




ปัจจุบันกีฬากอล์ฟได้รับความนิยมมากขึ้น เพราะรูปแบบการเล่นที่ไม่เหมือนกับกีฬาอื่น ๆ ให้ความเพลิดเพลินได้ง่าย ๆ โดยเน้นการใช้สมาธิสูงบวกกับแรงกำลังในการตีที่ต้องอาศัยทักษะและการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งยังมีความท้าทายจากปัจจัยสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแรงลม สภาพอากาศ พื้นที่ ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกับประสิทธิภาพในการเล่นรวมไปถึงระยะในการตีของเราและผลลัพธ์สกอร์ที่เราได้
ในบทความนี้ เรามาทำความรู้จักกับไม้กอล์ฟว่ามีกี่ประเภทบ้าง และวิธีการเลือกไม้กอล์ฟโดยแบ่งตามระดับของผู้เล่นเป็นหลัก ทั้งผู้เล่นมือใหม่ ระดับกลาง และมือโปรที่ต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดหรือคุณสมบัติของไม้กอล์ฟที่แตกต่างกัน พร้อมกับคำแนะนำจากโปรกอล์ฟที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านกีฬากอล์ฟ อีกทั้งยังมี 10 อันดับ ไม้กอล์ฟ ในตอนท้ายเพื่อให้เลือกซื้อได้ง่ายมากขึ้น
Top 5 ไม้กอล์ฟ ยอดนิยม

โปรแอ็คชั่นเติบโตมาในครอบครัวที่หลงใหลในกีฬากอล์ฟ และเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถทำโฮลอินวันได้ตั้งแต่วัยเด็ก และก้าวสู่เวทีแข่งขันระดับเยาวชนหลายรายการ โดยเมื่ออายุ 22 ปี โปรแอ็คชั่นเทิร์นโปร และผ่านการอบรมด้านกฎข้อบังคับ เทคนิควงสวิง รวมถึงหลักสูตรฝึกซ้อมแบบมืออาชีพ ทำให้สามารถเข้าแข่งขันในรายการสำคัญ และพัฒนาทักษะการเล่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่การเล่นแต่ยังรวมถึงการอ่านเกม วางแผนกลยุทธ์ และปรับวงสวิงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำมาใช้ในการสอนกอล์ฟ โดยในปัจจุบันโปรแอ็คชั่นเป็นครูกอล์ฟที่สถาบันกอล์ฟย่านดอนเมือง รับสอนตั้งแต่เด็ก 3 ขวบขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงนักกอล์ฟที่ต้องการปรับวงสวิง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดสกอร์ และพัฒนาทักษะเพื่อการแข่งขัน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการสอนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเล่นกอล์ฟได้อย่างสนุก พร้อมพัฒนาเทคนิคและความเข้าใจเกมกอล์ฟให้ดียิ่งขึ้น

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เราควรเลือกไม้กอล์ฟให้เหมาะกับระดับผู้เล่น โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ ผู้เล่นมือใหม่ ผู้เล่นระดับกลาง และมือโปรกอล์ฟหรือผู้เล่นที่มีความชำนาญสูง
สำหรับผู้เล่นมือใหม่ ควรเลือกไม้กอล์ฟเหล็ก 7 หรือไม้กอล์ฟครึ่งชุดที่ใช้วัสดุกราไฟท์ มีระดับก้านไม้กอล์ฟ L หรือ R ตามแรงกำลังของผู้เล่น และเลือกความยาวไม้กอล์ฟตามความสูงของผู้เล่น
มือใหม่ควรเริ่มต้นฝึกด้วยการใช้เหล็ก 7 ให้คล่องก่อน เพราะเป็นไม้มาตรฐานที่มือใหม่ทุกคนควรเล่นให้เป็น โดยเน้นน้ำหนักในการออกแรง การตี การควบคุมลูก เพื่อให้มีพื้นฐานที่แน่น หรืออาจเลือกซื้อไม้กอล์ฟแบบครึ่งชุดก่อนก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง โดยจะประกอบด้วย 7 ไม้หลัก คือ หัวไม้หนึ่ง เหล็ก 7 เวดจ์ และพัตเตอร์ ซึ่งเพียงพอสำหรับการไปออกรอบและเรียนกอล์ฟในระยะเริ่มต้น เมื่อมีทักษะมากขึ้นอาจซื้อไม้อื่นเพิ่ม ส่วนวัสดุแนะนำให้เลือกไม้กราไฟท์เพราะเป็นวัสดุที่มีความแข็งและน้ำหนักเบา ซึ่งช่วยให้มือใหม่ที่ยังมีแรงสวิงน้อยให้ตีได้ง่ายและได้ระยะที่ไกล
ความอ่อนแข็งของก้านไม้กอล์ฟหรือระดับ Flex ส่งผลต่อประสิทธิภาพในการตีเป็นอย่างมาก ระดับ Flex จะแบ่งออกเป็น 4 ระดับใหญ่ ๆ เรียงตามลำดับความอ่อนไปแข็ง ได้แก่ L (Lady), R (Regular) , S (Stiff) , X (Extra Stiff) สำหรับผู้เล่นมือใหม่ เราแนะนำให้เลือกก้านที่อ่อน เพราะช่วยให้ตีได้สบายและไกล ถ้าเป็นผู้หญิงที่เพิ่งหัดเล่นควรเลือกก้าน L ส่วนผู้ชายควรเริ่มต้นที่ก้าน R เมื่อเล่นไปได้สักระยะจนเริ่มชำนาญและมีแรงตีมากขึ้น ก็ค่อยเพิ่มระดับความแข็งของก้านไม้เพื่อช่วยควบคุมทิศทางลูกและเสริมประสิทธิภาพในการตีให้แม่นยำ
เมื่อผู้เล่นคุ้นชินกับกีฬากอล์ฟและมีความชำนาญมากขึ้น อาจเลือกซื้อไม้กอล์ฟแบบครบทั้งเซ็ต เพราะจะทำให้เลือกไม้และหัวไม้ที่เหมาะสมกับแต่ละช็อต โดยเราควรซื้อยี่ห้อเดียวกันทั้งเซ็ทเพื่อให้ได้คุณสมบัติและวัสดุเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งชุดเหล็ก เพราะจะช่วยสร้างความคุ้นชินให้กับผู้เล่นได้ดีกว่า ส่วนวัสดุอาจเลือกตามหัวไม้แต่ละประเภทตามความถนัด นอกจากนี้ เมื่อผู้เล่นรู้สึกว่ามีแรงสวิงและความเร็วขึ้นแล้วก็สามารถเลือกใช้ก้านไม้กอล์ฟที่แข็งมากขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมทิศทางของลูก เช่น ถ้าปัจจุบันใช้ระดับ L ก็เพิ่มระดับเป็น R หากมีแรงมากพอ
สำหรับผู้เล่นมืออาชีพอาจพิจารณาจากการฝึกและการลงแข่งจริง เพราะทั้งสองแบบนี้ย่อมมีกฎเกณฑ์ที่แตกต่างกัน เพราะเวลาฝึกเราสามารถเลือกใช้จำนวนไม้และวัสดุตามชอบได้ แต่เมื่อเป็นการแข่งขันก็ต้องอยู่ภายใต้กฎกติกาต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดจำนวนทั้งหมด 14 ไม้ หรือห้ามใช้ไดรเวอร์ที่ใช้วัสดุหน้าเด้งหรือยืดหยุ่นสูง เป็นต้น ดังนั้น นักกอล์ฟมือโปรหรือผู้ที่ต้องการจะลงทำการแข่งขันก็ควรเลือกอุปกรณ์ตามกติกาที่กำหนดไว้ โดยเลือกไม้กอล์ฟแบบครบเซ็ทที่ประกอบด้วยทุกประเภทหัวไม้ รวมทั้งลักษณะของไม้ต้องเป็นไปตามสรีระ แรงกำลัง ความเร็ว และความถนัดของผู้เล่น ที่สำคัญคือต้องมีคุณภาพสูง เกรดดี เพื่อความคงทนในการใช้งานและประสิทธิภาพในการเล่น
หากผู้เล่นถนัดมือซ้าย ควรเลือกไม้กอล์ฟที่ออกแบบมาสำหรับคนที่ถนัดมือซ้าย เพราะการใช้อุปกรณ์ที่ออกแบบมาตามความถนัดของผู้เล่นจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น ใช้เวลาในการเรียนรู้เร็ว เมื่อออกวงสวิงและเคลื่อนไหวร่างกาย ก็จะช่วยให้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรมชาติมากกว่า ทำให้นักกอล์ฟสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพและแสดงศักยภาพของตนออกมาได้ดีที่สุด
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | TITLEIST ไม้กอล์ฟ TSi2 10 Kuro Black 50 | ![]() | ไม้ Driver มาพร้อมกับการออกแบบเทคโนโลยีช่วยลดแรงในการใช้ | |
2 | RTX ไม้กอล์ฟ Zipcore Wedge | ![]() | แกนกลางภายในไม้รูปแบบใหม่เบายิ่งกว่าเดิมเพิ่มแรงสปินในลูกสั้น | |
3 | YONEX ไม้กอล์ฟ รุ่น ROYAL EZONE HYBRID | ![]() | หัวไม้แบบ Hybrid สัมผัสการปะทะลูกนุ่มสบาย เหมาะกับตีสปีดต่ำ | |
4 | PGM ไม้กอล์ฟ WEDGE PGM RIO SG001 | ![]() | ดีไซน์เรียบง่ายแต่โดดเด่นเรื่องความคงทน แข็งแรง แม่นยำระยะสั้น | |
5 | CLUB CHAMP ชุดไม้กอล์ฟชายพร้อมอุปกรณ์รวม 12 ชิ้น รุ่น 60038 | ![]() | พร้อมตีทุกสภาพสนามเพราะรวมอุปกรณ์ 12 ชิ้น มีกระเป๋าเก็บไม้ให้ | |
6 | KASCO ไม้กอล์ฟ รุ่น Ultrashot | ![]() | ไม้ก้าน Frex R ออกแบบโดยเพิ่มเทคโนโลยีบนหัวไม้ให้ตีไกลขึ้น | |
7 | Bridgestone ไม้กอล์ฟ พัตเตอร์ Bridgestone golf - TD-03 | ![]() | ทรงไม้ถูกออกแบบให้เข้ากับการตีบนกรีนโดยเฉพาะ ด้ามจับ EVA | |
8 | EXCEED ไม้กอล์ฟ New Version Putter Exceed Silver Edition II | ![]() | องศาหน้าไม้ต่ำเหมาะแก่การสโตรคพัตต์ลูกให้กลิ้งบนกรีนได้คงที่ | |
9 | PGM ไม้กอล์ฟ หัวไม้ขนาดใหญ่ 56 60 องศา สําหรับผู้เริ่มต้น | ![]() | มีหัวไม้ให้เลือกใช้องศา 2 แบบ ออกแบบให้ใช้งานตีขึ้นกรีนสะดวก | |
10 | CLUB CHAMP ไม้กอล์ฟไฮบริด รุ่น 60019 | ![]() | เพิ่มความแม่นยำในการสวิง จุด Spot กว้าง คุมง่ายสำหรับมือใหม่ |
สำหรับไม้กอล์ฟรุ่นนี้มีความโดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ของหัวไม้ด้านนอกที่ใช้สีดำขลับเงาและมีลวดลายที่โฉบเฉี่ยว ผลิตขึ้นจากวัสดุ ATI 425 Aerospace Titanium ที่ทำให้เมื่อลูกกอล์ฟกระทบกับหน้าไม้จะทำความเร็วได้สูงยิ่งขึ้น มีค่า MOI ในระดับสูงเพิ่มสัมผัสที่หนักแน่นให้แก่ผู้ตี ที่สำคัญคือมีการออกแบบคอไม้กอล์ฟแบบพิเศษทำให้สามารถปรับแต่งมุมองศาของไม้ได้ตามความถนัดของผู้ใช้งานครับ
นอกจากนี้วัสดุตัวก้านไม้คือ Kuro Black ที่มีระดับ Flex R เหมาะสำหรับมือใหม่หรือผู้หญิงที่เพิ่งหัดเล่นก็สามารถใช้งานได้เพราะไม่ได้แข็งจนเกินไป ไม่จำเป็นต้องออกแรงเยอะขณะวงสวิง ตำแหน่งของ CG อยู่ในจุดที่สมดุลยิ่งขึ้น ช่วยเพิ่มอัตราความแม่นยำให้ผู้ใช้งานสามารถหวดลูกได้ในตำแหน่งที่เหมาะสม เหมาะกับการเป็นไม้ Driver ที่จะพาลูกกอล์ฟไปในระยะไกลโดยสามารถถนอมแรงเอาไว้ได้ครับ
สำหรับไม้รุ่นนี้เป็นไม้ประเภท Wedge อีกหนึ่งรุ่นที่มีความโดดเด่น เพราะทางแบรนด์ได้ทำการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและดีไซน์ทั้งหมดเพื่อพัฒนาประสิทธิภาพของไม้ เริ่มจากแกนกลางของไม้ที่ใช้เทคโนโลยีเฉพาะที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ส่งผลให้อัตราการเล่นลูกสั้นทำสปินได้มากขึ้นและยังเพิ่มระยะได้ไกลกว่าเดิม ดีไซน์หัวไม้กว้างทำให้เพิ่มจุด Sweet spot ควบคุมวิถีลูกสะดวก
นอกจากนี้ยังมีการปรับเปลี่ยนดีไซน์ของร่องหน้าไม้ โดยเพิ่มความลึกและความชัดของร่องทำให้ไม่เป็นอุปสรรคในการใช้งานบนพื้นทรายหรือแอ่งน้ำ ขุดลูกกอล์ฟที่ติดกับดักสนามได้มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าเดิม ที่สำคัญคือทางแบรนด์ให้ความใส่ใจแก่ความคงทนเพราะต้องการให้หน้าไม้ใช้งานได้อย่างยาวนาน ดังนั้นวัสดุที่ถูกนำมาประกอบจึงเป็นเหล็กคาร์บอน 8620 แข็งแรง ยืดหยุ่นและเงาสวยงามครับ
ไม้กอล์ฟแบบหัว Hybrid เป็นไม้รูปแบบใหม่ที่เพิ่งเริ่มได้รับความนิยมไม่นานมานี้ ซึ่งไม้กอล์ฟรุ่นนี้เป็นไม้ที่เหมาะสำหรับคนที่เล่นกอล์ฟสไตล์การตีแบบสปีดต่ำเน้นความแม่นยำเพราะหัวไม้ถูกออกแบบให้ลดแรงปะทะ ลดการสปินลูก มอบความรู้สึกนุ่มนวลให้แก่ผู้ใช้งานได้ดี เพิ่มระยะการควบคุมวิถีลูกให้ไกลแต่มั่นคงยิ่งกว่าเดิม มือใหม่หัดตีก็สามารถใช้ตีเป็นไม้พื้นฐานบนสนามหญ้าได้
ที่สำคัญคือดีไซน์ของไม้ภายนอกดูหรูหราสวยงาม ดีไซน์ล้ำสมัยใช้สีดำและความเงาจากวัสดุสเตนเลสเพื่อดึงความโดดเด่น อีกทั้งไม้รุ่นนี้ยังมีขนาดหัวให้เลือกด้วยกันทั้งหมดสองแบบคือ 5 และ 6 เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้ได้ตามความเหมาะสมของสนาม ก้านไม้เป็นแบบ Frex R มีความแข็งระดับกลาง จุด Sweet Spot ไม่แคบเกินไปสามารถตีเข้ากึ่งกลางได้ไม่ยากครับ
สำหรับไม้กอล์ฟรุ่นนี้เป็นไม้กอล์ฟประเภท Wedge หรือไม้กอล์ฟที่เหมาะสำหรับตีในระยะสั้น ตีขึ้นกรีนหรือตีออกจากหลุมทรายจึงสามารถใช้งานได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ไม่จำเป็นต้องใช้แรงมากก็สามารถส่งลูกไปได้ด้วยองศาไม้ที่ถูกคำนวณมาอย่างดี บริเวณหัวไม้มีคุณสมบัติลดแรงต้านและแรงเฉื่อยได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังมีพื้นผิวของหน้าไม้ที่สัมผัสกับลูกกว้างทำให้จับลูกง่ายขึ้น
ที่สำคัญคือวัสดุที่ใช้ประกอบไม้รุ่นนี้คือเหล็ก ดังนั้นความโดดเด่นที่ทำให้ไม้กอล์ฟรุ่นนี้น่าสนใจก็คือความทนทานต่อการใช้งาน อีกทั้งรุ่นนี้ยังมีการออกแบบองศาของหัวไม้ถึง 2 แบบด้วยกันคือ 56 องศาและ 60 องศา สามารถเลือกใช้งานตามความถนัดหรือความเหมาะสมของสนามกอล์ฟได้ มีข้อแนะนำในการใช้งานคือไม้รุ่นนี้เป็นไม้ที่เหมาะสำหรับคนถนัดขวาเท่านั้น อาจไม่เหมาะกับผู้เล่นที่ถนัดด้านซ้ายครับ
ถ้าคุณเป็นมือใหม่ที่กำลังมองหาไม้กอล์ฟสักด้ามใช้แต่ยังไม่มั่นใจว่าควรเลือกแบบไหนดี ไม้กอล์ฟชุดนี้เป็นไม้กอล์ฟที่มีอุปกรณ์แบบรวมมาครอบคลุมถึง 12 ชิ้น มีไม้แต่ละประเภทที่เหมาะกับทุกสถานการณ์ในการตี เช่น ไดรเวอร์ แฟร์เวย์ ไฮบริด พัตเตอร์ ก้านเหล็ก ที่สำคัญคือทุกไม้ผลิตขึ้นมาแบบมีมาตรฐาน แข็งแรงทนทาน อีกทั้งยังมาพร้อมกับกระเป๋าไม้กอล์ฟที่สามารถจัดเก็บเพื่อเดินทางได้ด้วย
โดยดีไซน์ภายนอกของไม้กอล์ฟอาจดูเรียบง่ายแต่ไม่ล้าสมัย ไม้ไดร์เวอร์ผลิตมาจากก้านกราไฟต์จึงมีความยืดหยุ่นสูง หัวไม้แบบ 10.5 องศา ควบคุมทิศทางและเพิ่มความเร็วในการหวดลูกได้ง่าย ในขณะที่ภายในชุดไม้กอล์ฟมีไม้หัวเหล็กให้เลือกใช้งานถึง 4 แบบ ได้แก่ 7, 8, 9 และ PW สามารถประยุกต์ใช้ได้ตามสถานการณ์ที่เจอ มีข้อแนะนำก่อนเลือกซื้อคือเพราะไม้ชุดนี้ถูกจัดสเปคมาให้แล้ว จึงไม่สามารถเลือกน้ำหนัก ความแข็งก้านหรือองศาไม้เพิ่มเติมได้ครับ
ไม้รุ่นนี้เป็นไม้ที่ถูกพัฒนาเทคโนโลยีบนหัวไม้เป็นพิเศษ เป็นประเภทไม้แบบ Hybrid หรือ Utility เหมาะกับการหวดลูกในระยะกลาง โดยจุดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ดีไซน์ของรูปทรงหัวไม้ที่ออกแบบจุดศูนย์ถ่วงของไม้ลึกยิ่งกว่าเดิม ส่วนล่างของหน้าไม้เรียบเสถียรเช่นเดียวกับส่วนบน ทำให้นอกจากจะถนอมแรงและส่งลูกไปได้ไกลแล้ว การควบคุมลูกยังสามารถทำได้ง่ายยิ่งขึ้น มีองศาให้เลือกทั้ง 33/16 องศา 44/19 องศา และ 55/22 องศา
นอกจากนี้เซนเตอร์ของไม้สัมผัสกับหญ้าน้อยลงกว่าเดิม ทำให้ผู้ใช้งานสามารถหวดไม้โดยไม่ต้องกังวลแรงเฉื่อยจากการที่หน้าไม้สัมผัสกับพื้นขณะตี ก้านไม้กราไฟต์แบบ Frex R มีน้ำหนักไม่มากจนเกินไป มือใหม่หรือผู้หญิงก็สามารถใช้งานได้ ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นไม่ซ้ำใครเพราะนอกจากความสวยงามแบบธรรมชาติของสเตนเลสแล้ว การใช้สีน้ำเงินเข้ามาแทรกก็ทำให้ไม้ดูดีมีมิติยิ่งขึ้นครับ
ไม้กอล์ฟรุ่นนี้เป็นไม้กอล์ฟแบบ Putter ที่มีจุดเด่นด้านรูปทรงที่ถูกออกแบบให้เหมาะกับการตีบนพื้นกรีนโดยเฉพาะ มีความยาวเพียง 34 นิ้ว เท่านั้นช่วยให้ผู้ใช้งานจับถนัดมืออีกทั้งน้ำหนักของไม้โดยรวมมีความเบาเป็นพิเศษเพื่อให้ผู้ใช้งานควบคุมหน้าไม้ได้ง่ายยิ่งขึ้น ดีไซน์ไม้ภายนอกดูเรียบง่ายเพราะใช้เพียงโครงสร้างจากสเตนเลสแบบไม่ตกแต่งเพิ่มแต่สวยงามและมีความทนทานสูง
นอกจากนี้บริเวณก้านไม้ผลิตขึ้นมาจากกราไฟต์มีความยืดหยุ่น มาพร้อมกับด้ามจับ EVA 100% กระชับมือเป็นพิเศษ สัมผัสในการจับกระชับมือ อีกทั้งบริเวณหัวไม้มีการออกแบบร่องมีดสองชั้นเพิ่มสัมผัสในการกลิ้งของลูก จุดสัมผัสลูกหรือ Sweet Spot กว้างกำลังดี มีข้อแนะนำในการเก็บรักษาคือหลังใช้งานควรใช้ผ้าสะอาดเช็ดที่หัวไม้และเก็บไม้ไว้ในกระเป๋ากอล์ฟครับ
อีกหนึ่งประเภทไม้ที่สำคัญในการทำคะแนนนั่นก็คือไม้แบบ Putter ซึ่งรุ่นนี้เป็นไม้ Putter ที่โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ภายนอก เรียบง่ายแต่ดูดีจากสีขาวและสีดำ ประณีต หน้าไม้เรียบเนียน ที่สำคัญคือมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษและมีองศาของหน้าไม้ต่ำซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีของไม้ Putter ผลิตขึ้นมาจากสเตนเลสเนื้อหน้าไม้จึงแข็งแรง มือใหม่ที่เพิ่งฝึกฝนก็สามารถใช้งานได้เพราะมีราคาย่อมเยาครับ
นอกจากนี้บริเวณด้ามจับยังประกอบขึ้นมาโดยมีขนาดเหมาะสม ไม่ใหญ่จนเกินไป ใช้สีแดงเพื่อเน้นความเด่นชัดระหว่างด้ามจับกับก้านของไม้ ความยาวของไม้อยู่ที่ 33 นิ้วเท่านั้น เหมาะสโตรคพัตต์ลูกบนกรีน ดูแลรักษาง่ายเพียงใช้ผ้าสะอาดเช็ดหลังใช้งานแล้วใส่ไม้ไว้ในกระเป๋าก็ช่วยถนอมหัวไม้ได้ มีข้อแนะนำคือบริเวณจุด Sweet Spot ของไม้อาจแคบกว่าไม้บางรุ่น ควรลองฝึกฝนใช้งานเพื่อเพิ่มความคุ้นชินครับ
ไม้กอล์ฟ Wedge รุ่นนี้มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ ดำ ทอง เงินและฟ้า และยังมีองศาของไม้ให้เลือกสองแบบคือ 56 และ 60 องศา ใช้งานได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง มีจุดเด่นที่อัตราในการตีลูกและการควบคุมสูงกว่ารุ่นเก่า 20% เนื่องจากการออกแบบหัวไม้ที่มีพื้นผิวใหญ่ยิ่งขึ้น และใช้ลายร่องไม้ CNC ลึกกว่าเดิม สามารถตีในพื้นสนามทรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมการหมุนย้อนกลับง่าย
ที่สำคัญคือองศาของหน้าไม้ที่เฉียงขึ้น เข้ากันได้ดีกับร่อง CNC ลดการสปินของลูกขณะงัดลูกจากพื้นขึ้นสู่กรีน พื้นที่ด้านล่างของลิ่มทรายถูกขยายออกเป็นพิเศษ ทำให้มีคุณสมบัติในการดีดเด้งส่งผลให้หัวไม้ไม่ฝังไปพร้อมกับการตีลูก วัสดุที่ใช้ประกอบทำขึ้นมาจากเหล็กจึงมีความแข็งแรง มีข้อแนะนำคือหลังใช้งานควรทำความสะอาดหัวไม้ให้เรียบร้อยและไม่ควรวางไม้ไว้ในที่ที่มีแสงแดดส่องตลอดทั้งวันครับ
ไม้กอล์ฟ Hybrid รุ่นนี้เป็นไม้ที่เหมาะสำหรับผู้เล่นที่ถนัดขวาเท่านั้น ออกแบบทรงของหัวไม้อยู่ที่ 24 องศา เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถส่งลูกเหินขึ้นไปจากพื้นหญ้าได้แบบไม่ต้องออกแรงมาก ถนอมกำลังในระหว่างตีได้ดี หัวไม้หลอมขึ้นมาจากสเตนเลสสตีลใช้การดีไซน์แบบเรียบง่ายเน้นความเงางามของหัวไม้สลับกับการใช้ตัวอักษรของแบรนด์สร้างความโดดเด่น ที่สำคัญมีที่ครอบหัวไม้แถมมาให้ใช้งานด้วย
นอกจากนี้บริเวณก้านไม่ผลิตขึ้นมาจากกราไฟต์มีความยืดหยุ่นในระดับปานกลางไม่แข็งและมีน้ำหนักมากจนเกินไป หน้าไม้เรียบออกแบบร่องหน้าไม้ลึกพอประมาณช่วยเพิ่มสัมผัสในการหวดลูกอีกทั้งมีจุด Spot ที่กว้างกำลังดีทำให้เล็งลูกระหว่างหวดไม้ได้ง่ายยิ่งขึ้น แม่นยำกว่าเดิม ราคาย่อมเยามือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นแล้วหาไม้หวดระยะไกล น้ำหนักกลาง สามารถใช้งานได้ครับ
นอกจากการเลือกไม้กอล์ฟตามวิธีการเลือกที่เราได้นำเสนอไปข้างต้นแล้ว เราขอแนะนำให้ลองสัมผัสกับไม้จริง โดยทั้งการทดลองจับ ทดสอบสวิงไม้กอล์ฟของแต่ละยี่ห้อ จะทำให้รู้จักคาแรกเตอร์ของไม้และเข้าใจข้อดีข้อเสียได้ชัดเจนมากที่สุด สำหรับมือใหม่ที่ต้องการซื้อไม้กอล์ฟแต่มีงบประมาณจำกัด อาจเริ่มจากการซื้อไม้กอล์ฟมือสอง หากมีทักษะมากขึ้นก็ค่อยซื้อไม้ที่มีราคาสูงขึ้น โดยอาจมีคุณสมบัติที่เหมาะกับความแข็งแรงรวมไปถึงการสวิงของเรา
อันดับที่ 1: TITLEIST|ไม้กอล์ฟ TSi2 10 Kuro Black 50
อันดับที่ 2: RTX|ไม้กอล์ฟ Zipcore Wedge
อันดับที่ 3: YONEX|ไม้กอล์ฟ รุ่น ROYAL EZONE HYBRID
อันดับที่ 4: PGM|ไม้กอล์ฟ WEDGE PGM RIO SG001
อันดับที่ 5: CLUB CHAMP|ชุดไม้กอล์ฟชายพร้อมอุปกรณ์รวม 12 ชิ้น รุ่น 60038
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































