10 กองทุนรวมหุ้น แนะนำ ปี 2026 ผลตอบแทนดี ทั้งแบบปันผล ไม่ปันผล
กองทุนรวมหุ้น หรือเรียกว่ากองทุนรวมตราสารทุน (Equity Fund) เป็นหนึ่งในประเภทของกองทุนรวมที่ลงทุนในตราสารทุนต่าง ๆ เช่น หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ มากกว่า 80% ของมูลค่าสุทธิรวมของกองทุนค่ะ ซึ่งกองทุนรวมหุ้นมีจุดเด่นที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นกว่ากองทุนส่วนใหญ่ในตลาดทุน อย่างไรก็ตาม หลายคนคงมีความสงสัยว่า จะลงทุนในกองทุนรวมหุ้นอย่างไรให้มีโอกาสทำกำไรได้อย่างเหมาะสม รวมถึงสงสัยว่าจะเลือกกองทุนรวมหุ้นที่เหมาะสมกับตัวเองได้อย่างไรอีกด้วยค่ะ
สำหรับวันนี้เราจะมาเจาะลึกถึงรูปแบบและวิธีการพิจารณากองทุนรวมหุ้นที่น่าสนใจกันค่ะ อย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่าหุ้นนั้นมีความผันผวนสูง แต่ก็มีหลายกองทุนรวมหุ้นที่มีราคาเริ่มต้นต่ำ ซึ่งก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงการลงทุนในหุ้นได้นั่นอง ในบทความนี้ เราจะมาแนะนำ นโยบายการลงุทนของกองทุนรวมหุ้น วิธีการเลือกกองทุนรวมหุ้น พร้อมคำแนะนำจากนักวางแผนการเงิน และยังมี 10 กองทุนรวมหุ้นที่มีผลตอบแทนดี มาให้รับชมเพิ่มเติมกันด้วย

คุณปอยเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ จาก Assumption University และปริญญาโทจาก Northumbria University สาขา Design Management จากประเทศอังกฤษ หลังจากเริ่มทำงานคุณปอยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการเงิน การวางแผนภาษี รวมไปถึงการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต จึงเริ่มศึกษาหาประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ และเข้าอบรม รวมทั้งสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพอิสระมามากว่า 4 ปี ปัจจุบันคุณปอยมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในประเทศไทยและมีลูกค้าภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 50 คน สำหรับประเภทของแผนการเงินที่คุณปอยมีความชำนาญเป็นพิเศษ ได้แก่ แผนการออมเพื่อการเกษียณอายุ แผนการออมเพื่อการลดหย่อนภาษี แผนการออมเพื่อการศึกษาบุตรและแผนการเงินเพื่อการส่งต่อมรดก

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
กองทุนรวมหุ้น Active Fund กับ Passive Fund ต่างกันอย่างไร ?

กองทุนรวมหุ้นมีนโยบายการลงทุนอยู่ 2 รูปแบบ แบบแรกคือแบบ Active Fund ผู้จัดการกองทุนจะพยายามบริหารกองทุนให้ทำกำไรเท่ากับหรือมากกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ซึ่งมักจะนิยมใช้ดัชนีหุ้นของตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องเป็นเกณฑ์ เช่นกองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนในหุ้นไทยจะนิยมใช้ดัชนี SET50 เป็นเกณฑ์ และเมื่อสภาพตลาดอยู่ในช่วงขาลง ผู้จัดการกองทุนจะปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยงและการขาดทุน อย่างไรก็ตาม กองทุนประเภทนี้จะมีค่าธรรมเนียมกองทุนที่สูงค่ะ
กองทุนอีกประเภทก็คือ Passive Fund เป็นกองทุนที่มีลักษณะการบริหารจัดการตรงกันข้ามกับประเภท Active Fund เพราะกองทุนแบบนี้จะเน้นการบริหารทั่วไปโดยให้ลักษณะการลงทุนเป็นไปตามนโยบายลงุทนแรกเริ่ม ไม่มีการปรับเปลี่ยนตามสภาพเศรษฐกิจ ผลตอบแทนที่ได้จะเป็นไปตามดัชนีตลาดหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีข้อดีตรงที่ค่าธรรมเนียมกองทุนต่ำ แต่ต้องควรระวังการลงทุนในช่วงสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เพราะว่ากองทุนรวมหุ้นแบบนี้จะตกต่ำตามสภาพตลาดนั่นเองค่ะ
กองทุนรวมหุ้นนั้นเปรียบเสมือนเป็นกองกลางที่รวบรวมเงินลงทุนจากนักลงทุนรายย่อยเพื่อนำไปลงทุนในหุ้นเป็นหลัก แต่ละกองทุนจะมีนโยบายที่เหมือนและแตกต่างกันซึ่งนักลงทุนสามารถดูรายละเอียดของแต่ละกองทุนได้จาก Fund Fact Sheet ครับ
โดยภาพรวมแล้ว เราสามารถจำแนกกองทุนรวมหุ้นได้เป็น 4 ประเภทหลักคือ กองทุนรวมหุ้นในประเทศ กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ กองทุนรวมหุ้นตามอุตสาหกรรม และกองทุนรวมหุ้นดัชนี สำหรับนักลงทุนหน้าใหม่นั้น ผมแนะนำว่าควรศึกษาข้อมูลของแต่ละกองทุนให้ดีก่อนลงทุน เพราะกองทุนรวมหุ้นนั้นจัดว่าเป็นกองทุนชนิดที่มีความเสี่ยงสูง เหมาะกับผู้ที่มีความรู้ความเข้าใจวงจรของตลาดหุ้นและสามารถยอมรับความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้
วิธีการเลือกกองทุนรวมหุ้น
ถึงแม้ว่ากองทุนรวมหุ้นจะให้ผลตอบแทนที่มาก แต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกันค่ะ เราจึงจำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับกองทุนรวมหุ้นกองนั้น ๆ ให้ดีก่อนการลงทุนเสมอ ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการเลือกกองทุนกันเลยค่ะ
เลือกจากประเภทของกองทุนรวมหุ้น
กองทุนรวมหุ้นแต่ละกองนั้นมีความแตกต่างกันตามนโยบายหรือรูปแบบของการลงทุน ซึ่งจะส่งผลให้ได้ผลตอบแทนที่แตกต่างกันออกไปนั่นเองค่ะ และวันนี้เราขอแนะนำประเภทของกองทุนรวมหุ้นให้ทุกคนได้ศึกษา ดังต่อไปนี้ค่ะ
กองทุนรวมหุ้นในประเทศ

กองทุนรวมหุ้นที่เน้นลงทุนภายในประเทศ มีทั้งกองทุนหุ้นในประเทศที่เน้นลงทุนในหุ้นพื้นฐานดี หรือหุ้นขนาดใหญ่ มักเป็นธุรกิจที่มีความมั่นคงแล้วในระดับหนึ่ง เหมาะกับคนที่ต้องการกำไรจากการจ่ายเงินปันผล และอีกแบบคือ กองทุนรวมหุ้นในประเทศแบบที่เน้นลงทุนในหุ้นขนาดเล็กที่มีการเติบโตสูง แต่ก็มีความผันผวนทางด้านราคา ซึ่งเหมาะกับคนที่ต้องการกำไรจากส่วนต่างของราคาจากการขายคืนหน่วยลงทุนนั่นเองค่ะ นอกจากนี้ กองทุนประเภทนี้ยังลงทุนง่าย และสะดวกต่อการหาข้อมูลประกอบการตัดสินใจก่อนการลงทุน เพราะสินทรัพย์ที่กองทุนรวมหุ้นประเภทนี้ถืออยู่ส่วนใหญ่จะเป็นสินทรัพย์ภายในประเทศค่ะ
สำหรับกองทุนรวมหุ้นในประเทศนั้นจัดอยู่ในกลุ่มที่นักลงทุนสามารถหาข้อมูลและติดตามข่าวสารได้ง่าย ซึ่งกองทุนรวมหุ้นในประเทศนั้นมีให้เลือกหลากหลาย เช่น กองทุนที่เลือกลงทุนเฉพาะในกลุ่มหุ้นพื้นฐานดีและมีอัตราการเติบโตที่มั่นคง หรือกองทุนที่เลือกลงทุนในหุ้นบริษัทขนาดกลางที่มีโอกาสเติบโตสูงในอนาคต จากที่ยกตัวอย่างมา แม้ว่าจะเป็นกองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนในประเทศเดียวกัน แต่ก็จะมีความผันผวนที่แตกต่างกันค่อนข้างสูง เพราะฉะนั้น นักลงทุนจึงควรที่จะศึกษานโยบายของแต่ละกองทุนและทำความเข้าใจให้ดีก่อนลงทุนด้วยนะครับ
กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศ

เป็นกองทุนที่เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ต่างประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน เนื่องจากหุ้นต่างประเทศบางตัวเป็นหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีการเติบโตสูง อาจให้กำไรที่ค่อนข้างมากกว่าการลงทุนภายในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่นอกจากผลตอบแทนที่มากขึ้นแล้ว การลงทุนกับกองทุนรวมหุ้นต่างประเทศนั้นถือเป็นการกระจายการลงทุนออกนอกประเทศเพื่อลดความเสี่ยงจากเศรษฐกิจภายในประเทศ เพราะแต่ละประเทศก็มีสภาวะเศรษฐกิจที่แตกต่างกันออกไป แต่การลงทุนในกองทุนรวมประเภทนี้ก็จะมีความเสี่ยงในเรื่องของอัตราการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเกิดขึ้นนั่นเองค่ะ
กองทุนรวมหุ้นต่างประเทศจะมีทั้งแบบที่นำเงินไปลงทุนในหุ้นประเทศใดประเทศหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น สหรัฐอเมริกา จีน หรือเวียดนาม และยังมีกองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนในหุ้นในหลาย ๆ ประเทศรวมอยู่ในกองทุนเดียว สำหรับกองทุนรวมต่างประเทศนั้นจะมีทั้งกองทุนรวมที่นำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเอง และกองทุนที่นำเงินไปลงทุนผ่านกองทุนในประเทศนั้น ๆ อีกที หรือที่เราจะเรียกกันว่า Fund of Funds ซึ่งสำหรับกองทุนแบบ Fund of Funds นั้นจะมีข้อดีคือผู้ดูแลกองทุนจะมีความเชี่ยวชาญในการลงทุน ณ ประเทศนั้น ๆ มากกว่า แต่ข้อเสียก็คือจะมีค่าใช้จ่ายสองชั้น นั่นคือ ค่าธรรมเนียมจากกองทุนต้นทางและจากกองทุนที่เข้าไปลงทุนครับ
กองทุนรวมหุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรม

กองทุนรวมหุ้นประเภทนี้จะเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน อาทิ กลุ่มอุปโภคบริโภค, กลุ่มพลังงาน, กลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน, กลุ่มธุรกิจการเงิน แต่การลงทุนเฉพาะในแต่ละอุตสาหกรรมก็จะมีความผันผวนในการลงุทนแตกต่างกัน ทั้งจากภาวะเศรษฐกิจ สถานการณ์พิเศษ เช่น โรคระบาดอย่าง COVID-19 รวมถึงลักษณะเฉพาะตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม และยังมีความเสี่ยงเนื่องจากการลงทุนกระจุกตัวในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งอีกด้วยเช่นกันค่ะ ดังนั้น เราควรมีการกระจายความเสี่ยงโดยการลงทุนที่หลากหลายทางอุตสาหกรรมเพิ่มเติมด้วยค่ะ
กองทุนรวมหุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นจะเน้นลงทุนเฉพาะเจาะจงแค่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียว ที่นิยมกันในช่วงที่ผ่านมาก็เช่น กลุ่ม Healthcare, Technology และที่น่าจะกำลังเป็นกระแสร้อนแรงในช่วงนี้ก็คือ กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจโลกเสมือน หรือ Metaverse นั่นเอง สำหรับกองทุนรวมหุ้นตามกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นจัดว่าเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงมาก เนื่องจากการลงทุนจะไปกระจุกตัวแต่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียว ซึ่งหากกลุ่มอุตสาหกรรมนั้นได้รับผลกระทบทางลบ ก็จะส่งผลให้หุ้นในกลุ่มนั้นติดลบพร้อมกันหมดทั้งกลุ่มเลยนั่นเอง
กองทุนรวมหุ้นดัชนี

เป็นการลงทุนที่เน้นให้ได้ผลตอบแทนที่ใกล้คียงกับดัชนีตลาดหุ้นของแต่ละประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive Fund เช่นตามดัชนี SET 50 หรือ SET 100 ซึ่งเราจะไม่มีทางทำกำไรได้มากกว่าดัชนีของตลาดนั่นเองค่ะ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนแบบที่รับความเสี่ยงได้ปานกลางถึงสูง แต่ผลตอบแทนก็อาจจะไม่ได้มากเท่ากองทุนที่เป็นแบบ Active Fund ค่ะ ข้อควรระวังสำหรับกองทุนรวมหุ้นดัชนีคือ ในสภาวะตลาดขาลง กองทุนที่เป็นแบบ Passive Fund ก็มีโอกาสปรับตัวลงได้มาก แต่ข้อดีคือมีค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่ากองทุนรวมหุ้นแบบอื่น ๆ ค่ะ
สำหรับกองทุนรวมดัชนีหุ้น ถ้าแบบใกล้ตัวและเห็นได้บ่อย ๆ ก็จะเป็นกองทุนรวม SET 50 หรือ SET 100 ที่จะลงทุนเฉพาะหุ้น 50 หรือ 100 อันดับแรกบนกระดานแลกเปลี่ยนของ SET (Stock Exchange of Thailand) นั่นเอง กองทุนรวมประเภทนี้ความเสี่ยงจะน้อยกว่ากองทองรวมหุ้นประเภทอื่นเล็กน้อย เพราะว่าหุ้น 100 อันดับแรก จัดว่าเป็นหุ้นที่มีความต้องการในตลาดสูง และแต่ละบริษัทจัดว่าเป็นบริษัทที่มั่นคงและมีแนวโน้มในการเติบโตที่ดีครับ
ตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนรวมหุ้น

การพิจารณาดูผลการดำเนินการและผลตอบแทนย้อนหลังในอดีต จะสะท้อนถึงสภาพตลาดที่มีต่อกองทุนรวมหุ้น รวมถึงยังช่วยให้เราเห็นถึงความสามารถของผู้จัดการกองทุนในการบริหารความเสี่ยง ซึ่งผลงานที่ผ่านมาจะเป็นตัวช่วยคาดการณ์ผลตอบแทนที่เป็นไปได้ในอนาคต เพื่อให้เหมาะสมกับเป้าหมายการลงทุนของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนระยะสั้น ไม่เกิน 5 ปี หรือการลงทุนระยาวกว่า 5 ปีนั่นเองค่ะ
และถึงแม้ว่าผลการดำเนินงานจะไม่สามารถบอกอนาคตได้ว่ากองทุนรวมหุ้นนี้จะดีไปตลอด แต่ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่บอกแนวโน้มการทำกำไรอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงเป็นตัวบ่งชี้ทิศทางสภาพตลาดในอนาคตอีกด้วยค่ะ และด้วยภาวะตลาดและปัจจัยต่าง ๆ ที่ส่งผลให้ผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละปีนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไม่เท่ากัน ดังนั้นเราจึงต้องพิจารณาถึงผลกระทบที่มีต่อกองทุนนั้นด้วย เพื่อให้เราเลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนที่ดีและสม่ำเสมอได้นั่นเองค่ะ
แม้ว่าการศึกษานโยบายลงทุนของแต่ละกองทุนรวมนั้นทำให้เราเข้าใจได้ว่าแต่ละกองทุนจะนำเงินของเราไปลงทุนในอะไร แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือการตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังของแต่ละกองทุนรวมด้วย ซึ่งข้อมูลส่วนนี้ก็สามารถหาดูได้จาก Fund Fact Sheet เช่นกันครับ และแน่นอนว่าผลการดำเนินงานในอดีต ไม่สามารถการันตีผลตอบแทนในอนาคตได้ แต่อย่างน้อยเราก็ยังพอที่จะสามารถคาดการณ์และเห็นภาพของความผันผวนในแต่ละกองทุนได้นั่นเอง
10 กองทุนรวมหุ้น แนะนำ ผลตอบแทนดี ทั้งแบบปันผล ไม่ปันผล
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | |
|---|---|---|---|
1 | SCB Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์ | ![]() | |
2 | One Asset management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดวรรณ อัลติเมท โกลบอล โกรว์ธ | ![]() | |
3 | Krungthai Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดเคแทม ไชน่า เอแชร์ อิควิตี้ ฟันด์ | ![]() | |
4 | Principal Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดพรินซิเพิล เวียดนาม อิควิตี้ A | ![]() | |
5 | Kasikorn Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน Unhedged | ![]() | |
6 | TMB Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิด ทหารไทย US500 Equity Index | ![]() | |
7 | BBL Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิดบัวหลวงโกลบอลอินโนเวชั่นและเทคโนโลยี | ![]() | |
8 | We Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิด วี อีโวลูชั่น ออฟ เซมิคอนดักเตอร์ | ![]() | |
9 | Krungsri Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิด กรุงศรีโกลบอลเทคโนโลยีอิควิตี้ | ||
10 | Tisco Asset Management กองทุนรวมหุ้น กองทุนเปิด ทิสโก้ สแตรทิจิก ฟันด์ | ![]() |
กระจายพอร์ตในกลุ่มธุรกิจสำคัญ เน้นลงทุนในประเทศพัฒนาแล้ว
SCBPGF เป็นกองทุนที่มีจุดเด่นด้านการลงทุนในหลากหลายธุรกิจที่สำคัญ ซึ่งในปัจจุบันจะเฉลี่ยการลงทุนที่กลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ธุรกิจสุขภาพ และสาธารณูปโภคเป็นสัดส่วนใกล้เคียงคัน กองทุนนี้บริหารงานแบบ Passive เนื่องจากเป็นกองทุนแบบ Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศอีกทอดหนึ่ง สร้างผลตอบแทนที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล่านี้ในประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งช่วยสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนเพื่อผลตอบแทนระยะยาวมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
ลงทุนในหุ้นเติบโตทั่วโลก แสดงผลการดำเนินงานที่ดีอย่างต่อเนื่อง
กองทุนที่เป็นที่พูดถึงสำหรับใครหลาย ๆ คนในตอนนี้เลยก็ว่าได้ สำหรับกองทุน ONE-UGG-RA ที่มีกองทุนหลักคือ Baillie Gifford Long Term Global Growth Fund บริหารโดย Baillie Gifford เป็นกองทุนที่เน้นลงทุนแบบมีความเสี่ยงในต่างประเทศ ซึ่งจะเน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทที่มีนวัตกรรม เทคโนโลยี และการเติบโตสูงในอนาคต โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่ที่ลงทุนจะเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมประเภท Consumer Services, Technology และ Consumer Goods ถือว่าเป็นกองทุนที่มีแนวโน้มสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาวค่ะ
กองทุนเน้นการเติบโตของจีน ลงทุนกองใหญ่ในกลุ่มธุรกิจพื้นฐาน
กองทุน KT-Ashares เป็น Feeder Fund ที่ลงทุนในกองทุน Allianz China A-Shares เป็นหลัก ซึ่งกองทุนนี้มีจุดเด่นที่การลงทุนจะมุ่งเน้นไปยังกลุ่มหุ้นพื้นฐานที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในจีน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค กลุ่มภาคธุรกิจการเงินและการธนาคาร ซึ่งเป็นกลุ่มหุ้นที่มีการผันผวนในตลาดที่ไม่สูงเกินไป และกองทุน KT-Ashares เน้นการอิงการบริหารของกองทุน Allianz ซึ่งเป็นแบบ Active ที่เน้นการทำกำไรในช่วงตลาดขาขึ้นนั่นเองค่ะ
ขยายโอกาสทำกำไรกับตลาดเติบโตในเวียดนาม ผลงานโตน่าดึงดูด
เวียดนามเป็นประเทศที่กำลังเติบโตในแง่ของตลาดหุ้นเป็นอย่างมาก เพราะว่าเวียดนามมีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูง มีค่า P/E ที่ต่ำ ซึ่งสะท้อนโอกาสในการเติบโตได้มากกว่านี้ในอนาคต ซึ่งกองทุนรวมหุ้น PRINCIPAL VNEQ-A นั้นเน้นการลงทุนในกองทุนต่างประเทศที่มีสัดส่วนลงทุนในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจด้านความปลอดภัย ซึ่งเป็นหัวใจของการเติบโตในเวียดนาม ณ ขณะนี้ ซึ่งกองทุนนี้ที่เปิดเมื่อ 4 ปีก่อนก็ยังคงทำกำไรได้อย่างต่อเนื่อง เป็นหนึ่งในกองทุนที่น่าจับตามองมากค่ะ
เน้นกลุ่มยาและเทคโนโลยีสุขภาพ ใช้แผน Feeder Fund กองเดียว
กองทุน K-GHEALTH แบบ Unhedge หรือแบบที่ไม่ป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน จะเน้นการทุ่มเงินกองทุนลงกับกองทุน Global Healthcare ของ JPMorgan เพื่อสร้างโอกาสเติบโตที่สูงกว่าทั่วไป เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมยา เทคโนโลยีชีวภาพ และเทคโนโลยีด้านสุขภาพ มีพอร์ตที่โดดเด่นด้านผลกำไรในอดีตที่มากกว่า 39% นับตั้งแต่ตั้งกองทุน ซึ่งหากใครสนใจลงทุนในบริษัทดังอย่างเช่น AstraZeneca Bristol-Myers Squibb Johnson&Johnson หรือ Pfizer ก็ถือว่าน่าสนใจมากเลยค่ะ
เน้นลงทุนตามหุ้นตัวท็อปในดัชนี S&P 500 เติบโตตามเศรษฐกิจ
S&P 500 เป็นดัชนีหุ้นในสหรัฐอเมริกาที่คัดบริษัท 500 อันดับจากตลาดหุ้นอื่น ๆ ที่ใหญ่ที่สุดตามมูลค่าตลาดมาจัดอันดับและดัชนี ดังนั้น หุ้นที่อยู่ในดัชนี้ S&P 500 จึงเป็นที่น่าจับตามองและน่าลงุทนทั้งทางตรงและทางอ้อมเสมอ TMBAM จึงเลือกลงทุนแบบ Feeder Fund ในกองทุนต่างประเทศที่ลงทุนในกลุ่มหุ้น S&P 500 เพิ่มโอกาสทำกำไรตามการเติบโตของบริษัทชั้นนำมากมาย เช่น Microsoft Apple Meta (เดิมเรียก Facebook) Alphabet Amazon เป็นต้นค่ะ
เติบโตรวดเร็ว เน้นลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลก
ใครที่กำลังมองหากองทุนรวมหุ้นที่ลงทุนแบบเฉพาะเจาะจงในหมวดอุตสาหกรรม เราขอแนะนำกองทุนรวมหุ้นที่เน้นลงทุนกับอุตสาหกรรมประเภทเทคโนโลยี อย่างกองทุนรวมหุ้น B-INNOTECH โดยมีกองทุนหลักคือ Fidelity Funds - Global Technology Fund ซึ่งมีนโยบายการลงทุนในบริษัทชั้นนำทั่วโลก ที่มีการพัฒนาด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ และบริการ เพื่อความก้าวหน้าในการพัฒนาทางเทคโนโลยี ใครที่อยากลงทุนในหุ้นเทคระดับโลกอย่างเช่น Apple, Samsung Electronics และ Microsoft กองทุนนี้ถือว่าเป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีทีเดียวค่ะ
ลงทุนในบริษัท Semiconductors ทั่วโลก เน้นลงทุนบริษัทมีชื่อเสียง
กองทุน WE-EVOSEMI เป็นกองทุนที่เพิ่งเปิดตัวในปี 2021 ที่มีนโยบายการลงทุนที่มุ่งเน้นในกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิปและอุปกรณ์ Semiconductor โดยผ่านการลงทุนในตราสารทุนด้าน Semiconductor ในต่างประเทศ ได้แก่กองทุน VANECK SEMICONDUCTOR และ INVESCO DYNAMIC SEMICONDUCTOR ETF โดยมีสัดส่วนธุรกิจในสหรัฐอเมริกา ไต้หวัน และยุโรปเป็นหลัก ตัวอย่างธุรกิจที่มีชื่อเสียงได้แก่ Taiwan Semiconductor Manufacturing รวมถึง Nvidia และ Intel ซึ่งมีผลประกอบการที่โดดเด่นมากค่ะ
หุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ปรับเปลี่ยนแผนการลงทุนอย่างรวดเร็ว
กองทุนที่มีนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนในเรื่องของเทคโนโลยี มีแผนการลงทุนที่ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์โลกอย่างรวดเร็ว โดยมีกองทุนหลักคือ T.Rowe Price Funds Sicav - Global Technology Equity Fund ที่เน้นลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวกับการพัฒนาหรือใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีของบริษัทชั้นนำด้านเทคโนโลยีทั่วโลก รวมถึงตลาดเปิดใหม่ด้วย บริษัทชั้นนำที่หลายคนรู้จักก็อย่างเช่น Alibaba ซึ่งเป็นหุ้นเทคโนโลยีของจีนที่ดีที่สุดตัวหนึ่งเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ ยังมี Netflix บริการสตรีมมิ่งที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกอีกด้วย ถือว่าเป็นกองทุนที่น่าสนใจในระดับหนึ่งเลยค่ะ
ลงทุนในหุ้นไทยพื้นฐานแข็งแกร่ง วางแผนกลยุทธ์สู้ทุกสถานการณ์
ในภาวะตลาดเศรษฐกิจไทยที่เหมือนว่าจะเป็นขาลง แต่ก็ยังมีกองทุนรวมหุ้นไทยที่สร้างผลการดำเนินงานได้อย่างโดดเด่น นั่นก็คือ กองทุนรวมหุ้น TSF-A นั่นเองค่ะ ซึ่งมีนโยบายการลงทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นไทยที่มีโอกาสเติบโตสูงและมีพื้นฐานดี เช่น หุ้นกลุ่มเงินทุนและหลักทรัพย์, หุ้นกลุ่มปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ และหุ้นกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีกลยุทธ์การลงทุนที่ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์อยู่เสมอ เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมานับว่าเป็นกองทุนรวมหุ้นไทยที่แข็งแกร่งทีเดียวค่ะ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนรวมหุ้น
สำหรับนักลงทุนมือใหม่หลาย ๆ คน อาจจะเกิดข้อสงสัยหรือคำถามเกี่ยวกับกองทุนรวมหุ้นประเภทนี้อยู่ ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันค่ะ
กองทุนรวมหุ้นถือว่าเหมาะกับมือใหม่หัดลงทุนไหม ? ถ้าอยากเล่นควรรู้อะไรมาก่อนบ้าง ?
กองทุนรวมหุ้นนำไปลดหย่อนภาษีได้ไหม ?
มีกำหนดขั้นต่ำสำหรับการซื้อกองทุนรวมหุ้นหรือไม่ ? ตรวจสอบได้จากที่ใด ?
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































































