หูฟังตัดเสียงรบกวนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
หูฟังตัดเสียงรบกวนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
  • 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling 1
  • 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling 2
  • 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling 3
  • 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling 4
  • 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling 5

10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling

หูฟังตัดเสียงรบกวน ช่วยแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น เสียงรถ เสียงคนพูด หรือเสียงเครื่องยนต์ ทำให้สามารถโฟกัสกับการฟังเพลงหรือการทำงานได้ดีขึ้น แตกต่างจากหูฟังทั่วไปที่ยังคงได้ยินเสียงจากภายนอก นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเครียดจากเสียงรบกวนระยะยาว และเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้เงียบและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น


บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั่วไป สำหรับผู้ที่เน้นตัดเสียงรบกวนภายนอก และผู้ที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียง พร้อมคำแนะนำจากคุณธภัทร ตั้งวงษ์ไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง และยังมี 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน รุ่นยอดนิยม ทั้งแบบ In-ear, Earbuds และ Over-ear ที่ใช้ไดรเวอร์คุณภาพสูง ไมค์ชัด แนะนำเพิ่มเติมด้วย

Top 5 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยอดนิยม

1

SONY

หูฟังไร้สาย WH-1000XM5
หูฟังไร้สาย

ลดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ หยุดเสียงเพลงทันทีเมื่อพูด

2

Edifier

หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus
หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus

น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้ทั้งวัน

3

APPLE

AirPods Pro 3
AirPods Pro 3

ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ

4

HUAWEI

FreeBuds SE 4 ANC
FreeBuds SE 4 ANC

โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ฟังเพลงได้นาน 10 ช.ม.

5

Lenovo

หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30
หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30

ไมโครโฟน CVC ลดเสียงรบกวนดี กันน้ำระดับ IPX5 พับได้

ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
ผู้เชี่ยวชาญ
Sound Engineer
ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

คุณธีร์เป็น Sound Recorder ประจำ The Standard สำนักข่าวออนไลน์ชั้นนำ ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพเสียงของคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่กระบวนการ Pre-Production ไปจนถึง Post-Production ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเสียงและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่สั่งสมจากประสบการณ์ทำงานจริง โดยจุดเริ่มต้นของธีร์มาจากความหลงใหลในเสียงดนตรีและอุปกรณ์เครื่องเสียงมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกศึกษาต่อด้านบันทึกเสียงภาพยนตร์ที่ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิคการบันทึกเสียง อุปกรณ์เสียง และการออกแบบเสียงที่มีคุณภาพสูง นอกจากงานประจำแล้ว คุณธีร์ยังหมั่นศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านเสียงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถพัฒนาและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเสียงดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง และการบันทึกเสียงได้อย่างแม่นยำและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

ประวัติของ ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
…อ่านต่อ
ภารวี พิมพ์ทอง (มอส)
บรรณาธิการ
นักเขียนประจำ mybest
ภารวี พิมพ์ทอง (มอส)

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า

ประวัติของ ภารวี พิมพ์ทอง (มอส)
…อ่านต่อ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

Why You Can Trust Us

มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

หูฟังตัดเสียงรบกวนคืออะไร ทำงานอย่างไร ?

หูฟังตัดเสียงรบกวนคืออะไร ทำงานอย่างไร ?

หูฟังตัดเสียงรบกวน คือหูฟังที่มาพร้อมกับระบบที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ที่กำลังสัญจรอยู่บนท้องถนน เสียงพูดคุย เสียงวัตถุต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงต่าง ๆ ที่คุณกำลังรับฟังจากหูฟังมากยิ่งขึ้น โดยระบบตัดเสียงรบกวนนี้ แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้  


  • Passive Noise Cancellation (PNC) มีการออกแบบวัสดุและรูปทรงที่ครอบหูหรือปิดช่องหูเพื่อกันเสียงรบกวนโดยธรรมชาติ เพื่อสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาในหูฟังได้ 

  • Active Noise Cancellation (ANC) ใช้ระบบดิจิทัลในการตัดคลื่นความถี่เสียงต่าง ๆ และสะท้อนออกไป เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงรบกวน ซึ่งระบบที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายในปัจจุบันจะเป็นแบบ ANC 
ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
Sound Engineer
ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

หูฟังส่วนใหญ่จะมีการตัดเสียงรบกวนเป็นปกติอยู่แล้วในทางกายภาพของตัวมันอยู่แล้วในระดับนึง แต่หูฟังตัดเสียงรบกวนคือหูฟังที่มีกลไกกำจัดเสียงรบกวนภายนอกให้เงียบกว่าหูฟังทั่วไป ทำให้เราได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้นเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังได้ดีกว่าหูฟังที่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน

วิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน

หูฟังตัดเสียงรบกวนมีด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีลักษณะเด่นและข้อพิจารณาที่แตกต่างกันไป คุณจึงจำเป็นต้องเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลวิธีการเลือกต่อไปนี้

1

เลือกรูปทรงของหูฟังให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน

รูปทรงของหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้นจะไม่แตกต่างจากหูฟังทั่วไป โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปทรงหลัก คือ แบบ Earbuds, Over-ear และ In-ear ซึ่งทั้ง 3 รูปทรงนี้ มีทั้งข้อดีและจุดพิจารณาที่แตกต่างกันไป

หูฟัง Earbuds : เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

หูฟัง Earbuds : เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป
อ้างอิง:samsung.com

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง Earbuds คือหูฟังแบบกึ่งเปิดที่ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหูเหมือนทรง In-ear จึงให้ความรู้สึกเบาสบายและไม่อึดอัดเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน โดยจุดเด่นอยู่ที่การผสานความโปร่งสบายเข้ากับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ช่วยลดเสียงบรรยากาศรอบข้างให้เบาลงโดยไม่ตัดขาดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความอึดอัดแบบหูฟัง In-ear หรือแพ้จุกยาง อย่างไรก็ตามควรพิจารณาว่าประสิทธิภาพการกันเสียงจะไม่เงียบสนิทเท่าทรง In-ear เนื่องจากไม่มีซีลซิลิโคนคอยอุดกั้นเสียง และคุณภาพย่านเสียงเบสอาจลดทอนลงไปตามลักษณะโครงสร้างที่เน้นความโปร่งเป็นหลัก

หูฟัง In-ear : เหมาะสำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอก

หูฟัง In-ear : เหมาะสำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอก
อ้างอิง:sony.co.th

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง In-ear มาพร้อมจุกยางหรือซิลิโคนสำหรับสอดเข้าไปในรูหูเพื่อสร้างซีลที่ปิดสนิท ช่วยให้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเงียบสงัดกว่าทรงอื่น จุดเด่นอยู่ที่การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่คมชัด โดยเฉพาะย่านเบส เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิสูงในที่ทำงาน การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงแบบดื่มด่ำกับอรรถรสอย่างเต็มที่ ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องความอึดอัดหรืออาการล้าหูเมื่อสวมใส่นาน ๆ และต้องคอยดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี

หูฟัง Over-ear : เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง

หูฟัง Over-ear : เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง
อ้างอิง:bose.com

หูฟังทรง Over-ear หรือทรงครอบหู จะโอบปิดใบหูทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยสร้างเกราะป้องกันเสียงจากภายนอกด้วยกลไกทางกายภาพควบคู่ไปกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ดี จุดเด่นอยู่ที่ขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่กว่าแบบอื่น จึงให้เวทีเสียงที่กว้างขวางและมิติสมจริง เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง นักเดินทางระยะไกลที่ต้องการความเงียบสงบ หรือผู้ที่ทำงานในออฟฟิศตลอดวัน ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องขนาดที่ค่อนข้างเทอะทะและพกพายากกว่าทรงอื่น รวมถึงอาจเกิดความร้อนและเหงื่อสะสมรอบใบหูเมื่อสวมใส่ในสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานานเนื่องจากระบายอากาศได้จำกัด

2

พิจารณาคุณภาพเสียงของหูฟังตัดเสียงรบกวน

นอกจากประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีแล้ว คุณภาพเสียงของหูฟังก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงที่ต้องการหูฟังเสียงดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพเสียงจากค่าต่าง ๆ ที่แบรนด์ผู้ผลิตหูฟังระบุไว้

ตรวจสอบค่า Frequency Response เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน

ตรวจสอบค่า Frequency Response เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน
อ้างอิง:edifier-online.com

ย่านความถี่เสียง (Frequency Response) คือค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการขับเสียงชนิดต่าง ๆ  ไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง เสียงสูง จากเสียงของเครื่องดนตรี เสียงพูด เสียงร้อง หรือเสียงอื่น ๆ โดยมีหน่วยเป็น Hertz (Hz) ซึ่งหูฟังที่ดี ควรตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้หลากหลาย เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน


  • 20 - 20,000 Hz : คือช่วงความถี่เสียงที่หูฟังพื้นฐานควรขับเสียงออกมาได้ ซึ่งในความถี่ช่วงนี้นั้น มีทั้งรุ่นที่ให้เสียงดีและรุ่นที่คุณภาพเสียงปกติ จึงต้องตรวจสอบควบคู่กันกับค่าอื่น ๆ โดยเฉพาะไดรเวอร์ของหูฟัง

  • 40,000 Hz ขึ้นไป : หากหูฟังระบุว่าสามารถขับความถี่เสียงได้ถึง 40,000 Hz หรือมากกว่า นั่นหมายความว่าเป็นหูฟังที่มีประสิทธิภาพในระดับ Hi-Res Audio หรือก็คือเสียงความละเอียดสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีเสียงดี สำหรับใช้ฟังเพลงหรือเสียงความละเอียดสูงโดยเฉพาะ

เลือกค่า Impedance ระหว่าง 16 - 48 โอห์ม สำหรับใช้งานทั่วไป

เลือกค่า Impedance ระหว่าง 16 - 48 โอห์ม สำหรับใช้งานทั่วไป

ค่าความต้านทาน (Impedance) คือค่าที่ใช้บ่งบอกว่าหูฟังสามารถขับเสียงออกมาได้ยากหรือง่ายเพียงใด มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ohm : Ω) โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น มีค่าความต้านทานอยู่ในระดับที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น ฟังเพลง ดูหนัง พูดคุยโทรศัพท์ หรือฟังคอนเทนต์เสียงต่าง ๆ คือระหว่าง 16 - 48 โอห์ม และต้องใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับค่าความต้านทานที่สอดคล้องกัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ทีวี และไม่ควรนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีแรงขับหรือค่าโอห์มสูง เช่น Audio Interface ระดับมืออาชีพ หรือมิกเซอร์ขนาดใหญ่ เพราะอาจทำให้หูฟังเสียหายได้

เลือกค่าความไวเสียง (Sensitivity) 90-100dB เพื่อความชัดเจนของเสียง

เลือกค่าความไวเสียง (Sensitivity) 90-100dB เพื่อความชัดเจนของเสียง
อ้างอิง:soundpeats.com

ค่าความไวเสียง (Sensitivity) คือค่าที่ใช้ระบุอัตราการตอบสนองของไดรเวอร์หูฟัง มีหน่วยเป็น dB โดยค่านี้ สามารถใช้ระบุระดับความดังที่หูฟังสามารถขับออกมาได้ โดยยิ่งมีค่ามากเท่าไร ก็ยิ่งดังมากเท่านั้น ซึ่งสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น ควรมีค่า Sensitivity ที่ 90-100dB เพื่อให้คุณได้ยินเสียงที่ขับออกมาจากหูฟังอย่างครบถ้วนชัดเจน โดยเป็นค่าพื้นฐานของหูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะรุ่นที่มีราคาถูกหรือแพง แต่ในทางปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครใช้งานหูฟังในระดับที่ดัง 100% จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก

ตรวจสอบประเภทไดร์เวอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี

ตรวจสอบประเภทไดร์เวอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี
อ้างอิง:edifier.com

ไดรเวอร์ (Driver) คือชิ้นส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดหรือขับเสียงของหูฟังออกมา โดยเป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าหูฟังจะมีคุณภาพเสียงดีหรือไม่ โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น จะนิยมใช้ไดรเวอร์ด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป


  • Dynamic Driver : มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ขดลวดทองแดง, แม่แหล็ก และแผ่นไดอะแฟรม มีจุดเด่นคือ สามารถขับเสียงได้ทุกย่าน โดยเฉพาะย่านเสียงต่ำหรือเสียงเบส แต่ไม่เด่นย่านเสียงสูง และหากเปิดเสียงดังจะให้เสียงที่ค่อนข้างเพี้ยนและแตก

  • Balanced Armature : มีส่วนประกอบเหมือนกับ Dynamic Driver แต่เพิ่มแผ่นโลหะ Armature เข้ามา มีจุดเด่นคือขับเสียงได้ง่าย ตอบสนองความถี่ได้กว้าง เสียงมีความแม่นยำ สามารถปรับจูนให้ขับเสียงแต่ละย่านได้ดี แต่จะไม่เด่นย่านเสียงเบส

  • Planar Magnetic : ส่วนใหญ่แล้วจะพบในหูฟัง Over-ear โดยภายในประกอบด้วยแผ่นแม่เหล็ก โลหะ และไดอะเฟรมหลากหลายชั้น มีจุดเด่นคือให้เสียงที่สมจริงท ค่าความเพี้ยนของเสียงต่ำ เป็นธรรมชาติให้เสียงเบสได้ดี 

  • Hybrid Drivers และ Multiple Drivers : เป็นการนำไดรเวอร์มากกว่า 1 ชนิด มารวมไว้ในหูฟังตัวเดียว เพื่อช่วยทดแทนจุดด้อยของไดรเวอร์แต่ละชนิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสียงให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
3

ตรวจสอบเทคโนโลยีไมโครโฟน เพื่อการสนทนาที่คมชัด

ตรวจสอบเทคโนโลยีไมโครโฟน เพื่อการสนทนาที่คมชัด

การตรวจสอบไมโครโฟนของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้มั่นใจว่าเสียงพูดของคุณชัดเจนระหว่างการโทรหรือประชุมออนไลน์ โดยเฉพาะในที่มีเสียงรบกวน นอกจากนี้ ไมโครโฟนที่ดีมักมีระบบตัดเสียงลมและเสียงรอบข้าง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัด ไม่ขาดหายหรือเพี้ยน


  • cVc (Clear Voice Capture) : คือเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของ Qualcomm ที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเสียงขณะสนทนา โดยทำหน้าที่กรองเสียงพื้นหลัง เช่น เสียงลมหรือเสียงฝูงชน ช่วยให้เสียงพูดที่ส่งไปยังปลายสายมีความใสเคลียร์และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้จะใช้งานในสภาพแวดล้อมที่พลุกพล่านก็ตาม


  • Beamforming : หรือระบบไมโครโฟนหลายตัว ควรเลือกหูฟังที่มีไมโครโฟนมากกว่า 2 ตัวขึ้นไปเพื่อช่วยในการตรวจจับทิศทางเสียงและแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้แม่นยำ


  • ตัดเสียงรบกวนด้วย AI หรือ DSP  : มองหารุ่นที่มีชิปประมวลผลเสียงขั้นสูงซึ่งสามารถกรองเสียงรบกวนที่ซับซ้อน เช่น เสียงการจราจรหรือเสียงผู้คน ให้หายไปโดยไม่ทำให้เสียงพูดบิดเบือน

แหล่งที่มา
อ้างอิง Active Noise Cancellation with MEMS Resonant Microphone Array, Hai Liu, Song Liu, Anton A Shkel, Eun Sok Kim, 2020 University of Southern California, United States

4

ตรวจสอบเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ให้เหมาะกับการใช้งาน

ตรวจสอบเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ให้เหมาะกับการใช้งาน

การตรวจสอบเทคโนโลยีของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้เลือกได้ตรงกับการใช้งาน เพราะแต่ละระบบ มีประสิทธิภาพต่างกัน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพเสียง ความเสถียรในการเชื่อมต่อ และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม


  • Feedforward ANCใช้ไมโครโฟนติดตั้งไว้ที่ด้านนอกของหูฟังเพื่อรับเสียงรบกวนก่อนจะถึงหู แล้วสร้างคลื่นเสียงหักล้างอย่างรวดเร็ว มีจุดเด่นในการจัดการกับเสียงย่านความถี่กลางถึงสูงได้ดีแต่ไวต่อเสียงลม

    • Feedback ANCติดตั้งไมโครโฟนไว้ด้านในหูถ้วยหรือใกล้กับลำโพงเพื่อฟังเสียงที่ผู้ใช้ได้ยินจริง ๆ ช่วยให้ปรับแต่งเสียงได้แม่นยำและจัดการเสียงย่านความถี่ต่ำได้ดีกว่า แต่อาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงบ้าง

    • Hybrid ANCเป็นการผสานรวมทั้ง Feedforward และ Feedback เข้าด้วยกัน โดยมีไมโครโฟนทั้งด้านนอกและด้านในเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการตัดเสียงรบกวนครอบคลุมทุกย่านความถี่ และเป็นมาตรฐานของหูฟังระดับพรีเมียม

    • Adaptive ANCเทคโนโลยีที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเพื่อปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ เช่น เร่งการทำงานเมื่ออยู่บนเครื่องบิน หรือลดระดับลงเมื่ออยู่ในห้องสมุดที่เงียบสงบ

    แหล่งที่มา
    อ้างอิง Hybrid Feedforward-Feedback Active Noise Control for Hearing Protection and Communication, Laura E. Ray, Jason Solbeck, Alexander D Streeter, Robert D Collier, 2006 The Journal of the Acoustical Society of America, United States
    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
    Sound Engineer
    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

    หากต้องการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ควรเลือกแบบ Hybrid ANC เพื่อให้ตัดเสียงได้ครอบคลุมและสมดุลที่สุด แต่หากเน้นความอัจฉริยะและความสะดวกสบายในการใช้งานในหลายสภาพแวดล้อม Adaptive ANC จะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง Feedforward หรือ Feedback เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัดและใช้งานเฉพาะด้าน

    5

    เลือกจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของหูฟังตัดเสียงรบกวน

    เลือกจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของหูฟังตัดเสียงรบกวน
    อ้างอิง:soundpeats.com

    นอกจากฟังก์ชันหลักในการตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟังตัดเสียงรบกวนหลาย ๆ รุ่นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยให้การใช้งานหูฟังเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ มีดังนี้


    • Transparency / Ambient Modeโหมดดูดเสียงภายนอกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงรอบข้างหรือสนทนากับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก เพิ่มความปลอดภัยขณะเดินบนท้องถนน


    • Multipoint Connectionความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สองเครื่องพร้อมกัน เช่น ต่อกับแล็ปท็อปเพื่อทำงานและสลับมารับสายบนสมาร์ทโฟนได้ทันทีอย่างราบรื่น


    • Wear Detection / Auto-Pauseเซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก และกลับมาเล่นต่อเมื่อใส่คืน ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และไม่พลาดจังหวะสำคัญ


    • Custom EQ & App Supportการปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เลือกแนวเสียงที่ชอบ หรือปรับระดับความเข้มข้นของระบบ ANC และ Transparency ได้ตามต้องการ

    แหล่งที่มา
    อ้างอิง Design and Implementation of an Active Noise Control Headphone With Directional Hear-Through Capability, Vinal Patel, Jordan Cheer, Simone Fontana, 2019 IEEE, United States

    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
    Sound Engineer
    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

    ควรเลือกฟังก์ชันเสริมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง เช่น คนเดินทางบ่อยควรมี Transparency และ Multipoint เพื่อความคล่องตัว ขณะที่สายฟังเพลงหรือทำงานยาว ๆ ควรให้ความสำคัญกับ Wear Detection และ Custom EQ เพื่อความต่อเนื่องและปรับเสียงได้ตรงใจ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกครบทุกฟีเจอร์หากไม่ได้ใช้งานจริง

    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

    10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี หูฟัง Noise Cancelling

    หูฟังตัดเสียงรบกวนต่อไปนี้ ได้รับความนิยมและมาจากหลากหลายยี่ห้อที่มีคุณภาพ โดยยี่ห้อไหนจะตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด สามารถเลือกได้จากตารางและข้อมูลสินค้าดังต่อไปนี้
    เรียงจากความนิยม
    ตัวกรอง

    สินค้า

    รูปภาพ

    ราคาต่ำสุด

    รายละเอียด

    รูปแบบ

    รูปทรงหูฟัง

    ประเภทไดรเวอร์

    ขนาดไดรเวอร์

    ย่านความถี่ที่รองรับ

    Codec ที่รองรับ

    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง

    การเชื่อมต่อไร้สาย

    พอร์ตเชื่อมต่อ

    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง

    ระดับการกันน้ำและฝุ่น

    จำนวนไมโครโฟน

    น้ำหนัก

    การรับประกันสินค้า

    รองรับ Game Mode

    รองรับการชาร์จเร็ว

    1

    SONY

    หูฟังไร้สาย WH-1000XM5

    SONY หูฟังไร้สาย  1

    ไร้สาย

    Headphone

    Dynamic

    30 มม.

    4 - 40,000 Hz

    LDAC, AAC, SBC

    48 Ohms

    Bluetooth 5.2

    USB-C

    30 ชม.

    ไม่ระบุ

    4 ตัว

    250 กรัม

    1 ปี

    ไม่ระบุ

    2

    Edifier

    หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus

    Edifier  หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus 1

    ไร้สาย

    Headphone

    Dynamic

    40 มม.

    20 - 40,000 Hz

    SBC, LDAC

    32 Ohms

    Bluetooth 5.2

    USB-C

    49 ชม.

    ไม่ระบุ

    1 ตัว

    221 กรัม

    1 ปี

    3

    APPLE

    AirPods Pro 3

    APPLE  AirPods Pro 3 1

    ไร้สาย

    In-ear

    High Excursion

    11 มม.

    20 - 20,000 Hz

    AAC

    32 Ohms

    Bluetooth 5.3

    USB-C

    8 ชม.

    IP57

    3 ตัว

    55.09 กรัม

    1 ปี

    4

    HUAWEI

    FreeBuds SE 4 ANC

    HUAWEI  FreeBuds SE 4 ANC 1

    ไร้สาย

    In-ear

    Deciduous Composite Diaphragm

    10 มม.

    20 - 20,000 Hz

    AAC, SBC

    130 Ohms

    Bluetooth 5.4

    USB-C

    50 ชม.

    IP54

    3 ตัว

    44.6 กรัม

    1 ปี

    5

    Lenovo

    หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30

    Lenovo  หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30 1

    ไร้สาย

    Headphone

    Dynamic

    40 มม.

    20 - 20,000 Hz

    AAC

    32 Ohms

    Bluetooth 5.1

    USB-C, AUX, Jack 3.5 mm

    9 ชม.

    IPX5

    1 ตัว

    325 กรัม

    1 ปี

    6

    Marshall

    หูฟังบลูทูธ Motif II A.N.C

    Marshall  หูฟังบลูทูธ Motif II A.N.C 1

    ไร้สาย

    In-ear

    Dynamic

    6 มม.

    20 - 20,000 Hz

    SBC, AAC

    16 Ohms

    Bluetooth 5.3

    USB-C

    43 ชม.

    IPX5

    6 ตัว

    55.7 กรัม

    1 ปี

    7

    Soundcore

    Space One Pro

    Soundcore  Space One Pro 1

    ไร้สาย

    Headphone

    Dynamic

    40 มม.

    20 - 20,000 Hz

    LDAC, AAC, SBC

    16 Ohms

    Bluetooth 5.3

    USB-C

    55 ชม.

    ไม่ระบุ

    6 ตัว

    286 กรัม

    1 ปี 6 เดือน

    8

    JBL

    หูฟังไร้สาย Tune Flex 2

    JBL  หูฟังไร้สาย Tune Flex 2 1

    ไร้สาย

    Earbuds

    Dynamic

    12 มม.

    20 - 20,000 Hz

    ไม่ระบุ

    13 Ohms

    Bluetooth 5.3

    USB-C

    48 ชม.

    IP54

    6 ตัว

    44 กรัม

    1 ปี

    9

    Sennheiser

    Momentum 4 True Wireless

    Sennheiser  Momentum 4 True Wireless 1

    ไร้สาย

    In-ear

    Dynamic

    7 มม.

    5 - 21,000 Hz

    SBC, AAC

    60 Ohms

    Bluetooth 5.4

    USB-C

    30 ชม.

    IP54

    6 ตัว

    78.8 กรัม

    2 ปี

    10

    Jabra

    Evolve2 30 SE

    Jabra Evolve2 30 SE 1

    มีสาย

    Headphone

    Dynamic

    28 มม.

    20 - 20,000 Hz

    32 Ohms

    ไม่ระบุ

    USB-A, USB-C, AUX, Plug & Play

    ไม่ระบุ

    2 ตัว

    125 กรัม

    2 ปี

    หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้
    No.1

    SONY
    หูฟังไร้สาย WH-1000XM5

    หูฟังไร้สาย  1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังไร้สาย  2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังไร้สาย  3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังไร้สาย  4
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    10,990 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง
    ราคาอ้างอิง
    10,990 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง

    ลดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ หยุดเสียงเพลงทันทีเมื่อพูด

    • Speak-to-Chat หยุดเสียงเพลงเมื่อพูด เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบตัวและเล่นเพลงต่อทันทีเมื่อพูดจบ 
    • ไดรเวอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ขนาด 30 มิลลิเมตร ให้เสียงคมชัดมากขึ้น และเก็บรายละเอียดได้ครบ
    • เทคโนโลยี DSEE Extreme และ Edge - AI เพิ่มคุณภาพเสียงเวลาดูหนัง และเพิ่มมิติเสียงเพลง
    • มีไมโครโฟน 4 ตัว แบบ Beamforming มีเทคโนโลยี Multi Noise Sensor ตัดเสียงรบกวนได้ดี
    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังHeadphone
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์30 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ4 - 40,000 Hz
    Codec ที่รองรับLDAC, AAC, SBC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง48 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.2
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง30 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นไม่ระบุ
    จำนวนไมโครโฟน4 ตัว
    น้ำหนัก250 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Modeไม่ระบุ
    รองรับการชาร์จเร็ว
    การจัดอันดับสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    No.2

    Edifier
    หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus

    หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    949 บาท
    ราคาต่ำ

    น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้ทั้งวัน

    • หูฟังไร้สายเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 แถบคาดบุฟองน้ำปรับให้กระชับในขณะสวมใส่ได้
    • ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วภายใน 10 นาที สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 33 - 49 ชั่วโมง
    • คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res พร้อม Game Mode เวลาแฝงต่ำ ช่วยลดการดีเลย์ของเสียง
    • มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอก รวมทั้งรองรับการใช้งานทั้งแบบมีสายและไร้สาย
    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังHeadphone
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์40 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 40,000 Hz
    Codec ที่รองรับSBC, LDAC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง32 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.2
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง49 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นไม่ระบุ
    จำนวนไมโครโฟน1 ตัว
    น้ำหนัก221 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.3

    APPLE
    AirPods Pro 3

    ราคาอ้างอิง
    7,590 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง

    ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ

    • ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจึงให้เสียงคมชัด
    • เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยติดตามการออกกำลังกาย

    • รูปทรงได้รับการปรับปรุงให้กระชับขึ้น มอบเสียงชัดเจน ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามสถานการณ์

    • กันน้ำตามมาตรฐาน IP57 ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน

    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังIn-ear
    ประเภทไดรเวอร์High Excursion
    ขนาดไดรเวอร์11 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับAAC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง32 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.3
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง8 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIP57
    จำนวนไมโครโฟน3 ตัว
    น้ำหนัก55.09 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.4

    HUAWEI
    FreeBuds SE 4 ANC

    FreeBuds SE 4 ANC 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    FreeBuds SE 4 ANC 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    FreeBuds SE 4 ANC 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    849 บาท
    ราคาต่ำ

    โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ฟังเพลงได้นาน 10 ช.ม.

    • โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ปรับได้หลายโหมด เพื่อการฟังเพลงหรือสนทนาอย่างชัดเจน

    • ไดรเวอร์ไดนามิก 10 มม. รองรับฟอร์แมตเสียง SBC และ AAC ให้เสียงเบสและรายละเอียดสมดุล

    • ฟังเพลงได้นาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อใช้กับเคส และ 7 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC

    • มาตรฐานการกันน้ำ IP54 น้ำหนักเบาเพียง 4.3 กรัมต่อข้าง มาพร้อมเคสชาร์จพอร์ต USB-C

    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังIn-ear
    ประเภทไดรเวอร์Deciduous Composite Diaphragm
    ขนาดไดรเวอร์10 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับAAC, SBC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง130 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.4
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง50 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIP54
    จำนวนไมโครโฟน3 ตัว
    น้ำหนัก44.6 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.5

    Lenovo
    หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30

    ราคาอ้างอิง
    3,055 บาท
    ราคาปานกลาง

    ไมโครโฟน CVC ลดเสียงรบกวนดี กันน้ำระดับ IPX5 พับได้

    • มีไมโครโฟน CVC ช่วยลดเสียงรบกวนขณะคุยโทรศัพท์ และลดได้สูงสุด 95 เดซิเบล
    • ไดรเวอร์ลำโพงขนาด 40 มม. ให้เสียงสมจริง คมชัด ได้ยินเสียงเกมรอบทิศทาง
    • หูฟังพับเก็บได้ เหมาะกับการพกพา มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อได้ระดับ IPX5 
    • รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมหลายประเภท ทั้ง AUX 3.5 และ Bluetooth 5.1
    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังHeadphone
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์40 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับAAC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง32 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.1
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C, AUX, Jack 3.5 mm
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง9 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIPX5
    จำนวนไมโครโฟน1 ตัว
    น้ำหนัก325 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.6

    Marshall
    หูฟังบลูทูธ Motif II A.N.C

    ราคาอ้างอิง
    7,490 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง

    เสียงพูดชัด ตัดเสียงรบกวนได้ดี ใช้งานนานสูงสุด 43 ชม.

    • ไดรเวอร์ไดนามิก 6 มม. ขับเสียงได้ทุกย่าน ครอบคลุมทั้งดูหนัง ฟังเพลง และโทรเข้า - ออก
    • ตัดเสียงรบกวนด้วย ANC พร้อม Transparency Mode ช่วยให้ได้ยินเสียงแวดล้อมรอบตัว
    • ไมโครโฟน Dual Beamforming จับเฉพาะเสียงพูด คัดกรองเสียงด้วย AI เสียงไม่ขาดช่วง
    • ชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง ใช้งานได้ 43 ชั่วโมง รองรับการชาร์จ USB Type C และชาร์จแบบไร้สาย
    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังIn-ear
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์6 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับSBC, AAC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง16 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.3
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง43 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIPX5
    จำนวนไมโครโฟน6 ตัว
    น้ำหนัก55.7 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.7

    Soundcore
    Space One Pro

    Space One Pro 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Space One Pro 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Space One Pro 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    7,140 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง

    รองรับ LDAC ให้เสียงดีกว่าเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า

    • ดีไซน์แถบคาดศีรษะให้กระจายแรงกด ส่วนที่ครอบหูหมุนได้ 8° สวมใส่ได้สบายตลอดวัน

    • ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 98% มีโหมดปรับอัตโนมัติ

    • รองรับ LDAC ให้เสียงระดับ Hi-Res Wireless ซึ่งดีกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า

    • ฟังเพลงได้นาน 55 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และ 40 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน

    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังHeadphone
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์40 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับLDAC, AAC, SBC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง16 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.3
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง55 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นไม่ระบุ
    จำนวนไมโครโฟน6 ตัว
    น้ำหนัก286 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี 6 เดือน
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.8

    JBL
    หูฟังไร้สาย Tune Flex 2

    หูฟังไร้สาย Tune Flex 2 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังไร้สาย Tune Flex 2 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    หูฟังไร้สาย Tune Flex 2 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    3,192 บาท
    ราคาปานกลาง

    ใช้เทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง

    • ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. ร่วมกับเทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง
    • ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ปรับระดับเสียงรอบข้างได้ตามต้องการด้วย Adaptive Noise Cancelling 

    • ไมโครโฟน 6 ตัวแบบ Beamforming เสียงสนทนาชัด พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนภายนอก

    • ใช้งานกับเคสชาร์จได้นานสูงสุด 48 ชม. ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 - 12 ชม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง 

    รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังEarbuds
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์12 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับไม่ระบุ
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง13 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.3
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง48 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIP54
    จำนวนไมโครโฟน6 ตัว
    น้ำหนัก44 กรัม
    การรับประกันสินค้า1 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.9

    Sennheiser
    Momentum 4 True Wireless

    Momentum 4 True Wireless 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Momentum 4 True Wireless 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Momentum 4 True Wireless 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    8,395 บาท
    ราคาค่อนข้างสูง

    ระบบ ANC ปรับอัตโนมัติ ต่อได้ 2 อุปกรณ์ ปรับผ่านแอปได้

    • ระบบ ANC ปรับเองอัตโนมัติ มีไมโครโฟน 6 ตัวต่อข้าง พร้อม AI ลดเสียงลมและเสียงรบกวน 

    • เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกันด้วย Multipoint Connectivity
    • ฟังได้ต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ รองรับชาร์จเร็ว โดยชาร์จ 8 นาที จะใช้ได้ 1 ชั่วโมง
    • ไดรเวอร์ TrueResponse Dynamic 7 มม. ปรับแต่งเสียงผ่านแอป Smart Control ได้ตามต้องการ
  • รูปแบบไร้สาย
    รูปทรงหูฟังIn-ear
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์7 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ5 - 21,000 Hz
    Codec ที่รองรับSBC, AAC
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง60 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายBluetooth 5.4
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-C
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง30 ชม.
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นIP54
    จำนวนไมโครโฟน6 ตัว
    น้ำหนัก78.8 กรัม
    การรับประกันสินค้า2 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว
    No.10

    Jabra
    Evolve2 30 SE

    Evolve2 30 SE 1
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Evolve2 30 SE 2
    อ้างอิง:lazada.co.th
    Evolve2 30 SE 3
    อ้างอิง:lazada.co.th
    ราคาอ้างอิง
    3,534 บาท
    ราคาปานกลาง

    จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะการใช้งาน

    • เอียร์คุชชั่นที่เป็นฟองน้ำแบบนุ่ม และดีไซน์เอียร์คัพให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกขณะสนทนา
    • ไดรเวอร์ขนาด 28 มม. ประมวลผลสัญญาณเสียงแบบดิจิทัล ช่วยให้เสียงคมชัดทั้งการสนทนา และฟังเพลง 
    • ไมโครโฟนคู่ 2 ตัว ชิปเซ็ทตัดเสียงรบกวน จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะใช้งาน

    • เชื่อมต่อแบบ USB-A/USB-C Plug & Play ปรับแต่งการใช้งานผ่าน Jabra Direct และ Jabra Xpress

    รูปแบบมีสาย
    รูปทรงหูฟังHeadphone
    ประเภทไดรเวอร์Dynamic
    ขนาดไดรเวอร์28 มม.
    ย่านความถี่ที่รองรับ20 - 20,000 Hz
    Codec ที่รองรับ
    ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง32 Ohms
    การเชื่อมต่อไร้สายไม่ระบุ
    พอร์ตเชื่อมต่อUSB-A, USB-C, AUX, Plug & Play
    ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง
    ระดับการกันน้ำและฝุ่นไม่ระบุ
    จำนวนไมโครโฟน2 ตัว
    น้ำหนัก125 กรัม
    การรับประกันสินค้า2 ปี
    รองรับ Game Mode
    รองรับการชาร์จเร็ว

    หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยลดเสียงได้มากแค่ไหน

    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
    Sound Engineer
    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

    หูฟังตัดเสียงรบกวนแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เริ่มต้นสามารถตัดเสียงรบกวน ได้มากถึง 30 dB ขึ้นไป ซึ่งทำให้เสียงรบกวนที่เราได้ยินนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยินเสียง โดยเฉพาะเสียงความถี่ที่ต่ำอย่างสม่ำเสมออย่างเสียงเครื่องรถยนต์ หรือไม่ได้ยินเสียงรบกวนเลยหากสภาพแวดล้อมที่เราอยู่นั้นเสียงไม่ดังจนเกินไป

    การตัดเสียงรบกวนส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงหรือไม่

    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)
    Sound Engineer
    ธภัทร ตั้งวงษ์ไชย (ธีร์)

    หูฟังตัดเสียงรบกวน หูฟังตัดเสียงรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงเล็กน้อยในแง่เทคนิคของการตัดเสียงรบกวน (ANC) อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ในปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หูฟังรุ่นใหม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อเสียงได้ดีเยี่ยม จนแทบไม่พบความแตกต่างของภาพรวมเสียงในขณะเปิดใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน

    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ หูฟังตัดเสียงรบกวน

    หูฟัง Type C

    10 ผลิตภัณฑ์

    ค้นหาตามหมวดหมู่

    mybest

    ให้เราเป็นตัวช่วยในทุกการเลือกเพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
    พร้อมคำแนะนำในการเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ

    Copyright mybest All Rights Reserved.