10 ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม
ยางรถยนต์ คือส่วนสำคัญที่ต้องเลือกใช้ให้เหมาะกับสไตล์การขับขี่และสภาพผิวถนน เพื่อเสริมสมรรถนะของรถยนต์และเพิ่มความปลอดภัย ยางแต่ละรุ่นได้รับการออกแบบมาเพื่อการใช้งานแบบเฉพาะเจาะจง จึงแตกต่างทั้งลักษณะดอกยาง ขนาดหน้ายาง แก้มยาง และความยืดหยุ่นของเนื้อยาง หลายรุ่นมาพร้อมคุณสมบัติลดเสียงรบกวน เพิ่มการยึดเกาะ และลดการสึกหรอ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยางรถยนต์ให้เหมาะกับการใช้งาน ทั้งการขับขี่บนถนนพื้นผิวเรียบทั่วไป ถนนที่มีความขรุขระ รวมถึงสภาพถนนที่มีดินโคลนหรือมีหลุมบ่อขนาดใหญ่ พร้อมคำแนะนำจากคุณกิติพันธุ์ เสริฐสุวรรณกุล ผู้จัดจำหน่ายยางและบริการเกี่ยวกับรถยนต์ครบวงจร และยังมี 10 ยางรถยนต์ จากแบรนด์ยอดนิยม ที่แข็งแรงทนทาน ใช้งานได้นาน และช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณคิมเริ่มต้นอาชีพในตำแหน่งพนักงานฝ่ายขายบริษัทมิชลิน 5 ปี โดยได้รับการฝึกอบรมเชิงลึกเกี่ยวกับยางรถยนต์ ตั้งแต่กระบวนการผลิต ส่วนประกอบ ไปจนถึงหลักการทำงาน ทำให้เข้าใจบทบาทสำคัญของยางในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพของรถยนต์อย่างลึกซึ้ง ด้วยความตั้งใจส่งต่อความรู้ที่เป็นกลางเกี่ยวกับยางรถยนต์ ในปี 2017 คุณคิมก่อตั้งเพจ Tiresbid เพื่อให้ความรู้และรีวิวยางอย่างละเอียด ก่อนพัฒนาเป็นเว็บไซต์ www.tiresbid.com ที่เป็นแหล่งข้อมูลครบวงจร ช่วยให้คนรักรถค้นหาและเปรียบเทียบยางได้ง่าย โดยในปัจจุบัน Tiresbid เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมีการจำหน่ายยางจาก 18 แบรนด์ พร้อมบริการครบวงจร เช่น มีจุดบริการกว่า 70 แห่งทั่วประเทศ และบริการจัดส่งพร้อมติดตั้งถึงบ้าน นอกจากนี้ ยังให้ความรู้ด้านเทคนิคเกี่ยวกับรถยนต์ พร้อมจัดหาสินค้า เช่น อุปกรณ์ช่วงล่างและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด เพื่อให้รถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งคุณคิมตั้งใจให้ Tiresbid เป็นพื้นที่ที่ส่งมอบข้อมูล บริการ และผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์คนรักรถทุกคน

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกยางรถยนต์
ปัจจัยที่ต้องพิจารณาก่อนเลือกซื้อยางรถยนต์นั้นมีมากมาย เพราะยางรถยนต์เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องกับสมรรถนะของรถยนต์ การควบคุมทิศทาง รวมไปถึงความปลอดภัยของผู้ขับขี่ด้วย ฟังดูอาจเป็นเรื่องที่ซับซ้อนหรือเข้าใจยาก เราจึงได้รวบรวมวิธีการเลือกยางรถยนต์ที่สำคัญและสรุปให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายขึ้นแล้ว ดังนี้
เลือกจากประเภทของยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนน
ยางรถยนต์สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก ตามลักษณะที่ออกแบบมาให้เหมาะสมกับพื้นผิวถนน โดยมียางรถยนต์ HT (Highway Terrain), ประเภท AT (All Terrain) และประเภท MT (Mud Terrain) ซึ่งแต่ละประเภท มีความแตกต่างกัน ดังนี้
ยางรถยนต์ชนิด HT (Highway Terrain) สำหรับวิ่งบนถนนทั่วไป

ยางรถยนต์ชนิด HT (Highway Terrain) เป็นชนิดที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ถูกออกแบบมาใช้วิางบนถนนหลวง 90% และ ถนนลูกรัง 10% ไม่เหมาะกับการขับขี่บนพื้นที่ขรุขระ เพราะอาจจะทำให้เกิดความเสียหายต่อหน้ายาง พื้นผิวดอกยางมีความเรียบ ละเอียด และมีขนาดเล็ก โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อให้ยึดเกาะกับพื้นถนนได้มากที่สุด อีกทั้งเนื้อยางยังมีความนุ่มกว่าประเภทอื่น ๆ จึงช่วยให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลในขณะขับขี่ อีกทั้งยังมีความเงียบและทำความเร็วได้ดี แต่ไม่ควรใช้ขับขี่บนถนนที่มีความขรุขระสูง เพราะอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุได้
ยางรถยนต์ชนิด AT (All Terrain) สำหรับถนนที่มีความขรุขระประมาณหนึ่ง

ยาง All Terrain (AT) เหมาะสำหรับรถกระบะและ PPV เป็นยางที่ออกแบบมาให้สามารถใช้งานบนถนนหลวง 70% และนอกถนน 30% โดดเด่นด้วยดอกยางบล็อกขนาดใหญ่ ช่วยยึดเกาะและตะกรุยพื้นผิวดินหรือหินได้ดี พร้อมร่องยางกว้าง ช่วยระบายน้ำ ลดโอกาสลื่นไถลบนถนนเปียก ดอกยางของ AT หนากว่ายาง HT (Highway Terrain) ทำให้ต้องใช้พลังงานในการขับเคลื่อนมากขึ้น ส่งผลให้ อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันสูงกว่า แต่ให้สมรรถนะดีกว่าสำหรับการขับขี่ในเส้นทางลูกรังหรือออฟโรด
ยางรถยนต์ชนิด MT (Mud Terrain) สำหรับถนนขรุขระ มีดินโคลน

ตรวจสอบขอบยางรถยนต์ให้เข้ากับขนาดรถยนต์

คุณสามารถตรวจสอบขนาดของยางรถยนต์ที่เหมาะสมได้จากกระทะล้อรถยนต์ของคุณว่ามีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางกี่นิ้ว หลังจากนั้นให้มาดูข้อมูลบนแก้มยาง ที่จะระบุขนาดยางตามหลังตัว R เช่น R15 คือยางรถยนต์ขอบ 15 นั่นเอง โดยยางรถยนต์ขนาดต่าง ๆ จะเหมาะสมกับชนิดรถยนต์ ดังนี้
- ขอบ 14 - 15 นิ้ว : เหมาะสำหรับรถยนต์ Eco Car หรือเก๋งขนาดเล็กไปจนถึงขนาดกลาง เช่น MAZDA 2, HONDA Civic แต่ก็สามารถใส่รถกระบะที่ไม่ได้บรรทุกของหนักได้เช่นกัน
- ขอบ 16 - 17 นิ้ว : เหมาะสำหรับรถเก๋งขนาดเล็กและขนาดกลาง, รถ Mini SUV, รถครอบครัว เช่น TOYOTA Altis, HONDA WR-V, BYD Dolphin, SUZUKI Ertiga
- ขอบ 18 - 19 นิ้ว : เหมาะสำหรับรถเก๋งขนาดใหญ่หรือรถ SUV เช่น TOYOTA Fortuner, MAZDA CX-5, HONDA Accord
- ขอบ 20 นิ้วขึ้นไป : เหมาะสำหรับรถสปอร์ต, รถออฟโรด, รถ 4x4, รถกระบะ SUV/CUV เช่น ISUZU MU-X, FORD RANGER WILDTRAK
พิจารณาแบบและลายดอกยาง ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะการยึดเกาะพื้นถนน

สิ่งที่จำเป็นต้องตรวจสอบอีกหนึ่งข้อก็คือลวดลายดอกยาง เพราะส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะการยึดเกาะพื้นถนน ซึ่งโดยหลัก ๆ แล้ว สามารถแบ่งลวดลายออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้
- ดอกยางแบบสมมาตร (Symmetric Treads) : ลวดลายดอกยางมีขนาดเล็กและละเอียด ลักษณะของลายเหมือนกันทั้งฝั่งซ้ายและฝั่งขวา ในขณะวิ่งบนท้องถนนจะทำให้มีเสียงเงียบ เหมาะสำหรับใช้งานบนถนนในเมือง ถนนที่มีความเรียบ ไม่ขรุขระ และเหมาะสำหรับการขับขี่ในระยะใกล้
- ดอกยางแบบไม่สมมาตร (Asymmetric Treads) : ลวดลายดอกยางบนหน้ายางทั้งสองฝั่งจะไม่เหมือนกัน มีคุณสมบัติคือช่วยเพิ่มสมรรถนะในการยึดเกาะกับพื้นถนน และช่วยให้รถทรงตัวในขณะเข้าโค้งได้ดียิ่งขึ้น เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบขับขี่ด้วยความเร็ว
- ดอกยางแบบทิศทางเดียว (Directional Treads) : ลวดลายของดอกยางจะชี้ไปในทิศทางเดียวกันทั่วทั้งยาง ช่วยให้มีคุณสมบัติในการระบายน้ำหรือรีดน้ำได้ดี และสามารถเกาะพื้นถนนเปียกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับใช้ขับขี่บนถนนทางตรงที่มีระยะทางไกล
เลือกยางรถยนต์จากสไตล์การขับขี่
นอกจากการแบ่งประเภทยางรถยนต์จากลักษณะของพื้นผิวถนนแล้ว ยังสามารถแบ่งได้จากสไตล์การขับขี่ โดยจะมีด้วยกันหลัก ๆ 3 ประเภท คือยางแบบ Comfort, ยางแบบ Sport และยางแบบประหยัดน้ำมัน ซึ่งมีลักษณะที่แตกต่างกัน ดังนี้
ยางแบบ Comfort สำหรับขับขี่ทั่วไป นุ่มนวล ไม่ทำความเร็ว

ยางแบบ Comfort หรือยางนุ่มเงียบ เป็นยางที่เหมาะกับผู้มีสไตล์การขับขี่รถยนต์ด้วยความนุ่มนวล ไม่เน้นขับขี่ด้วยความเร็ว และไม่ชอบยางที่ส่งเสียงดัง เพราะอาจรบกวนสมาธิการขับขี่ ซึ่งแบบ Comfort มีจุดเด่นคือ มีโครงยางที่ทำให้ซับแรงกระแทกได้ดี และมีการคงตัวที่มากกว่ายางประเภทอื่น ๆ และลายดอกยางมีความละเอียดทำให้เสียงที่ออกมาจากยางจะเงียบมากกว่า อีกทั้งเนื้อยางที่มีความยืดหยุ่นสูง ทำให้มีคุณสมบัติที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล ไม่รู้สึกสะเทือนมากเท่าชนิดอื่น จึงเป็นยางที่เหมาะสำหรับขับขี่ในชีวิตประจำวันบนพื้นถนนเรียบภายในเมือง
ยางแบบ Sport ยึดเกาะได้ดียิ่งขึ้น สำหรับทำความเร็ว

ยางแบบประหยัดน้ำมัน สมดุล เหมาะสำหรับ Eco Car

ตรวจสอบความทนทานของยางจากค่าอัตราการสึกหรอ (Treadwear)

ค่า Treadwear ที่ถูกระบุไว้บนแก้มยาง เป็นค่าที่ใช้ระบุความทนทานต่อการสึกหรอของยาง โดยมีค่าตั้งแต่ 60 - 800 ซึ่งแต่ละค่าจะส่งผลต่อสมรรถนะของตัวยางและความทนทานต่อการสึกหรอ สามารถแบ่งเป็นหลัก ๆ ได้ ดังนี้
- Treadwear ต่ำกว่า 200 : ทนทานต่อการสึกหรอได้น้อยที่สุด หรือก็คืออายุการใช้งานสั้นที่สุด แต่มีข้อดีคือตัวยางจะมีความนุ่ม ขับขี่ได้นิ่มนวล ราบรื่นไม่แข็งกระด้าง ยึดเกาะพื้นถนนได้ดี ไม่ส่งเสียงดัง เหมาะสำหรับขับขี่ในเมืองเป็นหลัก
- Treadwear 200 - 300 : อายุการใช้งานระดับปานกลาง และสมรรถนะทุกอย่างจะอยู่ในระดับกลาง ไม่นิ่มนวลเกินไปและไม่แข็งกระด้างเกินไป ยึดเกาะพื้นถนนได้ดีประมาณหนึ่ง เป็นค่าที่ได้รับความนิยมมากที่สุด
- Treadwear มากกว่า 400 : ทนทานต่อการสึกหรอและมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด แต่เกาะพื้นถนนได้น้อยกว่า ยางมีความแข็งกระด้าง อาจสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนในระหว่างขับขี่ อีกทั้งยังมีเสียงดัง
ตรวจสอบวันที่ผลิตยางรถยนต์เพื่อความปลอดภัย

โดยคุณสามารถตรวจสอบวันที่ผลิตได้จากรหัสที่บริเวณแก้มยางด้านนอก ซึ่งเป็นมาตรฐานสากล ที่จะระบุสัปดาห์และปีที่ผลิต (WWYY) โดยตัวเลขสองหลักหน้า (WW) จะใช้ระบุสัปดาห์ที่ผลิต และตัวเลขสองหลักหลัง (YY) ใช้ระบุปี ค.ศ. ที่ผลิต เช่น 0720 หมายความว่า ผลิตในสัปดาห์ที่ 7 ของปี 2020 นั่นเอง

10 ยางรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี ทนทาน เกาะถนนดีเยี่ยม
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | ||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
กลุ่มยาง | หน้ากว้าง | ซีรีส์ยาง | ขอบล้อ | แก้มยาง | ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | ขีดจำกัดความเร็วของยาง | รับประกันสินค้า | ||||
1 | BRIDGESTONE ยางรถยนต์ รุ่น ECOPIA |EP300 | ![]() | ประหยัดน้ำมัน、นุ่มเงียบ | 185 มิลลิเมตร | 55 | 16 นิ้ว | 10.18 เซนติเมตร | 6 นิ้ว | 5.0, 5.5, 6.5 นิ้ว | 487 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
2 | DEESTONE ยางรถยนต์ POWER CRUZ |MT431 | ![]() | ออฟโรด | 265 มิลลิเมตร | 75 | 16 นิ้ว | 19.88 เซนติเมตร | 7.5 นิ้ว | 7.0, 8.0, 8.5 นิ้ว | 1,360 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
3 | DUNLOP ยางรถยนต์ ENASAVE |EC300+ | ![]() | นุ่มเงียบ、ประหยัดน้ำมัน | 215 มิลลิเมตร | 60 | 17 นิ้ว | 12.9 เซนติเมตร | 6.5 นิ้ว | 6, 7, 7.5 นิ้ว | 710 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
4 | YOKOHAMA ยางรถยนต์ GEOLANDAR|A/T4 G018 | ![]() | ออฟโรด | 265 มิลลิเมตร | 70 | 16 นิ้ว | 18.55 เซนติเมตร | 8 นิ้ว | 7, 7.5, 8.5, 9 นิ้ว | 1,450 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
5 | FIRESTONE ยางรถยนต์| F01 | ![]() | นุ่มเงียบ、ประหยัดน้ำมัน | 215 มิลลิเมตร | 60 | 16 นิ้ว | 12.9 เซนติเมตร | 6.5 นิ้ว | 6.0, 7.0, 7.5 นิ้ว | 690 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
6 | MICHELIN ยางรถยนต์ LTX Trail | ![]() | นุ่มเงียบ、ออฟโรด | 225 มิลลิเมตร | 70 | 15 นิ้ว | 15.75 เซนติเมตร | 6.5 นิ้ว | 6, 7 นิ้ว | 900 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
7 | PIRELLI ยางรถยนต์ SCORPION ALL TERRAIN PLUS | ![]() | ออฟโรด | 265 มิลลิเมตร | 70 | 16 นิ้ว | 18.55 เซนติเมตร | 8 นิ้ว | 7.0, 7.5, 8.5 นิ้ว | 1,120 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
8 | GOODYEAR ยางรถยนต์ EAGLE F1 SPORT | ![]() | สปอร์ต เน้นความเร็ว | 205 มิลลิเมตร | 45 | 17 นิ้ว | 9.22 เซนติเมตร | 6.5 นิ้ว | 5.5, 6.0, 7.0, 7.5 นิ้ว | 560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
9 | NEXEN ยางรถยนต์ Roadian Series | ![]() | นุ่มเงียบ | 265 มิลลิเมตร | 65 | 17 นิ้ว | 17.23 เซนติเมตร | 8 นิ้ว | 7.5, 8.5, 9, 9.5 นิ้ว | 1,120 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 2 ปี | |
10 | CONTINENTAL ยางรถยนต์ MaxContact |MC7 | ![]() | สปอร์ต เน้นความเร็ว | 205 มิลลิเมตร | 45 | 17 นิ้ว | 9.22 เซนติเมตร | 6.5 นิ้ว | 5.5, 6, 7, 7.5 นิ้ว | 560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น | 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง | 7 ปี (นับจากวันผลิต) | |

| กลุ่มยาง | ประหยัดน้ำมัน、นุ่มเงียบ |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 185 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 55 |
| ขอบล้อ | 16 นิ้ว |
| แก้มยาง | 10.18 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 5.0, 5.5, 6.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 487 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | ออฟโรด |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 265 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 75 |
| ขอบล้อ | 16 นิ้ว |
| แก้มยาง | 19.88 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 7.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 7.0, 8.0, 8.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 1,360 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 160 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | นุ่มเงียบ、ประหยัดน้ำมัน |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 215 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 60 |
| ขอบล้อ | 17 นิ้ว |
| แก้มยาง | 12.9 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 6, 7, 7.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 710 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | ออฟโรด |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 265 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 70 |
| ขอบล้อ | 16 นิ้ว |
| แก้มยาง | 18.55 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 8 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 7, 7.5, 8.5, 9 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 1,450 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 180 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | นุ่มเงียบ、ประหยัดน้ำมัน |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 215 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 60 |
| ขอบล้อ | 16 นิ้ว |
| แก้มยาง | 12.9 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 6.0, 7.0, 7.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 690 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 240 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | นุ่มเงียบ、ออฟโรด |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 225 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 70 |
| ขอบล้อ | 15 นิ้ว |
| แก้มยาง | 15.75 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 6, 7 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 900 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | ออฟโรด |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 265 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 70 |
| ขอบล้อ | 16 นิ้ว |
| แก้มยาง | 18.55 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 8 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 7.0, 7.5, 8.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 1,120 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 190 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | สปอร์ต เน้นความเร็ว |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 205 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 45 |
| ขอบล้อ | 17 นิ้ว |
| แก้มยาง | 9.22 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 5.5, 6.0, 7.0, 7.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | นุ่มเงียบ |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 265 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 65 |
| ขอบล้อ | 17 นิ้ว |
| แก้มยาง | 17.23 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 8 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 7.5, 8.5, 9, 9.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 1,120 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 210 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| กลุ่มยาง | สปอร์ต เน้นความเร็ว |
|---|---|
| หน้ากว้าง | 205 มิลลิเมตร |
| ซีรีส์ยาง | 45 |
| ขอบล้อ | 17 นิ้ว |
| แก้มยาง | 9.22 เซนติเมตร |
| ความกว้างของล้อ - มาตรฐาน | 6.5 นิ้ว |
| ความกว้างของล้อ - ใช้แทนกันได้ | 5.5, 6, 7, 7.5 นิ้ว |
| ขีดจำกัดการรับน้ำหนัก | 560 กิโลกรัม/ยาง 1 เส้น |
| ขีดจำกัดความเร็วของยาง | 270 กิโลเมตร/ชั่วโมง |
| รับประกันสินค้า | 7 ปี (นับจากวันผลิต) |
ตัวเลขบนยางรถยนต์ หมายถึงอะไร
บริเวณแก้มยางรถยนต์จะมีตัวอักษรและตัวเลขกำกับไว้ ซึ่งตัวอักษรและตัวเลขที่ปรากฎนั้น เป็นสิ่งที่ใช้ระบุถึงข้อมูลต่าง ๆ ของยางรถยนต์ เช่น ชนิดของยาง ความกว้างของหน้ายาง ขนาดของยาง ปีที่ผลิต โดยเป็นภาษาสากลที่ใช้เหมือนกันทั่วโลก เพื่อเป็นข้อมูลให้คุณได้ใช้ตรวจสอบและซ่อมบำรุงได้ง่ายยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่น ในภาพระบุไว้ว่า 215/65 R17
- เลข 215 : ความกว้างของหน้ายาง 215 มิลลิเมตร
- เลข 65 : เลขซีรีส์หรืออัตราความสูงของแก้มยางคือ 65% ซึ่งคุณสามารถคำนวณหาหน่วยความสูงของหน้ายางเป็นหน่วยมิลลิเมตรได้ โดยการนำความกว้างหน้ายางคูณกับซีรีส์ คือ 215 x 65% = 139.75 มิลลิเมตร
- ตัว R : ย่อมาจาก Radial คือ โครงสร้างยางแบบเรเดียล ซึ่งเป็นโครงสร้างยางในปัจจุบัน
- เลข 17 : ขนาดยางหรือเส้นผ่านศูนย์กลางของกระทะล้อ มีขนาด 17 นิ้ว
ควรเปลี่ยนยางรถยนต์ใหม่เมื่อไหร่
ควรเปลี่ยนยางรถยนต์เมื่อดอกยางเหลือน้อยกว่าค่าที่กำหนด (ประมาณ 1.6 มม.) หรือเมื่อยางมีอายุการใช้งานนานเกิน 4-5 ปี แม้จะไม่ได้ใช้งานก็ตาม สัญญาณอื่น ๆ เช่น รอยแตกร้าว, บวม, หรือเสียรูปทรง ก็เป็นเหตุผลที่ควรเปลี่ยนยางทันที การเปลี่ยนยางตามเวลาที่เหมาะสมช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพการขับขี่
การหมุนยางมีความสำคัญอย่างไร
การหมุนยางมีความสำคัญในการช่วยกระจายการสึกหรอของยางให้สม่ำเสมอ ทำให้ยางทุกเส้นมีอายุการใช้งานใกล้เคียงกันและช่วยยืดอายุการใช้งานโดยรวม นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงสมรรถนะการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัย ควรหมุนยางทุก 10,000 กิโลเมตรหรือเมื่อเริ่มสังเกตเห็นการสึกหรอที่ไม่เท่ากัน
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ







































