10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 สำหรับคุยโทรศัพท์ ประชุม
หูฟังตัดเสียงรบกวน (Noise Cancelling) เป็นหูฟังประเภทที่มีรูปแบบหรือโครงสร้างภายนอกของหูฟังที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ในระดับหนึ่งและยังมีกลไกการทำงานภายในแบบดิจิตอลที่จับและตัดเสียงรบกวนที่ไม่ต้องการ ช่วยให้ได้ยินเสียงเพลงหรือเสียงในหูฟังได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นแม้จะเปิดในระดับเสียงที่เบา
บทความนี้จะมาแนะนำวิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน ทั้งรูปทรง Earbuds, Over-ear และ In-ear ประกอบกับคำแนะนำจากคุณธภัทร ตั้งวงษ์ไชย ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องเสียง และยังมี 10 หูฟังตัดเสียงรบกวน รุ่นยอดนิยม ที่ใช้ไดรเวอร์คุณภาพสูง รองรับเสียงระดับ Hi-Res และมีฟังก์ชันเสริมที่ช่วยตัดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์หรือประชุมได้ดีมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยอดนิยม

คุณธีร์เป็น Sound Recorder ประจำ The Standard สำนักข่าวออนไลน์ชั้นนำ ทำหน้าที่ดูแลคุณภาพเสียงของคอนเทนต์ในทุกแพลตฟอร์ม ตั้งแต่กระบวนการ Pre-Production ไปจนถึง Post-Production ด้วยความเชี่ยวชาญด้านเสียงและอุปกรณ์บันทึกเสียงที่สั่งสมจากประสบการณ์ทำงานจริง โดยจุดเริ่มต้นของธีร์มาจากความหลงใหลในเสียงดนตรีและอุปกรณ์เครื่องเสียงมาตั้งแต่เด็ก จึงเลือกศึกษาต่อด้านบันทึกเสียงภาพยนตร์ที่ คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปภาพยนตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ทำให้มีความรู้ลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคนิคการบันทึกเสียง อุปกรณ์เสียง และการออกแบบเสียงที่มีคุณภาพสูง นอกจากงานประจำแล้ว คุณธีร์ยังหมั่นศึกษาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้านเสียงอยู่เสมอ เพื่อให้สามารถพัฒนาและถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับเสียงดนตรี อุปกรณ์เครื่องเสียง และการบันทึกเสียงได้อย่างแม่นยำและสนุกสนานมากยิ่งขึ้น

คุณมอสเป็นคนที่สนใจในเครื่องใช้ไฟฟ้า แกดเจ็ต กล้อง โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ไอทีมาตั้งแต่เด็ก เพราะเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปัจจุบันยังคงติดตามข่าวสารวงการไอทีอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดตัวอุปกรณ์ใหม่ เทคโนโลยีล่าสุด หรือแนวโน้มของตลาดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ นอกจากการอัปเดตข้อมูลสินค้าไอทีแล้ว คุณมอสยังชื่นชอบงานช่างและ DIY โดยมักซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเองเป็นประจำ ทำให้มีความเข้าใจเรื่องโครงสร้างและฟังก์ชันการทำงานของอุปกรณ์ต่างๆ มากขึ้น ความชอบนี้ช่วยให้คุณมอสสามารถเปรียบเทียบจุดเด่นจุดด้อยของสินค้าเทคโนโลยีแต่ละประเภทได้อย่างชัดเจน ทำให้สนุกกับการแบ่งปันความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีและอุปกรณ์ไอที ทั้งในแง่ของการเลือกซื้อ อัปเกรด และดูแลรักษา เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเลือกอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับการใช้งานของตนเองได้อย่างคุ้มค่า
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
หูฟังตัดเสียงรบกวนคืออะไร ทำงานอย่างไร ?

หูฟังตัดเสียงรบกวน คือหูฟังที่มาพร้อมกับระบบที่ช่วยตัดเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาในหูฟัง ไม่ว่าจะเป็นเสียงรถยนต์ที่กำลังสัญจรอยู่บนท้องถนน เสียงพูดคุย เสียงวัตถุต่าง ๆ เพื่อให้คุณได้มีสมาธิจดจ่ออยู่กับเสียงต่าง ๆ ที่คุณกำลังรับฟังจากหูฟังมากยิ่งขึ้น โดยระบบตัดเสียงรบกวนนี้ แบ่งออกเป็น 2 แบบดังนี้
- Passive Noise Cancellation (PNC) มีการออกแบบวัสดุและรูปทรงที่ครอบหูหรือปิดช่องหูเพื่อกันเสียงรบกวนโดยธรรมชาติ เพื่อสามารถป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามาในหูฟังได้
- Active Noise Cancellation (ANC) ใช้ระบบดิจิทัลในการตัดคลื่นความถี่เสียงต่าง ๆ และสะท้อนออกไป เพื่อไม่ให้ได้ยินเสียงรบกวน ซึ่งระบบที่ได้รับความนิยมและหาซื้อได้ง่ายในปัจจุบันจะเป็นแบบ ANC

หูฟังส่วนใหญ่จะมีการตัดเสียงรบกวนเป็นปกติอยู่แล้วในทางกายภาพของตัวมันอยู่แล้วในระดับนึง แต่หูฟังตัดเสียงรบกวนคือหูฟังที่มีกลไกกำจัดเสียงรบกวนภายนอกให้เงียบกว่าหูฟังทั่วไป ทำให้เราได้ยินเสียงได้ชัดเจนขึ้นเวลาที่เราอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีเสียงดังได้ดีกว่าหูฟังที่ไม่มีระบบตัดเสียงรบกวน
วิธีการเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวน
หูฟังตัดเสียงรบกวนมีด้วยกันหลายรุ่น ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีลักษณะเด่นและข้อพิจารณาที่แตกต่างกันไป คุณจึงจำเป็นต้องเลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนรุ่นที่ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานของคุณมากที่สุด โดยสามารถตรวจสอบได้จากข้อมูลวิธีการเลือกต่อไปนี้
เลือกรูปทรงของหูฟังให้สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน
รูปทรงของหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้นจะไม่แตกต่างจากหูฟังทั่วไป โดยจะแบ่งออกได้เป็น 3 รูปทรงหลัก คือ แบบ Earbuds, Over-ear และ In-ear ซึ่งทั้ง 3 รูปทรงนี้ มีทั้งข้อดีและจุดพิจารณาที่แตกต่างกันไป
หูฟัง Earbuds สวมใส่สบาย เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป

หูฟัง Earbuds หรือหูฟังแบบแปะหู คือหูฟังรูปทรงดั้งเดิมที่หลายคนคุ้นเคยกันดี โดยหูฟัง Eardbuds นี้ มีจุดเด่นคือความสบายในการสวมใส่ เพราะตัวหูฟังจะไม่ได้ถูกสอดเข้าไปในรูหูเหมือนหูฟัง In-ear แต่จะอยู่ด้านหน้ารูหู จึงทำให้ไม่รู้สึกอึดอัด แต่ข้อพิจารณาคือจะตัดเสียงรบกวนภายนอกได้ไม่ดีเท่ารูปทรงอื่น ๆ เนื่องจากข้อจำกัดของรูปทรงหูฟังที่ไม่ได้ปิดหรืออุดรูหูแบบ 100% จึงมีโอกาสที่เสียงจากภายนอกจะเล็ดลอดเข้าไปได้ง่าย หูฟังตัดเสียงรบกวนแบบ Earbuds จึงเหมาะสำหรับใช้งานภายในพื้นที่ที่มีเสียงไม่ดังมาก หรือผู้ที่ต้องการตัดเสียงรบกวนประมาณหนึ่ง โดยที่ยังได้ยินเสียงจากภายนอกอยู่
หูฟัง Over-ear ไดรเวอร์ขนาดใหญ่ คุณภาพเสียงดีขึ้น

หูฟัง Over-ear หรือหูฟังแบบครอบหู คือหูฟังที่มีขนาดใหญ่กว่ารูปทรงอื่น ๆ โดยจะมีสายคาดอยู่ด้านบนเพื่อเชื่อมต่อหูฟังทั้งสองข้างเข้าด้วยกัน จุดเด่นของรูปทรงนี้คือสวมใส่สบาย ไม่อึดอัด เพราะไม่ได้สอดเข้าไปในรูหู และหากเป็นแบบไร้สายก็มักจะมีแบตเตอรี่ที่อึด ใช้งานได้ยาวนาน อีกทั้งยังมีไดรเวอร์ขนาดใหญ่ จึงให้รายละเอียดเสียงที่ดี และสามารถตัดเสียงรบกวนได้ดีกว่าแบบ Earbuds แต่ข้อพิจารณาก็คือรูปทรงที่มีขนาดใหญ่นี้เอง จึงทำให้พกพาได้ไม่สะดวก และไม่สามารถกันน้ำได้เหมือนหูฟังรูปทรงอื่น ๆ เมื่อพกพาไปใช้งานภายนอกจึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
หูฟัง In-ear ป้องกันเสียงรบกวนได้ดี เหมาะสำหรับใช้งานภายนอก

หูฟัง In-ear เป็นหูฟังที่มีขนาดกะทัดรัด พกพาสะดวก เป็นรูปทรงที่มีวางขายหลากหลายรุ่นและหลากหลายราคามากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นหูฟังแบบไร้สาย ส่วนวิธีการสวมใส่จะใช้การสอดจุกหูฟังเข้าไปในรูหู บางคนจึงเรียกหูฟังลักษณะนี้ว่าหูฟังแบบอุดหู และการอุดหูนี้ช่วยให้สามารถทำงานได้ทั้งแบบ Passive NC และ ANC ซึ่งถ้าหากเป็นรุ่นที่มีคุณภาพสูงก็จะตัดเสียงรบกวนภายนอกได้กว่า 90% เลยทีเดียว แต่ข้อพิจารณาก็คือ อาจทำให้รู้สึกอึดอัดหากสวมใส่เป็นระยะเวลานานติดต่อกัน หรือบางคนรู้สึกอึดอัดตั้งแต่ครั้งแรกที่สวมใส่
เลือกหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีระบบไมค์ตัดเสียงรบกวน สำหรับคุยโทรศัพท์ ประชุม หรือเล่นเกม

หากคุณต้องการใช้งานไมโครโฟนของหูฟังตัดเสียงรบกวนสำหรับสนทนาเป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นการประชุม เรียนออนไลน์ เล่นเกม หรือคุยสายโทรศัพท์มือถือในขณะที่อยู่ข้างนอก ควรเลือกรุ่นที่มาพร้อมกับไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน เช่น เทคโนโลยี cVc™ (Clear Voice Capture) ที่พัฒนาขึ้นโดยบริษัท Qualcomm® ที่มีลักษณะการทำงานคล้ายกับระบบตัดเสียงรบกวน ANC ของหูฟัง ด้วยการใช้ระบบอัลกอริทึมที่มีอยู่ในไมโครโฟนในการตัดคลื่นเสียงรบกวนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงการจราจร เสียงสะท้อน เสียงการทำงานของเครื่องจักร และตรวจจับเพียงเสียงพูดเพื่อให้คู่สนทนาได้ยินเสียงพูดของคุณได้อย่างชัดเจน
ตรวจสอบเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนให้เข้ากับการใช้งาน

เทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ Passive Noise Cancellation (PNC) และ Active Noise Cancellation (ANC)
- Passive Noise Cancellation (PNC) : คือการออกแบบหรือใช้ชิ้นส่วนพิเศษของหูฟังในการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก เช่น จุกหูฟัง แผ่น Earpads ที่ผลิตจากโฟม ฟองน้ำ ยาง หรือซิลิโคน โดยไม่ได้ใช้ไมโครโฟนหรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ ในการช่วยตัดเสียงรบกวน ซึ่งอาจไม่ได้มีประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีเท่ากับระบบ ANC
- Active Noise Cancellation (ANC) : เป็นเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวนด้วยการใช้ไฟฟ้า โดยจะใช้ไมโครโฟนในการรับเสียงรบกวนจากภายนอกเข้ามาแล้วประมวลผลด้วยระบบอัลกอริทึมของชิปตัดเสียงรบกวนที่เสริมเข้ามาในไมโครโฟน เมื่อประมวลผลแล้วจะทำการจำแนกคลื่นเสียงต่าง ๆ เพื่อสร้างคลื่นเสียงใหม่ในการหักล้างและตัดเฉพาะคลื่นเสียงรบกวนออกไป โดยในปัจจุบันหลาย ๆ รุ่นสามารถตัดเสียงรบกวนได้ 80 - 90%
พิจารณาคุณภาพเสียงของหูฟังตัดเสียงรบกวน
นอกจากประสิทธิภาพในการตัดเสียงรบกวนที่ดีแล้ว คุณภาพเสียงของหูฟังก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะสำหรับคนที่ชื่นชอบการฟังเพลงที่ต้องการหูฟังเสียงดี จึงจำเป็นต้องตรวจสอบคุณภาพเสียงจากค่าต่าง ๆ ที่แบรนด์ผู้ผลิตหูฟังระบุไว้
ตรวจสอบค่า Frequency Response เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน

ย่านความถี่เสียง (Frequency Response) คือค่าที่ใช้บ่งบอกประสิทธิภาพในการขับเสียงชนิดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเสียงต่ำ เสียงกลาง เสียงสูง จากเสียงของเครื่องดนตรี เสียงพูด เสียงร้อง หรือเสียงอื่น ๆ โดยมีหน่วยเป็น Hertz (Hz) ซึ่งหูฟังที่ดี ควรตอบสนองต่อคลื่นเสียงได้หลากหลาย เพื่อให้รายละเอียดเสียงที่ครบถ้วน
- 20 - 20,000 Hz : คือช่วงความถี่เสียงที่หูฟังพื้นฐานควรขับเสียงออกมาได้ ซึ่งในความถี่ช่วงนี้นั้น มีทั้งรุ่นที่ให้เสียงดีและรุ่นที่คุณภาพเสียงปกติ จึงต้องตรวจสอบควบคู่กันกับค่าอื่น ๆ โดยเฉพาะไดรเวอร์ของหูฟัง
- 40,000 Hz ขึ้นไป : หากหูฟังระบุว่าสามารถขับความถี่เสียงได้ถึง 40,000 Hz หรือมากกว่า นั่นหมายความว่าเป็นหูฟังที่มีประสิทธิภาพในระดับ Hi-Res Audio หรือก็คือเสียงความละเอียดสูง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหูฟังตัดเสียงรบกวนที่มีเสียงดี สำหรับใช้ฟังเพลงหรือเสียงความละเอียดสูงโดยเฉพาะ
เลือกค่า Impedance ระหว่าง 16 - 48 โอห์ม สำหรับใช้งานทั่วไป

ค่าความต้านทาน (Impedance) คือค่าที่ใช้บ่งบอกว่าหูฟังสามารถขับเสียงออกมาได้ยากหรือง่ายเพียงใด มีหน่วยเป็นโอห์ม (Ohm : Ω) โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น มีค่าความต้านทานอยู่ในระดับที่เหมาะสำหรับใช้งานทั่วไป เช่น ฟังเพลง ดูหนัง พูดคุยโทรศัพท์ หรือฟังคอนเทนต์เสียงต่าง ๆ คือระหว่าง 16 - 48 โอห์ม และต้องใช้กับอุปกรณ์ที่รองรับค่าความต้านทานที่สอดคล้องกัน เช่น คอมพิวเตอร์ สมาร์ตโฟน แท็บเล็ต ทีวี และไม่ควรนำไปใช้กับอุปกรณ์ที่มีแรงขับหรือค่าโอห์มสูง เช่น Audio Interface ระดับมืออาชีพ หรือมิกเซอร์ขนาดใหญ่ เพราะอาจทำให้หูฟังเสียหายได้
เลือกค่าความไวเสียง (Sensitivity) 90-100dB เพื่อความชัดเจนของเสียง

ค่าความไวเสียง (Sensitivity) คือค่าที่ใช้ระบุอัตราการตอบสนองของไดรเวอร์หูฟัง มีหน่วยเป็น dB โดยค่านี้ สามารถใช้ระบุระดับความดังที่หูฟังสามารถขับออกมาได้ โดยยิ่งมีค่ามากเท่าไร ก็ยิ่งดังมากเท่านั้น ซึ่งสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น ควรมีค่า Sensitivity ที่ 90-100dB เพื่อให้คุณได้ยินเสียงที่ขับออกมาจากหูฟังอย่างครบถ้วนชัดเจน โดยเป็นค่าพื้นฐานของหูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะรุ่นที่มีราคาถูกหรือแพง แต่ในทางปฏิบัตินั้นส่วนใหญ่แล้วไม่มีใครใช้งานหูฟังในระดับที่ดัง 100% จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมากนัก
ตรวจสอบประเภทไดร์เวอร์เพื่อคุณภาพเสียงที่ดี

ไดรเวอร์ (Driver) คือชิ้นส่วนที่เป็นแหล่งกำเนิดหรือขับเสียงของหูฟังออกมา โดยเป็นหนึ่งในสิ่งที่บ่งบอกได้ว่าหูฟังจะมีคุณภาพเสียงดีหรือไม่ โดยสำหรับหูฟังตัดเสียงรบกวนนั้น จะนิยมใช้ไดรเวอร์ด้วยกันทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีลักษณะเด่นที่แตกต่างกันออกไป
- Dynamic Driver : เป็นไดรเวอร์ที่นิยมใช้มากที่สุด มีส่วนประกอบสำคัญ 3 ส่วน คือ ขดลวดทองแดง, แม่แหล็ก และแผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) มีจุดเด่นคือ สามารถขับเสียงได้ทุกย่าน โดยเฉพาะย่านเสียงต่ำหรือเสียงเบส แต่ไม่เด่นย่านเสียงสูง และหากเปิดเสียงดังจะให้เสียงที่ค่อนข้างเพี้ยนและแตก
- Balanced Armature : ไดรเวอร์ขนาดเล็กที่มีลักษณะคล้ายกล่องสี่เหลี่ยม มีส่วนประกอบเหมือนกับ Dynamic Driver แต่เพิ่มแผ่นโลหะ Armature เข้ามา มีจุดเด่นคือขับเสียงได้ง่าย ตอบสนองความถี่ได้กว้าง เสียงมีความแม่นยำ จึงนิยมนำมาใช้เป็นไดรเวอร์หูฟังมอนิเตอร์ สามารถปรับจูนให้ขับเสียงแต่ละย่านได้ดี แต่จะไม่เด่นย่านเสียงเบส
- Planar Magnetic : เป็นไดรเวอร์คุณภาพสูง ส่วนใหญ่แล้วจะพบในหูฟัง Over-ear โดยภายในประกอบด้วยแผ่นแม่เหล็ก โลหะ และไดอะเฟรมหลากหลายชั้น มีจุดเด่นคือให้เสียงที่สมจริงท ค่าความเพี้ยนของเสียงต่ำ เป็นธรรมชาติให้เสียงเบสได้ดี
- Hybrid Drivers และ Multiple Drivers : เป็นการนำไดรเวอร์มากกว่า 1 ชนิด ซึ่งภายในอาจประกอบด้วยไดรเวอร์จำนวนหลายชิ้น มารวมไว้ในหูฟังตัวเดียว เพื่อช่วยทดแทนจุดด้อยของไดรเวอร์แต่ละชนิดและเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเสียงให้ครบถ้วนมากยิ่งขึ้น
ตรวจสอบระยะเวลาการใช้งานสูงสุดของแบตเตอรี่ โดยเฉพาะในโหมด ANC

หูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่มักจะเป็นหูฟังแบบไร้สายที่มีแบตเตอรี่ในตัว คุณจึงจำเป็นต้องตรวจสอบระบะเวลาการใช้งานสูงสุดของแบตเตอรี่ ไม่ว่าจะเป็นในโหมดปกติหรือเมื่อเปิดใช้งานโหมดตัดเสียงรบกวน ANC ซึ่งโหมด ANC นั้น จะใช้พลังงานแบตเตอรี่ของหูฟังที่มากกว่าการใช้งานหูฟังแบบปกติ
- หูฟัง Earbuds : มีระยะเวลาการใช้งานโหมดปกติประมาณ 5 - 6 ชั่วโมง และโหมด ANC ประมาณ 4 - 5 ชั่วโมง
- หูฟัง In-ear : มีระยะเวลาการใช้งานโหมดปกติประมาณ 8 - 10 ชั่วโมง และโหมด ANC ประมาณ 6 - 8 ชั่วโมง
- หูฟัง Over-ear : มีระยะเวลาการใช้งานโหมดปกติประมาณ 40 - 50 ชั่วโมง และโหมด ANC ประมาณ 30 - 40 ชั่วโมง
เลือกจากฟังก์ชันเพิ่มเติมของหูฟังตัดเสียงรบกวน

นอกจากฟังก์ชันหลักในการตัดเสียงรบกวนแล้ว หูฟังตัดเสียงรบกวนหลาย ๆ รุ่นยังมาพร้อมกับฟังก์ชันเสริมที่แตกต่างกัน เพื่อช่วยให้การใช้งานหูฟังเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพและหลากหลายมากยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันเสริมที่น่าสนใจ มีดังนี้
- Transparency Mode : คือฟังก์ชันที่ทำงานตรงกันข้ามกับโหมด ANC หรือก็คือจะรับเสียงจากแวดล้อมภายนอกเข้ามาภายในหูฟังทั้งหมด ซึ่งมีประโยชน์อย่างมากหากคุณใช้หูฟังในขณะที่อยู่ภายนอกอาคาร โดยเฉพาะบริเวณริมถนน เพื่อช่วยเพิ่มความปลอดภัยในขณะใช้หูฟังมากยิ่งขึ้น
- ประสิทธิภาพกันน้ำ : หากส่วนใหญ่แล้วคุณใช้งานหูฟังในพื้นที่กลางแจ้งเป็นหลัก โดยเฉพาะในขณะออกกำลังกายหรือทำงานนอกสถานที่ การมีประสิทธิภาพกันฝุ่นและน้ำจะช่วยให้สามารถใช้งานได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น เพราะจะช่วยป้องกันไม่ให้หูฟังของคุณได้รับความเสียหายแม้โดนน้ำ โดยควรมีประสิทธิภาพป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับ IPX4 ขึ้นไป
- โหมดเกม : หูฟังตัดเสียงรบกวนส่วนใหญ่จะเป็นแบบไร้สายที่เชื่อมต่อด้วยระบบ Bluetooth ซึ่งจะมีความหน่วงของเสียงที่สังเกตได้ หากคุณเล่นเกมอาจทำให้เสียเปรียบฝั่งตรงข้ามได้ เมื่อเปิดใช้โหมดเกม จะทำให้ความหน่วงของเสียงลดลง เพื่อให้เล่นเกมได้ดียิ่งขึ้น
- Equalizer : หรือ EQ เป็นฟังก์ชันที่จะช่วยให้คุณสามารถปรับลักษณะการขับเสียงหรือแนวเสียงของหูฟังให้เป็นในแบบที่คุณต้องการรับฟัง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มเสียงเบส เสียงร้อง หรือเสียงเครื่องดนตรีต่าง ๆ โดยสามารถปรับแต่งได้ผ่านแอปพลิเคชันของแบรนด์หูฟังนั้น ๆ
10 หูฟังตัดเสียงรบกวน ยี่ห้อไหนดี สำหรับคุยโทรศัพท์ ประชุม
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||||||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
รูปแบบ | รูปทรงหูฟัง | ประเภทไดรเวอร์ | ขนาดไดรเวอร์ | ย่านความถี่ที่รองรับ | Codec ที่รองรับ | ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | การเชื่อมต่อไร้สาย | พอร์ตเชื่อมต่อ | ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | ระดับการกันน้ำและฝุ่น | จำนวนไมโครโฟน | น้ำหนัก | การรับประกันสินค้า | รองรับ Game Mode | รองรับการชาร์จเร็ว | |||||
1 | SONY หูฟังไร้สาย |WH-1000XM5 | ![]() | ลดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ หยุดเสียงเพลงทันทีเมื่อพูด | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 30 มม. | 4 - 40,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 48 Ohms | Bluetooth 5.2 | USB-C | 30 ชม. | ไม่ระบุ | 4 ตัว | 250 กรัม | 1 ปี | ไม่ระบุ | ||
2 | Edifier หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus | ![]() | น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้ทั้งวัน | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 40,000 Hz | SBC, LDAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.2 | USB-C | 49 ชม. | ไม่ระบุ | 1 ตัว | 221 กรัม | 1 ปี | |||
3 | APPLE AirPods Pro 3 | ![]() | ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ | ไร้สาย | In-ear | High Excursion | 11 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 8 ชม. | IP57 | 3 ตัว | 55.09 กรัม | 1 ปี | |||
4 | HUAWEI FreeBuds SE 4 ANC | ![]() | โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ฟังเพลงได้นาน 10 ช.ม. | ไร้สาย | In-ear | Deciduous Composite Diaphragm | 10 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC, SBC | 130 Ohms | Bluetooth 5.4 | USB-C | 50 ชม. | IP54 | 3 ตัว | 44.6 กรัม | 1 ปี | |||
5 | Lenovo หูฟังไร้สาย Thinkplus TH30 | ![]() | ไมโครโฟน CVC ลดเสียงรบกวนดี กันน้ำระดับ IPX5 พับได้ | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 20,000 Hz | AAC | 32 Ohms | Bluetooth 5.1 | USB-C, AUX, Jack 3.5 mm | 9 ชม. | IPX5 | 1 ตัว | 325 กรัม | 1 ปี | |||
6 | Marshall Motif II A.N.C | ![]() | เสียงพูดชัด ตัดเสียงรบกวนภายนอก ใช้งานได้นาน 43 ชม. | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 6 มม. | 20 - 20,000 Hz | SBC, AAC | 16 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 43 ชม. | IPX5 | 6 ตัว | 55.7 กรัม | 1 ปี | |||
7 | Soundcore Space One Pro | ![]() | รองรับ LDAC ให้เสียงดีกว่าเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า | ไร้สาย | Headphone | Dynamic | 40 มม. | 20 - 20,000 Hz | LDAC, AAC, SBC | 16 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 55 ชม. | ไม่ระบุ | 6 ตัว | 286 กรัม | 1 ปี 6 เดือน | |||
8 | JBL Tune Flex 2 | ![]() | เทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง | ไร้สาย | Earbuds | Dynamic | 12 มม. | 20 - 20,000 Hz | ไม่ระบุ | 13 Ohms | Bluetooth 5.3 | USB-C | 48 ชม. | IP54 | 6 ตัว | 44 กรัม | 1 ปี | |||
9 | Sennheiser Momentum 4 True Wireless | ![]() | ระบบ ANC ปรับอัตโนมัติ ต่อได้ 2 อุปกรณ์ ปรับผ่านแอปได้ | ไร้สาย | In-ear | Dynamic | 7 มม. | 5 - 21,000 Hz | SBC, AAC | 60 Ohms | Bluetooth 5.4 | USB-C | 30 ชม. | IP54 | 6 ตัว | 78.8 กรัม | 2 ปี | |||
10 | Jabra Evolve2 30 SE | ![]() | จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะการใช้งาน | มีสาย | Headphone | Dynamic | 28 มม. | 20 - 20,000 Hz | 32 Ohms | ไม่ระบุ | USB-A, USB-C, AUX, Plug & Play | ไม่ระบุ | 2 ตัว | 125 กรัม | 2 ปี | |||||
ลดเสียงรบกวนเวลาคุยโทรศัพท์ หยุดเสียงเพลงทันทีเมื่อพูด
- Speak-to-Chat หยุดเสียงเพลงเมื่อพูด เพื่อให้ได้ยินเสียงรอบตัวและเล่นเพลงต่อทันทีเมื่อพูดจบ
- ไดรเวอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ขนาด 30 มิลลิเมตร ให้เสียงคมชัดมากขึ้น และเก็บรายละเอียดได้ครบ
- เทคโนโลยี DSEE Extreme และ Edge - AI เพิ่มคุณภาพเสียงเวลาดูหนัง และเพิ่มมิติเสียงเพลง
- มีไมโครโฟน 4 ตัว แบบ Beamforming มีเทคโนโลยี Multi Noise Sensor ตัดเสียงรบกวนได้ดี
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 30 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 4 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 48 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.2 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 30 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 4 ตัว |
| น้ำหนัก | 250 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | ไม่ระบุ |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
น้ำหนักเบา สวมใส่สบาย ชาร์จครั้งเดียวใช้งานได้ทั้งวัน
- หูฟังไร้สายเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.2 แถบคาดบุฟองน้ำปรับให้กระชับในขณะสวมใส่ได้
- ชาร์จแบตเตอรี่ได้รวดเร็วภายใน 10 นาที สามารถฟังเพลงต่อเนื่องได้นาน 33 - 49 ชั่วโมง
- คุณภาพเสียงระดับ Hi-Res พร้อม Game Mode เวลาแฝงต่ำ ช่วยลดการดีเลย์ของเสียง
- มีฟังก์ชันตัดเสียงรบกวนจากภายนอก รวมทั้งรองรับการใช้งานทั้งแบบมีสายและไร้สาย
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 40,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, LDAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.2 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 49 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 1 ตัว |
| น้ำหนัก | 221 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ปรับระดับเสียงอัตโนมัติ
- ระบบตัดเสียงรบกวนแบบ Active ที่สามารถปรับให้เข้ากับสภาพแวดล้อมจึงให้เสียงคมชัด
เซ็นเซอร์ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหว เพื่อช่วยติดตามการออกกำลังกาย
รูปทรงได้รับการปรับปรุงให้กระชับขึ้น มอบเสียงชัดเจน ปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามสถานการณ์
กันน้ำตามมาตรฐาน IP57 ใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 8 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | High Excursion |
| ขนาดไดรเวอร์ | 11 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 8 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP57 |
| จำนวนไมโครโฟน | 3 ตัว |
| น้ำหนัก | 55.09 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ฟังเพลงได้นาน 10 ช.ม.
โหมดตัดเสียงรบกวนสูงสุด 50 เดซิเบล ปรับได้หลายโหมด เพื่อการฟังเพลงหรือสนทนาอย่างชัดเจน
ไดรเวอร์ไดนามิก 10 มม. รองรับฟอร์แมตเสียง SBC และ AAC ให้เสียงเบสและรายละเอียดสมดุล
ฟังเพลงได้นาน 10 ชั่วโมงต่อการชาร์จ สูงสุด 50 ชั่วโมงเมื่อใช้กับเคส และ 7 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC
มาตรฐานการกันน้ำ IP54 น้ำหนักเบาเพียง 4.3 กรัมต่อข้าง มาพร้อมเคสชาร์จพอร์ต USB-C
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Deciduous Composite Diaphragm |
| ขนาดไดรเวอร์ | 10 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 130 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 50 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 3 ตัว |
| น้ำหนัก | 44.6 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
Lenovo หูฟังไร้สาย Thinkplus TH30
ไมโครโฟน CVC ลดเสียงรบกวนดี กันน้ำระดับ IPX5 พับได้
- มีไมโครโฟน CVC ช่วยลดเสียงรบกวนขณะคุยโทรศัพท์ และลดได้สูงสุด 95 เดซิเบล
- ไดรเวอร์ลำโพงขนาด 40 มม. ให้เสียงสมจริง คมชัด ได้ยินเสียงเกมรอบทิศทาง
- หูฟังพับเก็บได้ เหมาะกับการพกพา มีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อได้ระดับ IPX5
- รองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมหลายประเภท ทั้ง AUX 3.5 และ Bluetooth 5.1
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.1 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C, AUX, Jack 3.5 mm |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 9 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX5 |
| จำนวนไมโครโฟน | 1 ตัว |
| น้ำหนัก | 325 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
เสียงพูดชัด ตัดเสียงรบกวนภายนอก ใช้งานได้นาน 43 ชม.
- ไดรเวอร์ไดนามิก 6 มม. ขับเสียงได้ทุกย่าน ครอบคลุมทั้งการดูหนัง ฟังเพลง และโทรเข้า - ออก
- ตัดเสียงรบกวนด้วย ANC พร้อม Transparency Mode ช่วยให้ได้ยินเสียงแวดล้อมรอบตัว
- ไมโครโฟน Dual Beamforming จับเฉพาะเสียงพูด คัดกรองเสียงคมชัดด้วย AI เสียงไม่ขาดช่วง
- ชาร์จแบตเตอรี่ 1 ครั้ง ใช้งานได้ 43 ชั่วโมง รองรับการชาร์จ USB Type-C และชาร์จแบบไร้สาย
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 6 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 43 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IPX5 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 55.7 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
รองรับ LDAC ให้เสียงดีกว่าเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า
ดีไซน์แถบคาดศีรษะให้กระจายแรงกด ส่วนที่ครอบหูหมุนได้ 8° สวมใส่ได้สบายตลอดวัน
ระบบตัดเสียงรบกวน Adaptive ANC ลดเสียงรบกวนได้สูงสุด 98% มีโหมดปรับอัตโนมัติ
รองรับ LDAC ให้เสียงระดับ Hi-Res Wireless ซึ่งดีกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ปกติ 3 เท่า
ฟังเพลงได้นาน 55 ชั่วโมงเมื่อปิดโหมด ANC และ 40 ชั่วโมงเมื่อเปิดโหมดตัดเสียงรบกวน
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 40 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | LDAC, AAC, SBC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 16 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 55 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 286 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี 6 เดือน |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
เทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง
- ไดรเวอร์ไดนามิกขนาด 12 มม. ร่วมกับเทคโนโลยี JBL Spatial Sound สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง
ตัดเสียงรบกวนอัจฉริยะ ปรับระดับเสียงรอบข้างได้ตามต้องการด้วย Adaptive Noise Cancelling
ไมโครโฟน 6 ตัวแบบ Beamforming เสียงสนทนาแม่นยำ พร้อมเทคโนโลยีลดเสียงรบกวนภายนอก
ใช้งานสูงสุด 48 ชั่วโมงรวมเคสชาร์จ ฟังเพลงต่อเนื่อง 8 - 12 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Earbuds |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 12 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | ไม่ระบุ |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 13 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.3 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 48 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 44 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 1 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
Sennheiser Momentum 4 True Wireless
ระบบ ANC ปรับอัตโนมัติ ต่อได้ 2 อุปกรณ์ ปรับผ่านแอปได้
- ระบบ ANC ปรับเองอัตโนมัติ มีไมโครโฟน 6 ตัวต่อข้าง พร้อม AI ลดเสียงลมและเสียงรบกวน
- เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth 5.4 รองรับการเชื่อมต่อหลายอุปกรณ์พร้อมกันด้วย Multipoint Connectivity
- ฟังได้ต่อเนื่อง 7 ชั่วโมง ต่อการชาร์จ รองรับชาร์จเร็ว โดยชาร์จ 8 นาที จะใช้ได้ 1 ชั่วโมง
- ไดรเวอร์ TrueResponse Dynamic 7 มม. ปรับแต่งเสียงผ่านแอป Smart Control ได้ตามต้องการ
| รูปแบบ | ไร้สาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | In-ear |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 7 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 5 - 21,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | SBC, AAC |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 60 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Bluetooth 5.4 |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-C |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | 30 ชม. |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | IP54 |
| จำนวนไมโครโฟน | 6 ตัว |
| น้ำหนัก | 78.8 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะการใช้งาน
- เอียร์คุชชั่นที่เป็นฟองน้ำแบบนุ่ม และดีไซน์เอียร์คัพให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกขณะสนทนา
- ไดรเวอร์ขนาด 28 มม. ประมวลผลสัญญาณเสียงแบบดิจิทัล ช่วยให้เสียงคมชัดทั้งการสนทนา และฟังเพลง
ไมโครโฟนคู่ 2 ตัว ชิปเซ็ทตัดเสียงรบกวน จับเสียงพูดได้แม่นยำ มีไฟ Busylight แสดงสถานะใช้งาน
เชื่อมต่อแบบ USB-A/USB-C Plug & Play ปรับแต่งการใช้งานผ่าน Jabra Direct และ Jabra Xpress
| รูปแบบ | มีสาย |
|---|---|
| รูปทรงหูฟัง | Headphone |
| ประเภทไดรเวอร์ | Dynamic |
| ขนาดไดรเวอร์ | 28 มม. |
| ย่านความถี่ที่รองรับ | 20 - 20,000 Hz |
| Codec ที่รองรับ | |
| ค่าความต้านทานรวมของหูฟัง | 32 Ohms |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | ไม่ระบุ |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | USB-A, USB-C, AUX, Plug & Play |
| ระยะเวลาการใช้งานต่อเนื่อง | |
| ระดับการกันน้ำและฝุ่น | ไม่ระบุ |
| จำนวนไมโครโฟน | 2 ตัว |
| น้ำหนัก | 125 กรัม |
| การรับประกันสินค้า | 2 ปี |
| รองรับ Game Mode | |
| รองรับการชาร์จเร็ว |
หูฟังตัดเสียงรบกวนช่วยลดเสียงได้มากแค่ไหน

หูฟังตัดเสียงรบกวนแต่ละรุ่นจะมีความสามารถในการตัดเสียงรบกวนที่แตกต่างกัน แต่ส่วนใหญ่เริ่มต้นสามารถตัดเสียงรบกวน ได้มากถึง 30 dB ขึ้นไป ซึ่งทำให้เสียงรบกวนที่เราได้ยินนั้นเบามากจนแทบไม่ได้ยินเสียง โดยเฉพาะเสียงความถี่ที่ต่ำอย่างสม่ำเสมออย่างเสียงเครื่องรถยนต์ หรือไม่ได้ยินเสียงรบกวนเลยหากสภาพแวดล้อมที่เราอยู่นั้นเสียงไม่ดังจนเกินไป
การตัดเสียงรบกวนส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงหรือไม่

หูฟังตัดเสียงรบกวน หูฟังตัดเสียงรบกวนอาจส่งผลต่อคุณภาพเสียงเพลงเล็กน้อยในแง่เทคนิคของการตัดเสียงรบกวน (ANC) อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีการประมวลผลสัญญาณดิจิทัล (DSP) ในปัจจุบันที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้หูฟังรุ่นใหม่สามารถรักษาความสมบูรณ์ของเนื้อเสียงได้ดีเยี่ยม จนแทบไม่พบความแตกต่างของภาพรวมเสียงในขณะเปิดใช้งานระบบตัดเสียงรบกวน
TOP 5 หูฟังตัดเสียงรบกวน แนะนำ
อันดับที่ 1: SONY|หูฟังไร้สาย |WH-1000XM5
อันดับที่ 2: Edifier |หูฟังคาดหัว รุ่น W820NB Plus
อันดับที่ 3: APPLE |AirPods Pro 3
อันดับที่ 4: HUAWEI |FreeBuds SE 4 ANC
อันดับที่ 5: Lenovo |หูฟังไร้สาย Thinkplus TH30
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ