




แยมบลูเบอร์รี่เป็นหนึ่งในแยมผลไม้ที่ได้รับความนิยมไม่น้อย เนื่องจากแยมที่ทำมาจากบลูเบอร์รี่นั้นจะมีรสชาติหวานอมเปรี้ยว เหมาะทานคู่กับขนมปังหรือแพนเค้ก ทำให้ได้รสชาติที่อร่อยและเข้ากันได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังสามารถนำมาทำเมนูขนมหวานอื่น ๆ เช่น บลูเบอร์รีชีสพาย เป็นต้น ซึ่งในปัจจุบันมีแยมบลูเบอร์รี่มากมายในท้องตลาด ซึ่งมีรสชาติและส่วนผสมมแตกต่างกันออกไป
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกแยมบลูเบอร์รี่แบบง่าย ๆ เพื่อให้ได้แยมบลูเบอร์รี่ที่อร่อยถูกปาก และยังมี 10 แยมบลูเบอร์รี่ จากยี่ห้อยอดนิยม ทั้งแยมธรรมดา แยมพรีเสิร์ฟ และแยมเนื้อเจลลี่ อีกทั้งยังมีแยมสูตรน้ำตาลน้อยและสูตรใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาลมาแนะนำเพิ่มเติมด้วย
Top 5 แยมบลูเบอร์รี่ ยอดนิยม

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
คนส่วนใหญ่มักจะเลือกซื้อแยมโดยการสุ่มหยิบจากชั้นวางในห้างหรืออาจเลือกตามยี่ห้อที่ตนเองคุ้นเคยดี แต่เมื่อซื้อมาแล้วมักจะไม่ถูกใจในรสชาติหรือเนื้อแยม ซึ่งอันที่จริงแล้วการเลือกแยมบลูเบอร์รี่นั้นต้องพิจารณาหลายสิ่ง ยิ่งตามท้องตลาดในปัจจุบันมีแยมบลูเบอร์รี่ให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ เราจึงต้องทราบวิธีการเลือกที่ถูกต้องเพื่อให้ได้แยมบลูเบอร์รี่ที่ถูกใจที่สุดมาทานค่ะ
แยมบลูเบอร์รี่ที่ทาบนขนมปัง หรือแยมบลูเบอร์รี่ที่ทานคู่กับขนมหวานชนิดอื่น ๆ เราล้วนแต่เรียกว่า "แยม" ทั้งหมด แต่จริง ๆ แล้วแยมที่เราทานนั้นก็มีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งเราสามารถแบ่งแยมบลูเบอร์รี่ได้ออกเป็น 3 ชนิดหลัก ๆ ดังต่อไปนี้ค่ะ
ส่วนผสมโดยทั่วไปของแยมบลูเบอร์รี่ก็คือ บลูเบอร์รี่ น้ำตาลและเพคติน (Pectin) ซึ่งหลายคนอาจจะกังวลกับปริมาณน้ำตาลเพราะว่าการทำแยมคือ การถนอมอาหารด้วยน้ำตาลนั่นเอง ถึงอย่างนั้นเราก็สามารถหลีกเลี่ยงน้ำตาลได้ด้วยการเลือกแยมบลูเบอร์รี่สูตรน้ำตาลน้อย หรือสูตรที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือจำเป็นต้องควบคุมน้ำตาลค่ะ
นอกจากปริมาณน้ำตาลแล้ว เราควรใส่ใจเกี่ยวกับส่วนผสมอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องสีและกลิ่นสังเคราะห์ รวมไปถึงสารกันบูด คนที่แพ้สารสังเคราะห์เหล่านี้ควรอ่านฉลากข้างขวดแยมให้ดีก่อนซื้อเพื่อความปลอดภัยค่ะ
ความเข้มข้นของเนื้อแยมสามารถดูได้จากความหนืดของแยมบลูเบอร์รี่ค่ะ โดยปกติแล้วเนื้อแยมที่ข้นหนืดนั้นเกิดจากการนำบลูเบอร์รี่มาเคี่ยวกับน้ำตาล เพคตินและความเป็นกรดในบลูเบอร์รี่ผสมรวมกับน้ำตาลจะทำให้ได้เนื้อแยมที่หนืดขึ้น สำหรับเนื้อแยมบลูเบอร์รี่ที่ข้นหนืดสามารถนำมาทาบนขนมปังได้ง่าย เช่นเดียวกับแยมเนื้อเจลลี่ เพราะเนื้อแยมจับตัวกันได้ดีนั่นเองค่ะ ส่วนเนื้อแยมที่มีความเข้มข้นน้อย หรือมีลักษณะค่อนข้างเหลวคล้ายกับซอสบลูเบอร์รี่ จะนิยมทานคู่กับแพนเค้ก วาฟเฟิล หรือเครปเค้ก ก็อร่อยไปอีกแบบค่ะ
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | Smucker's Blueberry Preserves | ![]() | อัดแน่นด้วยบลูเบอร์รี่เข้มข้น หวานอร่อย คุณประโยชน์เต็มเปี่ยม | |
2 | St.Dalfour Wild Blueberry Fruit Spread | ![]() | แยมบลูเบอร์รี่ผสมน้ำองุ่น ไม่ใส่น้ำตาล พร้อมความหวานจากผลไม้ | |
3 | Hero Blueberry Jam | ![]() | แยมบลูเบอร์รี่เข้มข้น สูตรวีแกนและไม่มีกลูเตน มังสวิรัตก็ทานได้ | |
4 | Bonne Maman Wild Blueberry Preserve | ![]() | แยมสูตรพรีเซิร์ฟ จัดเต็มด้วยเนื้อผลไม้ อร่อยเหมือนทำเองที่บ้าน | |
5 | Danish Selection Wild Blueberry Fruit Spread | ![]() | แยมบลูเบอร์รี่ป่าสดใหม่เนื้อนุ่มละมุนลิ้น เข้ากันดีกับขนมปังยามเช้า | |
6 | D'arbo Blueberry Jam | ![]() | แยมสูตรหวานน้อย เหมาะกับคนเป็นเบาหวานหรือต้องคุมน้ำตาล | |
7 | Annes Feinste Bio Organic Blueberry Jam | ![]() | แยมไบโอออร์แกนิค อัดแน่นด้วยเนื้อบลูเบอร์รี่เข้มข้นจากธรรมชาติ | |
8 | Cirio Blueberry Extra Jam | ![]() | อร่อยเต็มคำกับบลูเบอร์รี่ฉ่ำ ๆ พร้อมรสชาติของแยมที่หวานกำลังดี | |
9 | Carrefour Bio Blueberry Jam | ![]() | วัตถุดิบออร์แกนิคธรรมชาติ ไม่มีสารเคมี เหมาะกับคนรักสุขภาพ | |
10 | Imperial Blueberry Jam | ![]() | แยมบลูเบอร์รี่เนื้อเจลใส ปาดง่าย เต็มอิ่มกับรสชาติหวานอมเปรี้ยว |
แยมที่หลายคนน่าจะต้องรู้จักดี แยมบลูเบอร์รี่ของ Smucker's นั่นเอง ที่เป็นสูตรพรีเซิร์ฟที่ใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ อัดแน่นไปด้วยเนื้อบลูเบอร์รี่ถึง 45% ทั้งยังอุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่เต็มเปี่ยมในบลูเบอร์รี่ ทำให้แซนวิชบลูเบอร์รี่ของคุณทั้งอร่อยและได้ประโยชน์ นอกจากนี้ ยังใช้น้ำเชื่อมข้าวโพด 50% แทนน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนักหรือต้องควบคุมน้ำตาล แยมสูตรนี้เป็นอีกตัวเลือกที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังแน่นอนค่ะ
แยมบลูเบอร์รี่ St.Dalfour ชื่อดังจากประเทศฝรั่งเศสที่หลายคนอาจรู้จักดี เป็นสูตรพรีเซิร์ฟที่ใส่เนื้อบลูเบอร์รี่ไปเต็ม ๆ คำ พร้อมชูจุดเด่น "ไม่ใส่น้ำตาล" ทำให้ได้รสชาติหวานหอมเป็นธรรมชาติของบลูเบอร์รี่ป่า ผสมผสานเข้ากันดีกับความหวานของน้ำองุ่นเข้มข้น ช่วยให้คงคุณประโยชน์ของแร่ธาตุและวิตามินจากผลไม้อย่างเต็มที่ในทุก ๆ คำ แยมสูตรนี้ไม่มีวัตถุกันเสียและสารสังเคราะห์ การันตีส่วนผสมจากธรรมชาติเหมาะกับคนชอบทานอาหารเพื่อสุขภาพมาก ๆ เลยค่ะ
เต็มอิ่มกับแยมบลูเบอร์รี่เนื้อเข้มข้นที่มีส่วนผสมของบลูเบอร์รี่ถึง 44% แยมยี่ห้อ Hero คัดสรรวัตถุดิบคุณภาพจากธรรมชาติเพื่อให้ได้แยมที่รสชาติกลมกล่อม เกลี่ยง่าย ทานคู่กับขนมปังแบบไหนก็อร่อย อีกทั้งขวดนี้ยังไม่มีส่วนผสมของกลูเตน (Gluten Free) และเป็นสูตรวีแกน (Vegan) ที่ไม่มีส่วนผสมจากสัตว์ เหมาะสำหรับคนที่ทานมังสวิรัติมาก ๆ นอกจากนี้แยมบลูเบอร์รี่ Hero ยังไม่มีส่วนผสมของวัตถุกันเสีย ไม่แต่งสีและกลิ่นสังเคราะห์อีกด้วย ใครที่กำลังมองหาแยมบลูเบอร์รี่คุณภาพดี ต้องลองแยมของ Hero ดูนะคะ
แยมบลูเบอร์รี่สูตรพรีเซิร์ฟของ Bonne Maman มีส่วนผสมของวัตถุดิบจากธรรมชาติที่ไม่ได้ตัดต่อพันธุกรรม มาพร้อมบลูเบอร์รี่ป่าแท้แบบเต็มลูก ให้คุณได้ลิ้มลองรสชาติของบลูเบอร์รี่อย่างจุใจ ทั้งยังอุดมไปด้วยคุณประโยชน์มากมายจากผลไม้แท้ ๆ นอกจากนี้ตัวแยมยังมีรสชาติที่หวานหอมและสีสันสวยงามจากธรรมชาติ อร่อยได้ไม่ว่าจะทานสด ๆ หรือใช้เป็นส่วนผสมในของหวานอื่น ๆ สมชื่อ Bonne Maman ที่แปลว่าคุณยายหรือคุณย่าในภาษาฝรั่งเศส แยมบลูเบอร์รี่สูตรคุณยายขวดนี้อร่อยเหมือนทำเองที่บ้านจริง ๆ ค่ะ
Danish Selection เป็นยี่ห้อแยมอันดับ 1 จากประเทศเดนมาร์ก การันตีด้วยวัตถุดิบคุณภาพดีเพื่อผลิตภัณฑ์ที่เข้มข้น ได้รสของธรรมชาติ แยมบลูเบอร์รี่ขวดนี้เป็นสูตรพรีเซิร์ฟที่จัดเต็มกับเนื้อบลูเบอร์รี่ป่านุ่ม ๆ พร้อมรสชาติหวานอมเปรี้ยว เข้ากันดีกับขนมปังยามเช้า Danish Selection เลือกใช้บลูเบอร์รี่ป่าแท้ ๆ ที่สดใหม่เพื่อให้ได้เนื้อแยมที่เข้มข้นและมีกลิ่นหอมผลไม้จากธรรมชาติตั้งแต่เปิดฝา นอกจากนี้ ตัวแยมยังไม่มีการแต่งสีและกลิ่น รวมถึงไม่ใส่เจลาตินด้วยค่ะ
ใครที่กำลังมองหาแยมบลูเบอร์รี่สูตรหวานน้อยต้องแยมบลูเบอร์รี่ของ D'arbo เลยค่ะ เพราะมีการใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานหรือคนที่ต้องการควบคุมน้ำตาล แต่ไม่ต้องกังวลเรื่องรสชาติและความเข้มข้นนะคะ เพราะแยมสูตรนี้มีส่วนผสมของเนื้อบลูเบอร์รี่ถึง 40% คงความหวานอมเปรี้ยวกำลังดีของผลไม้ไว้อย่างเต็มเปี่ยม แถมเนื้อแยมยังเข้มข้น เกลี่ยง่าย ปริมาณเยอะ ช่วยให้มื้ออาหารว่างอร่อยขึ้นได้ไม่ยากเลยล่ะค่ะ
สายรักสุขภาพชอบทานอาหารออร์แกนิคไม่ควรพลาดแยมบลูเบอร์รี่ของ Annes Feinste ที่นำเข้าจากประเทศเยอรมนี มีเนื้อแยมเข้มข้น อัดแน่นด้วยเนื้อบลูเบอร์รี่ออร์แกนิคจากแหล่งเกษตรอินทรีย์ที่ปลอดภัยได้มาตรฐาน พร้อมทั้งใช้น้ำตาลอ้อยจากธรรมชาติทำให้แยมมีรสชาติหวานหอม ทานคู่กับอะไรก็อร่อย ทั้งยังเข้ากันได้ดีกับกลิ่นอมเปรี้ยวของบลูเบอร์รี่ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในป่ากลางหน้าร้อนที่ต่างประเทศเลยล่ะค่ะ
แยมบลูเบอร์รี่เกรดพรีเมียมสัญชาติอิตาเลียนที่มีเนื้อผลไม้เข้มข้นถึง 45% ให้เราได้อร่อยเต็มปากเต็มคำกับเนื้อบลูเบอร์รี่ฉ่ำ ๆ และรสชาติหวานกำลังดี ไม่เลี่ยนจนเกินไปเพราะมีน้ำตาลเพียง 32.2% ใครที่กลัวอ้วนสามารถเลือกทานแต่น้อยได้นะคะ เท่านี้ก็ลดความอยากน้ำตาลของเราไปได้แล้วค่ะ แยมบลูเบอร์รี่สูตรจะนำมาทาบนขนมปัง หรือจะทานคู่กับเบเกอรี่อื่น ๆ ก็อร่อยทุกเมนู พร้อมปริมาณเยอะสุดคุ้มถึง 400 กรัม
แยมบลูเบอร์รี่ออร์แกนิคจากฝรั่งเศสที่มีจุดเด่นตรงการใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ปราศจากสารเคมีและสารปรุงแต่งอื่น ๆ แยมบลูเบอร์รี่สูตรนี้ใช้บลูเบอร์รี่และน้ำตาลอ้อยออร์แกนิคที่คัดสรรมาอย่างดีเพื่อให้มีรสชาติหวานตามธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนรักสุขภาพและคนที่แพ้สารสังเคราะห์ในอาหาร ทั้งนี้ทั้งนั้น ด้วยความที่เป็นแยมออร์แกนิคจึงควรเก็บไว้ในที่เย็นและควรรับประทานให้หมดภายใน 10 วันหลังเปิดฝา และอย่าลืมดูวันหมดอายุด้วยนะคะ
Imperial เป็นยี่ห้อของแยมที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี สำหรับแยมบลูเบอร์รี่ยี่ห้อนี้มีส่วนผสมของเนื้อบลูเบอร์รี่ 35% ทำให้ได้รสชาติหวานอมเปรี้ยวอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมกับเนื้อแยมแบบเจลใสที่ปาดง่าย เหมาะกับการทาบนขนมปังเป็นของหวานแสนอร่อย อย่างไรก็ตาม แยมสูตรนี้มีน้ำตาลถึง 61% ฉะนั้น คนที่ควบคุมน้ำตาลควรระมัดระวังและไม่ทานในปริมาณที่มากเกินไปนะคะ
อันดับที่ 1: Smucker's|Blueberry Preserves
อันดับที่ 2: St.Dalfour|Wild Blueberry Fruit Spread
อันดับที่ 3: Hero|Blueberry Jam
อันดับที่ 4: Bonne Maman|Wild Blueberry Preserve
อันดับที่ 5: Danish Selection|Wild Blueberry Fruit Spread
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































