




ประกันสุขภาพ (Health Insurance) เป็นการประกันรูปแบบหนึ่งที่บริษัทประกันตกลงจะชดเชยค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการรักษาพยาบาลของผู้เอาประกันตามสัญญา ทั้งการเจ็บป่วยจากโรคต่าง ๆ และการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาล ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยในหรือผู้ป่วยนอก อีกทั้งยังสามารถชดเชยรายได้ในช่วงที่ต้องลาพักงานอีกด้วย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะกับความต้องการและงบประมาณรายจ่าย และให้คุ้มค่ากับเบี้ยประกันที่ต้องจ่ายไป พร้อมคำแนะนำจากคุณธิดาพร หวินกำปัง Manager Financial Coordinator Section ผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัย และยังมี 10 ประกันสุขภาพจากบริษัทประกันที่ได้รับความนิยม เคลมได้ง่าย และคุ้มครองครอบคลุม มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 ประกันสุขภาพ

คุณดาวทำงานด้านธุรกิจประกันภัยและเก็บเกี่ยวประสบการณ์มาเป็นเวลากว่า 13 ปี โดยเริ่มต้นจากงานฝ่ายที่ปรึกษาการเงินในปี 2012 และขึ้นเป็นผู้บริหารทีมที่ปรึกษาการเงินในปี 2014 ปัจจุบันคุณดาวดูแลในส่วนประกันชีวิต ประกันภัยและกองทุนรวม รวมทั้งยังดูแลถึง 3 บริษัท ได้แก่ Bangkoklife Assurance, Bangkok Insurance และ BBLAM Asset Management หลัก ๆ แล้วงานของคุณดาวจะเป็นงานที่ต้องวางแผนการเงินและให้คำปรึกษาแก่ลูกค้าแบบครบวงจร ทั้งในส่วนคุ้มครองชีวิต ประกันภัยและการลงทุน โดยใช้หลักการกระจายความเสี่ยงให้ลูกค้า แนะนำระบบวางแผนการเงิน การลงทุน การเปิดบัญชีต่าง ๆ การคำนวณเบี้ยประกัน การขอสินเชื่อ รวมไปถึงการจัดการด้านภาษีอีกด้วย

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ประกันสุขภาพมีความจำเป็นอย่างมากสำหรับทุกคน ทุกเพศ และทุกวัย และทุกอาชีพ เนื่องจากโรคร้ายแรง หรืออุบัติเหตุต่าง ๆ สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเวลาโดยไม่เลือกอายุหรือเพศ เพราะฉะนั้นทุกคนจึงถือว่ามีความเสี่ยงเท่ากันหมด ดังนั้นประกันสุขภาพจึงสามารถเริ่มทำได้ตั้งแต่อายุ 1 เดือนเป็นต้นไป จนถึงอายุ 80 ปี
นอกจากนี้ การรักษาโรคภัยในปัจจุบันจะมีนวัตกรรมการรักษาต่าง ๆ หรือการใช้ยาพุ่งเป้า ซึ่งเป็นยานอกบัญชีที่ข้าราชการไม่สามารถเบิกได้หรือเบิกได้บางส่วนเท่านั้น อีกทั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงทำให้ประกันสุขภาพเหมาะกับคนทุกกลุ่มทั้งบุคคลทั่วไป รวมไปถึงกลุ่มข้าราชการที่มีสวัสดิการ โดยประกันสุขภาพจะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการรักษาที่โรงพยาบาลทั่วประเทศทั้งเอกชนและรัฐบาล และจะคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลทั้งจากอุบัติเหตุ หรืออาการป่วยต่าง ๆ แทบจะทุกโรค ตลอดจนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดด้วย
สำหรับการเริ่มทำประกันสุขภาพนั้นผู้ซื้อประกันสามารถเริ่มทำได้เลย แต่ต้องดูความพร้อมหรือความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกันของตนเองร่วมด้วย กล่าวคือ ควรเลือกแผนประกันที่เพียงพอต่อความต้องการและมีเบี้ยประกันที่ไม่มากเกินความสามารถในการชำระของผู้ซื้อประกันทั้งในปัจจุบันและอนาคตนั่นเอง
เมื่อได้ทราบถึงความสำคัญของประกันสุขภาพกันไปแล้ว เรามาศึกษาวิธีการเลือกประกันสุขภาพให้เหมาะสมและคุ้มค่าสำหรับคุณกันดีกว่า โดยสามารถพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ได้ดังต่อไปนี้
อย่างที่ทราบกันดีว่า ประกันสุขภาพมีหลายประเภทให้คุณเลือกสรร ซึ่งแต่ละประเภทก็จุดเด่นแตกต่างกันไป ด้วยเหตุนี้ เราจึงขอแนะนำให้คุณพิจารณาเลือกประกันสุขภาพตามความคุ้มครองที่คุณต้องการ
・ประกันแผน OPD คือ ประกันที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยนอก เป็นแผนประกันที่เหมาะกับผู้เอาประกันที่ต้องเข้าทำการรักษาที่โรงพยาบาล แต่ไม่ได้นอนพักที่โรงพยาบาล ซึ่งจะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการตรวจพบแพทย์ ค่ารักษาพยาบาล ค่ายา รวมถึงการรักษาต่าง ๆ ที่ใช้เวลาน้อยกว่า 6 ชั่วโมง แต่มีข้อเสียคือ จะมีเบี้ยประกันที่ค่อนข้างสูง
・ประกันแผน IPD คือ ประกันที่คุ้มครองค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ป่วยใน หรือมีการนอนพักรักษาที่โรงพยาบาล คุ้มครองค่าใช้ทั้งหมดที่รักษา ทั้งค่าห้องพัก ค่าพยาบาลต่าง ๆ แต่มีข้อเสียคือจะไม่คุ้มครองในกรณีที่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และจะมีเงื่อนไขความคุ้มครองที่แตกต่างกันออกไปตามแผนที่เลือก เช่น เหมาจ่ายทั้งหมด หรือมีวงเงินจำกัดค่ารักษา แต่อยู่ในขอบเขตเดียวกันทุกบริษัทตามมาตรฐาน New Health Standard
โดยเราสามารถที่จะเลือกซื้อแผนประกันให้คุ้มครองทั้งแบบ OPD และ IPD อย่างใดอย่างหนึ่ง แต่แนะนำว่าควรเลือกซื้อที่คุ้มครองทั้ง 2 แบบจะดีกว่า เพื่อจะได้คุ้มครองได้ครอบคลุมทุกกรณี เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่อาจจะเกิดขึ้น
การเลือกเบี้ยประกันควรดูสวัสดิการของแต่ละบุคคลที่อาจจะได้รับจากการทำงาน ครอบครัวหรือจากสิทธิต่าง ๆ โดยควรเลือกซื้อแผนประกันที่นอกเหนือจากที่มีอยู่แล้ว จะได้ครอบคลุมและประหยัดค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเบี้ยประกัน นอกจากนี้ ควรดูระยะเวลาในการจ่ายเบี้ยประกัน รวมไปถึงความสามารถในการชำระเบี้ยประกันของผู้ซื้อประกันควบคู่กันด้วย เนื่องจากเบี้ยประกันในบางแผนจะมีการปรับเบี้ยเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี หรือ ทุก ๆ 5 ปี และแนะนำให้ทำตั้งแต่ยังไม่ป่วยหรือตรวจพบโรค เพื่อประกันจะได้พิจารณาคุ้มครองทุกโรค
การชำระเบี้ยประกันสามารถที่จะแบ่งจ่ายทุก 1 เดือน, 3 เดือน และ 6 เดือน แต่จะมีอัตราค่าดอกเบี้ยร่วมด้วย ยิ่งแบ่งจ่ายมากเดือนเท่าไร อัตราดอกเบี้ยก็ยิ่งจะเพิ่มสูงขึ้นด้วย แต่เราสามารถเลือกแบบจ่ายเต็มจำนวนที่ 1 ปี เพื่อลดอัตราดอกเบี้ยได้ ซึ่งหากไม่ดำเนินการชำระเงินตามใบแจ้งหนี้หรือภายในระยะเวลาที่กำหนด สิทธิคุ้มครองจะถูกตัดโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าหากต้องการทำประกันสุขภาพต่อสามารถทำได้โดยการเริ่มต้นทำใหม่
ในการซื้อประกันชีวิต เราสามารถที่จะนำไปช่วยลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 300,000 บาท โดยจะแบ่งเป็น 3 รูปแบบ ดังนี้
1. สัญญาหลัก เบี้ยประกันจะไม่เพิ่ม มีอัตราคงที่ตั้งแต่เริ่มทำประกัน
สำหรับผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะมีโรคร้ายแรงจากสาเหตุต่าง ๆ เช่น กรรมพันธุ์ อาจจะเลือกแผนประกันที่คุ้มครองโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง โดยสามารถพิจารณาได้จากปัจจัยดังต่อไปนี้
1. กลุ่มโรคมะเร็งและเนื้องอก
สำหรับผู้มีความเสี่ยงเป็นโรคสามารถทำประกันได้ แต่จะมีเงื่อนไขในการรับประกันโดยจะต้องมีการแถลงประวัติสุขภาพ ซึ่งทางบริษัทประกันจะประเมินและพิจารณาว่าจะรับประกันได้หรือไม่ เช่น ค่าสัดส่วน BMI เกินมาตรฐาน บริษัทอาจจะรับแบบมีเงื่อนไข ยกเว้นโรคเบาหวาน ความดันหรืออาจจะถูกพิจารณาเพิ่มเบี้ยประกันแทน
ทั้งนี้ สามารถขอทบทวนการรับประกันแบบมีเงื่อนไขนี้ได้ภายหลังจากการรับประกันไปแล้วได้ โดยแนะนำสำหรับผู้มีความเสี่ยงเกิดโรคร้ายให้เลือกซื้อแผนประกันสุขภาพแบบสัญญาระยะยาวหรือพยายามไม่ปล่อยให้กรมธรรม์ขาดอายุจะดีที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในการต่อสัญญาภายหลัง
สำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดปัญหาสุขภาพ ควรเลือกแผนประกันสุขภาพที่ครอบคลุม เงื่อนไขไม่มาก และสามารถเข้าถึงสถานพยาบาลได้อย่างสะดวก
หลักการในการเลือกซื้อประกันให้ผุ้สูงอายุควรจะเลือกจากความสะดวก และความรวดเร็วจะดีที่สุด กล่าวคือ ความสะดวกทั้งในเรื่องของการเดินทางเข้ารับการรักษาในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน หรือความสะดวกในขั้นตอนการเข้ารับการรักษาโดยควรเลือกประกันที่มีคู่สัญญาโรงพยาบาลใกล้บ้าน สะดวกเดินทางเผื่อในกรณีฉุกเฉิน หรือโรงพยาบาลที่มีการรักษาอยู่แล้ว และไม่ต้องสำรองจ่ายค่ารักษาล่วงหน้าจะดีที่สุด
การวางแผนสุขภาพให้กับเด็กเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากวัยเด็กเป็นช่วงวัยที่ภูมิคุ้มกันของร่างกายยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่ จึงมีความเสี่ยงที่จะเจ็บป่วยมากกว่า
ในปัจจุบันประกันสุขภาพจะมีทั้งแบบเหมาจ่ายและแบบแยกจ่าย ถ้าหากต้องการประกันสุขภาพแบบที่ไม่ต้องสำรองจ่ายก่อน ควรเลือกประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายค่ารักษา แต่เบี้ยประกันก็จะมีราคาค่อนข้างสูง และควรเลือกแผนที่คุ้มครองค่าห้องพักพยาบาล ให้ครอบคลุมกับค่าห้องของโรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือโรงพยาบาลที่ต้องการรักษาจะดีที่สุด แต่แบบแยกจ่ายจะแบ่งค่าใช้จ่ายออกเป็นหมวดหมู่ แต่วงเงินค่ารักษาจะได้น้อยกว่าแบบเหมาจ่าย และยังมีเบี้ยชำระใกล้เคียงกับแบบเหมาจ่าย จึงแนะนำให้เลือกซื้อแบบเหมาจ่ายจะดีกว่า
นอกจากประกันแบบเหมาจ่ายจะสามารถทำให้ผู้ซื้อประกันเข้ารับการรักษาโดยไม่ต้องสำรองจ่ายล่วงหน้าแล้ว บางแผนประกันยังครอบคลุมการชดเชยรายได้ด้วย สำหรับค่าชดเชยรายได้ จะได้รับก็ต่อเมื่อเข้าการรักษาเป็นผู้ป่วยใน หรือมีการนอนรักษาที่โรงพยาบาล ที่เข้ารับการรักษานานกว่า 6 ชั่วโมง โดยจะได้รับค่าชดเชยตามจำนวนวันจริงที่เข้ารับการรักษา แต่จะมีขอบเขตในการซื้อ คือจะไม่เกิน 2 เท่าของรายได้เฉลี่ยต่อวันของแต่ละบุคคล และค่าชดเชยที่จะได้รับจะขึ้นอยู่กับแผนและเบี้ยชำระที่เลือกจ่าย
ค่าห้องรักษาพยาบาลควรเลือกตามโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารับรักษา กล่าวคือ ควรเลือกแผนประกันที่สามารถเบิกค่าห้องรักษาพยาบาลได้เท่ากับหรือมากกว่าค่าห้องของโรงพยาบาลที่ต้องการเข้ารับการรักษา ในกรณีที่เข้ารับการรักษาด้วยโรคฉุกเฉิน เราสามารถเคลมค่ารักษาจากบริษัทประกันได้อย่างรวดเร็ว ยกเว้นแต่เข้ารับการรักษาด้วยโรคที่สามารถรอการรักษาได้ ซึ่งจะมีระยะเวลารอการเคลมประมาณ 120 วัน
ปัจจุบันการเรียกสินไหมต่าง ๆ สินไหมสุขภาพ หรือเข้ารับการรักษาโรงพยาบาลที่ไม่ได้อยู่ในเครือข่าย เราสามารถยืนคำร้องได้อย่างง่าย และสะดวกสบายมาก เช่น สามารถยื่นคำร้องผ่านทางเคาน์เตอร์ของบริษัทตามห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ แอปพลิเคชันของบริษัทนั้น ๆ หรือตามสาขาของบริษัทใกล้บ้าน
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทประกันสุขภาพ | ต่ออายุประกันได้ถึง | อายุผู้ขอเอาประกัน | คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | ลดหย่อนภาษีได้ | ไม่ต้องสำรองจ่าย | คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | คุ้มครองทุกโรคในเด็ก | |||||
Allianz Ayudhya ปลดล็อค ดับเบิล แคร์ | ![]() | ให้ผลประโยชน์สูงสุด 2 เท่า ดูแลต่อเนื่องหลังออกจากโรงพยาบาล | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง | 89 ปี | 1 เดือน 1 วัน - 70 ปี (1 เดือน 1 วัน - 10 ปี ซื้อได้เฉพาะแผน 1 แบบมีความรับผิดส่วนแรก และ 11 - 70 ปี ซื้อได้แผน 1 - 3) | ||||||||
AIA H&S Extra (New Standard) | ![]() | ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 99 ปี สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ | แนบท้ายประกันชีวิตหลัก | 98 ปี | 11 - 75 ปี | ||||||||
AXA Hello Health | ![]() | ครอบคลุมทั้งโรคติดเชื้อ อุบัติเหตุ และบริการการแพทย์ทางไกล | ไม่ระบุ | 89 ปี | 30 วัน – 70 ปี | ||||||||
FWD ประกันมะเร็ง Easy E-CANCER | ![]() | ตรวจพบมะเร็งทุกชนิด ทุกระยะ รับเงินก้อนสูงสุด 1 ล้านบาท | เจอ จ่าย จบ | 60 ปี | 20 - 60 ปี | ||||||||
วิริยะประกันภัย V Better Care | ![]() | มีส่วนลดประวัติดี หากไม่เคลม ลดหย่อนภาษีได้ถึง 25,000 บาท | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง | 70 ปี (สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 61 - 65 ปี) และ 100 ปี (สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ ไม่เกิน 60 ปี) | 15 วัน - 65 ปี (15 วัน - 15 ปี ต้องสมัครพร้อมบิดาหรือมารดาอย่างน้อย 1 คน และแผนประกันจะต้องให้ความคุ้มครองที่ต่ำกว่า หรือเทียบเท่ากับบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบธรรม) | ||||||||
เมืองไทยประกันชีวิต เหมาจ่าย Extra | ![]() | คุ้มครองทั้งกรณีเจ็บป่วยและผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ไม่มีสวัสดิการ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง | 99 ปี | 11 ปี - 90 ปี | ||||||||
ไทยประกันชีวิต Health เหมา สบายใจ สบายตังค์ | ![]() | ไม่ต้องตรวจสุขภาพ คุ้มครองแบบเหมาจ่าย ไม่ต้องสำรองเงิน | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง | 99 ปี | 18 - 70 ปี | ||||||||
ทิพยประกันภัย TIP Cancer Plus | ![]() | คุ้มครองโรคมะเร็งทุกระยะ ขอตรวจวินิจฉัยครั้งที่ 2 เพิ่มได้ | เจอ จ่าย จบ | 70 ปี | 1 - 60 ปี | ||||||||
ชับบ์สามัคคีประกันภัย Basic Work & Play | ![]() | ครอบคลุมโรคออฟฟิศซินโดรม ให้ความคุ้มครองถึงอายุ 70 ปี | เฉพาะกลุ่ม | 70 ปี | 20 - 60 ปี | ||||||||
กรุงเทพประกันชีวิต Value Health Kids Premier | ![]() | ออกแบบมาสำหรับเด็กเล็ก คุ้มครองทั้งกรณีเป็นผู้ป่วยในและนอก | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง | 99 ปี | 1 เดือน – 10 ปี | ||||||||
| ประเภทประกันสุขภาพ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 89 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 1 เดือน 1 วัน - 70 ปี (1 เดือน 1 วัน - 10 ปี ซื้อได้เฉพาะแผน 1 แบบมีความรับผิดส่วนแรก และ 11 - 70 ปี ซื้อได้แผน 1 - 3) |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | แนบท้ายประกันชีวิตหลัก |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 98 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 11 - 75 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | ไม่ระบุ |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 89 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 30 วัน – 70 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เจอ จ่าย จบ |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 60 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 20 - 60 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 70 ปี (สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ 61 - 65 ปี) และ 100 ปี (สำหรับผู้เอาประกันภัยอายุ ไม่เกิน 60 ปี) |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 15 วัน - 65 ปี (15 วัน - 15 ปี ต้องสมัครพร้อมบิดาหรือมารดาอย่างน้อย 1 คน และแผนประกันจะต้องให้ความคุ้มครองที่ต่ำกว่า หรือเทียบเท่ากับบิดาหรือมารดา หรือผู้ปกครองโดยชอบธรรม) |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 99 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 11 ปี - 90 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 99 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 18 - 70 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เจอ จ่าย จบ |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 70 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 1 - 60 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เฉพาะกลุ่ม |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 70 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 20 - 60 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
| ประเภทประกันสุขภาพ | เหมาจ่ายค่ารักษาตามจริง |
|---|---|
| ต่ออายุประกันได้ถึง | 99 ปี |
| อายุผู้ขอเอาประกัน | 1 เดือน – 10 ปี |
| คุ้มครองทั้ง OPD และ IPD | |
| ลดหย่อนภาษีได้ | |
| ไม่ต้องสำรองจ่าย | |
| คุ้มครองเฉพาะโรคที่กังวลหรือมีความเสี่ยง | |
| ได้รับเงินชดเชยหากพบโรคที่ระบุในสัญญา | |
| คุ้มครองทุกโรคในเด็ก |
สำหรับการทำประกันสุขภาพ สิ่งที่ต้องใช้คือ สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน และตอบคำถามด้านสุขภาพ จากนั้นบริษัทประกันจะดำเนินการเพื่ออนุมัติความคุ้มครองหลังจากได้รับเงินเบี้ยประกันภายใน 1 - 3 วัน เมื่อบริษัทประกันอนุมัติแล้ว ผู้ซื้อประกันจะถูกคุ้มครองทันที ทั้งนี้ ผู้ซื้อประกันจะต้องไม่ตรวจพบบางโรคที่ระบุไว้ในสัญญา เช่น โรคไส้เลื่อน เนื้องอก มะเร็ง ริดสีดวงทวาร เส้นเลือดขอดที่ขา เป็นต้น ภายใน 120 วัน ก่อนทำประกัน เพราะจะทำให้บริษัทประกันไม่อนุมัติความคุ้มครอง
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































