




บทความนี้จึงมาแนะนำวิธีการเลือกน้ำหอม Jo Malone ให้เหมาะกับการใช้งานในหลากหลายโอกาส รวมไปถึงแนะนำ 10 น้ำหอม Jo Malone กลิ่นยอดนิยม เช่น Peony & Blush Suede หรือ Wood Sage & Sea Salt หรือกลิ่นอื่น ๆ ที่มีความหอมทั้งแบบ Floral, Fruity, Citrus, Spicy หรือ Woody มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 Jo Malone ยอดนิยม

คุณเบสท์เป็นนักเขียนด้านความงามและไลฟ์สไตล์ที่มีความสนใจเกี่ยวกับของใช้ส่วนตัวและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกายเป็นพิเศษ มีประสบการณ์ในการเขียนบทความรีวิวและแปลคอนเทนต์ภาษาอังกฤษ-ไทย ให้กับเว็บไซต์ต่างประเทศ ทำให้คุ้นเคยกับการสืบค้นข้อมูลและการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับผู้บริโภค ด้วยความสนใจด้านสุขภาพและการดูแลตัวเอง คุณเบสท์จึงให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สกินแคร์ เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม ของใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงอุปกรณ์ที่ช่วยเสริมสุขอนามัย ไม่ว่าจะเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้า เครื่องโกนขน โลชั่นบำรุงผิว หรือผลิตภัณฑ์สำหรับทำความสะอาดร่างกายต่าง ๆ โดยมักจะศึกษาส่วนผสมและคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้มีคุณภาพและปลอดภัย จากประสบการณ์ที่ผ่านมาทำให้คุณเบสท์มีความสามารถในการถ่ายทอดข้อมูลที่ซับซ้อนให้อ่านง่าย เข้าใจได้เร็ว เพื่อช่วยให้ผู้อ่านตัดสินใจเลือกสินค้าที่เหมาะกับตนเองมากที่สุด อีกทั้งยังชอบติดตามเทรนด์ความงาม เทคโนโลยีด้านสุขภาพ และแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ทำให้บทความมีข้อมูลที่ทันสมัยและน่าเชื่อถืออีกด้วย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
แบรนด์โคโลญจน์และเครื่องหอม "Jo Malone London" ก่อตั้งขึ้นในปี 1994 ด้วยภาพลักษณ์แบบเรียบหรูสไตล์ผู้ดีอังกฤษ มีจุดเด่นคือ การนำกลิ่นจากธรรมชาติมาสรรสร้างเป็นกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ตามวัตถุดิบที่นำมาสกัด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นของดอกไม้นานาพันธุ์, ผลไม้หลากหลายชนิด, เครื่องเทศ หรือแม้กระทั่งเครื่องหนังก็มีเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนนำเสนอกลิ่นอายตามแบบฉบับของผู้ดีอังกฤษได้เป็นอย่างดี
เมื่อรวมเข้ากับแนวคิดที่ว่า ทุกคนล้วนมีความโดดเด่นในแบบของตัวเอง ทุกกลิ่นของแบรนด์จึงสามารถนำมาผสมผสานกันได้อย่างอิสระ ออกมาเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคนที่ไม่ซ้ำใคร ด้วยเหตุนี้ทำให้ Jo Malone กลายเป็นหนึ่งในแบรนด์ยอดนิยมทั้งในบรรดาผู้หญิงและผู้ชายมาอย่างยาวนาน
อันดับต่อไป เรามาศึกษาหลักการเลือกน้ำหอมของ Jo Malone ว่าควรคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง เพื่อให้เราได้รุ่นและกลิ่นที่ถูกใจมากที่สุดมาใช้ในชีวิตประจำวัน
อันดับต่อไป เรามาศึกษาหลักการเลือกน้ำหอมของ Jo Malone ว่าควรคำนึงถึงเรื่องอะไรบ้าง และกลิ่นแบบไหนที่คุณกำลังมองหา เพื่อให้คุณได้น้ำหอมกลิ่นที่ถูกใจและเหมาะกับตัวเองมากที่สุด
เนื่องจากน้ำหอม Jo Malone นั้นมีกลิ่นหอมให้เลือกเยอะ หลายคนจึงอาจเลือกไม่ถูก แม้จะอ่านข้อมูลเกี่ยวกับกลิ่นมาแล้วก็ยังไม่รู้ว่า น้ำหอม Jo Malone กลิ่นไหนหอมเหมาะกับตัวเอง ดังนั้น เราจึงได้เลือกน้ำหอมรุ่นยอดนิยม ที่กลิ่นหอมละมุน ใช้ง่าย และฉีดได้ทุกวันมาฝากทุกคนกัน
น้ำหอมกลิ่น English Pear & Freesia เรียกได้ว่าเป็นกลิ่นยอดนิยมที่อัดแน่นไปด้วยกลิ่นอายความเป็นอังกฤษ รังสรรค์กลิ่นโดย Christine Nagel โดยออกวางจำหน่ายในปี 2010 ได้แรงบันดาลใจจากบทกวีอันแสนโรแมนติกของ John Keats โดดเด่นด้วยกลิ่นลูกแพรสายพันธุ์ King William Pear ที่สุกหอมหวาน ชุ่มฉ่ำ ผสานกลิ่นดอก Freesia ที่มีความสดชื่น ทำให้กลิ่นหอมมีความซับซ้อน เพิ่มความละมุนและอบอุ่นด้วยการเบลนกับกลิ่นอำพัน Patchouli และกลิ่นไม้ ให้ความรู้สึกถึงวันพักผ่อนในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส มีสายลมเบา ๆ พัดผ่าน เป็นกลิ่นที่หอมหวาน สดชื่น และผ่อนคลาย
น้ำหอม Jo Malone กลิ่น Peony & Blush Suede ได้เปิดตัวในปี 2013 รังสรรค์โดย Christine Nagel เป็นน้ำหอมกลิ่นแนว Amber Floral ที่แสดงถึงความสง่างามในภาพวาดห้องบอลรูมที่วาดโดย Cecil Beaton โดยได้แรงบันดาลใจจากช่างภาพพอร์ตเทรตชื่อดัง ที่ได้ถ่ายทอดความสวยงามของผู้หญิง ที่มีทั้งความอ่อนโยน แข็งแกร่ง โรแมนติก และหรูหรา โดยเปิดด้วยกลิ่นดอกโบตั๋นที่ผสานกับกลิ่นดอกกุหลาบ มะลิ และคาร์เนชัน เพิ่มความละมุนและเย้ายวนด้วยกลิ่นแอปเปิลแดงหวานฉ่ำ ๆ ปิดท้ายด้วยกลิ่นหนังกลับบาง ๆ ที่เสริมให้กลิ่นมีความหรูหรายิ่งขึ้น
น้ำหอม Jo Malone กลิ่น Wood Sage & Sea Salt ออกวางจำหน่ายในปี 2014 คิดค้นโดยนักปรุงน้ำหอม Christine Nagel ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากชายหาดในเกาะอังกฤษ โดยกลิ่นให้ฟีลสะอาด สดชื่น โปร่งสบาย มีส่วนผสมของเกลือทะเล เมล็ดแอมเบรต และใบเสจ ผสานกับกลิ่นเกรปฟรุตและสาหร่าย ทำให้รู้สึกได้ถึงกลิ่นอายทะเล จากน้ำทะเล แร่ และหิน ที่สะท้อนถึงความมีชีวิตชีวา สนุกสนาน ผ่อนคลาย และเป็นอิสระ ทำให้ได้กลิ่นหอมที่สดชื่นและธรรมชาติ
สำหรับน้ำหอมรุ่น Limited Edition คอลเลคชันล่าสุดที่เปิดตัวในปี 2022 เป็นคอลเลกชันที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของทะเลและผืนทรายในวันพักผ่อนสบาย ๆ ในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งมีให้เลือก 3 กลิ่นด้วยกัน คือ Bitter Mandarin, Sea Daffodil และ Silk Blossom รังสรรค์โดย Michel Almairac ที่ได้แรงบันดาลใจจากริมชายหาดทะเลเมดิเตอร์เรเนียน นอกจากนี้ ยังใส่รายละเอียดลงบนฝาขวดน้ำหอม ที่ออกแบบให้เหมือนกับก้อนกรวดที่โดนกัดเซาะด้วยน้ำทะเล เรียกว่าเป็นน้ำหอมที่เหมาะกับช่วงซัมเมอร์จริง ๆ
ด้วยจุดเด่นของแบรนด์ที่สามารถนำกลิ่นต่าง ๆ มาผสมกันได้ คุณจึงสามารถสร้างสรรค์น้ำหอม Jo Malone เป็นกลิ่นโปรดในแบบของตนเอง โดยเริ่มต้นจากการเลือกกลิ่นที่คุณชอบที่สุด หรือกลิ่นที่รู้สึกว่าบ่งบอกความเป็นตัวเองได้ดี จากนั้นให้พิจารณาต่อไปว่าต้องการให้กลิ่นนั้นดูสดชื่น หรืออบอุ่นมากขึ้น แล้วค่อยเลือกน้ำหอมที่มีโทนต่าง ๆ มาผสมกับน้ำหอมกลิ่นโปรด เพียงเท่านี้ ก็จะออกมาเป็นน้ำหอมอันมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร
หากคุณต้องการน้ำหอมที่ให้ภาพลักษณ์แบบหญิงสาวอ่อนโยน อบอุ่น ก็ให้เลือกใช้ English Pear & Freesia คู่กับ กลิ่น Wood Sage & Sea Salt ซึ่งอยู่ในโทนอบอุ่น หรือถ้าต้องการกลิ่นเย็นสบายเพิ่มความสดชื่น ก็สามารถฉีดผสมกับ Wild Bluebell ที่มีกลิ่นเย็น ๆ แทนได้ ในขณะเดียวกัน เมื่อรู้สึกว่ากลิ่นที่มีอยู่ค่อนข้างแรงเกินไปก็สามารถฉีดผสมกับกลิ่นอื่นเพื่อให้อ่อนลงได้ เช่น การนำ Earl Grey & Cucumber มาผสมกับ English Oak & Hazelnut ที่จะช่วย Balance ความแรงของกลิ่นซึ่งกันและกัน จนกลายเป็นกลิ่นอบอุ่นนุ่มนวลกำลังดี
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ชนิดของน้ำหอม | ปริมาณผลิตภัณฑ์ | กลิ่น Top Note | กลิ่น Middle Note | กลิ่น Base Note | |||||
1 | Jo Malone London Wood Sage & Sea Salt | ![]() | กลิ่น Unisex หอมสะอาดจากเกลือทะเล หวานแบบไม่เลี่ยน | Eau De Toilette | 30 มล. | Ambrette Seeds | Sea Salt | Sage | |
2 | Jo Malone Wild Bluebell Cologne | ![]() | กลิ่นหวานโทนเย็น ให้ความสดชื่นแบบดอกไม้ป่า สบายจมูก | Eau De Toilette | 30 มล. | Bluebell | Persimmon | White Musk | |
3 | Jo Malone English Pear & Freesia Cologne | ![]() | โทนฟรุตตี้ฟลอรัล หอมหวานบางเบา ใช้ฉีดได้ทุกโอกาส | Eau De Toilette | 30 มล. | King William Pear | Freesia Flower | Patchouli | |
4 | Jo Malone Peony & Blush Suede Cologne | ![]() | กลิ่นดอกพีโอนีหอมละมุน ผสมความนุ่มนวลของหนังกลับ | Eau De Toilette | 30 มล. | Red Apple | Peony | Suede | |
5 | Jo Malone Lime Basil & Mandarin Cologne | ![]() | กลิ่นซิตรัสชัดเจน เสริมลุคให้ดูเรียบหรู ใช้ได้ทุกเพศทุกวัย | Eau De Toilette | 100 มล. | Mandarin | Basil | Amberwood | |
6 | Jo Malone Cypress & Grapevine Intense Cologne | ![]() | กลิ่นหอมสดชื่นของต้นสน ผสานความอบอุ่นของแอมเบอร์ | Eau de Parfum | 50 มล. | Cypress | Grapevine | Amber | |
7 | Jo Malone English Oak & Hazelnut Cologne | ![]() | กลิ่นสไตล์ Woody ชัดเจน หอมหวานอบอุ่น เป็นธรรมชาติ | Eau De Toilette | 100 มล. | Green Hazelnut | Cedar Wood | Roasted Oak | |
8 | Jo Malone Nectarine & Honey Cologne | ![]() | หอมลูกพีชผสมน้ำผึ้งดอกอะเคเซีย หวานฉ่ำ ใช้ได้ทุกวัน | Eau De Toilette | 100 มล. | Cassis | Acacia Honey | Peach | |
9 | Jo Malone Red Hibiscus Intense Cologne | ![]() | กลิ่นฟลอรัลเข้มข้น หอมดอกไม้ชัดเจน เหมาะกับงานกลางคืน | Eau de Parfum | 50 มล. | Mandarin | Red Hibiscus | Vanilla | |
10 | Jo Malone Raspberry Ripple Cologne | ![]() | กลิ่นฟรุตตี้จากผลไม้สีแดง ผสมความหอมสะอาดของไวท์มัสก์ | Eau De Toilette | 100 มล. | Redcurrant | Raspberry | White Musk | |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 30 มล. |
| กลิ่น Top Note | Ambrette Seeds |
| กลิ่น Middle Note | Sea Salt |
| กลิ่น Base Note | Sage |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 30 มล. |
| กลิ่น Top Note | Bluebell |
| กลิ่น Middle Note | Persimmon |
| กลิ่น Base Note | White Musk |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 30 มล. |
| กลิ่น Top Note | King William Pear |
| กลิ่น Middle Note | Freesia Flower |
| กลิ่น Base Note | Patchouli |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 30 มล. |
| กลิ่น Top Note | Red Apple |
| กลิ่น Middle Note | Peony |
| กลิ่น Base Note | Suede |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 100 มล. |
| กลิ่น Top Note | Mandarin |
| กลิ่น Middle Note | Basil |
| กลิ่น Base Note | Amberwood |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau de Parfum |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 50 มล. |
| กลิ่น Top Note | Cypress |
| กลิ่น Middle Note | Grapevine |
| กลิ่น Base Note | Amber |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 100 มล. |
| กลิ่น Top Note | Green Hazelnut |
| กลิ่น Middle Note | Cedar Wood |
| กลิ่น Base Note | Roasted Oak |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 100 มล. |
| กลิ่น Top Note | Cassis |
| กลิ่น Middle Note | Acacia Honey |
| กลิ่น Base Note | Peach |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau de Parfum |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 50 มล. |
| กลิ่น Top Note | Mandarin |
| กลิ่น Middle Note | Red Hibiscus |
| กลิ่น Base Note | Vanilla |
| ชนิดของน้ำหอม | Eau De Toilette |
|---|---|
| ปริมาณผลิตภัณฑ์ | 100 มล. |
| กลิ่น Top Note | Redcurrant |
| กลิ่น Middle Note | Raspberry |
| กลิ่น Base Note | White Musk |
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์น้ำหอมจากแบรนด์ต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแบรนด์ก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
อันดับที่ 1: Jo Malone|London Wood Sage & Sea Salt
อันดับที่ 2: Jo Malone|Wild Bluebell Cologne
อันดับที่ 3: Jo Malone|English Pear & Freesia Cologne
อันดับที่ 4: Jo Malone|Peony & Blush Suede Cologne
อันดับที่ 5: Jo Malone|Lime Basil & Mandarin Cologne
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































