




สิวบริเวณแผ่นหลังเกิดขึ้นได้กับทุกเพศทุกวัย ซึ่งหากปล่อยไว้นานอาจลุกลามเป็นสิวอักเสบและทิ้งรอยดำได้ แม้จะไม่กระทบต่อใบหน้าโดยตรงแต่ก็ส่งผลต่อความมั่นใจและภาพลักษณ์อยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะเมื่อต้องใส่เสื้อที่มองเห็นแผ่นหลัง การดูแลรักษาสิวหลังอย่างถูกวิธีจึงถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยควบคุมการอักเสบและฟื้นฟูผิวให้กลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกคลินิกรักษาสิวที่หลัง สำหรับผู้ที่เพิ่งเป็นสิวและผู้ที่เป็นแบบเรื้อรัง ต้องการฟื้นฟูผิวหลังให้แข็งแรงและลดการเกิดสิวซ้ำ รวมถึงผู้ที่ต้องการรักษารอยดำจากสิวที่หลัง พร้อมคำแนะนำจาก พญ.ศุภกมล ฉัตรศุภกุล แพทย์ผิวหนัง และยังมี 10 คลินิกรักษาสิวที่หลัง ยอดนิยม มีทั้งการฉีด เลเซอร์ และวิธีการอื่น ๆ มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 คลินิกรักษาสิวที่หลัง
Pornkasem Clinic

คลินิกชื่อดังที่โดดเด่นในเรื่องโปรแกรมดูแลผิวที่มีความหลากหลาย
โรงพยาบาลผิวหนังอโศก

โรงพยาบาลผิวหนังที่แก้ปัญหาสิวที่หลังทุกแบบ พร้อมยาที่ปลอดภัย

คุณพีชจบการศึกษาคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาผิวหนังและเวชศาสตร์ชะลอวัยโดยตรง ปริญญาโทและปริญญาเอกด้านตจวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งยังมีวุฒิบัตรเวชศาสตร์ด้านชะลอวัย American Board of Antiaging (A4M) ซึ่งนอกเหนือจากคุณวุฒิต่าง ๆ แล้ว ส่วนตัวคุณพีชยังชื่นชอบการดูแลตัวเองในด้านสุขภาพผิวและเส้นผมเป็นพิเศษ จึงชอบที่จะศึกษาเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บำรุงผิวทั้งยี่ห้อต่าง ๆ และเวชสำอาง รวมทั้งมีความสนใจเกี่ยวกับนวัตกรรมการดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการทำเลเซอร์ สกินแคร์ หรือกลุ่มสกินบูสเตอร์ที่จะช่วยดูแลและฟื้นฟูผิวให้มีสุขภาพดีมากขึ้น ปัจจุบันคุณพีชทำงานที่โรงพยาบาลเอกชน โดยใช้วิชาชีพในการตรวจรักษาโรคผิวหนังทั่วไป คอยให้คำปรึกษาด้านผิวพรรณและการออกแบบรูปหน้าให้กับทั้งชาวไทยและต่างชาติ อีกทั้งยังให้ความรู้และความเข้าใจแก่บุคคลทั่วไปเกี่ยวกับสุขภาพร่างกายและการดูแลผิว โดยคุณพีชมองว่าผิวของคนเราจะมาพร้อมกับปัญหาเฉพาะแต่ละบุคคล ดังนั้นการเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จึงควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจใช้งานเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมและปลอดภัยกับตนเองมากที่สุด

คุณน้อยเป็นนักเขียนที่มีความหลงใหลในเรื่องสกินแคร์และเครื่องสำอาง เพราะเชื่อว่าการดูแลผิวเป็นการลงทุนให้กับตัวเองในระยะยาว ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงมีโอกาสได้ใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางหลากหลายประเภท ตั้งแต่เซรั่มบำรุงผิว ครีมกันแดด รองพื้น ไปจนถึงลิปสติกและเมคอัพต่าง ๆ ทำให้เข้าใจถึงคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์ และสามารถเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียได้อย่างตรงจุด โดยนอกจากสกินแคร์และเครื่องสำอางแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องหนีบผม ไดร์เป่าผม เตารีดไอน้ำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องฟอกอากาศ ไปจนถึงอุปกรณ์ในครัวอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน ไมโครเวฟ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณน้อยให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย ทุกบทความที่เขียนจะผ่านการค้นคว้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้ดีที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
สิวที่หลังเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยมีสาเหตุหลักที่พบได้บ่อย ดังนี้
การอุดตันของรูขุมขน มักเกิดจากความมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่ตายแล้วตกค้างสะสมอยู่ในรูขุมขน ส่งผลให้รูขุมขนไม่สามารถระบายของเสียได้ตามปกติ ทำให้เกิดการอุดตันจนพัฒนากลายเป็นสิวในที่สุด
การเสียดสีจากเสื้อผ้า การสวมเสื้อผ้าที่รัดแน่นมักก่อให้เกิดการเสียดสีระหว่างเส้นใยผ้ากับผิวโดยไม่รู้ตัวขณะเคลื่อนไหว ทำให้รูขุมขนเกิดการระคายเคืองและอักเสบ ซึ่งเป็นปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวตามมาได้
การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน มักพบได้ในช่วงวัยรุ่น ช่วงมีประจำเดือน ความเครียด หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ โดยการผันผวนของระดับฮอร์โมนในร่างกายจะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักขึ้น ส่งผลให้ผิวผลิตน้ำมันส่วนเกินและเกิดการอุดตันของรูขุมขนได้ง่าย จนนำไปสู่การเกิดสิวอุดตันและสิวอักเสบในที่สุด
เพื่อให้ได้คลินิกรักษาสิวที่หลังหรือคลินิกกดสิวดี ๆ ที่มีคุณภาพและปลอดภัย ควรพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ อย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะเป็นประเภทหัตถการ ผลลัพธ์ รวมถึงค่าใช้จ่ายและความน่าเชื่อถือของคลินิก ซึ่งศึกษาได้จากวิธีการดังต่อไปนี้
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอักเสบเม็ดใหญ่ที่จับแล้วมีอาการเจ็บ เช่น สิวหัวช้าง สิวหัวหนอง หรือสิวซีสต์ เหมาะกับการฉีดสเตียรอยด์รักษาสิว ซึ่งเป็นการฉีดตัวยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ (Corticosteroid) ความเข้มข้น 2.5 - 10 มิลลิกรัม/ซีซี เข้าไปที่หัวสิวโดยตรง เพื่อลดการอักเสบ บวม แดง และทำให้สิวยุบตัวได้อย่างรวดเร็วในเวลาอันสั้น
อย่างไรก็ตาม การรักษาด้วยวิธีนี้อาจมีความเสี่ยงทำให้เกิดรอยบุ๋มและแผลเป็นได้ เนื่องจากตัวยาในกลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์มีฤทธิ์กดการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อผิว หากฉีดในปริมาณที่ไม่เหมาะสมหรือฉีดซ้ำบริเวณเดิมหลายครั้งอาจทำให้ผิวบางลง โครงสร้างผิวเริ่มอ่อนแอ และเกิดรอยได้ง่ายยิ่งขึ้น

การฉีดสเตียรอยด์รักษาสิวไม่เหมาะกับผู้ที่มีภาวะติดเชื้อบริเวณผิวหนัง โรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง โรคเบาหวาน วัณโรค รวมถึงสตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างให้นมบุตร เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อผลข้างเคียงหรือทำให้อาการของโรคแย่ลงได้ โดยก่อนเข้ารับการฉีดสเตียรอยด์รักษาสิว ควรแจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และประวัติการแพ้ยาให้แพทย์ทราบอย่างละเอียด เพื่อประเมินความเหมาะสมและความปลอดภัยสูงสุดก่อนทำหัตถการ
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวอุดตันชนิดหัวเปิดที่มองเห็นหัวสิวได้ชัดเจน เช่น สิวหัวดำ สิวหัวขาว การกดหัวสิวออกถือเป็นแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เพราะเป็นการนำสิ่งอุดตันออกจากรูขุมขนอย่างตรงจุด โดยแพทย์จะใช้อุปกรณ์กดสิว เช่น ไม้กดสิว ไม้คีบหัวสิว หรือไม้เจาะหัวสิว ในการนำหัวสิวออกมาอย่างปลอดภัยแบบไม่ทำลายเนื้อเยื่อบริเวณรอบข้างมากเกินไปเหมือนการกดด้วยนิ้วหรือเล็บ ทำให้รูขุมขนสะอาดขึ้น และลดโอกาสที่สิวอุดตันจะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบได้อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม การกดสิวควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการกดสิวอักเสบทุกกรณี เนื่องจากสิวชนิดนี้มีการติดเชื้อและอักเสบอยู่แล้ว หากไปบีบหรือกดซ้ำอาจกระตุ้นการอักเสบให้รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลให้เนื้อเยื่อผิวถูกทำลายมากกว่าเดิมและมีโอกาสเกิดหลุมสิวหรือรอยดำตามมาได้
สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาสิวหลังและลดโอกาสเกิดรอยสิวไปพร้อม ๆ กัน เหมาะกับการเลเซอร์หรือการฉายแสง โดยการเลเซอร์รักษาสิวเป็นการยิงพลังงานแสงลงไปกระตุ้นผิวหนังชั้นลึก ซึ่งเลเซอร์หลายชนิด เช่น PDL, Dual Yellow และ CO2 Laser สามารถยับยั้งการอักเสบของสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังมีส่วนช่วยลดรอยแดงหรือรอยดำที่เกิดจากสิวได้ดี นอกจากนี้ ยังมี Pico Laser ที่โดดเด่นในด้านการรักษารอยดำหลังสิวหาย เพื่อช่วยปรับผิวบริเวณแผ่นหลังให้ดูสม่ำเสมอขึ้นอีกด้วย
ส่วนการฉายแสงรักษาสิวด้วยแสง LED หลายสี จะเน้นการฆ่าเชื้อและฟื้นฟูทั่วแผ่นหลัง เช่น แสงสีฟ้าช่วยยับยั้งแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของสิว แสงสีแดงช่วยลดการอักเสบ และแสงสีเหลืองช่วยลดรอยแดง ทั้งยังมีส่วนช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผิวที่เป็นสิวฟื้นตัวได้ดี ลดโอกาสเกิดรอยดำและรอยแผลเป็นหลังสิวหาย ซึ่งถือเป็นการรักษาสิวควบคู่กับการดูแลผิวแบบค่อยเป็นค่อยไป

การเลเซอร์และการฉายแสงรักษาสิวต้องทำอย่างต่อเนื่องประมาณ 3 - 5 ครั้ง จึงจะเริ่มเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน เนื่องจากการรักษาจะค่อย ๆ ลดการอักเสบ ควบคุมการทำงานของต่อมไขมัน และฟื้นฟูสภาพผิวอย่างเป็นลำดับ ทั้งนี้ จำนวนครั้งที่ต้องทำหัตถการอาจแตกต่างกันไปตามความรุนแรงของสิวและการตอบสนองของผิวแต่ละบุคคล
สำหรับผู้ที่ไม่มีปัญหาสิวที่หลังรุนแรงมากหรือสิวกำลังเริ่มยุบตัว และต้องการฟื้นฟูสภาพผิวให้แข็งแรงเพื่อลดโอกาสเกิดสิวซ้ำอีก จะเหมาะกับการฉีดวิตามินผิวหรือเมโสหลัง ซึ่งเป็นหัตถการที่แพทย์จะทำการฉีดวิตามินหรือสารอาหารจำเป็นต่อผิว เช่น วิตามินซี วิตามินบี คอลลาเจน กรดอะมิโน รวมถึง NAC หรือ Alpha-Lipoic Acid เพื่อช่วยปรับสมดุลผิว ลดการอักเสบ เพิ่มความชุ่มชื้น และเสริมการฟื้นฟูผิวจากภายใน ทำให้ผิวมีความแข็งแรงและต้านทานต่อการเกิดสิวได้ดียิ่งขึ้น
โดยการฉีดวิตามินผิวจะฉีดเข้าสู่เส้นเลือดโดยตรง ทำให้วิตามินถูกลำเลียงไปฟื้นฟูผิวโดยรวมได้ทั่วร่างกาย ส่วนการฉีดเมโสจะฉีดสารบำรุงเข้าสู่ชั้นผิวในบริเวณที่มีปัญหา จึงให้ผลลัพธ์ชัดเจนเฉพาะจุดมากกว่า ดังนั้น ก่อนเลือกทำหัตถการจึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบหรือปรึกษาแพทย์ก่อน เพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุด
สำหรับผู้ที่มีปัญหาสิวหลังจากความผิดปกติของฮอร์โมนที่อาจแสดงออกในลักษณะสิวเห่อจำนวนมากหรือเกิดซ้ำบริเวณเดิมบ่อยครั้ง โดยอาจเป็นได้ทั้งสิวอักเสบและสิวอุดตัน ซึ่งวิธีการรักษาอาจต้องพิจารณาตามประเภทและความรุนแรงของสิว ควบคู่กับการทานยาปรับฮอร์โมน เพื่อควบคุมระดับฮอร์โมนให้สมดุลและลดการกระตุ้นต่อมไขมันให้ผลิตน้ำมันมากกว่าปกติ เมื่อไขมันลดลง รูขุมขนก็จะมีโอกาสเกิดการอุดตันน้อย ส่งผลให้การอักเสบและสิวลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ การใช้ยาปรับฮอร์โมนควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น เพื่อประเมินความเหมาะสมในการเลือกชนิดยา ปริมาณ และระยะเวลาการรักษา รวมถึงเพื่อลดความเสี่ยงจากผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นได้
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
Pornkasem Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | คลินิกชื่อดังที่โดดเด่นในเรื่องโปรแกรมดูแลผิวที่มีความหลากหลาย | ||
โรงพยาบาลเวชธานี โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | รักษาด้วยเครื่อง Fotona Laser มีมาตรฐาน แก้ปัญหาสิวได้ตรงจุด | ||
โรงพยาบาลผิวหนังอโศก โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | โรงพยาบาลผิวหนังที่แก้ปัญหาสิวที่หลังทุกแบบ พร้อมยาที่ปลอดภัย | ||
M Vita Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | รักษาผิวพรรณด้านหลังของผู้ชาย ใส่ใจในขั้นตอนการรักษาอย่างดี | ||
Immate Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | รักษาสิวบริเวณหลังให้จางลง ด้วยเครื่องเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง | ||
Charmer Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | มีทั้งการรักษาด้วยเลเซอร์ การฉายแสง และมาส์กในโปรแกรมเดียว | ||
Lively Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | โปรแกรมแก้ปัญหาผิวกายครบถ้วน พร้อมรักษาด้วยเลเซอร์ IPL | ||
Infinity Clinic by Dr.Palm โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | สิวที่หลังจางลงด้วยการดูแล 4 ขั้นตอน พร้อมด้วยมาส์กสูตรพิเศษ | ||
Kanwara Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | มีรูปแบบและขนาดของโปรแกรมให้เลือกมากมายในราคาที่ย่อมเยา | ||
Roselin Wellness Clinic โปรแกรมรักษาสิวที่หลัง | ![]() | เน้นการเลเซอร์แบบ Dual Yellow กำจัดต้นเหตุของสิว ลดรอย |
นอกจากโปรแกรมดูแลผิวหน้า ผิวกาย และโปรแกรมสำหรับกระชับสัดส่วนแล้ว พรเกษมคลินิกก็มีโปรแกรมสำหรับรักษาสิวที่หลังด้วยเช่นกัน โดยขั้นตอนการดูแลและรักษาผิวบริเวณหลังจะเป็นการเลเซอร์แบบ IPL การฉายแสง LED สีฟ้า และการใช้เครื่องดูด (Suction) ผสมผสานกันไป เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดย 'Magic Clear Program' ของคลินิกจะเน้นแก้ปัญหาสิวอุดตัน สิวหนอง และสิวอักเสบที่ไม่รุนแรงมากนัก อีกทั้งยังช่วยปรับผิวให้กระจ่างใสและทำให้ต่อมไขมันใต้ผิวหนังลดลงด้วย
โรงพยาบาลที่มีบริการรักษาสิวที่หลังด้วยเครื่องเลเซอร์ 'Fotona' ที่มีประสิทธิภาพและความยาวคลื่นถึง 2,940 นาโนเมตร ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนังและกระชับรูขุมขนในเวลาเดียวกัน โดยขั้นตอนการรักษาแพทย์จะมาส์กยาเพื่อลดการอักเสบ การอุดตัน และรอยดำของสิวให้จางลง รวมถึงเตรียมผิวด้วยการแปะยาชาเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เพื่อลดความเจ็บปวดในขณะที่ทำเลเซอร์ หลังจากนั้นจะทำการเลเซอร์ซึ่งใช้เวลา 15 - 30 นาที เมื่อทำการเลเซอร์เสร็จจะทายาอีกหนึ่งครั้งเพื่อลดอาการอักเสบหลังการรักษาค่ะ
โรงพยาบาลด้านผิวหนังชื่อดังที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน รวมถึงมีแพทย์เฉพาะทางด้านผิวหนังที่สามารถวิเคราะห์และแก้ปัญหาผิวพรรณได้อย่างตรงจุด ซึ่งที่นี่จะเป็นการรักษาแบบเลเซอร์และการจ่ายยาเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยบรรยากาศภายในโรงพยาบาลนั้นสะอาด มีสิ่งอำนวยความสะดวก และคงความมาตรฐานเอาไว้เป็นอย่างดี นอกจากนี้เครื่องมือทางการแพทย์ยังทันสมัย สามารถรักษาสิวที่หลังรวมถึงปัญหาผิวพรรณอื่น ๆ ได้อย่างครอบคลุมเลยทีเดียวค่ะ
สำหรับเพศชายแล้วสิวที่หลังนับว่าเป็นปัญหาที่มีความรุนแรงไม่แพ้ผิวหน้าเลยทีเดียว ทำให้ไม่กล้าที่จะใส่เสื้อกล้ามเพราะหมดความมั่นใจ ซึ่งที่คลินิกแห่งนี้มีโปรแกรมรักษาสิวที่หลังที่ออกแบบมาสำหรับรักษาปัญหาผิวบริเวณแผ่นหลังของผู้ชายโดยเฉพาะ โดยแพทย์จะทำการผลัดผิวด้วยกรดผลไม้ AHA เพื่อให้สามารถกดสิวได้ง่ายขึ้น รวมถึงทำโอโซนเพื่อเปิดรูขุมขน ถัดมาแพทย์จะทำการเลเซอร์ ฉายแสง และฉีดสิวเพื่อรักษาตามลำดับ หลังจากนั้นจึงจ่ายยาสำหรับทาและยาสำหรับรับประทานเพื่อให้รักษาได้อย่างต่อเนื่อง
นับว่าเป็นคลินิกที่โดดเด่นด้วยการรักษาแบบเลเซอร์ที่มีประสิทธิภาพสูง กับเครื่อง Spectra Gold Laser ที่มีมาตรฐานระดับสากล รวมถึงแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่รักษามาแล้วกว่า 1,000 ราย ซึ่งการรักษาด้วยเครื่องเลเซอร์ชนิดนี้หากทำต่อเนื่องจะให้ผลที่ค่อนข้างชัดเจน โดยหลังทำอาจจะมีรอยเพิ่มขึ้นซึ่งจะหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ แต่ผู้ที่เข้ารับการรักษาสามารถอาบน้ำและบำรุงผิวได้ตามปกติ เพียงแค่หลีกเลี่ยงแสงแดดไม่ให้กระทบกับผิวบริเวณหลัง นอกจากนี้หากมีปัญหาสามารถปรึกษากับคุณหมอได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายค่ะ
การดูแลในแต่ละขั้นตอนนั้นมีทั้งการรักษาด้วยเลเซอร์และการฉายแสง โดยวิธีการเลเซอร์ของที่นี่จะเป็นแบบ IPL ซึ่งเป็นระบบแสงฟลูออเรสเซนต์ผสานกับระบบพลาสมาไลท์ ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดรอยสิวให้จางลง ปรับผิวให้กระจ่างใส และกระชับรูขุมขนรวมถึงกำจัดเชื้อสิวที่เป็นต้นเหตุออกไป ลำดับถัดไปจะรักษาด้วยแสง LED ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย P.Acne พร้อมกับกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ส่วนขั้นตอนสุดท้ายจะเป็นการมาส์กที่มีส่วนผสมของวิตามินที่ช่วยบรรเทาอาการอักเสบและบำรุงผิวไปพร้อม ๆ กันค่ะ
โปรแกรมรักษาสิวที่หลังของคลินิกแห่งนี้มีชื่อว่า 'Aura Back' ซึ่งประกอบไปด้วยวิธีการรักษาซึ่งได้แก่ การกดสิวทุกเม็ดอย่างละเอียดและการมาส์กหลังที่ช่วยลดอาการอักเสบหลังจากที่กดสิว เมื่อเตรียมผิวแล้วแพทย์จะทำการสะกิดสิวด้วยตัวยา Made Collagen ร่วมกับตัวยา Meso Acne ที่มีคุณสมบัติในการลดสิวและยับยั้งไม่ให้สิวเกิดขึ้นซ้ำ รวมถึงช่วยให้ผิวพรรณบริเวณหลังมีความสมดุล และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการเลเซอร์ด้วย IPL ที่สามารถปรับความเข้มข้นได้หลายโหมดตามอาการของผู้เข้ารับการรักษาค่ะ
จุดเด่นของคลินิกแห่งนี้ก็คือการรักษาสิวบริเวณแผ่นหลังด้วยการดูแล 4 ขั้นตอน ได้แก่การเปิดรูขุมขนด้วย Alovita Peeling เพื่อให้การกดสิวสะดวกมากขึ้น ต่อมาจะทำการกดสิวด้วยเครื่องมือที่สะอาดและมีมาตรฐานเพื่อขจัดสิวให้หมดไป เมื่อทำการเตรียมผิวเสร็จแพทย์จะฉายแสง LED ทั้ง 4 สีซึ่งรักษาผิวบริเวณหลังทุกปัญหา หลังจากฉายแสงผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับมาส์กสำหรับแผ่นหลังสูตรพิเศษเฉพาะของคลินิกที่คิดค้นมาเพื่อสภาพผิวทุกประเภท รวมถึงลดการอักเสบและรอยดำรอยแดงได้อย่างต่อเนื่อง
คลินิกที่เน้นการดูแลผิวบริเวณหลังอย่างเร่งด่วนด้วยขั้นตอนในการรักษา 4 ขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการผลัดเซลล์ผิวและละลายสิวอุดตันด้วย Acne Peel รวมถึงกดหรือฉีดสิวโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อกำจัดหัวสิวไม่ให้ตกค้าง หลังจากนั้นจะเป็นการฉายแสง LED ที่มีความเข้มข้นต่ำแต่ยังคงประสิทธิภาพในการลดรอยและการอักเสบไว้ เพื่อลดระยะเวลาในการพักฟื้นสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาให้หายอย่างรวดเร็ว และขั้นตอนสุดท้ายก็คือการฆ่าเชื้อสิวเพื่อไม่ให้กลับมาเกิดซ้ำอีกด้วย Advance IPL ที่ช่วยให้สิวแห้งไวและรอยจางลงมากขึ้น
การรักษาที่เน้นรูปแบบ Dual Yellow Laser ซึ่งก็คือการฉายแสงสีเหลืองที่มีความยาวคลื่น 578 นาโนเมตร และแสงสีเขียวที่มีความยาวคลื่น 511 นาโนเมตรที่ช่วยกำจัดต้นเหตุของสิว ลดรอยที่หลัง รวมถึงช่วยผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นให้ผิวกระจ่างใส โดยการเลเซอร์ประเภทนี้สามารถรักษาได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย แต่ต้องทำการรักษาเป็นประจำอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน ซึ่งที่คลินิกแห่งนี้จะทำการเลเซอร์โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จะคอยให้คำปรึกษาก่อนเข้ารับการรักษาและให้คำแนะนำหลังเข้ารับการรักษาเป็นอย่างดีค่ะ

สิวที่หลังสามารถหายเองได้ในบางกรณี หากดูแลความสะอาดผิวและหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอย่างเหมาะสม โดยเฉพาะสิวที่ไม่รุนแรงและเกิดจากปัจจัยชั่วคราว เช่น เหงื่อหรือความอับชื้น แต่หากเป็นสิวอักเสบ สิวฮอร์โมน สิวเรื้อรัง มักหายเองได้ยากและอาจทิ้งรอยดำหรือแผลเป็นได้ จึงควรเข้ารับการรักษาอย่างเหมาะสมตั้งแต่ระยะแรก

การรักษาสิวที่หลังใช้เวลามากหรือน้อยขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของสิว หากเป็นสิวอุดตันหรือสิวไม่รุนแรง อาจใช้เวลาประมาณ 2 - 4 สัปดาห์จึงจะเริ่มดีขึ้น แต่ในกรณีสิวอักเสบหรือสิวเรื้อรังอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน และต้องรักษาอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการเกิดรอยหรือเกิดสิวซ้ำ
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคลินิกความงามและหัตถการประเภทต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการเลือกที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































