO Saturn 4 Ultra 16K | ![]() | มีระบบอุ่นร้อนฐานเรซิน เหมาะกับการพิมพ์โมเดลตัวการ์ตูน | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) | 32.7 x 32.9 x 54.8 ซม. | 16.1 กก. | 0.014 - 0.019 มม. | 0.04 มม./วินาที | ไม่ระบุ | ± 0.02 มม. | ไม่ระบุ | Resin | .stl, .obj, .cws | USB | Wi-Fi | |
10 | ELEGOO Ultra - 9K Resin 3D Printer|Mars 5 | ![]() | หน้าจอ 9K มีกล้อง AI ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลม | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) | 26 x 26.8 x 45.15 ซม. | 8.8 กก. | 0.02 มม. | 0.04 มม./วินาที | ไม่ระบุ | ± 0.02 มม. | ไม่ระบุ | Resin | .stl, .obj, .cws | USB | Wi-Fi | |
Creality 3D Printer Ender3 | V3
พิมพ์ได้หลายวัสดุ ความเร็วในการพิมพ์ 250 มม. ต่อวินาที
มีเซนเซอร์ CR Touch สำหรับปรับระดับอัตโนมัติและเซนเซอร์สำหรับชดเชยแกน Z
มีหน้าจอดิจิทัล และ UI กราฟิกสำหรับแสดงสถานะการปรับระดับและแสดงพารามิเตอร์
หัวพิมพ์ Sprite Direct Drive Extruder รองรับวัสดุหลายประเภท เช่น PETG และ TPU
- ความเร็วในการพิมพ์สูงสุด 250 มม. ต่อวินาที และมีอัตราเร่งสูงสุด 2,500 มม. ต่อวินาที
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 34.9 x 36.4 x 49 ซม. |
| น้ำหนัก | 7.12 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.1 - 0.35 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 250 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 2,500 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.1 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 250 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, PETG, TPU |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .3mf |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-A, RJ45 |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
ตัวเครื่องมีดีไซน์แบบกล่องปิด พิมพ์วัสดุเส้นใยคาร์บอนได้
รองรับการพิมพ์วัสดุคอมโพสิตที่มีเส้นใยคาร์บอน เช่น Carbon Fiber Reinforced PLA
ใช้หัวฉีดโลหะชุบแข็งทนความร้อนได้ 300 องศาเซลเซียส พิมพ์ได้เร็ว 600 มม. ต่อวินาที
เครื่องมีอนุภาคการพิมพ์ขนาดเล็ก ดีไซน์แบบกล่องปิด มีระบบกรองอากาศที่ช่วยลดกลิ่น
มีระบบปรับระดับฐานพิมพ์อัตโนมัติ และระบบเซนเซอร์ตรวจจับการไหลของเส้นพลาสติก
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 35.5 x 35.5 x 48 ซม. |
| น้ำหนัก | 12.5 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.1 - 0.35 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 600 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 20,000 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.1 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 300 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, PETG, TPU, ABS, ASA, PC, PLA-CF, PET-CF, PA-CF |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .3mf |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-A, RJ45 |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
โครงสร้างโลหะ ช่วยลดการสั่นสะเทือน มีหน้าจอแบบสัมผัส
โครงสร้างทำจากโลหะ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและลดการสั่นสะเทือนระหว่างพิมพ์
ใช้เส้นพลาสติกขนาด 1.75 มม. และรองรับขนาดพื้นที่พิมพ์ 220 x 220 x 250 มม.
มีระบบ Leveling ช่วยให้ปรับระดับได้ง่าย และมีหน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 3.5 นิ้ว
รองรับระบบปฏิบัติการ Windows และ Mac พิมพ์ไฟล์ผ่าน SD Card และ USB ได้
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 46 x 43 x 54 ซม. |
| น้ำหนัก | 8.5 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.1 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 180 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 2,900 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.1 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 280 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, ABS, TPU, PETG |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .gcode |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB, SD Card |
| การเชื่อมต่อไร้สาย |
Bambu LabMini Combo 3D Printer | A1
เสียงรบกวนต่ำ 48 dB ปรับปริมาตรการฉีดวัสดุได้อัตโนมัติ
- ระบบ Active Flow Rate Compensation ปรับปริมาตรการฉีดวัสดุระหว่างทำงานได้อัตโนมัติ
- ระบบตรวจวัดระนาบด้วย Force Sensor ทำให้ไม่ต้องปรับระนาบด้วยมือ ช่วยให้ทำงานได้เร็ว
- เสียงรบกวนต่ำกว่า 48 dB เมื่อปรินต์วัตถุใน Silent mode ปลดคลิปล็อกเพื่อเปลี่ยนหัวฉีดได้
- อัตราเร่งสูงสุด 10,000 มม. ต่อวินาที มีระบบการควบคุมแรงสั่น ทำให้งานปรินต์มีคุณภาพดี
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 32 x 29 x 34 ซม. |
| น้ำหนัก | 6 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.05 - 0.1 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 300 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 10,000 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.05 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 300 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, ABS, PETG, TPU, ASA, Nylon |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .gcode |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
ตัวเครื่องแบบปิด มีระบบชดเชยการสั่น พิมพ์งานได้แม่นยำ
- ใช้ระบบการพิมพ์ Core XY และมีระบบชดเชยการสั่น เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการพิมพ์
- มีระบบอัตโนมัติ เช่น Auto Bed Leveling, Nozzle wiping และ Filament runout sensor
- มีกล้องติดตามการพิมพ์แบบเรียลไทม์ พิมพ์วัสดุได้หลายชนิด เช่น PLA, TPU และ ASA
- ตัวเครื่องแบบปิด มีพัดลมระบายอากาศและตัวกรองคาร์บอน ช่วยควบคุมอุณหภูมิภายใน
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 46 x 44 x 53 ซม. |
| น้ำหนัก | 15 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.05 - 0.1 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 500 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 15,000 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.05 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 300 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, ABS, PETG, TPU, ASA, Nylon |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .gcode |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
Anycubic Combo 3D Printer | S1C
ใช้หัวฉีดโลหะ ทนอุณหภูมิสูง รองรับการพิมพ์แบบหลายสี
หัวฉีดเป็นโลหะ ใช้ระบบการพิมพ์ Core XY รองรับพื้นที่พิมพ์ขนาด 250 × 250 × 250 มม.
ดีไซน์แบบกล่องปิด มีตัวกรองคาร์บอน ช่วยลดเสียงการทำงานและควบคุมอุณหภูมิภายใน
รองรับวัสดุหลากหลาย เช่น PLA, PETG, TPU และต่อโมดูลสำหรับการพิมพ์หลายสีได้
มีระบบช่วยเพิ่มความแม่นยำการพิมพ์ และกดพิมพ์ต่อเนื่องได้หากเส้นหมดหรือไฟดับ
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) |
|---|---|
| ขนาด | 45 x 43 x 50 ซม. |
| น้ำหนัก | 9 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.05 - 0.1 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 150 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 10,000 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.1 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 260 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, ABS, TPU, PETG |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .gcode |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย |
Creality Max 3D Printer | K1
หน้าจอสัมผัสขนาด 4.3 นิ้ว ตัวเครื่องมีหน่วยความจำ 8 GB
พื้นที่พิมพ์ขนาด 300 × 300 × 300 มม. มีหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 4.3 นิ้ว ใช้งานได้สะดวก
ดีไซน์แบบกล่องปิด ผลิตด้วยอะลูมิเนียมหล่อขึ้นรูป เหมาะกับงานที่ต้องการควบคุมอุณหภูมิ
มีระบบเซนเซอร์ช่วยชดเชยการสั่นสะเทือน และช่วยลดรอยคลื่นบนพื้นผิวของงานพิมพ์
ระบบคอมพิวเตอร์ภายในแบบ Dual - Core 1.2 GHz มี ROM 8 GB เก็บไฟล์ได้ 400 ไฟล์
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบฉีดเส้นพลาสติก (FDM) |
|---|---|
| ขนาด | 43.5 x 46.2 x 52.6 ซม. |
| น้ำหนัก | 18 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.05 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 600 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | 15,000 มม./วินาที² |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.05 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | 300 องศาเซลเซียส |
| รองรับวัสดุ | PLA, ABS, PETG, TPU, Nylon, ASA |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .gcode |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB, Ethernet |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
หน้าจอ LCD ความละเอียด 14K มีระบบเติมเรซินอัตโนมัติ
หน้าจอ LCD ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 14K ตัวเครื่องมีระบบกรองสาร VOC ได้ 99 %
พิมพ์ด้วยเรซิน 0.2 มม. พื้นที่การพิมพ์ 223 x 126 x 230 มม. มีระบบตรวจการพิมพ์ล้มเหลว
ระบบกำเนิดแสง COB LightTurbo 3.0 เลนส์ Fresnel ความละเอียด XY 16 - 25 นาโนเมตร
มีระบบควบคุมอุณหภูมิ การเติมเรซินอัตโนมัติ และ Auto - Leveling ช่วยปรับระนาบการพิมพ์
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) |
|---|---|
| ขนาด | 31 x 31.5 x 52 ซม. |
| น้ำหนัก | 12.8 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.022 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 60 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | ไม่ระบุ |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.01 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | ไม่ระบุ |
| รองรับวัสดุ | Resin |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย |
มีระบบอุ่นร้อนฐานเรซิน เหมาะกับการพิมพ์โมเดลตัวการ์ตูน
ความเร็วพิมพ์ 0.04 มม. ต่อวินาที มีหน้าจอ Mono LCD ขนาด 10 นิ้ว ความละเอียด 16K
ใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ MSLA และมีระบบอุ่นร้อนตรงฐานเรซิน เพื่อให้เรซินไหลตัวได้ดี
- มีฟีเจอร์หลากหลาย เช่น Bed Tilt, AI Camera และ Self Auto Leveling Buildplate
- พื้นที่การพิมพ์ 211.68 x 118.37 x 220 มม. เหมาะสำหรับการพิมพ์โมเดลตัวการ์ตูน
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) |
|---|---|
| ขนาด | 32.7 x 32.9 x 54.8 ซม. |
| น้ำหนัก | 16.1 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.014 - 0.019 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 0.04 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | ไม่ระบุ |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.02 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | ไม่ระบุ |
| รองรับวัสดุ | Resin |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .cws |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
ELEGOO Ultra - 9K Resin 3D Printer | Mars 5
หน้าจอ 9K มีกล้อง AI ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยพัดลม
หน้าจอ Mono LCD ขนาด 7 นิ้ว ความละเอียด 9K มีกล้อง AI ตรวจจับข้อผิดพลาด
รองรับพื้นที่การพิมพ์ 153.36 x 77.76 x 165 มม. ความละเอียด XY 18 นาโนเมตร
มีเซนเซอร์ตรวจจับระดับเรซินและเศษวัสดุ รองรับการเชื่อมต่อไร้สายผ่าน Wi ‑ Fi
เครื่องมีระบบระบายความร้อนด้วยพัดลม และรองรับการอัปเดตเฟิร์มแวร์แบบ OTA
| ประเภทเครื่องปริ้น | ระบบถาดเรซิ่น (SLA หรือ DLP) |
|---|---|
| ขนาด | 26 x 26.8 x 45.15 ซม. |
| น้ำหนัก | 8.8 กก. |
| ความละเอียดในการพิมพ์ | 0.02 มม. |
| ความเร็วในการพิมพ์ (สูงสุด) | 0.04 มม./วินาที |
| อัตราเร่งสูงสุด | ไม่ระบุ |
| ความแม่นยำในการพิมพ์ | ± 0.02 มม. |
| อุณหภูมิทำงานสูงสุด | ไม่ระบุ |
| รองรับวัสดุ | Resin |
| รองรับการทำงานร่วมกับไฟล์ | .stl, .obj, .cws |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi |
ทำไมการพิมพ์งานด้วย 3D Printer ถึงใช้เวลานาน
การพิมพ์งานด้วย 3D Printer ใช้เวลาในการพิมพ์นานเนื่องจากหลายปัจจัย ปัจจัยแรกคือการพิมพ์งาน 3D นั้นจะเป็นการพิมพ์งานทีละชั้น บางงานมีจำนวนชั้นมากทำให้ใช้เวลาในการพิมพ์นาน ปัจจัยที่สองคือความละเอียดของงานพิมพ์ หากเป็นเงานที่มีรายละเอียดสูงก็จะยิ่งใช้เวลาในการพิมพ์ และปัจจัยสุดท้ายหากเป็นงานชิ้นใหญ่ก็จะใช้เวลาในการพ่นสิ่งพิมพ์นานมากขึ้น
3D Printer มีวิธีดูแลรักษาต่างจากเครื่องพิมพ์ทั่วไปอย่างไร
3D Printer จะมีวิธีการดูแลรักษาที่ต่างจากเครื่องพิมพ์ทั่วไป เนื่องจากเครื่องพิมพ์ประเภทนี้จะไม่มีการใช้หมึกแต่จะใช้ Filament ในการพิมพ์ ซึ่ง Filament เหล่านี้มีโอกาสที่จะทำให้หัวฉีดอุดตันได้ วิธีทำความสะอาดคือการรอให้หัวฉีดเย็นลงและนำ Filament ออก เพื่อกำจัดสิ่งอุดตัน หรือใช้สายลวดขัดในการทำความสะอาดหัวฉีด ส่วนเตียงพิมพ์ควรใช้น้ำอุ่นหรือแอลกอฮอล์เช็ดหลังใช้
บทความที่เกี่ยวข้องกับ 3D Printer
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ 3D Printer ซึ่งแต่ละอย่างก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
TOP 5 3D Printer แนะนำ
อันดับที่ 1: Creality |3D Printer Ender3|V3
อันดับที่ 2: Creality |3D Printer|K1C
อันดับที่ 3: Anet |3D Printer|ET4 X-R
อันดับที่ 4: Bambu Lab|Mini Combo 3D Printer|A1
อันดับที่ 5: Bambu Lab |Combo 3D Printer|P1S
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ