ยาแก้ปวดฟัน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 รวมยากิน แผ่นแปะ
อาการปวดฟันเกิดได้จากหลายสาเหตุ ซึ่งจะส่งผลให้เคี้ยวอาหารไม่สะดวก มีอาการเจ็บปวดหรือเกิดปัญหาทางช่องปากอื่น ๆ ได้ สำหรับยาแก้ปวดฟันในปัจจุบันมีให้เลือกทั้งแบบยาทานทั้งสำหรับอาการปวดเล็กน้อยไปจนถึงอาการปวดที่รุนแรงมาก ขึ้นอยู่กับอาการและวิจารณญาณของแพทย์และเภสัชกรในการจ่ายยา
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ปวดฟันให้เหมาะสมกับอาการ พร้อมคำแนะนำจาก ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต เภสัชกร มีทั้งยาพาราเซตามอลหรือยากลุ่ม NSAIDs ที่ช่วยลดอาการปวดและอักเสบเพื่อบรรเทาอาการก่อนไปพบทันตแพทย์มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย ทั้งนี้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

ภก.ณัฐดนัย สุวัฑฒิต จบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และกำลังศึกษาต่อ MBA คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปัจจุบันทำงานด้านการตลาด ตำแหน่ง Product Manager (ผู้จัดการผลิตภัณฑ์) บริษัทยาแห่งหนึ่ง และเป็นเจ้าของร้านยา (หุ้นส่วน) และปฎิบัติงานในร้านยาทั้งทั่วไปและร้านยาเชน (Part-time) คุณบอสเคยทำงานทั้งด้านการขาย การตลาด และเภสัชกรร้านยา รวมทั้งงานอาสาปฏิบัติงานที่ Hospitel ช่วงสถานการณ์ COVID-19 ด้วย และนอกเหนือจากงานในสายอาชีพแล้ว คุณบอสยังมีประสบการณ์ด้านงานเขียนบทความลงในเพจและเว็บไซต์ร้านยาขณะที่ทำงานร้านยาอีกด้วย

คุณออมเป็นนักเขียนที่มีประสบการณ์เขียนบทความด้านสุขภาพ อาหารเสริม และอุปกรณ์เพื่อสุขภาพมากว่า 4 ปี โดยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ แพทย์ และเภสัชกร ทำให้มีโอกาสศึกษาข้อมูลเฉพาะทางเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพอย่างลึกซึ้ง นอกจากความสนใจในเรื่องสุขภาพแล้ว คุณออมยังหลงใหลในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ทั้งอาหาร การใช้ชีวิต และภาษาญี่ปุ่น โดยเคยเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนที่มหาวิทยาลัยในจังหวัดมิเอะเป็นเวลา 1 ปี ประสบการณ์นี้ทำให้เธอได้เรียนรู้แนวคิดด้านสุขภาพของชาวญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารที่สมดุล วัฒนธรรมการดื่มชา หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ทำให้คุณออมสนุกกับการแบ่งปันข้อมูลเกี่ยวกับโภชนาการและการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน โดยเชื่อว่าการเลือกกินที่ดีและการปรับไลฟ์สไตล์ให้เหมาะสมเป็นสิ่งที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นอย่างยั่งยืน คุณออมจึงมุ่งมั่นที่จะถ่ายทอดความรู้ให้ผู้อ่านสามารถนำไปปรับใช้ได้จริง
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ปวดฟัน กินยาอะไร

สามารถกินยาแก้ปวดเบื้องต้นได้ โดยมีทั้งยาแก้ปวดทั่วไปและยาต้านการอักเสบ (NSAIDs) แต่จะใช้เพื่อบรรเทาอาการชั่วคราวเท่านั้น ควรไปพบทันตแพทย์เพื่อทำการรักษาอย่างเหมาะสม

อาการปวดฟันนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ฟันผุ ซึ่งเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด เหงือกอักเสบจากการสะสมของคราบพลัคและหินปูนบนฟันเป็นเวลานาน ฟันคุด ทำให้เกิดการอักเสบและปวด รวมถึงสาเหตุอื่น ๆ ที่ทำให้เกิดอาการปวดฟัน เช่น ฟันสึก ฟันร้าว หรือบางคนมีอาการนอนกัดฟันขณะหลับก็ทำให้เกิดอาการปวดฟันได้ ซึ่งหากมีอาการควรไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างถูกต้อง
อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยสามารถทานยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการก่อนไปพบทันตแพทย์ได้ ซึ่งจะมีทั้งยาแก้ปวดธรรมดาและยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) แต่การทานยาแก้ปวดนั้นสามารถบรรเทาอาการปวดฟันได้ชั่วคราวเท่านั้น ไม่สามารถรักษาสาเหตุที่แท้จริงของอาการปวดได้ ดังนั้น หากมีอาการปวดหรือความผิดปกติเกี่ยวกับฟันและเหงือกควรไปพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม
วิธีการเลือกยาแก้ปวดฟัน
ปัจจุบันมียาแก้ปวดฟันหลากหลายตัวยา จึงจำเป็นต้องทำความรู้จักกับยา การใช้ที่เหมาะสม ผลข้างเคียงและข้อควรระวังก่อนการใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในการใช้ยาสูงสุด โดยขอแนะนำวิธีการเลือกดังนี้
เลือกจากประเภทตัวยาให้เหมาะกับระดับอาการปวดฟัน
เมื่อเกิดอาการปวดฟันแล้ว สิ่งที่สามารถทำได้ในขั้นเบื้องต้น คือ การรับประทานหรือใช้ยาแก้ปวด ซึ่งในปัจจุบันมียาแก้ปวดฟันหลายประเภทที่สามารถใช้ในการบรรเทาอาการปวดได้
อาการปวดฟันทั่วไป แนะนำให้ทานพาราเซตามอลหรือใช้แผ่นแปะแก้ปวด

พาราเซตามอลเป็นยาแก้ปวดที่ใช้กันทั่วไป ส่วนแผ่นแปะจะมีตัวยาช่วยบรรเทาอาการปวดบริเวณที่แปะ ซึ่งทั้งสองประเภทจะลดอาการปวดระดับเบื้องต้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยต่อการใช้งาน

- พาราเซตามอล (Paracetamol) เหมาะกับอาการปวดฟันระดับเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยมีทั้งรูปแบบน้ำและเม็ด เป็นตัวยาที่มีความปลอดภัย สามารถใช้ได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ แต่ควรทานตามปริมาณและขนาดที่กำหนด และไม่ควรใช้ติดต่อกันนานเกิน 7 วัน
- แผ่นแปะแก้ปวดฟัน มีคุณสมบัติให้ความเย็น ช่วยบรรเทาอาการปวดและใช้งานง่าย ราคาไม่แพง โดยมีตัวยาสำคัญ เช่น เมนทอล ที่ให้ความเย็นและช่วยลดอาการปวด แต่ไม่ควรแปะบริเวณผิวหนังที่มีแผล และไม่ควรแปะต่อเนื่องเป็นเวลานานเนื่องจากอาจทำให้ระคายเคืองได้ ที่สำคัญคือ ไม่ควรใช้ในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี
อาการปวดฟันระดับปานกลาง เลือกยาต้านการอักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs)

ยากลุ่ม NSAIDs เป็นยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์ได้ดีและยังมีฤทธิ์ในการลดกระบวนการอักเสบได้ จึงช่วยระงับอาการปวดฟันระดับปานกลางได้ดี แต่อาจมีผลข้างเคียงได้มากกว่าพาราเซตามอล

- ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen)
- นาพรอกเซน (Naproxen)
- ไดโคลฟีแนค (Diclofenac)
ทั้งนี้ ยาในกลุ่ม NSAIDs ควรทานตามขนาดที่กำหนดหรือตามคำแนะนำของแพทย์และเภสัชกร อีกทั้งยังควรทานหลังอาหารทันทีเพื่อลดผลข้างเคียงและการระคายเคืองในทางเดินอาหาร ที่สำคัญ แนะนำให้ใช้เฉพาะเมื่อมีอาการและไม่ควรใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานาน หากมีอาการแพ้หรืออาการผิดปกติหลังทานยา ควรหยุดยาและไปพบแพทย์ทันที
อาการปวดฟันรุนแรง ใช้ยาชาเฉพาะที่ภายใต้คำแนะนำของทันตแพทย์

ยาแก้ปวดทั่วอาจไม่เพียงพอในการบรรเทาอาการปวดฟันรุนแรงได้ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ใช้ยาชาเฉพาะที่ร่วมกับยาแก้ปวดอื่น เพราะจะมีประสิทธิภาพสูงกว่า แต่ต้องอยู่ในการควบคุมของแพทย์

ในกรณีที่มีอาการปวดฟันรุนแรง ก่อนอื่นควรเข้าพบแพทย์หรือทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุการปวดฟัน และเลือกการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งหากมีอาการปวดมากแพทย์หรือทันตแพทย์อาจสั่งจ่ายยาแก้ปวดฟันประเภทยาชาเฉพาะที่ที่มีส่วนช่วยยับยั้งอาการปวด เช่น เบนโซเคน (Benzocaine) หรือลิโดเคน (Lidocaine) โดยส่วนใหญ่มักมาในรูปแบบของยาทา ซึ่งยากลุ่มนี้เป็นยาที่ไม่สามารถซื้อมาใช้งานเองได้ และควรใช้ภายใต้การควบคุมของแพทย์หรือทันตแพทย์อย่างเคร่งครัด
ตรวจสอบขนาดของตัวยาแก้ปวดอย่างเคร่งครัด ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก

ผู้ใหญ่และเด็กมีขนาดร่างกายและน้ำหนักต่างกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการดูดซึมตัวยา จึงควรพิจารณาขนาดยาให้เหมาะสม เพื่อป้องกันอันตรายต่อเด็ก รวมทั้งขนาดยาที่เหมาะสมจึงจะแก้ปวดได้มีประสิทธิภาพ

ขนาดยาแก้ปวดฟันสำหรับผู้ใหญ่และเด็กมีความแตกต่างกัน ดังนั้น จึงควรทานตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญเพื่อป้องกันผลข้างเคียงและอันตรายที่อาจเกิดขึ้น โดยขนาดยาที่เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่สามารถพิจารณาได้ดังนี้
- ผู้ใหญ่
- พาราเซตามอล (Paracetamol) ขนาด 500 - 1,000 mg ทุก 4 - 6 ชั่วโมง ไม่เกิน 4,000 mg (8 เม็ด) ต่อวัน
- ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) ขนาด 200 - 400 mg วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
- นาพรอกเซน (Naproxen) ขนาด 250 - 275 mg วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที หรือ 550 mg วันละ 2 ครั้ง หลังอาหารทันที
- ไดโคลฟีแนค (Diclofenac) ขนาด 25 - 50 mg ครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
- เด็ก
- พาราเซตามอล (Paracetamol) เด็กอายุ 6 - 12 ปี ขนาดยาแนะนำ 10 - 15 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ทุก 4 - 6 ชั่วโมง
- ไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) เด็กอายุ 6 เดือน - 12 ปี ขนาดยาแนะนำ 5 - 10 mg ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารทันที
*หมายเหตุ ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
เลือกรูปแบบยาแก้ปวดฟันได้ตามความเหมาะสม โดยแบบแคปซูลจะออกฤทธิ์นานและหาซื้อง่ายที่สุด

ยาเม็ดแคปซูลจะออกฤทธิ์นานกว่ายาเม็ดและยาน้ำ เพราะตัวยาจะค่อย ๆ ถูกปล่อยออกมา จึงบรรเทาอาการปวดได้นานขึ้นและเป็นรูปแบบที่หาซื้อได้ง่าย ส่วนยาน้ำจะเหมาะกับเด็กเพราะทานง่ายที่สุด

ยาแก้ปวดที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดฟันและลดการอักเสบมีหลายรูปแบบ ได้แก่ เม็ด แคปซูล น้ำเชื่อม และแผ่นแปะแก้ปวด ซึ่งจะมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้
- เม็ด หาซื้อง่าย มีขนาดยาหลายแบบ เหมาะกับทั้งผู้ใหญ่และเด็กโต แต่อาจใช้เวลานานในการออกฤทธิ์
- แคปซูล ตัวยามักถูกปล่อยออกมาอย่างช้า ๆ ทำให้ออกฤทธิ์ยาวนานกว่ายาเม็ด เหมาะกับผู้ใหญ่ที่ต้องการยาแก้ปวดที่ออกฤทธิ์นาน ไม่ต้องทานบ่อย
- น้ำหรือน้ำเชื่อม สามารถปรับขนาดยาได้ง่ายตามน้ำหนักตัวหรืออายุ เหมาะสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก
- แผ่นแปะ ใช้งานง่าย ใช้เสริมร่วมกับการทานยารูปแบบอื่น ๆ ออกฤทธิ์ได้นาน แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
นอกจากนี้ ปัจจุบันยังมียาแก้ปวดรูปแบบอื่น ๆ ที่พัฒนาเพื่อให้ออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้น ได้แก่ รูปแบบพ่น ผงชง และแคปซูลนิ่ม แต่มีราคาแพงและหาซื้อได้ยากกว่ารูปแบบอื่น ๆ
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยาแก้ปวดฟัน ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
ตรวจสอบผลข้างเคียงและข้อควรระวังในการใช้ยาแก้ปวดฟัน

ก่อนเลือกใช้ยาใด ๆ ก็ตาม ควรตรวจสอบผลข้างเคียงและศึกษาข้อควรระวังเสมอ ซึ่งสำหรับยาแก้ปวดฟันที่ใช้โดยทั่วไปจะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ ได้แก่ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสีย ผื่นคัน หรืออาการแพ้ยา หากมีอาการผิดปกติหลังจากทานยา ให้หยุดยาทันทีและไปพบแพทย์หรือเภสัชกร นอกจากนี้ยังไม่ควรทานยาเกินขนาดที่กำหนดหรือทานยาแก้ปวดติดต่อกันเป็นเวลานาน และหากอาการปวดฟันไม่ดีขึ้นภายใน 2 - 3 วัน ควรพบทันตแพทย์เพื่อวินิจฉัยเพิ่มเติม
ผู้ที่ควรหลีกเลี่ยงหรือระมัดระวังการทานยาแก้ปวด ได้แก่
- ผู้ที่มีประวัติแพ้ยาแก้ปวด ควรระมัดระวังและควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาในกลุ่มเดียวกัน
- สตรีมีครรภ์ ให้นมบุตร และผู้ที่มีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น โรคหัวใจ โรคไต โรคตับ โรคหอบหืด หรือมีประวัติเป็นแผลในกระเพาะอาหาร ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาแก้ปวด
- เด็ก อายุต่ำกว่า 18 ปี ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแอสไพรินเพื่อบรรเทาอาการปวด
เกลือช่วยแก้ปวดฟันไหม

ปวดฟันหายเองได้ไหม

หากเป็นอาการปวดฟันที่เกิดจากสิ่งกระตุ้นภายนอก เช่น รับประทานของร้อนจัดหรือเย็นจัด หรือเศษอาหารติดฟัน อาการปวดก็สามารถหายเองได้เมื่อสิ่งกระตุ้นถูกกำจัดออกไป แต่ถ้าเป็นอาการปวดฟันจากความผิดปกติของฟัน เช่น ฟันผุ หรือฟันคุด จำเป็นต้องพบทันตแพทย์เพื่อประเมินและรับการรักษาที่ถูกต้องเหมาะสม
TOP 0 ยาแก้ปวดฟัน แนะนำ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ