




ในยุคที่มลภาวะทางอากาศเป็นปัญหาใหญ่ที่หลายคนต้องเผชิญ เครื่องฟอกอากาศ Philips จึงกลายเป็นตัวช่วยสำคัญในการปรับคุณภาพอากาศให้สะอาดยิ่งขึ้น โดยมีเทคโนโลยีกรองอากาศขั้นสูงที่สามารถดักจับฝุ่น PM2.5 สารก่อภูมิแพ้ ไวรัส แบคทีเรีย และกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่บริสุทธิ์และปลอดภัยในทุก ๆ วัน
บทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกเครื่องฟอกอากาศ Philips ให้เหมาะกับความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศเพื่อจัดการกับ PM2.5 และสารก่อภูมิแพ้ หรือผู้ที่ต้องการเครื่องฟอกอากาศช่วยดักจับกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในบ้าน นอกจากนี้ ยังมี 10 เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่นยอดนิยม เสียงเบา ไม่รบกวนแม้ขณะหลับ มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 เครื่องฟอกอากาศ Philips ยอดนิยม
Philips

รองรับห้องนอนใหญ่ ไส้กรอง 3 ชั้น มี NanoProtect HEPA
Philips

เครื่องกรองอากาศขนาดกะทัดรัด กรองฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กได้ดี

คุณน้อยเป็นนักเขียนที่มีความหลงใหลในเรื่องสกินแคร์และเครื่องสำอาง เพราะเชื่อว่าการดูแลผิวเป็นการลงทุนให้กับตัวเองในระยะยาว ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงมีโอกาสได้ใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางหลากหลายประเภท ตั้งแต่เซรั่มบำรุงผิว ครีมกันแดด รองพื้น ไปจนถึงลิปสติกและเมคอัพต่าง ๆ ทำให้เข้าใจถึงคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์ และสามารถเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียได้อย่างตรงจุด โดยนอกจากสกินแคร์และเครื่องสำอางแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องหนีบผม ไดร์เป่าผม เตารีดไอน้ำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องฟอกอากาศ ไปจนถึงอุปกรณ์ในครัวอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน ไมโครเวฟ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณน้อยให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย ทุกบทความที่เขียนจะผ่านการค้นคว้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้ดีที่สุด
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เพื่อให้ได้เครื่องฟอกอากาศ Philips ที่มีคุณภาพและเหมาะกับการใช้งานมากที่สุด จำเป็นต้องพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ ของเครื่องฟอกอากาศ Philips ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ โดยสามารถเลือกได้จากวิธีการดังต่อไปนี้
เครื่องฟอกอากาศ Philips แต่ละรุ่นอาจใช้ชนิดแผ่นกรองที่แตกต่างกัน เพื่อประสิทธิภาพการกรองอากาศสูงสุดในแต่ละด้าน โดยสามารถพิจารณาเลือกให้เหมาะสมกับความต้องการใช้งานได้ ดังนี้
สำหรับผู้ที่ต้องการจัดการกับสิ่งแปลกปลอมขนาดเล็ก เช่น ไวรัส แบคทีเรีย สารก่อภูมิแพ้ หรือฝุ่น PM2.5 เครื่องฟอกอากาศ Philips รุ่นที่มีแผ่นกรอง NanoProtect HEPA ถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากเป็นแผ่นกรองประสิทธิภาพสูงที่ดักจับอนุภาคขนาด 0.003 ไมครอนได้ถึง 99.97 % ซึ่งเป็นขนาดที่เล็กกว่าฝุ่น PM2.5 หลายร้อยเท่า จึงช่วยปรับคุณภาพอากาศให้สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้นในทุกสถานการณ์ โดยมีตัวอย่างรุ่นที่น่าสนใจ ดังนี้
อัตราการสร้างอากาศบริสุทธิ์ (CADR) เป็นค่าที่บ่งบอกปริมาณอากาศที่เครื่องสามารถฟอกและปล่อยออกมาได้ในหนึ่งชั่วโมง ซึ่งจะแนะนำให้เลือกค่า CADR มากกว่าปริมาตรห้อง 3 เท่า เพื่อให้เครื่องฟอกอากาศ Philips ทำงานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยสามารถพิจารณาได้ดังนี้
เพื่อให้ได้เครื่องฟอกอากาศ Philips ที่ไม่มีเสียงดังรบกวนกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ควรพิจารณาระดับเสียงการทำงานของตัวเครื่อง ให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน ดังนี้
ห้องนั่งเล่นหรือห้องทำงาน เหมาะสำหรับเครื่องฟอกอากาศ Philips ที่มีระดับเสียง 20.5 - 50 dB เป็นระดับที่พอดีสำหรับการทำงานหรือการสนทนา โดยไม่ส่งเสียงดังรบกวนมากเกินไป ซึ่งมีตัวอย่างรุ่นที่แนะนำ ได้แก่ Philips 4000i Series AC3854/25 และ PureProtect Mini 900 Series
การเลือกเครื่องฟอกอากาศ Philips ที่มีฟังก์ชันเสริมเพิ่มเติม จะช่วยเพิ่มความสะดวกและประสิทธิภาพการใช้งานได้มากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันที่ควรมองหา ได้แก่
การควบคุมผ่านแอป Philips Air+ เป็นฟีเจอร์อัจฉริยะที่ช่วยควบคุมและตรวจสอบการทำงานของเครื่องฟอกอากาศได้จากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน ทำให้ปรับการทำงานของเครื่องให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมในแต่ละวันได้อย่างสะดวก ตัวอย่าง เช่น Philips 1000i Series AC1715/21
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ชนิดของแผ่นกรอง | ความกว้าง | ความยาว | ความสูง | น้ำหนัก | ค่า CADR | กำลังไฟ | ระดับเสียงสูงสุด | เหมาะสำหรับห้องขนาด | ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ | |||||
1 | Philips เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier| AC1715/21 | ![]() | รองรับห้องนอนใหญ่ ไส้กรอง 3 ชั้น มี NanoProtect HEPA | NanoProtect HEPA | 27.3 ซม. | 27.3 ซม. | 48.6 ซม. | 4.1 กก. | 300 ลบ.ม./ชม. | 27 วัตต์ | 50 เดซิเบล | สูงสุด 78 ตร.ม. | 2 ปี | |||
2 | Philips Air Purifier 800i Series|AC0820/20 | ![]() | ดักจับอนุภาคขนาดนาโนและ PM 2.5 เสียงรบกวนเบา 35 dB | NanoProtect HEPA | 25 ซม. | 25 ซม. | 36.7 ซม. | 2.4 กก. | 190 ลบ.ม./ชม. | ไม่ระบุ | 49 เดซิเบล | สูงสุด 49 ตร.ม. | 2 ปี | |||
3 | Philips Air Purifier 600i series|AC0650/10 | ![]() | เครื่องกรองอากาศขนาดกะทัดรัด กรองฝุ่นอนุภาคขนาดเล็กได้ดี | NanoProtect HEPA | 23.7 ซม. | 24.3 ซม. | 34.1 ซม. | 2.2 กก. | 170 ลบ.ม./ชม. | 12 วัตต์ | 49 เดซิเบล | สูงสุด 44 ตร.ม. | 2 ปี | |||
4 | Philips Air Purifier 800i Series|AC0850/21 | ![]() | เซนเซอร์ AeraSense ดักฝุ่นขนาดเล็ก ควบคุมผ่านมือถือได้ | NanoProtect HEPA | 25 ซม. | 25 ซม. | 36.7 ซม. | 2.4 กก. | 190 ลบ.ม./ชม. | 20 วัตต์ | 49 เดซิเบล | สูงสุด 49 ตร.ม. | 2 ปี | |||
5 | Philips GoPure|GP5611 | ![]() | ใช้แสง UVC LED ทำลายเชื้อโรค ขจัดกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ | NanoProtect HEPA | 9 ซม. | 20.6 ซม. | 7.6 ซม. | 0.375 กก. | ไม่ระบุ | 5.5 วัตต์ | 41.8 เดซิเบล | ในรถยนต์ | 1 ปี | |||
6 | Philips GoPure|GP5211 | ![]() | มีไฟแสดงคุณภาพอากาศ ใช้เทคโนโลยีแผ่นกรอง 3 ชั้น | NanoProtect HEPA | 18 ซม. | 18 ซม. | 6.8 ซม. | 0.6 กก. | 16 ลบ.ม./ชม. | 3 วัตต์ | 55 เดซิเบล | ในรถยนต์ | 1 ปี | |||
7 | Philips GoPure|GP3211 | ![]() | วางได้หลายตำแหน่ง ประหยัดพื้นที่ มากับแผ่นกรอง 3 ชั้น | NanoProtect HEPA | 14.4 ซม. | 17.5 ซม. | 7 ซม. | 0.56 กก. | 15 ลบ.ม./ชม. | 2 วัตต์ | 52 เดซิเบล | ในรถยนต์ | 1 ปี | |||
8 | Philips Air Purifier 900 Series |AC0920/10 | ![]() | กรอง PM 2.5 กำจัดสารก่อภูมิแพ้ อ่านค่าได้จากสีและตัวเลข | NanoProtect HEPA | 24 ซม. | 23.8 ซม. | 36.4 ซม. | 2.5 กก. | 250 ลบ.ม./ชม. | 21 วัตต์ | 49.5 เดซิเบล | สูงสุด 65 ตร.ม. | 2 ปี | |||
9 | Philips Air Purifier 900 Series|AC0950/10 | ![]() | Active Carbon ช่วยดูดซับกลิ่นอับรวดเร็ว ควบคุมผ่านแอป | NanoProtect HEPA、Activated Carbon | 24 ซม. | 23.8 ซม. | 36.4 ซม. | 2.7 กก. | 250 ลบ.ม./ชม. | 23 วัตต์ | 49.5 เดซิเบล | สูงสุด 65 ตร.ม. | 2 ปี | |||
10 | Philips Air Purifier|AC3220/10 | ![]() | SilentWings เสียงเบาพิเศษ ฟอกอากาศได้เร็วด้วยพัดลมคู่ | NanoProtect HEPA | 28.5 ซม. | 28.5 ซม. | 52 ซม. | 6.2 กก. | 520 ลบ.ม./ชม. | 36 วัตต์ | 47.5 เดซิเบล | สูงสุด 135 ตร.ม. | 2 ปี | |||
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 27.3 ซม. |
| ความยาว | 27.3 ซม. |
| ความสูง | 48.6 ซม. |
| น้ำหนัก | 4.1 กก. |
| ค่า CADR | 300 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 27 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 50 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 78 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 25 ซม. |
| ความยาว | 25 ซม. |
| ความสูง | 36.7 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.4 กก. |
| ค่า CADR | 190 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | ไม่ระบุ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 49 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 49 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 23.7 ซม. |
| ความยาว | 24.3 ซม. |
| ความสูง | 34.1 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.2 กก. |
| ค่า CADR | 170 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 12 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 49 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 44 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 25 ซม. |
| ความยาว | 25 ซม. |
| ความสูง | 36.7 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.4 กก. |
| ค่า CADR | 190 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 20 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 49 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 49 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 9 ซม. |
| ความยาว | 20.6 ซม. |
| ความสูง | 7.6 ซม. |
| น้ำหนัก | 0.375 กก. |
| ค่า CADR | ไม่ระบุ |
| กำลังไฟ | 5.5 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 41.8 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | ในรถยนต์ |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 18 ซม. |
| ความยาว | 18 ซม. |
| ความสูง | 6.8 ซม. |
| น้ำหนัก | 0.6 กก. |
| ค่า CADR | 16 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 3 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 55 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | ในรถยนต์ |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 14.4 ซม. |
| ความยาว | 17.5 ซม. |
| ความสูง | 7 ซม. |
| น้ำหนัก | 0.56 กก. |
| ค่า CADR | 15 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 2 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 52 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | ในรถยนต์ |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 24 ซม. |
| ความยาว | 23.8 ซม. |
| ความสูง | 36.4 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.5 กก. |
| ค่า CADR | 250 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 21 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 49.5 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 65 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA、Activated Carbon |
|---|---|
| ความกว้าง | 24 ซม. |
| ความยาว | 23.8 ซม. |
| ความสูง | 36.4 ซม. |
| น้ำหนัก | 2.7 กก. |
| ค่า CADR | 250 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 23 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 49.5 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 65 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
| ชนิดของแผ่นกรอง | NanoProtect HEPA |
|---|---|
| ความกว้าง | 28.5 ซม. |
| ความยาว | 28.5 ซม. |
| ความสูง | 52 ซม. |
| น้ำหนัก | 6.2 กก. |
| ค่า CADR | 520 ลบ.ม./ชม. |
| กำลังไฟ | 36 วัตต์ |
| ระดับเสียงสูงสุด | 47.5 เดซิเบล |
| เหมาะสำหรับห้องขนาด | สูงสุด 135 ตร.ม. |
| ระยะเวลาการรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ไฟแสดงสถานะแผ่นกรองอัจฉริยะ | |
| รองรับการควบคุมผ่านแอป Philips Air+ |
เครื่องฟอกอากาศ Philips ไม่เปลืองไฟมาก เพราะทุกรุ่นถูกออกแบบให้ประหยัดพลังงานและมีระบบปรับการทำงานอัตโนมัติตามคุณภาพอากาศจริง ซึ่งค่าไฟเฉลี่ยต่อเดือนอาจขึ้นอยู่กับขนาดเครื่อง ระยะเวลาการใช้งาน และโหมดที่เลือกใช้ แต่โดยทั่วไปแม้ใช้งานต่อเนื่องทั้งวันก็ยังคงประหยัดค่าไฟได้มากกว่าการเปิดแอร์อยู่ดี
เครื่องฟอกอากาศไม่จำเป็นต้องเปิดตลอดเวลา แต่ในช่วงที่มีฝุ่น PM2.5 สูง จะแนะนำให้เปิดใช้งานตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างอากาศที่บริสุทธิ์อย่างต่อเนื่องและลดการสูดดมมลภาวะที่อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว
เครื่องฟอกอากาศ Philips ขึ้นไฟสีแดง หมายความว่าคุณภาพอากาศอยู่ในระดับแย่ มีฝุ่น PM2.5 หรือมลพิษในอากาศสูงจนเกินมาตรฐาน แนะนำให้เปิดเครื่องในโหมดเทอร์โบ (Turbo Mode) หรือโหมดอัตโนมัติ (Auto Mode) เพื่อเร่งการฟอกอากาศ โดยหากไฟยังคงเป็นสีแดงเป็นเวลานานต่อเนื่องควรตรวจสอบแผ่นกรอง อาจถึงเวลาทำความสะอาดหรือเปลี่ยนใหม่ เพื่อให้เครื่องทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ
อันดับที่ 1: Philips|เครื่องฟอกอากาศ Air Purifier| AC1715/21
อันดับที่ 2: Philips|Air Purifier 800i Series|AC0820/20
อันดับที่ 3: Philips |Air Purifier 600i series|AC0650/10
อันดับที่ 4: Philips|Air Purifier 800i Series|AC0850/21
อันดับที่ 5: Philips|GoPure|GP5611
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































