10 หมวกกันน็อค ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 แบบเต็มใบ ครึ่งใบ เปิดคาง

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า

Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
หมวกกันน็อคสำคัญอย่างไร

หมวกกันน็อคคืออุปกรณ์เซฟตี้ชิ้นสำคัญที่สุดของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ เพราะหัวใจหลักคือการทำหน้าที่เป็นเกราะปกป้องศีรษะและสมองจากการกระแทกอย่างรุนแรงเมื่อเกิดอุบัติเหตุ โดยโครงสร้างของหมวกจะช่วยดูดซับและกระจายแรงกระแทกเพื่อลดความเสี่ยงในการบาดเจ็บสาหัสหรือการเสียชีวิตได้อย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันใบหน้าและดวงตาจากลม ฝุ่น แมลง หรือเศษหินที่อาจปลิวมาบดบังทัศนวิสัยขณะขับขี่ การสวมหมวกกันน็อคจึงไม่ใช่แค่การปฏิบัติตามกฎหมายจราจรเพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับเท่านั้น แต่คือการสร้างหลักประกันความปลอดภัยที่ช่วยรักษาชีวิตและอนาคตในทุกๆ เส้นทาง
แหล่งที่มา
อ้างอิง Helmets for preventing injury in motorcycle riders, B.C.Liu et al., 2008 University of Oxford, United Kingdom
วิธีการเลือกหมวกกันน็อค
หมวกกันน็อคมีหลากหลายรูปแบบ เช่น หมวกกันน็อคเต็มใบ, หมวกกันน็อคครึ่งใบ, หมวกกันน็อคเปิดคาง, หมวกกันน็อคเด็ก และหมวกกันน็อควินเทจ ดังนั้นผู้ใช้งานจึงควรใส่ใจเรื่องคุณสมบัติและมาตรฐานความปลอดภัยของหมวกกันน็อคมากเป็นพิเศษ โดยสามารถเลือกประเภทหมวกตามสไตล์การขับขี่ได้ดังนี้
เลือกประเภทของหมวกกันน็อคให้เหมาะสมกับการใช้งาน
หมวกกันน็อคแต่ละประเภทถูกออกแบบมาให้เหมาะสมกับลักษณะการขับขี่ที่แตกต่างกันไป การตรวจสอบประเภทของหมวกกันน็อคจะช่วยทำให้สามารถเลือกรูปแบบที่เหมาะสมกับความต้องการใช้งานและสไตล์การขับขี่ของคุณและปลอดภัยมากที่สุด
หมวกกันน็อคครึ่งใบ : เหมาะสำหรับขับขี่ในเมือง

หมวกกันน็อคครึ่งใบออกแบบมาให้ปกป้องเฉพาะส่วนศีรษะด้านบนและด้านข้าง โดยเปิดส่วนใบหน้าและคางไว้เพื่อความโปร่ง เบา และสวมใส่สบาย เหมาะกับการใช้งานในเมืองหรือการขับขี่ระยะใกล้ที่ความเร็วไม่สูงมาก เช่น ขี่มอเตอร์ไซค์ในชุมชน หรือเดินทางสั้น ๆ ไปทำธุระทั่วไป จุดเด่นคือระบายอากาศดี ไม่อึดอัด และใส่ง่าย เหมาะกับสภาพอากาศร้อน อีกทั้งยังมีดีไซน์หลากหลาย เช่น หมวกกันน็อควินเทจ แต่ข้อจำกัดคือป้องกันใบหน้าและคางได้น้อยกว่าหมวกเต็มใบ จึงไม่เหมาะสำหรับการขับขี่ทางไกลหรือความเร็วสูงที่ต้องการการป้องกันรอบด้าน
หมวกกันน็อคเปิดหน้า : เหมาะกับการขับขี่ที่คล่องตัว

หมวกกันน็อคแบบเปิดหน้าออกแบบมาให้ปิดคลุมศีรษะทั้งหมดแต่ไม่มีส่วนป้องกันคาง และเหลือพื้นที่ใบหน้าโล่งเพื่อความสบายและการมองเห็นที่กว้าง เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองหรือระยะสั้นที่ต้องการความคล่องตัว เช่น รถสกู๊ตเตอร์หรือมอเตอร์ไซค์เล็ก จุดเด่นคือระบายอากาศดี น้ำหนักเบา และพูดคุยสะดวกโดยไม่ต้องถอดหมวก อย่างไรก็ตาม ระดับการป้องกันจะน้อยกว่าหมวกเต็มใบ โดยเฉพาะบริเวณคางและใบหน้า จึงไม่เหมาะกับการขับขี่ทางไกลหรือความเร็วสูงที่เน้นการป้องกันเต็มรูปแบบ
หมวกกันน็อคเต็มใบ : เหมาะสำหรับขับขี่ทางไกล

หมวกกันน็อคเต็มใบถือเป็นประเภทหมวกที่ให้การปกป้องดีที่สุดในทุกสถานการณ์ เพราะปิดครอบศีรษะทั้งหมดตั้งแต่ด้านบนจนถึงคาง ช่วยป้องกันศีรษะ ใบหน้า และคางได้อย่างรอบด้าน โครงสร้างแข็งแรงพร้อมชิลด์หน้าป้องกันลม ฝุ่น และแมลง เหมาะสำหรับการขับขี่ทางไกล หรือการขับขี่ที่ใช้ความเร็วสูง เช่น ขับทัวร์ริ่งทางไกล ขับบิ๊กไบค์ หรือการแข่งขัน เพราะให้ความปลอดภัยสูงสุดและลดเสียงรบกวนจากลม แต่มีข้อเสียคือค่อนข้างอึดอัดและร้อนเมื่อใช้งานในเมือง หลายรุ่นจึงทำหมวกกันน็อคเปิดคางออกวางจำหน่าย เพื่อแก้ไขปัญหานี้
หมวกกันน็อคเปิดคาง : เหมาะกับการขับขี่ทั้งใกล้และไกล

หมวกกันน็อคเปิดคางจะสามารถยกหรือถอดส่วนคางและชิลด์หน้าได้ ทำให้ใช้งานได้ทั้งแบบเต็มใบและครึ่งใบในใบเดียว เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกและยืดหยุ่น เช่น ขับขี่ในเมืองแล้วต้องพูดคุยหรือดื่มน้ำบ่อยโดยไม่ต้องถอดหมวก หรือขับขี่ทางไกลแล้วต้องการเปิดคางเพื่อระบายความร้อนเป็นพัก ๆ จึงมีความปลอดภัยใกล้เคียงหมวกเต็มใบเมื่อปิดคางลง อย่างไรก็ตาม ไม่เหมาะกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงมากหรือในสนามแข่ง เพราะกลไกเปิดคางอาจลดความแข็งแรงลงเมื่อเทียบกับหมวกกันน็อคเต็มใบ
หมวกกันน็อควิบาก : เหมาะสำหรับเส้นทางที่ท้าทาย

หมวกกันน็อควิบากออกแบบมาเฉพาะสำหรับการขับขี่มอเตอร์ไซค์ในเส้นทางที่ท้าทาย เช่น เส้นทางวิบาก ลุยน้ำ หรือภูเขา โดยมีคุณสมบัติพิเศษในการป้องกันศีรษะจากการกระแทก และการบาดเจ็บในสภาพการขับขี่ที่รุนแรง อีกทั้งยังมักมีช่องระบายอากาศที่ดีและคางยาวเพื่อป้องกันฝุ่นและโคลนจากการขับขี่ในพื้นที่ลุย ๆ อีกทั้งยังมีการออกแบบที่เบาและกระชับเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ มักถูกใช้ในกีฬามอเตอร์ครอสและการขี่ในพื้นที่ทุรกันดารที่ต้องการความทนทานสูง
พิจารณาวัสดุหมวกกันน็อค เพื่อความทนทาน

หมวกกันน็อคถูกผลิตจากวัสดุหลากหลายชนิดแตกต่างกันไปในแต่ละรุ่น ซึ่งวัสดุส่งผลโดยตรงต่อความทนทานและประสิทธิภาพการรองรับแรงกระแทก การทำความเข้าใจกับวัสดุหมวกกันน็อคจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับคุณได้มากยิ่งขึ้น
- PP / HDPE เป็นพลาสติกที่นิยมใช้สำหรับหมวกกันน็อคราคาย่อมเยา เนื่องจากมีต้นทุนต่ำ มีความแข็งแรงประมาณหนึ่ง จึงเหมาะสำหรับสวมใส่สำหรับขับขี่ระยะทางใกล้ ๆ ที่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อย
- ABS เป็นพลาสติกที่มีคุณภาพสูงกว่า PP, HDPE ทั้งในเรื่องของความทนทานและความยืดหยุ่น มีราคาที่แพงกว่าเล็กน้อย เหมาะสำหรับคนที่ขับขี่รถยะทางใกล้และต้องการความปลอดภัยยิ่งขึ้น
- Fiberglass คือวัสดุคอมโพสิตที่เกิดจากการผสมระหว่างระหว่างเส้นใยแก้วกับเรซิน จึงมีความแข็งแรงทนทานกว่าพลาสติกทั่วไป มีน้ำหนักเบา ราคาไม่สูงมาก สามารถใช้ขับขี่ได้ทุกระยะทั้งใกล้และไกล
- Carbon / Keflar เป็นวัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานสูงมากและมีน้ำหนักเบา ทำให้มีราคาสูง จึงนิยมใช้กันในการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ระดับมืออาชีพ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความปลอดภัยสูงสุดและมีงบประมาณเพียงพอ
แหล่งที่มา
อ้างอิง 1 Analysis of impact-induced damage and delamination in the composite shell of a helmet, Praveen K. Pinnoji , Puneet Mahajan, 2009 Indian Institute of Technology Delhi, India
อ้างอิง 2 Deformation mechanisms and energy absorption of polystyrene foams for protective helmets, Luca Di Landro et al., 2001 Politecnico di Milano, Italy
ตรวจสอบส่วนประกอบของหมวกกันน็อค ทั้งรูปทรง ชิลด์และนวมหมวก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด

นอกจากการพิจารณาวัสดุของหมวกกันน็อคแล้ว ควรตรวจสอบส่วนประกอบอื่น ๆ ของหมวกกันน็อคด้วย เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่ของคุณได้ดียิ่งขึ้น เพราะหมวกกันน็อคแต่ละรุ่นมีส่วนประกอบที่แตกต่างกันออกไป โดยมีข้อมูลที่ต้องพิจารณาดังนี้
- รูปทรง ควรมีรูปทรงที่สามารถลู่ลมได้ดี กล่าวคือ เป็นวงกลมหรือโค้งไปด้านหลัง เพื่อให้ไม่ต้านลม เนื่องจากเมื่อต้านลมจะทำให้รู้สึกถึงแรงต้านช่วงศีรษะขณะขับขี่ โดยเฉพาะเมื่อลมแรงอาจเกิดการกระชากจนเสียการควบคุมรถและเป็นอันตรายต่อผู้ขับขี่ได้
- กระจกหมวก หรือชิลด์หมวกกันน็อค หากขับขี่ตอนกลางวันเป็นหลักควรเลือกแบบที่ป้องกันรังสี UV เพื่อช่วยให้มองเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าหากขับขี่ตอนค่ำหรือตอนกลางคืนเป็นหลักแนะนำให้เลือกแบบใส
- นวมหมวก เป็นฟองน้ำหรือผ้านุ่มที่บุภายในหมวกกันน็อค หากเป็นไปได้ควรเลือกรุ่นที่ถอดนวมออกจากหมวกได้ เพราะจะทำให้สามารถนำไปซักหรือล้างทำความสะอาดได้ง่าย เพื่อลดการสะสมของเชื้อโรค
ตรวจสอบสายรัดคาง ป้องกันการลื่นหลุด

สายรัดคางหมวกกันน็อค คือ ส่วนที่ใช้ยึดหมวกให้แน่นกับศีรษะ ป้องกันไม่ให้หมวกหลุดออกขณะขับขี่หรือเกิดอุบัติเหตุ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความปลอดภัย เพราะแม้หมวกจะมีโครงแข็งแรงเพียงใด หากไม่รัดสายให้แน่น หมวกก็ไม่สามารถปกป้องศีรษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสายรัดคางที่นิยมใช้จะมี 2 ประเภท ได้แก่
- DD Ring นิยมใช้ในหมวกกันน็อคสำหรับการแข่งขัน เนื่องจากให้ความแน่นหนาและปลอดภัยสูงสุด โดยใช้ห่วงโลหะรูปตัว D สองวง สอดสายรัดผ่านห่วงทั้งสอง แล้วกลับสายผ่านห่วงวงในเพื่อให้เกิดแรงล็อกตามหลักแรงเสียดทาน สามารถปรับความกระชับได้ละเอียดและไม่หลุดง่ายแม้มีแรงกระแทกรุนแรง
- Grip Lock เป็นระบบล็อกสายรัดคางแบบรวดเร็ว (Quick Release System) ที่ออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย และสะดวกกว่าการรัดแบบเดิม ผู้สวมสามารถล็อกหรือปลดสายได้ด้วยมือเดียว เพียงกดหรือเลื่อนตัวล็อกโดยไม่ต้องปรับสายทุกครั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความรวดเร็วในการสวมและถอดหมวก
ตรวจสอบมาตรฐานการผลิตหมวกกันน็อค เพื่อความปลอดภัยในการใช้งาน

มาตรฐานการผลิตหมวกกันน็อคมีหลายแบบ ขึ้นอยู่กับประเทศและประเภทการใช้งาน ซึ่งหากใช้งานในประเทศไทย อย่างน้อยควรมีมาตรฐาน มอก. เพื่อรับประกันคุณภาพและความปลอดภัย โดยมาตรฐานที่นิยมและได้รับการยอมรับ ได้แก่
- มอก. เป็นมาตรฐานจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ที่ใช้ในประเทศไทย เพื่อรับรองความปลอดภัยพื้นฐานของหมวกกันน็อคที่จำหน่ายในประเทศ
- DOT เป็นมาตรฐานขของ Department of Transportation ที่รับรองตามข้อกำหนดของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ ซึ่งพบได้ในหมวกกันน็อคทั่วไป
- ECE 22.05 / ECE 22.06 มาตรฐานจากสหประชาชาติ เน้นความปลอดภัยและความทนทาน เป็นที่ยอมรับในหลายประเทศทั่วโลก
- SNELL เป็นมาตรฐานของสหรัฐอเมริกาที่มีความเข้มงวด มีการทดสอบแรงกระแทกขั้นสูงและส่วนใหญ่จะเป็นหมวกกันน็อคที่ใช้ในการแข่งขัน
- JIS เป็นมาตรฐานจาก Japanese Industrial Standards เน้นคุณภาพและความปลอดภัยในระดับสูง มักจะพบได้ในหมวกกันน็อคแบรนด์ญี่ปุ่น
เลือกหมวกกันน็อคจากแบรนด์ยอดนิยม เพื่อความมั่นใจในคุณภาพ

การเลือกหมวกกันน็อคจากแบรนด์ยอดนิยมช่วยเพิ่มความมั่นใจในด้านคุณภาพวัสดุ มาตรฐานความปลอดภัย และกระบวนการผลิตที่ได้รับการรับรอง นอกจากนี้ยังมักมีการทดสอบการใช้งานอย่างเข้มงวด พร้อมบริการหลังการขายและอะไหล่ที่หาได้ง่ายกว่าแบรนด์ทั่วไป ทำให้ใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในระยะยาว
- หมวกกันน็อค Index เป็นแบรนด์ที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศไทย จุดเด่นคือราคาเข้าถึงง่าย มีมาตรฐานความปลอดภัยครบ และหาซื้อได้ง่าย เหมาะสำหรับผู้ใช้ทั่วไปและผู้เริ่มต้นใช้งาน
- หมวกกันน็อค Arai เป็นหนึ่งในแบรนด์ระดับพรีเมียมที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก โดดเด่นด้านงานประกอบ ความปลอดภัย และความสบายในการสวมใส่ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหมวกคุณภาพสูงสุดและใช้งานระยะยาว
- หมวกกันน็อค Shoei ได้รับความนิยมในกลุ่มนักขี่ Touring และ Big Bike ด้วยจุดเด่นด้านความเงียบ ระบบระบายอากาศ และคุณภาพวัสดุระดับสูง เป็นตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียม
- หมวกกันน็อค Shark มีจุดเด่นด้านการออกแบบสไตล์สปอร์ตจากฝรั่งเศส มีระบบอากาศพลศาสตร์ที่ช่วยลดแรงต้านลมขณะขับขี่ความเร็วสูง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางระยะไกล

10 หมวกกันน็อค ยี่ห้อไหนดี แบบเต็มใบ ครึ่งใบ เปิดคาง
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภท | วัสดุด้านนอก | วัสดุด้านใน | ขนาดรอบศรีษะ | น้ำหนัก | รูปแบบสายรัดคาง | มาตรฐานการรับรอง | มีฟองน้ำด้านใน | มีช่องระบายอากาศ | สายรัดคาง | มีการรับประกัน | ||||
1 | Index หมวกกันน็อค Titan-8 BT | ![]() | แบบยกคาง (Modular) | เทอร์โมพลาสติก | โฟม EPS | 61 - 62 ซม. | 1.6 กก. | Grip Lock | มอก. | |||||
2 | ID หมวกกันน็อค Spartan BT | ![]() | แบบเต็มใบ (Full Face) | พลาสติก SIRT | โฟม EPS | 57 - 58 ซม. | 1.45 กก. | Slide Bar Buckle | มอก. | |||||
3 | Bilmola หมวกกันน็อค Rapid RS Shiba | ![]() | แบบเต็มใบ (Full Face) | พลาสติก SRT | โฟม EPS | 59 - 60 ซม. | 1.4 กก. | Stepping Lock | มอก. | |||||
4 | Real Helmets Storm Eagle Force | ![]() | แบบยกคาง (Modular) | พลาสติก ABS | โฤฒ EPS | 59 - 60 ซม. | 1.55 กก. | Grip Lock | มอก., ECE | |||||
5 | Arai RX7V Evo Hayden Helmet | ![]() | แบบเต็มใบ (Full Face) | Composite Fiber | โฟม EPS | 55 - 56 ซม. | 1.5 กก. | Double D-Ring | มอก., ECE | |||||
6 | Shoei หมวกกันน็อครุ่น JO Plain Color | ![]() | แบบเปิดหน้า (Open Face) | AIM | โฟม EPS | 55 - 56 ซม. | 1.1 กก. | Double D‑Ring | JIS | |||||
7 | Vespa Helmet Modern Military | ![]() | แบบเปิดหน้า (Open Face) | พลาสติกเทอร์โม | โฟม EPS | 61 - 62 ซม. | 1.48 กก. | Double D‑Ring | มอก. | |||||
8 | Shark หมวกกันน็อค รุ่น RIDILL 2 Bersek KAA | ![]() | แบบเต็มใบ (Full Face) | โพลีคาร์บอเนต | โฟม EPS | 57 - 58 ซม. | 1.47 กก. | Grip Lock | มอก., ECE | |||||
9 | SpaceCrown หมวกกันน็อค รุ่น CT900 | ![]() | แบบครึ่งใบ (Half Face) | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | Grip Lock | มอก. | |||||
10 | Oneal หมวกวิบาก รุ่น 2SRS FLAT V.23 Black | ![]() | แบบวิบาก (Motocross) | พลาสติก ABS | โฟม EPS | 57 - 58 ซม. | 1.5 กก. | Double‑D Ring | มอก., ECE | |||||

| ประเภท | แบบยกคาง (Modular) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | เทอร์โมพลาสติก |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 61 - 62 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.6 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Grip Lock |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก. |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |

| ประเภท | แบบเต็มใบ (Full Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | พลาสติก SIRT |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 57 - 58 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.45 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Slide Bar Buckle |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก. |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบเต็มใบ (Full Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | พลาสติก SRT |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 59 - 60 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.4 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Stepping Lock |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก. |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบยกคาง (Modular) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | พลาสติก ABS |
| วัสดุด้านใน | โฤฒ EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 59 - 60 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.55 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Grip Lock |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก., ECE |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบเต็มใบ (Full Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | Composite Fiber |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 55 - 56 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.5 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Double D-Ring |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก., ECE |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบเปิดหน้า (Open Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | AIM |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 55 - 56 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.1 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Double D‑Ring |
| มาตรฐานการรับรอง | JIS |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบเปิดหน้า (Open Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | พลาสติกเทอร์โม |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 61 - 62 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.48 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Double D‑Ring |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก. |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบเต็มใบ (Full Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | โพลีคาร์บอเนต |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 57 - 58 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.47 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Grip Lock |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก., ECE |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบครึ่งใบ (Half Face) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | ไม่ระบุ |
| วัสดุด้านใน | ไม่ระบุ |
| ขนาดรอบศรีษะ | ไม่ระบุ |
| น้ำหนัก | ไม่ระบุ |
| รูปแบบสายรัดคาง | Grip Lock |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก. |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
| ประเภท | แบบวิบาก (Motocross) |
|---|---|
| วัสดุด้านนอก | พลาสติก ABS |
| วัสดุด้านใน | โฟม EPS |
| ขนาดรอบศรีษะ | 57 - 58 ซม. |
| น้ำหนัก | 1.5 กก. |
| รูปแบบสายรัดคาง | Double‑D Ring |
| มาตรฐานการรับรอง | มอก., ECE |
| มีฟองน้ำด้านใน | |
| มีช่องระบายอากาศ | |
| สายรัดคาง | |
| มีการรับประกัน |
ควรดูแลรักษาหมวกกันน็อคอย่างไร
ควรทำความสะอาดหมวกกันน็อคเป็นประจำ โดยถอดซับในและแผ่นรองแก้ม (หากถอดได้) แล้วนำมาซักด้วยน้ำสบู่อ่อนแล้วตากให้แห้งในที่ร่ม และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรงหรือการตากแดดจัด เพราะอาจทำให้วัสดุเสื่อมสภาพ นอกจากนี้ ควรเช็ดเปลือกนอกและชิลด์หน้าด้วยผ้านุ่มชุบน้ำหมาด ๆ และเก็บหมวกในที่แห้ง อากาศถ่ายเท ไม่โดนความร้อน เพื่อยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพการป้องกัน
หมวกกันน็อคต้องเปลี่ยนใหม่เมื่อไร
หมวกกันน็อคควรเปลี่ยนใหม่ทุก 3 - 5 ปี แม้จะยังดูดีอยู่ก็ตาม เพราะวัสดุภายใน เช่น โฟมซับแรงกระแทก จะเสื่อมสภาพตามเวลา และหากหมวกผ่านการชนหรือกระแทกอย่างรุนแรง ควรเปลี่ยนทันทีแม้ภายนอกไม่เสียหาย นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสภาพสายรัด แผ่นรองแก้ม และกลไกล็อกอยู่เสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าหมวกยังให้การป้องกันได้เต็มประสิทธิภาพ
การใส่หมวกกันน็อคหลวมเกินไปมีผลต่อความปลอดภัยหรือไม่
การใส่หมวกกันน็อคหลวมเกินไปส่งผลต่อความปลอดภัยโดยตรง เพราะหมวกอาจเลื่อนหรือหลุดออกจากศีรษะเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทำให้ไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังลดความมั่นคงขณะขับขี่และอาจรบกวนทัศนวิสัยได้ จึงควรเลือกหมวกที่กระชับพอดีกับศีรษะและรัดสายคางให้แน่นทุกครั้งก่อนใช้งาน
หมวกกันน็อคที่โดนแดดบ่อย ๆ เสื่อมสภาพเร็วหรือไม่
หมวกกันน็อคที่โดนแสงแดดเป็นประจำมีโอกาสเสื่อมสภาพเร็วขึ้น เนื่องจากรังสี UV และความร้อนสามารถทำให้วัสดุเปลือกหมวก สีเคลือบ และชิ้นส่วนภายในเสื่อมคุณภาพได้ตามเวลา หากต้องจอดรถกลางแจ้งบ่อย ควรเก็บหมวกในที่ร่มหรือใช้ถุงคลุมเพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานและคงประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยไว้ได้นานขึ้น
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ





































