ยารักษาริดสีดวง ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ยาทาริดสีดวง ยากิน
“โรคริดสีดวงทวาร” เป็นโรคที่พบได้บ่อย แต่สามารถรักษาและบรรเทาอาการได้ในระยะเริ่มต้นด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและใช้ยา ซึ่งยารักษาริดสีดวงทวารนั้นมีให้เลือกทั้งยาริดสีดวงแบบเหน็บ ยาทาริดสีดวงภายนอก และยากิน ขึ้นอยู่กับอาการและกลุ่มผู้ใช้งาน รวมทั้งยังมีกลุ่มสมุนไพรรักษาริดสีดวงเป็นทางเลือกด้วย
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยารักษาริดสีดวงระยะเริ่มต้น ที่มีตัวยาช่วยบรรเทาอาการปวดและลดการอักเสบ โดยมีทั้งยาทาริดสีดวงภายนอก ยารักษาริดสีดวงภายในรูปแบบยากิน หรือยาเหน็บ พร้อมคำแนะนำจากคุณณัฐดนัย สุวัฑฒิต และคุณรณชัย อริยะธรรมถาวร เภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณอู๋จบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร มีประสบการณ์การทำงานในร้านยามากว่า 2 ปี และเคยเป็นผู้จัดการร้านขายยา ปัจจุบันทำงานในตำแหน่ง Technical Skill Training Manager (ผู้จัดการด้านการฝึกอบรมผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ) ที่บริษัทแห่งหนึ่ง โดยส่วนตัวแล้วคุณอู๋มีความสนใจในด้านสุขภาพ ยา วิตามินและอาหารเสริมต่าง ๆ รวมไปถึงสมุนไพรตั้งแต่ช่วงเรียนมหาวิทยาลัย จึงพยายามศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมประกอบการเรียนไปด้วย จนเริ่มเข้าทำงานคุณอู๋ก็ได้มีโอกาสเห็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้นและคลุกคลีอยู่ในวงการสุขภาพมากขึ้น ถือเป็นการเปลี่ยนโอกาสจากผู้ใช้งานเองกลายเป็นการศึกษาเพื่อใช้ในงานด้านเภสัชกรรมอย่างมืออาชีพ และด้วยความที่ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีการเปลี่ยนแปลงทางข้อมูลวิชาการตลอดเวลา คุณอู๋คอยหาข้อมูลและเรียนรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอ เพื่อแบ่งปันความรู้ด้านสุขภาพให้กับบุคคลทั่วไป รวมถึงการดูแลตัวแลสุขภาพของคนในครอบครัวและคนใกล้ชิดให้มีสุขภาพดีได้

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
รักษาริดสีดวงด้วยตัวเองได้ไหม

สามารถรักษาเองได้ในระยะเริ่มต้น คือระยะที่ 1 (ริดสีดวงยังอยู่ภายใน) และระยะ 2 (เริ่มมีติ่งริดสีดวงยื่นออกมาแต่จะกลับเข้าไปเอง) โดยการรักษาต้องใช้ยาควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การรักษาริดสีดวงด้วยตนเองนั้นสามารถรักษาได้เฉพาะในกรณีที่เป็นริดสีดวงในระยะเริ่มต้น (ระยะที่ 1 และ 2) ซึ่งระยะของโรคริดสีดวงจะแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่
- ระยะที่ 1 ริดสีดวงยังอยู่ภายในทวารหนัก อาจมีเลือดออกเล็กน้อยขณะถ่ายอุจจาระ
- ระยะที่ 2 อาจมีติ่งริดสีดวงยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระได้ แต่จะกลับเข้าไปเองหลังถ่ายเสร็จ
- ระยะที่ 3 ริดสีดวงยื่นออกมาขณะเบ่งอุจจาระ แต่ไม่สามารถกลับเข้าไปเองได้ ต้องใช้มือดันกลับเข้าไป
- ระยะที่ 4 มีติ่งริดสีดวงออกมานอกทวารหนัก ไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ เจ็บปวด และรบกวนชีวิตประจำวัน
สำหรับระยะที่ 1 และ 2 สามารถปรึกษาเภสัชกรเพื่อรับยาได้โดยไม่ต้องไปพบแพทย์ แต่จะต้องใช้ยาควบคู่กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เช่น ทานอาหารที่มีกากใยสูง ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ส่วนกรณีที่มีอาการรุนแรง (ระยะที่ 3 และ 4) จำเป็นต้องไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม เช่น ฉีดยาลดขนาด หรือผ่าตัด
ยารักษาริดสีดวงภายนอกและภายใน ต่างกันอย่างไร

ยาริดสีดวงทั้งภายในและภายนอกจะมีประสิทธิภาพการรักษาที่ดีเหมือนกัน แต่การเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของอาการและตำแหน่งของริดสีดวงมากกว่า

- ยาเหน็บริดสีดวง ใช้สำหรับรักษาริดสีดวงภายในเท่านั้น
- ยากิน สามารถใช้ได้กับทั้งริดสีดวงภายนอกและภายใน
- ยาทาริดสีดวงภายนอก หรือครีมทาริดสีดวง มักจะใช้กับริดสีดวงภายนอก แต่ปัจจุบันจะมีรูปแบบที่สามารถสอดเข้าไปที่ทวารเพื่อใช้กับริดสีดวงภายในได้ด้วย
ยาแก้ริดสีดวงทวารแบบยาทาและยาเหน็บมักพบเป็นยากลุ่มที่ออกฤทธิ์ลดการอักเสบ และในบางชนิดจะพบการผสมยาชาร่วมด้วย ส่วนยากินมักเป็นสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ ช่วยลดอาการบวมและอักเสบของหลอดเลือดดำ
วิธีการเลือกยารักษาริดสีดวง
ในเบื้องต้นที่อาการริดสีดวงยังไม่ร้ายแรงมากผู้ป่วยสามารถใช้ยารักษาริดสีดวงด้วยตัวเองได้ โดยขอแนะนำให้เลือกยาริดสีดวงตามอาการ เลือกยาประเภทที่ใช้ง่ายและปลอดภัยหากเป็นคนกลุ่มเสี่ยงโดยดูจากตัวยาสำคัญ ดังนี้
สำหรับริดสีดวงภายใน เลือกยากินหรือยาเหน็บที่มีตัวยาลดการอักเสบ
สำหรับผู้ที่กำลังเป็นริดสีดวงทวารภายใน สามารถเลือกรักษาได้ด้วยการใช้ยาเหน็บหรือยารับประทานที่มีตัวยาช่วยลดอาการอักเสบ ยับยั้งแบคทีเรียและสมานแผล โดยมีรายละเอียดการพิจารณาดังนี้
เลือกยารักษาริดสีดวงแบบกินหรือแบบเหน็บที่มีตัวยาลดการอักเสบ

ตัวยาลดการอักเสบจะช่วยลดอาการบวมและอักเสบของริดสีดวงภายใน โดยยาเหน็บจะเข้าถึงตรงจุดทำให้มีประสิทธิภาพในการรักษา ส่วนยากินจะมีการออกฤทธิ์นานและดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้เร็ว

- สเตียรอยด์ รูปแบบยาเหน็บออกฤทธิ์เฉพาะที่ ช่วยลดการอักเสบและลดอาการคันได้
- สารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ รูปแบบยาเหน็บ เช่น ไดออสมิน เฮสเพอริดิน ช่วยลดการอักเสบของหลอดเลือด
- เอสซิน รูปแบบยากิน ช่วยลดการอักเสบ ปวดบวม ทำให้หลอดเลือดดำหดตัว
- เพชรสังฆาต รูปแบบแคปซูลรับประทาน มีสารในกลุ่มสเตียรอยด์และฟลาโวนอยด์ ช่วยลดการอักเสบ ปวด บวม และเพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือด
หากมีแผลหรือเลือดออกด้วยควรเลือกยาที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียเพื่อป้องกันการติดเชื้อ

ถ้ามีแผลหรือเลือดออกจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อแบคทีเรีย จึงควรใช้ยาริดสีดวงที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วย เพื่อป้องกันการติดเชื้อลุกลามไปยังเนื้อเยื่อรอบข้างจนอาการรุนแรงขึ้น

- ยาปฏิชีวนะ เช่น ฟรามัยเซติน ที่ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันการติดเชื้อบริเวณแผล ถ้าอาการไม่รุนแรงใช้ยาเหน็บก็เพียงพอ แต่หากอาการรุนแรงควรพิจารณายากินร่วมด้วย
- อัคคีทวาร เป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้ออ่อน ๆ ต้านการอักเสบ และฝาดสมาน ช่วยลดการเกิดแผลและการติดเชื้อบริเวณที่มีแผล โดยมักจะอยู่ในรูปแบบแคปซูล
นอกจากนี้ การมีแผลและเลือดออกจะส่งผลให้เกิดอาการเจ็บปวดมากขึ้น ผู้ป่วยจึงสามารถใช้ยาชาเฉพาะที่ เพื่อช่วยระงับและบรรเทาอาการปวดแผลได้ดี โดยแนะนำให้ใช้แบบยาเหน็บ
สำหรับริดสีดวงภายนอก เลือกรูปแบบยาทาที่มีตัวยาลดบวมและยาชา

ยาทาจะใช้งานสะดวกสำหรับริดสีดวงภายนอก เพราะตัวยาสามารถเข้าถึงบริเวณที่มีอาการได้โดยตรง โดยจะมีตัวยาช่วยลดอาการปวดบวมได้ และลดการอักเสบเพื่อฟื้นฟูอาการได้เร็วขึ้น

ริดสีดวงภายนอกจะอยู่ภายนอกทวารหนักบริเวณรูทวาร โดยเห็นเป็นก้อนเนื้อนูนออกมาชัดเจนกว่าริดสีดวงภายใน และมักมีอาการเจ็บเนื่องจากโดนเสียดสีหรือกดทับได้ง่าย รวมทั้งมีอาการคันและบวมแดง จึงพบความผิดปกติได้ง่ายกว่าภายใน ทำให้ผู้ป่วยสามารถเลือกใช้ยารักษาด้วยตัวเองได้ โดยสามารถเลือกใช้เป็นยาทาริดสีดวงภายนอก หรือครีมทาริดสีดวงได้โดยมองหายาทาที่มีส่วนผสมดังต่อไปนี้
- สเตียรอยด์ (Steriods) แบบครีมหรือขี้ผึ้ง ช่วยลดอาการอักเสบ ปวดบวมและอาการคัน
- ยาชาเฉพาะที่ เพื่อทำให้ชาและลดอาการเจ็บปวดบริเวณที่เป็นริดสีดวง
อย่างไรก็ตาม ริดสีดวงภายนอกและภายในมักจะใช้ส่วนผสมและยาที่ไม่แตกต่างกัน แต่ควรเลือกรูปแบบยาให้เหมาะสมกับบริเวณที่เป็น เพื่อให้ยาสามารถออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด
คนท้องควรใช้ยาทาหรือยาเหน็บเท่านั้น โดยปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อน

ยาทาภายนอกหรือยาเหน็บจะมีส่วนผสมที่ปลอดภัยสำหรับคนท้องมากกว่ายารูปแบบกิน แต่จะมีประสิทธิภาพรักษาได้ดีเช่นกัน จึงช่วยลดความเสี่ยงของผลกระทบต่อทารกในครรภ์ได้

กลุ่มคนท้องมักพบโรคริดสีดวงทวารบ่อยจากหลายปัจจัย เช่น มดลูกขยายเบียดลำไส้ทำให้ขับถ่ายยาก หรือฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งในการใช้ยาริดสีดวงจะต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะยาบางประเภทอาจมีส่วนผสมที่ส่งผลต่อการพัฒนาของทารกในครรภ์
โดยปกติแล้วยารักษาริดสีดวงสำหรับคนท้องและคนทั่วไปจะไม่ต่างกัน แต่จะแนะนำให้เริ่มรักษาจากการใช้ยาเหน็บหรือยาทาริดสีดวงเท่านั้น เพราะมีส่วนผสมที่ปลอดภัย โดยใช้ร่วมกับการทานยาระบายที่ปลอดภัยได้ เช่น ไฟเบอร์ แต่ควรหลีกเลี่ยงสมุนไพรรักษาริดสีดวง และยากิน เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและทารกในครรภ์ได้
คนที่มีอาการท้องผูกสามารถเลือกยาแก้ริดสีดวงที่มีตัวยาระบายอ่อน ๆ ได้

ริดสีดวงอาจทำให้เกิดอาการเจ็บปวดเมื่อมีการขับถ่าย ผู้ป่วยจึงใช้ยาระบายอ่อน ๆ เพิ่มได้เพื่อลดอาการปวดการอักเสบช่วยให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้นและป้องกันอาการท้องผูกได้ดีขึ้นด้วย

- กลีเซอริน เป็นส่วนผสมในยาเหน็บส่วนใหญ่ ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น และช่วยหล่อลื่นทวารหนัก ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
- ไฟเบอร์ ช่วยดูดซับน้ำ ทำให้อุจจาระนิ่มขึ้น เพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
- แลคตูโลส เป็นน้ำตาลสังเคราะห์ที่ร่างกายไม่สามารถย่อยและดูดซึมได้ ช่วยดึงน้ำเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ ทำให้อุจจาระอ่อนนุ่มและขับถ่ายได้ง่ายขึ้น
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฎหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยารักษาริดสีดวง ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
พาราเซตามอล บรรเทาอาการปวดริดสีดวงได้ไหม

ใช้ลดอาการปวดได้ ในกรณีที่ไม่ได้ปวดมาก แต่ไม่ได้มีฤทธิ์ในการรักษาสาเหตุของการปวด ในกรณีที่ปวดและรับประทานพาราเซตามอลไปแล้วและอาการปวดไม่ดีขึ้น สามารถทานยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAID ร่วมด้วยได้ (ในกรณีที่ไม่มีข้อห้ามการใช้ NSAID) แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าใช้ยารักษาริดสีดวงโดยเฉพาะมักจะมียาชาผสมอยู่ ซึ่งช่วยลดอาการปวดได้อยู่แล้วในระดับหนึ่ง จึงไม่จำเป็นต้องทานยาพารา
ยารักษาริดสีดวง มีผลข้างเคียงไหม

- อาการคัน ปวด และมีผื่นขึ้น บริเวณที่สัมผัสยา
- อาการปวดท้อง ท้องเสีย และปวดศีรษะ
ผลข้างเคียงเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้ ถึงแม้ไม่ได้จะเกิดขึ้นทุกครั้งหรือกับทุกคนก็ตาม แต่ต้องหมั่นสังเกตอาการ และระมัดระวังในการใช้ด้วย ทั้งนี้ หากมีการแพ้ยาควรรีบพบแพทย์โดยทันที
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ