




เวลาเราไปร้านกาแฟที่มีบาริสต้ามืออาชีพ ก็จะเห็นได้ว่าทางร้านมีการใช้ "ตาชั่งกาแฟ" สำหรับชั่งเมล็ดกาแฟหรือ Shot กาแฟ นั่นก็เพื่อคุมคุณภาพของรสชาติกาแฟให้มีความคงที่ เพราะการจะกะปริมาณกาแฟให้เหมือนเดิมเป็นไปได้ยากมาก นอกเสียจากว่าคุณมีประสบการณ์เชี่ยวชาญในการชงกาแฟมาแล้วหลายปีซึ่งน้อยคนนักที่จะทำได้ ตาชั่งกาแฟจึงเป็นหนึ่งในอุปกรณ์ที่บาริสต้ามืออาชีพหลายคนเลือกใช้
วันนี้เราจึงจะมาแนะนำวิธีการเลือกตาชั่งกาแฟเพื่อให้คุณได้เครื่องมือทำกาแฟที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด พร้อมคำแนะนำจากบาริสต้าโดยเฉพาะ นอกจากนี้ เรายังมี 10 อันดับ ตาชั่งกาแฟที่ได้รับความนิยมจากแบรนด์ยอดนิยม เช่น FELICITA, CAFEDE KONA, EZPREZZ, TIME MORE, HARIO มาแนะนำเพิ่มเติมให้คุณอีกด้วย งานนี้คอกาแฟที่อยากลองทำกาแฟเองแต่ยังขาดอุปกรณ์ดี ๆ อยู่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว
Top 5 ตาชั่งกาแฟ ยอดนิยม
CAFEDE KONA

ทำงานได้ทั้ง 2 ระบบทั้งใส่ถ่าน AAA และชาร์จแบตเตอรี่ USB
EZPREZZ

คุณภาพมาตรฐานสากล เซนเซอร์ 4 จุด ใช้กระจกแบบ Safety

คุณกอล์ฟเป็นบาริสต้าและเจ้าของร้านกาแฟ Stay Coffee ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2018 จากจุดเริ่มต้นที่ทำงานประจำและเริ่มรู้สึกอิ่มตัว คุณกอล์ฟจึงตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิต ด้วยการหันมาเรียนรู้และทำความเข้าใจเรื่องกาแฟอย่างจริงจัง ทั้งการลองผิดลองถูก ศึกษาค้นคว้า และลงมือทำด้วยตัวเองเป็นเวลาหลายปี จนเปิดร้านกาแฟของตัวเองได้สำเร็จ โดย Stay Coffee มีจุดเด่นในการคัดสรรเมล็ดกาแฟคุณภาพจากหลากหลายแหล่ง ทั้งกาแฟไทย กาแฟต่างประเทศ และกาแฟเกรดพิเศษ หมุนเวียนให้เลือกตลอดในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย นอกจากนี้ คุณกอล์ฟยังชื่นชอบการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยการไปเยือนร้านกาแฟต่าง ๆ เพื่อชิม เรียนรู้ และนำแนวคิดดี ๆ มาปรับใช้ในการพัฒนาร้านตัวเอง รวมถึงมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้คนในวงการกาแฟอยู่เสมอ เพราะเชื่อว่ากาแฟที่ดีไม่ใช่แค่รสชาติที่กลมกล่อม แต่ต้องมอบความสุขและประสบการณ์ที่น่าจดจำในทุกแก้วที่เสิร์ฟด้วยใจ

คุณพีทเป็นเจ้าของ Blackkat Café ร้านที่โดดเด่นด้านเครื่องดื่มและเบเกอรี่ โดยให้ความสำคัญกับวัตถุดิบคุณภาพและการสร้างสรรค์เมนูใหม่ ๆ ที่ผสมผสานรสชาติได้อย่างลงตัว ด้วยความหลงใหลในอาหาร เบเกอรี่ และเครื่องดื่ม ทำให้คุณพีทใส่ใจตั้งแต่การเลือกวัตถุดิบ กระบวนการทำ ไปจนถึงการตกแต่งเมนูให้มีเอกลักษณ์ และพื้นฐานด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมจากมหาวิทยาลัยเนชั่น ยังส่งเสริมให้คุณพีทเข้าใจศาสตร์ของอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงการสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้ลูกค้า ตั้งแต่การพัฒนาเมนูตามฤดูกาล การอบเบเกอรี่สดใหม่ ไปจนถึงการจับคู่เครื่องดื่มกับขนมให้อร่อยลงตัว โดยนอกจากบริหารร้าน คุณพีทยังติดตามเทรนด์อาหาร ทดลองวัตถุดิบใหม่ ๆ และแบ่งปันความรู้ผ่านบทความด้านอาหาร เบเกอรี่ และการพัฒนาเมนูต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ที่สนใจสามารถนำไปต่อยอดได้อีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
เมื่อต้องเลือกตาชั่งกาแฟอันใหม่ คุณอาจลังเลว่าควรจะเลือกแบบไหนหรือเลือกอย่างไร จึงจะได้ตาชั่งที่มีประสิทธิภาพและแม่นยำมากที่สุด เรามีคำแนะนำดี ๆ มาฝากคุณสำหรับคนที่กำลังมองหาตาชั่งกาแฟสักเครื่องไว้สำหรับทำกาแฟอย่างมืออาชีพ
โดยปกติตาชั่งหรือเครื่องชั่งน้ำหนักจะมีน้ำหนักสูงสุดที่เครื่องชั่งจะรับได้ โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ในรายละเอียดของตาชั่ง ทั้งนี้ ส่วนมากตาชั่งขนาดไม่ใหญ่จะสามารถรับน้ำหนักได้ประมาณ 1 - 3 กิโลกรัมเท่านั้น ซึ่งขึ้นอยู่กับการใช้งานของคุณว่าต้องการชั่งเมล็ดกาแฟมากน้อยเพียงใด หากคุณเพียงใช้งานในบ้านหรือทำกาแฟไม่มากนัก ตาชั่งขนาดเล็กก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานแล้ว เพราะหากคุณชั่งเกินน้ำหนักสูงสุดตามที่คุณสมบัติกำหนด การชั่งในครั้งต่อไปก็จะทำให้ตาชั่งมีค่าน้ำหนักที่ไม่เที่ยงตรงเช่นเดิม ซึ่งอาจส่งผลให้ตาชั่งใช้งานได้ไม่ทนทานหรือคุ้มค่า
รายละเอียดความแม่นยำของตาชั่งกาแฟจะสามารถบ่งบอกได้จากจุดทศนิยม เนื่องจากตาชั่งแบบตัวเลขจะมีความแม่นยำกว่าตาชั่งแบบเข็มที่จะต้องกะระยะของจุดทศนิยมด้วยสายตา ในปัจจุบันตาชั่งแบบดิจตอลจึงมีการระบุตำแหน่งของจุดทศนิยม ซึ่งตาชั่งแต่ละรุ่นจะมีการบอกค่าจุดทศนิยมที่แตกต่างกันออกไป โดยจะมีตั้งแต่จุดทศนิยม 2 - 3 ตำแหน่ง หรือไม่มีจุดทศนิยมเลย ถ้าหากคุณต้องการทำกาแฟที่ต้องการรายละเอียดหรือมีความแม่นยำมากก็ควรจะเลือกรุ่นที่มีจุดทศนิยมหลายตำแหน่ง เช่น 0.1 g หรือ 0.01 g เป็นต้น เพื่อให้คุณได้ตาชั่งที่มีความละเอียดสูงตามที่คุณต้องการ
อีกหนึ่งฟังก์ชันที่ค่อนข้างสำคัญสำหรับเครื่องชั่งกาแฟก็คือ ระบบตัดน้ำหนักของภาชนะ หรือปุ่ม "Tare / Set Zero" ที่หลายคนคุ้นเคย ซึ่งฟังก์ชันนี้มักจะมาด้วยทุกเครื่องและสำคัญกับผู้ทำกาแฟมาก โดยปุ่มนี้จะตัดน้ำหนักของภาชนะที่เราใช้ในการรองรับให้เป็น 0 ก่อน แล้วจึงค่อยใส่เมล็ดหรือน้ำกาแฟลงไปเพื่อชั่ง เป็นการชั่งน้ำหนักเพียงแค่สิ่งของอย่างเดียว ทำให้ได้ค่าน้ำหนักสิ่งของที่เราต้องการชั่งอย่างแท้จริง ซึ่งเครื่องชั่งแบบตัวเลขจะช่วยตัดน้ำหนักได้ดีกว่าแบบเข็ม เพราะไม่ต้องใช้มือหมุนทดน้ำหนักให้วุ่นวาย
เครื่องชั่งกาแฟบางรุ่นไม่ได้มีเพียงแค่ฟังก์ชั่นสำหรับชั่งน้ำหนักอย่างเดียว แต่จะมีฟังก์ชั่นเสริมอื่น ๆ เพื่อช่วยให้การชงกาแฟของคุณทำได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นตัวจับเวลาสำหรับทำกาแฟดริป เนื่องจากการทำกาแฟแบบดริปจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักพร้อมกับเวลาในการสกัด ฟังก์ชันรีเซ็ตสเกลสามารถใช้ได้ดีเมื่อคุณต้องการชั่งน้ำหนักหลายอย่างหรือหลายครั้งโดยที่ไม่ต้องเปิด - ปิดเครื่องบ่อย ๆ อีกหนึ่งส่วนเสริมที่น่าสนใจก็คือโหมดการเปลี่ยนหน่วยชั่งได้หลากหลาย ซึ่งโดยมากจะมีหน่วยชั่งแบบกิโลกรัม (kg), กรัม (g), ออนซ์ (oz) และปอนด์ (lb) โดยฟังก์ชันนี้จะช่วยให้คุณง่ายขึ้นเมื่อคุณได้สูตรที่มีสเกลที่แตกต่างกัน
นอกจากนี้ บางรุ่นยังอาจมีฟังก์ชันอื่น ๆ เพื่อเสริมหรือช่วยให้คุณใช้งานได้ง่ายขึ้น แต่ส่วนเสริมเหล่านี้ก็จะมาพร้อมกับราคาที่สูงขึ้นเช่นเดียวกัน ดังนั้น จุดประสงค์ของการใช้งานจึงเป็นสิ่งที่จะต้องนำมาพิจารณาควบคู่กับฟังก์ชันเสริมเหล่านี้ เพราะถ้าหากคุณไม่ได้ใช้ฟังก์ชันเสริมเหล่านี้ ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเพิ่มเช่นเดียวกัน
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
1 | FELICITA ตาชั่งกาแฟ รุ่น Arc | ![]() | ดีไซน์เรียบหรู ดูมีสไตล์ สามารถเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชันได้ | |
2 | CAFEDE KONA ตาชั่งกาแฟ รุ่น GHOST Drip Coffee Scale | ![]() | ทำงานได้ทั้ง 2 ระบบทั้งใส่ถ่าน AAA และชาร์จแบตเตอรี่ USB | |
3 | EZPREZZ ตาชั่งกาแฟ รุ่น EZ201 Professional Coffee Scale | ![]() | คุณภาพมาตรฐานสากล เซนเซอร์ 4 จุด ใช้กระจกแบบ Safety | |
4 | TIMEMORE Black Mirror Scale Basic 2 | ![]() | ตัวเครื่องทนทาน กันน้ำได้ มีระบบจับเวลา เซนเซอร์ในตัว | |
5 | HARIO ตาชั่งกาแฟ รุ่น V60 Drip Scale | ![]() | แบรนด์สัญชาติญี่ปุ่น มีตัวจับเวลา น้ำหนักเบา เคลื่อนย้ายสะดวก | |
6 | Brewista ตาชั่งกาแฟ รุ่น Smart Scale II | ![]() | ปรับโหมดการทำงานตามรูปแบบการชงกาแฟได้ถึง 6 โหมด | |
7 | SUNFORD ตาชั่งกาแฟ รุ่น Hi CoFE | ![]() | มีระบบตัดน้ำหนักอัจฉริยะ ตั้งเวลาได้ทั้ง Manual และ Auto | |
8 | RAINBEAU ตาชั่งกาแฟ รุ่น EK6002 | ![]() | ระบบสัมผัส ตัดน้ำหนักภาชนะได้ เปลี่ยนหน่วยการชั่งได้ 3 หน่วย | |
9 | TANITA ตาชั่งกาแฟ รุ่น KD-192 | ![]() | มีฟังก์ชันในการชั่งของเหลวโดยเฉพาะ ให้ความแม่นยำสูง | |
10 | WINCOOL ตาชั่งกาแฟ รุ่น bethjiam-black | ![]() | มีฟังก์ชันที่หลากหลาย จอ LCD ขนาดใหญ่ กันน้ำ ราคาเป็นมิตร |
สำหรับตาชั่งกาแฟจากแบรนด์ FELICITA ถูกออกแบบให้มีความเรียบหรูมีสไตล์ มีความคงทนแข็งแรงด้วยวัสดุอะลูมิเนียมกันน้ำอย่างดี พร้อมระบบการคำนวณตัดน้ำหนักภาชนะที่แม่นยำแบบอัตโนมัติ สามารถบอกน้ำหนักได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงระบบจับเวลาอัตโนมัติเมื่อรินน้ำ และยังมีให้เลือกอีกหลากหลายโหมดเพื่อให้เหมาะสมกับเครื่องหรือวิธีการชงกาแฟของคุณ นอกจากนี้ ยังปรับเวลาปิดเครื่องอัตโนมัติได้ ที่พิเศษไปกว่านั้นก็คือคุณสามารถเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน เพื่อวิเคราะห์ข้อมูลการชงกาแฟของคุณได้อีกด้วยค่ะ
เป็นอีกหนึ่งในตาชั่งกาแฟที่มีดีไซน์แปลกตา ด้วยจอแสดงผล LED ทั้ง 2 ด้าน สามารถควบคุมฟังก์ชันที่ด้านใดด้านหนึ่งได้ ช่วยให้มองเห็นชัด มีระบบตัดน้ำหนักภาชนะและตัวจับเวลา มาพร้อมกับแผ่นซิลิโคนสำหรับกันลื่นกันเลอะ ทำงานได้ 2 ระบบคือแบบใส่ถ่าน AAA และชาร์จแบตเตอรี่ด้วยสายชาร์จ USB เมื่อพลังงานระบบใดระบบหนึ่งหมด เครื่องจะเปลี่ยนการใช้พลังงานโดยอัตโนมัติทำให้ใช้ได้อย่างต่อเนื่อง แถมประหยัดพลังงานด้วยโหมด Auto Off หากไม่มีการใช้งาน 5 นาที ถือว่าทำงานได้อย่างแม่นยำมากค่ะ
การันตีคุณภาพด้วยมาตรฐานสากลจากทั้ง IS, FC, CE, ROHC และ LVD และมาพร้อมกับเซนเซอร์ 4 จุด เพื่อความแม่นยำในการชั่งและตวง สามารถปรับหน่วยวัดได้หลากหลาย มีตัวจับเวลาที่ยาวถึง 9 นาที 59 วินาที รวมถึงมีโหมดจับเวลาและชั่งน้ำหนักแบบอัตโนมัติ หน้าจอแสดงผลด้วย LED และใช้กระจกแบบ Safety ช่วยป้องกันการแตกเมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงได้ดี ชาร์จไฟ 1 ครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 15 ชั่วโมง เรียกได้ว่า 1 เครื่องคุ้มค่ากับการใช้งานทุกรูปแบบเลยทีเดียวค่ะ
แบรนด์ HARIO สัญชาติญี่ปุ่นก็มีผลิตภัณฑ์ตาชั่งกาแฟที่มีความเรียบง่ายในการใช้งานเช่นเดียวกันค่ะ เพียงแค่กด Start และปุ่ม Tare เพื่อตัดน้ำหนักภาชนะก็พร้อมใช้งานทันที สามารถชั่งได้หนักตั้งแต่ 2 - 2,000 กรัม มีตัวจับเวลาที่สามารถจับเวลาได้ยาวนานถึง 99 นาที 59 วินาที หน้าจอ LED ช่วยให้มองเห็นง่ายขึ้นกว่ารุ่นเก่าของ HARIO ตัวเครื่องทำจากวัสดุพลาสติก ABS Resin จึงมีน้ำหนักเบาและบาง ช่วยให้เคลื่อนย้ายได้สะดวก ที่สำคัญ ใส่ถ่านเพียงแค่ 2 ก้อนก็ใช้งานได้ทันที ไม่ต้องเสียเวลาชาร์จแบตเตอรี่บ่อย ๆ ค่ะ
สำหรับตาชั่งกาแฟของ Brewista นั้นมาพร้อมกับโหมดการทำงานที่ปรับได้ถึง 6 โหมด เพื่อปรับให้สัมพันธ์กับลักษณะและกรรมวิธีรูปแบบการชงกาแฟของคุณ ช่วยให้รสชาติกาแฟคงที่และมีคุณภาพมากที่สุด พร้อมประหยัดพลังงานด้วยระบบ Auto On - Off ตัวเครื่องเคลือบนาโนเพื่อป้องกันน้ำและยังช่วยให้การชั่งน้ำหนักเป็นไปอย่างแม่นยำมากที่สุด นอกจากนี้ ตัวตาชั่งก็มีแผ่นซิลิโคนรองถาดกันลื่น หมดปัญหาการลื่นจนหกเลอะเทอะไปได้เลยค่ะ
รุ่นนี้เป็นตัวช่วยดี ๆ สำหรับคอกาแฟเลยค่ะ เพราะมีระบบตัดน้ำหนักอัจฉริยะ ช่วยตัดน้ำหนักภาชนะให้อัตโนมัติ พร้อมทั้งสามารถเลือกการตั้งเวลาได้ทั้งแบบ Manual สำหรับ Slow Bar และ Auto สำหรับ Pour Over ที่จะจับเวลาทันทีที่คุณรินน้ำ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของกาแฟได้ดั่งใจ หน้าจอ LED สีแดงทำให้มองเห็นชัดเจน พร้อมเสียงเตือนเมื่อน้ำหนักเกินหรือเวลาแบตเตอรี่หมด ตัวเครื่องมีแผ่นรองกันลื่นด้านล่างและด้านบน จึงเพิ่มความปลอดภัยและมั่นคงในการใช้งานได้มากขึ้นค่ะ
หากคุณกำลังมองหาตาชั่งกาแฟในราคาประหยัดและยังใช้งานได้ดี เราขอแนะนำให้คุณรู้จักกับแบรนด์ RAINBEAU รุ่นนี้เลยค่ะ ตาชั่งกาแฟขนาดเล็ก กะทัดรัด ที่มาพร้อมกับฟังก์ชันจับเวลา อีกทั้งยังสามารถตัดน้ำหนักภาชนะได้ ช่วยให้คุณไม่ยุ่งยากในการใช้ หน้าจอเป็นระบบสัมผัส แสดงตัวเลขแบบ LED Backlight เพื่อให้คุณมองเห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน และยังสามารถเปลี่ยนหน่วยในการชั่งได้ถึง 3 หน่วย แผ่นซิลิโคนรองกันลื่นมีมาให้ด้านบนและสามารถถอดทำความสะอาดได้ง่ายค่ะ
ตาชั่งกาแฟกะทัดรัด สีสันน่ารักเครื่องนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการตาชั่งกาแฟที่ใช้งานง่าย ไม่กินพื้นที่ และเคลื่อนย้ายไปมาได้สะดวก ถึงแม้จะไม่มีตัวช่วยในการจับเวลา แต่ก็มีความแม่นยำในการชั่งสูง ด้วยปุ่ม Tare ตัดน้ำหนักภาชนะพร้อมฟังก์ชัน Micro Mode สำหรับชั่งของเหลวโดยเฉพาะ เมื่อคุณไม่ใช้งานมีระบบ Auto Power Off เพื่อประหยัดแบตเตอรี่ หน้าจอใหญ่เห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน พร้อมซิลิโคนบนถาดชั่งที่สามารถถอดทำความสะอาดได้ง่าย ๆ อีกทั้งยังมีรับประกันเครื่องให้ยาวนานถึง 3 ปีเลยทีเดียวค่ะ
ช่วยให้การทำกาแฟของคุณง่ายยิ่งขึ้นด้วยฟังก์ชันที่หลากหลายจากเครื่องชั่งกาแฟของ WINCOOL รุ่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวจับเวลาแบบถอยหลังสำหรับทำกาแฟดริป ซึ่งคุณสามารถดูได้จากจอ LCD ขนาดใหญ่ทำให้ง่ายต่อการมองเห็น พร้อมทั้งตัวช่วยในการตัดน้ำหนักภาชนะ รองรับรูปแบบการชั่งได้หลายหน่วย รับน้ำหนักสูงสุดได้ถึง 3 กิโลกรัม ใช้งานง่าย มีซิลิโคนกันลื่นที่ฐานเครื่อง และมีแผ่นกันความร้อนสำหรับวางด้านบน นอกจากนี้ ตัวเครื่องสามารถกันน้ำได้อีกด้วย เรียกว่าเครื่องเดียวคุ้มค่าคุ้มราคาเลยล่ะค่ะ
คอกาแฟมือใหม่หลายคนอาจจะไม่ค่อยรู้กันว่าตาชั่งกาแฟนั้นมีความสำคัญไม่น้อยกว่าอุปกรณ์อื่น ๆ และเริ่มคิดอยากจะหาซื้อมาใช้กันบ้าง ในวันนี้ เราจึงมีคำแนะนำเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกัน

การชงกาแฟไม่ว่าจะแบบทำขายหรือทำดื่มเองที่บ้านก็ควรมีตาชั่งและใช้งานให้ติดเป็นนิสัยครับ การมีตาชั่งจะทำให้เรามีความละเอียดรอบคอบและแม่นยำกับการทำงาน รวมถึงมีการใส่ใจในสิ่งที่กำลังทำนั้นมากขึ้น เพราะต้องทำเป็นขั้นตอน รู้จักกำหนดค่าต่าง ๆ รวมถึงปริมาณวัตถุดิบที่ใช้ไม่ให้ผิดพลาดได้ด้วย ตาชั่งจึงมีความสำคัญและจำเป็นเป็นอย่างมาก โดยตาชั่งที่เหมาะและจำเป็นต่อการทำกาแฟคือตาชั่งที่เป็นตัวเลข สามารถตั้งค่าจับเวลาและทดน้ำหนักวัตถุได้ครับ

วิธีการใช้กาแฟแบบง่ายคือ การใช้กาแฟในปริมาณที่เหมาะสม โดยการแบ่งใช้และเก็บส่วนที่เหลือให้มิดชิด ปราศจากแสงแดดลอดผ่าน เนื่องจากการแฟนั้น Sensitive กับแสงมาก รวมถึงอากาศที่ผ่านเข้ามาด้วย การเก็บรักษากาแฟที่ไม่ดีพอจะทำให้กาแฟขาดความสดใหม่ มีกลิ่นหืน เมื่อชงดื่มกินก็จะรับรู้ถึงรสชาติของกลิ่นไม่พึงประสงค์ได้ การเก็บกาแฟที่ดีจึงควรเก็บในกระดาษที่ทึบแสง หรือนำกาแฟที่ยังไม่ได้ใช้เก็บใส่ไว้ในกระปุกสุญญากาศ เมื่อจำเป็นต้องใช้จึงแบ่งออกมาใช้ตามปริมาณที่ต้องการจะดีที่สุดครับ

อันดับที่ 1: FELICITA|ตาชั่งกาแฟ รุ่น Arc
อันดับที่ 2: CAFEDE KONA|ตาชั่งกาแฟ รุ่น GHOST Drip Coffee Scale
อันดับที่ 3: EZPREZZ|ตาชั่งกาแฟ รุ่น EZ201 Professional Coffee Scale
อันดับที่ 4: TIMEMORE|Black Mirror Scale Basic 2
อันดับที่ 5: HARIO|ตาชั่งกาแฟ รุ่น V60 Drip Scale
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































