




Crypto Wallet เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณเข้าถึงสิทธิ์การเป็นเจ้าของสินทรัพย์ดิจิทัลและบริหารจัดการสภาพคล่องในโลกบล็อกเชนได้ด้วยตัวเอง โดยมีจุดเด่นเรื่องการจัดเก็บเหรียญที่ปลอดภัยและการโอนย้ายที่รวดเร็วไร้พรมแดน นอกจากนี้ยังมีทางเลือกทั้งแบบ Crypto Wallet App และ Crypto Wallet Hardware จึงควรเลือกให้เหมาะสมกับมูลค่าสินทรัพย์และพฤติกรรมการใช้งาน เพื่อให้ได้ประโยชน์และความปลอดภัยสูงสุดในการดูแลความมั่งคั่งของคุณ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือก Crypto Wallet ที่เหมาะสำหรับเทรดระยะสั้น/ทำธุรกรรมบ่อย และสำหรับนักลงทุนระยะยาว พร้อมคำแนะนำจากคุณสุดารัตน์ บริสุทธนะกุล นักวางแผนการเงิน นอกจากนี้ยังมี 10 Crypto Wallet ที่มีทั้ง Crypto Wallet App หรือ Hot Wallet และ Crypto Wallet Hardware หรือ Cold Wallet มาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 Crypto Wallet
Blockchain.com

หนึ่งใน Hot Wallet ที่ดีที่สุดของวงการ สะดวก ครบ จบในตัวเดียว

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
Crypto Wallet คือเครื่องมือหรือแอปพลิเคชันที่ใช้ในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลบนบล็อกเชน โดยไม่ได้เก็บเหรียญจริงไว้ในตัวอุปกรณ์ แต่จะเก็บรักษากุญแจส่วนตัว (Private Key) ซึ่งทำหน้าที่เหมือนลายเซ็นดิจิทัลในการยืนยันธุรกรรมและความเป็นเจ้าของในเครือข่าย หากไม่มีการรักษากุญแจนี้ คุณจะไม่สามารถทำธุรกรรมหรือเข้าถึงข้อมูลสินทรัพย์ของคุณได้ นอกจากนี้ยังช่วยสร้างที่อยู่กระเป๋า (Public Address) ซึ่งคล้ายกับหมายเลขบัญชีธนาคารที่คนอื่นสามารถใช้ในการโอนเหรียญให้คุณ การรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าจึงสำคัญมาก โดยต้องเก็บรหัสผ่านและ Seed Phrase อย่างปลอดภัย เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต
การเลือก Crypto Wallet จะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
การเลือก Crypto Wallet ตามประเภทการใช้งาน ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกบัตรเครดิตได้ตรงกับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของตนเอง ซึ่ง Crypto Wallet จะมีอยู่ด้วยกัน 2 แบบหลัก ๆ คือ Crypto Wallet App และ Crypto Wallet Hardware โดยแต่ละแบบจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกให้เหมาะกับการใช้งาน ดังนี้
สำหรับเทรดระยะสั้นหรือทำธุรกรรมบ่อย แนะนำให้เลือก Crypto Wallet App หรือ Hot Wallet เพราะใช้งานง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถเข้าถึงและจัดการสินทรัพย์ได้ทันที แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่สูงกว่าจากการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต จึงเหมาะกับการเก็บเงินจำนวนน้อยที่ใช้หมุนเวียน และไม่ควรเก็บเงินจำนวนมากไว้เป็นเวลานานเนื่องจากเสี่ยงต่อการถูกแฮกหรือการโจมตีผ่านช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ได้ง่ายกว่าอุปกรณ์จัดเก็บแบบออฟไลน์ และควรมีการตรวจสอบสิทธิ์การเชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมที่มีความถี่สูงของคุณจะยังคงมีความคล่องตัวควบคู่ไปกับการป้องกันสินทรัพย์ดิจิทัลที่รัดกุมที่สุดในทุกสถานการณ์
สำหรับนักลงทุนระยะยาว แนะนำให้เลือก Crypto Wallet Hardware หรือ Cold Wallet เพราะมีระบบการจัดเก็บ Private Key ไว้ในอุปกรณ์ที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถป้องกันการโจมตีจากแฮกเกอร์และมัลแวร์ทางไซเบอร์ได้สูงเกือบ 100% ซึ่งหัวใจสำคัญคือการที่สินทรัพย์ของคุณจะถูกเคลื่อนย้ายได้ก็ต่อเมื่อมีการกดยืนยันผ่านตัวอุปกรณ์จริงเท่านั้น จึงเหมาะสำหรับการเก็บสะสมสินทรัพย์ดิจิทัลจำนวนมากในระยะยาว แม้ว่าการทำธุรกรรมแต่ละครั้งอาจจะมีขั้นตอนที่มากกว่า Hot Wallet แต่ความอุ่นใจที่ได้รับนั้นถือว่าคุ้มค่าอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาความมั่งคั่งให้คงอยู่ปลอดภัยจากการถูกโจรกรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ
การพิจารณาระบบความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะในโลกของสินทรัพย์ดิจิทัลการทำธุรกรรมที่ผิดพลาดหรือการถูกโจรกรรมข้อมูลมักจะไม่สามารถดึงเงินกลับคืนมาได้เหมือนระบบธนาคารทั่วไป จึงควรเลือก Crypto Wallet ที่ปกป้องความเป็นส่วนตัวและรักษาทรัพย์สินของคุณให้ปลอดภัยจากการถูกคุกคามในทุกรูปแบบ
Hot Wallet หรือ Crypto Wallet App ควรเน้นระบบความปลอดภัยที่เน้นการใช้งานจริง เช่น การยืนยันตัวตนหลายชั้น (2FA) และระบบ Biometrics แต่เนื่องจากเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตตลอดเวลา ผู้ใช้จึงต้องหมั่นตรวจสอบการอนุญาตเข้าถึงกระเป๋า (Revoke Permissions) จากเว็บไซต์ต่าง ๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปิดช่องโหว่ไม่ให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้
Cold Wallet หรือ Crypto Wallet Hardware ควรเน้นที่ชิปนิรภัย (Secure Element) และการทำงานแบบออฟไลน์ 100% พร้อมสำรอง Seed Phrase ใส่แผ่นโลหะหรือกระดาษเท่านั้น โดยพิจารณาจากมูลค่าสินทรัพย์และการรองรับเหรียญที่ครอบคลุม เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการเก็บรักษาทรัพย์สินระยะยาว
Crypto Wallet App เช่น Exodus หรือ MetaMask สามารถตรวจสอบได้โดยตรงผ่านเมนู Add Asset หรือการค้นหาชื่อเหรียญในแอป เพื่อเช็กว่ารองรับเครือข่าย (Network) ที่คุณต้องการใช้งานหรือไม่ โดยเฉพาะ MetaMask ที่เน้นสาย EVM เป็นหลัก การเช็กก่อนโอนจะช่วยป้องกันความเสี่ยงจากการที่เหรียญไม่แสดงผลในกระเป๋า
Crypto Wallet Hardware เช่น Ledger หรือ Trezor ควรตรวจสอบรายชื่อเหรียญที่รองรับ (Supported Assets) ผ่านหน้าเว็บไซต์หลักของผู้ผลิตก่อนตัดสินใจซื้อ เนื่องจากบางรุ่นอาจจำกัดการรองรับเหรียญเฉพาะทางหรือต้องการซอฟต์แวร์เสริมในการจัดการ เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์สามารถเก็บรักษาและจัดการสินทรัพย์ทุกตัวในพอร์ตของคุณได้อย่างสมบูรณ์
การพิจารณาค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ช่วยให้คุณบริหารต้นทุนในการเคลื่อนย้ายและซื้อขายสินทรัพย์ได้อย่างแม่นยำ ป้องกันการสูญเสียผลกำไรโดยไม่จำเป็นจากการโอนผิดจังหวะ หรือการเลือกเครือข่ายที่มีค่าบริการสูงเกินมูลค่าของธุรกรรมที่คุณต้องการทำ
ค่าธรรมเนียมเครือข่าย (Network Fee) เป็นค่าใช้จ่ายที่ต้องจ่ายให้กับนักขุดหรือผู้ตรวจสอบเครือข่ายบล็อกเชน เพื่อประมวลผล ตรวจสอบความถูกต้อง และเพิ่มธุรกรรมของคุณลงในบล็อกเชน ทำให้การโอนคริปโตเกิดขึ้นได้จริง โดยค่าธรรมเนียมนี้จะแตกต่างกันไปตามความแออัดของเครือข่าย ประเภทของบล็อกเชน และความเร็วในการยืนยันที่เลือก เช่น Bitcoin, Ethereum ใช้หน่วย Satoshi หรือ vB, Gwei
ค่าธรรมเนียม Exchange เป็นค่าบริการที่กระดานเทรดเรียกเก็บเมื่อมีการซื้อขายหรือถอนเหรียญออกไปยัง Wallet ส่วนตัว ซึ่งแต่ละแพลตฟอร์มจะมีเรตที่ต่างกัน การพิจารณาส่วนนี้จะช่วยให้คุณเลือกใช้ Exchange ที่คุ้มค่ากับปริมาณการเทรด และวางแผนการถอนเหรียญแบบรวมยอดเพื่อลดการจ่ายค่าธรรมเนียมซ้ำซ้อน
การเลือกจากความสะดวกและความง่ายในการใช้งาน ช่วยให้คุณเริ่มต้นเข้าสู่โลกคริปโตได้อย่างราบรื่น ลดอุปสรรคในการทำธุรกรรม และป้องกันความผิดพลาดพื้นฐานที่อาจนำไปสู่การสูญเสียสินทรัพย์อย่างถาวร จึงควรเลือก Crypto Wallet ที่มีลักษณะดังนี้
Crypto Wallet App ควรเลือกแอปที่มีการออกแบบหน้าจอ (UI/UX) ที่เป็นมิตรกับผู้ใช้ มีฟีเจอร์พื้นฐานอย่างการสแกน QR Code เพื่อโอนเหรียญ และมีระบบการกู้คืนบัญชีที่เข้าใจง่าย รวมถึงมีการจัดหมวดหมู่เหรียญและประวัติทำธุรกรรมที่ดูได้สะดวก เพื่อให้คุณจัดการพอร์ตโฟลิโอได้รวดเร็วในทุกที่ทุกเวลา
Crypto Wallet Hardware ควรเลือกอุปกรณ์ที่สามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนหรือคอมพิวเตอร์ได้ง่ายผ่าน Bluetooth หรือสาย USB และมีซอฟต์แวร์จัดการ เช่น Ledger Live ที่ช่วยให้การอัปเดตเฟิร์มแวร์และการตรวจสอบยอดเหรียญเป็นเรื่องง่ายไม่ยุ่งยาก
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
TREZOR Crypto Wallet รุ่น Model T | ![]() | เด่นสุดในตลาด Hardware Wallet เป็นแนวหน้าด้านความปลอดภัย | ||
Blockchain.com Crypto Wallet โดย Blockchain.com | ![]() | หนึ่งใน Hot Wallet ที่ดีที่สุดของวงการ สะดวก ครบ จบในตัวเดียว | ||
Ledger Crypto Wallet รุ่น Nano S | ![]() | Hardware Wallet สุดฮอต ความปลอดภัยสูง รับหลายสกุลเหรียญ | ||
Electrum Crypto Wallet โดย Electrum | ![]() | มุ่งเน้นเก็บ Bitcoin มีชื่อเสียงในด้านความปลอดภัยสูง น่าเชื่อถือ | ||
SafePal Crypto Wallet รุ่น S1 | ![]() | บางแบบบัตรเครดิต ตัวเล็กแต่รองรับได้เยอะ พร้อมความปลอดภัยสูง | ||
Coinbase Crypto Wallet โดย Coinbase | ![]() | ใช้งานง่าย เชื่อมต่อแอปเทรดได้ และเก็บ Digital Assets ได้ด้วย | ||
SecuX Crypto Wallet รุ่น W20 | ![]() | ปกป้อง 360 องศา ทั้งภายนอกและภายใน ให้หน้าจอสัมผัสใช้ง่าย | ||
Exodus Crypto Wallet โดย Exodus | ![]() | สะดวกและเป็นมิตรกับผู้ใช้งาน ทำธุรกรรมครบจบในหนึ่งเดียวได้ | ||
CoolWallet Crypto Wallet รุ่น Pro | ![]() | โดดเด่นเน้นไซซ์เท่าบัตรเครดิต มีหน้าจอสถานะ รองรับหลายสกุล | ||
Mycelium Crypto Wallet โดย Mycelium | ![]() | เน้นเก็บ Bitcoin หน้าแอปสวยงาม โอนถอนเร็ว รองรับ Hardware |
Trezor Model T เป็น Hardware Wallet ที่โดดเด่นที่สุดในตลาด Cryptocurrency ณ ตอนนี้ มาพร้อมกับคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยม อย่างการเชื่อมต่อผ่าน USB Type C ที่ทำให้รองรับทั้งคอมพิวเตอร์และสมาร์ทโฟน อีกทั้งวัสดุแบบ Tamper-proof ป้องกันการงัดแงะ อีกทั้งความปลอดภัยของ Trezor ยังเหนือกว่าหลายเจ้า ระบบประมวลผลและคำสั่งเป็นแบบ Open Source ที่สามารถตรวจสอบความปลอดภัยได้ทุกบรรทัด พร้อมกับ PIN ที่ทำงานบนหน้าจอสัมผัส รวมถึงเวลาทำธุรกรรมที่ต้องกดหน้าจอค้างเพื่อการันตีอีกด้วยครับ
ใครที่เข้าสู่วงการ Cryptocurrency มานานย่อมรู้จัก Blockchain.com เป็นอย่างดี เพราะถือว่าเป็นตัวเทรดที่มีมานานตั้งแต่ 2011 และเป็นตลาดซื้อขายแรก ๆ ก็ว่าได้ ตัว Wallet จาก Blockchain เองก็มีความน่าเชื่อถือสูง รองรับทรัพย์สินดิจิทัลหลากหลายรูปแบบ รองรับหลายสกุลเหรียญ และมีระบบ Rewards ที่นำไปใช้เพื่อกระบวนการชำระเงินกลางแล้วนำมาคืนในรูปแบบดอกเบี้ย พร้อมความสะดวกในการทำธุรกรรม ไม่ว่าจะเป็นการซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน เชื่อมต่อกับแอปเทรดได้อย่างไร้รอยต่อ
หากพูดถึง Hardware Wallet ที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลกในขณะนี้ ก็ต้องมี Ledger Nano S เป็นหนึ่งในตัวเลือกดังกล่าว เพราะขนาดที่เล็ก รูปทรงคล้าย Flash Drive พกพาสะดวก อีกทั้งยังมีระบบความปลอดภัยสูง ผ่านมาตรฐาน CC EAL 5+ ระดับอุตสาหกรรม พร้อมระบบตั้งรหัสผ่าน PIN 8 หลัก และยังมี Recovery Phase ถึง 24 คำ มั่นใจในความปลอดภัยได้เป็นอย่างดี พร้อมอีกจุดเด่นสำคัญคือรองรับแทบทุกเหรียญ Crypto ที่นิยมในตลาด จึงเหมาะอย่างมากสำหรับนักลงทุนมือใหม่ที่ต้องการถือครองหลายสกุลเหรียญครับ
Electrum เป็น Software Wallet ตัวแรก ๆ ในวงการ Cryptocurrency ที่พัฒนาเมื่อปี 2011 ซึ่งมุ่งเน้นการสร้าง Private Key สำหรับการรักษา Bitcoin โดยเฉพาะ เป็นที่น่าชื่อถือมานับสิบปี และยังมีชื่อเสียงที่ดีด้วย ถึงแม้ว่าจะมีข้อจำกัดที่ไม่รองรับ Key สำหรับสกุลเหรียญตัวอื่น ๆ แต่ก็ได้ระบบความปลอดภัยขั้นสูงมาใช้ สามารถรักษา Private Key ได้อย่างอุ่นใจโดยไม่อัปโหลด Private Key ของเราเข้าเซิร์ฟเวอร์แต่อย่างใด จึงเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดของวงการในปัจจุบัน
ราคาคุ้มค่าและมาพร้อมดีไซน์แบบบัตรเครดิต ต้องนึกถึง SafePal S1 แม้ว่าจะมีขนาดเพียงบัตรเครดิต แต่ว่ามาตรฐานการทำธุรกรรม รวมถึงความสะดวกสบายก็ไม่น้อยหน้าใคร เพราะสามารถเชื่อมต่อผ่าน QR Code ร่วมกับโทรศัพท์บนระบบ Android และ iOS ได้เป็นอย่างดี มีหน้าจอสีที่แสดง QR Code และปุ่มกดสำหรับสั่งการ อีกทั้งยังรองรับเหรียญแต่ละสกุลได้มากกว่า 20,000 เหรียญ ที่สำคัญยังได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ EAL 5+ จากทั้งหมด 7 ระดับ ซึ่งถือว่าสูงมากครับ
เพียงแค่ดาวน์โหลด Private Key ก็สามารถอยู่ในมือได้อย่างปลอดภัย รองรับการใช้งานบนหน้าเว็บเดสก์ท็อป และหากคุณมีบัญชีเทรดของ Coinbase อยู่แล้ว ก็สามารถนำมาเชื่อมต่อกับ Coinbase Wallet เพื่อเชื่อมโยงในการทำธุรกรรมของเหรียญ Crypto ได้ โดยที่ตัว Wallet นั้นใช้การเข้ารหัสและการเขียนโค้ดโปรแกรมที่มีความปลอดภัยในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถตรวจสอบผ่าน GitHub ได้สำหรับนักพัฒนา นอกจากนี้ ยังรองรับการจัดเก็บสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ NFT ด้วยเช่นกันครับ
คุณสมบัติการปกป้องแบบ 360 องศา ทั้งชิปประมวลผลของ Wallet ที่ออกแบบมาเพื่อต่อต้านการแฮกคุณภาพระดับทางทหาร อีกทั้งยังมีการเข้ารหัส การป้องกันการทำลาย การป้องกันการทำรายการด้วยการยืนยันตัวตนแบบคู่กับอุปกรณ์เทรด ภายนอกเป็นวัสดุที่แข็งแรงทนทาน ด้วยฟีเจอร์ตัวอย่างเหล่านี้ ทำให้เพียงพอที่จะทำให้เชื่อได้ว่า SecuX W20 นั้นปกป้องทุกส่วน นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับหน้าจอแบบสัมผัสที่ทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวก รองรับ ERC20 และ BEP20 รวมถึงอีกหลายสกุลเหรียญอีกด้วย
หากพูดถึงแพลตฟอร์ม Wallet ที่ได้รับความนิยมมากตัวหนึ่งก็คงหนีไม่พ้น Exodus ที่อยู่คู่เหล่านักขุดมานานพอสมควร เนื่องจากมีหน้าตาของแอปและโปรแกรมที่ใช้งานง่ายมาก เหมาะสำหรับผู้ใช้และนักลงทุนทุกระดับ รองรับหลายแพลตฟอร์มทั้งบนสมาร์ทโฟนและคอมพิวเตอร์ ทั้งยังเป็นพาร์ทเนอร์ของ Trezor แบรนด์ Hardware Wallet ชื่อดัง และยังสะดวกสบาย ด้วยความสามารถในการทำธุรกรรมหลากหลายรูปแบบได้ เช่น การซื้อขาย Cryptocurrency การรับและส่ง Digital Assets ต่าง ๆ เป็นต้นครับ
CoolWallet Pro ชูจุดเด่นในด้านความบางเบาและกะทัดรัด ด้วยไซซ์ที่มีมิติกว้างยาวเท่าบัตรเครดิต ทำให้สามารถใช้งานควบคุมดูแลความปลอดภัยของเหรียญ Crypto ที่คุณถือครองได้ตลอดเวลา อุ่นใจ ด้วยระบบยืนยันตัวตน 2 + 1 ขั้นตอน ที่มีทั้งการสร้าง PIN และการแสกนใบหน้าหรือลายนิ้วมือบนสมาร์ทโฟน รวมถึงมีการยืนยันด้วยการกดปุ่มบน Wallet ทุกครั้งที่มีการทำธุรกรรม พร้อมหน้าจอบอกสถานะที่ช่วยให้ทำงานได้ราบรื่น รองรับสกุลเหรียญต่าง ๆ มากมาย เช่น BTC, XRP เป็นต้น
จุดเด่นสำคัญที่สุดของ Mycelium คือการเป็น Crypto Wallet ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บ Bitcoin โดยเฉพาะ ทำให้ระบบนั้นเสถียร รวดเร็ว และสะดวกในการจัดเก็บ มาพร้อมหน้าตา User Interface ที่สวยงามแบบไม่ซับซ้อน เน้นความคล่องตัว ให้รายละเอียดและความปลอดภัยที่ครบครัน โอนถอนทำธุรกรรมรวดเร็ว สามารถเลือกความเร็วในการทำธุรกรรมได้โดยแลกกับค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับ Hardware Wallet อย่าง Trezor หรือ Ledger ได้อีกด้วยครับ
Crypto Wallet สามารถถอนเงินได้ แต่ต้องทำผ่านกระดานเทรด (Exchange) หรือแพลตฟอร์มที่รองรับ เช่น Bitkub, Orbix หรือ Binance TH ซึ่งต้องแปลงคริปโตเป็นเงินบาท (THB) หรือสกุลเงินทั่วไปก่อน แล้วจึงถอนเข้าบัญชีธนาคาร นอกจากนี้ยังสามารถโอนคริปโตไปยังกระเป๋าอื่นได้ทันที โดยต้องระบุที่อยู่กระเป๋าปลายทางให้ถูกต้องและตรวจสอบเครือข่ายให้ตรงกัน เพื่อป้องกันความเสี่ยงในการสูญเสียสินทรัพย์อย่างถาวรจากการโอนผิดช่องทาง
การโอนเหรียญเข้า Crypto Wallet สามารถทำได้โดยการกดรับที่อยู่กระเป๋า (Receive Address) จาก Wallet ของเรา แล้วนำไปวางในช่องถอนของต้นทาง ส่วนการโอนออกคือการนำที่อยู่จากปลายทางมาใส่ในช่องส่ง (Send) ของ Wallet เราเอง โดยทั้งสองกรณีต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่าเลือกเครือข่ายตรงกันทั้งต้นทางและปลายทาง พร้อมทั้งสำรองเหรียญหลักไว้เป็นค่าแก๊สเพื่อให้ธุรกรรมสำเร็จ
เรายังมีบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Crypto Wallet อื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการเลือกซื้อที่แตกต่างกันออกไป โดยสามารถอ่านเพิ่มเติมได้จากบทความด้านล่างนี้
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































