




เมมโมรี่การ์ด (Memory Card) นับว่าเป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ ในวงการสื่อและเทคโนโลยี ซึ่งนอกจากจะใช้เก็บบันทึกข้อมูล รูปภาพและวิดีโอแล้ว เมมโมรี่การ์ดบางรุ่นยังสามารถเสริมประสิทธิภาพการทำงานของแอปพลิเคชันและถ่ายโอนข้อมูลได้อีกด้วย โดยปัจจุบันเมมโมรี่การ์ดมีทั้งหมด 4 ชนิด ได้แก่ Micro SD Card, SD Card, CF Card และ Wi-Fi Card
สำหรับประเภทที่มีการใช้งานกันอย่างแพร่หลาย คือ Micro SD Card และ SD Card แต่ในบทความนี้ เราจะมาพูดถึง Micro SD Card รุ่น Class 10 ที่ได้รับความนิยมในการใช้งานสูง และจะพาทุกคนไปเรียนรู้วิธีการเลือกพร้อมคำแนะนำจากช่างกล้องอาชีพโดยเฉพาะ นอกจากนี้ เรายังมีแนะนำ 10 อันดับ Micro SD Card Class 10 จากแบรนด์ดัง SanDisk, Lexar, Kingston, Samsung ให้ได้เลือกซื้อกันอีกด้วยค่ะ
Top 5 Micro SD Card Class 10 ยอดนิยม
SanDisk

รับ-ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ใช้งานได้หลากหลาย ทนทาน ราคาสุดคุ้ม
SanDisk

เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด ใช้ในงานถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอก็ทำได้ดี
Lexar

มีความจุให้เลือกหลากหลาย สเปกคุ้มค่าเกินราคา รับประกัน 10 ปี

คุณแก้วเป็นช่างภาพมืออาชีพที่มีประสบการณ์ด้านการถ่ายภาพหลากหลายแนว เช่น Fashion, Architecture, Automobile และ Product Still Life มานานกว่า 10 ปี โดยหลังจากกระแสสมาร์ตโฟนถ่ายภาพเริ่มได้รับความนิยม คุณแก้วจึงศึกษาการถ่ายด้วยสมาร์ตโฟนอย่างจริงจัง และก่อตั้ง Mobile Photographer เพื่อถ่ายทอดความรู้ เทคนิค และอัปเดตเทคโนโลยีกล้องสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์เสริมอย่างสม่ำเสมอ ปัจจุบันทำงานร่วมกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Samsung, OPPO, VIVO, HUAWEI และ Realme ผ่านการรีวิวสมาร์ตโฟนกว่า 50 รุ่น พร้อมทั้งจัด Workshop และ Present สินค้าร่วมกับแบรนด์ต่าง ๆ นอกจากนี้ คุณแก้วยังเปิด Photography Course และบรรยายในมหาวิทยาลัยชั้นนำหลายแห่ง ตั้งแต่ปี 2023 จนถึงปัจจุบัน โดยดำรงตำแหน่งอาจารย์พิเศษประจำคณะดิจิทัลอาร์ต มหาวิทยาลัยศรีปทุม และเป็น Lecturer สอนการตลาดในหลักสูตรถ่ายภาพเบื้องต้นด้วยสมาร์ตโฟนที่อีกมหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยใช้พื้นฐานด้านนิเทศศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต ผสมผสานกับประสบการณ์จริง เพื่อแนะนำการเลือกอุปกรณ์ เทคนิคการถ่ายภาพ และแนวโน้มเทคโนโลยีได้อย่างแม่นยำ

คุณพิมพ์เป็นนักเขียนที่สนใจเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะโน้ตบุ๊ก PC สมาร์ตโฟน อุปกรณ์เสริมต่าง ๆ และวงการเกม ด้วยนิสัยที่ชอบศึกษาข้อมูลเชิงลึกก่อนเสมอ ทำให้มีประสบการณ์ในการเลือกซื้อและเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ได้สินค้าที่คุ้มค่าและตรงกับความต้องการ นอกจากนี้ ด้วยพื้นฐานด้านการเงินและการบริหารธุรกิจระหว่างประเทศกับประสบการณ์การทำงานด้านการประสานงานในบริษัทค้าปลีก ทำให้มีความเข้าใจเกี่ยวกับกลยุทธ์การตลาด การเลือกซื้อสินค้า และแนวโน้มของผลิตภัณฑ์ในตลาดไอที ปัจจุบันคุณพิมพ์นำความรู้เหล่านี้มาถ่ายทอดผ่านบทความวิธีการเลือกสินค้า เพื่อช่วยให้ผู้อ่านเลือกซื้ออุปกรณ์เทคโนโลยีได้อย่างชาญฉลาด โดยนอกจากสายไอทีแล้ว ยังสนใจเรื่องรองเท้า โดยเฉพาะรองเท้าสายลำลองและรองเท้ากีฬา ซึ่งคุณพิมพ์ให้ความสำคัญกับการออกแบบ ความสบาย และวัสดุที่ใช้ ทำให้แนะนำรองเท้าที่เหมาะกับการใช้งานได้อย่างแม่นยำ โดยมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดข้อมูลที่เป็นประโยชน์ผ่านวิธีการเลือกสินค้า เปรียบเทียบฟีเจอร์ จุดเด่น และข้อควรพิจารณา เพื่อช่วยให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ครบถ้วนและเลือกซื้อสินค้าที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของตนเอง
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
แม้รายละเอียดเกี่ยวกับ Micro SD Card จะดูเยอะ แต่ก็ไม่ได้เลือกยากอย่างที่คิด เพียงลองศึกษาวิธีการเลือกด้านล่างนี้เป็นแนวทาง รับรองว่า คุณจะเลือก Micro SD Card Class 10 มาใช้งานได้ง่ายมากขึ้นอย่างแน่นอน
ปัจจุบันความจุของ Micro SD Card Class 10 ที่หลายยี่ห้อนิยมผลิตนั้นมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 2 GB ไปจนถึง 2 TB กันเลยทีเดียวค่ะ ซึ่งความจุเหล่านี้จะปรากฏบนตัวผลิตภัณฑ์ 2 ตำแหน่ง โดยตำแหน่งแรกจะเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษระบุชนิดของ Micro SD Card ส่วนตำแหน่งที่สองจะเป็นตัวเลขแสดงความจุ
ซึ่งในการเลือกว่าจะใช้ความจุเท่าไรนั้น แนะนำให้พิจารณาว่าลักษณะการใช้งาน ถ้าซื้อมาใช้กับการทำงานเล็ก ระดับ 16GB - 32GB ก็เพียงพอ แต่ถ้าต้องการถ่ายภาพนิ่ง ควรเลือกที่ 64GB ขึ้นไป และสำหรับงานวิดีโอหรือสายคอนเท็นต์ ก็จำเป็นต้องใช้ความจุที่มากกว่าโดยอาจเลือกที่ 64GB - 256 GB ขึ้นกับความละเอียดของตัวงานค่ะ
ระดับความเร็วในการอ่าน - เขียนและถ่ายโอนข้อมูลการ์ดนับว่าเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงประสิทธิภาพการทำงานของ Micro SD Card เลยก็ว่าได้ ดังนั้น การที่ Micro SD Card ที่มีความจุเท่ากันแต่ราคากลับต่างกันก็เป็นเพราะความเร็วและประสิทธิภาพการทำงานที่ไม่เท่ากันนั่นเองค่ะ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากเราต้องการใช้กับมือถือ Class 10 ก็อาจจะเพียงพอแล้ว แต่ถ้าเกิดว่าต้องการทำงานกับแอปพลิเคชันต่าง ๆ ด้วยก็อาจเลือกฟีเจอร์เสริมอย่าง Application Performance Class 2 แต่ถ้าใครทำงานวิดีโอระดับสูง ควรเลือกเป็น Card UHS และ UHS Bus Speed เพื่อให้ถ่ายโอนข้อมูลได้ไวขึ้นค่ะ
ความละเอียดของวิดีโอในปัจจุบันมีตั้งแต่ HD ไปจนถึง 8K ซึ่งอุปกรณ์แต่ละชนิดจะมีความสามารถในการใช้งานที่แตกต่างกัน เช่นเดียวกับ Micro SD Card ที่มีการแบ่ง Class ตามความละเอียดของวิดีโอที่เรียกว่า Video Speed Class หรือระดับความเร็วในการเขียนข้อมูลไฟล์วิดีโอ โดยมีทั้งหมด 5 Class คือ V6 / V10 / V30 / V60 / V90 ซึ่งสำหรับคนที่ต้องการถ่ายวิดีโอแบบ 4K 60fps นั้น ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า Micro SD Card ระดับ V60 ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว แต่ให้เอาส่วนต่างไปเพิ่มกับความจุแทนจะดีกว่าค่ะ
นอกจากจะพิจารณาลักษณะการใช้งานแล้ว เรายังต้องคำนึงถึงระยะเวลา, ความถี่ในการใช้งาน, สภาพแวดล้อม และคุณภาพของผลงานที่ต้องการร่วมด้วย ซึ่งอุปกรณ์ยอดนิยมที่มักจะนำมาใช้ร่วมกับ Micro SD Card นั้น ได้แก่
ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำเพิ่มเติมว่า อยากให้สังเกตเครื่องหมาย UHS V30/V60 ไว้ด้วยเพราะจะเป็นการแสดงถึงความเร็วในการเขียน ทำให้เราโหลดหรือส่งไฟล์ได้เร็วกว่าเดิมไม่ต้องรอนานค่ะ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | SanDisk Micro SD Card Class 10 รุ่น Extreme PRO | ![]() | รับ-ส่งข้อมูลได้รวดเร็ว ใช้งานได้หลากหลาย ทนทาน ราคาสุดคุ้ม | |
2 | SanDisk Micro SD Card Class 10 รุ่น Extreme® microSDXC™ | ![]() | เล่นเกมลื่นไหลไม่มีสะดุด ใช้ในงานถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอก็ทำได้ดี | |
3 | Lexar Micro SD Card Class 10 รุ่น Professional 1066x | ![]() | มีความจุให้เลือกหลากหลาย สเปกคุ้มค่าเกินราคา รับประกัน 10 ปี | |
4 | SanDisk Extreme Pro microSDXC 256GB A2 | ![]() | ความจุเยอะ ใช้งานได้หนักหน่วง สมบุกสมบัน เหมาะกับมืออาชีพ | |
5 | Kioxia Micro SD Card Class 10 รุ่น EXCERIA | ![]() | เน้นความทนทานและคุ้มค่า เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องยาวนาน | |
6 | Lexar Micro SD Card Class 10 รุ่น Professional 2000x | ![]() | รองรับวิดีโอ 4K/120fps ได้สบาย ใช้ในงานโปรดักชันระดับโปร | |
7 | SanDisk Micro SD Card Class 10 รุ่น High Endurance | ![]() | ใช้งานได้นาน 20,000 ชม. เหมาะสำหรับกล้องวงจรปิดและติดรถ | |
8 | Lexar Micro SD Card Class 10 รุ่น High-Performance 633x | ![]() | เหมาะกับใช้งานทั่วไป ราคาไม่แพง ใช้ได้ทั้งกล้องและสมาร์ตโฟน | |
9 | SanDisk Micro SD Card Class 10 รุ่น Ultra® | ![]() | ราคาสุดประหยัด ได้ความจุถึง 32GB เหมาะกับการใช้งานทั่วไป | |
10 | Kingston Micro SD Card Class 10 รุ่น Canvas Select Plus | ![]() | แบรนด์ในตำนาน ใช้งานได้อเนกประสงค์ ทั้งบันทึกภาพและวิดีโอ |
สำหรับ Micro SD Card ที่ราคาไม่เกิน 1,000 บาท แต่ได้ทั้งความจุและความเร็วที่เพียงพอต่อการใช้งานครอบคลุม ทั้งการใช้งานกับกล้องหรือสมาร์ตโฟนนั้น SanDisk Extreme Pro 128 GB ถูกจัดให้เป็นอันดับ 1 เลยค่ะ เพราะด้วยราคาที่ไม่สูง แต่ได้ความจุสูงสุด 128GB สามารถเขียนและอ่านข้อมูลได้รวดเร็ว เพียงพอต่อการใช้งานหนัก ๆ จะถ่ายวิดีโอ 4K 60fps หรือถ่ายภาพต่อเนื่องที่ความละเอียดสูงก็ไม่มีปัญหา และสำหรับใครที่นำไปใช้งานกับมือถือตัวนี้ก็ตอบโจทย์อย่างมาก เพราะว่าจัดอยู่ใน Class A2 นอกจากนี้ ยังทนทานต่อสภาพอากาศและการใช้งานที่หนักหน่วงได้เป็นอย่างดีค่ะ
เอาใจคนสาวกเกมเมอร์ Console และ Smartphone กันบ้างค่ะ กับ SanDisk Extreme Gaming 128GB A2 ซึ่งสิ่งที่ทำให้ถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 2 ก็คือสเปกที่ถึงแม้จะถูกออกแบบมาเพื่อการเล่นเกม แต่ยังสามารถนำไปใช้งานในด้านอื่นได้ครบถ้วนไม่แพ้รุ่น Extreme Pro ไม่ว่าจะเป็นการอ่านไฟล์ที่ความเร็วสูงสุด 160MB/s และการเขียนไฟล์ที่ความเร็ว 90MB/s ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานทั้งถ่าย Video 4K ถ่ายภาพความละเอียดสูงแบบต่อเนื่อง และยังได้ความจุถึง 128GB ซึ่งถูกกว่ารุ่น Pro อยู่พอสมควร ซึ่งหากใครไม่ได้นำไปใช้ในสภาวะสมบุกสมบันสุดขั้วมากนัก แค่ตัวนี้ก็ถือว่าเพียงพอแล้วค่ะ
สำหรับคนที่ทำงานในสาย Production ทั้งการถ่ายภาพและวิดีโอ การเลือก SD Card ที่มีคุณภาพสูงและมีความจุเยอะ นับว่าช่วยให้การทำงานนั้นราบรื่นและสะดวกมากยิ่งขึ้นจริง ๆ ค่ะ และนั่นจึงทำให้ SD Card ตัวนี้เข้ามาติดอันดับที่ 3 เพราะถึงแม้จะมีราคาสูงกว่าอันดับที่ 1 และ 2 แต่ว่าประสิทธิภาพนั้นเกินตัวเอามาก ๆ ด้วยความเร็วในการอ่านไฟล์สูงสุดที่ 160MB/S และการเขียนไฟล์ที่ความเร็วสูงสุด 120MB/S ทั้งยังรองรับวิดีโอ 4K 60fps ได้แบบสบาย ๆ นอกจากนั้นยังสามารถทำงานในสภาวะสุดขั้วได้ยอดเยี่ยมด้วย มาพร้อมการรับประกันยาวนานสูงสุด 10 ปี เรียกได้ว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนมาก ๆ ค่ะ
อีกหนึ่งใน SD Card สำหรับการใช้งานของมืออาชีพสายคอนเทนต์โดยเฉพาะ รุ่นนี้มาพร้อมกับเทคโนโลยีความเร็วในการถ่ายโอนข้อมูลขั้นสูง UHS Speed Class 3 และ Video Speed Class V30 ที่สามารถถ่ายภาพและวิดีโอที่ความละเอียดสูงถึงระดับ 4K ทั้งยังทนทานต่อสภาพอากาศและแรงกระแทก ใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ได้หลายชนิดทั้งสมาร์ตโฟน, แท็บเล็ต, Action Camera และโดรน โดยรุ่นนี้เป็นที่นิยมใช้ค่อนข้างแพร่หลาย เพราะสเปกความเร็วในการเขียนและอ่านข้อมูลนั้นเท่ากันกับรุ่น Extreme Pro ที่ได้อันดับ 1 เลยทีเดียว เพียงแต่จะอัปเกรดความจุที่มากกว่าคือ 256 GB และตามมาด้วยราคาที่สูงกว่าเช่นกันค่ะ
Kioxia อาจจะเป็นชื่อแบรนด์ที่ไม่ได้คุ้นหูของคนส่วนใหญ่มากนัก แต่ก็มีเทคโนโลยีล้ำไม่แพ้ใครเช่นเดียวกันค่ะ โดย SD Card ตัวนี้จะเน้นไปที่ความคุ้มค่า ด้วยความจุที่ให้มาถึง 256 GB ในราคาเพียง 1,000 ต้น ๆ เท่านั้น และถึงแม้ความเร็วในการอ่านไฟล์จะไม่ได้มาก อยู่ที่ 100MB/S แต่ความทนทานในการงานถือว่าโดดเด่นมาก สามารถรับแรงกระแทกจากการตกได้สูง 5 เมตร ทำงานได้แม้อุณหภูมิติดลบ และยังสามารถที่จะกันน้ำกันฝุ่นได้ที่ IPX7 เหมาะสำหรับการใช้งานกับกล้องวงจรปิด หรืออุปกรณ์ที่ต้องใช้งานกลางแจ้งโดยที่เปิดทิ้งไว้ตลอดเวลาค่ะ
เรียกได้ว่าเป็น Micro SD Card รุ่น Flagship ของทางแบรนด์ Lexar เลยก็ว่าได้ค่ะ ซึ่ง Lexar 128GB SDXC Professional 2000x รุ่นนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพในการอ่านไฟล์ที่ความเร็ว 300 MB/s และความเร็วในการเขียนไฟล์อยู่ที่ 260 MB/s และยังมี Video Speed Class V90 ซึ่งสามารถรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ Frame Rate สูงกว่า 120fps ได้สบาย ๆ ส่วนการถ่ายภาพนั้นก็ใช้งานกับกล้องรุ่นโปรได้อย่างไม่มีปัญหา ถือว่าเป็น SD Card ที่มีความเฉพาะทางในการใช้งานค่อนข้างสูง เหมาะกับงาน Production ที่มีขนาดใหญ่ เพราะว่ามีความจุมาให้ถึง 128 GB เลยค่ะ
Micro SD Card สำหรับการบันทึกวิดีโออย่างต่อเนื่องนี้ เป็นที่นิยมอย่างมากในการใช้งานกับอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างเช่นกล้องวงจรผิด หรือกล้องติดรถยนต์ โดยสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นานกว่า 20,000 ชั่วโมง แถมตัวนี้ยังใช้เทคโนโลยี UHS Speed Class 3 ร่วมกับ Bus Speed-I ที่ทำให้การบันทึกวิดีโอต่อเนื่องและเขียนไฟล์วนซ้ำเดิมได้ตลอดอายุการใช้งาน ไฟล์วิดีโอจะมีความละเอียดตั้งแต่ Full HD ไปจนถึง 4K เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีความทนทานสูงเป็นพิเศษต่อสภาพอากาศ แรงกระแทก และสามารถกันน้ำได้อีกด้วยค่ะ
เป็น Micro SD Card รุ่นสุดคุ้มจากทาง Lexar เลยก็ว่าได้ค่ะ เพราะด้วยราคาที่ไม่สูงมาก แต่ได้ความจุที่ค่อนข้างเยอะ แถมยังมาพร้อมกับความเร็วในการอ่านไฟล์อยู่ที่ 100MB/S และความเร็วในการเขียนไฟล์อยู่ที่ 45MB/S เหมาะสำหรับการใช้งานทั่วไปในหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานร่วมกับมือถือหรือใช้กับกล้องถ่ายภาพที่เน้นถ่ายภาพนิ่ง และหากเป็นงานวิดีโอจะเหมาะกับ Full HD 60fps มากกว่า แต่หากเป็นงานถ่ายวิดีโอที่ความละเอียดระดับสูงอย่าง 4K ที่ Frame Rate สูง ๆ จะยังไม่ลื่นไหลเท่าที่ควร เนื่องจากความเร็วในการเขียนไฟล์ที่ให้มาไม่สูงพอนั่นเองค่ะ
สำหรับคนงบน้อยและมองหา Micro SD Card ที่เน้นความจุในการเก็บไฟล์มากกว่าเขียนไฟล์ SanDisk MicroSDHD Ultra ถือเป็น Series ที่เหมาะมากค่ะ ด้วยทั้งราคาสุดคุ้มค่า ที่เมื่อเทียบกับความจุ 32GB แล้ว ตัวนี้มีราคาหลักร้อนเท่านั้นเอง ซึ่งต่อให้เราจะเลือกซื้อความจุที่สูงมากขึ้นกว่านี้ ในซีรีส์ เดียวกัน ก็จะยังมีราคาที่ถูกกว่าซีรีส์อื่น ๆ มากอยู่ดีค่ะ ในส่วนของตัว ประสิทธิภาพของการ์ดถือว่าใช้งานทั่วไปได้ดี อ่านไฟล์ได้ที่ความเร็ว 100MB/S สามารถเปิดงานไฟล์ได้อย่างลื่นไหล แต่ถ้าจะต้องมีการโอนไฟล์ต่างๆ ก็จะต้องเผื่อเวลาไว้พอสมควรค่ะ
หลาย ๆ คนเคยรู้จักแบรนด์ Kingston กันมาบ้างแล้ว เพราะว่าในยุคที่ Flash Drive หรือ Thumb Drive เฟื่องฟูมาก ๆ Kingston เป็นผู้ผลิตรายใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลกเลยล่ะค่ะ และแน่นอนว่าก็ยังเป็นผู้ผลิต SD Card ด้วย ซึ่งสำหรับรุ่น Canvas Select Plus เป็นรุ่นคุ้มค่าจากทางแบรนด์ Kingston ที่จะให้ความเร็วในการอ่านไฟล์ที่ 100MB/S และ ความเร็วในการเขียนไฟล์ ที่ 10MB/S ซึ่งถือว่าเหมาะกับการใช้งานอเนกประสงค์ ทั้งใช้กับสมาร์ตโฟนและกล้องถ่ายภาพ ทั้งยังรองรับการถ่ายวิดีโอ 4K ที่ 60fps ได้ด้วยค่ะ
มือใหม่ที่พึ่งเข้าวงการไอทีก็อาจจะมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Micro SD Card Class 10 อยู่ ทั้งในเรื่องของการใช้งานและคุณสมบัติต่าง ๆ ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันค่ะ

จุดที่เด่นชัดมาก ๆ ในเรื่องของความต่างคือ SD Bus Mode ที่ทาง Micro SD Card Class 4 จะมีความเร็วที่ Normal Speed เท่านั้นหรือไม่เกิน 4mb/s รองรับการเขียนอ่านไฟล์ขนาดเล็ก ๆ ทั่วไปและการบันทึก Video ความละเอียด HD ถึง Full HD ซึ่งอาจจะใช้บันทึกภาพนิ่งความละเอียดสูงได้ แต่ไม่สามารถจะถ่าย Continuous Shot เพราะที่ความเร็ว 4mb/s ถือว่าช้ามาก ๆ กับลักษณะการใช้งานในปัจจุบันที่ทุกอย่างมีขนาดไฟล์ที่ใหญ่มากขึ้น
ในขณะเดียวกัน Micro SD Card Class 10 นั้นจะมีความเร็วขั้นต่ำอยู่ที่ 10mb/s และมี SD Bus Mode อยู่ที่ High Speed ซึ่งเหมาะสมกับการใช้งานมากกว่าหลายเท่าตัวครับ

A1 หรือ App Performance Level 1 คือ มาตรฐานความเร็วในการใช้งาน Application เพื่อระบุว่าการ์ดที่ผ่านมาตรฐานนี้สามารถติดตั้งแอปลงในการ์ดและใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการ์ดที่ผ่านมาตรฐาน A1 จะต้องมีความสามารถขั้นต่ำดังนี้
ในปัจจุบันการ์ดที่มีคุณสมบัตินี้ มาราคาถูกลงมากว่าแต่ก่อนมากทีเดียว ข้อเสียคงไม่มีอะไรนอกจากว่า การ์ดที่ได้ App Performance ปัจจุบันมี A2 แล้ว ซึ่งราคาก็ไม่ได้ต่างกันมาก ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกซื้อรุ่นที่เทคโนโลยีอัปเดตล่าสุดจะคุ้มค่ากว่าในระยะยาวครับ
หลังจากที่เราได้รู้จักวิธีการเลือก Micro SD Card Class 10 และสินค้าทั้ง 10 อันดับกันไปแล้ว ทุกคนคงจะสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองกันได้มากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ แต่ปัจจัยในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ใดก็ตาม ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่สเปกสินค้าเพียงอย่างเดียว คุณยังต้องคำนึงถึงอายุการใช้งาน, ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของแหล่งซื้อ-ขาย ที่สำคัญ ยังต้องเหมาะสมกับงบประมาณที่มีด้วยนะคะ
อันดับที่ 1: SanDisk|Micro SD Card Class 10 รุ่น Extreme PRO
อันดับที่ 2: SanDisk|Micro SD Card Class 10 รุ่น Extreme® microSDXC™
อันดับที่ 3: Lexar|Micro SD Card Class 10 รุ่น Professional 1066x
อันดับที่ 4: SanDisk|Extreme Pro microSDXC 256GB A2
อันดับที่ 5: Kioxia| Micro SD Card Class 10 รุ่น EXCERIA
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































