น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยมให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยมให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
  • 10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง 1
  • 10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง 2
  • 10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง 3
  • 10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง 4
  • 10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง 5

10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมแบรนด์ดัง

ช่วงวัยมัธยมฯ เป็นช่วงที่เหล่าบรรดาน้อง ๆ จะเริ่มดูแลตัวเองด้วยการหาสกินแคร์ต่าง ๆ มาบำรุงผิวกันบ้างแล้ว เพราะเริ่มรักสวยรักงามมากขึ้น ประกอบกับสภาพผิวที่เข้าสู่วัยเริ่มเปลี่ยนแปลง จากวัยเด็กเข้าสู่วัยสาว บางคนอาจเจอปัญหาสิวบุก ในขณะที่หลายคนเจออาการผิวแห้งเล่นงาน อย่างไรก็ตาม ด้วยความที่มีประสบการณ์ในการเลือกซื้อน้อย บวกกับงบช้อปปิ้งที่มีจำกัด ทำให้บางคนพลาดไปซื้อสกินแคร์ที่ไม่มีคุณภาพหรือไม่เหมาะกับสภาพผิวของตัวเองมาใช้ วันนี้ทีมงานของเราเลยถือโอกาสมาแนะนำหนึ่งในตัวช่วยที่จะบำรุงผิวให้กับน้อง ๆ ซึ่งก็คือ ‘น้ำตบ’ นั่นเอง

และเราก็ไม่ได้มาเล่น ๆ นะคะ แต่เราจัดเต็มให้ทั้ง “วิธีการเลือกซื้อ” และ “10 น้ำตบที่ยอดฮิตขายดี” แบรนด์ยอดนิยมทั้ง Hada Labo, Garnier, Clear Nose, YANHEE ที่เหมาะกับวัยของน้อง ๆ มาให้อ่านกันด้วย เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ งั้นเรารีบไปดูกันเลยดีกว่า!
ขวัญชนก โยชิโมโตะ (อีฟ)
บรรณาธิการ
นักเขียนประจำ mybest
ขวัญชนก โยชิโมโตะ (อีฟ)

คุณอีฟใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นมาตั้งแต่ปี 2017 และทำงานเป็นพนักงานประสานงานระหว่างคนญี่ปุ่นและชาวต่างชาติในจังหวัดคานะกะวะ นอกเหนือจากงานหลักแล้ว คุณอีฟยังทำงานเป็นล่ามฟรีแลนซ์และมีความสนใจในเรื่องเครื่องสำอางและสกินแคร์ โดยชอบติดตามเทรนด์ความงามทั้งจากแบรนด์ญี่ปุ่นและอื่น ๆ ทดลองผลิตภัณฑ์ และอ่านรีวิวเกี่ยวกับเครื่องสำอางและสกินแคร์อยู่เสมอ นอกจากนี้ ยังมีประสบการณ์แต่งหน้าสำหรับงานต่าง ๆ ทั้งในไทยและญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นแต่งหน้าเจ้าสาว แต่งหน้ารับปริญญา หรือแต่งหน้าออกงาน ทำให้คุณอีฟเข้าใจการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวและโอกาสต่าง ๆ ซึ่งนอกจากด้านความงามแล้ว คุณอีฟยังรักการทำอาหาร โดยเฉพาะการคิดค้นสูตรใหม่ ๆ ที่ผสมผสานระหว่างอาหารไทยและญี่ปุ่น รวมถึงสอนทำอาหารไทยให้กับคนญี่ปุ่นเป็นครั้งคราว จึงชอบทดลองวัตถุดิบที่หาได้ในญี่ปุ่น และปรับรสชาติให้เข้ากับวัฒนธรรมการกินของที่นี่ อีกทั้งยังสนุกกับการแบ่งปันเรื่องราวเกี่ยวกับความงามและอาหาร ไม่ว่าจะเป็นเทคนิคแต่งหน้า การเลือกสกินแคร์ หรือการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประโยชน์

ประวัติของ ขวัญชนก โยชิโมโตะ (อีฟ)
…อ่านต่อ

Why You Can Trust Us

มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

วิธีการเลือกซื้อน้ำตบสำหรับวัยมัธยม

เรามา9jvกันที่วิธีการเลือกซื้อน้ำตบที่เหมาะสมกับน้อง ๆ กันดีกว่าค่ะ มาดูกันว่ามีหลักการอะไรบ้างที่เราต้องคำนึง เพื่อให้ได้ตัวที่ตอบโจทย์กับสภาพผิวของเรามากที่สุด

1

คุณสมบัติโดยทั่วไปของน้ำตบที่เหมาะกับวัยนี้

บอกเลยว่าสภาพผิวของวัยรุ่นเป็นอะไรที่น่าอิจฉามาก ๆ เพราะสุขภาพผิวยังแข็งแรงอยู่ บำรุงแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็พอแล้ว ต่างจากวัยผู้ใหญ่ที่เจอปัญหาผิวรุมเร้ามากมาย ฉะนั้น อะไรบ้างล่ะที่น้อง ๆ จะต้องคำนึงถึง?

‘ราคา’ ไม่ควรเกิน 500 บาท

‘ราคา’ ไม่ควรเกิน 500 บาท
แน่นอนว่า ด้วยวัยเพียงเท่านี้คงยังไม่สามารถหารายได้ด้วยตัวเองกัน เงินช้อปปิ้งส่วนใหญ่เลยมาจากเงินค่าขนมที่เก็บสะสมกันมา เพราะฉะนั้น เวลาเลือกซื้อน้ำตบหรือแม้แต่สกินแคร์ประเภทอื่น ๆ แนะนำว่าไม่ควรเกินงบประมาณ 500 บาทค่ะ และอย่าลืมเทียบราคากับปริมาณด้วย เพราะต่อให้ราคาถูก แต่มีปริมาณน้อย สุดท้ายก็ใช้ได้ไม่นาน ไม่คุ้มค่าอยู่ดี


หลายคนอาจจะตั้งคำถามว่า “ของถูกจะดีหรอ” ก่อนอื่นต้องบอกว่า ด้วยอายุเท่านี้ สภาพผิวของน้อง ๆ ยังคงแข็งแรงอยู่ ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำตบที่มีส่วนผสมเกรดพรีเมียม หรือมีสารบำรุงมากมายที่จะทำให้ราคาสูงโดยไม่จำเป็น แค่เกรดทั่วไปก็เพียงพอแล้วค่ะ

ไม่จำเป็นต้องซื้อสูตร Whitening

ไม่จำเป็นต้องซื้อสูตร Whitening
หนึ่งในความต้องการของวัยรุ่นไทย ส่วนใหญ่ก็อยากมีผิวขาวกันใช่ไหมล่ะคะ แต่สภาพผิวของเราตอนนี้ยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด เพราะร่างกายยังเติบโตไม่เต็มที่ และด้วยกิจกรรมของน้อง ๆ ในวัยนี้คงยังต้องพบเจอกับแดดอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ ด้วยความที่ระบบต่าง ๆ ในร่างกาย รวมไปถึงการฟื้นฟูผิวยังดีอยู่ เวลาเกิดจุดด่างดำ รอยสิว หรือหน้าหมองคล้ำ ร่างกายจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้เร็วกว่าผู้ใหญ่อีกด้วย จึงไม่จำเป็นที่จะต้องบำรุงด้วยน้ำตบที่มีคุณสมบัติเป็น Whitening


นอกจากนี้ เมื่อฮอร์โมนเกิดแปรปรวนขึ้นมาตามช่วงวัย การใช้น้ำตบ Whitening อาจจะยิ่งกระตุ้นให้เกิดสิวขึ้นได้ค่ะ ทางที่ดี แนะนำให้หลีกเลี่ยงจะดีกว่า

2

เลือกซื้อสูตรปราศจากแอลกอฮอล์ เพื่อลดความเสี่ยงที่จะระคายเคือง

สำหรับน้อง ๆ คนไหนที่มีผิวค่อนข้างบอบบางอยู่แล้ว เช่น แพ้ง่าย เป็นสิวง่าย แนะนำให้หลีกเลี่ยงสูตรที่มีแอลกอฮอล์นะคะ เพราะจะยิ่งทำให้หน้าระคายเคืองและเกิดอาการแพ้มากขึ้นได้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงน้ำตบสูตรที่มีแอลกอฮอล์

ผิวแห้งหรือแพ้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงน้ำตบสูตรที่มีแอลกอฮอล์
ต้องอธิบายก่อนว่าแอลกอฮอล์ (ชนิด Ethanol) ที่มักใส่มาในสกินแคร์นั้น มีคุณสมบัติทำให้เนื้อซึมไว หลังทาแล้วเบาสบายผิว แต่ข้อเสียคือ อาจทำให้ผิวสูญเสียความชุ่มชื้น ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งที่คนผิวแห้งหรือผิวแพ้ง่ายต้องการค่ะ ในทางกลับกัน สิ่งที่สภาพผิวทั้ง 2 แบบต้องการ คือ “ความชุ่มชื้น” ขอแนะนำให้ซื้อสูตรที่มีมอยส์เจอร์ไรเซอร์และปราศจากแอลกอฮอล์จะเหมาะสมที่สุดค่ะ


และสำหรับใครที่ผิวแพ้ง่าย นอกจากจะเลือกซื้อสูตรที่ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์แล้ว อย่าลืมเลือกซื้อสูตรที่ไม่มีน้ำหอม สีสังเคราะห์ และสารพาราเบนด้วยนะคะ เพราะสารเหล่านี้อาจกระตุ้นให้เกิดการระคายเคืองหรืออาการผื่นแพ้ได้

ถึงจะระบุว่า ‘Alcohol-Free’ แต่ไม่มีแอลกอฮอล์จริงเหรอ ?

ถึงจะระบุว่า ‘Alcohol-Free’ แต่ไม่มีแอลกอฮอล์จริงเหรอ ?
ส่วนใหญ่แล้วเจ้าแอลกอฮอล์ที่ทุกคนหมายถึงกันจะเป็นชนิด Ethanol ค่ะ แต่นั่นไม่ใช่ชนิดเดียวที่จัดว่าเป็นสารประเภทนี้ ยังมีอีกหลายตัวด้วยกัน เช่น Stearyl Alcohol, Lauryl Alcohol, Cetearyl Alcohol และ Behenyl Alcohol ดังนั้น แม้ว่าน้ำตบสูตรนั้น ๆ จะระบุว่าเป็น Alcohol-Free เราก็ควรเช็กส่วนผสมอีกรอบด้วยว่า ปราศจากแอลกอฮอล์ทุกชนิดจริงหรือไม่ โดยเฉพาะน้อง ๆ ที่มีสภาพผิวแห้งหรือแพ้ง่าย


อย่างไรก็ตาม แอลกอฮอล์ไม่ได้เป็นอันตรายกับผิวขนาดนั้นหรอกนะคะ น้อง ๆ ที่มีสภาพผิวธรรมดา, ผิวผสม หรือผิวมัน สามารถใช้ได้ โดยเฉพาะคนที่มีผิวมัน จะยิ่งทำให้รู้สึกสบายผิว ลดความเหนียวเหนอะหนะบนใบหน้าไปได้

3

ถ้ากังวลเรื่องสิว แนะนำให้ใช้สูตรที่มีส่วนผสมของตัวยาที่ช่วยเรื่องสิว

ถ้ากังวลเรื่องสิว แนะนำให้ใช้สูตรที่มีส่วนผสมของตัวยาที่ช่วยเรื่องสิว
แม้ว่าการล้างหน้าให้สะอาดอย่างอ่อนโยน และบำรุงด้วยน้ำตบสูตรทั่วไปแล้ว แต่สำหรับคนที่เป็นสิวง่ายอาจจะรู้สึกว่ายังดูแลไม่มากพอ จึงขอแนะนำให้น้อง ๆ ซื้อสูตรที่มีส่วนผสมของยารักษาสิวเลยค่ะ เช่น Salicylic Acid (หรือ BHA) หรือ Isopropylmethylphenol เพราะจะช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย P.Acne ต้นเหตุหนึ่งของการเกิดสิว และช่วยให้ผิวละเอียดขึ้นอีกด้วย


อย่างไรก็ตามถ้าใครมีสิวขึ้นแค่นิด ๆ หน่อย ๆ ก็ไม่จำเป็นต้องใช้สูตรพวกนี้นะคะ เพราะเป็นปกติอยู่แล้วที่สิวจะขึ้นในช่วงวัยนี้ แต่ถ้าขึ้นเยอะมากจนเสียความมั่นใจ สามารถใช้ได้เลยค่ะ

4

ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับผิวที่น้อง ๆ ควรรู้

ก่อนที่เราจะไปดูผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจกัน เราอยากให้น้อง ๆ ทำความรู้จักกับสภาพผิวที่เปลี่ยนไปของตัวเองกันเสียก่อนค่ะ เวลาดูแลผิวจะได้ดูแลได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย ส่วนจะมีรายละเอียดอะไรบ้าง ตามอ่านได้จากด้านล่างนี้เลยค่ะ

การดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน

การดูแลตัวเองขั้นพื้นฐาน
เชื่อว่าปัญหาอันดับ 1 สำหรับน้อง ๆ ในวัยนี้ คือ “สิว” เพราะสมดุลฮอร์โมนของร่างกายเปลี่ยนไปเพื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติมาก ๆ เลยค่ะ พอถึงช่วงหนึ่ง สิวเหล่านี้ก็จะหายไป จึงไม่ต้องกังวลจนเครียดกันไปนะคะ ที่สำคัญ ควรหลีกเลี่ยงการแกะการบีบด้วย เพราะจะยิ่งทำให้หน้าเป็นรอยหรือเกิดหลุมสิว แล้วทีนี้ก็ต้องเสียเงินรักษากันแบบระยะยาวเลยล่ะค่ะ


ดังนั้น น้องจึงควรศึกษาวิธีการดูแลตัวเองขั้นพื้นฐานเอาไว้ด้วย เพื่อเป็นการดูแลผิวในระดับนึง เริ่มจาก “การล้างหน้า” ขอแนะนำให้ล้างหน้าแค่วันละ 2-3 ครั้งพอ ไม่ควรมากกว่านี้ เพราะถ้าล้างมากเกินไปจะทำให้ผิวหน้าเสียสมดุลความชุ่มชื้น ผิวหนังจะยิ่งผลิตน้ำมัน (Sebum) ออกมามากขึ้นอีก ยิ่งเพิ่มโอกาสที่จะอุดตันรูขุมขนจนเกิดสิวได้ ขณะเดียวกัน เกราะป้องกันผิวก็จะอ่อนแอลงด้วย ทำให้ผิวบอบบางแพ้ง่ายขึ้น


เมื่อล้างหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็เริ่มบำรุงผิวด้วยสกินแคร์ที่มีคุณสมบัติบรรเทาอาการสิวหรือยับยั้งเชื้อสิว ซึ่งควรจะมีเนื้อที่บางเบา ซึมง่าย แต่ต้องให้ความชุ่มชื้นในปริมาณที่พอเหมาะด้วย เพราะ “ความชุ่มชื้น คือ พื้นฐานของการมีสุขภาพผิวที่ดี”


เกร็ดน่ารู้ : “ความเครียด” ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้สิวแย่ลง แม้จะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงยากในวัยที่ต้องอ่านหนังสือแบบนี้ แต่จุดนี้ต้องระวังกันด้วยนะคะ

น้ำตบที่เหมาะกับช่วงวัย

น้ำตบที่เหมาะกับช่วงวัย
ไม่ว่าผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าที่เราใช้จะอ่อนโยนแค่ไหน สุดท้ายแล้วน้ำมัน (Sebum) ที่ทำหน้าที่ให้ความชุ่มชื้นและเป็นเกราะป้องกันผิวของเราจะถูกชะล้างออกไป ดังนั้น เราจึงควรบำรุงด้วยมอยส์เจอร์ไรเซอร์ เพื่อช่วยรักษาสมดุลดังกล่าว เพื่อให้ผิวมีสุขภาพดี คราวนี้ปัญหาสิวหรืออาการแพ้ง่ายต่าง ๆ ก็จะเกิดขึ้นได้ยากแล้วค่ะ


เกร็ดน่ารู้ : สำหรับใครที่คิดว่าหลายขั้นตอนจังเลย ขอไม่บำรุงได้ไหม ต้องขอบอกเลยว่าให้อดทนนิดนึงนะคะ เพราะถ้าเมื่อไรที่เป็นสิว ยิ่งถ้ามีรอยหรือหลุมสิวด้วยแล้ว จะรักษายากและต้องใช้เวลานานด้วย ดังนั้น ควรรีบดูแลตัวเองตั้งแต่เนิ่น ๆ นั่นเอง

วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม ยี่ห้อไหนดี รวมแบรนด์ดัง

มาถึงหัวข้อที่น้อง ๆ รอคอยกันแล้ว แต่ก่อนจะไปอ่านกัน ต้องขอย้ำนิดนึงว่า “เลือกสูตรที่เหมาะกับผิวเรานะคะ” เพราะบางครั้งสูตรที่ได้รับความนิยมสูงอาจไม่ถูกกับผิวหน้าของเราก็ได้ และอย่าลืมคำนึงเรื่องราคากันด้วย ถ้าพร้อมแล้วก็ไปอ่านกันเลยค่ะ!

สินค้า

รูปภาพ

ช่องทางซื้อสินค้า

1

Hada Labo

1. Hada Labo Blemish & Oil Control Hydrating Lotion

Hada Labo 1. Hada Labo Blemish & Oil Control Hydrating Lotion 1
2

Garnier

2. Garnier Skin Natural Pure Active Sensitive Anti-Acne Essence Lotion

Garnier 2. Garnier Skin Natural Pure Active Sensitive Anti-Acne Essence Lotion 1
3

Hatomugi

3. Hatomugi Skin Conditioner Lotion

Hatomugi  3. Hatomugi Skin Conditioner Lotion 1
4

Hada Labo

4. Hada Labo Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion

Hada Labo  4. Hada Labo Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion 1
5

Tony Moly

5. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5%

Tony Moly  5. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5% 1
6

Clear Nose

Acne Care Solution Essence

Clear Nose  Acne Care Solution Essence 1
7

Kiku Masamune

7. Kiku Masamune Sake Lotion High Moist

Kiku Masamune  7. Kiku Masamune Sake Lotion High Moist 1
8

Hada Labo

8. Hada Labo Premium Lotion

Hada Labo  8. Hada Labo Premium Lotion 1
9

Kiku Masamune

9. Kiku Masamune Sake Lotion

Kiku Masamune  9. Kiku Masamune Sake Lotion 1
10

YANHEE

10. YANHEE Essence

YANHEE  10. YANHEE Essence 1
หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้
No.1

Hada Labo
1. Hada Labo Blemish & Oil Control Hydrating Lotion

1. Hada Labo Blemish & Oil Control Hydrating Lotion 1
อ้างอิง:jp.rohto.com
ราคาอ้างอิง
520 บาท
ราคาปานกลาง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
มาถึงอันดับ 1 จาก Hada Labo เช่นกัน ที่ดูแล้วตอบโจทย์น้อง ๆ วัยนี้มาก เพราะเค้ามาด้วยสูตรที่ลดสาเหตุการเกิดสิวโดยเฉพาะ เหมาะสำหรับคนผิวมันหรือผู้ที่มีปัญหาสิวมาก เพราะมีส่วนผสมของสารสกัดฮาโตมูกิ, โฮตูเนีย คอดาต้า และดอกคาโมมายล์ ที่อุดมไปด้วย Glycyrrhizic Acid ช่วยลดการอักเสบของผิวและลดรอยแดงจากสิวให้ดีขึ้น ที่ขาดไม่ได้เลยคือ ส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ที่จะช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงขึ้นจากมลภาวะต่าง ๆ ที่ต้องเจอในชีวิตประจำวัน ฟังดูแล้วเหมาะกับวัยนี้เป็นอย่างดี ทั้งยังปราศจากน้ำหอม, สีสังเคราะห์ และมิเนรอล ออยล์ด้วย ผู้ที่ใช้จริงรีวิวว่าสิวยุบ รอยดำจางลง และผิวหน้าแข็งแรงขึ้นด้วยค่ะ
การจัดอันดับสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
No.2

Garnier
2. Garnier Skin Natural Pure Active Sensitive Anti-Acne Essence Lotion

2. Garnier Skin Natural Pure Active Sensitive Anti-Acne Essence Lotion 1
อ้างอิง:garnier.co.th
ราคาอ้างอิง
145 บาท
ราคาต่ำ
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
มาที่น้ำตบจาก Garnier ที่จะช่วยตอบโจทย์น้อง ๆ วัยนี้ได้ดี เพราะมาด้วยสูตรลดสิว โดยมีส่วนผสมหลักจากดอกวิซ ฮาเซล และ Zinc บริสุทธิ์ ช่วยควบคุมความมัน กระชับรูขุมขน จัดการปัญหาสิว ลดรอยแดง (ทั้งจากสิวและผิวแห้งระคายเคือง) ที่สำคัญ เป็นสูตรไฮโปแอลเลอร์เจนิก เหมาะกับผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายหรือมีแนวโน้มเป็นสิว ได้รับการทดสอบ Non-Comedogenic Test แล้วว่าไม่อุดตัน ตัวน้ำตบไม่มีสี (สีใส) เนื้อบางเบา ทาแล้วซึมซาบไว ไม่เหนอะหนะ หลังใช้สักระยะนึงจะสัมผัสได้ว่าสิวและรอยแดงลดลงได้ดีทีเดียว แถมยังมาในราคาเป็นมิตรมาก ๆ เป็นอีกหนึ่งในตัวเลือกสำหรับน้อง ๆ ผิวมันเลยค่ะ
No.3

Hatomugi
3. Hatomugi Skin Conditioner Lotion

3. Hatomugi Skin Conditioner Lotion 1
อ้างอิง:naturie-net.jp
ราคาอ้างอิง
350 บาท
ราคาปานกลาง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
หลายคนเรียกสั้น ๆ ว่า “น้ำตบลูกเดือย” เนื่องจากมีส่วนผสมหลักจากลูกเดือย ที่อุดมไปด้วยวิตามินบี, โปรตีน และกรดอะมิโน เพื่อช่วยฟื้นฟูผิว เติมเต็มความชุ่มชื้น พร้อมบำรุงให้เนียนนุ่มและแลดูอิ่มน้ำมากขึ้น สามารถใช้งานได้หลายอย่างทั้งเป็นสเปรย์ฉีดหน้าหรือเทใส่สำลีแผ่นและมาส์กทิ้งไว้บนใบหน้าก็ยังได้ ตัวเนื้อมีสีออกขาวขุ่น ทาแล้วซึมซาบไวและไม่เหนียวเหนอะหนะ และต้องแอบบอกเลยว่า แบรนด์ดัง ๆ ตามเคาน์เตอร์หลายแบรนด์ก็ใช้ส่วนผสมธรรมชาติอย่างลูกเดือยในการผลิตเอสเซนส์ด้วย ฉะนั้น เมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าตัวนี้คุ้มมากทีเดียว
No.4

Hada Labo
4. Hada Labo Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion

4. Hada Labo Super Hyaluronic Acid Hydrating Lotion 1
อ้างอิง:rohto.co.th
ราคาอ้างอิง
549 บาท
ราคาค่อนข้างสูง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
อีกหนึ่งตัวจาก Hada Labo ที่ได้รับการรีวิวจากหลายเว็บไซต์อย่างล้นหลาม เป็นสูตรสำหรับผู้ที่มีผิวแห้งหรือผิวธรรมดา บำรุงผิวด้วย Hyaluronic Acid 4 ชนิดที่มีขนาดต่างกัน ช่วยคืนความชุ่มชื้นและช่วยรักษาระดับน้ำใต้ผิวไว้ให้ยาวนาน พร้อมด้วยเทคโนโลยี HPP&M ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบำรุงให้ลึกขึ้น โดยปราศจากน้ำมันแร่ น้ำหอมและสี เนื่องจากตัวน้ำตบมีอนุภาคเล็ก จึงซึมสู่ผิวไว ไม่เหนอะหนะ หลังจากใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องสัมผัสได้ว่าผิวมีสุขภาพดีขึ้นจริง ๆ (สำหรับใครที่กลัวว่าจะให้ความชุ่มชื้นมากเกินไป แบรนด์มีสูตร Light สำหรับผิวมันหรือผิวผสมด้วยนะคะ)
No.5

Tony Moly
5. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5%

5. Tony Moly Intense Care Galactomyces Lite Essence 96.5% 1
อ้างอิง:tonystreet.com
ราคาอ้างอิง
1,290 บาท
ราคาสูง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
น้ำตบที่ถูกล่ำลือกันว่าเป็นคู่แฝดกับอีกแบรนด์หนึ่งที่มีราคาสูงกว่ามาก มีจุดเด่นอยู่ที่มีส่วนผสมของ Galactomyces หรือพิเทร่าเข้มข้นถึง 96.5% สารสกัดที่ได้จากการหมักบ่มยีสต์ชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยกรดอะมิโนชนิดต่าง ๆ ช่วยฟื้นฟูผิวและปรับสมดุล บำรุงให้เนียนละเอียด กระชับรูขุมขนให้เล็กลง และช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่า คืนสุขภาพผิวที่ดีให้กับน้อง ๆ ที่ต้องโดนแดดหรือมลภาวะเยอะ ๆ ขณะเดียวกันบางคนที่ใช้จริงก็บอกว่าช่วยให้รอยดำ รอยแดงจากสิวจางเร็วขึ้นด้วย แต่แนะนำว่าให้ใช้อย่างต่อเนื่องนะคะ ถึงจะเห็นผลชัดเจน
No.6

Clear Nose
Acne Care Solution Essence

Acne Care Solution Essence 1
อ้างอิง:clearnose.co.th
ราคาอ้างอิง
690 บาท
ราคาปานกลาง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
สารสกัดจากถั่วเหลืองญี่ปุ่น ให้ความชุ่มชื้นที่เหมาะกับผิว ปรับผิวให้เรียบเนียน ดูสุขภาพดี
ส่วนผสมของวิตามินหลายชนิด ป้องกันการเกิดสิวใหม่ ลดเลือนรอยสิว พร้อมกระชับรูขุมขน
น้ำตบเนื้อเอสเซนส์ซึมซาบไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ สามารถใช้ได้ทั้งตอนเช้าและกลางคืน
เหมาะกับทุกสภาพผิว รวมถึงผิวที่เป็นสิวง่าย ปราศจากน้ำหอม สี และน้ำมันแร่
No.7

Kiku Masamune
7. Kiku Masamune Sake Lotion High Moist

7. Kiku Masamune Sake Lotion High Moist 1
อ้างอิง:kikumasa-cosme.jp
ราคาอ้างอิง
350 บาท
ราคาปานกลาง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
สูตรนี้แตกต่างจากอันดับก่อนหน้าตรงที่มีส่วนผสมของ Ceramide ค่ะ แต่มีส่วนผสมหลักจากสาเกเหมือนกัน เพียงแค่จะเน้นการให้ความชุ่มชื้นที่มากขึ้นอีกเป็นพิเศษ เหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวแห้ง-แพ้ง่าย ตัวนี้ก็ปราศจากสีและมิเนอรัล ออยล์เช่นกัน พร้อมค่า pH Balance ใกล้เคียงกับผิว จึงค่อนข้างอ่อนโยน ตัวน้ำตบจะมีสีขาวขุ่น ซึมซาบไว สามารถใช้ได้ทั้งใบหน้าและร่างกาย มีกลิ่นหอมสาเกอ่อน ๆ และแน่นอนว่า ขวดนี้มาในปริมาณที่เยอะ เมื่อกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ตอบโจทย์น้อง ๆ ผิวแห้ง ผิวบอบบางได้นาน ๆ เลยค่ะ
No.8

Hada Labo
8. Hada Labo Premium Lotion

8. Hada Labo Premium Lotion 1
อ้างอิง:jp.rohto.com
ราคาอ้างอิง
580 บาท
ราคาค่อนข้างสูง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
ใครผิวแห้งหรือขาดการดูแลต้องรีบซื้อสูตรนี้เลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมของ Hyaluronic Acid ทั้ง 5 ชนิด จึงมีพลังในการคืนความชุ่มชื้นมากเป็นพิเศษ ช่วยฟื้นฟูผิวแห้งเสียจากการขาดการดูแล ให้กลับมามีสุขภาพดี เนียนละเอียด รูขุมขนกระชับ และนุ่มนวลมากขึ้น หลายคนที่ใช้จริงต่างบอกว่าได้ผลลัพธ์จริง โดยตัวน้ำตบไม่แต่งสี ไม่ใส่น้ำหอม และไม่มีน้ำมัน จึงค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวมากทีเดียวค่ะ อย่างไรก็ตาม ตัวนี้ราคาอาจจะเกินงบไปสักนิด แต่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ เพราะเค้ามีไซซ์เล็กที่ราคาถูกกว่าให้ซื้อใช้กันด้วย
No.9

Kiku Masamune
9. Kiku Masamune Sake Lotion

9. Kiku Masamune Sake Lotion 1
อ้างอิง:kikumasa-cosme.jp
ราคาอ้างอิง
350 บาท
ราคาปานกลาง
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
ชื่อภาษาญี่ปุ่นอาจจะจำยากไปสำหรับคนไทย หลายคนเลยตั้งชื่อเล่นให้น้ำตบยี่ห้อนี้ว่า “น้ำตบสาเก” เพราะสกัดมาจากสาเก อุดมไปด้วยกรดอะมิโนมากถึง 18 ชนิด ช่วยฟื้นฟูผิว ยกกระชับ และบำรุงให้กระจ่างใส เหมาะกับคนที่มีสภาพผิวธรรมดา-ผิวมัน ปราศจากสี และมิเนอรัล ออยล์ เนื้อผลิตภัณฑ์ใส ซึมซาบสู่ผิวได้ไว มีกลิ่นหอมสาเกอ่อน ๆ ใช้ได้ทั้งใบหน้าและร่างกายเลย หลายคนที่ลองใช้เป็นประจำอย่างต่อเนื่องสัมผัสได้ว่าผิวเนียนนุ่มขึ้น รูขุมขนกระชับขึ้น แถมขวดนี้ยังมาในปริมาณที่เยอะ เมื่อกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ เลยค่ะ
No.10

YANHEE
10. YANHEE Essence

10. YANHEE Essence 1
อ้างอิง:c.lazada.co.th
ราคาอ้างอิง
199 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ
ภาพรวมผลิตภัณฑ์
เห็นราคาแล้วหลายคนคงสนใจ ซึ่งสูตรนี้เค้าไม่ได้มีดีแค่เรื่องราคา แต่ยังมีส่วนผสมของ 3 สารสกัดจากธรรมชาติ ได้แก่ ดอกกุหลาบ ที่ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ผิว กระตุ้นให้ผิวนุ่มฟู, เมือกหอยทาก ที่ช่วยฟื้นฟูผิวและเพิ่มความชุ่มชื้น ลดการอักเสบของผิวหนัง และว่านหางจระเข้ ที่ช่วยคืนความชุ่มชื้นและปลอบประโลมผิวที่ต้องโดนแดดบ่อย ๆ เหมือนน้อง ๆ วัยเรียน โดยจากเสียงรีวิวส่วนใหญ่บอกว่าใช้แล้วผิวละเอียดขึ้น หน้าเนียนนุ่มและดูสดใสขึ้นมาก ซึ่งเมื่อเทียบกับราคาแล้วถือว่าคุ้มค่าทีเดียวค่ะ

วิธีใช้น้ำตบที่ถูกต้อง

เชื่อว่ามีน้อง ๆ หลายคนที่ไม่เคยใช้น้ำตบมาก่อน วันนี้เราเลยมีข้อแนะนำและข้อควรระวังมาให้อ่านกันด้วยค่ะ เพื่อที่ทุกคนจะได้บำรุงผิวอย่างถูกต้องและปลอดภัย

วิธีที่ดีที่สุดในการลงน้ำตบ

วิธีที่ดีที่สุดในการลงน้ำตบ
อันดับแรกที่ควรรู้ คือ ช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่ควรลงน้ำตบคือหลังล้างหน้าทันทีค่ะ เพราะผิวจะซึมซับความชุ่มชื้นได้ดีในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าจะมีละอองน้ำเกาะอยู่ก็ตาม เนื่องจากน้ำสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ง่าย จึงไม่ขัดขวางการทำงานของน้ำตบ


ลำดับต่อมา คือ เรื่องของปริมาณที่ควรใช้ใน 1 ครั้ง ปกติแล้วควรใช้น้ำตบปริมาณเท่ากับเหรียญ 10 บาทก็เพียงพอแล้วค่ะ โดยลูบไล้ให้ทั่วหน้าอย่างเบามือแล้ววางมือตามบริเวณต่าง ๆ ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 วินาที เพื่อให้ความร้อนของมือกระตุ้นให้ตัวน้ำตบซึมซาบสู่ผิวได้ง่ายขึ้น


สำหรับใครที่ต้องการทาโลชั่นหรือสกินแคร์เนื้อน้ำนมต่อ แนะนำให้ทาหลังจากที่น้ำตบซึมซาบสู่ผิวเรียบร้อยแล้วนะคะ อย่างไรก็ตาม ในตอนเช้า ๆ บางคนอาจไม่มีเวลามากพอ แนะนำให้เลือกซื้อน้ำตบที่รวมคุณสมบัติของหลายสกินแคร์เข้าไว้ด้วยกันเพื่อลดขั้นตอนการบำรุงนะคะ

ข้อควรระวังสำหรับการดูแลผิว

ข้อควรระวังสำหรับการดูแลผิว
นอกจากการลงน้ำตบแล้ว การล้างหน้าอย่างถูกวิธีก็เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำตบทางอ้อมค่ะ โดยก่อนล้างหน้าเราควรล้างมือให้สะอาดเสียก่อน และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน หากใครใช่สบู่ก่อนแนะนำให้ซื้อตะข่ายตีฟองมาถู เพื่อให้เกิดฟองโฟมเนื้อนุ่ม หรือถ้าใครใช้โฟม แนะนำให้ซื้อสูตร Whip Foam เพราะเนื้อฟองโฟมจะเนียนนุ่ม ละมุนไปกับผิว ทำให้ผิวถูกรบกวนน้อย


อีกข้อที่ควรระวัง คือ การตบหน้าตอนลงน้ำตบ เพราะแม้ว่าจะช่วยให้น้ำตบซึมซาบเร็วขึ้นและทำให้รูขุมขนกระชับ แต่ถ้าใช้แรงมากเกินไปอาจทำให้ผิวช้ำจนเกินปัญหาอื่น ๆ ตามมาได้นั่นเองค่ะ


สำหรับใครที่ใช้โทนเนอร์ก่อนลงน้ำตบ หากเกิดอาการแดงหรือคัน ให้ลดแรงตอนใช้สำลีเช็ดหน้านะคะ และล้างมือให้สะอาดก่อนลงน้ำตบ เพื่อรักษาความสะอาด

คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

ยอดนิยม
อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม

น้ำตบบำรุงผิวหน้าสำหรับวัยรุ่น

3 ผลิตภัณฑ์

ยอดนิยม
รีวิวผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ น้ำตบสำหรับนักเรียนมัธยม