ยาแก้ร้อนในให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
ยาแก้ร้อนในให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    9 ยาแก้ร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สำหรับทาแผลในปาก

    อาการแผลในปากหรือที่เรียกกันว่า "แผลร้อนใน" จะมีลักษณะเป็นฝ้าสีขาว มักขึ้นตามเยื่อบุในช่องปาก ที่ลิ้นหรือในลำคอ ซึ่งถึงแม้แผลร้อนในจะสามารถหายเองได้ แต่โดยทั่วไปผู้ที่เป็นร้อนในมักเจ็บแผลขณะรับประทานอาหารหรือพูด ทำให้เป็นอุปสรรคในชีวิตประจำวัน ดังนั้นการใช้ยาแก้ร้อนใน สำหรับทาแผลในปาก จึงเป็นตัวช่วยเบื้องต้นที่ช่วยบรรเทาอาการและช่วยให้แผลร้อนในหายเร็วขึ้น

    บทความนี้เราจะมาแชร์วิธีการเลือกยาแก้ร้อนใน ทั้งสำหรับแผลร้อนในทั่วไปและแผลร้อนในจากการติดเชื้อ พร้อมคำแนะนำจากเภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    ผู้เชี่ยวชาญ
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    คุณกรจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร และเรียนต่อปริญญาโทด้าน MBA มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งหลังจากจบการศึกษาคุณกรได้มีประสบการณ์การทำงานในโรงพยาบาลรัฐบาลที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งมากว่า 5 ปี โดยปฏิบัติงานในแผนกที่คอยให้คำปรึกษากับทั้งคนไข้ พยาบาล และแพทย์ จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ที่เรียนมาเพื่อให้แนะนำที่เหมาะสมกับปัญหาของผู้มารับบริการที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ คุณกรยังมีประสบการณ์การทำงานในร้านยาแห่งหนึ่งในกรุงเทพมามากกว่า 5 ปี โดยเป็นผู้ให้คำแนะนำด้านยาและผลิตภัณฑ์อาหารเสริมต่าง ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างและป้องกันสุขภาพของผู้มาใช้บริการ

    ประวัติของ ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    …อ่านต่อ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    บรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand

    mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

    ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    …อ่านต่อ
    ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    Why You Can Trust Us

    มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

    ยาทาแผลร้อนในมีกี่ประเภท

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    หากแบ่งตามคุณสมบัติยาจะมี 5 กลุ่ม คือ ยากลุ่มสเตียรอยด์ ยากลุ่ม NSAIDs ยาชา ยาฆ่าเชื้อ และยากลุ่มสมุนไพร แต่ถ้าแบ่งตามรูปแบบผลิตภัณฑ์จะมี 3 แบบคือ แบบทา แบบสเปรย์ และแผ่นแปะ

    ยาทาแผลร้อนในมีกี่ประเภท
    ยารักษาแผลร้อนในส่วนใหญ่จะเน้นลดอาการปวด ลดการอักเสบ และอาจต้องใช้ยาฆ่าเชื้อหากพบว่ามีการติดเชื้อ แต่หากแผลใหญ่ผิดปกติ เป็นซ้ำ ๆ เป็นแล้วไม่หาย หรือมีไข้สูงร่วมด้วย ขอแนะนำให้ไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยต่อไป ทั้งนี้ หากแบ่งตามคุณสมบัติของยาสามารถแบ่งได้ 5 ประเภท ดังนี้


    • ยากลุ่มสเตียรอยด์ ลดอาการปวดและการอักเสบได้ดี มีการดูดซึมเข้าสู่ร่างกายน้อย แต่ต้องไม่ใช้กับแผลที่เกิดการติดเชื้อ เพราะสเตียรอยด์มีผลต่อการกดภูมิคุ้มกันซึ่งจะทำให้อาการแย่ลงได้
    • ยาลดอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ลดอาการปวดและอักเสบได้ดี แต่อาจก่อให้เกิดการแพ้ยาได้ในบางราย
    • ยาชา ลดอาการปวดได้ดี แต่ออกฤทธิ์แค่ลดอาการปวด จึงมักจะมีส่วนผสมอื่นที่ช่วยลดการอักเสบร่วมด้วย
    • ยาที่มีผลในการฆ่าเชื้อ ช่วยยับยั้งเชื้อโรค ทำให้แผลหายไวขึ้น แต่ต้องระมัดระวังในเรื่องการแพ้ยา
    • ยากลุ่มสมุนไพร บรรเทาอาการปวดและอักเสบได้ เหมาะกับแผลที่ไม่รุนแรงและเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมสเตียรอยด์

    ทั้งนี้ ถ้าแบ่งตามรูปแบบของผลิตภัณฑ์แล้วจะแบ่งได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ แบบยาทา (ยาป้าย) แบบสเปรย์ แบบแผ่นแปะ ซึ่งแต่ละแบบจะเหมาะกับขนาด ลักษณะ และตำแหน่งของแผลที่ต่างกันไป

    วิธีการเลือกยาทาแผลร้อนใน

    การรักษาแผลร้อนในนั้นจำเป็นต้องอาศัยรูปแบบยาที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับลักษณะแผล บริเวณที่เกิดบาดแผล ร่วมกับวิธีการดูแลที่ถูกต้อง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วสามารถพิจารณาเลือกซื้อยาแก้ร้อนในได้โดยพิจารณาตามวิธีการเลือกดังต่อไปนี้

    1

    เลือกประเภทยาทาแผลร้อนในที่มีคุณสมบัติของตัวยาเหมาะสมกับอาการเป็นอันดับแรก !

    สิ่งสำคัญของการเลือกยาทาแผลร้อนในคือลักษณะอาการของแผล เพื่อให้สามารถเลือกตัวยาและรูปแบบยาที่เหมาะสมกับอาการ ซึ่งจะช่วยให้สามารถรักษาแผลร้อนในได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    อาการปวดหรืออักเสบทั่วไป เลือกยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือกลุ่ม NSAIDs

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    ทั้งยากลุ่มสเตียรอยด์และกลุ่ม NSAIDs จะมีคุณสมบัติช่วยลดอาการอักเสบได้ดี จึงช่วยบรรเทาอาการปวดให้ลดลงได้ แต่กรณีที่แผลติดเชื้อควรหลีกเลี่ยงยากลุ่มสเตียรอยด์

    อาการปวดหรืออักเสบทั่วไป เลือกยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือกลุ่ม NSAIDs
    ปกติแล้วเมื่อเกิดแผลร้อนในในปาก แผลจะมีการอักเสบและบวมแดง ทำให้มีอาการปวด ซึ่งการใช้ยาทาแผลที่มีคุณสมบัติช่วยลดอาการปวดและการอักเสบได้ก็จะช่วยบรรเทาอาการให้ทุเลาลง รวมทั้งยังช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ซึ่งตัวยากลุ่มนี้จะมี 2 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่

    • ยากลุ่มสเตียรอยด์ เช่น 0.1% Triamcinolone ที่สามารถบรรเทาอาการอักเสบของแผลร้อนในได้ แต่ยากลุ่มนี้จะมีผลในการกดภูมิคุ้มกัน หากแผลมีการติดเชื้อด้วยอาจทำให้อาการแย่ลงได้ จึงควรใช้อย่างระมัดระวังภายใต้คำแนะนำของแพทย์หรือเภสัชกร และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 10 - 14 วัน
    • ยากลุ่มลดอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เช่น Choline salicylate 87 mg/g ที่สามารถออกฤทธิ์ลดการอักเสบได้ใกล้เคียงกับยากลุ่มสเตียรอยด์ แต่จะมีประเด็นในเรื่องการแพ้ยาค่อนข้างมาก จึงต้องใช้งานอย่างระมัดระวังในคนที่มีประวัติแพ้ยาในกลุ่มนี้

    ยาทั้ง 2 ประเภทนี้สามารถออกฤทธิ์ได้ใกล้เคียงกัน แต่ไม่ว่าเลือกใช้ตัวใดขอแนะนำให้ทาหลังรับประทานอาหารแล้วหรือก่อนนอนจะมีประสิทธิภาพที่สุด เพื่อที่ให้ตัวยาเกาะติดบริเวณแผลได้นานขึ้น

    หากมีอาการปวดแผลมากควรเลือกใช้กลุ่มยาชาจะบรรเทาอาการได้ดีกว่า

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    กลุ่มยาชาจะออกฤทธิ์ช่วยระงับความรู้สึกบริเวณที่สัมผัสกับตัวยา ยับยั้งอาการปวดบริเวณแผลได้ จึงบรรเทาอาการปวดได้ดีที่สุดเมื่อเทียบกับยาประเภทอื่น

    หากมีอาการปวดแผลมากควรเลือกใช้กลุ่มยาชาจะบรรเทาอาการได้ดีกว่า

    คนที่มีแผลร้อนในกระจายเป็นวงกว้างหรือมีแผลขนาดใหญ่มากมักจะมีอาการเจ็บปวดมาก เพราะมีการอักเสบเยอะกว่าแผลทั่วไป ซึ่งกรณีนี้สามารถเลือกใช้กลุ่มยาชาได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการลดอาการปวด เพราะยาชาจะไปออกฤทธิ์โดยระงับสัญญาณประสาท ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อบริเวณโดยรอบไร้ความรู้สึก จึงไม่มีอาการเจ็บปวด โดยตัวยากลุ่มนี้ ได้แก่


    • 2% Lidocaine hydrochloride 
    • 1% Polidocanol 

    ปกติตัวยาชาจะไม่มีฤทธิ์ในการลดอาการอักเสบ จึงช่วยแค่เรื่องลดอาการปวดเท่านั้น ยาทาแผลร้อนในหลาย ๆ ยี่ห้อจึงเพิ่มตัวยาอื่น ๆ ที่ช่วยลดการอักเสบเข้าไปด้วย ทั้งนี้ ยากลุ่มที่มีส่วนผสมของยาชานั้นไม่ได้จำสำหรับทุกคน จะเหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดมากหรือเป็นแบบเรื้อรังเท่านั้น รวมทั้งแนะนำให้ป้ายเฉพาะบริเวณที่เป็นแผลและมีอาการปวดเท่านั้น เพราะหากลิ้นไปสัมผัสกับยาชาอาจทำให้รับรสได้น้อยลง

    กรณีที่แผลมีการติดเชื้อควรใช้ยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    แผลที่มีการติดเชื้อจำเป็นต้องใช้ยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อได้ จึงจะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น แต่จะต้องให้แพทย์หรือเภสัชกรดูอาการว่าเกิดจากเชื้ออะไรถึงจะรักษาได้ตรงจุดและปลอดภัยต่อร่างกาย

    กรณีที่แผลมีการติดเชื้อควรใช้ยาที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน
    แผลร้อนในทั่วไปมักจะไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อในการรักษา แต่หากสงสัยว่าแผลเกิดการติดเชื้อ โดยมักจะมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น มีไข้ มีตุ่มน้ำใส หรือมีอาการอักเสบบริเวณช่องคอก็จะต้องใช้ตัวยาที่มีผลในการฆ่าเชื้อ

    สำหรับยาที่ใช้รักษาแผลร้อนในที่เกิดการติดเชื้อจะมีคุณสมบัติลดการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ลดการอักเสบและช่วยให้แผลหายไวขึ้น โดยสามารถเลือกใช้ได้สองกลุ่มคือ 


    • ยาที่มีส่วนผสมของสมุนไพรที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ ได้แก่ โพรโพลิส สารสกัดคาโมมายล์
    • ยากลั้วปาก ได้แก่ 0.9% Normal Saline (น้ำเกลือ) หรือ 0.12 % Chlorhexidine

    ทั้งนี้ ผู้ใช้งานต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะการใช้ยาทาแผลในปากทั่วไปกับแผลที่เกิดจากเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียอาจส่งผลให้อาการรุนแรงขึ้นได้ นอกจากนี้ แผลที่มีการติดเชื้ออาจจำเป็นต้องใช้ยาฆ่าเชื้อแบบกินในการรักษาเพิ่มเติม จึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร เพื่อป้องกันผลข้างเคียงหรือการแพ้ยา

    2

    เลือกรูปแบบยาทาแผลร้อนในให้เหมาะกับขนาดและตำแหน่งแผลด้วยเพื่อประสิทธิภาพการรักษา

    ในปัจจุบันมียาสำหรับรักษาแผลร้อนในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ร้อนในแบบยาทา แบบสเปรย์ หรือแบบแผ่นแปะ ซึ่งจะมีคุณสมบัติและความสะดวกในการใช้งานต่างกัน ดังนี้

    สำหรับแผลร้อนในขนาดใหญ่หรือกระจายเป็นวงกว้าง แนะนำให้เลือกรูปแบบยาป้ายหรือยาทา

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    ยาป้ายหรือยาทาใช้ทาแผลได้ครอบคลุมและทั่วถึงกว่ารูปแบบอื่น รวมทั้งมีส่วนผสมของขี้ผึ้ง จึงช่วยเคลือบปกป้องแผลได้นานขึ้น จึงเหมาะกับแผลที่ใหญ่หรือกระจายเป็นวงกว้าง

    สำหรับแผลร้อนในขนาดใหญ่หรือกระจายเป็นวงกว้าง แนะนำให้เลือกรูปแบบยาป้ายหรือยาทา
    สำหรับแผลร้อนในที่มีขนาดใหญ่หรือมีลักษณะกระจายเป็นวงกว้าง เช่น ด้านในริมฝีปาก หรือกระพุ้มแก้ม ขอแนะนำให้เลือกรูปแบบยาป้ายหรือยาทา โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ คือ

    • สามารถทาครอบคลุมบริเวณแผลได้อย่างทั่วถึงและป้ายแผลได้ตรงจุด
    • มีส่วนผสมของขี้ผึ้งที่ช่วยเคลือบแผล จึงลดการเสียดสีและช่วยให้ตัวยาเกาะที่แผลได้นานขึ้น ทำให้แผลหายเร็วขึ้น 

    ในส่วนของตัวยาที่สามารถพบได้ในยาป้ายจะมีทั้งยากลุ่มสเตียรอยด์ ยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช้สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยาชา และยาจากสมุนไพร จึงเหมาะกับแผลร้อนในทุกระดับอาการ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ได้กับแผลทุกขนาดและทุกจุดในปากทั้งผิวเรียบและไม่เรียบ แต่อาจจะใช้งานลำบากกว่ารูปแบบอื่น

    สำหรับแผลร้อนในบริเวณลำคอหรือช่องปากส่วนลึก แนะนำให้ใช้แบบสเปรย์ฉีดพ่น

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    ยารูปแบบสเปรย์จะสามารถฉีดพ่นตัวยาไปยังบริเวณแผลร้อนในที่อยู่ลึกได้ดีที่สุด จึงเหมาะกับแผลในลำคอหรือช่องปากส่วนลึกที่ทายาลำบาก 

    สำหรับแผลร้อนในบริเวณลำคอหรือช่องปากส่วนลึก แนะนำให้ใช้แบบสเปรย์ฉีดพ่น

    สำหรับแผลร้อนในที่อยู่ลึกเข้าไปในจุดที่ไม่สามารถใช้ยาป้ายหรือติดแผ่นแปะได้ เช่น บริเวณโคนลิ้น ช่องปากส่วนลึก หรือใกล้ลำคอ ขอแนะนำให้ใช้ยาแก้ร้อนในรูปแบบสเปรย์ โดยมีจุดเด่นหลัก ๆ คือ 


    • สามารถพ่นละอองยาเพื่อให้เข้าถึงบริเวณแผลได้ดีที่สุด
    • มักจะมีส่วนผสมจากสมุนไพรหรือสารธรรมชาติที่ช่วยลดการอักเสบและยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย จึงมีความปลอดภัยสูง สามารถใช้ได้กับคนทุกกลุ่ม (ยกเว้นเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี)

    โดยทั่วไปตัวยาที่ผสมในรูปแบบสเปรย์จะเป็นยากลุ่ม NSAIDs เช่น 0.3% Benzydamine ที่จะออกฤทธิ์โดยช่วยลดอาการปวดหรืออักเสบ แต่กลุ่มผู้ที่มีประวัติแพ้ยากลุ่ม NSAIDs ควรหลีกเลี่ยง อีกทั้งควรตรวจสอบปริมาณการใช้งานจากเอกสารกำกับยาทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของข้อเสียคือ ตัวยาจะออกฤทธิ์อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะจะถูกการชะล้างจากน้ำลายหรือการดื่มน้ำ จึงควรพิจารณาช่วงเวลาในการใช้งานด้วย

    สำหรับแผลร้อนในขนาดเล็ก แนะนำให้เลือกรูปแบบแผ่นแปะ

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    แผลขนาดเล็กที่ไม่ได้มีอาการปวดหรืออักเสบสามารถใช้แบบแผ่นแปะได้ ซึ่งจะไม่มีตัวยารักษา แต่จะช่วยสมานแผลและลดการเสียดสีทำให้แผลหายเร็วและไม่อักเสบมากขึ้น

    สำหรับแผลร้อนในขนาดเล็ก แนะนำให้เลือกรูปแบบแผ่นแปะ

    หากเป็นแผลร้อนในขนาดเล็กเฉพาะจุดหรือเพิ่งเริ่มเป็นแผลร้อนในสามารถเลือกใช้ยาแก้ร้อนในรูปแบบแผ่นแปะได้ เพราะใช้งานง่าย โดยจะมีลักษณะเป็นแผ่นรูปทรงกลมเล็ก ๆ ที่ใช้ปิดไปบนแผลได้เลย เพราะออกแบบมาให้มีคุณสมบัติในการยึดเกาะเยื่อบุในช่องปากได้ ซึ่งจะมีข้อดีหลัก ๆ คือ


    • ช่วยสมานแผลและกระตุ้นการรักษา
    • ช่วยลดการสัมผัสกับฟัน น้ำลาย รวมถึงสิ่งสกปรกจากอาหารและเครื่องดื่มได้ จึงช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น

    ยารูปแบบแผ่นแปะที่ขึ้นทะเบียในประเทศไทยจะไม่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ยาอักเสบ หรือยาปฏิชีวนะ จึงใช้งานได้อย่างปลอดภัย แต่บางยี่ห้อที่นำเข้าจากต่างประเทศอาจมีส่วนผสมสเตียรอยด์ ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการและช่วยให้แผลหายได้เร็ว แต่ต้องระมัดระวังในการใช้เพราะยังไม่มีการขึ้นทะเบียนยา ส่วนในด้านการใช้งานจะแนะนำให้ใช้หลังจากมื้ออาหารอย่างน้อย 30 นาที

    3

    กรณีใช้งานในกลุ่มเด็ก แนะนำให้ใช้ยากลุ่มที่มีสเตียรอยด์ 0.1% Triamcinolone สำหรับแผลร้อนในทั่วไป

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    0.1% Triamcinolone เป็นสเตียรอยด์แบบอ่อนจึงใช้งานกับเด็กได้และออกฤทธิ์เฉพาะที่ โดยหลายยี่ห้อจะมีการแต่งกลิ่นรสเพื่อให้ใช้งานง่ายสำหรับเด็ก หากเป็นตัวยาอื่นจะต้องพิจารณาตามช่วงอายุ

    กรณีใช้งานในกลุ่มเด็ก แนะนำให้ใช้ยากลุ่มที่มีสเตียรอยด์ 0.1% Triamcinolone สำหรับแผลร้อนในทั่วไป

    ยาแก้ร้อนในสำหรับเด็กนั้นจะมีตัวยาและความเข้มข้นไม่แตกต่างจากของผู้ใหญ่มากนัก ซึ่งโดยทั่วไปในกลุ่มเด็กจะแนะนำเป็น 2 กรณีคือ


    • แผลร้อนในทั่วไป ให้ใช้ยากลุ่มที่มีสเตียรอยด์ เช่น 0.1% Triamcinolone ที่เป็นตัวยาแบบอ่อนมีการแต่งกลิ่นและรสชาติ เพื่อบรรเทาอาการแผลร้อนใน
    • แผลร้อนในที่เกิดจากโรคมือเท้าปาก จะแตกต่างจากแผลร้อนในทั่วไป เพราะเกิดจากการติดเชื้อไวรัส ซึ่งในกลุ่มนี้จะแนะนำให้ใช้กลุ่มยาชา โดยนิยมนำไปผสมน้ำให้เด็กกลั้วปาก แต่หากต้องการใช้ยาชาแบบป้าย ควรตรวจสอบเอกสารกำกับยาอีกครั้ง เพราะบางยี่ห้ออาจมีข้อจำกัดในการใช้งานในเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี


    นอกจากนี้ มียาบางชนิดที่ไม่แนะนำในช่วงอายุที่น้อยกว่ากำหนด เช่น ยากลุ่ม NSAIDs เช่น Choline salicylate ที่ห้ามใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 16 ปี หรือ Benzydamine ที่ควรระวังการใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 ปี ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแพทย์ รวมไปถึงยา Lidocaine ที่เป็นยาชารูปแบบยาป้ายที่ควรระวังการใช้ในเด็กที่อายุน้อยกว่า 12 ปี

    4

    คนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์หรือยากลุ่ม NSAIDs สามารถเลือกใช้ยากลุ่มสมุนไพรเป็นทางเลือกได้

    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)
    เภสัชกร
    ภก.ธนกร วานิจจะกูล (กร)

    สมุนไพรหลายชนิดมีคุณสมบัติลดการอักเสบหรือมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ ซึ่งจะช่วยรักษาแผลร้อนในได้ดีเช่นเดียวกับยาแผนปัจจุบัน เหมาะกับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยงสเตียรอยด์หรืออาจแพ้ยากลุ่ม NSAIDs

    คนที่ต้องการหลีกเลี่ยงการใช้สเตียรอยด์หรือยากลุ่ม NSAIDs สามารถเลือกใช้ยากลุ่มสมุนไพรเป็นทางเลือกได้

    นอกจากตัวยาแผนปัจจุบันแล้ว ในปัจจุบันก็มียาทาแผลแก้ร้อนในที่สกัดจากสมุนไพรมาใช้ในการรักษา ป้องกัน หรือบรรเทาอาการร้อนในได้ เหมาะเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงส่วนผสมสเตียรอยด์หรือตัวยาลดอักเสบกลุ่ม NSAIDs โดยสมุนไพรที่ใช้งานได้ คือ


    • สารสกัดจากดอกมะลิและชะเอมเทศ มีส่วนช่วยเร่งการรักษาแผล ทำให้แผลหายเร็วขึ้น และมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อ
    • สารสกัดจากตรีผลา ช่วยในการรักษาแผลและมีฤทธิ์ลดการอักเสบ
    • สารสกัดจากเกล็ดสะระแหน่และน้ำมันสะระแหน่ มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ แต่ควรหลีกเลี่ยงในกลุ่มเด็กเล็ก

    ทั้งนี้ ยาแก้ร้อนในจากสมุนไพรมักจะมีข้อจำกัดในด้านข้อควรระวังและข้อห้ามที่ยังไม่ชัดเจน ดังนั้น หากใช้ยาแล้วมีอาการแย่ลง หรือมีอาการแพ้ ควรหยุดใช้ทันที
    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    9 ยาทาแผลร้อนใน ยี่ห้อไหนดี ยาป้าย สเปรย์ แผ่นแปะ

    ต่อไปนี้เป็นยาแก้ร้อนในที่แนะนำโดยกองบรรณาธิการมายเบสท์ (ณ วันที่ 02-11-2023)
    ตัวกรอง

    ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
    กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ ยาแก้ร้อนใน

    ยาแก้ไอ

    0 ผลิตภัณฑ์