




หนังแนวสืบสวน เป็นหนังประเภทหนึ่งในอุตสาหกรรมหนังที่ใครหลายคนให้ความสนใจ และถ้าสังเกตให้ดีเราก็มักจะพบองค์ประกอบของหนังสืบสวนในภาพยนตร์หลาย ๆ เรื่องเป็นปกติ เนื่องจากมีพล็อตเรื่องที่น่าสนใจ โดยมักจะมีจุดเริ่มต้นมาจากความขัดแย้ง หรือปริศนาสำคัญบางอย่างภายในเนื้อเรื่องที่รอคอยให้ตัวละครไปไขความจริง และเป็นส่วนสำคัญในการสร้างความน่าตื่นเต้นและน่าติดตามของหนังประเภทนี้นั่นเอง
และในบทความนี้ เราก็จะมาแบ่งปันรายชื่อหนังแนวสืบสวนทั้งเก่าและใหม่ที่น่าสนใจกัน 20 เรื่อง ที่กำลังออกฉายบนสตรีมมิ่งยอดนิยมอย่าง Netflix โดยเราได้รวบรวมเอาไว้ทั้งหนังสืบสวนจากเอเชีย ยุโรป อินเดีย และสหรัฐอเมริกา ถ้าหากคุณชอบหนังประเภทนี้และกำลังหาหนังดูฆ่าเวลาก็อย่ารอช้าครับ ไปดูกันเลยดีกว่าว่ามีเรื่องไหนเข้าตาบ้าง
Top 5 หนังแนวสืบสวน Netflix ยอดนิยม
Atresmedia Cine

คำแก้ต่างของนักธุรกิจหนุ่มดาวรุ่ง ผู้ถูกจับข้อหาฆาตกรรมชู้รัก
Warner Bros.

การไขคดีฆาตกรรมจากศาสตร์มืด ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์
BA Entertainment

หลังพี่ชายที่หายตัวไปกลับมาบ้าน เขาก็เริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ
Warner Bros.

เชอร์ล็อค โฮล์มส์ กับการยับยั้งแผนการร้ายของศัตรูตัวฉกาจ

คุณโฟโต้กำลังศึกษาอยู่คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชนที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ด้วยความที่สายวิชาเรียนมีความเกี่ยวข้องกับสื่อสารมวลชน จึงคอยพัฒนาตนเองด้วยการค้นคว้าข้อมูลและรับข่าวสารใหม่ ๆ รวมทั้งติดตามกระแสสังคมและสื่อบันเทิงต่าง ๆ อยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นวงการภาพยนตร์ แอนิเมชัน กีฬา ดนตรี รวมไปถึงวงการเกมด้วยเช่นกัน งานอดิเรกของคุณโฟโต้คือการดูภาพยนตร์และซีรีส์ทั้งของไทยและต่างประเทศ ซึ่งโดยปกติแล้วจะดูหนังหรือซีรีส์เกือบทุกวัน แม้ช่วงเปิดเรียนก็จะหาเวลาดูหนังผ่อนคลายอย่างน้อย 1 - 2 เรื่องต่อสัปดาห์ สำหรับประเภทหนังที่ชื่นชอบเป็นพิเศษจะเป็นแนวแอ็กชันและแนวสืบสวน
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | Atresmedia Cine หนังแนวสืบสวน The Invisible Guest แขกไม่ได้รับเชิญ | ![]() | คำแก้ต่างของนักธุรกิจหนุ่มดาวรุ่ง ผู้ถูกจับข้อหาฆาตกรรมชู้รัก | |
2 | Warner Bros. หนังแนวสืบสวน Sherlock Holmes เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก | ![]() | การไขคดีฆาตกรรมจากศาสตร์มืด ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ | |
3 | BA Entertainment หนังแนวสืบสวน Forgotten ความทรงจำพิศวง | ![]() | หลังพี่ชายที่หายตัวไปกลับมาบ้าน เขาก็เริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ | |
4 | Warner Bros. หนังแนวสืบสวน Sherlock Holmes: A Game of Shadows เชอร์ล็อค โฮล์มส์: เกมพญายมเงามรณะ | ![]() | เชอร์ล็อค โฮล์มส์ กับการยับยั้งแผนการร้ายของศัตรูตัวฉกาจ | |
5 | Twentieth Century Fox หนังแนวสืบสวน Gone Girl เล่นซ่อนหาย | ![]() | ในวันครบรอบแต่งงาน ผู้เป็นภรรยาได้หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา | |
6 | Sidus, CJ Entertainment หนังแนวสืบสวน Memories of Murder ฆาตกรรม ความตาย และสายฝน | ![]() | การไขคดีฆาตกรรมต่อเนื่องสะเทือนขวัญในยุคที่วิทยาการล้าหลัง | |
7 | Alcon Entertainment, Madhouse Entertainment หนังแนวสืบสวน Prisoners คู่เดือดเชือดปมดิบ | ![]() | เมื่อคดีลักพาตัวลูกสาวถึงทางตัน คนเป็นพ่อจึงสืบหาด้วยตัวเอง | |
8 | Paramount Pictures หนังแนวสืบสวน Shutter Island: เกาะนรกซ่อนทมิฬ | ![]() | การสืบหานักโทษที่หายตัวไป บนเกาะคุมขังนักโทษกลางทะเล | |
9 | Atresmedia Cine หนังแนวสืบสวน Mirage ภาพลวงตา | ![]() | การพบกันของคนสองคน แล้วนำมาซึ่งอนาคตที่เปลี่ยนแปลงไป | |
10 | Junglee Pictures, Vishal Bhardwaj Pictures หนังแนวสืบสวน Talvar ใครฆ่า | ![]() | เมื่อคู่สามีภรรยาต้องตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมลูกสาว |
เมื่อ เอเดรียน นักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่มีชื่อเสียงถูกจับกุมในข้อหาฆาตกรรมหญิงชู้รัก ลอร่า ในห้องปิดตายที่โรงแรมอันห่างไกล ทำให้ผู้ต้องสงสัยเพียงคนเดียวก็คือเขาหลังจากไม่มีหลักฐานอื่นที่สามารถระบุคนตัวร้ายได้ เขาจึงต้องสู้คดีเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ด้วยการเชิญเวอร์จิเนีย ทนายฝีมือฉกาจผู้ไม่เคยแพ้คดีใดมาช่วยเตรียมตัวก่อนขึ้นให้การในชั้นศาล และช่วยเขาหาคำแก้ต่างที่น่าเชื่อถือ เวอร์จิเนียจึงต้องพูดคุยกับเอเดรียนถึงที่มาที่ไปของเหตุการณ์ดังกล่าว เพื่อหาช่องโหว่และแรงจูงใจเบื้องหลังของฆาตกร
แต่เมื่อเธอยิ่งไล่ต้อนให้เอเดรียนพูดความจริงมากเท่าไร ความเลวร้ายที่ซุกซ่อนอยู่ก็ยิ่งถูกเผยออกมา ซึ่งการดำเนินเรื่องของหนังคือ การตัดสลับภาพในอดีตของเหตุการณ์การฆาตกรรม จากปากคำและบทสนทนาของผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ทำให้ผู้ชมต้องปะติดปะต่อเรื่องราว และไขปริศนาจนถึงบทสรุปของเรื่องครับ
โฮล์มส์และหมอวัตสัน สองคู่หูนักสืบสวนสอบสวน ที่เข้าไปช่วยเหยื่อคนล่าสุดในคดีฆาตกรรมต่อเนื่องเอาไว้ได้ทันเวลา โดยเป็นคดีที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมลึกลับ และทำให้ตัวการหลักอย่าง ลอร์ดแบล็กวูด ถูกจับกุมและตัดสินแขวนคอประหาร แต่ลอร์ดแบล็กวูดคนนี้ก็ดูเหมือนจะไม่ใช่คนธรรมดา และมีมนตร์ดำปริศนาบางอย่างที่ทำให้ฟื้นขึ้นมาจากความตายได้ และการคืนชีพของเขาได้สร้างความหวาดหวั่นให้กับเมืองลอนดอนและสกอตแลนด์ยาร์ด เนื่องจากเขาได้สานต่อแผนการอันชั่วร้ายที่วางเอาไว้ทันที
ทำให้โฮล์มส์ต้องตามสืบหาความจริงว่าแบล็กวูดฟื้นคืนชีพได้อย่างไร และเขากำลังวางแผนร้ายแรงอะไรอยู่ ซึ่งสำหรับหนังในเวอร์ชันนี้ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับนิยายเอาไว้ อีกทั้งสามารถดำเนินเรื่องได้อย่างน่าสนใจ จากการทิ้งปริศนาไว้ให้คนดูคิดตาม เป็นหนังสืบสวนที่ห้ามพลาดเลยครับ
จินซอก ตื่นขึ้นมาในรถที่กำลังมุ่งหน้าไปยังบ้านหลังใหม่ของครอบครัว อย่างไรก็ตาม เมื่อไปถึงเขากลับรู้สึกคุ้นเคยกับบ้านหลังนี้อย่างแปลกประหลาด แต่เจ้าของเดิมกลับขอไม่ให้เขาเข้าไปยุ่งกับห้องปิดตายห้องหนึ่งในบ้าน ซึ่งจินซอกแว่วเสียงประหลาดดังออกมาจากห้องนั้น ทำให้เขาเริ่มสงสัยสิ่งรอบตัว และจู่ ๆ วันหนึ่งพี่ชายของเขา ยูซอก ก็ถูกลักพาตัวหายไปนานหลายสิบวัน จนเมื่อพบตัวและกลับมาอีกครั้ง พี่ชายของเขากลับความจำเสื่อมและเริ่มมีพฤติกรรมแปลก ๆ เหมือนเปลี่ยนเป็นคนละคน
อีกทั้งหลังจากเขาบอกแม่เรื่องพี่ชายที่แปลกไป แม่ของเขาก็เริ่มทำตัวน่าสงสัยไปอีกคน โดยหนังจะค่อย ๆ เพิ่มปมปริศนาขึ้นเรื่อย ๆ จากบรรยากาศที่ดูผิดปกติและไม่ชอบมาพากลรอบตัวของจินซอก อีกทั้งมีการผสมแนวดราม่าและมีจุดหักมุมหลาย ๆ จุดที่ทำให้คาดเดาได้ยากครับ
หลังจากสืบสวนคดีของลอร์ดแบล็วูดในภาคแรก โฮล์มส์และหมอวัตสันต้องกลับมาไขคดีอีกครั้งกับเหตุฆาตกรรมโดยนักฆ่าอาชีพที่มีฝีมือ ซึ่งมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับศาสตราจารย์มอริอาร์ตี้ ที่ปรึกษาด้านอาชญากรรม โดยจดหมายที่เขาฉวยมาได้จากแอดเลอร์มีเบาะแสที่พาไปยังสโมสรแห่งหนึ่ง ที่ซึ่งเขาพาคู่หูอย่างหมอวัตสันไปเลี้ยงฉลองสละโสด และตามหาเบาะแสไปจนเจอกับซิมซา หมอดูไพ่ยิปซี เจ้าของจดหมาย และคนที่เขียนมาหาเธอก็คือพี่ชายที่หายตัวไป
อย่างไรก็ตาม นักฆ่ามืออาชีพก็ได้โผล่มาเพื่อฆ่าปิดปากซิมซา เธอจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่อาจช่วยเปิดโปงแผนการของมอริอาร์ตี้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป โดยหนังยังคงทิ้งปมปริศนาให้ผู้ชมติดตามแบบหนังภาคแรก โดยมีเทคนิคการถ่ายทำภาพ และเสียงประกอบ ที่ช่วยให้ลุ้นตื่นเต้นมากกว่าเดิมครับ
เรื่องราวของคู่แต่งงาน นิกและเอมี่ ดันน์ ที่ย้ายออกจากนิวยอร์กมาอยู่มิสซูรี เนื่องจากตกงานในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ แต่เมื่อเวลาผ่านไปชีวิตคู่ที่เคยเต็มไปด้วยความสุขของพวกเขาก็ค่อย ๆ เปลี่ยนไปท่ามกลางสังคมและสิ่งแวดล้อมใหม่จนเกิดเป็นความเบื่อหน่ายและเหินห่าง แต่แล้วในวันครบรอบแต่งงานปีที่ 5 เอมี่ก็หายตัวไปอย่างเป็นปริศนา และเมื่อตำรวจเข้ามาสืบสวนเบาะแสต่าง ๆ ก็บ่งชี้ไปที่นิกผู้เป็นสามีว่าดูน่าสงสัยมากที่สุด อีกทั้งพฤติกรรมของเขาก็ชวนให้ผู้คนสงสัยว่าเขาอาจเป็นผู้ร้ายในคดีนี้
โดยคดีการหายตัวไปของเอมี่ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ที่อยู่ในความสนใจของมวลชน ทำให้เกิดการสืบสวนเพื่อหาความจริงของเรื่องราวปริศนาในครั้งนี้ ซึ่งหนังเล่าเรื่องด้วยการสลับเหตุการณ์ในอดีตกับปัจจุบันด้วยการสลับในจังหวะที่เหมาะสม ทำให้หนังมีความเข้มข้นและดำเนินเรื่องได้อย่างรวดเร็วจนลุ้นตามครับ
Memories of Murder เป็นหนังที่มีเค้าโครงมาจากเหตุการณ์จริงของคดีฆาตกรรมต่อเนื่องฮวาซองในประเทศเกาหลีใต้ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 1986 ถึง 1991 ซึ่งมีผู้เคราะห์ร้ายมากกว่าสิบราย โดยหนังจะพาผู้ชมย้อนอดีตไปในช่วงเวลาดังกล่าว ณ เมืองชนบทแห่งหนึ่ง ที่จู่ ๆ ก็เริ่มพบศพผู้หญิงถูกข่มขืนและฆาตกรรมในลักษณะเดียวกัน แต่การสืบสวนก็เต็มไปด้วยความยากลำบาก เมื่อนายตำรวจท้องถิ่นนั้นไร้ประสบการณ์และมุ่งแต่ใช้กำลังเพื่อบังคับให้ผู้ต้องสงสัยสารภาพ ทำให้มีนายตำรวจจากกรุงโซลถูกส่งมาช่วยเหลือพวกเขา
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดทางเทคโนโลยีพิสูจน์หลักฐานในสมัยนั้น ยังคงล้าหลังและเป็นอุปสรรคที่ทำให้คดียิ่งล่าช้า จนพวกเขาเริ่มรู้สึกสิ้นหวังในการสืบสวนคดีนี้ โดยเป็นหนึ่งในผลงานระดับตำนานจาก บุงจุนโฮ ด้วยการเล่าเรื่องที่เข้าใจง่าย มีหลากหลายอารมณ์ และแฝงไปด้วยประเด็นต่าง ๆ ในสังคมครับ
เรื่องราวของสองครอบครัวที่กำลังเผชิญหน้ากับการหายไปตัวของลูกสาว หลังจากที่ลูกสาวของทั้งสองบ้านได้หายตัวไปในงานเฉลิมฉลองเทศกาลในวันหยุด โดยที่ทั้งสองครอบครัวได้ใช้เวลาตามหาแต่ก็ไม่พบจึงทำการแจ้งตำรวจ ซึ่ง นักสืบโลกิ ผู้ดูแลคดีนี้ได้เบาะแสพบว่ามีการพบเห็นเด็กทั้งสองครั้งสุดท้ายใกล้กับรถบ้านเก่า ๆ คันหนึ่งบนถนนเส้นเดียวกับทางไปบ้านของครอบครัว ทำให้ อเล็กซ์ โจนส์ ที่เป็นคนขับรถคันนั้นตกเป็นผู้ต้องสงสัย ทว่าตำรวจจำเป็นต้องปล่อยตัวเขาไปหลังจากมีหลักฐานไม่เพียงพอที่จะจับกุม
อย่างไรก็ตาม เคลเลอร์ พ่อของเด็กคนหนึ่งผิดหวังกับตำรวจอย่างรุนแรง เนื่องจากเขาเชื่อว่าอเล็กซ์เป็นคนลักพาตัวเด็กไป เขาจึงเริ่มหาสืบความจริงด้วยวิธีการของตนเองที่ไม่สนทั้งศีลธรรมหรือกฎหมาย ทำให้เป็นหนังสืบสวนที่มีบรรยากาศกดดันและตึงเครียด จากปริศนาต่าง ๆ และการถ่ายอารมณ์ของนักแสดงครับ
เท็ดดี้ แดเนียลและคู่หูตำรวจ ชัค ได้รับมอบหมายให้สืบหานักโทษรายหนึ่งที่หายตัวไปบนเกาะกลางทะเล อันเป็นสถานที่บำบัดและกักขังนักโทษที่มีปัญหาทางจิต แต่เมื่อไปถึงทั้งคู่กลับพบว่านักโทษที่ควรมี 66 คน กลับมีคนที่ 67 เพิ่มเข้ามาอย่างเป็นปริศนา อีกทั้งหมอชีแฮนที่รักษา เรเชล นักโทษที่หายไป ก็หายตัวไปด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ ในขณะที่เท็ดดี้สืบหาเบาะแสไปเรื่อย ๆ เขาก็รู้สึกว่าเจ้าหน้าที่บนเกาะมีท่าทางไม่ชอบมาพากลและอาจกำลังร่วมมือกันปิดบังบางอย่าง ที่อาจเกี่ยวข้องกับความลับของเกาะแห่งนี้ที่ถูกซ่อนไว้
โดยเป็นหนังสืบสวนที่มีความระทึกขวัญจากผลงานการกำกับของ มาร์ติน สกอร์เซซี่ ที่วางพล็อตเรื่องได้อย่างน่าสนใจ มีรายละเอียดและปริศนาต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงต่อกันให้คิดตาม อีกทั้งการแสดงของ ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ ก็มีความเป็นธรรมชาติ จนทำให้ผู้ชมรู้สึกถึงบรรยากาศอันคลุมเครือและกดดันครับ
ในวันที่เกิดพายุไฟฟ้าเมื่อปี 1989 เด็กชายนิโกเผอิญเห็นเหตุฆาตกรรมของเพื่อนบ้าน และระหว่างการหลบหนีจากฆาตกรนิโกก็ถูกรถชนเสียชีวิต ซึ่ง 25 ปีต่อมาครอบครัวของเบรา สามี และลูกสาวได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านที่นิโกเคยอาศัยอยู่ และเบราบังเอิญพบเทปเก่า ๆ ในห้องเก็บของ ที่เมื่อลองเปิดดู เธอก็พบกับนิโกในช่วงเวลาก่อนที่เขาจะตาย ทำให้เธอเผอิญช่วยชีวิตนิโกจากเหตุฆาตกรรมได้ อย่างไรก็ตาม วันถัดมา เบราพบว่าเธอตื่นขึ้นมาในโลกคู่ขนานที่เธอกลายเป็นหมอ และสามีไม่ได้แต่งกับเธอแต่เขาแต่งงานกับแฟนเก่า
อีกทั้งลูกสาวของเธอไม่มีตัวตนอีกต่อไป เบราจึงต้องสืบหาความจริงที่เกิดขึ้นเพื่อพยายามเอาลูกสาวเธอกลับมา โดยเป็นหนังจากประเทศสเปนที่เนื้อเรื่องมีการผูกปมปริศนาที่ซับซ้อนจากประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมิติของเวลา ที่เหตุการณ์ในอดีตจะส่งผลต่อปัจจุบัน ทำให้น่าตื่นเต้นและคาดเดาตอนจบได้ยากครับ
Talvar เป็นหนังอินเดียที่มีเค้าโครงมาจากคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นจริงในประเทศอินเดียเมื่อปี 2008 ที่เรื่องราวเริ่มต้นมาจากการพบศพของ Shruti Tandon เด็กสาววัย 14 ในบ้านของเธอ โดยผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยรายแรกคือ Khempal คนรับใช้ของครอบครัวที่หายตัวไป แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็พบศพของเขาบนระเบียงภายในบ้าน และเมื่อตำรวจสืบสวน Kanhaiya ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของ Khempal ก็ได้พบกับเบาะแสที่อ้างว่าผู้ตายทั้งสองอาจลักลอบมีความสัมพันธ์กัน แต่ถูกพบเข้าโดยพ่อและแม่ของเด็กสาว
ทำให้ผู้ต้องสงสัยกลายเป็นพ่อและแม่ที่อาจไม่เห็นชอบความสัมพันธ์ของลูกสาว จนเกิดเป็นเหตุการณ์การสืบสวนคดีฆาตกรรมที่มีหลายหน่วยงานเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ซึ่งนอกเรื่องราวการสืบสวนแล้ว หนังยังสะท้อนระบบการทำงานของตำรวจในประเทศอินเดียที่มีความหละหลวมครับ
ในวันเกิดปีที่ 16 ของ เอโนลา โฮล์มส์ น้องสาวคนเล็กในตระกูลโฮล์มส์อันโด่งดัง ได้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นเมื่อแม่ของเธอหายตัวไปอย่างปริศนา และด้วยความที่เอโนลากับแม่สนิทกันมาก เธอจึงเริ่มหาเบาะแสจากคำใบ้ต่าง ๆ ด้วยความรู้ตามที่แม่สอน แต่เอโนลาก็ไม่เคยจากบ้านไปไหนไกลมาก่อน นี่จึงเป็นการเผชิญหน้ากับโลกภายนอกด้วยตัวคนเดียวครั้งแรกของเธอ ที่ระหว่างการตามหาเบาะแสไปลอนดอน เธอก็เผอิญเข้าไปพัวพันกับคดีไล่ล่าขุนนางหนุ่มที่จะเป็นหนึ่งในฐานเสียงปฏิรูปสังคมการเมืองครั้งสำคัญ
โดยหนังสร้างจากนิยายดัดแปลงของจักรวาลโฮล์มส์ กับเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนในประเด็นขับเคลื่อนทางการเมือง และสภาพสังคมของอังกฤษสมัยก่อน ที่ดำเนินเรื่องแบบแนวการผจญภัย ทำให้เต็มไปด้วยบรรยากาศสนุกสนานและเป็นมิตร จึงมีพล็อตเรื่องที่เข้าใจง่ายสามารถดูได้แบบเพลิน ๆ ครับ
ศาสตราจารย์ แลงดอน ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่ประเทศอิตาลี พร้อมกับความทรงจำที่ขาดหายไป เขาจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา แล้วทำไมจึงได้รับบาดเจ็บจนต้องเข้าโรงพยาบาล แต่เมื่อได้สติไม่ทันไรเขาก็ต้องหนีจากนักฆ่าที่แฝงตัวเป็นตำรวจ โดยมีแพทย์หญิงบรู๊คให้ความช่วยเหลือพาเขาหลบหนี แต่ไม่ช้าแลงดอนก็ได้พบกับเบาะแสจากวัตถุปริศนาที่อยู่ในสัมภาระของเขา ซึ่งเป็นแผนภาพชนิดหนึ่งที่จะนำไปสู่การยับยั้งการปล่อยเชื้อโรคร้ายแรงที่อาจคร่าชีวิตประชากรโลกไปกว่าครึ่ง
แลงดอนจึงต้องหลบหนีจากนักฆ่าขององค์กรและไขปริศนาไปพร้อม ๆ กัน ซึ่ง Inferno เป็นหนังแฟรนไชส์จากนิยายสืบสวนแนวระทึกขวัญ ที่ในภาคนี้ ยังคงดำเนินเรื่องการสืบสวน ด้วยวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของยุโรปตะวันตก ที่ทำให้เนื้อหาและฉากต่าง ๆ มีความน่าสนใจและน่าติดตามครับ
ขณะที่กำลังเดินทางไกล ครอบครัวของเรย์ได้หยุดรถที่จุดแวะพักแห่งหนึ่ง แต่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้นเมื่อลูกสาวของเรย์พลัดตกจากที่สูง ทำให้แขนเธอหักและเรย์ที่เข้าไปช่วยลูกก็บาดเจ็บ ทั้งครอบครัวจึงต้องพากันไปที่โรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา ซึ่งเรย์นั่งรอภรรยากับลูกสาวอยู่ข้างนอกห้องในระหว่างที่หมอนำพวกเขาไปทำซีทีแสกน แต่เขาเผลอหลับและตื่นมาพบว่าภรรยาและลูกสาวของเขาหายตัวไป และเมื่อไปถามกับเจ้าหน้าที่ พวกเขากลับบอกว่าไม่มีชื่อลูกสาวเข้ารับการรักษาและเรย์มาที่นี่เพียงคนเดียว
อย่างไรก็ตาม เรย์เชื่อว่าโรงพยาบาลแห่งนี้กำลังปกปิดความจริง เนื่องจากเจ้าหน้าที่แต่ละคนดูไม่ชอบมาพากลและเหมือนปิดบังอย่างเอาไว้ โดยเป็นหนังสืบสวนที่เล่นเรื่องราวจิตวิทยากับคนดูให้สับสนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องจริง หรือเกิดการจากที่เรย์ได้รับกระทบกระเทือนทางสมองจากอุบัติเหตุครับ
ชิมด็อกซู เป็นเจ้าของห้องเช่าอพาร์ตเมนต์เก่าในเมืองแห่งหนึ่ง ที่มีนิสัยฉุนเฉียวเจ้าอารมณ์และมักจะตามทวงหนี้จากลูกบ้านที่ค้างค่าเช่าอยู่เป็นประจำ โดยชีวิตของเขาวนเวียนเช่นนั้นอยู่ตลอดเวลา แต่แล้วก็เกิดเหตุที่ผู้เช่ารายหนึ่งฆ่าตัวตายในห้องเช่า และคดีเหมือนจะสรุปว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการพบศพชายสูงวัยที่สะพานในเมือง ทำให้อดีตตำรวจผู้เป็นเพื่อนเก่าของลูกบ้านที่เสียชีวิตสังเกตสิ่งผิดปกติได้ ว่านี้อาจเป็นเหตุการณ์การฆาตกรรมแบบเดียวกับเมื่อ 30 ปีก่อนที่คนร้ายยังลอยนวลอยู่
ผู้สูงวัยเจ้าของอพาร์ตเมนต์และอดีตตำรวจทั้งสองคนจึงสวมบทบาทนักสืบจำเป็นเพื่อตามหาเบาะแสของคนร้ายในครั้งนี้ โดยเป็นหนังสืบสวนที่มีความลุ้นระทึกจากการดำเนินเรื่องที่ไต่ระดับความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งมีเรื่องราวการหักมุมและความตลกจากสองตัวละคร ที่ทำให้หนังน่าติดตามตลอดทั้งเรื่องครับ
เนื่องจากอาการหวาดระแวงในที่ที่คนพลุกพล่าน ทำให้ แอนนา นักจิตวิทยาเด็กต้องอาศัยอยู่ในบ้านเพียงลำพัง เพื่อพบกับจิตแพทย์และทานยาตามอาการป่วย ซึ่งเธออาศัยอยู่อย่างนี้มานานหลายเดือน โดยแยกตัวจากสามีและลูกสาว แต่แล้ววันหนึ่งครอบครัวรัสเซลได้ย้ายมาอยู่ฝั่งตรงข้ามบ้านของเธอ และด้วยความอยากรู้อยากเห็น แอนนาจึงคอยสอดส่องแอบดูความเป็นไปและได้มีโอกาสพูดคุยกับ อาลิสแตร์ ลูกชายจากบ้านหลังนั้น พร้อมกับ เจน ผู้เป็นแม่ ที่ทั้งคู่ดูเหมือนกำลังมีปัญหาครอบครัวบางอย่าง
อย่างไรก็ตาม ในคืนหนึ่งแอนนาได้เห็นเจนถูกฆ่าในบ้าน แต่ทว่าตำรวจกลับไม่พบหลักฐานใด ๆ อีกทั้งเจนก็ยังไม่ตายและยืนยันกับตำรวจว่าเธอไม่เคยพบกับแอนนามาก่อน จึงเป็นอีกหนึ่งหนังสืบสวนที่เล่นกับเรื่องราวจิตวิทยา ว่าแท้จริงแล้วการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริง หรือเป็นเพียงแค่อาการประสาทหลอนของแอนนา
เจสัน บอร์น เป็นหนังแฟรนไชส์สายลับที่เปิดตัวเมื่อปี 2002 ในชื่อ The Bourne Identity ที่ว่าด้วยเรื่องราวของอดีตสายลับซีไอเอที่สูญเสียความทรงจำและต้องล่าหาความจริง ส่วนภาคปี 2016 นี้ถือเป็นภาคที่ 5 ที่ถึงแม้ว่าพล็อตของแต่ละภาคจะแตกต่างกัน แต่การดูตามลำดับของภาคสามารถช่วยให้เข้าใจความเป็นมาของตัวละครนี้ได้มากขึ้น ซึ่งในภาคนี้ เจสัน บอร์น ยังคงตามหาความจริงเกี่ยวกับอดีตของเขา และสาเหตุว่าทำไมเขาถึงเข้าร่วมโครงการลับของซีไอเอที่เป็นต้นเหตุให้เขาเสียความทรงจำ
ซึ่งฉากการไล่ล่า และฉากการชิงไหวพริบระหว่างเจสัน บอร์นกับผู้ไล่ล่ายังคงความเร้าใจตามแบบฉบับหนังแอ็กชันสายลับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องหรือฉากแอ็กชันต่าง ๆ ยังไม่โดดเด่นเท่ากับหนังภาคก่อน ๆ แต่โดยรวมแล้วยังคงเป็นหนังที่สามารถสร้างเพลิดเพลินให้กับผู้ชมได้ครับ
Lost Girls เป็นหนังอีกหนึ่งเรื่องที่เค้าโครงได้รับแรงบันดาลใจมาจากเหตุการณ์จริง โดยเป็นคดีฆาตกรรมหญิงขายบริการในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในหนังเล่าเรื่องราวผ่านครอบครัวกิลเบิร์ตที่มีฐานะค่อนข้างยากจน และ มารี แม่ของพวกเขาได้รับโทรศัพท์จาก แชนนอน ลูกสาวคนโตว่าจะกลับบ้าน แต่เธอก็ไม่กลับมา อีกทั้งยังติดต่อไม่ได้ มารีจึงเข้าแจ้งความกับตำรวจ แต่ตำรวจก็ไม่ใส่ใจเท่าที่ควร เพราะแชนนอนเป็นหญิงขายบริการ ทำให้มารีต้องเริ่มต้นสืบหาลูกสาวที่หายไปของเธอด้วยตนเอง
แต่แล้วไม่นานตำรวจกลับพบศพของหญิงบริการจำนวนมากที่หายตัวไปโดยบังเอิญ และทำให้คดีกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาในสังคม ซึ่งหนังมีปมปริศนามากมายที่ชวนให้ผู้ชมสงสัย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องราวของความสัมพันธ์ในครอบครัวกิลเบิร์ต หรือการทำงานของตำรวจที่เพิกเฉยต่อคดีครับ
เมื่อภัณฑารักษ์ผู้ดูแลพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ ฌาคส์ โซนิแยร์ ถูกฆ่าอย่างเป็นปริศนาในพิพิธภัณฑ์ ที่สภาพศพถูกจัดวางเลียนแบบภาพมนุษย์วิทรูเวียนแมน ซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานที่มีชื่อเสียงของดา วินชี อีกทั้งศพยังถูกตีตราด้วยสัญลักษณ์ประหลาด ทำให้ทางตำรวจฝรั่งเศสขอให้นักถอดรหัสผู้มีพรสวรรค์และเป็นหลานสาวของผู้ตายอย่าง โซฟี เนอเวอ มาช่วยถอดรหัสในที่เกิดเหตุ และโซฟีก็ได้ติดต่อหาศาสตราจารย์แลงดอน ผู้เชี่ยวชาญด้านศาสนวิทยาสัญลักษณ์ เพื่อขอความช่วยเหลือในการถอดรหัสและตามล่าฆาตกร
แต่เมื่อทั้งคู่ไขปริศนาไปเรื่อย ๆ ก็บังเอิญค้นพบว่าเรื่องราวฆาตกรรมในครั้งนี้ มีส่วนเชื่อมโยงกับสมาคมลับทางศาสนาที่ปกปิดความลับอันดำมืดเอาไว้ ทำให้เป็นหนังที่นำเรื่องราวทางศาสนาและประวัติศาสตร์มาผสมผสานได้อย่างลงตัว และเนื่องจากตัวเอกต้องแข่งกับเวลา หนังจึงมีความน่าตื่นเต้นลุ้นระทึกครับ
โจ เบย์เลอร์ อดีตตำรวจที่ย้ายเข้ามาทำงานในตำแหน่งเจ้าหน้าที่ประจำสายด่วนฉุกเฉิน 911 ด้วยเหตุบางอย่าง ซึ่งวันหนึ่งในขณะที่เขาต้องเข้ากะอยู่คนเดียว โจได้รับสายขอความช่วยเหลืออยู่เรื่อย ๆ ที่ส่วนใหญ่เป็นเหตุการณ์ธรรมดาทั่วไปที่เขาต้องกลายเป็นสนามรองรับอารมณ์ให้กับผู้แจ้งเหตุ แต่แล้วเขาก็ได้รับสายจากผู้หญิงคนหนึ่งที่โทรมาแจ้งเหตุว่าตัวเธอกำลังถูกลักพาตัว โจจึงต้องอาศัยข้อมูลจากการบอกเล่าของผู้หญิงคนนั้นในการช่วยเหลือเธอ รวมไปถึงช่วยเหลือลูก ๆ ของเธอที่ถูกทิ้งไว้ที่บ้าน
แต่เมื่อเวลาผ่านไปความผิดปกติของคดีลักพาตัวในครั้งนี้ก็ค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งหนังเป็นการดำเนินเรื่องผ่านตำรวจประจำสายที่อยู่ในห้องทำงานเป็นหลัก ทำให้ผู้ชมต้องอยู่ในสถานการณ์เช่นเดียวกันกับโจ คือการที่ต้องวิเคราะห์และสืบสวนทุกอย่างผ่านการคุยโทรศัพท์เท่านั้นครับ
หนังสืบสวนปนคอมเมดี้จากประเทศโปแลนด์ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ แมดจา หญิงวัยกลางคนที่ยอมลาออกจากงาน เพื่อมาเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว โดยเธออาศัยอยู่ในชุมชนเมืองเล็ก ๆ แห่งหนึ่งและดำเนินชีวิตแม่บ้านที่แสนเรียบง่ายจนน่าเบื่อนี้มาหลายปี จนกระทั่งเย็นวันหนึ่งเธอได้พบศพของหญิงสาวในสวนสาธารณะโดยบังเอิญ ทำให้เธอกลายเป็นพยานสำคัญในคดีนี้ แต่ด้วยความที่แมดจาเป็นแฟนหนังสือสืบสวนสอบสวนตัวยง เธอจึงร่วมมือกับเพื่อนเก่าที่เป็นตำรวจในการสืบหาความจริงของคดีฆาตกรรมครั้งนี้
หนังมีความแปลกใหม่และน่าสนใจจากการนำตัวละครหญิงสาวแม่บ้านเข้าสู่การสืบสวนสอบสวน อีกทั้งการแสดงของนักแสดงหลักและการผูกปมตั้งแต่ต้นเรื่องยังทำให้หนังน่าติดตามมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การดำเนินเรื่องยังของหนังยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร และยังขาดความสมเหตุสมผลในบางจุดครับ
หนังประเภทสืบสวนสอบสวนมักจะเล่าเรื่องราวของการต่อสู้เพื่อความถูกต้อง หรือการความจริงท่ามกลางความยากลำบาก แต่ในขณะเดียวกันก็อาจเป็นภาพสะท้อนของโลกแห่งความเป็นจริงที่แสดงให้เห็นถึงความล้มเหลวของกระบวนการยุติธรรม ที่ผู้คนถูกบีบคั้นให้ต้องหาความถูกต้องด้วยตัวเอง ซึ่งจุดนี้ก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างของหนังแนวสืบสวน อย่างไรก็ตาม อย่าลืมใช้วิจารณญาณในการรับชมกันด้วยนะครับ
อันดับที่ 1: Atresmedia Cine|หนังแนวสืบสวน The Invisible Guest แขกไม่ได้รับเชิญ
อันดับที่ 2: Warner Bros.|หนังแนวสืบสวน Sherlock Holmes เชอร์ล็อค โฮล์มส์ ดับแผนพิฆาตโลก
อันดับที่ 3: BA Entertainment|หนังแนวสืบสวน Forgotten ความทรงจำพิศวง
อันดับที่ 4: Warner Bros.|หนังแนวสืบสวน Sherlock Holmes: A Game of Shadows เชอร์ล็อค โฮล์มส์: เกมพญายมเงามรณะ
อันดับที่ 5: Twentieth Century Fox |หนังแนวสืบสวน Gone Girl เล่นซ่อนหาย
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































