ยาทาแก้เริม ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รักษาเริมที่ปาก ในร่มผ้า
เริมเป็นอาการผิดปกติทางผิวหนังที่เกิดจากเชื้อไวรัส HSV โดยจะส่งผลให้เกิดอาการคันและมีตุ่มน้ำใสขนาดเล็ก และมักกลับมาเป็นซ้ำเมื่อภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง ซึ่งสร้างอาการเจ็บปวดและรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันได้ ด้วยเหตุนี้ ยาทาแก้เริมจึงเป็นตัวช่วยสำคัญในการรักษาและบรรเทาอาการไม่พึงประสงค์จากโรคเริมเป็นอย่างมาก
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาทาแก้เริม ทั้งสำหรับผู้ที่เป็นเริมระยะเริ่มต้น และระยะรุนแรงหรือมีอาการอักเสบอื่น ๆ ร่วมด้วย พร้อมคำแนะนำจาก ภก. เมฆา วีระวานิช เภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย

เภสัชกรหมอกเป็นเภสัชกรปฏิบัติการและครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยา อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพผ่านช่อง "เภหมอกทอล์คเรื่องยา" บน TikTok โดยมุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับยาและสุขภาพ ผ่านการอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ด้วยความหลงใหลในสายงานเภสัชกรรม เภสัชกรหมอกมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับยาและสุขภาพตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้มีทักษะในการสื่อสารความรู้ทางวิชาการให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยปัจจุบันยังคงพัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เภสัชกรหมอกยังเชื่อว่า "ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น" จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความถูกต้อง และความเข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลทางสุขภาพเข้าถึงคนทุกกลุ่ม และช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในสังคม

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เริมเกิดจากอะไร รักษาอย่างไรได้บ้าง

เริมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสเริม Herpes Simplex Virus (HSV) ซึ่งมี 2 ชนิดหลัก คือ HSV-1 ที่มักทำให้เกิดเริมที่ปาก และ HSV-2 ที่มักเกิดบริเวณอวัยวะเพศและทวาร โดยไวรัสเริมจะเข้าสู่ร่างกายผ่านเยื่อเมือกหรือผิวหนังที่มีบาดแผลแล้วไปซ่อนตัวอยู่ในระบบประสาทตลอดชีวิต และจะแสดงอาการหรือกลับมาเป็นซ้ำได้เมื่อมีการกระตุ้นจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น ความเครียด อาการป่วย หรือช่วงที่มีภาวะภูมิคุ้มกันอ่อนแอ
อย่างไรก็ตาม โรคเริมสามารถรักษาได้ด้วยการใช้ยากิน ยาทา และยาฉีดกลุ่มต้านไวรัส เช่น Acyclovir, Valacyclovir และ Famciclovir โดยยากินจะมีประสิทธิภาพยับยั้งการขยายตัวของไวรัสเริมสูงกว่ายาทา ส่วนยาทาจะเน้นใช้ทาภายนอกเพื่อลดปวดและเร่งการสมานแผล และยาฉีดจะใช้ในผู้ป่วยอาการรุนแรงหรือภูมิคุ้มกันต่ำเท่านั้น ซึ่งยากินและยาฉีดจำเป็นต้องใช้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อความปลอดภัย
ยารักษาเริมแบบฉีดจะใช้เฉพาะกรณีที่อาการรุนแรง เช่น แผลลุกลามมากหรือมีภาวะติดเชื้อรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น ส่วนยากินสามารถซื้อโดยรับคำแนะนำจากเภสัชกรในร้านขายยาได้
ยาทาแก้เริมใช้กี่วัน หายไวจริงไหม
หากใช้ยาทาเริมช่วงแรกที่เริ่มมีอาการ จะอาการดีขึ้นประมาณ 1 - 2 วันและเริ่มหายภายใน 7 - 10 วัน ทั้งนี้ การใช้ยาทาร่วมกับยากินจะช่วยให้หายเร็วขึ้นกว่าการใช้ยาทาเพียงอย่างเดียว

ยาทาแก้เริมจะเริ่มเห็นผลหลังใช้ประมาณ 1 - 2 วัน และแผลจะเริ่มหายภายในประมาณ 7 - 10 วัน โดยมีประสิทธิภาพดีที่สุดเมื่อเริ่มทายารักษาเริมในช่วงระยะแรกที่มีอาการ และใช้ต่อเนื่องอย่างถูกต้อง ซึ่งจะช่วยยับยั้งไวรัสเริม HSV บรรเทาอาการปวด แสบ คัน และป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อเริมได้
ทั้งนี้ การใช้ยาทาเพียงอย่างเดียวจะหายช้ากว่าเมื่อเทียบกับใช้ร่วมกับยากิน แต่หากต้องการใช้ยาทาเริมที่ช่วยให้หายไวขึ้น อาจพิจารณาที่มีส่วนผสมของ Zinc Oxide เพราะมีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบและเร่งให้แผลหายไวขึ้นได้
วิธีการเลือกยาทาแก้เริม
การเลือกยาทาแก้เริมมีหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นความเข้มข้นของโดสยา ส่วนผสม และเนื้อสัมผัสต่าง ๆ โดยมีวิธีการเลือกแนะนำ ดังนี้
เลือกยาทาที่มีตัวยาต้านไวรัสเริมโดยตรง เช่น Acyclovir, Penciclovir
ยารักษาเริมต้องมีตัวยาต้านไวรัสเริมโดยเฉพาะ ได้แก่ Acyclovir, Penciclovir, Valacyclovir และ Famciclovir เพื่อจะช่วยบรรเทาอาการและทำให้แผลเริมหายเร็วขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เนื่องจากโรคเริมเกิดจากเชื้อไวรัสจึงจำเป็นต้องใช้ยารักษาเริมที่มีฤทธิ์ต้านไวรัสเริมโดยเฉพาะ ได้แก่ Acyclovir, Penciclovir, Valacyclovir และ Famciclovir ซึ่งรักษาได้ทั้งไวรัส HSV-1 และ HSV-2 โดยตัวยาที่นิยมและหาซื้อได้ง่ายจะเป็น Acyclovir ซึ่งมีความเข้มข้นแนะนำ ดังนี้
- Acyclovir 5% เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการเริมครั้งแรกหรือเป็นซ้ำที่ผิวหนังทั่วไป โดยแนะนำให้ทายาบริเวณที่เป็นภายใน 24 - 48 ชั่วโมงแรกที่เริ่มมีอาการ เช่น รู้สึกคัน แสบ หรือตุ่มน้ำเริ่มขึ้น วันละ 5 ครั้ง ประมาณ 4 - 10 วัน วิธีนี้จะรักษาเริมด้วยยาทาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
- Acyclovir 3% เหมาะสำหรับใช้ทาเริมที่เกิดขึ้นบริเวณตาหรือรอบดวงตา โดยแนะนำให้ทายาวันละ 5 ครั้ง ประมาณ 7 - 10 วัน ทั้งนี้ การรักษาเริมที่ตาจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น
เลือกส่วนผสมยาทาแก้เริมเพิ่มเติมตามความรุนแรงของอาการที่เป็น
อาการของโรคเริม มีทั้งระยะเริ่มต้นที่ยังไม่รุนแรง ระยะที่เริมลุกลามวงกว้าง และระยะรุนแรงหรือเป็นเรื้อรังบ่อยมากขึ้น ซึ่งมีการใช้ยาทาแก้เริมที่มีส่วนผสมช่วยบรรเทาอาการได้ตามอาการที่แตกต่างกัน โดยมีคำแนะนำ ดังนี้
เริมไม่รุนแรง เน้นใช้บรรเทาอาการเบื้องต้น เลือกยาทาแก้เริมที่มีสมุนไพรได้
ส่วนผสมของสมุนไพร เช่น พญายอ สารสกัดจากผึ้ง และว่านหางจระเข้ มีฤทธิ์ต้านอักเสบ บรรเทาอาการแสบคันของเริมในระยะเริ่มต้นหรือยังไม่รุนแรงได้ดี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มยาสมุนไพรไม่ได้มีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสเริมโดยตรงได้แบบกลุ่มยาต้านไวรัส จึงเหมาะกับการใช้ควบคู่กันเพื่อเพิ่มเสริมประสิทธิภาพในการรักษาและลดความถี่การเป็นเริมซ้ำ โดยเป็นทางเลือกที่ดีในกรณีที่ผิวหนังแพ้ยารักษาเริมกลุ่มต้านไวรัสด้วย
เริมรุนแรงหรือมีอาการอื่น เช่น คัน หนอง เลือกตัวยากลุ่ม Supportive Treatment ร่วมด้วย
ยากลุ่ม Supportive Treatment จะเน้นบรรเทาอาการคันหรือเจ็บปวดเมื่อเริมกำเริบรุนแรง และใช้ในกรณีที่มีติดเชื้ออื่นแทรกซ้อน เช่น เชื้อรา แบคทีเรีย โดยควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์เท่านั้น

กรณีอาการเริมระยะรุนแรง เช่น มีตุ่มพองจำนวนมาก เป็นหนอง คัน เจ็บปวด หรือมีไข้ร่วมด้วย แพทย์อาจพิจารณาให้ใช้ยาทาแก้เริมกลุ่ม Supportive Treatment ควบคู่กับการรักษาหลักที่ใช้ยากินและยาทากลุ่มต้านไวรัสเริม เพราะช่วยควบคุมและบรรเทาอาการอักเสบต่าง ๆ ให้ทุเลาลงได้ดียิ่งขึ้น โดยมีกลุ่มตัวยาแนะนำและคุณสมบัติโดดเด่นแตกต่างกัน ดังนี้
- ยาชาเฉพาะที่ เช่น Lidocaine หรือ Benzocaine ช่วยบรรเทาปวด แสบ และคันบริเวณแผลที่เป็นเริมได้
- ยาสเตียรอยด์ เช่น Hydrocortisone, Betamethasone หรือ Triamcinolone ช่วยลดการอักเสบรุนแรงหรือตุ่มพองที่ไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียร่วมด้วย
- ยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย เช่น Mupirocin, Fusidic Acid, Neomycin หรือ Bacitracin ใช้ในกรณีที่มีหนองหรือกลิ่นผิดปกติที่อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียด้วย
- ยาแก้เชื้อรา เช่น Clotrimazole, Ketoconazole และ Miconazole ใช้ในบางกรณีที่เกิดเชื้อราทับซ้อนในบริเวณที่อับชื้นง่าย เช่น ขาหนีบหรือซอกนิ้วเท้า
- ครีมทาแก้เริมที่มี Zinc Oxide หรือ Calamine ช่วยให้แผลจากเริมแห้งเร็วยิ่งขึ้น
สำหรับผู้ที่มีอาการเรื้อรัง (เป็นเริมบ่อยกว่า 6 ครั้งต่อปี) หรือมีอาการรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน จะแนะนำให้พบแพทย์ เพราะอาจพิจารณาใช้ยาต้านไวรัสแบบป้องกัน (Suppressive Therapy) อย่างยา Acyclovir แบบกินเป็นระยะ ๆ ร่วมด้วย
กรณีทาที่อวัยวะเพศ ให้เลือกที่ไม่มี Zinc Oxide, Propylene Glycol และน้ำหอม
ผิวบริเวณอวัยวะเพศค่อนข้างบอบบางและไวต่อสิ่งเร้าได้ง่าย จึงควรเลี่ยงยาทาเริมที่มี Zinc Oxide, Propylene Glycol และน้ำหอม เพราะอาจเสี่ยงกระตุ้นการระคายเคืองในผิวบริเวณดังกล่าวได้

สำหรับยาทาเริมที่อวัยวะเพศหรือกรณีมีผิวแพ้ง่าย เราจะแนะนำเป็นยาทาแก้เริมที่ปราศจากส่วนประกอบของ Zinc Oxide, Propylene Glycol และน้ำหอม เนื่องจากส่วนผสมเหล่านี้อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวที่บอบบางได้ โดยมีข้อพิจารณา ดังนี้
- Zinc Oxide มีฤทธิ์ลดการอักเสบและช่วยให้แผลสมานตัวเร็วขึ้น แต่มีความเสี่ยงต่อการอุดตันรูขุมขนและทำให้เกิดความอับชื้นในบริเวณที่มีความชื้นสูงอย่างอวัยวะเพศได้
- Propylene Glycol เป็นสารที่ช่วยให้ครีมซึมซาบดีขึ้น แต่อาจกระตุ้นการระคายเคืองในผิวบอบบางได้
- น้ำหอม เป็นส่วนผสมเพิ่มกลิ่นหอม แต่เสี่ยงต่อการแพ้และระคายเคืองโดยเฉพาะในผิวที่มีความบอบบางได้
ทั้งนี้ หากมีข้อกังวลเกี่ยวกับการแพ้หรือการระคายเคือง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
เลือกยาทาแก้เริมเนื้อครีม เจล หรือขี้ผึ้งก็ได้ ให้เหมาะกับผิวหรือบริเวณที่ทา
ยาทาแก้เริมที่ปากและผิวหนังทั่วไป แนะนำเนื้อครีมหรือเจลที่เบาและซึมไว ส่วนที่อวัยวะเพศควรมีเนื้อหนา เช่น ครีมเข้มข้นหรือขี้ผึ้ง เพราะมีการเสียดสีในร่มผ้าที่อาจระคายเคืองได้มากกว่าส่วนอื่น

เนื้อสัมผัสของยาทาแก้เริมมีความสำคัญต่อประสิทธิภาพในการรักษาและความสบายของผู้ใช้ โดยแบ่งได้ 3 รูปแบบ ซึ่งมีความเหมาะสมกับผิวหรือบริเวณที่ทาแตกต่างกันไป ดังนี้
- เนื้อครีม เหมาะสำหรับบริเวณริมฝีปากหรือผิวแห้งที่ไม่มีความชื้นมาก เช่น แขน ขา นิ้ว ลำตัว เนื่องจากมีคุณสมบัติในการซึมซาบได้อย่างรวดเร็วและไม่ทิ้งความมันบนผิว
- เนื้อเจล เหมาะกับผิวมันหรือบริเวณที่มีเหงื่อออกมาก เช่น รอบจมูกหรือใบหน้า รวมถึงผู้ที่ที่ต้องการความรู้สึกเย็นสบาย เพราะแห้งเร็วที่สุดและไม่ทิ้งคราบเหนียวหลังซึม
- เนื้อขี้ผึ้ง เหมาะกับบริเวณอวัยวะเพศหรือแผลที่ต้องการความชุ่มชื้นยาวนาน เพราะมีเนื้อสัมผัสหนา ซึ่งช่วยในการเคลือบผิว ลดการเสียดสีที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองใต้ร่มผ้า และป้องกันไม่ให้แผลแห้งตึงเกินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เลือกยาทาแก้เริมแบบหลอดบีบเพื่อความสะดวกในการใช้และพกพา
แบบหลอดบีบช่วยควบคุมปริมาณยาที่ใช้ได้อย่างแม่นยำ ลดความเสี่ยงการใช้ยามากหรือน้อยเกินไป อีกทั้งยังช่วยรักษาประสิทธิภาพของตัวยาไม่ให้สัมผัสกับอากาศหรือแสงมากเกินไปได้ด้วย

นอกจากนี้ ควรเลือกขนาดที่เหมาะสม โดยขนาดเล็ก (ประมาณ 1 - 10 ก.) เหมาะสำหรับผู้ที่มีอาการไม่บ่อยหรือต้องการพกพาระหว่างวันหรือเดินทาง ส่วนขนาดกลางถึงใหญ่ (ประมาณ 20 - 100 ก.) จะเหมาะกับผู้ที่ต้องใช้ยารักษาเริมระยะยาวหรือต้องทายาซ้ำระหว่างวันบ่อยครั้ง เพราะคุ้มค่าและประหยัดงบประมาณในระยะยาวได้ดี

ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
10 ยาทาแก้เริม ยี่ห้อไหนดี รักษาเริมที่ปาก ในร่มผ้า
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
ยารักษาเริมแบบทาสามารถรักษาเริมให้หายขาดได้ไหม
ควรปฏิบัติตัวอย่างไรเมื่อเป็นเริม
ควรใช้ยาอย่างสม่ำเสมอตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และหลีกเลี่ยงการสัมผัสแผลเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ หากสัมผัสควรล้างมือทันที นอกจากนี้ ควรเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์ระหว่างมีอาการ และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อลดความเสี่ยงการกลับมาเป็นซ้ำ รวมถึงหลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกับผู้อื่นเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อด้วย
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ













