mybest
ยาระบาย

ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปิด
  1. TOP
  2. สุขภาพ
  3. ยาสามัญประจำบ้าน
  4. 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก
  • 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก 1
  • 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก 2
  • 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก 3
  • 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก 4
  • 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก 5

10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก

ยาระบายหรือยาแก้ท้องผูกเป็นยาสามัญประจำบ้านที่เป็นตัวช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้เป็นปกติ เพราะถึงแม้ปัญหาท้องผูกจะดูเหมือนจะเป็นเรื่องเล็ก แต่ถือเป็นสิ่งที่สร้างความลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันและยังอาจส่งผลกระทบทางสุขภาพด้านอื่น ๆ ได้ เช่น ปวดศีรษะ อาการอึดอัดแน่นท้อง ปัญหาสิว รวมไปถึงอาการท้องผูกเรื้อรัง ซึ่งนำไปสู่การเป็นริดสีดวงได้ในอนาคต


ผู้ที่กำลังเผชิญปัญหาอาการท้องผูกอาจเริ่มจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคและออกกำลังกาย เพื่อให้ลำไส้ได้เคลื่อนไหว แต่สำหรับใครที่ลองแล้วไม่ได้ผลอาจจะต้องพึ่งยาระบาย วันนี้เราจึงรวบรวม 10 ยาระบาย ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ไม่มีผลข้างเคียง เหมาะทั้งกับคนทั่วไป ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือผู้สูงอายุ รวมทั้งยังมีวิธีการเลือกยาระบาย พร้อมคำแนะนำจากเภสัชกรมาฝากกันด้วย

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 26/08/2023
ภญ.ภาณิกา เพชระบูรณิน (ป่าน)
ผู้เชี่ยวชาญ
เภสัชกร
ภญ.ภาณิกา เพชระบูรณิน (ป่าน)

คุณป่านจบการศึกษาจากคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มีประสบการณ์การทำงานมา 5 ปี ทั้งในสายงานโรงพยาบาลและร้านขายยา จึงมีโอกาสได้ใช้ความรู้ทางด้านยาและด้านสุขภาพที่ได้เรียนมาเพื่อแนะนำให้แก่ผู้ป่วยหรือผู้ที่มีปัญหาภาวะสุขภาพต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่ ปัจจุบันคุณป่านทำงานในบริษัทที่ให้บริการด้านสุขภาพและความงาม โดยมีหน้าที่คอยส่งเสริมและสนับสนุนการทำงานของพนักงานหน้าร้าน เพื่อส่งต่อข้อมูลดี ๆ แก่บุคคลทั่วไปให้มีคุณภาพชีวิตและสุขภาพที่ดียิ่งขึ้น นอกจากอาชีพสายงานโรงพยาบาลและร้านยาแล้ว คุณป่านยังมีความสนใจเรื่องสุขภาพและอาหารเสริมเพื่อดูแลสุขภาพตนเองและคนในครอบครัวอีกด้วย

ประวัติของ ภญ.ภาณิกา เพชระบูรณิน (ป่าน)
…อ่านต่อ
กองบรรณาธิการ mybest
บรรณาธิการ
กองบรรณาธิการ mybest

มายเบสท์ เว็บไซต์แนะนำสินค้าที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 4 ล้านคนต่อเดือน หัวใจของภารกิจของเราคือ ความมุ่งมั่นที่จะให้คำแนะนำที่น่าเชื่อถือได้ เราได้รับการสนับสนุนจากผู้เชี่ยวชาญในหมวดหมู่สินค้าที่หลากหลาย การเดินทางของเราเริ่มต้นด้วยวิสัยทัศน์ที่เรียบง่าย เพื่อสร้างแพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคสามารถค้นหาคำแนะนำผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อถือได้ และใช้งานได้จริง เราเข้าใจดีว่า การตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าของผู้บริโภคมีความต้องการที่แตกต่างกัน นั่นเป็นเหตุผลที่เราทุ่มเทในการนำเสนอคำแนะนำที่ชัดเจน กระชับ มีการวิจัยมาเป็นอย่างดี และตรวจสอบความถูกต้องโดยผู้เชี่ยวชาญ ทีมงานของเราประกอบด้วยบรรณาธิการและผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในหมวดหมู่ต่าง ๆ เจาะลึกลงไปในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท นำเสนอข้อมูลเชิงลึก เราเชื่อในพลังของวิธีการเลือกสินค้าที่มีข้อมูลครบถ้วน เราเป็นมากกว่าเว็บไซต์ เราเป็นชุมชนของบุคคลที่มีความกระตือรือร้นซึ่งให้ความสำคัญกับคุณภาพในการค้นหาผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด ซึ่งจะช่วยทำให้โลกของการช้อปปิ้งออนไลน์เป็นประสบการณ์ที่ง่ายและสนุกสนานยิ่งขึ้นสำหรับทุกคน

ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest
…อ่านต่อ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

สารบัญ

ยาระบายอันตรายไหม ซื้อมาทานเองได้หรือไม่

ยาระบายอันตรายไหม ซื้อมาทานเองได้หรือไม่
ยาระบาย คือ ยาที่ช่วยกระตุ้นการขับถ่ายในผู้ที่มีอาการท้องผูกหรือถ่ายลำบาก โดยหลักการทำงานและการออกฤทธิ์ของยาระบายนั้นมีหลากหลายกลไก อย่างการกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้ ช่วยให้อุจาระอ่อนนุ่มขึ้น หรือช่วยให้อุจจาระจับตัวกันเป็นก้อนเพื่อให้ง่ายต่อการขับถ่าย ทั้งนี้ การใช้ยาระบายนั้นจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ทุกครั้ง เพราะยาระบายแต่ละชนิดอาจเหมาะกับผู้ใช้ต่างกัน เช่น ในคนตั้งครรภ์หรือสูงอายุ อีกทั้งยังไม่ควรใช้ต่อเนื่องติดกันเป็นเวลานาน เพราะอาจเกิดผลเสียต่อร่างกายได้

สำหรับผู้ที่กังวลเกี่ยวกับอันตรายของยาระบายนั้น หากเลือกชนิดที่เหมาะสม ใช้ในระยะเวลาและขนาดยาที่พอเหมาะ ยาระบายก็ไม่ก่อให้เกิดอันตรายหากใช้เป็นครั้งคราวเพื่อบรรเทาอาการ แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องติดกันเป็นเวลานาน อาจเกิดภาวะที่ลำไส้เคยชินกับการถูกกระตุ้น และส่งผลระยะยาวให้ไม่สามารถขับถ่ายได้เอง

ยาระบายนั้นไม่ควรซื้อมารับประทานเอง เนื่องจากจัดเป็นยาอันตราย โดยเฉพาะยาระบายที่มีฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพราะอาจไม่เหมาะกับผู้ป่วยบางประเภท จึงแนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ยาทุกครั้ง หากต้องการบำรุงหรือแก้ปัญหาท้องผูกเรื้อรัง อาจจะเริ่มจากการปรับพฤติกรรม ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ หรืออาจจะรับประทานอาหารเสริมชนิดไฟเบอร์ที่ช่วยเพิ่มกากใยและเพิ่มมวลให้อุจจาระ ทำให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น

วิธีการเลือกยาระบาย

ยาระบายในท้องตลาดนั้นมีให้เลือกหลากประเภท พร้อมกับข้อจำกัดและความแตกต่างในการใช้งาน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบให้ละเอียด สำหรับวันนี้เราจึงมีวิธีการเลือกยาระบายแบบง่าย ๆ และปลอดภัยให้ทุกคนได้ลองศึกษากัน

1

สำหรับปัญหาท้องผูกทั่วไป เลือกยาระบายที่ช่วยให้อุจจาระนิ่ม กระตุ้นลำไส้ และออกฤทธิ์เร็ว

โดยทั่วไป การเลือกใช้ยาระบายมักจะเลือกใช้ให้เหมาะกับบุคคลและประเภทของการท้องผูก เช่น หากไม่สามารถถ่ายอุจจาระได้เลย อาจเลือกใช้ยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ หรือหากสามารถถ่ายได้แต่อุจจาระแข็ง ต้องใช้แรงเบ่งมาก อาจเลือกใช้ยาประเภทที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มลง

เลือกยาระบายที่มีสารประเภทใยอาหาร ทำให้อุจจาระนิ่ม

เลือกยาระบายที่มีสารประเภทใยอาหาร ทำให้อุจจาระนิ่ม
ยาที่ช่วยให้อุจจาระนิ่มจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

ยาที่ช่วยให้อุจจาระนุ่ม (Stool Softener) จะออกฤทธิ์โดยการดึงน้ำกลับเข้ามาในก้อนอุจจาระ ทำให้อุจจาระมีความเหลวและขับถ่ายออกได้ง่ายยิ่งขึ้น โดยยากลุ่มนี้จะเหมาะกับการใช้เบื้องต้นในผู้ที่มีอาการไม่มาก การศึกษาของการใช้ยาระยะยาวยังไม่แน่ชัด จึงแนะนำให้ใช้ระยะสั้นตามอาการเท่านั้น ตัวอย่างยาเช่น Docusate Sodium และ Docusate Calcium
ยาที่ออกฤทธิ์ในการดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ (Osmotic Laxatives) จะช่วยดึงน้ำกลับเข้ามาในลำไส้ ทำให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนที่ผ่านลำไส้ใหญ่ไป ตัวอย่างยาเช่น Lactulose, Milk of Magnesia (MOM), Polyethylene Glycol เป็นต้น
ยาที่มีสารหล่อลื่น (Lubricant Laxative) จะมีคุณสมบัติในการเคลือบอุจจาระและลำไส้เพื่อให้อุจจาระเคลื่อนตัวได้ง่ายขึ้น รวมถึงป้องกันการสูญเสียน้ำ จะเหมาะกับผู้ที่ต้องการขับถ่ายในทันที และไม่แนะนำให้ใช้ติดต่อกัน ตัวอย่างยาเช่น Mineral Oil

ยาระบายในกลุ่มนี้จะแนะนำให้ใช้ตามอาการเพียงระยะเวลาสั้น ๆ เท่านั้น เพราะการใช้ต่อเนื่องติดกันอาจมีผลข้างเคียงตามมาได้ เช่น Milk of Magnesia นั้นจะมีส่วนผสมของแมกนีเซียมอยู่ การรับประทานติดต่อกันอาจทำให้สมดุลแร่ธาตุในร่างกายเสียไป จึงไม่เหมาะในผู้ป่วยโรคไต หรือยาที่ช่วยดึงน้ำกลับเข้ามาในลำไส้อาจทำให้ท้องอืดได้


นอกจากตัวยาทางเคมีแล้ว ยังมีสมุนไพรที่มีคุณสมบัติในการช่วยขับถ่าย โดยการช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้นเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

แมงลัก หรือสารสกัดจากเมล็ดแมงลักจะช่วยเพิ่มกากอาหาร และส่วนของเมือกจะช่วยหล่อลื่นทำให้อุจจาระอ่อนตัว รับประทานโดยการผสมน้ำ ปล่อยให้พองตัวเต็มที่แล้วดื่ม ซึ่งจำเป็นต้องมีปริมาณน้ำที่มากเพียงพอ เพราะหากแมงลักพองตัวไม่เต็มที่ จะไปดูดน้ำจากกระเพาะอาหารแทน ทำให้เกิดอาการท้องผูกมากขึ้นและเกิดภาวะลำไส้อุดตันได้
กล้วยน้ำว้า โดยแนะนำให้รับประทานกล้วยน้ำว้าสุก เพราะกล้วยน้ำว้าจะช่วยเพิ่มกากใยและมีเมือกที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่มขึ้น

เลือกยาระบายที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้

เลือกยาระบายที่ช่วยกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้
ยาระบายในกลุ่มนี้จะออกฤทธิ์โดยการไปกระตุ้นให้ลำไส้เกิดการบีบตัว เพิ่มการหลั่งน้ำเข้าสู่ลำไส้ และกระตุ้นให้เกิดการขับถ่ายขึ้น จัดเป็นกลุ่มยาที่ออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว ตัวอย่างยาเช่น Bisacodyl และ Sennoside นอกจากนี้ ยังมียาชนิดใช้เฉพาะที่แบบเหน็บ ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ร่วมกับทำให้อุจจาระอ่อนนิ่ม โดยยาอาจมีส่วนผสมของโซเดียม จึงต้องระมัดระวังในผู้ป่วยโรคไต ดังนั้นการเลือกใช้ยาจึงควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

ยาระบายในกลุ่มกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้นั้นจำเป็นต้องรับประทานเพียงระยะสั้น ๆ ตามอาการเท่านั้น เพราะรับประทานต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้เกิดภาวะลำไส้ขี้เกียจ หรือทำให้ลำไส้ไม่สามารถบีบตัวและขับถ่ายได้เองในระยะยาว จำเป็นต้องเพิ่มขนาดยาขึ้นไปเรื่อย ๆ และท้ายสุดอาจทำให้ลำไส้เกิดภาวะผิดปกติได้ โดยอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย คือ ปวดท้อง ปวดเกร็ง และปวดบิดมากเนื่องจากลำไส้บีบตัว

นอกจากนี้ ยังมียาระบายที่ออกฤทธิ์กระตุ้นลำไส้ที่ทำมาจากสมุนไพรด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น

มะขามแขก มีสารสำคัญในการออกฤทธิ์คือ Sennoside ซึ่งมีฤทธิ์ในการบีบตัวของลำไส้ทำให้เกิดการขับถ่าย
ขี้เหล็ก มีฤทธิ์ในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ อาจเหมาะในผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับร่วมด้วย แต่อาจต้องติดตามค่าทางห้องปฏิบัติการในส่วนของการทำงานของตับหลังการใช้ เพราะมีรายงานว่าอาจทำให้เอนไซม์ตับสูงขึ้นเกินค่าปกติได้

เลือกยาระบายที่สามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว

เลือกยาระบายที่สามารถออกฤทธิ์ได้เร็ว
ระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของยาระบายนั้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลัก ๆ ดังนี้

กลไกในการออกฤทธิ์ : ยาในกลุ่มกระตุ้นการบีบตัวของลำไส้จะออกฤทธิ์ค่อนข้างเร็ว โดยจะออกฤทธิ์ภายใน 6 - 12 ชั่วโมงหลังรับประทาน จึงมักแนะนำให้รับประทานก่อนนอน และตอนเช้าจะออกฤทธิ์ขับถ่ายพอดี หรือยาที่ออกฤทธิ์ในการเพิ่มน้ำในลำไส้นั้น ระยะเวลาในการออกฤทธิ์เริ่มตั้งแต่ 6 ชั่วโมงหลังรับประทาน จนถึง 2 วันแล้วแต่ชนิดของยา และยาในกลุ่มเพิ่มกากใยหรือมวลของอุจจาระ จะใช้เวลาค่อนข้างนานในการออกฤทธิ์ เฉลี่ยที่ 2 - 3 วันหลังรับประทาน
รูปแบบในการใช้ยา : ยาชนิดให้ทางทวาร เช่น ยาเหน็บทวาร ยาสวนทวาร จะออกฤทธิ์เร็วกว่ายารับประทาน โดยยาสวนทวารนั้นมักออกฤทธิ์ภายใน 15 - 30 นาทีหลังสวน

โดยสรุปแล้ว กลุ่มยาที่ช่วยบรรเทาอาการท้องผูกได้เร็วที่สุด คือ กลุ่มที่ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพราะเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้ภายใน 6 ชั่วโมงหากเป็นรูปแบบรับประทาน สามารถใช้บรรเทาอาการได้เป็นครั้งคราวเมื่อมีอาการท้องผูก แต่หากต้องการให้ออกฤทธิ์ทันที ยาในรูปแบบให้ทางทวารจะสามารถออกฤทธิ์ได้เร็วที่สุด
2

สำหรับกลุ่มคนตั้งครรภ์ เลือกยาระบายที่ช่วยเพิ่มกากใย เพิ่มมวลให้อุจจาระและปลอดภัยต่อคนท้อง

ผู้ที่ตั้งครรภ์มักประสบปัญหาท้องผูกเนื่องมาจากการขยายตัวของมดลูก ทั้งนี้ ผู้ที่ตั้งครรภ์ก็สามารถกินยาระบายได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกได้ตามหลักการต่อไปนี้

เลือกยาระบายกลุ่มเพิ่มกากใยและเพิ่มมวลให้กับอุจจาระ

เลือกยาระบายกลุ่มเพิ่มกากใยและเพิ่มมวลให้กับอุจจาระ
ในผู้ที่ตั้งครรภ์นั้น ขนาดของมดลูกจะขยายใหญ่ขึ้น ทำให้ไปกดและเบียดลำไส้ จึงทำให้ช่องภายในลำไส้แคบลงและส่งผลให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่สมบูรณ์ ร่วมกับวิตามินบางชนิดที่ผู้ตั้งครรภ์รับประทานอาจทำให้เกิดภาวะท้องผูกได้ เมื่อผู้ตั้งครรภ์เกิดอาการท้องผูกจะทำให้ไม่รู้สึกสบายท้อง ต้องใช้แรงมากในการเบ่ง การใช้ตัวช่วยจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญ โดยอาจเริ่มต้นจากการดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารที่มีกากใยสูง แต่หากยังไม่สามารถขับถ่ายได้ อาจเลือกใช้ยาระบาย เพราะในผู้ที่ตั้งครรภ์นั้นจะไม่แนะนำให้เบ่งอุจจาระแรง ๆ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดริดสีดวงทวารและอาการแทรกซ้อนอื่นได้

สำหรับผู้ตั้งครรภ์มักพิจารณาให้ใช้ยาในกลุ่มที่เพิ่มกากใยและเพิ่มมวลให้กับอุจจาระ เช่น Ispaghula Husk เพราะมีความปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์ โดยเป็นยาในกลุ่มที่ช่วยเพิ่มปริมาณกากอาหารในลำไส้ (Bulk-forming Laxatives) ซึ่งจะช่วยเพิ่มมวลให้อุจจาระและเพิ่มน้ำได้มากขึ้น จึงทำให้สามารถขับถ่ายได้ง่ายขึ้น เหมาะกับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง เนื่องจากใช้เวลาในการออกฤทธิ์ 1 - 3 วัน และยาชนิดนี้ต้องผสมน้ำ และให้พองตัวในน้ำเต็มที่ก่อนรับประทาน แต่อาการข้างเคียงที่อาจพบได้คือท้องอืด

นอกจากนี้ หากจำเป็นต้องใช้ยาในกลุ่มอื่น อาจพิจารณาเลือกใช้ยาในกลุ่มที่ช่วยให้อุจจาระอ่อนนุ่ม เช่น Lactulose เนื่องจากมีอัตราการดูดซึมต่ำ ทั้งนี้ การใช้ยาจำเป็นต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ ใช้ยาในระยะเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จำเป็น เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับทารกในครรภ์

เลือกยาระบายที่ระบุว่าใช้กับคนท้องได้ ปลอดภัยต่อเด็กในครรภ์

เลือกยาระบายที่ระบุว่าใช้กับคนท้องได้ ปลอดภัยต่อเด็กในครรภ์
โดยทั่วไป หากเป็นกลุ่มที่ขึ้นทะเบียนเป็นยาแล้วจำเป็นต้องหลีกเลี่ยงในผู้ที่ตั้งครรภ์ จะมีฉลากแจ้งเตือนว่าไม่ควรใช้ในผู้ที่ตั้งครรภ์ แต่สำหรับในกลุ่มอาหารเสริมอาจขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์และยี่ห้อ ดังนั้น ก่อนเลือกใช้ยาทุกครั้งจึงจำเป็นต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง

ทั้งนี้ทั้งนั้น นอกจากยาระบายแบบกินแล้ว คนตั้งครรภ์สามารถใช้ยาในรูปแบบยาเหน็บทวารได้ เนื่องจากเป็นการออกฤทธิ์เฉพาะที่และอาจจะออกฤทธิ์ได้เร็วกว่าชนิดรับประทาน แต่ไม่แนะนำให้ใช้ยาในกลุ่มกระตุ้นการทำงานของลำไส้ เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเพิ่มการบีบตัวของมดลูกได้
3

หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ

หลีกเลี่ยงการใช้ยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานาน โดยเฉพาะกลุ่มผู้สูงอายุ

ปัญหาท้องผูกในผู้สูงอายุนั้นพบได้ค่อนข้างบ่อย เนื่องจากผู้สูงอายุมักมีความอยากอาหารและดื่มน้ำลดลง ทำให้ระบบทางเดินอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ไม่สมบูรณ์ รวมถึงภาวะการเสื่อมถอยของร่างกาย โรคประจำตัว และยาที่รับประทานล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้ท้องผูกได้ทั้งสิ้น การรับประทานยาระบายจึงเป็นเหมือนการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ผู้สูงอายุ

โดยทั่วไปยาระบายไม่ได้ข้อห้ามใช้ในผู้สูงอายุ แต่อาจจะต้องเลือกให้เหมาะสมเป็นครั้งคราวไป กลุ่มยาที่นิยมใช้ ได้แก่ ยาที่ออกฤทธิ์ในการดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ (Osmotic Laxatives) เช่น Lactulose เพราะทำให้เกิดอาการปวดบิดได้น้อย แต่ถ้าเป็น Milk of Magnesia อาจจะต้องระมัดระวังการใช้ในผู้ที่มีปัญหาโรคไต เนื่องจากอาจทำให้สมดุลแร่ธาตุสูญเสียไป เพราะยามีส่วนประกอบของแมกนีเซียม

ผู้สูงอายุนั้นไม่ได้มีข้อห้ามในการใช้ยา แต่อาจจะต้องพิจารณาเลือกเป็นทางเลือกสุดท้าย เช่น


ยาในกลุ่มเพิ่มปริมาณอุจจาระ/กากใย เนื่องจากผู้สูงอายุอาจมีภาวะที่ลำไส้บีบตัวได้ไม่ดี การรับประทานยาชนิดนี้จึงอาจไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร และอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดอาการท้องอืดเพิ่มขึ้นด้วย จึงอาจแนะนำให้ใช้ร่วมกับยาในกลุ่มอื่นเพื่อประสิทธิภาพในการออกฤทธิ์ที่ดียิ่งขึ้น
ยาที่ออกฤทธิ์เร็ว ควรหลีกเลี่ยงการใช้ในผู้สูงอายุที่เดินไม่สะดวก เพราะอาจเพิ่มความเสียงในการหกล้มหรือลื่นล้ม เนื่องจากรีบเข้าห้องน้ำ ตัวอย่างยา เช่น ยาเหน็บชนิดต่าง ๆ

ที่สำคัญคือ ยาระบายทุกชนิดไม่ควรใช้ติดต่อการเป็นเวลาในผู้สูงอายุ เพราะอาจทำให้เกิดการสูญเสียความสมดุลของน้ำและแร่ธาตุ และอาจจำเป็นต้องเพิ่มขนาดยาไปจนเกินความจำเป็นจากการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะลำไส้ขี้เกียจ

4

กลุ่มคนตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน

กลุ่มคนตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทาน
สำหรับกลุ่มคนตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีโรคประจำตัว แนะนำให้ปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเลือกใช้ยาทุกครั้ง เนื่องจากผู้ป่วยในกลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด มีความเสี่ยงในการเกิดผลเสียมากกว่าบุคคลทั่วไป

ข้อควรระวังในการใช้ยาระบายมีดังต่อไปนี้


กลุ่มคนทั่วไป : ควรใช้ยาตามความจำเป็นและตามอาการ เมื่อหายแล้วควรหยุดเพื่อป้องกันภาวะลำไส้ขี้เกียจ และภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ รวมทั้งระมัดระวังเรื่องการแพ้ยาในผู้ที่มีประวัติแพ้ยาหรืออาหาร การใช้ยาควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับอาการ
ผู้ตั้งครรภ์ : ระมัดระวังการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงในการเพิ่มการบีบตัวของมดลูก เพราะอาจเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์ได้ และระมัดระวังการใช้ยาที่มีอัตราการดูดซึมสูง เนื่องจากอาจมียาที่ถูกส่งไปให้ทารกได้ ควรใช้ยาตามความจำเป็นและอยู่ในความดูแลของแพทย์เท่านั้น
ผู้สูงอายุ : ระมัดระวังการใช้ยาที่เพิ่มความเสี่ยงในการลื่นล้ม หรือมีอาการปวดบิดหลังการใช้ อีกทั้งควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาที่มีผลกับโรคประจำตัวหรือยาที่ใช้ประจำ เช่น Milk of Magnesia ที่อาจทำให้เกิดสมดุลแร่ธาตุผิดปกติในผู้ป่วยโรคไตได้
วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก

ถัดไปเราได้รวบรวมยาระบายจากหลายยี่ห้อมาฝากทุกคนกัน ออกฤทธิ์ได้รวดเร็ว มีทั้งแบบช่วยทำให้อุจจาระนิ่มลง กระตุ้นการทำงานของลำไส้ และแบบผสมไฟเบอร์เพิ่มกากใย ช่วยให้ขับถ่ายสะดวกคล่องขึ้น ทั้งแบบเม็ดแคปซูล แบบผงชงละลายน้ำ และแบบเจลลี่เคี้ยวเล่นมาเป็นตัวเลือกอีกทางในการตัดสินใจ
สินค้า
รูปภาพ
ราคา
ราคาต่ำสุด
คะแนน

Sand-M

ยาระบาย Senna Capsule

Sand-M ยาระบาย  Senna Capsule 1枚目

20 บาท

ราคาต่ำ

ออกฤทธิ์ไว ทานช่วงก่อนนอน ไม่ทำให้เกิดอาการปวดท้องบิด

Duphalac

ยาระบาย Wheat Fiber Plus Lactulose

Duphalac ยาระบาย Wheat Fiber Plus Lactulose 1枚目

279 บาท

ราคาปานกลาง

ชนิดผงชงละลายน้ำ ช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

Puritan's Pride

ยาระบาย Probiotic Acidophilus

Puritan's Pride  ยาระบาย Probiotic Acidophilus 1枚目

150 บาท

ราคาปานกลาง

มี Probiotic ที่เป็นประโยชน์ ปลอดภัยกับสตรีตั้งครรภ์

Probalance

ยาระบาย Probiotic Jelly

Probalance ยาระบาย Probiotic Jelly  1枚目

750 บาท

ราคาค่อนข้างสูง

เพิ่มกากใยอาหารให้ลำไส้ ขับถ่ายสะดวก ชนิดเจลลี่เคี้ยวง่าย

Emulaxx

ยาระบาย Milk of Magnesia

Emulaxx  ยาระบาย Milk of Magnesia  1枚目

150 บาท

ราคาปานกลาง

ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก เหมาะกับผู้สูงอายุ ยาชนิดน้ำ ทานง่าย

Dr. Pong

ยาระบาย Probiotic Fiber Jelly

Dr. Pong ยาระบาย Probiotic Fiber Jelly 1枚目

399 บาท

ราคาปานกลาง

เพิ่มไฟเบอร์กระตุ้นการขับให้ง่ายดายขึ้น ไขมันและน้ำตาล 0%

Lactis

ยาระบาย Apple Cider Vinegar

Lactis ยาระบาย Apple Cider Vinegar 1枚目

4,799 บาท

ราคาสูง

มี Postbiottc จากจุลินทรีย์หมัก รสเปรี้ยว ดื่มง่าย สดชื่น

ธันยพรสมุนไพร

ยาระบาย ยาแคปซูลมะขามแขก

ธันยพรสมุนไพร ยาระบาย ยาแคปซูลมะขามแขก 1枚目

90 บาท

ราคาค่อนข้างต่ำ

ตัวยาสกัดมาจากมะขามแขก ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้

FITNE'

ยาระบาย สูตรดั้งเดิม

FITNE'  ยาระบาย สูตรดั้งเดิม 1枚目

338 บาท

ราคาปานกลาง

ยาชงสมุนไพรดื่มก่อนนอน ออกฤทธิ์ภายใน 8 - 12 ชั่วโมง

Khaolaor ขาวละออ

ยาระบาย ยาบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร

Khaolaor ขาวละออ  ยาระบาย ยาบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร  1枚目

120 บาท

ราคาปานกลาง

ช่วยลดอาการท้องผูก ท้องอืด และบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร

หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้

Sand-Mยาระบาย Senna Capsule

ยาระบาย  Senna Capsule รูป 1
อ้างอิง:sandm.co.th
ราคาอ้างอิง
20 บาท
ราคาต่ำ
ราคาอ้างอิง
20 บาท
ราคาต่ำ

ออกฤทธิ์ไว ทานช่วงก่อนนอน ไม่ทำให้เกิดอาการปวดท้องบิด

Sand-M Senna Capsule อีกหนึ่งยาระบายที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้ ภายใน 1 แคปซูลจะประกอบไปด้วยตัวยา 2 ชนิด ได้แก่ สารสกัดจากใบมะขามแขก 300 มิลลิกรัม และสารสกัดจากฝักมะขามแขก 100 มิลลิกรัม ซึ่งทั้งสองมีส่วนผสมของ Sennoside ที่เมื่อทานเข้าไปแล้วจะถูกเปลี่ยนด้วยเอนไซม์จากแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ กระตุ้นการบีบตัวของลำไส้และทำหน้าที่ยั้บยั้งการดูดน้ำออกจากลำไส้ ป้องกันอุจจาระแข็ง


สำหรับตัวนี้ไม่มีรสชาติ และไม่มีกลิ่น ทานง่าย ออกฤทธิ์ภายใน 6 - 12 ชั่วโมง ไม่ทำให้เกิดอาการปวดท้อง หรือปวดบิดตามมาทีหลัง ดังนั้นปริมาณการทานที่เหมาะสมคือครั้งละ 1 - 2 แคปซูล วันละ 1 ครั้งก่อนนอนหรือเมื่อมีอาการ เมื่อตื่นเช้ามาจะทำให้ตัวยาออกฤทธิ์ได้พอดี และไม่ทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย

รายการสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

Duphalacยาระบาย Wheat Fiber Plus Lactulose

ราคาอ้างอิง
279 บาท
ราคาปานกลาง

ชนิดผงชงละลายน้ำ ช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น

Duphalac ยาระบายชนิดผงผสมชงน้ำ มีส่วนผสมหลักที่ออกฤทธิ์ในการช่วยดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ อย่าง Lactulose น้ำตาลโมเลกุลคู่ ที่เมื่อแตกตัวในลำไส้ใหญ่แล้วจะกระตุ้นการดึงน้ำจากร่างกายกลับมา มีส่วนช่วยให้อุจจาระที่แข็งเป็นก้อนนิ่มลง เมื่อลำไส้บีบตัวเพื่อการขับถ่าย ก็จะช่วยให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น ช่วยให้อาการท้องผูกดีขึ้น สำหรับตัวนี้ค่อนข้างออกฤทธิ์เร็วภายในข้ามคืน และไม่ทำให้ปวดบิด


ปริมาณการทานที่เหมาะสมคือวันละ 1 ซอง โดยจะละลายผสมน้ำเปล่าหรือนำไปผสมกับเครื่องดื่มที่คุณชื่นชอบ เพื่อช่วยให้ดื่มง่ายขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นทางแบรนด์ยังระบุว่าเป็นสูตร Gluten Free ใครที่แพ้กลูเตนสามารถดื่มได้อย่างสบายใจ อีกทั้งยังมีส่วนผสมของไฟเบอร์จากข้าวสาลี ช่วยเพิ่มกากใยอาหาร ทำให้ขับถ่ายสะดวกขึ้น

Puritan's Pride ยาระบาย Probiotic Acidophilus

ราคาอ้างอิง
150 บาท
ราคาปานกลาง

มี Probiotic ที่เป็นประโยชน์ ปลอดภัยกับสตรีตั้งครรภ์

สำหรับผู้ที่มีปัญหาท้องผูกอยู่เป็นประจำ Probiotic Acidophilus จากแบรนด์ Puritan's Pride อาจเข้ามาบรรเทาอาการดังกล่าวได้ เนื่องจากอาหารเสริมตัวนี้มาพร้อมกับจุลินทรีย์ดีขนาดเล็กที่สามารถพบได้ในนมเปรี้ยวหรือโยเกิร์ต เมื่อลำไส้มีปริมาณ Probiotic ในสัดส่วนที่เหมาะสมก็จะช่วยกระตุ้นการดูดซึมสารอาหารพร้อมกับกระตุ้นระบบขับถ่าย ป้องกันภาวะลำไส้อักเสบ ท้องผูก ตลอดจนโรคลำไส้แปรปรวนได้เช่นกัน


ดังนั้น อาหารเสริมชนิดนี้จึงเหมาะกับผู้ที่มีปัญหาเรื่องระบบขับถ่าย ทว่าไม่ชอบทานผักหรือผลไม้นั่นเอง วิธีการทานที่ทางแบรนด์แนะนำคือวันละ 1 เม็ด เวลาใดของวันก็ได้เพราะว่าอยู่ในแคปซูลที่แตกตัวและดูดซึมง่าย ที่สำคัญ การทาน Probiotic ค่อนข้างปลอดภัยกับผู้บริโภคทุกช่วงวัยตลอดจนผู้ที่กำลังตั้งครรภ์อีกด้วยค่ะ

Probalanceยาระบาย Probiotic Jelly

ราคาอ้างอิง
750 บาท
ราคาค่อนข้างสูง

เพิ่มกากใยอาหารให้ลำไส้ ขับถ่ายสะดวก ชนิดเจลลี่เคี้ยวง่าย

อีกหนึ่งอาหารเสริมที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหาท้องผูก สำหรับสูตรนี้มาในรูปแบบของเจลลี่ เคี้ยวง่าย สะดวก สามารถหยิบมาทานเป็นของว่างระหว่างวันได้ ส่วนผสมหลักที่ทางแบรนด์ใส่มาประกอบไปด้วย โยเกิร์ตชนิดผงที่อุดมไปด้วย Probiotic กระตุ้นการขับถ่าย, Fructooligosaccharides ที่จัดเป็นกากใยอาหารชนิด Prebiotic ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ และ L-Isoleucine ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง


โดยปริมาณการทานที่แนะนำคือวันละ 1 ซอง สามารถช่วงใดของวันก็ได้ทว่าควรทานช่วงเวลาเดิมติดต่อกันอย่าง่ตอเนื่อง เพื่อให้ร่างกายคุ้นชิน และเป็นการปรับสมดุลระบบขับถ่ายให้กลับมาเป็นปกติ ผ่านการรับรองกรมอาหารและยา และได้รับการรับรองจาก ISO22000 ในระดับสากล อีกทั้งยังปลอดภัยกับสตรีมีครรภ์

Emulaxx ยาระบาย Milk of Magnesia

ยาระบาย Milk of Magnesia  รูป 1
อ้างอิง:lazada.co.th
ราคาอ้างอิง
150 บาท
ราคาปานกลาง
ราคาอ้างอิง
150 บาท
ราคาปานกลาง

ช่วยให้ขับถ่ายสะดวก เหมาะกับผู้สูงอายุ ยาชนิดน้ำ ทานง่าย

Milk of Magnesia จากแบรนด์ Emulaxx เป็นยาระบายชนิดออกฤทธิ์ช่วยให้อุจจาระนิ่มขึ้นด้วยตัวยา Magnesium Hydroxide ที่เมื่อแตกตัวในลำไส้แล้วจะกระตุ้นกระบวนการบางอย่างให้ร่างกายดึงน้ำกลับเข้าสู่ลำไส้ใหญ่ มีผลให้อุจจาระที่เคยเป็นก้อนแข็งจากภาวะท้องผูก หรือผู้ที่ไม่ค่อยได้ขับถ่ายเป็นประจำทุกวันค่อย ๆ นิ่มลง เมื่อลำไส้ใหญ่บีบตัวจะทำให้ขับถ่ายได้สะดวกขึ้น มีส่วนช่วยลดอาการริดสีดวงทวารจากอาการท้องผูก 


สำหรับชนิดยาตัวนี้เป็นแบบน้ำ ปริมาณการทานที่แนะนำคือ วันละ 30 - 60 มิลลิตร หรือประมาณ 2 - 4 ช้อนโตะกินข้าว โดยยาตัวนี้ข้อดีคือสามารถใช้ได้ในผู้สูงอายุ เนื่องจากไม่ทำให้รู้สึกปวดท้องบิดใด ๆ แต่อาจจะต้องระมัดระวังสำหรับผู้ที่มีโรคไตเป็นโรคประจำตัวกันด้วย เนื่องจากยาตัวนี้เมื่อทานอย่างต่อเนื่องอาจมีผลต่อค่าไต

Dr. Pongยาระบาย Probiotic Fiber Jelly

ราคาอ้างอิง
399 บาท
ราคาปานกลาง

เพิ่มไฟเบอร์กระตุ้นการขับให้ง่ายดายขึ้น ไขมันและน้ำตาล 0%

ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมผสมไฟเบอร์ อยู่ในรูปแบบของเจลลี่เคี้ยวเล่นรสลูกพรุน มีส่วนผสมของกากใยอาหาร อย่าง Fructooligosaccharide กว่า 95% ช่วยเพิ่มมวลให้อุจจาระด้วยใยอาหาร มี Synbiotic, สารสกัดจากข้าวสาลี, สารสกัดจากข้าวโอ๊ต, สาหร่ายทะเลสีน้ำตาล Kelp และสารสกัดจากผลส้มแขกซึ่งมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ ลดปัญหาท้องผูกหรือระบบขับถ่ายผิดปกติ


โดยสูตรนี้ทางแบรนด์เคลมว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ไขมัน 0% รวมถึงมีปริมาณแคลอรี่อยู่ที่ 60 kcal ต่อ 1 ซอง สามารถทานวันละ 1 ซองแทนของว่างได้ แนะนำว่าให้ทานในช่วงมื้ออาหารจะทำให้ร่างกายดูดซึมได้ไว โดยตัวนี้แม้จะออกฤทธิ์ไวแต่ว่าไม่ทำให้ท้องเสีย ไม่ทำให้ต้องเข้าห้องน้ำหลายรอบ หรือเกิดอาการปวดท้องบิด

Lactisยาระบาย Apple Cider Vinegar

ราคาอ้างอิง
4,799 บาท
ราคาสูง

มี Postbiottc จากจุลินทรีย์หมัก รสเปรี้ยว ดื่มง่าย สดชื่น

อาหารเสริมตัวนี้เหมาะกับผู้ที่กำลังตั้งครรภ์และกำลังเผชิญปัญหาท้องผูกจากการทานแคลเซียมสำหรับคนท้องช่วยเสริมสร้างกระดูก เนื่องจากแคลเซียมบางชนิดสามารถทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ ซึ่ง Lactis Apple Cider Vinegar มีส่วนผสมของ Postbiotic ที่สกัดมาจากการหมักจุลินทรีย์ 16 สายพันธุ์ที่มีประโยชน์ต่อลำไส้ ช่วยลดอาการอาหารไม่ย่อยและอาการท้องผูก ปรับสมดุลการทำงานของลำไส้ ผู้สูงอายุสามารถทานได้


ข้อดีการของทาน Postbiotic คือไม่มีผลต่อปริมาณจุลินทรีย์ดีเดิมของลำไส้ ไม่ทำให้เกิดภาวะลำไส้แปรปรวน ทั้งยังไม่ทำให้ปวดท้องบิด ปลอดภัยกับทั้งสตรีมีครรภ์และผู้สูงอายุ โดยชงดื่มกับน้ำเปล่าหรือเครื่องดื่ม อย่าง ชาหรือน้ำผลไม้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์จะมีรสชาติเปรี้ยว และเพื่อให้เห็นผลที่ดีที่สุดควรทานเวลาเดิมทุกวันเพื่อให้ร่างกายค่อย ๆ ปรับสมดุลจนกลับมาเป็นปกติ

ธันยพรสมุนไพรยาระบาย ยาแคปซูลมะขามแขก

ราคาอ้างอิง
90 บาท
ราคาค่อนข้างต่ำ

ตัวยาสกัดมาจากมะขามแขก ออกฤทธิ์กระตุ้นการทำงานของลำไส้

ยาระบายจากธันยพรสมุนไพร มาพร้อมกับตัวยาที่สกัดมาจากมะขามแขก ซึ่งมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการทำงานของลำไส้ด้วย Sennoside เพิ่มการหลั่งน้ำเข้าสู่ลำไส้ มีส่วนช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาในระยะแรกเริ่มที่ขับถ่ายไม่เป็นปกติ ยาตัวนี้จะค่อย ๆ ออกฤทธิ์และปรับสภาพการทำงานของลำไส้ให้กลับมาเป็นปกติ ลดอาการท้องผูกหรือปัญหาขับถ่ายยากในรายที่ไม่ชอบทานผักหรือผลไม้


ตัวยาในหนึ่งแคปซูลจะอยู่ที่ 410 มิลลิกรัม โดยทางแบรนด์แนะนำว่าให้รับประทานครั้งละ 2 - 3 เม็ด วันละ 1 ครั้งเมื่อมีอาการท้องผูกหรือช่วงเวลาก่อนนอน แต่เนื่องจากอาจมีส่วนผสมของโซเดียม ยาระบายชนิดนี้จะไม่ค่อยเหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคไต ดังนั้นควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานค่ะ

FITNE' ยาระบาย สูตรดั้งเดิม

ราคาอ้างอิง
338 บาท
ราคาปานกลาง

ยาชงสมุนไพรดื่มก่อนนอน ออกฤทธิ์ภายใน 8 - 12 ชั่วโมง

เมื่อพูดถึงยาระบาย ยาชงสมุนไพรจาก FITNE อาจเป็นอีกชื่อที่หลายคนนึกถึง ภายในหนึ่งซองประกอบไปด้วยส่วนผสมหลักที่สกัดมาจากใบมะขามแขกและฝักมะขามแขกเข้มข้น มีสรรพคุณเป็นยาระบาย ช่วยปรับสมดุลให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น กระตุ้นการขับถ่าย ลดปัญหาท้องผูก ที่สำคัญยังออกฤทธิ์ไวภายใน 8 - 12 ชั่วโมง มีกลิ่นชาหอมอ่อน ๆ รสชาติไม่ฝาด ไม่ขม ไม่เงื่อนลิ้น ชงผสมน้ำเปล่าดื่มง่าย


วิธีการชงที่แนะนำคือสำหรับผู้ที่ธาตุเบาให้พักชาทิ้งไว้ 5 - 10 นาที ส่วนผู้ที่ธาตุหนักให้แช่ทิ้งไว้มากกว่า 20 นาทีเพื่อให้ได้ความเข้มข้นที่เหมาะสม และสำหรับคนที่ธาตุปกติทั่วไปแช่ทิ้งไว้แค่ 10 นาทีก็เพียงพอ ช่วงเวลาการทานที่ดีที่สุดคือวันละ 1 ซอง ต่อน้ำเปล่า 120 มิลลิลิตร ดื่มก่อนนอน กระตุ้นการขับถ่ายในช่วงเช้าให้เป็นปกติ

Khaolaor ขาวละออ ยาระบาย ยาบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร

ราคาอ้างอิง
120 บาท
ราคาปานกลาง

ช่วยลดอาการท้องผูก ท้องอืด และบรรเทาอาการริดสีดวงทวาร

ยาระบายกระปุกนี้จาก Khaolaor มีส่วนผสมของสมุนไพรธรรมชาติที่มีฤทธิ์ช่วยระบายหลายชนิด เช่น สารสกัดจาก เพชรสังฆาต 180 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นพืชเถาประเภทไม้เลื้อย มีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยแก้อาการท้องผูก อีกทั้งยังมีสรรพคุณช่วยลดอาการท้องอืดและท้องเฟ้อได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากโกฐน้ำเต้าและอัคคีทวารในปริมาณที่เหมาะสม ซึ่งจะมีส่วนช่วยบรรเทาอาการของริดสีทวงทวารด้วยเช่นกัน


สำหรับวิธีการทานทางแบรนด์แนะนำว่าให้ทานวันละ 3 ครั้ง 1 - 2 เม็ดก่อนอาหาร อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยาระบายตัวนี้มีสารสกัดของเพชรสังฆาตมีสาร Calcium Oxalate อยู่ในปริมาณที่ค่อนข้างมาก และอาจทำให้ระคายเคืองคอได้ และไม่ควรทานยาระบายติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะสารดังกล่าวอาจตกค้างในร่างกายได้

วิธีแก้อาการท้องผูกอย่างง่าย ๆ

วิธีแก้อาการท้องผูกอย่างง่าย ๆ

เภสัชกรได้แนะนำมาว่าสำหรับคนที่มีอาการท้องผูกบ่อย ๆ หรือเป็นประจำนั้น การปรับพฤติกรรมต่าง ๆ ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยทำให้ระบบขับถ่ายดีมากยิ่งขึ้น เพราะการใช้ยาระบายเป็นประจำจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ในระยะยาว การรับประทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ถั่ว ธัญพืช ผักและผลไม้สดอย่างน้อย 20 ถึง 35 กรัมต่อวัน, ดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 6 - 8 แก้ว จะช่วยให้อุจจาระนิ่ม ขับถ่ายได้ง่ายขึ้น, ฝึกการขับถ่ายให้เป็นเวลา โดยเฉพาะหลังตื่นนอนตอนเช้า นอกจากนี้ การนั่งโน้มตัวไปด้านหน้าเล็กน้อยขณะขับถ่ายสามารถเพิ่มแรงเบ่งอุจจาระได้

บทส่งท้าย

ยาระบายก็มีทั้งแบบสมุนไพรและยาที่มีข้อควรระมัดระวังในการใช้ที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นหากพบว่ามีอาการท้องผูกควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อจะได้สั่งจ่ายยาได้อย่างเหมาะสม และควรใช้ยาระบายให้ถูกประเภท ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ นอกจากนี้ ควรปรับพฤติกรรมที่มีผลต่อระบบขับถ่ายให้เหมาะสมควบคู่กันไปด้วย เพราะการใช้ยาระบายเป็นเวลานาน ๆ ย่อมไม่เป็นผลดีต่อร่างกายแน่นอน

คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
  1. TOP
  2. สุขภาพ
  3. ยาสามัญประจำบ้าน
  4. 10 ยาระบาย ยี่ห้อไหนดี ปี 2023 สมุนไพร ไฟเบอร์ แก้ท้องผูก

ค้นหาตามหมวดหมู่