




หากพูดถึงประเทศอินเดียแล้ว หลาย ๆ คนคงจะนึกถึงเรื่องราวของความหลากหลายทางวัฒนธรรมของประเทศอินเดีย รวมไปถึงอาหารอินเดียที่มีรสชาติอร่อยเข้มข้นแบบเผ็ดร้อน จึงเป็นที่ถูกปากของคนไทยไม่น้อยเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะยังไม่ทราบว่าขนมอินเดียก็เป็นอีกหนึ่งความอร่อยที่ขึ้นชื่อไม่แพ้อาหารเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นรสชาติที่เต็มไปเครื่องเทศและธัญพืชอันเป็นเอกลักษณ์แบบฉบับอินเดียที่ไม่เหมือนใคร
โดยขนมอินเดียส่วนใหญ่นั้นมักจะมีการใช้ส่วนผสมของเครื่องเทศ, แป้งโฮลวีท, ถั่วธัญพืชต่าง ๆ และมันฝรั่ง จึงทำให้สามารถเป็นขนมที่ทานได้ในช่วงลดน้ำหนัก เพราะว่าพืชส่วนใหญ่ที่ใช้ในการทำขนมนั้นมีกากใยอาหารสูง จึงส่งผลดีต่อสุขภาพด้วย เราจึงได้รวบรวม 10 ขนมอินเดียอร่อย ๆ จากหลากหลายยี่ห้อมาฝากกัน ไม่ว่าจะเป็นกุหลาบจามุน, ปานีปูรี, ขนมเค้ก ฯลฯ พร้อมด้วยข้อมูลวิธีการเลือกขนมอินเดียสำหรับคนที่อยากลิ้มรสขนมอินเดียตามสไตล์ต้นตำรับค่ะ
Top 5 ขนมอินเดีย ยอดนิยม
Jalani

สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิม ผ่านน้ำซอสรสเข้มข้น เครื่องเทศหอมคลุ้ง

คุณนิวเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ที่โรงเรียนประจำอำเภอในภาคอีสาน แต่มีความหลงใหลในการทำอาหารตั้งแต่วัยเด็ก เนื่องจากเติบโตมาในครอบครัวที่เคยเปิดร้านอาหาร ทำให้มีความชำนาญด้านการเลือกวัตถุดิบ การใช้เครื่องปรุง และการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ลงตัว ด้วยความรักในอาหารและการแบ่งปันความรู้ คุณนิวจึงเริ่มเขียนบทความเกี่ยวกับเคล็ดลับการทำอาหาร เทคนิคการเลือกวัตถุดิบ และการใช้อุปกรณ์ครัวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นถ่ายทอดจากประสบการณ์จริง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น ซึ่งนอกจากความอร่อยแล้ว ยังให้ความสำคัญกับการทำอาหารที่สะดวกและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน เพื่อให้ทุกคนสนุกกับการทำอาหารได้อย่างเต็มที่
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
สำหรับใครที่ยังไม่เคยลองทานขนมอินเดีย เรามีหลักวิธีการเลือกแบบง่าย ๆ มาฝากให้กับทุกคนที่ยังไม่เคยลองลิ้มรสและอยากเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ เพื่อให้ได้รับรสตามแบบฉบับของขนมอินเดียอย่างถูกต้องไม่ผิดเพี้ยนตามต้นตำรับค่ะ
แน่นอนว่าเรื่องเอกลักษณ์ของขนมแต่ละประเทศนั้นมีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งขนมหวานแบบไทย ๆ ขนมเค้กแบบฝรั่ง หรือแม้แต่ขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งทั้งหมดนี้แค่ได้เห็นจากลักษณะหน้าตาและได้ชิมรสชาติไปแล้วก็สามารถบอกได้เลยว่าแต่ละแบบนั้นมีอะไรที่เป็นเอกลักษณ์และความโดดเด่นในตัวที่ลอกเลียนแบบได้ยาก ขนมอินเดียเองก็เช่นเดียวกัน
เรื่องความเป็นเอกลักษณ์ของขนมอินเดียนั้นเป็นที่พูดถึงในเรื่องของเครื่องเทศที่โดดเด่น รสชาติของขนมที่มีทั้งความหวานกลมกล่อมและความเผ็ดร้อนที่ยากจะเลียนแบบได้ ดังนั้น การเลือกขนมอินเดียควรต้องคำนึงถึงเอกลักษณ์ตามแบบฉบับต้นตำรับดั้งเดิม เพื่อที่จะได้เข้าถึงรสชาติที่แท้จริงแบบสไตล์อินเดีย
เอกลักษณ์ของขนมอินเดียตามสไตล์แบบดั้งเดิมนั้นจะมีความโดดเด่นในเรื่องของเครื่องเทศและการใช้ธัญพืชเป็นหลักในการทำขนม โดยส่วนผสมของเครื่องเทศนั้นมักจะประกอบไปด้วยหญ้าฝรั่น ใบกระวาน ทำให้ขนมอินเดียมีกลิ่นหอมของเครื่องเทศที่โดดเด่นอยู่ในตัวเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ ในส่วนของธัญพืชที่ใช้นั้นจะใช้ถั่วพิสตาชิโอ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ถั่วเหลืองและขาว ถั่วชิกพี หรือถั่วอื่น ๆ เป็นส่วนผสมหลักในการทำขนม รวมไปถึงการใช้แป้งสาลี แป้งถั่วลูกไก่ แป้งธัญพืช เนย นม และชีสด้วย จึงทำให้ขนมอินเดียนั้นมีรสชาติที่หวานกลมกล่อม ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วคนอินเดียมักจะดื่มน้ำชากับขนมหวานคู่กันเพื่อช่วยตัดความหวานเลี่ยน
แน่นอนว่าขนมอินเดียเองก็มีทั้งแบบคาวและแบบหวานเหมือนขนมประเทศอื่น ๆ แต่ถ้าเจาะลึกลงไปที่รสชาติแล้วอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง โดยเฉพาะขนมหวานอินเดียดั้งเดิม เช่น กุหลาบจามุน, รัสกูล่า, Soan Papdi และอีกมากมาย ที่จะมีรสชาติหวานเป็นพิเศษ ชนิดที่กินเปล่า ๆ อาจจะรู้สึกแสบคอได้ ดังนั้น หากจะกินขนมอินเดียแบบหวาน เราแนะนำให้กินคู่กับการจิบน้ำชาอินเดียอุ่น ๆ ซึ่งจะช่วยลดระดับความหวาน และเข้ากันกับขนมได้เป็นอย่างดีค่ะ
ขนมอินเดียมีมากมายหลายรูปแบบ ซึ่งบางชื่อทุกคนอาจจะคุ้นเคยกันดี แต่ก็มีขนมอินเดียจำนวนไม่น้อยที่หลายคนไม่คุ้นชื่อหรือรูปร่างหน้าตา ดังนั้น ในหัวข้อนี้ เราจะมาแนะนำขนมอินเดียขึ้นชื่อ สูตรต้นตำรับแท้ ที่คุณห้ามพลาดและควรลิ้มลองค่ะ
เชื่อว่าหลายคนคงจะคุ้นชื่อของขนมอินเดียอย่าง "กุหลาบจามุน (Gulab Jamun)" กันมาบ้าง ซึ่งกุหลาบจามุนเป็นขนมหวานที่ขึ้นชื่อจากทางตอนใต้ของอินเดีย ที่เกิดจากการนำนมสด, แป้ง และเนย มาผสมเข้าด้วยกันและปั้นเป็นก้อนกลมพอดีคำ หลังจากนั้นนำลงไปทอดในน้ำมันจนสุกเป็นสีน้ำตาล ต่อมาก็นำไปแช่ในน้ำเชื่อมเดือด ๆ ที่มีส่วนผสมของลูกกระวานที่ผสมกลิ่นกุหลาบ หลังจากนั้นก็รอให้ก้อนนมดูดเอาน้ำเชื่อมเข้าไปในขนมประมาณ 2 ชั่วโมง ก็นำมากินได้ค่ะ ซึ่งรสชาติจะมีความหอมหวานของนมและกลิ่นกุหลาบ แนะนำให้กินร่วมกับชาอินเดียนะคะ เพื่อลดความหวานลงค่ะ
ปานีปูรี (Pani Puri) ก็เป็นเมนูขนมอินเดียอีกหนึ่งอย่างที่คนไทยหลายคนอยากลองชิม เนื่องจากมีวิธีการกินอันเป็นเอกลักษณ์และหน้าตาดูน่ากินกว่าขนมอินเดียชนิดอื่น ๆ ซึ่งชื่อของปานีปูรีนั้นเป็นคำรวมกันระหว่าง "ปานี" ที่แปลว่าน้ำ โดยในที่นี้หมายความว่าน้ำซอสปรุงรส ส่วน "ปูรี" เป็นแป้งทอดกรอบทรงกลม ที่ใช้ทานร่วมกับน้ำซอสปูรี ส่วนวิธีกินนั้นจะทำแป้งปูรีมากะเทาะรูตรงกลาง หลังจากนั้นใส่ไส้มันฝรั่งบดและเครื่องเทศต่าง ๆ ลงไป แล้วก็ตามด้วยการหยอดหรือจุ่มในน้ำซอส เพียงเท่านี้ก็พร้อมทานได้เลยค่ะ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | Bikano ขนมอินเดีย Pani Puri | ![]() | Pani Puri พร้อมเสิร์ฟ มีแป้งทอดกรอบสำเร็จรูป ไม่ต้องทอดเอง | |
2 | Ghasitaram's ขนมอินเดีย Gulab Jamun | ![]() | แป้งนมทรงกลมทอด คลุกเคล้าด้วยน้ำกุหลาบ หอมหวานละมุน | |
3 | Jalani ขนมอินเดีย Jalani Pani Puri Magic Treat | ![]() | สัมผัสรสชาติแบบดั้งเดิม ผ่านน้ำซอสรสเข้มข้น เครื่องเทศหอมคลุ้ง | |
4 | Ghasitaram's ขนมอินเดีย Rosogulla | ![]() | ก้อนกลมพอดีคำ กลิ่นหอมหวานและนุ่มละมุน เนื้อนวลขาวน่ากิน | |
5 | Bikano ขนมอินเดีย Navratan Mixture | ![]() | รวมความอร่อยจากขนมยอดฮิตไว้ในซองเดียว คุ้มค่าคุ้มราคา | |
6 | Lijjat Papad ขนมอินเดีย Lijjat Papad ปาปาดัม | ![]() | ข้าวเกรียบอินเดียทำจากธัญพืชถั่วแขก นำไปทอดก็ได้ ย่างก็ดี | |
7 | Bikano ขนมอินเดีย Bikano Soan Papdi | ![]() | ขนมเค้กแห้งตามแบบฉบับอินเดีย หวานละมุน หอมกลิ่นเนยอินเดีย | |
8 | Bikaji ขนมอินเดีย Bikaji Bhujia | ![]() | ขนมขบเคี้ยวจากอินเดีย รสชาติเผ็ดจัดจ้าน กลิ่นเครื่องเทศถึงใจ | |
9 | Kurkure ขนมอินเดีย Masala Munch | ![]() | ขนมขบเคี้ยวคลุกผงมาซาลาสุดเผ็ดร้อน หอมกลิ่นเครื่องเทศ | |
10 | Bikaji ขนมอินเดีย Baat Cheet Papad | ![]() | ข้าวเกรียบสไตล์อินเดีย มี 2 รสชาติ อร่อยง่าย ๆ แค่นำไปย่าง |
ส่วนใหญ่แล้วขนมอินเดียอย่างปานีปูรี (Pani Puri) แบบสำเร็จรูปที่วางขายในท้องตลาดจะมาพร้อมกับแป้งก้อนกลมที่คุณจะต้องนำมาทอดเอง ซึ่งถ้าคนที่กลัวน้ำมันหรือพื้นที่ไม่เอื้ออำนวย ก็อาจจะเป็นเรื่องยากที่จะได้ลิ้มลองขนมชนิดนี้ แต่ปัญหานี้จะหมดไป ด้วยปานีปูรีจาก Bikano กล่องนี้ เพราะมาพร้อมกับแป้งทอดสำเร็จรูปมากถึง 30 ชิ้น ภายในกล่อง ทำให้คุณมีหน้าที่เพียงแค่นำผงซอสและน้ำซุปไปละลายน้ำเท่านั้นก็พร้อมทานนได้แล้วค่ะ
ขนมยอดฮิตอย่างกุหลาบจามุน (Gulab Jamun) ที่เมือพูดถึงขนมอินเดียก็ติดอันดับต้น ๆ ตลอด ซึ่งกุหลาบจามุนเกิดจากการนำไขมันนมผสมแป้ง มาคลุกเคล้าให้เข้ากันแล้วปั้นเป็นก้อนกลม ๆ หลังจากนั้นนำไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ จนแป้งภายนอกมีสีน้ำตาลเข้มอย่างที่เห็นในรูปภาพ หลังจากนั้นนำมาแช่ในน้ำเชื่อมผสมเครื่องเทศอินเดีย รวมไปถึงน้ำเชื่อมกุหลาบกลิ่นหอมหวาน ทำให้ขนมกุหลาบจามุนดูดน้ำเชื่อมเหล่านั้นเข้าไปจนเต็มก้อน รสชาติของขนมจึงมีความหวานเป็นพิเศษ เหมาะที่จะทานนกับน้ำชาร้อน ๆ ค่ะ
สำหรับใครที่ชอบความอบอวลของเครื่องเทศ และรสชาติที่เข้มข้นของเครื่องเทศตามแบบฉบับของคนอินเดียแล้วจะต้องลองทาน Pani Puri ดูค่ะ เพราะว่าขนมทานเล่นนี้ถือเป็นขนมประจำท้องถิ่นในอินเดียใต้ ทำให้เครื่องเทศที่อยู่ในซอสน้ำจิ้มเด่นมาก และโดยเฉพาะของยี่ห้อ Jalani ที่ยังคงรสชาติแบบออริจินอลไว้ได้ทีเดียว ด้วยสูตรของซอสน้ำจิ้มที่มีความกลมกล่อมของน้ำซอส กลิ่นหอมของเครื่องเทศที่เด่นชัดมาก ซึ่งถ้าใครไม่ชอบกระเทียมก็ต้องถูกใจแน่นอนค่ะ เพราะว่าในยี่ห้อนี้ไม่มีการใส่กระเทียมลงไปด้วย
นอกจาก Gulab Jamun แล้ว ยังมีขนมอินเดียอีกหนึ่งอย่างที่คุณต้องไม่พลาดที่จะลิ้มลองก็คือ รัสกูล่า (Rasgulla) โดยขนมชนิดนี้เป็นขนมหวานจากนมวัวที่จับตัวกันเป็นก้อนสีขาวเนียนละเอียดที่เกิดจากการหมักบ่ม จนมีลักษณะเป็น Cottage Cheese แต่รสชาติหลักก็ยังเป็นนมอยู่ หลังจากนั้นนำไปปั้นเป็นก้อนกลมและแช่ในน้ำเชื่อม ซึ่งก้อนนมก็จะทำการดูดน้ำเชื่อมเข้าไปภายใน จนเกิดเป็นผิวสัมผัสที่มีความนุ่มและกลิ่นหอมนม ส่วนรสชาติจะมีความหวานละมุนหอมกลิ่นชีสนิด ๆ ผสมกับรสชาติมันแบบ Creamy เล็กน้อยคล้ายกะทิค่ะ
ภายในขนมอินเดียซองนี้ อัดแน่นไปด้วยขนมอบกรอบต่าง ๆ ไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นมันฝรั่ง, ขนมแป้งถั่วชิกพี, คอนเฟล็ก ตบท้ายด้วยถั่วหลากหลายชนิด นำมาปรุงรสและคลุกเคล้าให้เข้ากันด้วยเครื่องเทศอินเดีย จนเกิดเป็นรสชาติของขนมขบเคี้ยวสไตล์อินเดียแท้ ๆ ที่มีทั้งความเปรี้ยว, เค็ม, เผ็ด และหอมเครื่องเทศตลบอบอวลในปากชนิดที่ยากจะเลียนแบบ โดยมีให้เลือก 2 ขนาด ด้วยกัน คือ 250 กรัม และ 400 กรัม พร้อมราคาเบา ๆ ให้คุณได้ลิ้มลองค่ะ
ข้าวเกรียบอินเดียสไตล์คลาสสิกของ Lijjat Papad นั้นเป็นข้าวเกรียบที่ทำจากธัญพืช ใครที่กำลังควบคุมน้ำหนักแล้วกำลังหาของทานเล่นระหว่างมื้อที่ไม่ทำให้อ้วนล่ะก็ ขอแนะนำให้ลองข้าวเกรียบอินเดียของ Lijjat Papad ค่ะ ซึ่งธัญพืชที่ใช้ทำข้าวเกรียบก็คือ ถั่วแขก ที่มีคุณสมบัติในเรื่องของกากใยอาหารสูงและช่วยควบคุมน้ำหนักได้ โดยมีหน้าที่กระตุ้นการนำไขมันที่สะสมมาใช้ ทำให้เผาผลาญได้ดีขึ้น โดยการทานข้าวเกรียบนี้สามารถนำไปย่างหรือทอดเพื่อให้รสชาติดีขึ้นได้ด้วย หรือจะนำไปทานคู่กับน้ำจิ้มรสจัดก็ได้เช่นกัน
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์จากยี่ห้อ Bikano ซึ่งเป็นยี่ห้อที่ผลิตขนมหลากหลายประเภทมากมาย เพื่อให้หลายคนได้เข้าถึงรสชาติแบบฉบับอินเดียได้ง่ายขึ้น คราวนี้ขอแนะนำขนมเค้กแห้ง หน้าตาเป็นเหมือนก้อนเค้กสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ โรยหน้าด้วยธัญพืชจากถั่วนานาชนิดอย่าง อัลมอนด์ พิสตาชิโอ ตัวแป้งนั้นทำมาจากแป้งถั่วซิกพีกับเนยอินเดียผสมผสานกันอย่างลงตัว ส่วนรสชาตินั้นจะมีความหวานกลมกล่อม ละมุนลิ้นและมีความคล้ายกับสายไหมบ้านเราด้วย แต่ว่าจะมีกลิ่นของเนยอินเดียที่ค่อนข้างโดดเด่นมาก
อีกหนึ่งยี่ห้อที่มีความอร่อยไม่แพ้กัน Bikaji หรือเรียกอีกอย่างว่า ขนมขบเคี้ยวบูเยีย เป็นขนมมันฝรั่งอบกรอบแบบเส้นตามสไตล์ของอินเดียที่จะเน้นในเรื่องเครื่องเทศ กลิ่นที่มีความเป็นเอกลักษณ์ และรสชาติที่เผ็ดร้อนแต่ยังมีความกลมกล่อม ทำให้ทานได้เรื่อย ๆ ด้วยรสชาติของเครื่องเทศที่โดดเด่นทำให้หลาย ๆ คนที่ชอบอาหารรสจัดจ้านชอบในรสชาติของขนมบูเยีย เพราะเครื่องเทศนั้นถึงใจ แต่อย่างไรก็ดีควรบริโภคแต่น้อยและแบ่งทานในปริมาณที่เหมาะสมด้วยนะคะ เพราะมันฝรั่งทานในปริมาณก็อาจจะทำให้น้ำหนักเพิ่มได้
สำหรับขนมอินเดียซองนี้เป็นขนมขบเคี้ยวไว้ทานเล่นเป็นอาหารว่าง ซึ่งตัวขนมจะมีลักษณะเป็นแท่งเรียวยาวพื้นผิวขรุขระ ที่เกิดจากวัตถุดิบสองอย่างผสมกันคือแป้งข้าวเจ้าและแป้งข้าวโพด นำลงไปทอดในน้ำมันร้อน ๆ จนสุกเป็นสีเหลืองทองและมีความกรอบน่ากิน ส่วนรสชาตินั้นจะเป็นผงปรุงรสมาซาล่าผสมกับเครื่องเทศอินเดียต่าง ๆ จึงมีทั้งความหอมเครื่องเทศ, รสเค็มจากผงปรุงรส และรสเผ็ดร้อนจากผงมาซาล่า ใครชอบกินเผ็ดต้องลองเลยค่ะ
ข้าวเกรียบ Papadam ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเมนูขนมยอดฮิตติดบ้านของชาวอินเดีย โดยสำหรับ Papadam จาก Bikaji นี้ จะมาในลักษณะของแผ่นแป้งแบนสำเร็จรูป ซึ่งคุณต้องนำไปย่างกับไฟอ่อน ๆ จนแผ่นแป้งสุกดีทั้งสองด้าน ส่วนวิธีการกินนั้น จะกินเล่นเป็นอาหารว่างเหมือนขนมขบเคี้ยวทั่วไปก็ได้ หรือจะกินร่วมกับเมนูอาหารอินเดียอื่น ๆ ก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี โดยวัตถุดิบหลักที่นำมาทำ Papadam จะแตกต่างกันไปในแต่ละสูตร อย่างเช่นของ Bikaji จะมีให้เลือกทั้งที่ทำมาจากถั่วชิกพี ถั่วเหลือง และถั่วขาวค่ะ
หวังว่าทั้ง 10 อันดับ ขนมอินเดียนี้จะเป็นการเปิดประสบการณ์การลิ้มรสแบบแปลกใหม่สำหรับใครที่อยากลองสัมผัสกลิ่นเครื่องเทศ ธัญพืชตามแบบฉบับของอินเดีย อย่างไรก็ตามถ้าใครที่ไม่อยากพลาดรสชาติแบบดั้งเดิมก็อย่าลืมเลือกซื้อจากแหล่งที่นำเข้าจากประเทศอินเดียโดยตรงเพื่อได้รับรสชาติแบบไม่ผิดเพี้ยน และถึงแม้ว่าขนมอินเดียนั้นจะทำมาจากธัญพืชเป็นหลัก แต่ก็ไม่ควรที่จะบริโภคในปริมาณที่มากจนเกินไป ทานน้อยแต่พอดีเพื่อสุขภาพยั่งยืนกันนะคะ
อันดับที่ 1: Bikano|ขนมอินเดีย Pani Puri
อันดับที่ 2: Ghasitaram's|ขนมอินเดีย Gulab Jamun
อันดับที่ 3: Jalani|ขนมอินเดีย Jalani Pani Puri Magic Treat
อันดับที่ 4: Ghasitaram's|ขนมอินเดีย Rosogulla
อันดับที่ 5: Bikano|ขนมอินเดีย Navratan Mixture
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































