ยาแก้เมารถ ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ไม่ง่วง ลดอาการเมารถ
การเดินทางด้วยยานพาหนะถือเป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของคนส่วนใหญ่ แต่หลายคนมักประสบปัญหาอาการเมารถอยู่บ่อยครั้งจนกลายเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิตประจำวันได้ โดยอาการเมารถนั้นเป็นภาวะที่เกิดขึ้นฉับพลันขณะเดินทางด้วยยานพาหนะต่าง ๆ ทั้งรถยนต์ รถไฟ เครื่องบิน หรือเรือ ส่งผลให้เกิดอาการเวียนหัวและอาจอาเจียนได้ ซึ่งหนึ่งในวิธีการป้องกันอาการเมารถที่มีประสิทธิภาพที่สุด ก็คือการกินยาแก้เมารถ
บทความนี้เราจึงได้รวบรวมข้อมูลวิธีการเลือกยาแก้เมารถทั้งสำหรับผู้ใหญ่และเด็ก ให้ปลอดภัยต่อการใช้งาน ประกอบกับคำแนะนำจากเภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย รวมทั้งยังมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นยาเม็ดรับประทาน แบบแผ่นแปะหลังหู แบบลูกอมและยาดม

คุณแพรวจบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การฝึกงานในด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชสำอางในโรงงานผลิตชั้นนำ รวมถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หลังจากเรียนจบได้ทำงานเป็นเภสัชกรประจำสถานพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและชื่นชอบการให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการ จึงเลือกที่จะมาปฏิบัติงานเป็นเภสัชกรชุมชนประจำร้านขายยาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่ผู้บริโภค เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าระบบสาธารณะสุขที่ดีจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีตามไปด้วย แต่การที่ระบบสาธารณะสุขจะดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากหน่วยปฐมภูมิที่ใกล้ชิดชุมชนที่สุดอย่างร้านขายยานั่นเอง หลังจากเป็นเภสัชกรชุมชนมากว่า 2 ปี คุณแพรวได้มีโอกาสเข้ามาบริหารและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ยาให้กับร้านขายยา Chain Store ที่มีสาขาทั่วประเทศไทย โดยในปัจจุบันคุณแพรวดำรงตำแหน่งเป็น Pharmaceutical Retail Merchandiser (นักบริหารผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม) ที่ทำหน้าที่บริหารและคัดเลือกยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจัดจำหน่ายในร้านขายยาชั้นนำของประเทศ

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ยาแก้เมารถช่วยแก้อาการเมารถได้อย่างไร ใช้แทนกับยาชนิดอื่นได้หรือไม่

ยาแก้เมารถมี 2 กลุ่มหลัก ๆ คือ กลุ่มยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีนและกลุ่มยาแอนติโคลิเนอร์จิก ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการเมารถด้วยกลไกที่ต่างกัน ดังนี้
・กลุ่มยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารฮิสตามีน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ทำให้เกิดการอักเสบและแพ้และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการเมารถด้วย โดยเมื่อร่างกายเกิดการเคลื่อนที่แบบสั่นสะเทือนจะทำให้สารฮิสตามีนหลั่งออกมาจากเซลล์ประสาทในหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะและเหงื่อออก ซึ่งการรับประทานยากลุ่มนี้จึงช่วยบรรเทาอาการเมารถได้
・กลุ่มยาแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทอย่างแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ที่ผิดปกติในสมอง และยังยับยั้งการส่งสัญญาณต่าง ๆ ไปสู่สมองส่วนกลางที่อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน จึงบรรเทาอาการเมารถได้เช่นกัน
นอกจากแก้อาการเมารถแล้ว การที่ยาแก้เมารถเข้าไปยับยั้งสารสื่อประสาทต่างๆ ในสมองอย่างฮิสตามีนและแอซิติลโคลีน ยาแก้เมารถจึงสามารถใช้เพื่อบรรเทาอาการ น้ำมูกไหล แก้แพ้ลดผื่นคันได้อีกด้วย

กรณีคนที่ไม่ชอบรับประทานยาเม็ดหรือมีข้อจำกัดในการรับประทานยา ก็สามารถเลือกยาแก้เมารถรูปแบบอื่นเพื่อบรรเทาอาการได้ เช่น ใช้ยาดม พิมเสนน้ำ หรือน้ำมันหอมระเหยจากสมุนไพร ที่ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้อาเจียน หรือเครื่องดื่มสมุนไพรต่าง ๆ ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ส่วนหนึ่ง รวมทั้งในปัจจุบันยังมียาแก้เมารถในรูปแบบแผ่นแปะหลังหูที่สามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนานและสะดวกในการพกพามาให้เลือกใช้งานด้วย
วิธีการเลือกยาแก้เมารถ
การจะเลือกยาแก้เมารถไม่ว่าจะเป็นยาที่ใช้ภายนอกหรือภายในนั้นมีข้อควรระวังและข้อควรรู้มากมาย ดังนั้น เราได้รวบรวมข้อมูลที่คุณควรรู้มาให้ทุกคนได้ศึกษากัน
สำหรับคนที่มีอาการเยอะ เลือกยาแก้เมารถกลุ่มยาเม็ดรับประทานที่ออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพสูง

ยาเม็ดแบบรับประทานจะออกฤทธิ์เร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด ทานง่ายและพกพาง่าย แต่อาจทำให้ง่วงซึมได้ และมีข้อควรระวังคือไม่ควรรับประทานร่วมกับแอลกอฮอล์ หรือยาแก้แพ้ชนิดอื่น รวมทั้งไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีหรือสตรีมีครรภ์

ยาแก้เมารถกลุ่มยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน (Antihistamines) ออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารฮิสตามีนที่ทำให้เกิดการอักเสบและแพ้ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาการเมารถด้วยเช่นกัน โดยเมื่อร่างกายเกิดการเคลื่อนที่แบบสั่นสะเทือน จะทำให้สารฮิสตามีนหลั่งออกมาจากเซลล์ประสาทในหูชั้นใน ส่งผลให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศีรษะ และเหงื่อออก การรับประทานยากลุ่มนี้จึงช่วยบรรเทาอาการเมารถได้
ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น ยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) และยาไซไคลซีน (Cyclizine) ซึ่งระยะเวลาในการออกฤทธิ์ของยากลุ่มนี้ประมาณ 30 นาที ดังนั้น หากต้องการทานเพื่อป้องกันอาการเมารถควรทานก่อนออกเดินทางอย่างน้อย 30 นาที และตัวยาจะออกฤทธิ์นาน 6 - 8 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทานซ้ำได้หากอาการยังไม่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม ยากลุ่มนี้จะมีฤทธิ์ต้านระบบประสาทชนิดโคลเนอร์จิก (Anticholinergic) ด้วย ทำให้เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง เสมหะและน้ำมูกเหนียวข้น ท้องผูก หรือปัสสาวะขัด จึงควรหลีกเลี่ยงในผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคต้อหิน และผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโต
โดยทั่วไปเราอาจไม่ค่อยพบเห็นการใช้ยาไซไคลซีนในประเทศไทยมากนัก ส่วนยาไดเมนไฮดริเนตจะจัดอยู่ในกลุ่มยาอันตราย จำหน่ายได้เฉพาะในร้านขายยาแผนปัจจุบันที่มีเภสัชกรเป็นผู้จ่ายยาเท่านั้น แต่ถ้าเป็นตัวยาไดเมนไฮดริเนต ขนาด 50 มิลลิกรัม บรรจุในแผง แผงละ 2 เม็ด จัดเป็นยาสามัญประจำบ้าน สามารถหาซื้อตามร้านขายยาทั่วไปหรือร้านสะดวกซื้อได้
สำหรับคนที่มีอาการไม่เยอะ แนะนำยาแก้เมารถรูปแบบแผ่นแปะหลังหูที่ใช้งานง่ายและไม่ง่วง

ยาแก้เมารถแบบแผ่นแปะหลังหูสามารถออกฤทธิ์ได้ยาวนาน แต่อาจไม่มีประสิทธิภาพสูงเท่ายาเม็ด สะดวกในการพกพาและง่วงซึมน้อยกว่ายาเม็ด ข้อควรระวังคือไม่ควรใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือสตรีมีครรภ์

ยาแก้เมารถกลุ่มแอนติโคลิเนอร์จิก (Anticholinergic) จะออกฤทธิ์ยับยั้งการทำงานของสารสื่อประสาทอย่างแอซิติลโคลีน (Acetylcholine) และนอร์อิพิเนฟริน (Norepinephrine) ที่ผิดปกติในสมอง และยังยับยั้งการส่งสัญญาณต่าง ๆ ไปสู่สมองส่วนกลางที่อาจก่อให้เกิดอาการคลื่นไส้และอาเจียน จึงบรรเทาอาการเมารถได้
ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ ได้แก่ ยาสโคโปลามีน (Scopolamine) ที่จะอยู่ในรูปแบบแผ่นแปะหลังหู แนะนำให้ใช้ก่อนเดินทางอย่างน้อย 4 - 6 ชั่วโมง และเปลี่ยนแผ่นแปะทุก 3 วัน หรือตามคำสั่งของแพทย์ โดยมีข้อควรระวังในผู้ป่วยโรคหอบหืด ผู้ป่วยโรคต้อหิน และผู้ป่วยโรคต่อมลูกหมากโตเช่นเดียวกับยาแก้เมารถกลุ่มยาแก้แพ้หรือยาต้านฮิสตามีน รวมถึงไม่ควรใช้ยานี้ในเด็กที่อายุต่ำกว่า 3 ปีอีกด้วย
สำหรับยาสโคโปลามีนรูปแบบแผ่นแปะหลังหูยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย แต่อาจมีผู้นำเข้ามาจำหน่ายทั่วไป อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ปรึกษาเภสัชกรก่อนการใช้ยา เพื่อป้องกันการเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ หรือกระทบต่อโรคประจำตัวของผู้ป่วยได้
กรณีที่ต้องการหลีกเลี่ยงอาการง่วงซึมเพื่อความปลอดภัย ขอแนะนำให้เลือกใช้ยาแก้เมารถในรูปแบบลูกอมหรือยาดมจะเหมาะสมที่สุด

ยาแก้เมารถแบบลูกอมและยาดมจะมีข้อดีคือ ออกฤทธิ์เร็ว ไม่ทำให้ง่วงซึม แต่ประสิทธิภาพอาจไม่สูงเท่ายาเม็ดหรือแผ่นแปะหลังหู

ยาแก้เมารถที่มีส่วนผสมของตัวยาในกลุ่มยาต้านฮิสตามีนและแอนติโคลิเนอร์จิกจะมีผลข้างเคียงที่ทำให้ง่วงทุกตัว ดังนั้น หากต้องการหลีกเลี่ยงอาการง่วงซึมควรหลีกเลี่ยงยาในกลุ่มนี้ สำหรับยาแก้เมารถที่ใช้แล้วไม่ง่วง โดยแนะนำเป็นรูปแบบลูกอม ยกตัวอย่างเช่น ลูกอมขิง เนื่องจากขิงสามารถลดการบีบตัวของกระเพาะอาหารได้ จึงช่วยลดอาการคลื่นไส้อาเจียนได้ดี นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์ในการกระตุ้นการไหลเวียนเลือด ซึ่งอาจช่วยลดอาการวิงเวียนศีรษะและอาการมึนงงที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีอาการเมารถอีกด้วย
อีกหนึ่งรูปแบบที่แนะนำให้ใช้งานในกรณีที่อยู่ในการเดินทางที่ต้องการความปลอดภัยสูงคือ รูปแบบยาดม หรือลูกกลิ้ง ซึ่งโดยส่วนมากจะเป็นส่วนผสมสมุนไพรที่ช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนและปวดหัวได้ดี เช่น น้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ เมนทอล และยูคาลิปตัส เป็นต้น โดยจะออกฤทธิ์ประมาณ 15 นาที มีข้อควรระวังคือไม่ควรสูดดมมากเกินไป เพราะอาจทำให้แระคายเคืองจมูกหรือแสบตาได้
สำหรับกลุ่มเด็กควรเลือกชนิดของตัวยาและขนาดยาให้เหมาะสมตามน้ำหนักตัวเด็ก แต่ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง

วัยเด็กเป็นวัยที่ยังมีภูมิต้านทานไม่แข็งแรงและจำเป็นต้องจำกัดขนาดของยาเพื่อให้เหมาะสมกับร่างกาย ดังนั้น หากต้องการใช้ยาแก้เมารถในเด็กควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพราะขนาดยาที่ใช้จะแตกต่างจากผู้ใหญ่ รวมทั้งยังมีช่วงอายุที่ยังไม่ควรใช้ยาแก้เมารถ หากซื้อใช้เองอาจทำให้เกิดผลข้างเดียงหรืออันตรายต่อเด็กได้
สำหรับขนาดยาที่เหมาะสมในเด็กจะแตกต่างกันตามน้ำหนักตัวเด็กและชนิดของยา ยกตัวอย่างเช่น ยาไดเมนไฮดริเนต (Dimenhydrinate) ขนาดยาที่เหมาะสมในเด็กโต คือ 5 mg/kg/day เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมียาแก้เมารถในรูปแบบลูกอมหรือเม็ดเคี้ยวที่เหมาะสำหรับเด็ก เพราะมีรสชาติอร่อย ทานง่ายและออกฤทธิ์เร็ว แต่ประสิทธิภาพอาจไม่สูงเท่ายาเม็ดหรือแผ่นแปะหลังหู
ข้อควรระวังคือส่วนใหญ่อาจจะมีน้ำตาลสูง จึงควรพิจารณาปริมาณน้ำตาลร่วมด้วย และที่สำคัญคือควรจำกัดปริมาณการทานให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้เด็กได้รับปริมาณยาที่ได้รับสูงเกินไป รวมทั้งควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนให้เด็กใช้ยาเสมอ โดยเฉพาะเด็กที่มีโรคประจำตัวหรือกำลังรับประทานยารักษาโรคอยู่จะต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนทุกครั้ง
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยาแก้เมารถ ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
ยาแก้เมารถ กินตอนไหน
ข้อควรระวังในการใช้ยาแก้เมารถ
・ผู้สูงอายุ มักมีภาวะสุขภาพที่เปราะบางกว่าคนทั่วไป การทานยาแก้เมารถในกลุ่มยาต้านฮิสตามีนติดต่อกันนาน ๆ ในปริมาณสูง อาจส่งผลต่อระบบประสาท ทำให้เกิดอาการหลงลืมได้ จึงอาจเลี่ยงไปใช้ยาแก้เมารถในกลุ่มอื่นหริอชนิดอื่นแทน
・ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคหอบหืด โรคต่อมลูกหมากโต ควรปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาเสมอ เนื่องจากยาแก้เมารถอาจมีปฎิกิริยากับโรคหรือยาประจำตัวเดิมที่ทานอยู่ได้
・หญิงตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรหลีกเลี่ยงการใช้ยาแก้เมารถโดยไม่จำเป็น เนื่องจากยาบางชนิดอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์หรือทารกที่กินนมแม่ได้ หรืออาจะเลี่ยงไปใช้ยาแก้เมารถชนิดลูกอมขิง เนื่องจากมีความปลอดภัยต่อทารถในครรภ์ และยังช่วยเรื่องอาการแพ้ท้องได้อีกด้วย
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ