mybest
นาฬิกา Rado

ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปิด
  1. TOP
  2. นาฬิกา, เครื่องประดับ
  3. นาฬิกาแบรนด์หรู
  4. 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร
  • 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร 1
  • 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร 2
  • 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร 3
  • 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร 4
  • 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร 5

10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร

นาฬิกา Rado ถือเป็นแบรนด์นาฬิกาจากสวิตเซอร์แลนด์ที่ใหญ่ที่สุดแบรนด์หนึ่ง เพราะมีความโดดเด่นในด้านการออกแบบ มีดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครและมีการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ ๆ อยู่เสมอ ที่สำคัญคือ มีการใช้วัสดุพิเศษที่คิดค้นขึ้นมาให้มีน้ำหนักเบา ทนทาน ดูทันสมัยและไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย สำหรับนาฬิกา Rado นั้นมีมากมายหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็น Rado Diastar, Rado Captain Cook, Rado HyperChorme, Rado DiaMaster และอื่น ๆ อีกมากมาย


หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่กำลังมองหานาฬิกา Rado ที่ถูกใจสักเรือนอยู่ แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องเลือกซื้ออย่างไรและรุ่นไหนจะเหมาะกับสไตล์ของคุณมากที่สุด วันนี้เราขอแนะนำวิธีการเลือกนาฬิกา Rado พร้อมทั้งเรายังได้รวบรวม 10 อันดับนาฬิกา Rado รุ่นที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เพื่อให้คุณสามารถนำไปประกอบการตัดสินใจในการเลือกลงทุนซื้อได้ หากพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 11/04/2023
กองบรรณาธิการ mybest
บรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ mybest

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest
…อ่านต่อ

สารบัญ

ประวัตินาฬิกา Rado แบรนด์ชื่อดังจากสวิตเซอร์แลนด์

ประวัตินาฬิกา Rado แบรนด์ชื่อดังจากสวิตเซอร์แลนด์
อ้างอิง:rado.com

แบรนด์ Rado ก่อตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1917 โดยในช่วงแรกเป็นบริษัทผลิตนาฬิกาชื่อ Schlup & Co. ต่อมาในปี ค.ศ. 1950 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น Rado และหลังจากนั้น 10 ปี แบรนด์ได้เปิดตัวรุ่น DiaStar 1 ซึ่งนับว่าเป็นนาฬิกาที่สามารถป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนเรือนแรกของโลก อีกทั้งยังใช้วัสดุอื่นอย่างคริสตัล Sapphire ที่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักในยุคนั้น 


ต่อมาทางแบรนด์ยังคงมีการใช้และพัฒนาวัสดุเซรามิกที่ยากต่อการเกิดรอยอยู่เสมอ จนในที่สุดแบรนด์ก็สามารถผลิตวัสดุ High-Tech Ceramic ที่ทั้งทนทาน น้ำหนักเบา ใส่สบาย พร้อมทั้งยังลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการแพ้ได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีวัสดุอย่าง Plasma High-Tech Ceramic ที่มีผิวสัมผัสสวยมันวาว เกิดจากการผลิตที่ผ่านความร้อนสูง และสุดท้ายคือ Ceramos ที่ได้มาจาก High-Tech Ceramic และอัลลอยที่ช่วยเพิ่มความทนทานยิ่งขึ้น ด้วยการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งนี่เองจึงทำให้แบรนด์ได้รับความนิยมต่อเนื่องจนมาถึงปัจจุบัน

วิธีการเลือกนาฬิกา Rado

หากคุณกำลังสนใจนาฬิกา Rado แต่ยังไม่รู้ว่ารุ่นไหนที่เหมาะกับสไตล์ของตัวเอง วันนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับนาฬิกา Rado เพื่อเป็นตัวช่วยในการเลือกซื้อให้กับคุณ พร้อมทั้งข้อมูลที่น่าสนใจอื่น ๆ เกี่ยวกับแบรนด์นี้มาฝากกันด้วยค่ะ

1

เลือกนาฬิกา Rado คอลเลกชันยอดนิยม

ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่มีการก่อตั้งแบรนด์แน่นอนว่า Rado นั้นได้ผลิตนาฬิกาออกมามากมายหลายคอลเลกชัน และแต่ละคอลเลกชันนั้นก็มีจุดขายที่ต่างกัน ซึ่งเราจะพาคุณไปดูว่าแต่ละคอลเลกชันมีรายละเอียดและมีความน่าสนใจอย่างไรบ้าง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

Rado Diastar : ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน

Rado Diastar : ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน
อ้างอิง:rado.com

ถือเป็นรุ่นแรกที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายสำหรับ Diastar 1 เพราะใช้วัสดุที่ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน (Scratchproof) โดยความสามารถนี้ได้มาจากการคิดค้นและทดลองหลายขั้นตอน นอกจากนี้กระจกบริเวณหน้าปัดยังทำจากคริสตัล Sapphire ซึ่งในยุคนั้นยังไม่เป็นที่รู้จักเท่าไหร่นัก คุณสมบัติของวัสดุชนิดนี้คือ ป้องการเกิดรอยและลดการสะท้อนแสงได้ดี ช่วยให้อ่านเวลาได้ง่ายค่ะ 


ในส่วนของกลไกคอลเลกชันนี้ใช้กลไกอัตโนมัติและ Chronograph จาก EAT แบรนด์ที่มีชื่อเสียงในด้านการผลิตกลไกนาฬิกาของสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งดีไซน์ทุกรุ่นจะมีตัวเรือนจะเป็นทรงกลมคล้ายรูปไข่ให้ความรู้สึกเป็นทางการ แต่ส่วนที่ต่างกันคือ ขนาด สีและรายละเอียดบนหน้าปัดให้คุณเลือกได้ตามความชอบของคุณค่ะ

Rado Captain Cook : กันน้ำได้ลึกเป็นพิเศษ

Rado Captain Cook : กันน้ำได้ลึกเป็นพิเศษ
อ้างอิง:rado.com

คอลเลกชัน Captain Cook เคยผลิตในช่วงปี ค.ศ. 1962 - 1968 เป็นนาฬิกาสำหรับใส่ดำน้ำ (Dive Watch) รุ่นแรกและรุ่นเดียวของแบรนด์ ต่อมาในปี ค.ศ. 2017 แบรนด์ได้นำรุ่นนี้มาปรับปรุงรูปลักษณ์ใหม่ให้เหมาะกับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน และให้ดูทันสมัยขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งความสามารถในการกันน้ำได้ถึง 100 - 300 เมตรเช่นเดิม


อีกทั้งในปี ค.ศ. 2019 ยังมีการอัปเกรดในเรื่องของกลไกให้เป็นแบบอัตโนมัติที่สำรองพลังงานได้นาน 80 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังมีการเพิ่มสีของตัวเรือนถึง 6 สี ได้แก่ สีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีแดง สีเขียว สีเทาและสีเงิน พร้อมสายที่มีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นสายผ้า สายหนังหรือสายสเตนเลส เหมาะกับผู้ชายที่มองหานาฬิกาเท่ ๆ สักเรือนค่ะ

Rado HyperChorme : รุ่นยอดนิยม มีหลายโมเดล

Rado HyperChorme : รุ่นยอดนิยม มีหลายโมเดล
อ้างอิง:rado.com

ถือเป็นหนึ่งในโมเดลที่ได้รับความนิยมสูงโมเดลหนึ่งของแบรนด์เลยก็ว่าได้สำหรับ Rado HyperChorme ที่มีให้คุณเลือกทั้งกลไกควอตซ์ (Quartz) และกลไกอัตโนมัติ พร้อมรุ่น Chronograph ที่จะเห็นได้จากรายละเอียดของหน้าปัดที่เป็นเอกลักษณ์ นอกจากนี้ ตัวเรือนยังมีหลายสีให้เลือก รวมไปถึงสายนาฬิกาที่มีวัสดุให้เลือกถึง 3 แบบด้วยกัน ได้แก่ สายผ้า สายหนังและสาย Ceramos ที่ทั้งสวยและทนทาน


สำหรับส่วนประกอบหลักอื่น ๆ ที่สำคัญของรุ่นนี้ ได้แก่ กระจกทำจากคริสตัล Sapphire เคลือบสารลดการสะท้อนแสง เซรามิกชั้นเยี่ยม ตัวเรือนและสายที่ทำจากสเตนเลสสตีล และสำรองพลังงานได้นาน 45 ชั่วโมง ในส่วนของรุ่นที่ถือว่าได้รับความนิยมสูงคือ รุ่นที่ตัวเรือนเป็น Monobloc เพราะเป็นงานฝีมือ (Crafted) โดยใช้วัสดุเป็นเซรามิกจากแบรนด์ดังที่ทั้งทนทาน สวมใส่สบายและยังสวยงามอีกด้วยค่ะ 

Rado Diamaster : รูปทรงเรียบง่าย คลาสสิก

Rado Diamaster : รูปทรงเรียบง่าย คลาสสิก
อ้างอิง:rado.com

หากใครที่มองหารุ่นที่มีความคลาสสิกต้องเป็นนาฬิกาจากคอลเลกชัน DiaMaster เลยค่ะ เพราะทุกโมเดลของคอลเลกชันนี้ถูกออกแบบให้มีความวินเทจคือ มีตัวเรือนทรงกลมดูเรียบง่ายสะอาดตาและใช้สายหนังเป็นส่วนใหญ่ทำให้ได้ลุคคลาสสิก ส่วนวัสดุพิเศษที่ใช้ผลิตรุ่นนี้คือ CeramosTM ที่ทั้งสวยงามและมีความทนทานสูง


สำหรับคนที่ชื่นชอบสไตล์มินิมอลไม่ซ้ำใคร เราขอแนะนำรุ่น DiaMaster Automatic Petite Seconde เพราะมีสไตล์หน้าปัดแบบเรียบง่ายไม่ซับซ้อน อีกทั้งยังมีช่องบอกนาทีและวันที่เพื่อดูเวลาได้ละเอียดขึ้นอีกด้วย แต่สำหรับใครที่ชอบนาฬิกาแบบสวยสง่า เราขอแนะนำรุ่น DiaMaster Diamonds ซึ่งจะมีการประดับด้วยเพชรและส่วนประกอบจากไข่มุก เรียกว่าจัดเต็มเพื่อสาว ๆ ที่ชื่นชอบอัญมณีเลยก็ว่าได้ค่ะ 

Rado Ceramica : มินิมอลและมีเอกลักษณ์

Rado Ceramica : มินิมอลและมีเอกลักษณ์
อ้างอิง:rado.com

คอลเลกชัน Ceramica มีดีไซน์สี่เหลี่ยมเป็นเอกลักษณ์ มินิมอลและทันสมัย ด้วยรูปทรงสี่เหลี่ยมเข้ากับข้อมือของผู้สวมได้เป็นอย่างดี และด้วยวัสดุที่ทำจากเซรามิกพิเศษจึงทำให้มีน้ำหนักเบา สวมใส่สายและป้องกันการเกิดรอยขีดข่วนได้ ในส่วนของกลไกรุ่นนี้มี 2 แบบ คือ กลไกอัตโนมัติและกลไก Quartz เลือกได้ตามสไตล์การใช้งานที่คุณพึงพอใจ 


นอกจากนี้ ยังถูกออกแบบมาให้มีขนาดเหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ไซซ์ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 30.0 x 41.7 มม. ส่วนไซซ์เล็กมีขนาดประมาณ 22.9 x 31.7 มม. และสุดท้ายคือ รายละเอียดบนหน้าปัดที่บางรุ่นใช้เพชรเป็นมาร์กเกอร์บอกเวลาทำให้ดูหรูหราและเข้ากับสีของหน้าปัดได้เป็นอย่างดี แนะนำรุ่นนี้ให้กับคนที่ชอบนาฬิกาสไตล์สปอร์ตสำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันค่ะ

Rado True และ True Thinline : ดีไซน์มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร

Rado True และ True Thinline : ดีไซน์มีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนใคร
อ้างอิง:rado.com

คอลเลกชัน True และ True Thinline มีโครงสร้างของดีไซน์ที่คล้ายกันคือ ตัวเรือนเป็นวงกลมและติดกับสายเป็นชิ้นเดียวกัน ถือเป็นงานดีไซน์ที่ดูโมเดิร์น อีกทั้งยังใช้วัสดุ High-Tech Ceramic เหมือนกัน แต่อาจจะแตกต่างกันตรงวิธีการเคลือบเพราะในคอลเลกชัน True จะเน้นให้มีผิวมันวาว ส่วน True Thinline จะเป็นลุคที่ดูเด็กลงเน้นสีสันที่หลากหลายและเรียบง่ายมากกว่า


นอกจากนี้ ยังมีความแตกต่างกันในด้านกลไก เพราะ True ใช้กลไกอัตโนมัติต่างจาก Ture Thinline ที่ใช้กลไกควอตซ์ ข้อดีของทั้งสองรุ่นที่มีเหมือนกันคือ น้ำหนักเบา ใส่สบาย และการใช้วัสดุเซรามิกชนิดเดียวกันจึงทำให้ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน แต่บางรุ่นของ True นั้นจะมีความพรีเมียมกว่าเพราะประดับด้วยเพชรและมีการออกแบบเพื่อให้มองเห็นกลไกการทำงานภายในของตัวเรือนนั่นเองค่ะ

วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร

หลังจากที่เราได้ทราบวิธีการเลือกนาฬิกา Rado ไปแล้ว เรามาต่อกันที่ 10 อันดับนาฬิกา Rado รุ่นยอดนิยมกันเลยดีกว่าค่ะ จะมีรุ่นไหนติดอันดับบ้างและจะเป็นรุ่นที่คุณเล็งไว้หรือเปล่า ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย
เรียงจากความนิยม
สินค้า
รูปภาพ
ราคาต่ำสุด
คะแนน
1

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น CAPTAIN COOK AUTOMATIC

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  CAPTAIN COOK AUTOMATIC 1枚目

ดีไซน์คลาสสิก ฟังก์ชันการใช้งานทันสมัย ทนต่อการเกิดรอย

2

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น THE ORIGINAL AUTOMATIC

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น THE ORIGINAL AUTOMATIC 1枚目

ตัวเรือนรูปทรงไข่ วัสดุแข็งแรงไม่เกิดรอย มีหลายสีให้เลือก

3

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE AUTOMATIC

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE AUTOMATIC 1枚目

เข้ากับการแต่งตัวแบบ Casual เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน

4

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE SQUARE AUTOMATIC OPEN HEART

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  TRUE SQUARE AUTOMATIC OPEN HEART 1枚目

เผยให้เห็นกลไกการทำงานภายในที่แสนซับซ้อนและมีเสน่ห์

5

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE THINLINE LES COULEURS™ LE CORBUSIER PALE SIENNA 32123

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  TRUE THINLINE LES COULEURS™ LE CORBUSIER PALE SIENNA 32123 1枚目

ใส่สบาย มีสีสันแบบพิเศษจากนักสถาปัตยกรรมระดับตำนาน

6

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น CENTRIX DIAMONDS

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น CENTRIX DIAMONDS 1枚目

หนึ่งในคอลเลกชันที่มีดีไซน์หลากหลายที่สุด พร้อมวัสดุคุณภาพ

7

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น COUPOLE CLASSIC AUTOMATIC

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  COUPOLE CLASSIC AUTOMATIC 1枚目

รูปทรงคลาสสิก มาคู่กับกระจกคริสตัล Sapphire ที่ทนทาน

8

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น HYPERCHROME CHRONOGRAPH

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  HYPERCHROME CHRONOGRAPH 1枚目

รูปลักษณ์เป็นทางการ แต่เข้ากับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์

9

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น INTEGRAL DIAMONDS

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  INTEGRAL DIAMONDS 1枚目

ดีไซน์โมเดล เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใช้ได้ในหลายโอกาส

10

RADO

นาฬิกาข้อมือ รุ่น FLORENCE DIAMONDS

RADO นาฬิกาข้อมือ รุ่น  FLORENCE DIAMONDS 1枚目

แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมอันมีเสน่ห์ในเมืองฟลอเรนซ์

หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้
No.1

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น CAPTAIN COOK AUTOMATIC

นาฬิกาข้อมือ รุ่น  CAPTAIN COOK AUTOMATIC รูป 1
อ้างอิง:rado.com
ราคาอ้างอิง
69,600 บาท
ราคาอ้างอิง
69,600 บาท

ดีไซน์คลาสสิก ฟังก์ชันการใช้งานทันสมัย ทนต่อการเกิดรอย

หนึ่งในรุ่นที่ประสบความสำเร็จที่สุดของแบรนด์ สาเหตุมาจากวัสดุพิเศษที่แบรนด์คิดค้นขึ้นและนำมาใช้กับรุ่นนี้นั่นก็คือ High-Tech Ceramic ที่ทนต่อการเกิดรอยขีดข่วน โดยกลไกของรุ่นนี้เป็นแบบอัตโนมัติสามารถสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง และยังกันน้ำได้ลึก 300 เมตร นอกจากนี้ในส่วนของดีไซน์ยังผสมผสานทั้งความคลาสสิกและทันสมัยในเรือนเดียวกัน ทำให้เหมาะกับผู้ชายทุกช่วงวัย กรอบมีทั้งหมด 6 สีให้เลือกและเปลี่ยนสายได้ เลือกแบบได้ตามสไตล์ที่คุณชื่นชอบค่ะ

การจัดอันดับสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
No.2

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น THE ORIGINAL AUTOMATIC

ราคาอ้างอิง
25,600 บาท

ตัวเรือนรูปทรงไข่ วัสดุแข็งแรงไม่เกิดรอย มีหลายสีให้เลือก

ถือเป็นรุ่นแรกที่ทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง เนื่องจากนวัตกรรมวัสดุที่ทนต่อการเกิดรอยได้เริ่มใช้กับรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก และประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากหลังจากการเปิดตัว ปัจจุบันแบรนด์ได้ปรับปรุงดีไซน์เพื่อให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีหลายโมเดลให้เลือก โดยโมเดลที่เราเลือกมาแนะนำมีตัวเรือนสีเงินล้วน ทำจากโลหะและสเตนเลสสตีลให้ลุคที่เรียบง่าย อีกทั้งยังใช้กลไกอัตโนมัติที่สำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง จึงไม่ต้องกังวลแม้ไม่ได้สวมติดต่อกันหลายวันค่ะ

No.3

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE AUTOMATIC

ราคาอ้างอิง
57,100 บาท

เข้ากับการแต่งตัวแบบ Casual เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน

ด้วยดีไซน์ที่แปลกตาและดูโมเดิร์นจึงทำให้รุ่นนี้เป็นที่นิยม อีกทั้งยังมีการใช้วัสดุ High-Tech Ceramic ที่ขึ้นชื่อของแบรนด์ในเรื่องผิวสัมผัส ความทนทาน และความสบายในยามสวมใส่ โดยโมเดลที่เราเลือกมาแนะนำเป็นโมเดลที่มีตัวเรือน สาย และหน้าปัดสีดำ แต่เนื่องจากเป็นเซรามิกเคลือบจึงทำให้ดูเงางาม ส่วนมาร์กเกอร์ เข็มนาฬิกา และรายละเอียดอื่น ๆ ที่ปรากฎบนหน้าปัดเป็นสีชมพูสวยสดใส เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย สำหรับสวมใส่ในชีวิตประจำวันค่ะ

No.4

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE SQUARE AUTOMATIC OPEN HEART

ราคาอ้างอิง
82,800 บาท

เผยให้เห็นกลไกการทำงานภายในที่แสนซับซ้อนและมีเสน่ห์

ออกแบบมาเอาใจคนที่หลงใหลในกลไกการทำงานของนาฬิกาที่มีความซับซ้อนและดูมีเสน่ห์ เพราะรุ่นนี้ออกแบบให้คุณสามารถมองเห็นกลไกการทำงานผ่านหน้าปัดได้ ผสมผสานกับดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสของตัวเรือนยิ่งทำให้ดูแตกต่างและง่ายต่อการจดจำ อีกทั้งยังใช้วัสดุที่เรียกว่า Plasma High-Tech Ceramic ที่มีผิวสวยงามมันวาว และทนทาน นอกจากนี้ยังมีโมเดลสีดำ และสีขาวให้เลือกด้วย เหมาะกับคนที่มองหานาฬิกาที่ให้ความเป็นทางการที่มีลูกเล่นพิเศษค่ะ

No.5

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE THINLINE LES COULEURS™ LE CORBUSIER PALE SIENNA 32123

ราคาอ้างอิง
66,300 บาท

ใส่สบาย มีสีสันแบบพิเศษจากนักสถาปัตยกรรมระดับตำนาน

พิเศษสุด ๆ สำหรับรุ่น True Thinline Le Corbusier ที่แบรนด์ได้เลือกสีทั้งหมด 9 สีจากพาเลทสี Architectural Polychromy System ที่คิดค้นโดยนักสถาปัตยกรรมชื่อ Le Corbusier จะเห็นได้จากการตั้งชื่อรุ่นตามชื่อของเขา โดยในส่วนของดีไซน์ยังคงใช้แบบดังเดิมของ True Thinline ต่างกันที่การใช้สีแบบโมโนโทนหรือแบบสีล้วน ทำให้ดูสวยสะดุดตา อีกทั้งยังมีตัวเรือนที่บาง ช่วยให้สวมใส่สบาย เหมาะกับคนที่ชื่นชอบนาฬิกาสีสันสดใสเป็นอย่างมากค่ะ

No.6

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น CENTRIX DIAMONDS

ราคาอ้างอิง
50,000 บาท

หนึ่งในคอลเลกชันที่มีดีไซน์หลากหลายที่สุด พร้อมวัสดุคุณภาพ

ถึงแม้จะมีรูปทรงที่เรียบง่ายไม่หวือหวา แต่ก็ไม่สามารถหยุดยั้งความนิยมของรุ่นนี้ได้เลย เพราะนี่ถือเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขายดีของแบรนด์ สาเหตุของความนิยมมาจากการมีโมเดลหลากหลายให้เลือกทั้งในด้านสีสันและดีไซน์ อีกทั้งยังเลือกได้ว่าต้องการกลไกควอตซ์หรืออัตโนมัติ และที่สำคัญคือการใช้วัสดุอันแสนทนทานอย่าง High-Tech Ceramic และคริสตัล Sapphire ช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลในเรื่องของการดูแลรักษามากนัก ดังนั้น หากคุณสนใจรุ่นนี้ก็ลองหาดูแบบที่เข้ากับคุณได้เลยค่ะ

No.7

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น COUPOLE CLASSIC AUTOMATIC

ราคาอ้างอิง
42,800 บาท

รูปทรงคลาสสิก มาคู่กับกระจกคริสตัล Sapphire ที่ทนทาน

รุ่นนี้ถือเป็นการผสมผสานกันระหว่างดีไซน์สุดคลาสสิกและคริสตัล Sapphire คุณภาพเยี่ยม เกิดรอยยาก และลดการสะท้อนแสงช่วยให้อ่านเวลาง่าย แต่ละโมเดลจะมีดีเทลที่ต่างกันออกไป อีกทั้งยังมีสายให้เลือกสองชนิดหลักคือ สายหนังและสายโลหะ ยังไม่นับรวมในส่วนของสีสันและลวดลายต่าง ๆ ของสายด้วย ส่วนรุ่น Classic Automatic ที่เราเลือกมาแนะนำนี้ถือว่ามีความเรียบง่าย โดยมีตัวเรือนสีทองแดงและสายหนังสีดำ เป็นสไตล์ Unisex และสวมใส่ได้ในหลายโอกาสค่ะ

No.8

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น HYPERCHROME CHRONOGRAPH

นาฬิกาข้อมือ รุ่น  HYPERCHROME CHRONOGRAPH รูป 1
อ้างอิง:rado.com
ราคาอ้างอิง
53,500 บาท

รูปลักษณ์เป็นทางการ แต่เข้ากับการแต่งตัวหลากหลายสไตล์

หากคุณเป็นคนที่ชอบนาฬิกาที่มีดีไซน์เท่และดูเป็นทางการ รุ่น HyperChrome Chronograph คือ รุ่นที่จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการของคุณได้ ด้วยระบบทำงานแบบ Chronograph จึงมีหน้าปัดที่สามารถบอกเวลาได้อย่างละเอียดและจับเวลาได้ด้วย ส่วนกลไกเป็นแบบควอตซ์ ข้อดีคือคุณไม่ต้องสวมใส่ตลอดเวลาเพื่อให้นาฬิกาทำงาน แต่จะต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่เมื่อพลังงานหมด นอกจากนี้ หน้าปัดยังมีหลายสีให้เลือก เหมาะกับผู้ชายและเข้ากับการแต่งตัวได้หลายสไตล์ค่ะ

No.9

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น INTEGRAL DIAMONDS

นาฬิกาข้อมือ รุ่น  INTEGRAL DIAMONDS รูป 1
อ้างอิง:rado.com
ราคาอ้างอิง
82,000 บาท

ดีไซน์โมเดล เหมาะกับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ใช้ได้ในหลายโอกาส

เอาใจคนรักนาฬิการูปทรงทันสมัย เราขอแนะนำรุ่น Integral นาฬิการูปทรงสี่เหลี่ยมสุดโมเดิร์น ทำจาก High-Tech Ceramic และสเตนเลสสตีลจึงมีน้ำหนักเบาและทนทาน อีกทั้งยังให้ลุคที่สวยแวววาว โดยแต่ละโมเดลจะมี 2 ไซซ์ คือไซซ์ใหญ่ขนาด 31.0 x 41.1 มม. เหมาะกับผู้ชาย ไซซ์เล็กขนาด 22.7 x 33.1 มม. เหมาะกับผู้หญิง ส่วนตัวเรือนจะเป็นสีดำแต่คุณสามารถเลือกสีของขอบได้มีทั้งสีทอง สีเงินและสี Rose Gold สามารถเลือกได้ตามสไตล์ที่ชื่นชอบเลยค่ะ

No.10

RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น FLORENCE DIAMONDS

ราคาอ้างอิง
29,500 บาท

แรงบันดาลใจมาจากสถาปัตยกรรมอันมีเสน่ห์ในเมืองฟลอเรนซ์

คอลเลกชัน Rado Florence ได้รับแรงบันดาลใจมาจากหอคอยและโดมที่ตั้งอยู่ในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี และเป็นที่มาของชื่อคอลเลกชันนี้ด้วย สำหรับรุ่น Florence Diamonds ที่เราเลือกมาแนะนำจะเป็นสี Two Tone ที่ตัวเรือนและสายเป็นสีเงินและสีทอง ส่วนหน้าปัดเป็นสีดำซึ่งการเลือกใช้หน้าปัดสีนี้มีส่วนช่วยให้เพชรทั้ง 4 เม็ดที่ประดับอยู่ดูโดดเด่นขึ้นมาได้ สาว ๆ คนไหนที่กำลังมองหานาฬิกาสำหรับใส่ในชีวิตประจำวันรุ่นนี้นับเป็นตัวเลือกที่ดีเลยทีเดียวค่ะ

เคล็ดลับดูแลความสะอาดนาฬิกาอย่างถูกวิธี

เคล็ดลับดูแลความสะอาดนาฬิกาอย่างถูกวิธี
อ้างอิง:pexels.com

หากคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่อยากจะดูแลรักษานาฬิกาคู่ใจให้อยู่กับคุณไปได้นาน ๆ วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีการดูแลนาฬิกาอย่างถูกต้อง ก่อนอื่นจะต้องเริ่มจากการตรวจสอบว่านาฬิกาของคุณผลิตจากวัสดุชนิดใด หากเป็นสเตนเลสทั้งเรือนและมีสายแบบข้อต่อ ควรทำความสะอาดด้วยวิธีการล้างน้ำและล้างด้วยสบู่อ่อน ๆ อาจจะขัดตามซอกเบา ๆ เพื่อล้างเหงื่อไคลหรือสิ่งสกปรกที่อาจจะหลุดเข้าไประหว่างการสวมใส่ 


หลังจากล้างแล้วให้ใช้ผ้าเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ แล้วเป่าให้แห้งทันทีด้วยไดร์เป่าผมโดยเลือกระดับที่ไม่ร้อนมาก เพราะความร้อนอาจจะส่งผลต่อโลหะได้ ในส่วนของสายหนังเราขอแนะนำให้นำผ้าชุบน้ำหมาด ๆ แล้วเช็ดทำความสะอาดเบา ๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะการสัมผัสความชื้นที่มากเกินไปอาจจะส่งผลให้หนังเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงค่ะ

บทส่งท้าย

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับข้อมูลดี ๆ ที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ หวังว่าจะเป็นตัวช่วยให้คุณเลือกนาฬิกา Rado ได้เป็นอย่างดี ส่วนใครที่ยังลังเลใจหรือยังหารุ่นที่ถูกใจไม่ได้เราขอแนะนำให้เข้าไปตรวจสอบในเว็บ Official ของแบรนด์จะได้ทราบรายละเอียดและหน้าตาของแต่ละคอลเลกชันว่ามีลักษณะอย่างไรและแบบไหนเหมาะกับคุณมากที่สุด


ก่อนจากกันไปในวันนี้ เราขอแนะนำข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการดูแลนาฬิกาของคุณให้เที่ยงตรงอยู่เสมอ โดยหากคุณใช้รุ่นที่มีกลไกควอตซ์ กรุณาหลีกเลี่ยงการวางนาฬิกาไว้ใกล้กับที่ที่มีแม่เหล็ก เช่น ตู้เย็น โทรทัศน์ หรือโทรศัพท์ เพราะสัญญาณแม่เหล็กเหล่านี้จะรบกวนการทำงานของนาฬิกาและมีผลต่อการบอกเวลาค่ะ เพียงหนึ่งข้อง่าย ๆ เท่านี้หากลองทำตามอาจจะช่วยให้นาฬิกาคู่ใจของคุณอยู่กับคุณไปได้อีกนานค่ะ

TOP 5 นาฬิกา Rado แนะนำ

อันดับที่ 1: RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น CAPTAIN COOK AUTOMATIC

อันดับที่ 2: RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น THE ORIGINAL AUTOMATIC

อันดับที่ 3: RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE AUTOMATIC

อันดับที่ 4: RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE SQUARE AUTOMATIC OPEN HEART

อันดับที่ 5: RADOนาฬิกาข้อมือ รุ่น TRUE THINLINE LES COULEURS™ LE CORBUSIER PALE SIENNA 32123

คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
  1. TOP
  2. นาฬิกา, เครื่องประดับ
  3. นาฬิกาแบรนด์หรู
  4. 10 อันดับ Rado รุ่นยอดนิยม ปี 2023 แบรนด์หรู ดีไซน์ไม่เหมือนใคร

บทความยอดนิยม

ค้นหาตามหมวดหมู่