mybest
หูฟัง

ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปิด
  1. TOP
  2. โน้ตบุ๊ก, PC, อุปกรณ์ไอที
  3. หูฟัง
  4. 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ
  • 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ 1
  • 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ 2
  • 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ 3
  • 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ 4
  • 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ 5

10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ

หลายคนคงเคยมีความรู้สึกตั้งใจอยากจะออกกำลังกายแต่ก็ทำได้ไม่ต่อเนื่องเพราะไม่มีแรงจูงใจเท่าที่ควร การฟังเพลงในขณะที่ออกกำลังกายด้วยการใช้ "หูฟังออกกำลังกาย" จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ทำให้คุณหลุดไปอยู่ในโลกของตนเองอีกโลกและยังได้เพลินเพลินไปกับการฟังเพลงโปรด หรือแม้กระทั่งสนทนาโทรศัพท์ไปพร้อม ๆ กับเพื่อนซี้ของคุณอย่างออกรสออกชาติก็ทำได้เช่นกัน 


แต่ก็ไม่ใช่ว่าหูฟังทุกรุ่นจะเหมาะสมสำหรับใช้งานในขณะออกกำลังกาย โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่มีประสิทธิภาพในการป้องกันน้ำหรือเหงื่อซึ่งอาจจะทำให้หูฟังเสียหายได้ ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำวิธีการเลือกหูฟังออกกำลังกาย พร้อมทั้งนำเสนอหูฟังออกกำลังกาย 10 รุ่น ซึ่งมาจากหลากหลายยี่ห้อ เช่น JBL, BOSE, SONY, Beats, Jabra  ให้คุณได้ตัดสินใจเลือกซื้อ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูพร้อม ๆ กันได้เลยครับ !  

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 14/07/2023
กองบรรณาธิการ mybest
บรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ mybest

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest
…อ่านต่อ

สารบัญ

วิธีการเลือกหูฟังออกกำลังกาย

สิ่งสำคัญก่อนการซื้อหูฟังออกกำลังกายคือการได้ทราบถึงวิธีการเลือกหูฟังออกกำลังกายที่ถูกต้อง ดังนั้น เรามาทำความเข้าใจกับวิธีการเลือกหูฟังออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าครับ เพื่อให้คุณได้รับหูฟังออกกำลังกายที่ตอบโจทย์การใช้งานมากที่สุด 

1

เลือกหูฟังจากวิธีการเชื่อมต่อ

หูฟังออกกำลังกายก็เหมือนกับหูฟังทั่วไป ที่จะมีวิธีการเชื่อมต่ออยู่ 2 ประเภท ก็คือ หูฟังออกกำลังกายแบบมีสายและแบบไร้สาย โดยในแต่ละประเภทการเชื่อมต่อ ก็จะมอบประสบการณ์ในการใช้งานและข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปครับ 

แบบมีสาย : ราคาประหยัด ไม่ลดคุณภาพของแหล่งเสียง

แบบมีสาย : ราคาประหยัด ไม่ลดคุณภาพของแหล่งเสียง
อ้างอิง:th.jbl.com

การเลือกใช้หูฟังออกกำลังกายแบบมีสาย จะเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับฟังเสียงดนตรีหรือเพลงที่คงคุณภาพเสียงไว้อย่างเต็มร้อย เพราะไม่ถูกแปลงสัญญาณเสียงแบบหูฟังไร้สายนั่นเอง นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับคุณสมบัติในการป้องกันน้ำ หรือในบางรุ่นก็สามารถป้องกันฝุ่นได้ด้วย แถมยังมีราคาที่ไม่สูงมากทำให้เหมาะกับผู้ที่มีงบประมาณจำกัดอีกด้วยครับ แต่เนื่องจากเป็นหูฟังที่มีสาย อาจจะทำให้หลาย ๆ คนรู้สึกรำคาญ หรือคิดว่าเป็นสิ่งที่เกะกะเวลาออกกำลังกาย เพราะสายของหูฟังอาจจะไปกระทบกับส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นก็เป็นได้ครับ

แบบไร้สาย : สะดวกสบาย ใช้งานง่าย ไม่เกะกะ

แบบไร้สาย : สะดวกสบาย ใช้งานง่าย ไม่เกะกะ
อ้างอิง:bose.com

แน่นอนครับว่าเมื่อหูฟังตัวเก่งของคุณไม่มีสายอีกต่อไปก็จะทำให้สวมใส่ได้อย่างคล่องตัว ไม่ต้องมาเป็นกังวลว่าจะมีอะไรมาเกี่ยวกับสาย ไม่ว่าจะออกกำลังกายท่าไหนก็ไม่เป็นปัญหา และเช่นเดียวกัน เมื่อมีข้อดีก็ต้องมีข้อเสีย เพราะการจะซื้อหูฟังออกกำลังกายแบบไร้สายสักตัวต้องใช้หลักในการพิจารณาหลาย ๆ อย่างประกอบกันไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเวอร์ชันสัญญาณ Bluetooth ซึ่งเราแนะนำว่าควรเป็น Bluetooth เวอร์ชัน 4.0 ขึ้นไป หรือถ้าจะให้ดีจริง ๆ ฟังเพลงแบบไม่มีอาการหน่วง รับระยะสัญญาณได้ไกลมากยิ่งขึ้น เราขอแนะนำ Bluetooth 5.0 ไปเลยจะดีกว่าครับ 

2

เลือกหูฟังจากรูปทรงและดีไซน์

เลือกหูฟังจากรูปทรงและดีไซน์
อ้างอิง:freepik.com

เรื่องรูปทรงและดีไซน์เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน เพราะเป็นสิ่งที่มีผลต่อการสวมใส่ ทั้งในเรื่องความกระชับกับใบหู ความสบายขณะสวมใส่หรือความคล่องตัวในการเคลื่อนไหวขณะออกกำลังกาย อีกทั้งยังมีผลต่อเรื่องเสียงรบกวนและคุณภาพของเสียงเพลงอีกด้วยครับ


  • Earbuds : หรือรูปทรงแบบ "แปะหู" เหมาะสำหรับผู้ที่รู้สึกอึดอัดกับการใส่หูฟัง In-Ear หรือต้องการที่จะได้ยินเสียงสภาวะแวดล้อมภายนอกด้วย ซึ่งสำคัญเป็นอย่างมากหากคุณจำเป็นต้องออกกำลังกาย เช่น การปั่นจักรยานหรือการวิ่ง ในสถานที่ชุมชน หรือมีผู้คนอาศัยอยู่เยอะ เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุนั่นเองครับ 

  • In-Ear : หรือที่หลายคนมักจะเรียกกันว่ารูปทรง "สอดหู" และ "อุดหู" เป็นรูปทรงที่ช่วยให้ได้รับฟังเสียงเพลงที่เต็มอิ่มและชัดเจนกว่า Earbuds เพราะป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกได้ดี จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟังเพลงอย่างจริงจัง รวมไปถึงสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับฟังเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวครับ

  • Neckband : จะเป็นลักษณะของการคล้องแผงวงจรของหูฟังจากด้านหลังท้ายทอยมาพาดไว้ที่บ่า แม้หูฟังจะหลุดออกจากหูโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ ก็จะยังไม่หลุดหายไปไหน เพราะมีสายหรือแผงวงจรที่คล้องคอรั้งไว้ หูฟังรูปทรงนี้มีข้อดีอีกอย่างคือแบตเตอรี่ที่ค่อนข้างอึด ทำให้ใช้งานได้ยาวนานมากขึ้นครับ
3

เลือกหูฟังออกกำลังกายที่มีมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ขึ้นไป

เลือกหูฟังออกกำลังกายที่มีมาตรฐานกันน้ำ IPX4 ขึ้นไป
อ้างอิง:apac.jabra.com

มาตรฐานป้องกันฝุ่นและน้ำ ถือเป็น 2 สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเลือกซื้อหูฟังออกกำลังกาย โดยเฉพาะในเรื่องของการป้องกันน้ำ เนื่องจากเมื่อคุณออกกำลังกาย ก็เป็นที่แน่นอนว่าจะต้องมีเหงื่อไหลออกมา และเจ้าเหงื่อนี้ล่ะครับคือปัญหาสำคัญที่เป็นตัวการทำให้แผงวงจรภายในของหูฟังชำรุดเสียหาย ซึ่งทั้งสองมาตรฐานนี้จะมีตัวย่อร่วมกันคือ "IPXX" ที่จะใช้ตัวเลขสองหลักในการบ่งบอกระดับของมาตรฐานทั้งสองครับ


ตัวเลขหลักแรกจะหมายถึงมาตรฐานป้องกันฝุ่น ที่จะมีอยู่ในหูฟังออกกำลังกายบางรุ่น มีด้วยกัน 6 ระดับคือ IP1X - IP6X เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นเข้าไปในตัวเครื่อง ส่วนเลขหลักหลังจะเป็นมาตรฐานป้องกันน้ำ ที่สำคัญเป็นอย่างมาก โดยจะมีตั้งแต่ระดับ IPX1 - IPX8 ที่ถ้าเป็นการออกกำลังกายทั่วไป เช่น เดินเร็ว, วิ่งบนลู่, จ็อกกิ้ง หูฟังออกกำลังกายที่มี IPX4 ก็เพียงพอแล้วครับ แต่ถ้าวิ่งกลางแจ้งแบบจริงจังหรือในวันที่ครึ้มฟ้าครึ้มฝน เราขอแนะนำรุ่นที่มี IPX5 ขึ้นไปครับ 

วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ

ในส่วนแรกของบทความผู้อ่านคงจะได้เทคนิคในการเลือกซื้อกันไม่มากก็น้อย ถัดไปเรามาดูกันเลยครับว่า หูฟังออกกำลังกายทั้ง 10 อันดับ จากหลากหลายแบรนด์และหลายรูปทรง ที่เราได้คัดเลือกมานำเสนอนั้น จะมีรุ่นไหนที่ถูกใจและตอบโจทย์การใช้งานของคุณบ้าง
เรียงจากความนิยม
สินค้า
รูปภาพ
ราคาต่ำสุด
คะแนน
1

Jabra

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Elite 7 Active

Jabra หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Elite 7 Active 1枚目

เชื่อมต่อแอปฯปรับ EQ ได้ ดีไซน์ ShakeGrip ใส่แน่นไม่มีหลุด

2

AUKEY

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น EP-N8

AUKEY หูฟังออกกำลังกาย รุ่น EP-N8 1枚目

ป้องกันเสียงรบกวนด้วย ANC ไมค์ชัดแจ๋ว กันน้ำถึงระดับ IPX7

3

JBL

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Endurance Run

JBL หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Endurance Run  1枚目

กำจัดปัญหาเรื่องสัญญาณและคุณภาพเสียงขาดหาย !

4

Beats

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Fit Pro

Beats  หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Fit Pro 1枚目

เหมาะสำหรับสาวก Apple มีระบบติดตามตำแหน่งสุดอัจฉริยะ

5

SONY

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น NW WS623 Sport Walkman

SONY หูฟังออกกำลังกาย รุ่น NW WS623 Sport Walkman 1枚目

ฟังเพลงโดยไม่ต้องง้อมือถือ ใส่ว่ายน้ำได้สบาย ไม่ต้องกลัวพัง

6

BOSE

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Sport Earbuds

BOSE หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Sport Earbuds 1枚目

เบสนุ่มฟังสนุก ระบบสัมผัส พร้อม Earfins หลากหลายขนาด

7

Shokz

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น OpenRun Pro

Shokz หูฟังออกกำลังกาย รุ่น OpenRun Pro 1枚目

ใช้ระบบสั่นสะเทือนส่งผ่านเสียง ช่วยให้ได้ยินเสียงรอบข้าง

8

Klipsch

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น T5 SPORT

Klipsch หูฟังออกกำลังกาย รุ่น T5 SPORT 1枚目

สำหรับสายพรีเมียมโดยเฉพาะ พร้อมสัญญาณเสียงระดับ aptX HD

9

Linearflux

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Hypersonic

Linearflux หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Hypersonic 1枚目

10

Jabees

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Firefly 2 Touch

Jabees หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Firefly 2 Touch 1枚目

คุณภาพเกินราคา แบตฯอึด มี Ambient Mode รับเสียงภายนอก

หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้
No.1

Jabraหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Elite 7 Active

หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Elite 7 Active รูป 1
อ้างอิง:apac.jabra.com
ราคาอ้างอิง
6,290 บาท
ราคาอ้างอิง
6,290 บาท

เชื่อมต่อแอปฯปรับ EQ ได้ ดีไซน์ ShakeGrip ใส่แน่นไม่มีหลุด

หนึ่งในสุดยอดหูฟังออกกำลังกายที่โดดเด่นด้วยฟีเจอร์สุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นระบบตัดเสียงรบกวน ANC ที่นักรีวิวหลายคนยกให้เป็นอันดับต้น ๆ ของหูฟังตัดเสียงรบกวนทั้งหมด อีกทั้งยังมาพร้อมกับดีไซน์หูฟังแบบ ShakeGrip ให้สามารถสวมใส่ได้แน่นไม่มีหลุด แม้จะออกกำลังกายอย่างหนักก็ไม่ต้องเป็นห่วง เสริมด้วยประสิทธิภาพกันฝุ่นและน้ำระดับ IP57 ตอบโจทย์การออกกำลังกายทุกรูปแบบ ส่วนไมโครโฟนมีทั้งหมด 4 ตัว พร้อมชิ้นส่วน SAATI Acoustex สำหรับป้องกันลม ช่วยให้สนทนาได้ชัดเจนมากขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชัน Jabra Sound+ เพื่อปรับแต่งลักษณะเสียงของหูฟังได้ตามต้องการอีกด้วยครับ  

การจัดอันดับสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
No.2

AUKEYหูฟังออกกำลังกาย รุ่น EP-N8

ราคาอ้างอิง
3,490 บาท

ป้องกันเสียงรบกวนด้วย ANC ไมค์ชัดแจ๋ว กันน้ำถึงระดับ IPX7

AUKEY เป็นแบรนด์ผู้ผลิตอุปกรณ์เสริมโทรศัพท์มือถือชั้นนำจากเยอรมนี ที่มีผลิตภัณฑ์อย่างหูฟังเป็นอีกหนึ่งจุดขายของแบรนด์ ซึ่งสำหรับหูฟังออกกำลังกายรุ่นนี้มีความพิเศษที่มาพร้อมกับมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7 สามารถโดนน้ำได้ทุกรูปแบบ ยกเว้นการสวมใส่ว่ายน้ำ อีกทั้งยังมีคุณภาพเสียงที่โดดเด่น ด้วยไดรเวอร์ขนาด 10mm ฟิล์มคอมโพสิตสามชั้น ให้เสียงระดับ Hi-Fi ที่ฟังคอนเทนต์เสียงได้เงียบขึ้นระบบ ANC ตัดเสียงรบกวนได้มากถึง 35dB และ Transparency Mode สำหรับฟังเสียงภายนอก พร้อมไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน CVC 8.0 ข้างละ 3 ตัว สนทนาได้ชัดแจ๋วครับ 

No.3

JBLหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Endurance Run

ราคาอ้างอิง
990 บาท

กำจัดปัญหาเรื่องสัญญาณและคุณภาพเสียงขาดหาย !

ปัญหาสัญญาณขาด ๆ หาย ๆ รวมถึงคุณภาพเสียงที่ถูกบีบอัดจากหูฟังไร้สายจะหมดไปด้วยหูฟังรุ่นนี้ ที่เชื่อมต่อเข้ากับอุปกรณ์โดยตรงด้วยหัว AUX 3.5 mm ซึ่งช่วยให้คงคุณภาพของแหล่งเสียงต้นทางได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับลำโพงเพื่อใช้สำหรับสนทนาระหว่างออกกำลังกาย และมาตรฐานป้องกันน้ำถึงระดับ IPX5 ซึ่งถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียวสำหรับหูฟังแบบมีสาย ส่วนคุณภาพเสียงของหูฟังนั้นก็ไม่ธรรมดา เสียงเบสชัดเจนแต่ไม่กลบย่านอื่น และยังมีให้เลือกหลากหลายสีอีกด้วยครับ

No.4

Beats หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Fit Pro

ราคาอ้างอิง
7,300 บาท

เหมาะสำหรับสาวก Apple มีระบบติดตามตำแหน่งสุดอัจฉริยะ

ในเรื่องคุณภาพเสียงคงไม่ต้องสงสัย กับหูฟังออกกำลังกายระดับพรีเมียมจาก Beats by Dr.Dre รุ่นใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ แต่สิ่งที่พิเศษคือเทคโนโลยีที่อัดแน่นมาให้กับสาวก Apple โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นชิป Apple H1 ที่ทำให้หูฟังสามารถจับคู่กับอุปกรณ์ต่าง ๆ ของ Apple เช่น iPhone, iPad, Mac ได้อย่างรวดเร็ว เสริมด้วยระบบติดตามตำแหน่งศีรษะแบบไดนามิก ที่จะปรับเสียงให้มีความสมดุลอยู่เสมอ ไม่ว่าคุณจะหันศีรษะหรือขยับตัวไปทิศทางไหนก็ตาม และที่สำคัญคือมาพร้อมกับระบบ ANC ให้คุณได้ดื่มด่ำกับทุกคอนเทนต์เสียงได้อย่างเต็มที่ ปราศจากเสียงรบกวนรอบข้างครับ

No.5

SONYหูฟังออกกำลังกาย รุ่น NW WS623 Sport Walkman

ราคาอ้างอิง
4,990 บาท

ฟังเพลงโดยไม่ต้องง้อมือถือ ใส่ว่ายน้ำได้สบาย ไม่ต้องกลัวพัง

เมื่อขึ้นชื่อว่าเป็น Sony แล้ว อุปกรณ์ที่เกี่ยวกับเสียงจึงไม่จำเป็นต้องกังวลใด ๆ โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ที่นอกจากจะเป็นหูฟังแล้ว ยังเป็นเครื่องเล่น MP3 อีกด้วย และมีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลถึง 4GB ภายในตัว ทำให้บรรจุเพลงได้อย่างเหลือ ๆ โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเลยครับ นอกจากนี้ ยังมีมาตรฐานกันฝุ่นและน้ำถึงระดับ IP68 จะเล่นกีฬาทางน้ำหรือแนว Trail ก็ไม่เป็นอุปสรรค ในขณะเดียวกัน ก็ยังเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนผ่าน Bluetooth เพื่อฟังเพลงผ่านแอปพลิเคชัน หรือสนทนาโทรศัพท์ได้เช่นเดียวกันครับ  

No.6

BOSEหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Sport Earbuds

ราคาอ้างอิง
8,900 บาท

เบสนุ่มฟังสนุก ระบบสัมผัส พร้อม Earfins หลากหลายขนาด

สำหรับหูฟังออกกำลังกายจาก BOSE รุ่นนี้ ยังคงความเป็นเอกลักษณ์โดยเฉพาะแนวเสียงของ BOSE ที่มีความนุ่มลึกและสมดุลในทุกย่าน ช่วยให้ฟังสนุกในทุกจังหวะ เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการออกกำลังกาย อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบควบคุมการทำงานแบบสัมผัสบนตัวหูฟัง ออกกำลังกายได้ต่อเนื่องไม่ต้องเทียวยกมือถือขึ้นมาเลือกเมนู และที่พิเศษสุดคือมี Earfins หรือที่ทางแบรนด์เรียกว่า StayHear Max หลากหลายขนาด ให้คุณเลือกใส่ตามลักษณะใบหูของคุณ นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อกับแอปฯ BOSE Music เพื่อปรับแต่งแนวเสียงหรือ EQ ที่คุณต้องการได้ด้วยตนเองอีกด้วยครับ

No.7

Shokzหูฟังออกกำลังกาย รุ่น OpenRun Pro

ราคาอ้างอิง
6,690 บาท

ใช้ระบบสั่นสะเทือนส่งผ่านเสียง ช่วยให้ได้ยินเสียงรอบข้าง

หูฟังออกกำลังกายรุ่นนี้ มาพร้อมกับระบบเสียงที่ไม่เหมือนใคร เพราะใช้หลักการ Bone Conduction "TurboPitch™" หรือการสั่นสะเทือนกระดูกบริเวณข้างหู เพื่อส่งผ่านเสียงเข้าไปในรูหู แทนการสอดหูฟังเข้ารูหูตรง ๆ เทคโนโลยีนี้จะทำให้คุณได้ยินทั้งคอนเทนต์เสียงและเสียงรอบข้างไปพร้อม ๆ กัน เพิ่มความปลอดภัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งรุ่นนี้มีการปรับปรุงเรื่องของเสียงเบสให้มีความชัดเจนและลึกขึ้น อีกทั้งยังปรับขนาดของหูฟังให้เล็กลง เพิ่มความสบายในการสวมใส่ ส่วนระดับป้องกันฝุ่นและน้ำอยู่ที่ IP55 พร้อมแบตเตอรี่สุดอึดถึง 10 ชั่วโมง ครับ 

No.8

Klipschหูฟังออกกำลังกาย รุ่น T5 SPORT

ราคาอ้างอิง
5,490 บาท

สำหรับสายพรีเมียมโดยเฉพาะ พร้อมสัญญาณเสียงระดับ aptX HD

หูฟังที่ช่วยทำให้คุณเพลิดเพลินในการออกกำลังกายมากยิ่งขึ้น ด้วยคุณภาพของสัญญาณเสียงระดับ aptX HD ที่มักจะหาได้ยากในหูฟังไร้สาย ที่จะทำให้คุณได้ฟังเพลงความละเอียดระดับ Hi-Res ไปพร้อม ๆ กับสุขภาพที่ดี ซึ่งคุณภาพของหูฟังรุ่นนี้ก็ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ เพราะยังมาพร้อมกับ Ear Wings เกี่ยวกับใบหูด้านใน เพื่อให้สวมใส่ได้อย่างแน่นหนามากยิ่งขึ้น และแบตเตอรี่ที่ให้มาข้างละ 80mAh ที่ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 10 ชั่วโมง โดยไม่ต้องกังวลปัญหาแบตฯหมดระหว่างการออกกำลังกายครับ 

No.9

Linearfluxหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Hypersonic

ราคาอ้างอิง
2,499 บาท

แม้จะเป็นหูฟังออกกำลังกายที่วางจำหน่ายมาได้สักพักแล้ว แต่ด้วยฟังก์ชันและประสิทธิภาพการทำงานที่ดี จึงเป็นอีกรุ่นหนึ่งที่เราอยากแนะนำครับ โดยรุ่นนี้มาพร้อมกับ IPX7 ออกกำลังกายได้ทุกรูปแบบยกเว้นว่ายน้ำ พร้อมทั้งระบบชาร์จไวเพียง 5 นาที แต่สามารถใช้งานได้ถึง 1 ชั่วโมง ส่วนแบตฯก็มีความอึดสูงสุดที่ 6 - 8 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง เลยทีเดียว ที่สำคัญคือมาพร้อมกับไดรเวอร์ 3D HyperDriver ให้คุณภาพเสียงมีความสมจริงแบบ 3 มิติ ไม่ว่าจะแนวเพลงไหนก็ฟังสนุก พร้อมไมโครโฟนระบบ Multi-beam สนทนาได้ชัดเจน และรองรับ Google Assistant อีกด้วยครับ

No.10

Jabeesหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Firefly 2 Touch

ราคาอ้างอิง
1,690 บาท

คุณภาพเกินราคา แบตฯอึด มี Ambient Mode รับเสียงภายนอก

นี่คือหนึ่งในหูฟังออกกำลังกายที่คุ้มค่าที่สุด เพราะในราคาเพียงหนึ่งพันบาทกลาง ๆ แต่จัดฟังก์ชันและฟีเจอร์มาให้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น Ambient Mode ที่จะดูดเสียงด้วยไมโครโฟน เพื่อให้คุณได้ยินเสียงสภาพแวดล้อมภายนอกในขณะใช้หูฟัง เพิ่มความปลอดภัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ต่อมาคือมาตรฐานกันน้ำระดับ IPX7 เปียกน้ำแค่ไหนก็ไม่ต้องเป็นห่วง ใส่อาบน้ำก็ยังได้ ที่สำคัญคือมีแบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นานถึง 10 ชั่วโมง ไม่ต้องเทียวชาร์จบ่อย ๆ ส่วนคาแรคเตอร์เสียงจะอยู่ในโทนกลาง ๆ ฟังสบาย ไม่มีย่านไหนเด่นเกินกันเป็นพิเศษครับ 

บทส่งท้าย

การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ดีต่อสุขภาพ แต่การออกกำลังกายไปพร้อม ๆ กับเพลย์ลิสต์ที่โดนใจ จะช่วยเพิ่มความเพลิดเพลิน จนลืมความเหนื่อยล้าจากการออกกำลังกาย รวมไปถึงได้สุขภาพจิตที่ดีจากการฟังเพลงโปรดของคุณไปด้วย และสิ่งที่สำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่งก็คือ หลังจากใช้งานหูฟังออกกำลังกายเสร็จ ควรตรวจสอบและหมั่นทำความสะอาดหูฟังให้ดี เพื่อที่จะได้ไม่มีคราบเหงื่อหรือเชื้อโรคสะสมที่อาจจะส่งผลให้หูฟังออกกำลังกายของคุณชำรุดได้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ 

TOP 5 หูฟังออกกำลังกาย แนะนำ

อันดับที่ 1: Jabraหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Elite 7 Active

อันดับที่ 2: AUKEYหูฟังออกกำลังกาย รุ่น EP-N8

อันดับที่ 3: JBLหูฟังออกกำลังกาย รุ่น Endurance Run

อันดับที่ 4: Beats หูฟังออกกำลังกาย รุ่น Fit Pro

อันดับที่ 5: SONYหูฟังออกกำลังกาย รุ่น NW WS623 Sport Walkman

คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
  1. TOP
  2. โน้ตบุ๊ก, PC, อุปกรณ์ไอที
  3. หูฟัง
  4. 10 อันดับ หูฟังออกกำลังกาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 แบบมีสาย ไร้สาย กันน้ำ

ค้นหาตามหมวดหมู่