10 ลูกกอล์ฟ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ตีไกล ได้ระยะเหมาะสม
ลูกกอล์ฟถือเป็นอุปกรณ์หนึ่งที่เราควรให้ความสำคัญไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นระดับใดก็ตาม เพราะคุณสมบัติหรือองค์ประกอบต่าง ๆ ของลูกกอล์ฟ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวัสดุ จำนวนชั้นของลูกกอล์ฟ ค่าแรงบีบอัดหรือ Compression รวมไปถึงรอยบุ๋ม ต่างส่งผลกับประสิทธิภาพในการเล่น รวมไปถึงการทำสกอร์ด้วย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกลูกกอล์ฟแบบง่าย ๆ เพื่อให้เหมาะทั้งกับมือใหม่และมืออาชีพ พร้อมคำแนะนำจากคุณภูวณัฏฐ์ พวงจันทร์แดง โปรกอล์ฟที่เป็นครูสอนกอล์ฟ และยังมี 10 ลูกกอล์ฟ จากยี่ห้อยอดนิยม ทั้งลูกกอล์ฟ 2 ชั้น และ 3 ชั้น ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มีค่า Compression เหมาะสม มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 ลูกกอล์ฟ ยอดนิยม

โปรแอ็คชั่นเติบโตมาในครอบครัวที่หลงใหลในกีฬากอล์ฟ และเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 7 ขวบ ด้วยการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถทำโฮลอินวันได้ตั้งแต่วัยเด็ก และก้าวสู่เวทีแข่งขันระดับเยาวชนหลายรายการ โดยเมื่ออายุ 22 ปี โปรแอ็คชั่นเทิร์นโปร และผ่านการอบรมด้านกฎข้อบังคับ เทคนิควงสวิง รวมถึงหลักสูตรฝึกซ้อมแบบมืออาชีพ ทำให้สามารถเข้าแข่งขันในรายการสำคัญ และพัฒนาทักษะการเล่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงแค่การเล่นแต่ยังรวมถึงการอ่านเกม วางแผนกลยุทธ์ และปรับวงสวิงให้เหมาะกับแต่ละสถานการณ์ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่นำมาใช้ในการสอนกอล์ฟ โดยในปัจจุบันโปรแอ็คชั่นเป็นครูกอล์ฟที่สถาบันกอล์ฟย่านดอนเมือง รับสอนตั้งแต่เด็ก 3 ขวบขึ้นไปจนถึงผู้ใหญ่ ครอบคลุมตั้งแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงนักกอล์ฟที่ต้องการปรับวงสวิง เพิ่มประสิทธิภาพ ลดสกอร์ และพัฒนาทักษะเพื่อการแข่งขัน อีกทั้งยังมุ่งเน้นการสอนที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ผู้เรียนเล่นกอล์ฟได้อย่างสนุก พร้อมพัฒนาเทคนิคและความเข้าใจเกมกอล์ฟให้ดียิ่งขึ้น

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกลูกกอล์ฟ
เราควรเลือกลูกกอล์ฟให้เหมาะกับระดับการเล่น โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ลูกกอล์ฟสำหรับผู้เล่นมือใหม่ และลูกกอล์ฟสำหรับผู้เล่นระดับกลางและมือโปร
เลือกลูกกอล์ฟ 2 ชั้น วัสดุไอโอโนเมอร์ มีค่า Compression ประมาณ 90 สำหรับผู้เล่นมือใหม่
สำหรับมือใหม่ เราควรเลือกลูกกอล์ฟ 2 ชั้นและใช้วัสดุไอโอโนเมอร์และมีค่า Compression ต่ำประมาณ 90 เพื่อให้เหมาะกับความแรงในการตี
เลือกลูกกอล์ฟ 2 ชั้นและใช้วัสดุไอโอโนเมอร์

วัสดุที่ใช้ทำเปลือกหุ้มลูกกอล์ฟมีหลายประเภท แต่สำหรับมือใหม่ควรเลือกใช้วัสดุไอโอโนเมอร์ (Ionomer) ซึ่งเป็นพลาสติกชนิดหนึ่งที่มีผิวสัมผัสแข็ง มีความทนทานสูง และมีราคาถูกกว่าวัสดุอื่น ๆ ทำให้ลูกกอล์ฟเปลือกไอโอโนเมอร์ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่นักกอล์ฟมือใหม่
เลือกลูกกอล์ฟที่มีค่า Compression ต่ำประมาณ 90

ค่า Compression หรือค่าแรงบีบอัดของลูกกอล์ฟ เป็นสิ่งหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามเพราะส่งผลต่อการตีและระยะของลูกกอล์ฟเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน ค่า Compression มีตั้งแต่ 70 - 110 ยิ่งตัวเลขน้อย ลูกกอล์ฟจะยิ่งมีความนุ่มและเบา หากตัวเลขยิ่งมาก ลูกกอล์ฟจะแข็งมาก สำหรับมือใหม่หรือผู้ที่มีความเร็วในการสวิงที่ต่ำกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง แนะนำให้เลือกลูกกอล์ฟที่มีค่า Compression ประมาณ 90 เพราะให้ประสิทธิภาพสูงสุดในการตีระยะที่ไกลและการควบคุมทิศทางได้ง่ายสำหรับมือใหม่ที่มีแรงกำลังในการตีน้อย และฝึกให้ควบคุมทิศทางของลูกและแรงกำลังได้ง่ายกว่า
เลือกลูกกอล์ฟ 3 ชั้น วัสดุไอโอโนเมอร์หรือยูรีเทน มีค่า Compression ประมาณ 100 สำหรับผู้เล่นระดับกลางและมือโปร
สำหรับผู้เล่นระดับกลางและมือโปร เราควรเลือกลูกกอล์ฟ 3 ชั้นและใช้วัสดุไอโอโนเมอร์หรือยูรีเทนและมีค่า Compression สูงประมาณ 100 ขึ้นไป
เลือกลูกกอล์ฟ 3 ชั้นและใช้วัสดุไอโอโนเมอร์หรือยูรีเทน

เปลือกหุ้มลูกกอล์ฟสามารถเลือกวัสดุไอโอโนเมอร์หรือ (Ionomer) ยูรีเทน (Urethene) ก็ได้ โดยไอโอโนเมอร์ให้ความแข็งและทนทาน ในขณะที่ยูรีเทนจะมีจุดเด่นที่ความนุ่ม ยืดหยุ่น ช่วยให้ควบคุมลูกได้ดีและให้สปินมากกว่า โครงสร้าง 3 ชั้นและวัสดุทั้ง 2 ประเภทนี้มักใช้ในลูกกอล์ฟระดับพรีเมียม เราสามารถเลือกวัสดุได้ตามความถนัดในการเล่น
เลือกลูกกอล์ฟที่มีค่า Compression สูงประมาณ 100 ขึ้นไป

นักกอล์ฟมืออาชีพหรือผู้เล่นที่มีแรงกำลัง สวิงสปีดได้สูงมากกว่า 100 ไมล์ต่อชั่วโมง ควรเลือกลูกกอล์ฟที่มีค่า Compression สูงประมาณ 100 ขึ้นไป ซึ่งลูกกอล์ฟที่มีค่าแรงบีบอัดนี้เหมาะสมกับแรงกำลังในการตีของผู้เล่นที่มากขึ้น มีจุดเด่นเรื่องความแข็งแรงและการคอนโทรลที่นิ่งกว่า ทำให้ผู้เล่นสามารถควบคุมทิศทางและอัตราการสปินได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ได้ระยะหรือวิถีของลูกได้ตามต้องการ ในระยะอย่างแม่นยำ
เลือกจำนวน รูปทรง และความลึกรอยบุ๋มของลูกกอล์ฟตามระยะหรือการใช้งาน

รอยบุ๋ม (Dimples) บนลูกกอล์ฟมีผลต่อระยะในการตีเช่นกัน หน้าที่หลักของรอยบุ๋มบนลูกกอล์ฟ คือ เมื่อลูกกอล์ฟลอยอยู่บนอากาศ รอยบุ๋มเหล่านี้จะทำหน้าที่ลดแรงต้านที่เกิดจากอากาศปะทะ ทำให้ลูกกอล์ฟลอยอยู่บนอากาศนานและได้ระยะที่ไกลมากกว่า โดยทั่วไปแล้วลูกกอล์ฟจะมีรอยบุ๋มประมาณ 300 - 450 ตำแหน่งขึ้นอยู่กับยี่ห้อหรือรุ่น ลูกกอล์ฟที่มีจำนวนรอยบุ๋มน้อยเหมาะกับการการตีในระยะใกล้ เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วมักมีลักษณะของรอยบุ๋มใหญ่และตื้น ทำให้วิถีของลูกมีความเหินโด่งมากกว่า แต่ในทางกลับกัน ลูกกอล์ฟที่มีรอยบุ๋มจำนวนมากเหมาะกับการตีระยะไกลหรือนักกอล์ฟมือสมัครเล่นที่ต้องการเพิ่มระยะการตี เพราะรอยบุ๋มลึกกว่าซึ่งโดดเด่นเรื่องการลดสปินและทำให้ลูกพุ่งได้ไกล ดังนั้น เราจึงควรตรวจสอบรอยบุ๋มจากการเล่นและระยะในการตี
ตรวจสอบลูกกอล์ฟทั้งจากการตีไม้เหล็กไดร์เวอร์กับการพัตต์

ในการฝึกซ้อมของมือใหม่อาจเลือกใช้ลูกกอล์ฟ 2 แบบ คือ ลูกกอล์ฟเพื่อการตีระยะไกลและลูกกอล์ฟเพื่อการพัตต์ลงหลุม เพราะจะช่วยให้คุ้นชินกับลูกกอล์ฟที่แตกต่างกันออกไป รวมทั้งได้ค้นหาว่าเราเหมาะกับลูกกอล์ฟแบบไหนบ้าง แต่หากเป็นมือใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแข่งขันที่สามารถใช้ลูกกอล์ฟได้แค่เพียงลูกเดียว อาจเน้นการระยะสั้นหรือการพัตต์ลงหลุมเป็นหลัก เพราะเป็นช็อตที่ต้องเล่นมากที่สุดในการออกรอบและเป็นตัวตัดสินในการทำสกอร์ ดังนั้น หากเราต้องการตรวจสอบว่าลูกกอล์ฟที่เราเลือกใช้นั้นเหมาะกับเราหรือไม่ เราควรตรวจสอบการตีในระยะต่าง ๆ โดยเฉพาะระยะการตีที่เราต้องการมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการตีระยะไกลที่ต้องใช้ไดร์เวอร์ หรือการตีระยะใกล้และการพัตเตอร์ลงหลุม
10 ลูกกอล์ฟ ยี่ห้อไหนดี ตีไกล ได้ระยะเหมาะสม
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | ||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทโครงสร้าง | ค่า Compression | วัสดุผิว | เทคโนโลยี Dimple | |||||
1 | Bridgestone TreoSoft | ![]() | เปลือกนอกไร้รอยต่อ ลดการสปินดี วิถีตรงขึ้นและไกลขึ้น | 2 ชั้น | 55 | Ionomer | ||
2 | Titleist Pro V1® Golf Balls Enhanced Alignment | ![]() | แกนด้านในแข็ง อากาศไหลผ่านดี มีแถบช่วยเล็งที่เด่นชัด | 3 ชั้น | 87 | Cast Urethane | ||
3 | Callaway Warbird Distance+ | ![]() | รอยบุ๋มหกเหลี่ยม แกนในขนาดใหญ่ เหมาะกับตีระยะไกล | 2 ชั้น | 90 | Ionomer | ||
4 | KASCO DNA Extra Soft Ball | ![]() | ลอยในอากาศได้นาน ตีระยะไกลขึ้น มีความสมดุลรอบด้าน | 2 ชั้น | 68 | Ionomer | ||
5 | Decathlon Golf Ball Distance 100 | ![]() | โครงสร้าง 2 ชั้น มีความทนทานสูง สีโดดเด่นมองเห็นง่าย | 2 ชั้น | 95 | Ionomer | ||
6 | HONMA D1 Speedmonster | ![]() | ให้การดีดตัวสูง ควบคุมทิศทางได้ดี โครงสร้างแบบ 3 ชั้น | 3 ชั้น | ไม่ระบุ | Ionomer | ||
7 | TaylorMade SpeedSoft Ink |V99100-NS | ![]() | แกนในนุ่มนวล ลายโดดเด่นเห็นได้ชัด วิถีลูกมีความเสถียร | 2 ชั้น | < 50 | Ionomer | ||
8 | Pgm Golf Tournament|Q002 | ![]() | ต้านแรงลมดี ทนทานต่อแรงปะทะ ควบคุมทิศทางง่ายขึ้น | 3 ชั้น | 70 | Gutta-Percha | ||
9 | JEF Impulse Tour |JR977 | ![]() | เปลือกนอกผสมไทเทเนียม แกนกลางใหญ่ วิถีลูกแน่นอน | 3 ชั้น | ไม่ระบุ | Hybrid Ionomer | ||
10 | PlayEagle Golf Balls |PE-0027 | ![]() | ช่วยให้ตีได้ระยะไกลขึ้น ชั้นนอกมีความนุ่ม วิถีลูกสม่ำเสมอ | 3 ชั้น | 90 | Ionomer | ||
เปลือกนอกไร้รอยต่อ ลดการสปินดี วิถีตรงขึ้นและไกลขึ้น
- เทคโนโลยีแกนในมีความนุ่มเป็นพิเศษและมีแรงอัดต่ำ ช่วยให้ลูกกอล์ฟยุบตัวง่าย มีความนุ่มนวล
- เปลือกนอกไร้รอยต่อ ทำให้ผิวลูกกอล์ฟที่เป็นรอยบุ๋มทั้ง 330 หลุมมีการกระจายตัวที่สม่ำเสมอ
- มีแกนในและโครงสร้างแบบ 2 ชิ้น ช่วยลดอัตราการสปินของลูก วิถีลูกตรงขึ้นและมีระยะไกลกว่าเดิม
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกสั้นรอบกรีน เหมาะสำหรับนักกอล์ฟหลากหลายระดับฝีมือ
| ประเภทโครงสร้าง | 2 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 55 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
Titleist Pro V1® Golf Balls Enhanced Alignment
แกนด้านในแข็ง อากาศไหลผ่านดี มีแถบช่วยเล็งที่เด่นชัด
- แกนในมีความแข็งเพิ่มขึ้นจากด้านในสู่ด้านนอก ส่งผลให้มีสปินต่ำในช็อตเกมยาว ช่วยให้ตีได้ไกลขึ้น
- เปลือกนอก Soft Cast Urethane Elastomer ให้ความนุ่มเป็นพิเศษ สร้างสปินสูงในการเล่นรอบกรีน
- รอยบุ๋ม Spherically-Tiled 388 Tetrahedral Dimple ช่วยให้อากาศไหลผ่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- มีแถบช่วยเล็งที่ยาวและเด่นชัด ช่วยในการจัดตำแหน่งและการเล็งทิศทางให้มีความแม่นยำมากขึ้น
| ประเภทโครงสร้าง | 3 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 87 |
| วัสดุผิว | Cast Urethane |
| เทคโนโลยี Dimple |
Callaway Warbird Distance+
รอยบุ๋มหกเหลี่ยม แกนในขนาดใหญ่ เหมาะกับตีระยะไกล
- แกนในมีขนาดใหญ่พิเศษและสามารถบีบอัดตัวได้สูง เพื่อการถ่ายเทพลังงานขณะปะทะอย่างเต็มที่
- รอยบุ๋มเป็นแบบหกเหลี่ยม ช่วยลดแรงต้านอากาศและเพิ่มแรงยก ทำให้ลูกลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้น
- ออกแบบมาเพื่อสร้างความเร็วสูงสุดจากไม้ทุกชนิด เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่ต้องการตีไกลเป็นพิเศษ
- เปลือกนอก Ionomer ทนทาน ให้ความรู้สึกดีในการควบคุมลูกบริเวณรอบกรีนด้วยโครงสร้าง 2 ชิ้น
| ประเภทโครงสร้าง | 2 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 90 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
ลอยในอากาศได้นาน ตีระยะไกลขึ้น มีความสมดุลรอบด้าน
- มีความนุ่มและมีค่าคอมเพรสชั่นอยู่ที่ 68 ช่วยลดอัตราการสปิน ส่งผลให้ได้วิถีลูกที่ตรงและไกลขึ้น
- ผิวลูกกอล์ฟมีรอยบุ๋มทั้งหมด 372 หลุม ช่วยลดแรงต้านอากาศ ทำให้ลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้น
- แกนในยืดหยุ่นสูง เปลือกนอกเป็น Ionomer ช่วยเพิ่มแรงดีด ทำให้ตีได้ไกลขึ้น ให้ความรู้สึกนุ่มนวล
- มีความสมดุลสูง เสริมประสิทธิภาพมาแบบรอบด้าน เหมาะกับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ทุกระดับ
| ประเภทโครงสร้าง | 2 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 68 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
โครงสร้าง 2 ชั้น มีความทนทานสูง สีโดดเด่นมองเห็นง่าย
- โครงสร้าง 2 ชั้น แกนในเป็นยางที่มีความแข็ง ช่วยส่งพลังงานได้เต็มที่เพื่อให้ได้ระยะทางไกลที่สุด
- เปลือกนอก Surlyn ทนทานสูง เหมาะสำหรับมือใหม่ที่อาจตีพลาดและต้องการความทนทานพิเศษ
- รอยบุ๋มจำนวน 440 หลุม ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยในเรื่องแอโรไดนามิก ทำให้ได้วิถีลูกที่มีความเสถียร
- สีเหลืองช่วยให้สังเกตเห็นลูกกอล์ฟได้ง่าย เด่นชัดเมื่ออยู่ในสนาม ไม่ว่าจะอยู่ในแฟร์เวย์หรือในรัฟ
| ประเภทโครงสร้าง | 2 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 95 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
ให้การดีดตัวสูง ควบคุมทิศทางได้ดี โครงสร้างแบบ 3 ชั้น
- โครงสร้าง 3 ชั้น แกนในช่วยเพิ่มความเร็ว ชั้นกลางช่วยถ่ายเทพลังงานความเร็ว เปลือกนอกทนทาน
แกนในพัฒนาขึ้นเพื่อลดปริมาณสปินในการตีด้วยไดรเวอร์โดยเฉพาะ ส่งผลให้ได้ระยะทางที่ไกลขึ้น
ชั้นกลาง Metal Mix Layer ทำงานร่วมกับแกนในเพื่อเพิ่มค่า MOI การดีดตัวและค่าความเร็วต้นสูงขึ้น
- รอยบุ๋ม 368 หลุม ช่วยสร้างวิถีลูกที่พุ่งทะลุทะลวงและมีความเสถียร ควบคุมทิศทางได้ดีในทุกสภาวะ
| ประเภทโครงสร้าง | 3 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | ไม่ระบุ |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
TaylorMade SpeedSoft Ink | V99100-NS
แกนในนุ่มนวล ลายโดดเด่นเห็นได้ชัด วิถีลูกมีความเสถียร
- เทคโนโลยีแกนใน PWRCORE มีค่าความแข็งต่ำกว่า 50 ให้ความรู้สึกที่นุ่มนวลเป็นพิเศษในทุกช็อต
- โดดเด่นด้วยลาย Paint-Splatter ที่คอนทราสต์สูง มองเห็นลูกกอล์ฟในสนามได้ง่ายและชัดเจนยิ่งขึ้น
- รอยบุ๋มแบบ 322 Extended Flight ช่วยลดแรงต้านอากาศ วิถีลูกเสถียรและลอยอยู่ในอากาศได้นานขึ้น
- เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ปานกลางถึงช้า และต้องการเพิ่มระยะทางตีลูกให้ไกลกว่าเดิม
| ประเภทโครงสร้าง | 2 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | < 50 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
ต้านแรงลมดี ทนทานต่อแรงปะทะ ควบคุมทิศทางง่ายขึ้น
- แกนในยางสังเคราะห์ ชั้นกลางทำจากเรซิน เปลือกนอก Dupont Surlyn ช่วยให้ควบคุมลูกง่ายขึ้น
- ผิวนอกมีรอยบุ๋มจำนวน 392 หลุม ช่วยให้ลูกกอล์ฟมีวิถีที่เสถียร พุ่งตรง และต้านทานแรงลมได้ดี
- เปลือกนอกทำจากวัสดุ Dupont Surlyn ที่มีการผสมไทเทเนียม มีความทนทานต่อแรงปะทะได้ดี
- เหมาะสำหรับการเล่นที่ต้องการความแม่นยำสูง และเน้นการควบคุมลูกให้ตกแล้วหยุดบนกรีน
| ประเภทโครงสร้าง | 3 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 70 |
| วัสดุผิว | Gutta-Percha |
| เทคโนโลยี Dimple |
เปลือกนอกผสมไทเทเนียม แกนกลางใหญ่ วิถีลูกแน่นอน
- โครงสร้างแบบ 3 ชั้น มีแกนกลางขนาดใหญ่ ชั้นแมนเทิลแบบแข็ง เปลือกนอก Hybrid Ionomer
- ชั้นแมนเทิลได้รับการออกแบบพิเศษ เพื่อช่วยลดอัตราการหมุนของลูกกอล์ฟเมื่อตีด้วยไดรเวอร์
- เปลือกนอกผสมไทเทเนียม ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมลูกเมื่อตีด้วยเหล็กสั้นและเวดจ์
- รอยบุ๋มบนผิวลูกกอล์ฟเป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้วิถีของลูกแม่นยำและควบคุมได้
| ประเภทโครงสร้าง | 3 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | ไม่ระบุ |
| วัสดุผิว | Hybrid Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
ช่วยให้ตีได้ระยะไกลขึ้น ชั้นนอกมีความนุ่ม วิถีลูกสม่ำเสมอ
- แกนในดีไซน์มาเพื่อช่วยเพิ่มความเร็วของลูกกอล์ฟให้สูงขึ้น ชั้นนอกให้ความรู้สึกนุ่มนวลขณะปะทะลูก
- มีอัตราการสปินค่อนข้างต่ำ ทำให้ลูกไม่เสียสมดุลที่ดีในจังหวะโดนปะทะ และส่งผลให้ตีได้ระยะไกลขึ้น
- เหมาะสำหรับนักกอล์ฟที่มีความเร็วหัวไม้ในช่วง 90 - 100 ไมล์ต่อชั่วโมง เล่นได้ดีในสนามหลายประเภท
- ใช้เทคโนโลยีด้านอากาศพลศาสตร์ในการออกแบบพื้นผิว เพื่อให้ได้วิถีลูกที่เหมาะสมและสม่ำเสมอ
| ประเภทโครงสร้าง | 3 ชั้น |
|---|---|
| ค่า Compression | 90 |
| วัสดุผิว | Ionomer |
| เทคโนโลยี Dimple |
เราควรเปลี่ยนลูกกอล์ฟเมื่อไหร่ ?

โดยอายุเฉลี่ยของลูกกอล์ฟ 1 ลูกจะสามารถใช้งานได้ไม่เกิน 20 หลุม ขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งในการตี เมื่อเราใช้ลูกกอล์ฟแล้วรู้สึกว่าไปได้ไม่ไกลเหมือนตอนตีใหม่ ๆ หรือให้ความรู้สึกที่ต่างจากเดิม หรือหากลูกกอล์ฟมีรอยแตกหรือรอยร้าวบนลูกกอล์ฟระหว่างเล่น เราควรเปลี่ยนลูกกอล์ฟทันที เพราะจะทำให้ประสิทธิภาพในการตีลดลง อีกทั้งยังให้ระยะในการตีหรือวิถีของลูกที่สั้นลง และสมดุลของลูกที่น้อยลง ซึ่งมีผลกับสกอร์และการเล่นโดยรวมทั้งหมดนั่นเอง
TOP 5 ลูกกอล์ฟ แนะนำ
อันดับที่ 1: Bridgestone |TreoSoft
อันดับที่ 2: Titleist |Pro V1® Golf Balls Enhanced Alignment
อันดับที่ 3: Callaway |Warbird Distance+
อันดับที่ 4: KASCO |DNA Extra Soft Ball
อันดับที่ 5: Decathlon |Golf Ball Distance 100
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ