10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling
หูฟังตัดเสียงรบกวน ช่วยแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น เสียงรถ เสียงคนพูด หรือเสียงเครื่องยนต์ ทำให้สามารถโฟกัสกับการฟังเพลงหรือการทำงานได้ดีขึ้น แตกต่างจากหูฟังทั่วไปที่ยังคงได้ยินเสียงจากภายนอก นอกจากนี้ ยังช่วยลดความเครียดจากเสียงรบกวนระยะยาว และเพิ่มประสบการณ์การใช้งานให้เงียบและเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั่วไป สำหรับผู้ที่เน้นตัดเสียงรบกวนภายนอก และผู้ที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียง พร้อมคำแนะนำจากคุณธภัทร ตั้งวงษ์ไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง และยังมี 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน รุ่นยอดนิยม ทั้งแบบ In-ear, Earbuds และ Over-ear ที่ใช้ไดรเวอร์คุณภาพสูง ไมค์ชัด แนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยอดนิยม

คุณธีร์เป็น Sound Recorder ประจำ The Standard สำนักข่าวออนไลน์ชั้นนำ ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพเสียงของคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่กระบวนการ Pre-Production ไปจนถึง Post-Production ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเสียงและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่สั่งสมจากประสบการณ์ทำงานจริง โดยจุดเริ่มต้นของธีร์มาจากความหลงใหลในเสียงดนตรีและอุปกรณ์เครื่องเสียงมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกศึกษาต่อด้านบันทึกเสียงภาพยนตร์ที่ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิคการบันทึกเสียง อุปกรณ์เสียง และการออกแบบเสียงที่มีคุณภาพสูง นอกจากงานประจำแล้ว คุณธีร์ยังหมั่นศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านเสียงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถพัฒนาและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเสียงดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง และการบันทึกเสียงได้อย่างแม่นยำและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
หูฟังตัดเสียงรบกวนคืออะไร ทำงานอย่างไร ?

หูฟังตัดเสียงรบกวน คือหูฟังที่มาพร้อมกับระบบที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ที่กำลังสัญจรอยู่บนท้องถนน เสียงพูดคุย เสียงวัตถุต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงต่าง ๆ ที่คุณกำลังรับฟังจากหูฟังมากยิ่งขึ้น โดยระบบตัดเสียงรบกวนนี้ แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้
- Passive Noise Cancellation (PNC) มีการออกแบบวัสดุและรูปทรงที่ครอบหูหรือปิดช่องหูเพื่อกันเสียงรบกวนโดยธรรมชาติ เพื่อสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาในหูฟังได้
- Active Noise Cancellation (ANC) ใช้ระบบดิจิทัลในการตัดคลื่นความถี่เสียงต่าง ๆ และสะท้อนออกไป เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงรบกวน ซึ่งระบบที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายในปัจจุบันจะเป็นแบบ ANC
หูฟังส่วนใหญ่จะมีการตัดเสียงรบกวนเป็นปกติอยู่แล้วในทางกายภาพของตัวมันอยู่แล้วในระดับนึง แต่หูฟังตัดเสียงรบกวนคือหูฟังที่มีกลไกกำจัดเสียงรบกวนภายนอกให้เงียบกว่าหูฟังทั่วไป ทำให้เราได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้นเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังได้ดีกว่าหูฟังที่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน
วิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน
หูฟังตัดเสียงรบกวนมีด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีลักษณะเด่นและข้อพิจารณาที่แตกต่างกันไป คุณจึงจำเป็นต้องเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลวิธีการเลือกต่อไปนี้
เลือกรูปทรงของหูฟังให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน
รูปทรงของหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้นจะไม่แตกต่างจากหูฟังทั่วไป โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปทรงหลัก คือ แบบ Earbuds, Over-ear และ In-ear ซึ่งทั้ง 3 รูปทรงนี้ มีทั้งข้อดีและจุดพิจารณาที่แตกต่างกันไป
หูฟัง Earbuds : เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง Earbuds คือหูฟังแบบกึ่งเปิดที่ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหูเหมือนทรง In-ear จึงให้ความรู้สึกเบาสบายและไม่อึดอัดเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน โดยจุดเด่นอยู่ที่การผสานความโปร่งสบายเข้ากับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ช่วยลดเสียงบรรยากาศรอบข้างให้เบาลงโดยไม่ตัดขาดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความอึดอัดแบบหูฟัง In-ear หรือแพ้จุกยาง อย่างไรก็ตามควรพิจารณาว่าประสิทธิภาพการกันเสียงจะไม่เงียบสนิทเท่าทรง In-ear เนื่องจากไม่มีซีลซิลิโคนคอยอุดกั้นเสียง และคุณภาพย่านเสียงเบสอาจลดทอนลงไปตามลักษณะโครงสร้างที่เน้นความโปร่งเป็นหลัก
หูฟัง In-ear : เหมาะสำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอก

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง In-ear มาพร้อมจุกยางหรือซิลิโคนสำหรับสอดเข้าไปในรูหูเพื่อสร้างซีลที่ปิดสนิท ช่วยให้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเงียบสงัดกว่าทรงอื่น จุดเด่นอยู่ที่การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่คมชัด โดยเฉพาะย่านเบส เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิสูงในที่ทำงาน การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงแบบดื่มด่ำกับอรรถรสอย่างเต็มที่ ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องความอึดอัดหรืออาการล้าหูเมื่อสวมใส่นาน ๆ และต้องคอยดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี
หูฟัง Over-ear : เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง

หูฟังทรง Over-ear หรือทรงครอบหู จะโอบปิดใบหูทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยสร้างเกราะป้องกันเสียงจากภายนอกด้วยกลไกทางกายภาพควบคู่ไปกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ดี จุดเด่นอยู่ที่ขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่กว่าแบบอื่น จึงให้เวทีเสียงที่กว้างขวางและมิติสมจริง เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง นักเดินทางระยะไกลที่ต้องการความเงียบสงบ หรือผู้ที่ทำงานในออฟฟิศตลอดวัน ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องขนาดที่ค่อนข้างเทอะทะและพกพายากกว่าทรงอื่น รวมถึงอาจเกิดความร้อนและเหงื่อสะสมรอบใบหูเมื่อสวมใส่ในสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานานเนื่องจากระบายอากาศได้จำกัด
พิจารณาคุณภาพเสียงของหูฟังตัดเสียงรบกวน
นอกจากประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีแล้ว คุณภาพเสียงของหูฟังก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงที่ต้องการหูฟังเสียงดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพเสียงจากค่าต่าง ๆ ที่แบรนด์ผู้ผลิตหูฟังระบุไว้
ตรวจสอบค่า Frequency Response เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน

ย่านความถี่เสียง (Frequency Response) คือค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการขับเสียงชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง เสียงสูง จากเสียงของเครื่องดนตรี เสียงพูด เสียงร้อง หรือเสียงอื่น ๆ โดยมีหน่วยเป็น Hertz (Hz) ซึ่งหูฟังที่ดี ควรตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้หลากหลาย เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน
- 20 - 20,000 Hz : คือช่วงความถี่เสียงที่หูฟังพื้นฐานควรขับเสียงออกมาได้ ซึ่งในความถี่ช่วงนี้นั้น มีทั้งรุ่นที่ให้เสียงดีและรุ่นที่คุณภาพเสียงปกติ จึงต้องตรวจสอบควบคู่กันกับค่าอื่น ๆ โดยเฉพาะไดรเวอร์ของหูฟัง
- 40,000 Hz ขึ้นไป : หากหูฟังระบุว่าสามารถขับความถี่เสียงได้ถึง 40,000 Hz หรือมากกว่า นั่นหมายความว่าเป็นหูฟังที่มีประสิทธิภาพในระดับ Hi-Res Audio หรือก็คือเสียงความละเอียดสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีเสียงดี สำหรับใช้ฟังเพลงหรือเสียงความละเอียดสูงโดยเฉพาะ
เลือกค่า Impedance ระหว่าง 16 - 48 โอห์ม สำหรับใช้งานทั่วไป

ค่าความต้านทาน (Impedance) คือค่าที่ใช้บ่งบอกว่าหูฟังสามารถขับเสียงออกมาได้ยากหรือง่ายเพียงใด มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ohm : Ω) โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น มีค่าความต้านทานอยู่ในระดับที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น ฟังเพลง ดูหนัง พูดคุยโทรศัพท์ หรือฟังคอนเทนต์เสียงต่าง ๆ คือระหว่าง 16 - 48 โอห์ม และต้องใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับค่าความต้านทานที่สอดคล้องกัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ทีวี และไม่ควรนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีแรงขับหรือค่าโอห์มสูง เช่น Audio Interface ระดับมืออาชีพ หรือมิกเซอร์ขนาดใหญ่ เพราะอาจทำให้หูฟังเสียหายได้
เลือกค่าความไวเสียง (Sensitivity) 90-100dB เพื่อความชัดเจนของเสียง

ค่าความไวเสียง (Sensitivity) คือค่าที่ใช้ระบุอัตราการตอบสนองของไดรเวอร์หูฟัง มีหน่วยเป็น dB โดยค่านี้ สามารถใช้ระบุระดับความดังที่หูฟังสามารถขับออกมาได้ โดยยิ่งมีค่ามากเท่าไร ก็ยิ่งดังมากเท่านั้น ซึ่งสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น ควรมีค่า Sensitivity ที่ 90-100dB เพื่อให้คุณได้ยินเสียงที่ขับออกมาจากหูฟังอย่างครบถ้วนชัดเจน โดยเป็นค่าพื้นฐานของหูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะรุ่นที่มีราคาถูกหรือแพง แต่ในทางปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครใช้งานหูฟังในระดับที่ดัง 100% จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก
ตรวจสอบประเภทไดร์เวอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี

ไดรเวอร์ (Driver) คือชิ้นส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดหรือขับเสียงของหูฟังออกมา โดยเป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าหูฟังจะมีคุณภาพเสียงดีหรือไม่ โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น จะนิยมใช้ไดรเวอร์ด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป
- Dynamic Driver : มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ขดลวดทองแดง, แม่แหล็ก และแผ่นไดอะแฟรม มีจุดเด่นคือ สามารถขับเสียงได้ทุกย่าน โดยเฉพาะย่านเสียงต่ำหรือเสียงเบส แต่ไม่เด่นย่านเสียงสูง และหากเปิดเสียงดังจะให้เสียงที่ค่อนข้างเพี้ยนและแตก
- Balanced Armature : มีส่วนประกอบเหมือนกับ Dynamic Driver แต่เพิ่มแผ่นโลหะ Armature เข้ามา มีจุดเด่นคือขับเสียงได้ง่าย ตอบสนองความถี่ได้กว้าง เสียงมีความแม่นยำ สามารถปรับจูนให้ขับเสียงแต่ละย่านได้ดี แต่จะไม่เด่นย่านเสียงเบส
- Planar Magnetic : ส่วนใหญ่แล้วจะพบในหูฟัง Over-ear โดยภายในประกอบด้วยแผ่นแม่เหล็ก โลหะ และไดอะเฟรมหลากหลายชั้น มีจุดเด่นคือให้เสียงที่สมจริงท ค่าความเพี้ยนของเสียงต่ำ เป็นธรรมชาติให้เสียงเบสได้ดี
- Hybrid Drivers และ Multiple Drivers : เป็นการนำไดรเวอร์มากกว่า 1 ชนิด มารวมไว้ในหูฟังตัวเดียว เพื่อช่วยทดแทนจุดด้อยของไดรเวอร์แต่ละชนิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสียงให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
ตรวจสอบเทคโนโลยีไมโครโฟน เพื่อการสนทนาที่คมชัด

การตรวจสอบไมโครโฟนของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้มั่นใจว่าเสียงพูดของคุณชัดเจนระหว่างการโทรหรือประชุมออนไลน์ โดยเฉพาะในที่มีเสียงรบกวน นอกจากนี้ ไมโครโฟนที่ดีมักมีระบบตัดเสียงลมและเสียงรอบข้าง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัด ไม่ขาดหายหรือเพี้ยน
- cVc (Clear Voice Capture) : คือเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของ Qualcomm ที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเสียงขณะสนทนา โดยทำหน้าที่กรองเสียงพื้นหลัง เช่น เสียงลมหรือเสียงฝูงชน ช่วยให้เสียงพูดที่ส่งไปยังปลายสายมีความใสเคลียร์และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้จะใช้งานในสภาพแวดล้อมที่พลุกพล่านก็ตาม
- Beamforming : หรือระบบไมโครโฟนหลายตัว ควรเลือกหูฟังที่มีไมโครโฟนมากกว่า 2 ตัวขึ้นไปเพื่อช่วยในการตรวจจับทิศทางเสียงและแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้แม่นยำ
- ตัดเสียงรบกวนด้วย AI หรือ DSP : มองหารุ่นที่มีชิปประมวลผลเสียงขั้นสูงซึ่งสามารถกรองเสียงรบกวนที่ซับซ้อน เช่น เสียงการจราจรหรือเสียงผู้คน ให้หายไปโดยไม่ทำให้เสียงพูดบิดเบือน
แหล่งที่มา
อ้างอิง Active Noise Cancellation with MEMS Resonant Microphone Array, Hai Liu, Song Liu, Anton A Shkel, Eun Sok Kim, 2020 University of Southern California, United States
ตรวจสอบเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ให้เหมาะกับการใช้งาน

การตรวจสอบเทคโนโลยีของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้เลือกได้ตรงกับการใช้งาน เพราะแต่ละระบบ มีประสิทธิภาพต่างกัน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพเสียง ความเสถียรในการเชื่อมต่อ และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม
- Feedforward ANC : ใช้ไมโครโฟนติดตั้งไว้ที่ด้านนอกของหูฟังเพื่อรับเสียงรบกวนก่อนจะถึงหู แล้วสร้างคลื่นเสียงหักล้างอย่างรวดเร็ว มีจุดเด่นในการจัดการกับเสียงย่านความถี่กลางถึงสูงได้ดีแต่ไวต่อเสียงลม
- Feedback ANC : ติดตั้งไมโครโฟนไว้ด้านในหูถ้วยหรือใกล้กับลำโพงเพื่อฟังเสียงที่ผู้ใช้ได้ยินจริง ๆ ช่วยให้ปรับแต่งเสียงได้แม่นยำและจัดการเสียงย่านความถี่ต่ำได้ดีกว่า แต่อาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงบ้าง
- Hybrid ANC : เป็นการผสานรวมทั้ง Feedforward และ Feedback เข้าด้วยกัน โดยมีไมโครโฟนทั้งด้านนอกและด้านในเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการตัดเสียงรบกวนครอบคลุมทุกย่านความถี่ และเป็นมาตรฐานของหูฟังระดับพรีเมียม
- Adaptive ANC : เทคโนโลยีที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเพื่อปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ เช่น เร่งการทำงานเมื่ออยู่บนเครื่องบิน หรือลดระดับลงเมื่ออยู่ในห้องสมุดที่เงียบสงบ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Hybrid Feedforward-Feedback Active Noise Control for Hearing Protection and Communication, Laura E. Ray, Jason Solbeck, Alexander D Streeter, Robert D Collier, 2006 The Journal of the Acoustical Society of America, United States
หากต้องการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ควรเลือกแบบ Hybrid ANC เพื่อให้ตัดเสียงได้ครอบคลุมและสมดุลที่สุด แต่หากเน้นความอัจฉริยะและความสะดวกสบายในการใช้งานในหลายสภาพแวดล้อม Adaptive ANC จะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง Feedforward หรือ Feedback เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัดและใช้งานเฉพาะด้าน
เลือกจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของหูฟังตัดเสียงรบกวน

นอกจากฟังก์ชันหลักในการตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟังตัดเสียงรบกวนหลาย ๆ รุ่นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยให้การใช้งานหูฟังเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ มีดังนี้
Transparency / Ambient Mode : โหมดดูดเสียงภายนอกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงรอบข้างหรือสนทนากับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก เพิ่มความปลอดภัยขณะเดินบนท้องถนน
Multipoint Connection : ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สองเครื่องพร้อมกัน เช่น ต่อกับแล็ปท็อปเพื่อทำงานและสลับมารับสายบนสมาร์ทโฟนได้ทันทีอย่างราบรื่น
Wear Detection / Auto-Pause : เซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก และกลับมาเล่นต่อเมื่อใส่คืน ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และไม่พลาดจังหวะสำคัญ
- Custom EQ & App Support : การปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เลือกแนวเสียงที่ชอบ หรือปรับระดับความเข้มข้นของระบบ ANC และ Transparency ได้ตามต้องการ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Design and Implementation of an Active Noise Control Headphone With Directional Hear-Through Capability, Vinal Patel, Jordan Cheer, Simone Fontana, 2019 IEEE, United States
ควรเลือกฟังก์ชันเสริมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง เช่น คนเดินทางบ่อยควรมี Transparency และ Multipoint เพื่อความคล่องตัว ขณะที่สายฟังเพลงหรือทำงานยาว ๆ ควรให้ความสำคัญกับ Wear Detection และ Custom EQ เพื่อความต่อเนื่องและปรับเสียงได้ตรงใจ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกครบทุกฟีเจอร์หากไม่ได้ใช้งานจริง
10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี หูฟัง Noise Cancelling
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | รายละเอียด | ||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบ | รูปทรงหูฟัง | ประเภทไดรเวอร์ | ขนาดไดรเวอร์ | ย่านความถี่ที่รองรับ | Codec ที่รองรับ | ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | การเชื่อมต่อไร้สาย | พอร์ตเชื่อมต่อ | ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | ระดับการกันน้ำและฝุ่น | จำนวนไมโครโฟน | น้ำหนัก | การรับประกันสินค้า | รองรับ Game Mode | รองรับการชาร์จเร็ว | ||||
1 | SONY หูฟังไร้สาย |WH-1000XM5 | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 30 มม. | 4 - 40,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 48 Ohms | Bluetooth 5.2 | USB-C | 30 ชม. | ไม่ระบุ | 4 ตัว | 250 กรัม | 1 ปี | ไม่ระบุ | ||
2 | Edifier หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 40,000 Hz | SBC, LDAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.2 | USB-C | 49 ชม. | ไม่ระบุ | 1 ตัว | 221 กรัม | 1 ปี | |||
3 | APPLE AirPods Pro 3 | ![]() | ไร้สาย | In-ear | High Excursion | 11 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 8 ชม. | IP57 | 3 ตัว | 55.09 กรัม | 1 ปี | |||
4 | HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Deciduous Composite Diaphragm | 10 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC, SBC | 130 Ohms | Bluetooth 5.4 | USB-C | 50 ชม. | IP54 | 3 ตัว | 44.6 กรัม | 1 ปี | |||
5 | Lenovo หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30 | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.1 | USB-C, AUX, Jack 3.5 mm | 9 ชม. | IPX5 | 1 ตัว | 325 กรัม | 1 ปี | |||
6 | Marshall หูฟังบลูทูธ Motif II A.N.C | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 6 มม. | 20 - 20,000 Hz | SBC, AAC | 16 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 43 ชม. | IPX5 | 6 ตัว | 55.7 กรัม | 1 ปี | |||
7 | Soundcore Space One Pro | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 20,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 16 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 55 ชม. | ไม่ระบุ | 6 ตัว | 286 กรัม | 1 ปี 6 เดือน | |||
8 | JBL หูฟังไร้สาย Tune Flex 2 | ![]() | ไร้สาย | Earbuds | Dynamic | 12 มม. | 20 - 20,000 Hz | ไม่ระบุ | 13 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 48 ชม. | IP54 | 6 ตัว | 44 กรัม | 1 ปี | |||
9 | Sennheiser Momentum 4 True Wireless | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 7 มม. | 5 - 21,000 Hz | SBC, AAC | 60 Ohms | Bluetooth 5.4 | USB-C | 30 ชม. | IP54 | 6 ตัว | 78.8 กรัม | 2 ปี | |||
10 | Jabra Evolve2 30 SE | ![]() | มีสาย | Headphone | Dynamic | 28 มม. | 20 - 20,000 Hz | 32 Ohms | ไม่ระบุ | USB-A, USB-C, AUX, Plug & Play | ไม่ระบุ | 2 ตัว | 125 กรัม | 2 ปี | |||||
SONYหูฟังไร้สาย | WH-1000XM5
ลดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ หยุดเสียงเพลงทันทีเมื่อพูด
- Speak-to-Chat หยุดเสียงเพลงเมื่อพูด เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบตัวและเล่นเพลงต่อทันทีเมื่อพูดจบ
- ไดรเวอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ขนาด 30 มิลลิเมตร ให้เสียงคมชัดมากขึ้น และเก็บรายละเอียดได้ครบ
- เทคโนโลยี DSEE Extreme และ Edge - AI เพิ่มคุณภาพเสียงเวลาดูหนัง และเพิ่มมิติเสียงเพลง
- มีไมโครโฟน 4 ตัว แบบ Beamforming มีเทคโนโลยี Multi Noise Sensor ตัดเสียงรบกวนได้ดี
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 30 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 4 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 48 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.2 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 30 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 250 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | ไม่ระบุ |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้ทั้งวัน
- หูฟังไร้สายเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 แถบคาดบุฟองน้ำปรับให้กระชับในขณะสวมใส่ได้
- ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วภายใน 10 นาที สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 33 - 49 ชั่วโมง
- คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res พร้อม Game Mode เวลาแฝงต่ำ ช่วยลดการดีเลย์ของเสียง
- มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอก รวมทั้งรองรับการใช้งานทั้งแบบมีสายและไร้สาย
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, LDAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.2 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 49 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 1 ตัว |
| น้ำหนัก | 221 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ
- ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจึงให้เสียงคมชัด
เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยติดตามการออกกำลังกาย
รูปทรงได้รับการปรับปรุงให้กระชับขึ้น มอบเสียงชัดเจน ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามสถานการณ์
กันน้ำตามมาตรฐาน IP57 ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | High Excursion |
| ขนาดไดรเวอร์ | 11 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 8 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP57 |
| จำนวนไมโครโฟน | 3 ตัว |
| น้ำหนัก | 55.09 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ฟังเพลงได้นาน 10 ช.ม.
โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ปรับได้หลายโหมด เพื่อการฟังเพลงหรือสนทนาอย่างชัดเจน
ไดรเวอร์ไดนามิก 10 มม. รองรับฟอร์แมตเสียง SBC และ AAC ให้เสียงเบสและรายละเอียดสมดุล
ฟังเพลงได้นาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อใช้กับเคส และ 7 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC
มาตรฐานการกันน้ำ IP54 น้ำหนักเบาเพียง 4.3 กรัมต่อข้าง มาพร้อมเคสชาร์จพอร์ต USB-C
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Deciduous Composite Diaphragm |
| ขนาดไดรเวอร์ | 10 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 130 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 50 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 3 ตัว |
| น้ำหนัก | 44.6 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
Lenovo หูฟังไร้สาย รุ่น Thinkplus TH30
ไมโครโฟน CVC ลดเสียงรบกวนดี กันน้ำระดับ IPX5 พับได้
- มีไมโครโฟน CVC ช่วยลดเสียงรบกวนขณะคุยโทรศัพท์ และลดได้สูงสุด 95 เดซิเบล
- ไดรเวอร์ลำโพงขนาด 40 มม. ให้เสียงสมจริง คมชัด ได้ยินเสียงเกมรอบทิศทาง
- หูฟังพับเก็บได้ เหมาะกับการพกพา มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อได้ระดับ IPX5
- รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมหลายประเภท ทั้ง AUX 3.5 และ Bluetooth 5.1
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.1 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C, AUX, Jack 3.5 mm |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 9 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX5 |
| จำนวนไมโครโฟน | 1 ตัว |
| น้ำหนัก | 325 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
Marshall หูฟังบลูทูธ Motif II A.N.C
เสียงพูดชัด ตัดเสียงรบกวนได้ดี ใช้งานนานสูงสุด 43 ชม.
- ไดรเวอร์ไดนามิก 6 มม. ขับเสียงได้ทุกย่าน ครอบคลุมทั้งดูหนัง ฟังเพลง และโทรเข้า - ออก
- ตัดเสียงรบกวนด้วย ANC พร้อม Transparency Mode ช่วยให้ได้ยินเสียงแวดล้อมรอบตัว
- ไมโครโฟน Dual Beamforming จับเฉพาะเสียงพูด คัดกรองเสียงด้วย AI เสียงไม่ขาดช่วง
- ชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง ใช้งานได้ 43 ชั่วโมง รองรับการชาร์จ USB Type C และชาร์จแบบไร้สาย
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 6 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 43 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX5 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 55.7 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
รองรับ LDAC ให้เสียงดีกว่าเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า
ดีไซน์แถบคาดศีรษะให้กระจายแรงกด ส่วนที่ครอบหูหมุนได้ 8° สวมใส่ได้สบายตลอดวัน
ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 98% มีโหมดปรับอัตโนมัติ
รองรับ LDAC ให้เสียงระดับ Hi-Res Wireless ซึ่งดีกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า
ฟังเพลงได้นาน 55 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และ 40 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 55 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 286 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี 6 เดือน |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
ใช้เทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง
- ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. ร่วมกับเทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง
ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ปรับระดับเสียงรอบข้างได้ตามต้องการด้วย Adaptive Noise Cancelling
ไมโครโฟน 6 ตัวแบบ Beamforming เสียงสนทนาชัด พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนภายนอก
ใช้งานกับเคสชาร์จได้นานสูงสุด 48 ชม. ฟังเพลงต่อเนื่องได้ 8 - 12 ชม. ต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Earbuds |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 12 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | ไม่ระบุ |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 13 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 48 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 44 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
Sennheiser Momentum 4 True Wireless
ระบบ ANC ปรับอัตโนมัติ ต่อได้ 2 อุปกรณ์ ปรับผ่านแอปได้
- ระบบ ANC ปรับเองอัตโนมัติ มีไมโครโฟน 6 ตัวต่อข้าง พร้อม AI ลดเสียงลมและเสียงรบกวน
- เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกันด้วย Multipoint Connectivity
- ฟังได้ต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ รองรับชาร์จเร็ว โดยชาร์จ 8 นาที จะใช้ได้ 1 ชั่วโมง
- ไดรเวอร์ TrueResponse Dynamic 7 มม. ปรับแต่งเสียงผ่านแอป Smart Control ได้ตามต้องการ
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 7 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 5 - 21,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 60 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 30 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 78.8 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะการใช้งาน
- เอียร์คุชชั่นที่เป็นฟองน้ำแบบนุ่ม และดีไซน์เอียร์คัพให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกขณะสนทนา
- ไดรเวอร์ขนาด 28 มม. ประมวลผลสัญญาณเสียงแบบดิจิทัล ช่วยให้เสียงคมชัดทั้งการสนทนา และฟังเพลง
ไมโครโฟนคู่ 2 ตัว ชิปเซ็ทตัดเสียงรบกวน จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะใช้งาน
เชื่อมต่อแบบ USB-A/USB-C Plug & Play ปรับแต่งการใช้งานผ่าน Jabra Direct และ Jabra Xpress
| รูปแบบ | มีสาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 28 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | ไม่ระบุ |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-A, USB-C, AUX, Plug & Play |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 2 ตัว |
| น้ำหนัก | 125 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยลดเสียงได้มากแค่ไหน
หูฟังตัดเสียงรบกวนแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เริ่มต้นสามารถตัดเสียงรบกวน ได้มากถึง 30 dB ขึ้นไป ซึ่งทำให้เสียงรบกวนที่เราได้ยินนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยินเสียง โดยเฉพาะเสียงความถี่ที่ต่ำอย่างสม่ำเสมออย่างเสียงเครื่องรถยนต์ หรือไม่ได้ยินเสียงรบกวนเลยหากสภาพแวดล้อมที่เราอยู่นั้นเสียงไม่ดังจนเกินไป
การตัดเสียงรบกวนส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงหรือไม่
หูฟังตัดเสียงรบกวน หูฟังตัดเสียงรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงเล็กน้อยในแง่เทคนิคของการตัดเสียงรบกวน (ANC) อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ในปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หูฟังรุ่นใหม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อเสียงได้ดีเยี่ยม จนแทบไม่พบความแตกต่างของภาพรวมเสียงในขณะเปิดใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































































































