




การลงทุนในกองทุนต่างประเทศ ถือเป็นทางเลือกในการลงทุนสำหรับคนที่สนใจตลาดเศรษฐกิจต่างประเทศ เพราะถ้าให้ไปลงทุนโดยตรงด้วยตัวเองก็อาจจะมีอุปสรรคทั้งในเรื่องของภาษาและความเข้าใจในประเทศนั้น ๆ โดยหนึ่งในกองทุนต่างประเทศที่ได้รับความนิยมอย่างสม่ำเสมอก็คือ กองทุนญี่ปุ่น อย่างที่เราทราบกันดีว่า ญี่ปุ่นถือเป็นยักษ์ใหญ่ทางด้านเศรษฐกิจที่ไม่ได้เป็นผู้นำในแถบเอเชียเท่านั้น แต่ยังจัดอยู่ในกลุ่มเศรษฐกิจที่สำคัญระดับโลกเลยทีเดียว
กองทุนญี่ปุ่นนั้นก็มีให้เลือกลงทุนในหลายกอง ซึ่งแต่ละกองนั้นมีความแตกต่างกันทั้งในเรื่องของรูปแบบในการบริหารกองทุน ดังนั้นเราจึงได้รวบรวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการพิจารณาเลือกกองทุนญี่ปุ่นเพื่อช่วยให้คุณมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกองทุนญี่ปุ่นได้ดียิ่งขึ้นพร้อมคำแนะนำจากนักวางแผนการเงินโดยเฉพาะ และยังนำเสนอ 10 อันดับ กองทุนญี่ปุ่นที่มีความน่าสนใจ ทั้งในเรื่องของผลตอบแทนและแนวทางในการลงทุนเพื่อให้คุณได้มีไอเดียในการเลือกเพิ่มขึ้นอีกด้วย
Top 5 กองทุนญี่ปุ่น
Krungthai Asset

เน้นหุ้นเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโต ให้ผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง
Krungsri Asset

ทำกำไรจากหุ้นขนาดเล็กที่ถูกมองข้าม แต่มีศักยภาพเติบโตสูง
Asset Plus

ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น เน้นหุ้นที่แกร่งทั้งในและนอกประเทศ
Kasikorn Asset Management

ผลการดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมจ่ายเงินปันผลหลายครั้งต่อปี

คุณปอยเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ จาก Assumption University และปริญญาโทจาก Northumbria University สาขา Design Management จากประเทศอังกฤษ หลังจากเริ่มทำงานคุณปอยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการเงิน การวางแผนภาษี รวมไปถึงการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต จึงเริ่มศึกษาหาประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ และเข้าอบรม รวมทั้งสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพอิสระมามากว่า 4 ปี ปัจจุบันคุณปอยมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในประเทศไทยและมีลูกค้าภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 50 คน สำหรับประเภทของแผนการเงินที่คุณปอยมีความชำนาญเป็นพิเศษ ได้แก่ แผนการออมเพื่อการเกษียณอายุ แผนการออมเพื่อการลดหย่อนภาษี แผนการออมเพื่อการศึกษาบุตรและแผนการเงินเพื่อการส่งต่อมรดก

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
แม้ว่าประเทศญี่ปุ่นจะเป็นประเทศจากหมู่เกาะเล็ก ๆ ในเอเชียตะวันออก แต่กลับกลายเป็นมหาอำนาจที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก เป็นรองเพียงจากประเทศสหรัฐอเมริกาและจีน โดยประเทศญี่ปุ่นนั้นจัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วเพราะมีพื้นฐานโครงสร้างของประเทศที่มีความเจริญก้าวหน้าและแข็งแกร่ง นอกจากนี้ญี่ปุ่นเองก็ยังมีอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีความโดดเด่น เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือยานยนต์ ซึ่งเลือกใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตที่มีความแม่นยำสูง
ตลาดหลักทรัพย์หรือตลาดหุ้นของญี่ปุ่นเองก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ตลาดหลักทรัพย์โตเกียวมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งมีบริษัทจดทะเบียนอยู่ในตลาดมากถึง 3,784 บริษัท โดยมีบริษัทใหญ่ ๆ ที่หลายคนคงจะรู้จักกันดีอย่าง Toyota, Honda และ Mitsubishi อีกทั้งยังมีดัชนีชี้วัดที่สำคัญอย่าง Nikkei 225 และ TOPIX โดย Nikkei 225 จะแสดงถึงมูลค่าการซื้อขายของ 225 บริษัทชั้นนำในญี่ปุ่น นอกจากตลาดหลักทรัพย์โตเกียวแล้วญี่ปุ่นเองก็ยังมีตลาดหลักทรัพย์อื่น ๆ อย่าง ตลาดหลักทรัพย์นะโงะยะ, ฟุกุโอะกะ และซัปโปะโระอีกด้วย
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นเติบโตอย่างมั่นคงและเสถียร การลงทุนในกองทุนญี่ปุ่นถือเป็นช่องทางที่ตอบโจทย์ได้ดี อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะมีผู้จัดการคอยช่วยบริหารกองทุนแต่ก็มีหลายสิ่งที่คุณต้องรู้และเข้าใจเพื่อจะได้ทำให้คุณเลือกกองทุนญี่ปุ่นที่เหมาะสมกับผลตอบแทนที่คุณคาดหวังและความเสี่ยงที่คุณยอมรับได้
กองทุนญี่ปุ่นในแต่ละกองทุนก็เหมือนกับกองทุนทั่ว ๆ ไปที่จะมีรูปแบบการบริหารกองทุนแตกต่างกัน โดยแบ่งออกได้เป็น 2 รูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบนั้นจะมีกลยุทธ์ที่ต่างกันทำให้มีความเสี่ยง ผลตอบแทนและค่าธรรมเนียมที่ไม่เท่ากัน
กองทุนแบบ Passive Management ที่ที่ลงทุนในประเทศญี่ปุ่นบ้านเราส่วนใหญ่ก็จะเป็นกองทุนที่อิงกับดัชนี Nikei225 และ TOPIX ทำให้ไม่ต้องอาศัยการบริหารของผู้จัดการกองทุนมากเท่าใดนัก บางกองทุนอาจจะเลือกใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยจัดสรรการลงทุนให้โดยอัตโนมัติ การลงทุนในกองทุนญี่ปุ่นแบบ Passive นั้นมีข้อดีคือมีค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการบริหารกองทุนต่ำ อีกทั้งยังกระจายการลงทุนไปยังหุ้นที่อิงกับดัชนีของตลาด ไม่ได้กระจุกตัวอยู่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง จึงมีความเสี่ยงต่ำด้วย แต่การบริหารกองทุนในรูปแบบนี้จะลดโอกาสในการทำกำไรในช่วงตลาดซบเซาครับ
สำหรับกองทุนแบบ Active นั้นก็คือกองทุนที่มีนโยบายลงทุนแบบเชิงรุก หรือก็อธิบายแบบให้เข้าใจง่ายก็คือผู้บริหารกองทุนจะเน้นสร้างผลตอบแทนให้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนีที่อ้างอิงนั่นเองครับ ซึ่งกองแบบ Active จะคอยหาจังหวะที่เหมาะสมในการซื้อ-ขาย เพื่อทำผลตอบแทนให้ดีกว่าค่าเฉลี่ยครับ แต่ว่ากองทุนรูปแบบนี้จำเป็นต้องใช้ความเชี่ยวชาญของผู้บริหารกองทุนคอยดูทิศทางตลาดและคอยดูจังหวะที่เหมาะสมในการเข้าลงทุนหรือขายเพื่อทำกำไร เพราะฉะนั้นกองทุนแบบ Active จึงมีค่าธรรมเนียมบริหารที่สูงกว่าแบบ Passive นั่นเองครับ
กองทุนญี่ปุ่นในไทยโดยส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมในต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง ซึ่งกองทุนรวมในต่างประเทศเหล่านี้มักจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่าและมีการจัดเรทติ้งที่มีมาตรฐาน แต่ลักษณะการเข้าซื้อกองทุนรวมในต่างประเทศเหล่านี้ก็ยังแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
หากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนญี่ปุ่นในไทยนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศเพียงกองเดียว เราจะเรียกกองทุนแบบนี้ว่า Feeder Fund โดยบางครั้งอาจจะเรียกกันว่า Master Fund ข้อดีคือคุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดและแนวทางในการลงทุนของกองทุนต่างประเทศได้ง่ายจาก Fund Fact Sheet แต่ทั้งนี้การลงทุนในกองทุนรวมเพียงกองเดียวก็ย่อมจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เนื่องจากไม่ได้กระจายการลงทุนไปยังหลาย ๆ ส่วนนั่นเอง
ถ้าหากบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนญี่ปุ่นในไทยนำเงินไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศหลาย ๆ กอง เราจะเรียกกองทุนในลักษณะนี้ว่า Fund of Funds เพื่อให้มีสถานะลงทุนในหลักทรัพย์ที่หลากหลาย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงโดยรวมลง สำหรับหลักเกณฑ์ในการพิจารณาการลงทุนนั้นอาจจะมาจากอุตสาหกรรมที่คล้ายหรือแตกต่างกันก็ได้แล้วแต่ดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนญี่ปุ่นดังกล่าว ข้อดีคือหากนำไปลงทุนในกองทุนรวมในต่างประเทศที่มีความแตกต่างกันก็อาจจะช่วยกระจายความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น หรือเพิ่มโอกาสในการทำกำไรมากขึ้น ทั้งนี้ก็ย่อมแลกมาด้วยค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการบริหารกองทุนที่เพิ่มขึ้นด้วย
เศรษฐกิจของญี่ปุ่นนั้นถูกขับเคลื่อนด้วยอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ดังนั้นแนวทางในการลงทุนของกองทุนญี่ปุ่นในแต่ละกองก็จะมีความแตกต่างกันไปด้วย บางกองทุนอาจจะเลือกลงทุนในอุตสาหกรรมเด่น ๆ เป็นหลัก ได้แก่ อุตสาหกรรมที่มีการส่งออกมากอย่างอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมยานยนต์หรืออุตสาหกรรมเครื่องจักร อีกทั้งยังมีอุตสาหกรรมที่อิงกับอุปสงค์อุปทานของประชากรในประเทศญี่ปุ่น อย่างการเงิน ดิจิทัล การสื่อสาร หรือสินค้าอุปโภคบริโภคในประเทศ บางกองทุนอาจจะเน้นเลือกหุ้นจากบริษัทใหญ่ ๆ เช่น Toyota, Sony, Daikin, Keyence, Nippon Telegraph & Telephone หรือ Softbank เป็นต้น
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
- | Krungthai Asset กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดเคแทม เจแปน อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดจ่ายเงินปันผล (KT-JAPAN-D) | ![]() | เน้นหุ้นเล็กที่มีศักยภาพในการเติบโต ให้ผลตอบแทนสูงต่อเนื่อง | |
- | Krungsri Asset กองทุนญี่ปุ่น กรุงศรีเจแปนสมอลแคปอิควิตี้ปันผล (KF-JPSCAPD) | ![]() | ทำกำไรจากหุ้นขนาดเล็กที่ถูกมองข้าม แต่มีศักยภาพเติบโตสูง | |
- | Asset Plus กองทุนญี่ป่น กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASP-NGF) | ![]() | ให้ผลตอบแทนที่โดดเด่น เน้นหุ้นที่แกร่งทั้งในและนอกประเทศ | |
- | Kasikorn Asset Management กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดเค ญี่ปุ่น (K-JP) | ![]() | ผลการดำเนินงานดีอย่างต่อเนื่อง พร้อมจ่ายเงินปันผลหลายครั้งต่อปี | |
- | SCB Asset กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล (SCBNK225) | ![]() | ได้รับ 5 ดาวจาก Morningstar ลงทุนตามดัชนีใหญ่ Nikkei 225 | |
- | One Asset กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิด วรรณ อัลติเมท เจแปน อิควิตี้ หน่วยลงทุนชนิดสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (ONE-UJE-RA) | ![]() | เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนด้วยการลงทุนผ่าน 3 กองทุนหลัก | |
- | TMBAM Eastspring กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดทหารไทย Japan Equity (TMBJE) | ![]() | ลงทุนในหุ้นที่มีคุณภาพ พื้นฐานดี อิงตาม Nikkei 225 เป็นหลัก | |
- | Tisco Asset Management กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิด ทิสโก้ เจแปน แอคทีฟ อิควิตี้ (TISCOJPA) | ![]() | กระจายการลงทุนใน 2 กองทุนหลัก ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม | |
- | Principal กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดพรินซิเพิล เจแปนนิส อิควิตี้ (PRINCIPAL JEQ) | ![]() | ลงทุนใน Master Fund สร้างผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนี TOPIX | |
- | UOB Asset Management กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เจแปน สมอล แอนด์ มิด แคป ฟันด์ (UOBSJSM) | ![]() | ไม่มีขั้นต่ำในการซื้อ เน้นลงทุนในบริษัทเล็กถึงกลางที่มีโอกาสเติบโต |
เป็นกองทุนญี่ปุ่นที่ใช้ Feeder Fund คือ Henderson Horizon Fund – Japanese Smaller Companies Fund ซึ่งได้ 4 ดาวจาก Morningstar เน้นการลงทุนในหุ้นของกลุ่มบริษัทญี่ปุ่นที่มีขนาดเล็กแต่มีศักยภาพในการเติบโตสูงในอนาคต แม้มองดูผิวเผินแล้วอาจจะมีความเสี่ยงเพราะไม่ได้เลือกลงทุนในบริษัทใหญ่ แต่จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาทำให้เห็นได้สูงกว่าดัชนีมาตรฐานของตลาด สามารถฟื้นตัวจากความผันผวนได้รวดเร็ว นอกจากนี้ยังมีนโยบายในการจ่ายเงินปันผลอีกด้วย
กองทุนญี่ปุ่นที่เลือกเฟ้นหาหุ้นขนาดเล็กที่มีพื้นฐานแกร่งและสามารถทำผลงานได้ดีเยี่ยมในอนาคต โดยเลือกใช้ Feeder Fund คือ MUFG Japan Equity Small Cap Fund ซึ่งบริหารงานภายใต้กลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น การคัดเลือกหุ้นในพอร์ตของผู้จัดการกองทุนนี้ได้ประเมินศักยภาพเพื่อดูว่าบริษัทไหนจะสามารถขึ้นมาเป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้บ้าง เพื่อให้ผู้ลงทุนทำกำไรในระยะยาว ที่สำคัญยังมีการจ่ายปันผลจึงทำให้ผู้ลงทุนได้ผลตอบแทนเพิ่มจากการถือหน่วยลงทุนด้วยครับ
กองทุนญี่ปุ่นที่ใช้การบริหารแบบ Active ลงทุนในกอง Feeder Fund อย่าง Nippon Growth (UCITS) Fund ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนทั้งในหุ้นของบริษัทที่แข็งแกร่งทั้งในและนอกประเทศ ดังนั้นจึงมีการกระจายการลงทุนไปยัง Sector ที่หลาย ๆ กองทุนอาจจะมองข้ามเพื่อช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับผู้ลงทุนมากขึ้น จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้นถือว่าสร้างผลตอบแทนที่เหนือกว่า Benchmark อย่าง TOPIX ได้ กองทุนนี้มีหุ้นเด่น ๆ ในพอร์ตอย่าง Itochu Corp และ Fujifilm Holdings ครับ
กองทุนญี่ปุ่นจากกสิกรไทยมี Feeder Fund คือ Schroder International Selection Fund Japanese Equity, Class A Acc โดยมีจุดประสงค์ในการสร้างผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าดัชนี TOPIX กระจายการลงทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงอย่างเช่นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า การสื่อสารและเทคโนโลยี โดยมีหุ้นเด่น ๆ คือ Keyence Corp และ Nippon Telegraph & Telephone ให้ผลตอบแทนที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งมีการจ่ายปันผลเพิ่มรายได้ให้ผู้ลงทุนด้วยครับ
กองทุนญี่ปุ่นแบบ Passive Management เลือกอ้างอิงจากดัชนีใหญ่อย่าง Nikkei 225 เป็นหลัก ทำให้ได้ผลดำเนินงานที่ใกล้เคียงกับสภาพของตลาดเศรษฐกิจญี่ปุ่นโดยรวมซึ่งมีความเติบโตอย่างต่อเนื่อง เหมาะสำหรับคนที่อยากจะ Play Safe เพราะตลาดญี่ปุ่นเองก็มีขนาดใหญ่ ดังนั้นจึงมีความผันผวนสูง การลงทุนตามดัชนีก็จะช่วยลดความเสี่ยงดังกล่าวได้ ที่สำคัญ กองทุนนี้ยังได้รับ 5 ดาวจาก Morningstar การันตีว่าสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้ดีรวมทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำอีกด้วย
กองทุนญี่ปุ่นแบบ Active และมีกองทุนหลักถึง 3 กอง คือ Goldman Sachs Japan Equity Partners Portfolio ซึ่งเน้นหุ้นของบริษัทขนาดกลางไปจนถึงใหญ่, Baillie Gifford Worldwide Japanese Fund ที่เน้นบริษัทชั้นนำ พื้นฐานแข็งแกร่งและมีความยั่งยืน และ Nomura Japan High Conviction ซึ่งเลือกเฟ้นหาบริษัทที่สามารถสร้าง ROE ให้กับผู้ลงทุนได้สูง ถือเป็นกองทุนน้องใหม่ที่มาแรงมาก ๆ สามารถทำผลการดำเนินงานได้ใกล้และเหนือกว่า Benchmark อย่างดัชนี TOPIX สูงขึ้นเรื่อย ๆ
กองทุนญี่ปุ่นแบบ Passive Management โดยเลือกการอ้างอิงตามดัชนี Nikkei 225 เนื่องจากทางบริษัทจัดการหลักทรัพย์เล็งเห็นว่า เป็นดัชนีที่รวบรวมเอาหุ้นของบริษัทญี่ปุ่นที่มีพื้นฐานแข็งแกร่งและมีการเติบโตอย่างยั่งยืน จึงช่วยสร้างผลตอบแทนได้สม่ำเสมอในระยะยาว จากผลการดำเนินงานที่ผ่าน ๆ มา ทำให้เห็นได้เลยว่าสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ลงทุนได้ โดยแลกกับความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำ อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนที่น้อยอีกด้วย
กองทุนญี่ปุ่นที่มีการบริหารแบบ Active และเลือกลงทุนแบบ Fund of Funds โดยกระจายการลงทุนไปยัง 2 กองทุนหลักอย่าง JPMorgan Funds - Japan Equity Fund และ Lindsell Train Global Funds PLC - Japanese Equity Fund โดยเน้นทั้งบริษัทเล็กที่มีโอกาสในการเติบโต รวมไปถึงบริษัทที่มีศักยภาพแต่ถูกมองข้าม จัดสรรการลงทุนครอบคลุมอุตสาหกรรมหลาย ๆ ประเภท ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาอยู่ในระดับกลาง ๆ ในส่วนของการจัดการความเสี่ยงนั้นยังมีโอกาสขาดทุนอยู่ครับ
กองทุนญี่ปุ่นที่มี Feeder Fund หรือ Master Fund คือ T. Rowe Price Funds SICAV - Japanese Equity Fund เน้นลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหญ่ ๆ อย่างเครื่องใช้ไฟฟ้าและ IT มีหุ้นเด่น ๆ ที่น่าสนใจคือ Softbank ซึ่งถือเป็นบริษัทด้านโทรคมนาคมตัวท็อปของญี่ปุ่น กองทุนนี้สามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงต่าง ๆ ได้เหนือกว่า Benchmark ซึ่งก็คือดัชนี TOPIX เล็กน้อย เพราะมีหลายช่วงที่ไม่สามารถเอาชนะดัชนีดังกล่าวได้ อีกทั้งยังไม่มีนโยบายในการจ่ายปันผลด้วยครับ
กองทุนญี่ปุ่นที่เน้นลงทุนใน United Japan Small and Mid Cap Fund ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ UOB เน้นกระจายการลงทุนให้กับบริษัทขนาดเล็กและกลางที่มีโอกาสเติบโตในอนาคตเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว โดยเน้นการลงทุนให้กับกลุ่ม Industrials และ IT ที่ยังถือเป็นจุดแข็งของเศรษฐกิจญี่ปุ่น มีผลการดำเนินงานที่เหนือกว่า Benchmark มาโดยตลอด แต่มีความสามารถในการควบคุมความเสี่ยงในระดับปานกลาง ทำให้ได้ผลตอบแทนที่อาจจะน้อยกว่าที่คาดหวังครับ
หากพูดถึงประเทศญี่ปุ่นนั้น นอกจากจะเป็นประเทศที่มีสวยงามน่าเที่ยวแล้ว ก็ยังมีนวัตกรรมต่าง ๆ ที่ก้าวหน้าจึงมีหลายคนคิดอยากจะลงทุนแต่ก็อาจจะมีคำถามอยู่ ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันครับ

ตลาดญี่ปุ่นจัดว่าเป็นตลาดที่มีความมั่นคง แต่การเติบโตอาจจะไม่ได้หวือหวามากนัก ซึ่งหากนักลงทุนต้องการลงทุนในกองทุนญี่ปุ่น ส่วนตัวผมว่าสามารถลงทุนได้ เพราะตลาดมีความน่าสนใจแต่ก็ยังเป็นตลาดต่างประเทศที่มีความเสี่ยงสูง เพราะฉะนั้นควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุนนะครับ

ปัจจุบัน ตลาดญี่ปุ่นยังคงเป็นประเทศที่น่าลงทุน เพราะเศรษฐกิจของญี่ปุ่นมีมูลค่าเป็นอันดับ 3 ของโลก มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีระบบการศึกษาที่พัฒนา และมีมาตรฐานสินค้าสูงในตลาดโลก นอกจากนี้ ญี่ปุ่นก็ยังมีความโดดเด่นในตลาดอุตสาหกรรมการเงินที่ยังคงมีความแข็งแกร่งและมีความสามารถในการแข่งขันสูงในตลาดโลกอีกด้วยครับ
ถึงแม้ว่าญี่ปุ่นจะจัดอยู่ในกลุ่มของประเทศที่พัฒนาแล้ว แต่ก็ยังมีศักยภาพในการเติบโตขึ้นอย่างเรื่อย ๆ อีกทั้งยังสามารถฟื้นตัวจากความผันผวนต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการลงทุนในเศรษฐกิจของญี่ปุ่นเองก็ถือเป็นโอกาสที่ช่วยสร้างผลตอบแทนให้กับเงินลงทุนของคุณได้ ทั้งนี้กองทุนญี่ปุ่นจะเน้นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงเหมาะสำหรับคนที่สามารถถือหน่วยลงทุนในระยะยาวตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น ๆ ครับ
อันดับที่ : Krungthai Asset|กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดเคแทม เจแปน อิควิตี้ ฟันด์ ชนิดจ่ายเงินปันผล (KT-JAPAN-D)
อันดับที่ : Krungsri Asset|กองทุนญี่ปุ่น กรุงศรีเจแปนสมอลแคปอิควิตี้ปันผล (KF-JPSCAPD)
อันดับที่ : Asset Plus|กองทุนญี่ป่น กองทุนเปิดแอสเซทพลัสนิปปอนโกรท (ASP-NGF)
อันดับที่ : Kasikorn Asset Management|กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดเค ญี่ปุ่น (K-JP)
อันดับที่ : SCB Asset|กองทุนญี่ปุ่น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น ชนิดไม่จ่ายเงินปันผล (SCBNK225)
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































