10 ปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนอร่อย ปี 2026 เนื้อแน่น ไม่คาว
ปลากระป๋องเป็นอาหารสำเร็จรูปที่รับประทานง่ายและพกพาสะดวก สามารถทานคู่กับข้าวสวย ข้าวต้ม บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือนำไปประกอบเมนูอื่น ๆ เช่น ยำ ต้มยำ หรือข้าวผัดได้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโปรตีนจากปลาทะเลที่ดีต่อร่างกาย รวมถึงกรดไขมันจำเป็นอย่างโอเมก้า 3 และแคลเซียมจากก้างปลาอีกด้วย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกปลากระป๋อง สำหรับผู้ที่เน้นรสชาติเข้มข้น ผู้ที่ใส่ใจสุขภาพต้องการควบคุมโซเดียม ไปจนถึงคนทั่วไปที่มองหาอาหารกระป๋องไว้รับประทานในยามฉุกเฉิน และยังมี 10 ปลากระป๋องจากแบรนด์ยอดนิยม ที่มีทั้งสูตรปกติ และสูตรลดโซเดียมมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ปลากระป๋องมีประโยชน์อย่างไร

ปลากระป๋องเป็นอาหารพร้อมรับประทานที่ให้สารอาหารจากเนื้อปลาและส่วนประกอบอื่น ๆ เช่น ซอสมะเขือเทศ โดยคุณค่าทางโภชนาการจะขึ้นอยู่กับชนิดปลา สูตร และปริมาณที่รับประทาน จึงควรพิจารณาฉลากโภชนาการร่วมด้วย
- เป็นแหล่งโปรตีน เนื้อปลาเป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพดีและมีกรดอะมิโนจำเป็นที่ร่างกายต้องใช้ในการเสริมสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ ปริมาณโปรตีนอาจแตกต่างกันตามชนิดปลาและสัดส่วนเนื้อปลาในผลิตภัณฑ์
- มีกรดไขมันโอเมกา 3 ปลาทะเลหลายชนิดมีกรดไขมันโอเมกา 3 เช่น EPA และ DHA ซึ่งมีส่วนช่วยในการทำงานของหัวใจและสมอง และระบบต่าง ๆ ของร่างกาย อย่างไรก็ตาม ปริมาณโอเมกา 3 ในปลากระป๋องแต่ละชนิดไม่เท่ากัน จึงควรตรวจสอบก่อนเสมอ
- ให้แคลเซียมและแร่ธาตุจากปลา ปลากระป๋องบางยี่ห้อสามารถรับประทานก้างอ่อนได้ เช่น ซาร์ดีน อาจเป็นแหล่งแคลเซียมเพิ่มเติม รวมถึงมีแร่ธาตุจากเนื้อปลา เช่น ฟอสฟอรัสและซีลีเนียม ส่วนปริมาณไอโอดีนจะแตกต่างกันมากตามชนิดปลาและแหล่งที่มา
- มีไลโคปีนจากซอสมะเขือเทศ ปลากระป๋องในซอสมะเขือเทศมีไลโคปีนจากมะเขือเทศ ซึ่งเป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ที่มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ โดยการผ่านความร้อนที่ช่วยให้ร่างกายดูดซึมไลโคปีนได้ดีขึ้น
วิธีการเลือกปลากระป๋อง
ปลากระป๋องมีให้เลือกหลากหลายทั้งชนิดปลา สูตร และส่วนประกอบ ซึ่งแต่ละแบบให้รสชาติและคุณค่าทางโภชนาการแตกต่างกัน การเลือกให้เหมาะกับความต้องการจึงควรพิจารณาทั้งประเภทปลา ส่วนผสม และข้อมูลบนฉลากควบคู่กัน
เลือกสูตรของปลากระป๋องให้เหมาะกับความต้องการ
ปลากระป๋องมีหลายสูตรให้เลือกทั้งสูตรปกติที่มีรสชาติเข้มข้น และสูตรลดโซเดียมสำหรับผู้ที่ใส่ใจสุขภาพ โดยแต่ละสูตรมีรสชาติและปริมาณโซเดียมแตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับความชอบและลักษณะการรับประทานของแต่ละคน เพื่อให้ได้ปลากระป๋องที่ตรงกับความต้องการมากที่สุด
สำหรับผู้ที่เน้นรสชาติเข้มข้น เลือกปลากระป๋องสูตรปกติ

ถ้าต้องการควบคุมโซเดียมหรือใส่ใจสุขภาพ เลือกสูตรโซเดียมต่ำ

ปลากระป๋องสูตรโซเดียมต่ำเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมปริมาณโซเดียม โดยทั่วไปจะมีปริมาณโซเดียมลดลงประมาณ 25 - 30% เมื่อเทียบกับสูตรปกติ ซึ่งแต่ละยี่ห้ออาจลดปริมาณโซเดียมจากสูตรปกติไม่เท่ากัน จึงควรพิจารณาร่วมกับอาหารอื่นที่รับประทานในแต่ละวัน อย่างไรก็ตาม ปลากระป๋องสูตรนี้อาจมีรสชาติอ่อนกว่าสูตรปกติเล็กน้อย หากนำไปปรุงอาหาร ควรชิมก่อนและเลือกใช้เครื่องปรุงในปริมาณที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ได้รับโซเดียมมากเกินไป
เลือกเนื้อสัมผัสของปลากระป๋องให้เหมาะกับความชอบ

ปลากระป๋องในท้องตลาดมักใช้ปลาแมคเคอเรลและปลาซาร์ดีนเป็นวัตถุดิบหลัก ซึ่งให้เนื้อสัมผัสและรสชาติแตกต่างกัน การเลือกชนิดปลาให้ตรงกับความชอบจึงช่วยให้รับประทานได้อร่อยและเหมาะกับเมนูมากขึ้น
- ปลาแมคเคอเรล มีเนื้อค่อนข้างแน่นและเป็นชิ้น ให้รสชาติและความมันจากเนื้อปลาค่อนข้างเด่น เหมาะกับผู้ที่ชอบเนื้อปลาเต็มคำหรือเมนูที่ต้องการให้เนื้อปลาคงรูป เช่น ยำ ต้มยำ หรือรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อน ๆ
- ปลาซาร์ดีน มีเนื้อค่อนข้างนุ่มและละเอียดกว่า โดยบางผลิตภัณฑ์สามารถรับประทานก้างอ่อนได้ เหมาะกับผู้ที่ชอบเนื้อปลานุ่ม รับประทานง่าย และนำไปประกอบอาหารได้หลากหลาย ทั้งนี้ รสชาติจริงยังขึ้นอยู่กับซอสและสูตรของแต่ละยี่ห้อ
อย่างไรก็ตาม ปลาซาร์ดีนบางสายพันธุ์หรือบางยี่ห้ออาจมีกลิ่นคาวทะเลที่แรงกว่าปลาแมคเคอเรลเล็กน้อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ผู้บริโภคควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อ ทั้งนี้ รสชาติและความอร่อยโดยรวมยังขึ้นอยู่กับซอสและสูตรของแต่ละยี่ห้อด้วย
ตรวจสอบน้ำหนักสุทธิและน้ำหนักเนื้อปลา เพื่อให้เพียงพอต่อจำนวนผู้รับประทาน

ปลากระป๋องทั่วไปจะระบุน้ำหนักไว้ 2 แบบ คือ น้ำหนักสุทธิ (รวมเนื้อปลาและซอส) และ น้ำหนักเนื้อ (เฉพาะเนื้อปลาล้วนหลังแยกซอสออก) ซึ่งช่วยให้เราคำนวณปริมาณเนื้อปลาที่จะได้รับจริงก่อนเลือกซื้อ โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้
- สำหรับ 1 - 2 คน แนะนำให้เลือกปลากระป๋องขนาดมาตรฐาน ที่มีน้ำหนักสุทธิประมาณ 155 กรัม และมีเนื้อปลาตั้งแต่ 90 กรัมขึ้นไป ซึ่งเป็นปริมาณที่เพียงพอสำหรับการรับประทานคู่กับข้าวสวยหรือทำเมนูจานเดี่ยว
- สำหรับ 3 คนขึ้นไป แนะนำให้เลือกปลากระป๋องขนาดใหญ่ ที่มีน้ำหนักสุทธิ 200 กรัมขึ้นไป หรือเลือกซื้อเพิ่มจำนวนกระป๋องแทน โดยควรสังเกต "น้ำหนักเนื้อปลา" บนฉลาก เพื่อกะปริมาณอาหารให้พอดีกับทุกคนในมื้อนั้น
เลือกปลากระป๋องจากข้อมูลโภชนาการ ทั้งโปรตีน พลังงาน และโซเดียม

ข้อมูลโภชนาการบนฉลากปลากระป๋องจะแสดงปริมาณสารอาหารต่อหนึ่งหน่วยบริโภค ซึ่งอาจแตกต่างกันตามชนิดปลา สูตร และขนาดบรรจุ ดังนั้น ก่อนเลือกซื้อจึงควรเปรียบเทียบข้อมูลโภชนาการ เพื่อให้เลือกปลากระป๋องได้เหมาะกับความต้องการมากขึ้น
- โปรตีน ปลากระป๋องเป็นแหล่งโปรตีนจากปลา โดยยี่ห้อส่วนใหญ่มักจะมีโปรตีนประมาณ 11 - 14 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หรือประมาณ 18 - 24 กรัมต่อกระป๋อง ขึ้นอยู่กับปริมาณเนื้อปลา ดังนั้น หากต้องการเน้นโปรตีน ควรเปรียบเทียบปริมาณโปรตีนต่อหนึ่งหน่วยบริโภคที่ระบุไว้บนฉลากโดยตรง
- พลังงาน ปลากระป๋องส่วนใหญ่ให้พลังงานประมาณ 70 - 100 กิโลแคลอรีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หรือประมาณ 140 - 180 กิโลแคลอรีต่อกระป๋องสำหรับสูตรซอสมะเขือเทศทั่วไป โดยปริมาณพลังงานจะแตกต่างกันตามชนิดปลา ปริมาณเนื้อ และส่วนประกอบของซอส
- โซเดียม ปลากระป๋องสูตรปกติมักมีโซเดียมจากซอสและเครื่องปรุง โดยยี่ห้อส่วนใหญ่ในตลาดมีโซเดียมประมาณ 300 - 420 มิลลิกรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หรือประมาณ 600 - 840 มิลลิกรัมต่อกระป๋อง ทั้งนี้ ปริมาณโซเดียมอาจแตกต่างกันตามสูตรและยี่ห้อ จึงควรเปรียบเทียบข้อมูลบนฉลากก่อนเลือกซื้อ
- ไขมัน ปริมาณไขมันในปลากระป๋องอาจแตกต่างกันตามชนิดปลาและสูตรของผลิตภัณฑ์ โดยสูตรซอสมะเขือเทศปกติมักมีไขมันประมาณ 2 - 5 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค หรือประมาณ 4 - 9 กรัมต่อกระป๋อง ดังนั้น ควรตรวจสอบทั้งปริมาณไขมันทั้งหมดและไขมันอิ่มตัว โดยเฉพาะปลากระป๋องที่บรรจุในน้ำมันหรือมีส่วนผสมที่เพิ่มไขมัน
ตรวจสอบฉลาก เลข อย. และวันหมดอายุก่อนเลือกซื้อ

ก่อนเลือกซื้อปลากระป๋อง ควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญบนฉลากควบคู่กับสภาพบรรจุภัณฑ์ เพื่อช่วยยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีข้อมูลกำกับครบถ้วนและยังอยู่ในช่วงที่เหมาะสำหรับบริโภค โดยมีข้อควรพิจารณาดังนี้
- เลข อย. ควรตรวจสอบเลขสารบบอาหารหรือเลข อย. ที่ระบุบนฉลาก ซึ่งใช้สำหรับระบุผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้รับอนุญาตตามระบบของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงกระป๋องที่บวม รั่ว มีสนิมมาก หรือเสียรูป เพราะอาจเกิดการปนเปื้อนและส่งผลต่อความปลอดภัยของอาหารได้
- วันหมดอายุ ควรตรวจสอบวันหมดอายุหรือวันที่ควรบริโภคก่อนที่ระบุบนกระป๋อง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่ยังไม่พ้นกำหนด เพราะอายุการเก็บจริงแตกต่างกันตามสูตรและกระบวนการผลิต หากเปิดแล้วพบกลิ่น สี หรือสภาพอาหารผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการรับประทาน เพราะอาจเป็นสัญญาณว่าอาหารเสื่อมคุณภาพได้
10 ปลากระป๋อง ยี่ห้อไหนอร่อย เนื้อแน่น ไม่คาว
| สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | ความนิยม | รายละเอียด | ||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ชนิดของปลา | น้ำหนักเนื้อ | น้ำหนักสุทธิ | จำนวน | พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | รสชาติ | ปราศจากผงชูรส | ปราศจากวัตถุกันเสีย | มาตรฐาน อย. | มาตรฐานฮาลาล | |||||
1 | ปลาแมคเคอเรลทอดราดพริก ปุ้มปุ้ย | ![]() | No.1 | แมคเคอเรล | 54 กรัม | 90 กรัม | 10 กระป๋อง | 140 kcal | ราดพริก | |||||
2 | ปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ โรซ่า | ![]() | No.2 | แมคเคอเรล | 93 กรัม | 155 กรัม | 10 กระป๋อง | 100 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||
3 | ปลากระป๋องแมกเคอเรลในซอสมะเขือเทศ อะยัม | ![]() | No.3 | แมคเคอเรล | 93 กรัม | 155 กรัม | 6 กระป๋อง | 110 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||
4 | ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ซูมาโก | ![]() | No.4 | ซาร์ดีน | 75 กรัม | 125 กรัม | 1 กระป๋อง | 140 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||
5 | ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ยูเชฟ | ![]() | No.5 | ซาร์ดีน | 85 กรัม | 145 กรัม | 10 กระป๋อง | 110 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||
6 | แมกเคอเรลในซอสพริกศรีราชา มงกุฏทะเล | ![]() | No.6 | แมคเคอเรล | 93 กรัม | 155 กรัม | 10 กระป๋อง | 160 kcal | ซอสพริกศรีราชา | |||||
7 | ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศรสเข้มข้น คิงส์ ออสการ์ | ![]() | No.7 | ซาร์ดีน | 74 กรัม | 106 กรัม | 1 กระป๋อง | 200 kcal | เปรี้ยวหวาน | |||||
8 | เนื้อปลาแมคเคอเรลในซอสมะเขือเทศ รสเผ็ด ซีเล็คโกลด์ | ![]() | No.8 | แมคเคอเรล | 50 กรัม | 90 กรัม | 12 กระป๋อง | 140 kcal | ซอสมะเขือเทศ รสเผ็ด | |||||
9 | ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ สามแม่ครัว | ![]() | No.9 | ซาร์ดีน | 93 กรัม | 155 กรัม | 10 กระป๋อง | 100 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||
10 | ปลาซาร์ดีนในซอสมะเขือเทศ ซูเปอร์ซีเชฟ | ![]() | No.10 | ซาร์ดีน | 93 กรัม | 155 กรัม | 1 กระป๋อง | 120 kcal | ซอสมะเขือเทศ | |||||

| ชนิดของปลา | แมคเคอเรล |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 54 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 90 กรัม |
| จำนวน | 10 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 140 kcal |
| รสชาติ | ราดพริก |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | แมคเคอเรล |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 93 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 155 กรัม |
| จำนวน | 10 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 100 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | แมคเคอเรล |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 93 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 155 กรัม |
| จำนวน | 6 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 110 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | ซาร์ดีน |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 75 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 125 กรัม |
| จำนวน | 1 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 140 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | ซาร์ดีน |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 85 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 145 กรัม |
| จำนวน | 10 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 110 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | แมคเคอเรล |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 93 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 155 กรัม |
| จำนวน | 10 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 160 kcal |
| รสชาติ | ซอสพริกศรีราชา |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | ซาร์ดีน |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 74 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 106 กรัม |
| จำนวน | 1 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 200 kcal |
| รสชาติ | เปรี้ยวหวาน |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | แมคเคอเรล |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 50 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 90 กรัม |
| จำนวน | 12 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 140 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ รสเผ็ด |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | ซาร์ดีน |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 93 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 155 กรัม |
| จำนวน | 10 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 100 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
| ชนิดของปลา | ซาร์ดีน |
|---|---|
| น้ำหนักเนื้อ | 93 กรัม |
| น้ำหนักสุทธิ | 155 กรัม |
| จำนวน | 1 กระป๋อง |
| พลังงานทั้งหมดต่อ 1 หน่วยบริโภค | 120 kcal |
| รสชาติ | ซอสมะเขือเทศ |
| ปราศจากผงชูรส | |
| ปราศจากวัตถุกันเสีย | |
| มาตรฐาน อย. | |
| มาตรฐานฮาลาล |
ปลากระป๋องเก็บไว้ได้นานแค่ไหน
ปลากระป๋องที่ยังไม่เปิดและเก็บรักษาในที่แห้ง อุณหภูมิห้อง ไม่โดนแสงแดดโดยตรง สามารถเก็บได้ตามระยะเวลาที่ระบุบนฉลาก ซึ่งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1 - 2 ปี นับจากวันผลิต ควรตรวจสอบวันหมดอายุบนกระป๋องก่อนรับประทานทุกครั้ง และไม่ควรรับประทานหากกระป๋องบุบ บวม หรือมีสนิม
หากเปิดใช้งานแล้วสามารถเก็บในกระป๋องเดิมได้ไหม
ไม่แนะนำให้เก็บปลากระป๋องที่เปิดแล้วไว้ในกระป๋องเดิม เนื่องจากกระป๋องโลหะอาจทำปฏิกิริยากับอากาศและอาหาร ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของรสชาติและอาจเสี่ยงต่อการปนเปื้อน ควรถ่ายเนื้อปลาและน้ำซอสที่เหลือใส่ภาชนะที่มีฝาปิดสนิท แล้วเก็บในตู้เย็นที่อุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียส และควรรับประทานให้หมดภายใน 1 - 2 วัน
บทความที่เกี่ยวข้องกับปลากระป๋อง
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เป็นผลิตภัณฑ์จากปลาแบบต่าง ๆ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ





































