10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 หูฟัง Noise Cancelling
หูฟังตัดเสียงรบกวน ช่วยแก้ปัญหาเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อม เช่น เสียงรถ เสียงคนพูด หรือเสียงเครื่องยนต์ ทำให้สามารถโฟกัสกับการฟังเพลงหรือการทำงานได้ดีขึ้น แตกต่างจากหูฟังทั่วไปที่ยังคงได้ยินเสียงจากภายนอก นอกจากนี้ยังช่วยลดความเครียดจากเสียงรบกวนระยะยาว และให้ความเป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ทั้งสำหรับผู้ที่ต้องการใช้งานทั่วไป สำหรับผู้ที่เน้นตัดเสียงรบกวนภายนอก และผู้ที่เน้นเรื่องคุณภาพเสียง พร้อมคำแนะนำจากคุณธภัทร ตั้งวงษ์ไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง และนายกาฝาก บล็อกเกอร์สาย IT/นักรีวิวผลิตภัณฑ์เทคโนโลยี ทั้งยังมี 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน รุ่นยอดนิยม ทั้งหูฟังแบบ In-ear, หูฟัง Earbuds และหูฟัง Over-ear มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณธีร์เป็น Sound Recorder ประจำ The Standard สำนักข่าวออนไลน์ชั้นนำ ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพเสียงของคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่กระบวนการ Pre-Production ไปจนถึง Post-Production ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเสียงและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่สั่งสมจากประสบการณ์ทำงานจริง โดยจุดเริ่มต้นของธีร์มาจากความหลงใหลในเสียงดนตรีและอุปกรณ์เครื่องเสียงมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกศึกษาต่อด้านบันทึกเสียงภาพยนตร์ที่ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิคการบันทึกเสียง อุปกรณ์เสียง และการออกแบบเสียงที่มีคุณภาพสูง นอกจากงานประจำแล้ว คุณธีร์ยังหมั่นศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านเสียงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถพัฒนาและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเสียงดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง และการบันทึกเสียงได้อย่างแม่นยำและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

นายกาฝากปัจจุบันดำรงตำแหน่ง Communication Specialist (Digital) และมีประสบการณ์ด้านการรีวิวและวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีมากกว่า 10 ปี ครอบคลุมตั้งแต่อุปกรณ์ขนาดเล็ก เช่น หูฟังไร้สาย ไปจนถึงอุปกรณ์เก็บข้อมูลระดับองค์กรอย่าง NAS โดยมุ่งเน้นการให้ข้อมูลที่รอบด้าน ชัดเจน และเป็นกลาง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่เหมาะสมสำหรับผู้บริโภค โดยสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี วิศวกรรมศาสตร์อิเล็กทรอนิกส์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ และเคยศึกษาต่อในระดับปริญญาโทด้านจิตวิทยาอุตสาหกรรมและองค์การ มีประสบการณ์ทำงานด้านเทคโนโลยีและระบบสารสนเทศในองค์กรเอกชนขนาดใหญ่ รวมถึงบทบาทด้านการสื่อสารและการตลาดดิจิทัล ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นายกาฝากเคยเป็นทั้งนักเขียนและวิทยากรรับเชิญในหัวข้อเทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล และแนวโน้มผู้บริโภค อีกทั้งยังมีผลงานหนังสือด้านเทคโนโลยีที่ติดอันดับขายดี และบทความเผยแพร่ผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ โดยให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์ทั้งคุณภาพ การใช้งานจริง และความคุ้มค่าของผลิตภัณฑ์อย่างเป็นระบบ

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
หูฟังตัดเสียงรบกวนคืออะไร ทำงานอย่างไร ?

หูฟังตัดเสียงรบกวน คือหูฟังที่มาพร้อมกับระบบที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ที่กำลังสัญจรอยู่บนท้องถนน เสียงพูดคุย เสียงวัตถุต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงต่าง ๆ ที่คุณกำลังรับฟังจากหูฟังมากยิ่งขึ้น โดยระบบตัดเสียงรบกวนนี้ แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้
- Passive Noise Cancellation (PNC) มีการออกแบบวัสดุและรูปทรงที่ครอบหูหรือปิดช่องหูเพื่อกันเสียงรบกวนโดยธรรมชาติ เพื่อสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาในหูฟังได้
- Active Noise Cancellation (ANC) ใช้ระบบดิจิทัลในการตัดคลื่นความถี่เสียงต่าง ๆ และสะท้อนออกไป เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงรบกวน ซึ่งระบบที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายในปัจจุบันจะเป็นแบบ ANC
หูฟังส่วนใหญ่จะมีการตัดเสียงรบกวนเป็นปกติอยู่แล้วในทางกายภาพของตัวมันอยู่แล้วในระดับนึง แต่หูฟังตัดเสียงรบกวนคือหูฟังที่มีกลไกกำจัดเสียงรบกวนภายนอกให้เงียบกว่าหูฟังทั่วไป ทำให้เราได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้นเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังได้ดีกว่าหูฟังที่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน
สำหรับระบบ Active Noise Cancellation (ANC) นั้น กลไกการทำงานจะเริ่มจากการใช้ไมโครโฟนที่ฝังอยู่บนตัวหูฟังคอยตรวจจับและรับเสียงรบกวนจากสภาพแวดล้อมภายนอกก่อน จากนั้นระบบดิจิทัลข้างในจึงจะนำเสียงนั้นไปประมวลผลเพื่อสร้างคลื่นความถี่เสียงสะท้อนกลับไปหักล้าง ทำให้เราได้ยินเสียงบรรยากาศรอบข้างเบลงอย่างเห็นได้ชัด
วิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน
หูฟังตัดเสียงรบกวนมีด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีลักษณะเด่นและข้อพิจารณาที่แตกต่างกันไป คุณจึงจำเป็นต้องเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลวิธีการเลือกต่อไปนี้
เลือกรูปทรงของหูฟังให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน
รูปทรงของหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้นจะไม่แตกต่างจากหูฟังทั่วไป โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปทรงหลัก คือ แบบ Earbuds, Over-ear และ In-ear ซึ่งทั้ง 3 รูปทรงนี้ มีทั้งข้อดีและจุดพิจารณาที่แตกต่างกันไป
หูฟัง Earbuds : เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง Earbuds คือหูฟังแบบกึ่งเปิดที่ไม่ต้องสอดเข้าไปในรูหูเหมือนทรง In-ear จึงให้ความรู้สึกเบาสบายและไม่อึดอัดเมื่อสวมใส่เป็นเวลานาน โดยจุดเด่นอยู่ที่การผสานความโปร่งสบายเข้ากับเทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนที่ช่วยลดเสียงบรรยากาศรอบข้างให้เบาลงโดยไม่ตัดขาดจากโลกภายนอกจนเกินไป เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบความอึดอัดแบบหูฟัง In-ear หรือแพ้จุกยาง อย่างไรก็ตามควรพิจารณาว่าประสิทธิภาพการกันเสียงจะไม่เงียบสนิทเท่าทรง In-ear เนื่องจากไม่มีซีลซิลิโคนคอยอุดกั้นเสียง และคุณภาพย่านเสียงเบสอาจลดทอนลงไปตามลักษณะโครงสร้างที่เน้นความโปร่งเป็นหลัก
หูฟัง In-ear : เหมาะสำหรับตัดเสียงรบกวนภายนอก

หูฟังตัดเสียงรบกวนทรง In-ear มาพร้อมจุกยางหรือซิลิโคนสำหรับสอดเข้าไปในรูหูเพื่อสร้างซีลที่ปิดสนิท ช่วยให้เทคโนโลยีตัดเสียงรบกวนทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพและเงียบสงัดกว่าทรงอื่น จุดเด่นอยู่ที่การถ่ายทอดรายละเอียดเสียงที่คมชัด โดยเฉพาะย่านเบส เหมาะสำหรับคนที่ต้องการสมาธิสูงในที่ทำงาน การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ หรือผู้ที่ชื่นชอบการฟังเพลงแบบดื่มด่ำกับอรรถรสอย่างเต็มที่ ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องความอึดอัดหรืออาการล้าหูเมื่อสวมใส่นาน ๆ และต้องคอยดูแลความสะอาดอย่างสม่ำเสมอเพื่อสุขอนามัยที่ดี
การเลือกขนาดจุกยางซิลิโคนให้พอดีกับรูหูของตัวเองถือเป็นจุดที่สำคัญมาก เพราะหากเลือกขนาดที่เหมาะสมจะช่วยให้จุกยางแนบซีลสนิทกับรูหู ส่งผลให้ระบบตัดเสียงรบกวนภายนอกทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดแรงกดทับ ทำให้สวมใส่สบาย ไม่รู้สึกอึดอัดหรือเกิดอาการเจ็บหูเมื่อต้องใช้งานติดต่อกันเป็นเวลานาน
หูฟัง Over-ear : เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง

หูฟังทรง Over-ear หรือทรงครอบหู จะโอบปิดใบหูทั้งหมดอย่างสมบูรณ์แบบ ช่วยสร้างเกราะป้องกันเสียงจากภายนอกด้วยกลไกทางกายภาพควบคู่ไปกับระบบตัดเสียงรบกวนที่ดี จุดเด่นอยู่ที่ขนาดไดรเวอร์ที่ใหญ่กว่าแบบอื่น จึงให้เวทีเสียงที่กว้างขวางและมิติสมจริง เหมาะสำหรับผู้ที่เน้นคุณภาพเสียง นักเดินทางระยะไกลที่ต้องการความเงียบสงบ หรือผู้ที่ทำงานในออฟฟิศตลอดวัน ส่วนข้อควรพิจารณาเรื่องขนาดที่ค่อนข้างเทอะทะและพกพายากกว่าทรงอื่น รวมถึงอาจเกิดความร้อนและเหงื่อสะสมรอบใบหูเมื่อสวมใส่ในสภาพอากาศร้อนเป็นเวลานานเนื่องจากระบายอากาศได้จำกัด
หูฟังทรง Over-ear มักจะมีน้ำหนักตัวเครื่องที่ค่อนข้างมากกว่าทรงอื่น ๆ ซึ่งอาจทำให้รู้สึกหนักศีรษะได้เมื่อสวมใส่นาน ๆ แต่ในทางกลับกัน ขนาดที่ใหญ่ขึ้นนี้ก็ทำให้ผู้ผลิตสามารถใส่แบตเตอรี่ความจุสูงเข้ามาได้ด้วย ส่งผลให้หูฟังไร้สายประเภทนี้มีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนานกว่าหูฟังทรงอื่น ๆ อย่างเห็นได้ชัด
พิจารณาคุณภาพเสียงของหูฟังตัดเสียงรบกวน
นอกจากประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีแล้ว คุณภาพเสียงของหูฟังก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงที่ต้องการหูฟังเสียงดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพเสียงจากค่าต่าง ๆ ที่แบรนด์ผู้ผลิตหูฟังระบุไว้
ตรวจสอบค่า Frequency Response เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน

ย่านความถี่เสียง (Frequency Response) คือค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการขับเสียงชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง เสียงสูง จากเสียงของเครื่องดนตรี เสียงพูด เสียงร้อง หรือเสียงอื่น ๆ โดยมีหน่วยเป็น Hertz (Hz) ซึ่งหูฟังที่ดี ควรตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้หลากหลาย เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน
- 20 - 20,000 Hz : คือช่วงความถี่เสียงที่หูฟังพื้นฐานควรขับเสียงออกมาได้ ซึ่งในความถี่ช่วงนี้นั้น มีทั้งรุ่นที่ให้เสียงดีและรุ่นที่คุณภาพเสียงปกติ จึงต้องตรวจสอบควบคู่กันกับค่าอื่น ๆ โดยเฉพาะไดรเวอร์ของหูฟัง
- 40,000 Hz ขึ้นไป : หากหูฟังระบุว่าสามารถขับความถี่เสียงได้ถึง 40,000 Hz หรือมากกว่า นั่นหมายความว่าเป็นหูฟังที่มีประสิทธิภาพในระดับ Hi-Res Audio หรือก็คือเสียงความละเอียดสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีเสียงดี สำหรับใช้ฟังเพลงหรือเสียงความละเอียดสูงโดยเฉพาะ
เลือกค่า Impedance ระหว่าง 16 - 48 โอห์ม สำหรับใช้งานทั่วไป

ค่าความต้านทาน (Impedance) คือค่าที่ใช้บ่งบอกว่าหูฟังสามารถขับเสียงออกมาได้ยากหรือง่ายเพียงใด มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ohm : Ω) โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น มีค่าความต้านทานอยู่ในระดับที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น ฟังเพลง ดูหนัง พูดคุยโทรศัพท์ หรือฟังคอนเทนต์เสียงต่าง ๆ คือระหว่าง 16 - 48 โอห์ม และต้องใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับค่าความต้านทานที่สอดคล้องกัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ทีวี และไม่ควรนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีแรงขับหรือค่าโอห์มสูง เช่น Audio Interface ระดับมืออาชีพ หรือมิกเซอร์ขนาดใหญ่ เพราะอาจทำให้หูฟังเสียหายได้
เลือกค่าความไวเสียง (Sensitivity) 90-100dB เพื่อความชัดเจนของเสียง

ค่าความไวเสียง (Sensitivity) คือค่าที่ใช้ระบุอัตราการตอบสนองของไดรเวอร์หูฟัง มีหน่วยเป็น dB โดยค่านี้ สามารถใช้ระบุระดับความดังที่หูฟังสามารถขับออกมาได้ โดยยิ่งมีค่ามากเท่าไร ก็ยิ่งดังมากเท่านั้น ซึ่งสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น ควรมีค่า Sensitivity ที่ 90-100dB เพื่อให้คุณได้ยินเสียงที่ขับออกมาจากหูฟังอย่างครบถ้วนชัดเจน โดยเป็นค่าพื้นฐานของหูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะรุ่นที่มีราคาถูกหรือแพง แต่ในทางปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครใช้งานหูฟังในระดับที่ดัง 100% จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก
ตรวจสอบประเภทไดร์เวอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี

ไดรเวอร์ (Driver) คือชิ้นส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดหรือขับเสียงของหูฟังออกมา โดยเป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าหูฟังจะมีคุณภาพเสียงดีหรือไม่ โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น จะนิยมใช้ไดรเวอร์ด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป
- Dynamic Driver : มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ขดลวดทองแดง, แม่แหล็ก และแผ่นไดอะแฟรม มีจุดเด่นคือ สามารถขับเสียงได้ทุกย่าน โดยเฉพาะย่านเสียงต่ำหรือเสียงเบส แต่ไม่เด่นย่านเสียงสูง และหากเปิดเสียงดังจะให้เสียงที่ค่อนข้างเพี้ยนและแตก
- Balanced Armature : มีส่วนประกอบเหมือนกับ Dynamic Driver แต่เพิ่มแผ่นโลหะ Armature เข้ามา มีจุดเด่นคือขับเสียงได้ง่าย ตอบสนองความถี่ได้กว้าง เสียงมีความแม่นยำ สามารถปรับจูนให้ขับเสียงแต่ละย่านได้ดี แต่จะไม่เด่นย่านเสียงเบส
- Planar Magnetic : ส่วนใหญ่แล้วจะพบในหูฟัง Over-ear โดยภายในประกอบด้วยแผ่นแม่เหล็ก โลหะ และไดอะเฟรมหลากหลายชั้น มีจุดเด่นคือให้เสียงที่สมจริงท ค่าความเพี้ยนของเสียงต่ำ เป็นธรรมชาติให้เสียงเบสได้ดี
- Hybrid Drivers และ Multiple Drivers : เป็นการนำไดรเวอร์มากกว่า 1 ชนิด มารวมไว้ในหูฟังตัวเดียว เพื่อช่วยทดแทนจุดด้อยของไดรเวอร์แต่ละชนิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสียงให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
ตรวจสอบเทคโนโลยีไมโครโฟน เพื่อการสนทนาที่คมชัด

การตรวจสอบไมโครโฟนของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้มั่นใจว่าเสียงพูดของคุณชัดเจนระหว่างการโทรหรือประชุมออนไลน์ โดยเฉพาะในที่มีเสียงรบกวน นอกจากนี้ ไมโครโฟนที่ดีมักมีระบบตัดเสียงลมและเสียงรอบข้าง ทำให้คู่สนทนาได้ยินเสียงชัด ไม่ขาดหายหรือเพี้ยน
- cVc (Clear Voice Capture) : คือเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนของ Qualcomm ที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเสียงขณะสนทนา โดยทำหน้าที่กรองเสียงพื้นหลัง เช่น เสียงลมหรือเสียงฝูงชน ช่วยให้เสียงพูดที่ส่งไปยังปลายสายมีความใสเคลียร์และเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้จะใช้งานในสภาพแวดล้อมที่พลุกพล่านก็ตาม
- Beamforming : หรือระบบไมโครโฟนหลายตัว ควรเลือกหูฟังที่มีไมโครโฟนมากกว่า 2 ตัวขึ้นไปเพื่อช่วยในการตรวจจับทิศทางเสียงและแยกแยะเสียงพูดออกจากเสียงรบกวนรอบข้างได้แม่นยำ
- ตัดเสียงรบกวนด้วย AI หรือ DSP : มองหารุ่นที่มีชิปประมวลผลเสียงขั้นสูงซึ่งสามารถกรองเสียงรบกวนที่ซับซ้อน เช่น เสียงการจราจรหรือเสียงผู้คน ให้หายไปโดยไม่ทำให้เสียงพูดบิดเบือน
แหล่งที่มา
อ้างอิง Active Noise Cancellation with MEMS Resonant Microphone Array, Hai Liu, Song Liu, Anton A Shkel, Eun Sok Kim, 2020 University of Southern California, United States
ตรวจสอบเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน ให้เหมาะกับการใช้งาน

การตรวจสอบเทคโนโลยีของหูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยให้เลือกได้ตรงกับการใช้งาน เพราะแต่ละระบบ มีประสิทธิภาพต่างกัน นอกจากนี้ยังส่งผลต่อคุณภาพเสียง ความเสถียรในการเชื่อมต่อ และประสบการณ์ใช้งานโดยรวม
- Feedforward ANC : ใช้ไมโครโฟนติดตั้งไว้ที่ด้านนอกของหูฟังเพื่อรับเสียงรบกวนก่อนจะถึงหู แล้วสร้างคลื่นเสียงหักล้างอย่างรวดเร็ว มีจุดเด่นในการจัดการกับเสียงย่านความถี่กลางถึงสูงได้ดีแต่ไวต่อเสียงลม
- Feedback ANC : ติดตั้งไมโครโฟนไว้ด้านในหูถ้วยหรือใกล้กับลำโพงเพื่อฟังเสียงที่ผู้ใช้ได้ยินจริง ๆ ช่วยให้ปรับแต่งเสียงได้แม่นยำและจัดการเสียงย่านความถี่ต่ำได้ดีกว่า แต่อาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงบ้าง
- Hybrid ANC : เป็นการผสานรวมทั้ง Feedforward และ Feedback เข้าด้วยกัน โดยมีไมโครโฟนทั้งด้านนอกและด้านในเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการตัดเสียงรบกวนครอบคลุมทุกย่านความถี่ และเป็นมาตรฐานของหูฟังระดับพรีเมียม
- Adaptive ANC : เทคโนโลยีที่ใช้ซอฟต์แวร์ประมวลผลเพื่อปรับระดับการตัดเสียงรบกวนตามสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ เช่น เร่งการทำงานเมื่ออยู่บนเครื่องบิน หรือลดระดับลงเมื่ออยู่ในห้องสมุดที่เงียบสงบ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Hybrid Feedforward-Feedback Active Noise Control for Hearing Protection and Communication, Laura E. Ray, Jason Solbeck, Alexander D Streeter, Robert D Collier, 2006 The Journal of the Acoustical Society of America, United States
หากต้องการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน ควรเลือกแบบ Hybrid ANC เพื่อให้ตัดเสียงได้ครอบคลุมและสมดุลที่สุด แต่หากเน้นความอัจฉริยะและความสะดวกสบายในการใช้งานในหลายสภาพแวดล้อม Adaptive ANC จะตอบโจทย์มากกว่า ส่วนรุ่นพื้นฐานอย่าง Feedforward หรือ Feedback เหมาะกับผู้ที่มีงบจำกัดและใช้งานเฉพาะด้าน
เลือกจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของหูฟังตัดเสียงรบกวน

นอกจากฟังก์ชันหลักในการตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟังตัดเสียงรบกวนหลาย ๆ รุ่นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยให้การใช้งานหูฟังเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ มีดังนี้
Transparency / Ambient Mode : โหมดดูดเสียงภายนอกที่ช่วยให้ผู้ใช้ได้ยินเสียงรอบข้างหรือสนทนากับผู้อื่นได้โดยไม่ต้องถอดหูฟังออก เพิ่มความปลอดภัยขณะเดินบนท้องถนน
Multipoint Connection : ความสามารถในการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์สองเครื่องพร้อมกัน เช่น ต่อกับแล็ปท็อปเพื่อทำงานและสลับมารับสายบนสมาร์ทโฟนได้ทันทีอย่างราบรื่น
Wear Detection / Auto-Pause : เซนเซอร์ตรวจจับการสวมใส่ที่จะหยุดเล่นเพลงอัตโนมัติเมื่อถอดหูฟังออก และกลับมาเล่นต่อเมื่อใส่คืน ช่วยประหยัดแบตเตอรี่และไม่พลาดจังหวะสำคัญ
- Custom EQ & App Support : การปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้เลือกแนวเสียงที่ชอบ หรือปรับระดับความเข้มข้นของระบบ ANC และ Transparency ได้ตามต้องการ
แหล่งที่มา
อ้างอิง Design and Implementation of an Active Noise Control Headphone With Directional Hear-Through Capability, Vinal Patel, Jordan Cheer, Simone Fontana, 2019 IEEE, United States
ควรเลือกฟังก์ชันเสริมให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการใช้งานจริง เช่น คนเดินทางบ่อยควรมี Transparency และ Multipoint เพื่อความคล่องตัว ขณะที่สายฟังเพลงหรือทำงานยาว ๆ ควรให้ความสำคัญกับ Wear Detection และ Custom EQ เพื่อความต่อเนื่องและปรับเสียงได้ตรงใจ โดยไม่จำเป็นต้องเลือกครบทุกฟีเจอร์หากไม่ได้ใช้งานจริง

10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี หูฟัง Noise Cancelling
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | รายละเอียด | ||||||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบ | รูปทรงหูฟัง | ประเภทไดรเวอร์ | ขนาดไดรเวอร์ | ย่านความถี่ที่รองรับ | Codec ที่รองรับ | ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | ค่าความไวของไดรเวอร์ | การเชื่อมต่อไร้สาย | พอร์ตเชื่อมต่อ | ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | ระดับการกันน้ำและฝุ่น | จำนวนไมโครโฟน | น้ำหนัก | สีที่จัดจำหน่าย | การรับประกันสินค้า | รองรับ Game Mode | รองรับการชาร์จเร็ว | มี Transparency Mode | ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน | ||||
1 | SONY หูฟังไร้สาย |WH-1000XM5 | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 30 มม. | 4 - 40,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 48 Ohms | 102 dB | Bluetooth 5.2 | USB-C | 30 ชม. | ไม่ระบุ | 4 ตัว | 250 กรัม | ดำ, น้ำเงิน, เงิน, สโมกกี้พิงก์ | 1 ปี | ไม่ระบุ | ||||
2 | Samsung หูฟังไร้สาย รุ่น Galaxy Buds 4 Pro | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 11 มม. | 10 - 40,000 Hz | SSC, SBC, AAC, LC3 | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | Bluetooth 6.1 | USB-C | 7 ชม. | IP57 | 6 ตัว | 54.5 กรัม | ดำ, ขาว | 1 ปี | |||||
3 | HUAWEI หูฟัง รุ่น FreeBuds 7i | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 11 มม. | 20 - 40,000 Hz | SBC, AAC, L2HC, LDAC | ไม่ระบุ | ไม่ระบุ | Bluetooth 5.4 | USB-C | 8 ชม. | IP54 | 4 ตัว | 47.3 กรัม | ดำ, ขาว, ชมพู | 1 ปี | |||||
4 | ANKER หูฟังบลูทูธ รุ่น Soundcore R50i NC | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 10 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC, SBC | 16 Ohms | 106 dB | Bluetooth 5.4 | USB-C | 10 ชม. | IP54 | 4 ตัว | 46.7 กรัม | ดำ, ขาว,เขียว, ฟ้า, ชมพู | 1 ปี | |||||
5 | Xiaomi หูฟัง รุ่น Redmi Buds 8 Active | ![]() | ไร้สาย | Earbuds | Dynamic | 14.2 มม. | 20 - 20,000 Hz | SBC, AAC | 32 Ohms | 95 dB | Bluetooth 5.4 | USB-C | 7 ชม. | IP54 | 4 ตัว | 35.6 กรัม | ดำ, ขาว, ฟ้า | 1 ปี | |||||
6 | Baseus หูฟัง รุ่น Bass BP1 Pro Earbuds | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 10 มม. | 20 - 40,000 Hz | SBC, AAC, LDAC | 32 Ohms | ไม่ระบุ | Bluetooth 5.0 | USB-C | 12 ชม. | IP55 | 6 ตัว | 53 กรัม | ดำ, ขาว, ฟ้า | 1 ปี | |||||
7 | realme หูฟัง รุ่น Buds T200 Lite | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 12.4 มม. | 20 - 20,000 Hz | SBC, AAC | 32 Ohms | 111 dB | Bluetooth 5.4 | USB-C | 7 ชม. | IPX4 | 4 ตัว | 50 กรัม | เทา, ดำ, ม่วง | 1 ปี | |||||
8 | SoundPEATS หูฟัง Headphones รุ่น Cove Pro | ![]() | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 40,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 13 Ohms | 106 dB | Bluetooth 6.0 | USB-C | 95 ชม. | IPX4 | 7 ตัว | 251 กรัม | ดำ | 1 ปี | |||||
9 | HONOR หูฟังไร้สาย รุ่น Earbuds X10 Lite | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 12.4 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC, SBC | 16 Ohms | ไม่ระบุ | Bluetooth 5.4 | USB-C | 8 ชม. | IP54 | 4 ตัว | 39 กรัม | ขาว | 1 ปี | |||||
10 | Edifier หูฟัง True Wireless รุ่น STAX SPIRIT S10 | ![]() | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 12 มม. | 20 - 40,000 Hz | LHDC, LDAC, aptX, AAC, SBC | 16 Ohms | 92 dB | Bluetooth 5.4 | USB-C | 7 ชม. | IP54 | 6 ตัว | 56 กรัม | ดำ | 1 ปี | |||||


| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 30 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 4 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 48 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 102 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.2 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 30 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 250 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, น้ำเงิน, เงิน, สโมกกี้พิงก์ |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | ไม่ระบุ |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 11 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 10 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SSC, SBC, AAC, LC3 |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | ไม่ระบุ |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | ไม่ระบุ |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 6.1 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 7 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP57 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 54.5 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 11 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC, L2HC, LDAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | ไม่ระบุ |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | ไม่ระบุ |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 8 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 47.3 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว, ชมพู |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 10 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 106 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 10 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 46.7 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว,เขียว, ฟ้า, ชมพู |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Earbuds |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 14.2 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 95 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 7 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 35.6 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว, ฟ้า |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 10 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC, LDAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | ไม่ระบุ |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.0 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 12 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP55 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 53 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ, ขาว, ฟ้า |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 12.4 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 111 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 7 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX4 |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 50 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | เทา, ดำ, ม่วง |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 13 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 106 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 6.0 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 95 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX4 |
| จำนวนไมโครโฟน | 7 ตัว |
| น้ำหนัก | 251 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 12.4 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | ไม่ระบุ |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 8 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 39 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ขาว |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 12 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LHDC, LDAC, aptX, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| ค่าความไวของไดรเวอร์ | 92 dB |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 7 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 56 กรัม |
| สีที่จัดจำหน่าย | ดำ |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว | |
| มี Transparency Mode | |
| ปรับแต่งเสียงผ่านแอปพลิเคชัน |
หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยลดเสียงได้มากแค่ไหน
หูฟังตัดเสียงรบกวนแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เริ่มต้นสามารถตัดเสียงรบกวน ได้มากถึง 30 dB ขึ้นไป ซึ่งทำให้เสียงรบกวนที่เราได้ยินนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยินเสียง โดยเฉพาะเสียงความถี่ที่ต่ำอย่างสม่ำเสมออย่างเสียงเครื่องรถยนต์ หรือไม่ได้ยินเสียงรบกวนเลยหากสภาพแวดล้อมที่เราอยู่นั้นเสียงไม่ดังจนเกินไป
การตัดเสียงรบกวนส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงหรือไม่
หูฟังตัดเสียงรบกวน หูฟังตัดเสียงรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงเล็กน้อยในแง่เทคนิคของการตัดเสียงรบกวน (ANC) อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ในปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หูฟังรุ่นใหม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อเสียงได้ดีเยี่ยม จนแทบไม่พบความแตกต่างของภาพรวมเสียงในขณะเปิดใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ



































