




Top 5 เครื่องทำความชื้น ยอดนิยม

คุณน้อยเป็นนักเขียนที่มีความหลงใหลในเรื่องสกินแคร์และเครื่องสำอาง เพราะเชื่อว่าการดูแลผิวเป็นการลงทุนให้กับตัวเองในระยะยาว ด้วยความที่เป็นคนชอบทดลองผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ จึงมีโอกาสได้ใช้สกินแคร์และเครื่องสำอางหลากหลายประเภท ตั้งแต่เซรั่มบำรุงผิว ครีมกันแดด รองพื้น ไปจนถึงลิปสติกและเมคอัพต่าง ๆ ทำให้เข้าใจถึงคุณสมบัติของแต่ละผลิตภัณฑ์ และสามารถเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสียได้อย่างตรงจุด โดยนอกจากสกินแคร์และเครื่องสำอางแล้ว ยังให้ความสำคัญกับเครื่องใช้ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ช่วยอำนวยความสะดวก เช่น เครื่องหนีบผม ไดร์เป่าผม เตารีดไอน้ำ เครื่องดูดฝุ่นไร้สาย เครื่องฟอกอากาศ ไปจนถึงอุปกรณ์ในครัวอย่างหม้อทอดไร้น้ำมัน ไมโครเวฟ ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณน้อยให้ความสำคัญกับการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจง่าย ทุกบทความที่เขียนจะผ่านการค้นคว้าอย่างละเอียด เพื่อให้ผู้อ่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับความต้องการของตนเองได้ดีที่สุด
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนของการใช้งานเครื่องทำความชื้น (Humidifier) คือในวันที่มีอากาศแห้ง หรือประสบปัญหาด้านการนอนหลับ รวมถึงปัญหาผิวแห้งกร้านขาดความชุ่มชื้น ซึ่งเครื่องทำความชื้นจะช่วยลดปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะตัวเครื่องจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยทำให้น้ำในตัวเครื่องเปลี่ยนเป็นไอน้ำระเหยออกมาส่งผลให้ในห้องมีความชุ่มชื้นมากยิ่งขึ้น หมดปัญหาเรื่องอากาศแห้ง
อีกทั้งเครื่องทำความชื้นยังช่วยทำให้หายใจสะดวกขึ้น จึงช่วยให้นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น ลดอาการนอนกรน อาการไอแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวพรรณ สามารถลดการแพร่กระจายของเชื้อโรคภายในอากาศได้บ้าง รวมถึงช่วยปรับสมดุลความชื้นในอากาศให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ไม่แห้งหรือชื้นจนเกินไป โดยปริมาณความชื้นที่เหมาะสมสำหรับมนุษย์จะอยู่ในช่วง 40 - 60 %Rh ในทางกลับกันหากเพิ่มความชื้นมากเกินไป อาจทำให้เกิดความชื้นในห้องมากเกินไปจนเกิดเป็นราหรือแบคทีเรียตามเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นผ้าหรือพรมได้ หรือหากไม่รักษาความสะอาดของแทงค์น้ำหรือเปลี่ยนน้ำบ่อย ๆ ก็จะก่อให้เกิดคราบตะไคร่น้ำได้เช่นกัน ซึ่งที่กล่าวมานี้จะส่งผลเสียต่อร่างกายหากใช้อย่างไม่ถูกวิธี
นอกจากนี้ หากอากาศค่อนข้างแห้งและมีความชื้นในอากาศต่ำกว่า 40% ก็สามารถเปิดใช้เครื่องทำความชื้นได้ตลอดทั้งคืน แต่ถ้าหากความชื้นในอากาศมีมากกว่า 60% ก็ไม่ควรเปิดใช้งานเครื่อง เพราะถ้าหากร่างกายได้รับความชื้นมากเกินไปจะทำให้ไม่สบายตัวและส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวด้วย
เคยสังเกตไหมว่าเวลานอนในห้องแอร์ตื่นขึ้นมาแล้วจะคอแห้ง ไอแห้ง ๆ แสบคอ บางคนมีอาการจามร่วมด้วย นั่นเพราะการนอนในห้องปรับอากาศที่มีความเย็นมาก ๆ จะทำให้คุณสูญเสียความชื้น ด้วยเหตุนี้เองหลายคนจึงเลือกซื้อเครื่องทำความชื้นมาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งวิธีการเลือกก็ไม่ยากเลย แค่ลองทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ในปัจจุบันไม่ได้มีเครื่องทำความชื้นมีหลักการทำงานหลายรูปแบบ เราไปดูกันว่าเครื่องทำความชื้นแต่ละประเภทเหมาะกับการใช้งานแบบไหน และมีข้อควรระวังในการใช้งานอย่างไรบ้าง
เครื่องทำความชื้นแบบไอระเหย (Evaporator) จะมีการใช้พัดลมร่วมกับแผ่นกรองที่สามารถดูดซับน้ำได้ดี เพื่อให้ลมเคลื่อนที่ผ่านแผ่นกรองที่ซึมซับน้ำไว้อย่างเต็มที่ ก่อให้เกิดการหมุนเวียนเอาน้ำออกสู่อากาศ ช่วยกระจายความชื้นในอากาศได้อย่างเต็มที่ เป็นเครื่องกรองประเภทที่ไม่ได้มีสารเคมีเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงปลอดภัยต่อเด็กที่อวัยวะหลายอย่างยังบอบบางและอยู่ในช่วงเจริญเติบโต
แต่เนื่องจากมีการใช้พัดลมในตัวเครื่อง จึงทำให้เครื่องทำความชื้นประเภทนี้มีเสียงค่อนข้างดังเมื่อเทียบกับเครื่องประเภทอื่น อีกทั้งตัวแผ่นกรองที่ต้องดูดซับน้ำจนเปียกตลอดเวลา จึงทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย จำเป็นต้องดูแลอย่างสม่ำเสมอ ส่วนข้อดีคือมีราคาไม่สูง ทั้งยังใช้งานง่าย
จุดด้อยของเครื่องทำความชื้นประเภทนี้ คือ ราคาของเครื่องมีราคาค่อนข้างสูง กินไฟ 200 - 300 วัตต์ เมื่อเปิดใช้ประมาณ 8 ชั่วโมง หากใครที่ให้ความสำคัญกับค่าไฟ อาจต้องพิจารณาเครื่องทำความชื้นประเภทอื่นแทน
โดยหลักการทำงานคือจะใช้การสั่นสะเทือนแบบอัลตราโซนิคทำให้น้ำกลายเป็นละออง จากนั้นพัดลมในเครื่องจะทำให้ละอองน้ำที่แตกตัวออกมาเข้าสู่อากาศภายในห้อง อีกทั้งในบางเครื่อง ละอองหมอกที่ถูกพ่นออกมายังสามารถปรับตั้งค่าให้เป็นได้ทั้งแบบอุ่นและแบบเย็น ขึ้นกับความต้องการของผู้ใช้อีกด้วย นอกจากนี้ ตัวเครื่องจำเป็นต้องได้รับการทำความสะอาดบ่อย ๆ โดยควรทำความสะอาดแทงค์น้ำทุก ๆ 4 - 5 วันเพื่อกำจัดคราบตะไคร่สีเขียวหรือแบคทีเรียที่อาจจะเติบโตในแทงค์เก็บน้ำ ซึ่งหากผู้ใช้งานไม่ทำความสะอาดก็จะส่งผลต่อสุขภาพของผู้ใช้งานโดยตรงได้
เนื่องจากเครื่องทำความชื้นต้องใช้น้ำในการทำงานเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเติมน้ำเข้าแทงค์หรือเทน้ำทิ้งเพื่อเปลี่ยนน้ำใหม่ รวมถึงต้องทำความสะอาดถังเก็บน้ำอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการหมักหมมจนก่อเชื้อแบคทีเรียหรือเชื้อรา ดังนั้น การเลือกขนาดของแทงค์ให้พอดีกับอ่างล้างจานหรืออ่างล้างหน้าจะช่วยให้การทำความสะอาดหรือการเปลี่ยนถ่ายน้ำเป็นไปอย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพราะถ้าใหญ่เกินไปจนไม่สะดวกอาจจะทำให้ผู้ใช้งานละเลยเรื่องการทำความสะอาดเนื่องจากความยุ่งยากในการยกไปยกมานั่นเอง
ในปัจจุบันนี้เครื่องทำความชื้นมีให้เลือกใช้หลากหลายขนาด ความกว้างใหญ่ของห้องจึงถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา ว่าจะเลือกเครื่องทำความชื้นขนาดใดจึงจะเหมาะสม เพราะถ้าเลือกใช้เครื่องทำความชื้นที่มีขนาดใหญ่เกินไป ก็จะทำให้มีความชื้นภายในห้องสูงเกิน ทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย รวมถึงยังส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาวเนื่องจากได้รับความชื้นที่มากเกินไป หรือถ้าเลือกเครื่องทำความชื้นที่มีขนาดเล็กไป ก็จะทำความชื้นได้ไม่ทั่วถึง แก้ปัญหาเรื่องอากาศแห้งไม่ได้ ทำให้เราจำเป็นต้องอยู่ใกล้ ๆ เครื่องทำความชื้น ซึ่งถ้าหากอยู่ใกล้เกินไปก็ไม่ดีเช่นกัน
ในเครื่องทำความชื้นรุ่นใหม่ ๆ ไม่เพียงแต่จะทำความชื้นอย่างเดียวเท่านั้น มักจะมีฟังก์ชั่นเพิ่มเติมเพื่อให้ใช้งานได้สะดวกมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเช็คระดับน้ำ การตั้งเวลา และอื่น ๆ เช่น
● เช็คระดับน้ำได้ : ฟังก์ชั่นเช็คระดับน้ำถือเป็นหนึ่งในฟังก์ชั่นที่มีประโยชน์อย่างมาก เพราะตัวเครื่องจะติดตั้ง Sensor สำหรับตรวจสอบปริมาณน้ำภายในตัวเครื่อง เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถเติมน้ำได้ตามความต้องการ ทำให้ไม่ต้องเปิดถังเก็บน้ำดูบ่อย ๆ อีกทั้งเครื่องทำความชื้นจะหยุดทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อน้ำหมด หมดความกังวลเรื่องอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้เมื่อน้ำหมดแต่เครื่องยังคงทำงาน
● ตั้งเวลาได้ : เครื่องทำความชื้นรุ่นหลัง ๆ บางรุ่นจะมีการเพิ่มฟังก์ชั่นตั้งเวลาเข้ามา มีทั้งแบบที่ตั้งเวลาเปิด-ปิดเครื่องได้ ซึ่งจะทำงานโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องเปิดหรือปิดเครื่องด้วยตัวเอง หรือบางรุ่นที่สามารถใส่น้ำมันหอมระเหยได้ก็จะมีโหมดตั้งเวลาแบบ Aroma ให้ตัวเครื่องพ่นความชื้นพร้อมกลิ่นอโรม่าออกมาตามระยะเวลาที่กำหนด มีตั้งแต่ 1 ชั่วโมงขึ้นไป และหลากหลายเวลาแล้วแต่รุ่น
● ระบบล็อคป้องกันเด็ก : การทำงานของเครื่องพ่นความชื้นคือจะมีการพ่นไอน้ำออกมาอยู่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งเหล่านี้อาจจะดึงดูดเด็ก ๆ ให้พุ่งเข้าหาได้ ในบางรุ่นจึงมีฟังก์ชั่นล็อคที่เมื่อเปิดใช้งานแล้วจะไม่สามารถกดปุ่มใด ๆ ได้อีก ยกเว้นกดปลดล็อคเท่านั้น แต่เพื่อความปลอดภัยสำหรับบ้านที่เด็ก ควรวางไว้ในสถานที่ที่เด็กเอื้อมหยิบไม่ถึง และไม่ควรปล่อยเด็กไว้เพียงลำพัง เพราะอาจจะมีอันตรายด้านอื่น ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้
● ฟังก์ชั่นปรับความชื้นอัตโนมัติ : ฟังก์ชั่นปรับความชื้นอัตโนมัติถือว่าเพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ใช้งานเป็นอย่างมาก เพราะตัวเครื่องจะมาพร้อม Sensor ตรวจจับความชื้นในอากาศ จากนั้นจะปรับการทำงานของเครื่องเพื่อให้พ่นความชื้นออกมาในระดับที่เหมาะสม ทำให้ความชื้นในอากาศอยู่ในระดับพอดี ไม่แห้งหรือชื้นมากจนเกินไป ซึ่งฟังก์ชั่นนี้ทำให้เราไม่ต้องปรับหรือทำอะไรเลย เพียงแค่เปิดเครื่องไว้ จากนั้นตัวเครื่องก็จะจัดการให้ทุกอย่าง นับว่าสะดวกเลยทีเดียว
นอกเหนือไปจากเรื่องประเภท ขนาด และฟังก์ชั่นของเครื่องทำความชื้นแล้ว ลักษณะภายนอกของตัวเครื่องก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมีให้เลือกหลายรูปแบบเลยทีเดียว โดยการออกแบบของแต่ละแบรนด์ก็จะแตกต่างกันไป มีทั้งที่เน้นความมินิมอล หรือเน้นความหรูหรา รวมถึงเน้นการใช้งานจริงที่ไม่ได้เคร่งเรื่องดีไซน์มากนัก ซึ่งลักษณะภายนอกมีทั้งแบบทรงกลมอ้วน ทรงกระบอก ทรงเหลี่ยม และมีหลายสีให้เลือก ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้งานว่าจะเลือกแบบใดถึงจะเข้ากับห้อง เพราะเครื่องทำความชื้นก็สามารถใช้งานในแง่ไอเทมตกแต่งห้องได้เช่นกัน
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภท | ขนาด | น้ำหนัก | ความจุถังน้ำ | กำลังไฟ | เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | รับประกันสินค้า | ทำความชื้นได้นานสูงสุด | ระดับเสียงการทำงาน | ปรับระดับไอน้ำได้ | มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | ระบบตัดไฟอัตโนมัติ | |||||
1 | Deerma Ultrasonic Air Humidifier |F628S | ![]() | หน้าจอ LED แสดงสถานะการทำงาน กำจัดเชื้อโรคด้วย UV | อัลตราโซนิค | 187 x 200 x 295 มม. | 1.2 กก. | 5 ลิตร | 25 วัตต์ | 25 - 30 ตร.ม. | 1 ปี | 12 ชม. | 30 เดซิเบล | |||||
2 | Xiaomi Humidifier 2 Lite | ![]() | เติมน้ำง่าย ตัวถังช่วยยับยั้งแบคทีเรีย เสียงการทำงานเงียบ | อัลตราโซนิค | 190 x 202 x 315 มม. | 1.4 กก. | 4 ลิตร | 23 วัตต์ | 20 - 30 ตร.ม. | 1 ปี | 30 ชม. | 38 เดซิเบล | |||||
3 | Haier Ultrasonic Humidifier|HSHM-US101 | ![]() | ใช้ระบบอัลตราโซนิก ปล่อยละอองน้ำที่ละเอียดและสม่ำเสมอ | อัลตราโซนิค | 205 x 205 x 320 มม. | 1.12 กก. | 3.5 ลิตร | 25 วัตต์ | 25 ตร.ม. | 1 ปี | 12 ชม. 30 นาที | 38 เดซิเบล | |||||
4 | SCE Plus เครื่องทำความชื้น |AT1 | ![]() | ความจุ 5 ลิตร ปรับความแรงไอน้ำ 3 ระดับ ทำงานเสียงเงียบ | อัลตราโซนิค | 184 x 184 x 325 มม. | 1 กก. | 5 ลิตร | 25 วัตต์ | 25 - 30 ตร.ม. | 2 ปี | 18 ชม. | 35 เดซิเบล | |||||
5 | Alectric Air Humidifier|AH1 | ![]() | จอดิจิทัล LED เลือกใช้งานได้ 4 ฟังก์ชัน มีความจุ 3.8 ลิตร | อัลตราโซนิค | 160 x 175 x 305 มม. | 1.1 กก. | 3.8 ลิตร | 23 วัตต์ | 25 ตร.ม. | 3 ปี | 12 ชม. | 35 เดซิเบล | |||||
6 | Levoit Humidifier VeSync Classic |300S | ![]() | ควบคุมผ่านแอปได้ ถังความจุ 6 ลิตร มองเห็นระดับน้ำง่าย | อัลตราโซนิก | 245 x 192 x 340 มม. | 2 กก. | 6 ลิตร | 26 วัตต์ | 20 - 47 ตร.ม. | ไม่ระบุ | 60 ชม. | 30 เดซิเบล | |||||
7 | Simplus x Butterbear เครื่องเพิ่มความชื้น 2 หัวพ่น|JASH004 | ![]() | ใช้หัวพ่น 2 หัว ให้ละอองน้ำขนาดเล็ก มีระบบตัดการทำงาน | อัลตราโซนิค | 72 x 105 x 165 มม. | 0.33 กก. | 0.5 ลิตร | 5 วัตต์ | 5 - 15 ตร.ม | 1 ปี | 6 ชม. | 35 เดซิเบล | |||||
8 | Ksrain Air Humidifie | ![]() | เครื่องใช้พลังงานไฟต่ำ ช่วยกำจัดแบคทีเรีย มีรีโมตควบคุม | อัลตราโซนิค | 190 x 190 x 290 มม. | 1.3 กก. | 7.8 ลิตร | 25 วัตต์ | 20 - 40 ตร.ม. | 1 เดือน | 44 ชม. | 20 เดซิเบล | |||||
9 | Divana Himalayan Salt Aroma Humidifier | ![]() | เพิ่มน้ำมันหอมระเหยได้ มีเกลือหิมาลายัน ปรับความร้อนได้ | ไอระเหย、อัลตราโซนิค | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | 0.15 ลิตร | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | 3 เดือน | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | |||||
10 | Deli Ultrasonic Humidifier | ![]() | ขนาดกะทัดรัด ความจุ 4 ลิตร มีระดับเสียงการทำงานเงียบ | อัลตราโซนิค | 170 x 160 x 280 มม. | 1 กก. | 4 ลิตร | 25 วัตต์ | 25 ตร.ม. | 1 ปี | 24 ชม. | 38 เดซิเบล | |||||
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 187 x 200 x 295 มม. |
| น้ำหนัก | 1.2 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 5 ลิตร |
| กำลังไฟ | 25 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 25 - 30 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 12 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 30 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 190 x 202 x 315 มม. |
| น้ำหนัก | 1.4 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 4 ลิตร |
| กำลังไฟ | 23 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 20 - 30 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 30 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 38 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 205 x 205 x 320 มม. |
| น้ำหนัก | 1.12 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 3.5 ลิตร |
| กำลังไฟ | 25 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 25 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 12 ชม. 30 นาที |
| ระดับเสียงการทำงาน | 38 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 184 x 184 x 325 มม. |
| น้ำหนัก | 1 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 5 ลิตร |
| กำลังไฟ | 25 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 25 - 30 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 2 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 18 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 35 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 160 x 175 x 305 มม. |
| น้ำหนัก | 1.1 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 3.8 ลิตร |
| กำลังไฟ | 23 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 25 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 3 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 12 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 35 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิก |
|---|---|
| ขนาด | 245 x 192 x 340 มม. |
| น้ำหนัก | 2 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 6 ลิตร |
| กำลังไฟ | 26 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 20 - 47 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | ไม่ระบุ |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 60 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 30 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 72 x 105 x 165 มม. |
| น้ำหนัก | 0.33 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 0.5 ลิตร |
| กำลังไฟ | 5 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 5 - 15 ตร.ม |
| รับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 6 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 35 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 190 x 190 x 290 มม. |
| น้ำหนัก | 1.3 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 7.8 ลิตร |
| กำลังไฟ | 25 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 20 - 40 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 1 เดือน |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 44 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 20 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | ไอระเหย、อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | ไม่ระบุ |
| น้ำหนัก | ไม่ระบุ |
| ความจุถังน้ำ | 0.15 ลิตร |
| กำลังไฟ | ไม่ระบุ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | ไม่ระบุ |
| รับประกันสินค้า | 3 เดือน |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | ไม่ระบุ |
| ระดับเสียงการทำงาน | ไม่ระบุ |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
| ประเภท | อัลตราโซนิค |
|---|---|
| ขนาด | 170 x 160 x 280 มม. |
| น้ำหนัก | 1 กก. |
| ความจุถังน้ำ | 4 ลิตร |
| กำลังไฟ | 25 วัตต์ |
| เหมาะสำหรับขนาดพื้นที่ | 25 ตร.ม. |
| รับประกันสินค้า | 1 ปี |
| ทำความชื้นได้นานสูงสุด | 24 ชม. |
| ระดับเสียงการทำงาน | 38 เดซิเบล |
| ปรับระดับไอน้ำได้ | |
| มีไฟแสดงสถานะการทำงาน | |
| ตั้งเวลาเปิด-ปิดอัตโนมัติ | |
| ระบบตัดไฟอัตโนมัติ |
หากคุณกำลังสงสัยว่าเครื่องทำความชื้นใช้งานอย่างไร วันนี้เรามีขั้นตอนง่าย ๆ ในการใช้เครื่องทำความชื้นมาอธิบายให้ทุกคนได้ทราบกันแล้วค่ะ ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. ประกอบตัวเครื่องให้เรียบร้อยด้วยการทำตามขั้นตอนที่ระบุไว้ในคู่มือ โดยจัดเตรียมชิ้นส่วนไว้ให้ครบถ้วน
2. ทำความสะอาดถังเก็บน้ำด้วยการใช้น้ำสะอาดหรือสบู่สูตรอ่อนโยน เพื่อกำจัดสิ่งตกค้างจากกระบวนการผลิต และป้องกันไม่ให้คุณสูดเอาเศษฝุ่นเข้าไปในร่างกาย
3. เติมน้ำลงในถังเก็บน้ำในปริมาณพอเหมาะ โดยสังเกตจากเส้นบอกระดับน้ำที่กำหนดไว้ให้ในตัวเครื่อง อาจเลือกใช้น้ำกลั่นเพื่อเพิ่มความบริสุทธิ์ให้กับอากาศมากขึ้น
4. เลือกตำแหน่งวางให้เหมาะสม และควรวางห่างจากผนังประมาณ 12 นิ้ว และวางไว้ในบริเวณที่สูงกว่าพื้น ไม่ควรตั้งไว้บนชั้นวางของหรือใกล้กับผ้าม่าน เพราะอาจทำให้เปียกชื้นได้
5. เสียบปลั๊กและเปิดเครื่องเพื่อเริ่มต้นการใช้งาน เลือกตั้งค่าระบบให้เหมาะสมกับการใช้งานของคุณ
เพียงเท่านี้ คุณก็สามารถใช้งานเครื่องทำความชื้นได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้วค่ะ แต่อย่าลืมที่จะปิดเครื่องทำความชื้นหลังจากใช้งาน และหมั่นทำความสะอาดอยู่เสมอ เพื่อกำจัดเชื้อแบคทีเรียที่อาจสะสมอยู่ในตัวเครื่องค่ะ
เนื่องจากระบบทำความชื้นเกิดจากการทำให้น้ำแตกตัวเป็นไอน้ำ ซึ่งไอน้ำที่พ่นออกมานั้นจะสะอาดหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับน้ำที่เราใส่ลงไป หากเราใส่น้ำไม่สะอาด ไอน้ำที่ได้ก็จะไม่สะอาดเช่นกัน หรือหากเราไม่ทำความสะอาดเครื่องให้ดีก็อาจมีเชื้อแบคทีเรียปะปนมาในอากาศได้ นอกจากนี้ ข้อเสียอีกข้อก็คือ เครื่องทำความชื้นนั้นทำงานร่วมกับน้ำประปาหรือน้ำแร่ได้ไม่ดีมากเท่าน้ำกลั่น เพราะภายในน้ำประปาหรือน้ำแร่นั้นมีอนุภาคอื่น ๆ เจือปนอยู่ ทำให้หลงเหลือสิ่งตกค้างไว้ภายในเครื่อง ทำให้เกิดเชื้อราหรือแบคทีเรียสะสมได้ ดังนั้น การจะใช้เครื่องทำความชื้น คุณจึงควรเตรียมน้ำกลั่นหรือน้ำบริสุทธิ์เตรียมไว้ก่อน ซึ่งอาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับใครหลายคน
อันดับที่ 1: Deerma|Ultrasonic Air Humidifier |F628S
อันดับที่ 2: Xiaomi|Humidifier 2 Lite
อันดับที่ 3: Haier |Ultrasonic Humidifier|HSHM-US101
อันดับที่ 4: SCE Plus |เครื่องทำความชื้น |AT1
อันดับที่ 5: Alectric |Air Humidifier|AH1
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































