




ถ้าหากพูดถึงเรื่องการลงทุนแล้วถือว่าเป็นประเด็นที่ใครหลาย ๆ คนกำลังให้ความสนใจกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่กำลังวางแผนเก็บออมเงิน เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน, ไปเที่ยวต่างประเทศ, ซื้อบ้าน, ซื้อรถหรือบางคนอาจจะกำลังเก็บสะสมเงินไปใช้ในช่วงบั้นปลายชีวิตก็ตาม ซึ่งเหตุผลเหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผู้ลงทุนจำนวนมากตัดสินใจลงทุนในกองทุนกันค่อนข้างเยอะพอสมควรเลยค่ะ
และหนึ่งในการลงทุนอย่าง กองทุน SET50 เรียกได้ว่าเป็นกองทุนอีกประเภทหนึ่งที่ช่วยตอบโจทย์หลาย ๆ คนในการเก็บออมเงินให้ได้ผลตอบแทนในระยะยาวได้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว แต่สำหรับใครที่ต้องการลงทุนในกองทุน SET50 และยังไม่ทราบว่าควรเริ่มจากตรงไหนดี ในวันนี้ทางเราก็ได้รวบรวมวิธีการเลือกกองทุน SET50 พร้อมคำแนะนำจากนักวางแผนการเงินโดยเฉพาะ รวมถึง 10 อันดับ กองทุน SET50 ที่น่าสนใจมาฝากกันด้วยค่ะ
Top 5 กองทุน SET50
One Asset Management

ลงทุนแบบเชิงรุกให้ได้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนี SET50
MFC Asset Management

สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ SET50 และมีนโยบายจ่ายปันผล
Eastspring Investments

สำรองเงินยามเกษียณและใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้
Eastspring Investments

ให้ผลตอบแทนใกล้ SET50 ค่าธรรมเนียมต่ำและมีเงินปันผล

คุณปอยเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ จาก Assumption University และปริญญาโทจาก Northumbria University สาขา Design Management จากประเทศอังกฤษ หลังจากเริ่มทำงานคุณปอยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการเงิน การวางแผนภาษี รวมไปถึงการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต จึงเริ่มศึกษาหาประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ และเข้าอบรม รวมทั้งสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพอิสระมามากว่า 4 ปี ปัจจุบันคุณปอยมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในประเทศไทยและมีลูกค้าภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 50 คน สำหรับประเภทของแผนการเงินที่คุณปอยมีความชำนาญเป็นพิเศษ ได้แก่ แผนการออมเพื่อการเกษียณอายุ แผนการออมเพื่อการลดหย่อนภาษี แผนการออมเพื่อการศึกษาบุตรและแผนการเงินเพื่อการส่งต่อมรดก

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
กองทุน SET50 หรือ SET50 Index คือ ดัชนีราคาหุ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะคำนวณหุ้นสามัญจดทะเบียน 50 อันดับแรกที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือก สำหรับหุ้นที่จะสามารถเข้ามาอยู่ใน SET50 ได้จะต้องผ่านคุณสมบัติและกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้กำหนดไว้ อีกทั้งยังมีการพิจารณาปรับรายชื่อหุ้น 2 ครั้งต่อปีในช่วงเดือนมิถุนายนและเดือนธันวาคม
ดังนั้นหุ้นที่อยู่ในกองทุน SET50 จึงเรียกได้ว่าเป็นหุ้นที่มีมูลค่าราคาตลาดสูงและมีอิทธิพลต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นทั้งหมดเลยก็ว่าได้ ส่งผลให้ตัวหุ้นมีขนาดใหญ่และเป็นที่จับตามองของกลุ่มผู้นักลงทุนกันพอสมควรเลยค่ะ

ถ้าให้พูดถึงกองทุน SET50 สำหรับนักลงทุนชาวไทยแล้ว ก็เปรียบเสมือนกับการลงทุนที่ใกล้ตัวและหาความรู้ได้ง่ายครับ ก่อนที่จะไปพูดถึงรายละเอียดของกองทุน SET50 ผมอยากให้ผู้อ่านหรือนักลงทุนหน้าใหม่เข้าใจกับความว่า SET50 ก่อน ซึ่ง SET นั้นก็มาจาก "Stock Exchange of Thailand" หรือก็คือตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย SET50 ก็คือหุ้น 50 อันดับแรกที่อยู่บนกระดานซื้อ-ขายของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั่นเองครับ
ส่วนที่ผมบอกว่า SET50 นั้นหาข้อมูลได้ง่ายนั่นก็เพราะส่วนใหญ่แล้วบริษัท 50 อันดับแรกจะเป็นบริษัทที่พวกเราคนไทยคุ้นเคยกันดีอยู่แล้วนั่นเอง เช่น PTT, CPALL, CPF, AOT เป็นต้น
หลายคนก็คงจะทราบกันดีอยู่แล้วว่ากองทุน SET50 นั้นมีให้เลือกลงทุนหลากหลาย ดังนั้น เพื่อให้คุณสามารถเลือกกองทุนที่ดีและตอบโจทย์กับสไตล์การลงทุนของตนเองได้มากที่สุด เราจึงได้เตรียมข้อมูลต่าง ๆ ไว้ประกอบการตัดสินก่อนการลงทุนมาให้ศึกษากันด้วยค่ะ
ประเภทของกองทุน SET50 นั้นจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ Active Fund และ Passive Fund ซึ่งหลัก ๆ จะมีการใช้กลยุทธ์บริหารกองทุนที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้
Active Fund เป็นกองทุนที่บริหารแบบกลยุทธ์เชิงรุก โดยผู้บริหารกองทุนมีหน้าที่บริหารทุกอย่างเอง ตั้งแต่การคัดเลือกกองทุน, วิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ, อุตสาหกรรม, สินทรัพย์ไปจนถึงการเลือกช่วงเวลาซื้อขายที่เหมาะสม เพื่อให้กองทุนสามารถเอาชนะค่าเกณฑ์มาตรฐาน (Benchmark) หรือค่าดัชนีของตลาดนั่นเองค่ะ ตัวอย่างกองทุนแบบ Active Fund ได้แก่ 1AMSET50-RA, 1AMSET50, KFENS50-A เป็นต้น
สำหรับข้อดีของการลงทุนใน Active Fund ก็คือ ผู้ลงทุนสามารถปรับพอร์ตให้เหมาะกับสภาพเศรษฐกิจได้ อีกทั้งยังสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าค่าดัชนีตลาดและกองทุนแบบ Passive Fund ด้วยค่ะ

สำหรับกองทุน SET50 แบบ Active Fund นั้นก็คือกองทุนที่มีนโยบายลงทุนเฉพาะหุ้น 50 อันดับแรกที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และจะมีการบริหารกองทุนแบบเชิงรุก ถ้าอธิบายแบบให้เข้าใจง่ายก็คือผู้บริหารกองทุนจะเน้นสร้างผลตอบแทนให้ดีกว่าค่าเฉลี่ยของดัชนี SET50 นั่นเองครับ
ถ้าผู้อ่านเข้าไปดูข้อมูลบนเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่ www.set.or.th ก็จะเห็นว่ามูลค่าดัชนีที่คำนวณสำหรับ SET50 โดยเฉพาะ ซึ่งกองทุน SET50 แบบ Active Fund จะคอยหาจังหวะที่เหมาะสมในการซื้อ-ขาย เพื่อทำผลตอบแทนให้ดีกว่าค่าเฉลี่ยครับ แต่แน่นอนว่าการบริหารกองทุนในลักษณะนี้ต้องใช้ความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทุนแบบ Passive จึงทำให้กองทุนแบบ Active มีค่าบริหารกองทุนที่สูงกว่านั่นเองครับ
Passive Fund เป็นกองทุนที่บริหารแบบกลยุทธ์เชิงรับคือ เน้นการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับค่าดัชนีตลาด ซึ่งการลงทุนในกองทุนประเภทนี้จะไม่สามารถให้ผลตอบแทนมากกว่ากองทุนแบบ Active Fund และค่าดัชนีตลาดที่กำหนดไว้ได้ แต่เมื่อเทียบค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนแบบ Passive Fund จะมีค่าธรรมเนียมค่อนข้างถูกกว่า เนื่องจากผู้จัดการกองทุนไม่ต้องเสียเวลาคัดเลือกหุ้นที่จะลงทุนและบริหารกองทุนเอง ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีเงินลงทุนค่อนข้างจำกัด รวมไปถึงผู้ลงทุนที่หวังผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าค่ะ
สำหรับข้อควรระวังในการลงทุนแบบ Passive Fund ก็คือ หากตลาดหุ้นอยู่ในสภาวะขาลง กองทุนแบบ Passive Fund นี้จะไม่สามารถปรับพอร์ตตามสภาพตลาดที่เป็นอยู่ได้ จึงมีความเสี่ยงค่อนข้างมากที่ผลตอบแทนจะลดลงตามไปด้วย

ส่วนกองทุน SET50 แบบ Passive Fund นั้นก็คือกองทุนที่มีการบริหารกองทุนแบบเชิงรับที่จะเน้นให้กองทุนมีผลตอบแทนเฉลี่ยใกล้เคียงกับดัชนี SET50 มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้นั่นเอง เช่น หากดัชนี SET50 +5% กองทุนรวม SET50 ก็ควรมีผลตอบแทนที่ใกล้เคียงที่สุด เช่น 4.9%, 5%, หรือ 5.1% ซึ่งกองทุนแบบ Passive นั้นผู้บริหารกองทุนจะไม่ต้องคอยจับตาดูตลาดลงทุนมากเท่ากับแบบ Active Fund เลยทำให้ค่าบริหารกองทุน Passive นั้นจะถูกกว่าแบบ Active Fund ครับ
แต่ละกองทุนจะมีนโยบายการจ่ายผลตอบแทนที่แตกต่างกันไป ซึ่งจะมีทั้งกองทุนแบบจ่ายเงินปันผลและแบบไม่จ่ายปันผล ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับตัวผู้ลงทุนเองว่าต้องการรับผลตอบแทนจากกองทุนในรูปแบบไหน
การจ่ายเงินปันผลคือ กองทุนจะนำผลกำไรจากการลงทุนสินทรัพย์มาดำเนินการแจกจ่ายเป็นกระแสเงินสดให้แก่ผู้ลงทุน ซึ่งจำนวนยอดเงินปันผลยังขึ้นอยู่กับจำนวนเงินต้นของผู้ลงทุนและผลประกอบการของกองทุน โดยการจ่ายปันผลจะมีลักษณะคล้าย ๆ กับการจ่ายดอกเบี้ย แต่เงินปันผลที่ผู้ลงทุนได้รับจะต้องนำไปหักภาษี ณ ที่จ่าย 10% ส่งผลให้เงินปันผลอาจจะมีจำนวนลดลงตามไปด้วย
ดังนั้น จึงเหมาะกับผู้ลงทุนที่มีเงินก้อนใหญ่ คนเกษียณอายุหรือคนที่ไม่ได้ทำงานประจำแล้ว การเลือกกองทุนจ่ายเงินปันผลนับว่าเป็นการเพิ่มรายได้อีกหนึ่งช่องทางให้แก่ผู้ลงทุนสามารถมีกระแสเงินสดติดกระเป๋าใช้จ่ายได้อย่างสม่ำเสมอ

กองทุน SET50 จะมีทั้งแบบที่จ่ายเงินปันผลและแบบไม่จ่ายเงินปันผล หากเป็นแบบที่มีการจ่ายเงินปันผล นักลงทุนก็จะได้รับเงินปันผลออกมาก่อน อาจจะปีละครั้งหรือปีละสองครั้ง ขึ้นอยู่กับนโยบายของกองทุนที่เลือกลงทุนครับ สำหรับกองทุนแบบที่จ่ายเงินปันผลนั้น จะเหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการให้มีเงินหมุนเวียนเพื่อใช้ในชีวิตประจำวันหรืออาจจะมีความต้องการที่จะนำเงินปันผลไปลงทุนต่อมากกว่าครับ
สำหรับรูปแบบการไม่จ่ายเงินปันผลคือ กองทุนจะไม่นำผลกำไรจากการลงทุนสินทรัพย์ออกมาจ่ายให้แก่ผู้ลงทุน แต่จะนำกำไรที่ได้รับเหล่านั้นไปลงทุนต่อ เพื่อให้เงินลงทุนงอกเงยและมีผลตอบแทนเติบโตมากขึ้น หากผู้ลงทุนเพิ่มเงินลงทุนมากเท่าไร ก็จะยิ่งส่งผลให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันระดับความเสี่ยงก็จะสูงขึ้นด้วยเช่นกัน
กองทุนประเภทนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่ยังมีเงินลงทุนไม่มาก มีรายได้ประจำและยอมรับความเสี่ยงได้ เนื่องจากผู้ลงทุนจะต้องคอยเติมเงินลงทุนเข้าไปในพอร์ตเรื่อย ๆ และถ้ายิ่งสะสมเงินลงทุนระยะเวลานานเท่าไรก็จะส่งผลให้ได้ผลตอบแทนเป็นกอบเป็นกำมากขึ้น

สำหรับกองทุน SET50 แบบไม่จ่ายเงินปันผลนั้น เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการเงินหมุนเวียนและต้องการลงทุนแบบระยะยาวเพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุด เพราะว่ากองทุน SET50 แบบไม่จ่ายเงินปันผลนั้น กองทุนจะนำเงินปันผลที่ได้รับจากบริษัทที่กองทุนได้ถือหุ้นไว้ นำไปลงทุนเพิ่มเพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดจากมูลค่าของหุ้นที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคตครับ
อีกหนึ่งสิ่งที่ควรพิจารณาก่อนการตัดสินใจลงทุนนั่นก็คือ ค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ เพราะในแต่ละกองทุนมักจะมีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นค่าธรรมเนียมการขาย, การรับซื้อคืน, การสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน, ค่าธรรมเนียมการจัดการบริการและผู้ดูแลผลประโยชน์ รวมไปถึงค่าธรรมเนียมอื่น ๆ อีกมากมาย
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้อาจจะยังไม่ส่งผลกระทบในระยะเวลาอันสั้นนี้สักเท่าไร แต่สำหรับนักลงทุนคนไหนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวก็อาจจะทำให้เพิ่มภาระและค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงมากขึ้นเลยทีเดียว ฉะนั้น เพื่อป้องกันไม่ให้จำนวนผลตอบแทนของคุณลดทอนลงในอนาคต เราขอแนะนำให้เลือกกองทุน SET50 ที่มีค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมต่ำจะคุ้มค่ากับการลงทุนมากที่สุดค่ะ

สำหรับการตัดสินใจในการที่เราจะเลือกลงทุนในกองทุนใดกองทุนหนึ่งนั้น นอกจากนักลงทุนทุกคนจะต้องดูรายละเอียดของนโยบายการลงทุนและความเสี่ยงของกองทุนแต่ละชนิดอย่างถี่ถ้วนแล้ว นักลงทุนทุกคนก็ควรที่จะต้องพิจารณาค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการซื้อขายเข้ามาประกอบในการตัดสินใจลงทุนด้วย
ตามที่ได้เกริ่นไปด้านบนว่ากองทุนแบบ Active นั้นจะมีค่าบริหารกองทุนที่สูงกว่ากองทุนแบบ Passive ซึ่งนักลงทุนก็ควรที่จะพิจารณาจากผลการดำเนินงานในอดีตมาเป็นตัวตัดสินใจร่วมด้วย เช่น หากผลตอบแทนแบบ Active Fund เทียบกับ Passive Fund มีผลตอบแทนเฉลี่ยที่ใกล้เคียงกัน แต่กองทุน Active นั้นเก็บค่าบริหารกองทุนมากกว่าปีละ 1% ดังนั้นการเลือกลงทุนผ่านกองทุน Passive จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากว่านั่นเอง
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
- | One Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (1AMSET50-RA) | ![]() | ลงทุนแบบเชิงรุกให้ได้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าดัชนี SET50 | |
- | MFC Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เซ็ท 50 (M-S50) | ![]() | สร้างผลตอบแทนให้ใกล้เคียงกับ SET50 และมีนโยบายจ่ายปันผล | |
- | Eastspring Investments กองทุน SET50 กองทุนเปิดธนชาต SET50 เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-SET50RMF) | ![]() | สำรองเงินยามเกษียณและใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้ | |
- | Eastspring Investments กองทุน SET50 กองทุนเปิดธนชาต SET50 (T-SET50) | ![]() | ให้ผลตอบแทนใกล้ SET50 ค่าธรรมเนียมต่ำและมีเงินปันผล | |
- | Kasikorn Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 (K-SET50) | ![]() | มุ่งหวังผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี SET50 และมีค่าธรรมเนียมต่ำ | |
- | Krungthai Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิดกรุงไทย SET50 ชนิดสะสมมูลค่า (KT-SET50-A) | ![]() | ลงทุนโดยอ้างอิง SET50 และมี Tracking Error ไม่เกิน 1.5% | |
- | PRINCIPAL กองทุน SET50 กองทุนเปิดพรินซิเพิล เดลี่ เซ็ท 50 อินเด็กซ์ ชนิดสะสมมูลค่า (PRINCIPAL SET50-A) | ![]() | เน้นสร้างผลตอบแทนรวมกองทุนให้เคลื่อนไหวตามดัชนี SET50 | |
- | One Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิดไทยเด็กซ์เซ็ท 50 อีทีเอฟ (TDEX) | ![]() | ลงทุนแบบ Passive ให้ได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET50 | |
- | SCB Asset Management กองทุน SET50 กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 INDEX ชนิดสะสมมูลค่า (SCBSET50) | ![]() | ลงทุนขั้นต่ำเพียง 1 บาท และมีค่าธรรมเนียมของกองทุนที่ต่ำ | |
- | Krungsri Asset Management กองทุน SET50 กรุงศรีเอ็นแฮนซ์เซ็ท 50-สะสมมูลค่า (KFENS50-A) | ![]() | สะสมมูลค่าด้วยกลยุทธ์เชิงรุกให้ผลตอบแทนที่เหนือกว่า SET50 |
กองทุนตัวนี้ใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Active Management หรือแบบเชิงรุกให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยของกองทุนที่มากกว่าผลตอบแทนของดัชนี SET50 โดยจะยังลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ไม่ต่ำกว่า 80% แต่จะเลือกลงทุนใน 25 - 30 หุ้นเท่านั้น ไม่ได้ลงทุนครบทุกหุ้น เมื่อดูจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญจะพบว่ามีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสามัญ 97.89% ในขณะที่ทรัพย์สิน 5 อันดับแรกที่มีการลงทุนก็ไม่ได้อิงตามขนาดหรือมูลค่าทางการตลาดของหุ้น แต่จะอิงตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุนตามสถานการณ์ต่าง ๆ
ผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาของกองทุนนั้นจะน้อยกว่าดัชนีชี้วัดอย่าง SET50 โดยส่วนใหญ่ แต่ก็มีบางปีที่ทางกองทุนนั้นสามารถเอาชนะค่าดัชนีดังกล่าว และเมื่อเปรียบเทียบตั้งแต่จัดตั้งกองทุน ผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นก็มีมูลค่ามากกว่าดัชนี SET50 เปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนสูงสุดของกองทุนรวมในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลังจะอยู่ที่ -18.7% เพราะเป็นกองทุนแบบ Active Fund จึงมีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมกองทุนที่สูง 6.42% แต่เมื่อเรียกเก็บจริงก็ยังอยู่ที่ 0.66% มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุน แต่จะไม่เกิน 0.3%
กองทุนตัวนี้จัดอยู่ในกลุ่ม SET50 Index Fund ซึ่งลงทุนในหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อให้ได้ผลตอบแทนที่มีความใกล้เคียงกับดัชนี SET50 โดยเมื่อดูจากพอร์ตการลงทุนที่ผ่านมาจะพบว่า 98.72% ของสัดส่วนประเภททรัพย์สินที่ลงทุนนั้นจะเป็นหุ้นสามัญ และทรัพย์สิน 5 อันดับแรกที่มีการลงทุนมากที่สุดก็คือหุ้นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงเป็นลำดับต้น ๆ จากในกลุ่มดัชนี SET50 ด้วยเช่นกัน ทางกองทุนนี้ยังมีนโบายจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ที่ถือหน่วยลงทุนอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจ่ายต่อเนื่องอย่างเป็นประจำในทุกปี
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนนี้มีความใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัดในแทบทุกช่วง และในช่วงที่ดัชนีติดลบจากสภาวะขาลงของตลาดหุ้นไทย ทางกองทุนจะมีผลการดำเนินงานที่ติดลบน้อยกว่า และในช่วงระยะยาว 10 ปีนั้น ทางกองทุนดังกล่าวจะมีผลการดำเนินงานที่สูงกว่ามูลค่าของดัชนีชี้วัด และยังเป็นผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดจากกลุ่มกองทุนประเภทเดียวกันอีกด้วย และที่สำคัญกองทุนนี้เองก็ยังมีค่าใช้จ่ายที่ต่ำ โดยมีค่าธรรมเนียมเรียกเก็บจริงจากกองทุนรวมที่ไม่เกิน 0.62% และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อขายสับเปลี่ยนจากผู้ถือหน่วยลงทุน
กองทุน SET50 ตัวนี้จะเป็นในรูปแบบของกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF ด้วยเช่นกัน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้คุณสำรองเงินไว้ใช้ในยามเกษียณแล้วยังสามารถใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีได้ถ้าคุณถือหน่วยลงทุนครบถ้วนตามเงื่อนไขที่กำหนด กองทุนนี้มีนโบายลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 ไม่ต่ำกว่า 80% โดยพอร์ตการลงทุนของจริงที่ผ่านมาของกองทุนจะอยู่ที่ 98.65% และมีการควบคุม Tracking Error ซึ่งเป็นค่าความผันผวนที่เกิดขึ้นจากส่วนต่างระหว่างผลตอบแทนของกองทุนและผลตอบแทนของดัชนีให้อยู่ที่ไม่เกิน 3% ต่อปี
เมื่อเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัดอย่าง SET50 ทางกองทุนนั้นมีผลการดำเนินงานที่ใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว และในช่วง 6 เดือนไปจนถึง 1 ปีนั้น มีผลการดำเนินงานที่สูงกว่าดัชนี SET50 และยังมีมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย ในขณะที่ Tracking Error ของกองทุนนี้จะอยู่ที่ 1.36% ซึ่งถือว่าทำได้ตามเป้าหมายที่ทางกองทุนได้กำหนดเอาไว้ แม้กองทุนดังกล่าวจะมีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกองทุนอยู่ที่ไม่เกิน 3.68% แต่มีการเรียกเก็บจริงที่ 0.695% และยังยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนในทุกกรณี
กองทุน SET50 ตัวนี้มีนโยบายลงทุนในหุ้นสามัญที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 อยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV โดยมีเป้าหมายให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี SET50 และยังควบคุมให้ Tracking Error ระหว่างผลตอบแทนของกองทุนและผลตอบแทนของดัชนีดังกล่าว ไม่เกิน 3% ต่อปี จาก Fund Fact Sheet ของกองทุนที่ผ่านมานั้นมีการลงทุนในหุ้นสามัญ 98.31% และสัดส่วนทรัพย์สินที่ลงทุนมากเป็น 5 อันดับแรกของกองทุนก็เป็นหุ้นใน SET50 ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูง กองทุนนี้มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 2 ครั้ง
กองทุนนี้มีผลการดำเนินงานที่ใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด โดยในช่วงระยะเวลา 6 เดือนและ 1 ปี นั้นมีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัด SET50 ด้วยเช่นกัน ในขณะที่ Tracking Error ของผลตอบแทนกองทุนและดัชนี SET50 จะอยู่ที่ 1.12% ซึ่งถือว่าไม่เกินจากเป้าหมายที่กำหนดไว้ และยังเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานดีกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มมาในตลอดทุกช่วงระยะเวลา ทางกองทุนมีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับกองทุนที่ไม่เกิน 3.21% แต่เรียกเก็บจริง 0.65% มีการกำหนดค่าธรรมเนียมสำหรับซื้อขายสับเปลี่ยน แต่มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมดังกล่าวเมื่อเรียกเก็บจริง
กองทุนกสิกรตัวนี้มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive Management โดยมีเป้าหมายมุ่งหวังผลตอบแทนที่ใกล้เคียงกับผลตอบแทนรวมของดัชนี SET50 ด้วยการลงทุนในตราสารทุนเป็นหลักที่ไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV เมื่อพิจารณาดูจากสัดส่วนการลงทุนจากหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนดังกล่าวพบว่ามีการลงทุนในตราสารทุน 98.59% ของ NAV ซึ่งทรัพย์สินที่ลงทุนมากเป็น 5 อันดับแรกก็เป็นหุ้นสามัญที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงในกลุ่ม SET50 โดยได้แก่ Delta, AOT, PTTEP, ADVANC และ GULF
ทางกองทุนมีผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาย้อนหลัง 5 ปี น้อยกว่าดัชนีชี้วัดอย่างดัชนี SET50 แต่เมื่อเทียบกับ Tracking Error ที่เกิดจากส่วนต่างระหว่างกองทุนและดัชนีจะอยู่ที่ 0.86% ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำ และเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันมาโดยตลอดในทุกช่วง มีการกำหนดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกองทุนที่ไม่เกิน 1.64% แต่ที่ผ่านมามีการเรียกเก็บจริงที่ 0.67% ซึ่งก็ถือว่าน้อยด้วยเช่นกันเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน และยังมีการยกเว้นค่าธรรมเนียมในการขายและการโอนหน่วยลงทุน
กองทุน SET50 การันตี 3 ดาวจาก Morningstar ตัวนี้มีนโยบายลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ไม่ต่ำกว่า 80% ของ NAV แต่จะไม่ได้มีการลงทุนครบทั้ง 50 หุ้นที่อยู่ในดัชนีดังกล่าว อีกทั้งยังอาจจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าเพิ่มเติม เมื่อดูจากพอร์ตการลงทุนในรายงานที่ผ่านมานั้นพบว่ามีสัดส่วนของหุ้นสามัญ 99.05% ทางกองทุนมีกลยุทธ์การบริหารแบบ Passive Management ให้ใกล้เคียงดัชนี SET50 โดยจะมีการควบคุม Tracking Error ระหว่างผลตอบแทนของกองทุนและดัชนี SET50 ให้ไม่เกิน 1.5% ต่อปี
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นจะมีมูลค่าค่อนข้างใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด และในช่วงระยะ 1 ปีที่ดัชนีชี้วัดติดลบจากสภาวะขาลงของตลาด ทางกองทุนมีผลการดำเนินงานที่ติดลบน้อยกว่า มี Tracking Error ไม่เกิน 1% โดยอยู่ที่ 0.83% เท่านั้น และกองทุนนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันมาในตลอดทุกช่วงอีกด้วย กองทุนนี้จะมีนโยบายเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกองทุนที่ไม่เกิน 3.75% แต่เรียกเก็บจริงที่ 0.50% ในขณะที่ยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนในกรณีที่ซื้อขายสับเปลี่ยน
กองทุน SET50 ตัวนี้จะมีการบริหารกองทุนเชิงรับหรือ Passive Management มีนโยบายสร้างผลตอบแทนรวมให้เคลื่อนไหวตามผลตอบแทนของดัชนี SET50 ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญของตลาดหุ้นไทย โดยจะมีการลงทุนในหุ้นสามัญที่เป็นองค์ประกอบของดัชนีดังกล่าวไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุน แต่อาจจะไม่ได้ลงทุนในหุ้นครบทั้ง 50 หุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 จากพอร์ตการลงทุนของกองทุนนี้มีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นสามัญที่ 98.77% และ 5 อันดับทรัพย์สินที่มีการลงทุนสูงสุดก็เป็นหุ้นขนาดใหญ่เป็นลำดับต้น ๆ ในดัชนี SET50
เมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของกองทุนในอดีตและดัชนี SET50 พบว่าโดยส่วนใหญ่จะมีมูลค่าต่ำกว่าดัชนี SET50 แต่มี Tracking Error อยู่ที่ 0.86% ซึ่งถือว่าทำให้มีความแตกต่างระหว่างผลตอบแทนของกองทุนและดัชนี SET50 ที่ไม่มาก และมีบางช่วงที่ทางกองทุนนั้นมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่า SET50 ด้วยเช่นกัน ทางกองทุนมีการกำหนดค่าธรรมเนียมจากกองทุนรวมที่ไม่เกิน 3.45% แต่มีการเรียกเก็บจริงที่ 0.658% มีการกำหนดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนทุกกรณีที่ไม่เกิน 1.07% แต่ยังไม่มีการเรียกเก็บจริง
กองทุนนี้จะมีนโยบายลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นไม่ต่ำกว่า 80% โดยที่หุ้นเหล่านี้จะเป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 ทางกองทุนอาจจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เป้าหมายของกองทุนดังกล่าวนั้นต้องการผลตอบแทนที่มีความใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนี SET50 เมื่อพิจารณาตามเอกสารหนังสือชี้ชวนส่วนสรุปข้อมูลสำคัญของกองทุนจะพบว่ามีการลงทุนในหุ้นสามัญ 98.61% และทรัพย์สินที่ทางกองทุนมีการลงทุนมากเป็น 5 อันดับแรก ก็เป็นหุ้นใน SET50 ที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงในสัดส่วนที่เหมือนกับดัชนี SET50 ด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนในช่วงระยะเวลา 1 ปี จะมีมูลค่าติดลบน้อยกว่าดัชนี SET50 หรือเรียกได้ว่าขาดทุนน้อยกว่า ในขณะที่ช่วงอื่น ๆ จะมีมูลค่าต่ำกว่าดัชนี SET50 มี Tracking Error ที่ 0.84% จึงถือได้ว่าผลการดำเนินงานของกองทุนยังอยู่ในช่วงที่ใกล้เคียงกับดัชนี SET50 ทางกองทุนกำหนดเรียกเก็บค่าธรรมเนียมของกองทุนรวมที่ไม่เกิน 2.675% แต่เรียกเก็บจริงอยู่ที่ 0.5% ซึ่งถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน และยังมีการยกเว้นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนในกรณีซื้อขายสับเปลี่ยน
กองทุน SET50 ตัวนี้จัดอยู่ในกองทุน 4 ดาวจาก Morningstar มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive Management เพื่อให้มีผลการดำเนินงานที่ใกล้เคียงกับดัชนี SET50 โดยกองทุนนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารทุนเป็นสัดส่วนไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ ซึ่งจะเน้นเป็นหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ผ่านการจำลองการเคลื่อนไหวของดัชนีดังกล่าว และเมื่อดูจากพอร์ตการลงทุนจริง ๆ ของกองทุนนี้จะพบว่ามีการลงทุนในหุ้นมากถึง 99.51% และทรัพย์สินที่ลงทุนมากเป็น 5 อันดับแรก ก็คือหุ้นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงเป็น 5 อันดับแรก ๆ ของดัชนี SET50 ด้วยเช่นกัน
ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในอดีตของกองทุนดังกล่าวเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดอย่าง SET50 จะพบว่ามีความใกล้เคียงกัน และช่วงระยะเวลา 1 ปีที่ดัชนีชี้วัดดังกล่าวมีมูลค่าติดลบ ผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นก็ติดลบน้อยกว่า และยังมีผลการดำเนินงานที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยของกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกองทุนรวมอยู่ที่ไม่เกิน 2.14% แต่ที่ผ่านมามีการเรียกเก็บจริงที่ 0.63% และยกเว้นค่าธรรมเนียมในการซื้อขายสับเปลี่ยนอีกด้วย ผู้ที่สนใจลงทุนนั้นสามารถเริ่มต้นลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไปที่ 1 บาท
กองทุนนี้จะจัดอยู่ในกลุ่มกองทุนรวม Equity Large Cap ซึ่งจะลงทุนในหุ้นสามัญที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET50 ไม่ต่ำกว่า 80% โดยที่หลายคนก็เข้าใจกันดีว่า หุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี SET50 นั้นมักจะเป็นหุ้นที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงและยังมีปริมาณการซื้อขายในแต่ละวันที่มากด้วยเช่นกัน แต่กองทุนดังกล่าวจะเลือกใช้กลยุทธ์แบบ Active หรือเชิงรุกเพื่อคัดเลือกและกระจายการลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่เหนือกว่าผลตอบแทนของดัชนี SET50 ทางกองทุนจะเน้นสะสมมูลค่าของราคาหน่วยลงทุนจึงไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล
ผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนแบบปักหมุดนั้นมีช่วงที่สูงกว่าดัชนี SET50 ได้แก่ในช่วงระยะเวลา 6 เดือนและ 1 ปี ในขณะที่ช่วงอื่น ๆ จะมีมูลค่าต่ำกว่าดัชนี SET50 เล็กน้อย กองทุนนี้ยังมีเปอร์เซ็นต์ผลขาดทุนสูงสุดของกองทนรวมในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลังที่ -40.07% มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากกองทุนรวมของจริงอยู่ที่ 0.88% และยังไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนในกรณีที่มีการซื้อขายสับเปลี่ยนหน่วยลงทุน แต่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการโอนหน่วยอยู่ที่ 10 บาทต่อ 1,000 หน่วย
สำหรับนักลงทุนหลาย ๆ คนที่อาจจะยังมีข้อสงสัยในเรื่องกองทุน SET50 อยู่ ไม่ว่าจะเรื่องของค่าธรรมเนียมหรือการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ในวันนี้ เรามีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันค่ะ

สำหรับค่าธรรมเนียมของกองทุน SET50 ที่เห็น ๆ กันในตลาดนั้นจะไม่ได้สูงมาก ซึ่งกองทุนแบบ Passive นั้น ค่าธรรมเนียมการบริหารจะอยู่ที่ประมาน 0.5 - 0.6% ส่วนแบบ Active ก็จะสูงกว่าหน่อยอยู่ที่ประมาน 0.9 - 1% ครับ

สำหรับผู้อ่านที่ต้องการลงทุนในกองทุน SET50 เพื่อนำไปลดหย่อนภาษี ปัจจุบันก็มีกองทุนให้เลือกสรรมากมาย เพียงแต่ให้เลือกลงทุนในกองทุน SET50 ที่ต่อท้ายด้วย SSF หรือ RMF ด้วยนะครับ

ถ้าถามว่ากองทุน SET50 นั้นเหมาะสำหรับมือใหม่หัดลงทุนมั้ย โดยส่วนตัวผมเองคิดว่าเป็นชนิดของกองทุนที่น่าสนใจเหมาะกับการเริ่มหัดลงทุน เพราะหุ้น 50 อันดับแรกของ SET นั้นเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีความมั่นคงและมีศักยภาพในการแข่งขันที่สูงเมื่อเทียบกับคู่แข่ง จึงทำให้ความผันผวนมีไม่มากนักเมื่อเทียบกับกองทุนที่ลงทุนในหุ้นชนิดอื่น แต่ว่านักลงทุนมือใหม่ก็ควรที่จะมีการศึกษาและทำเข้าใจลักษณะของกองทุนให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุนด้วยนะครับ
สำหรับใครที่สนใจลงทุนในกองทุน SET50 จะเห็นได้ชัดเลยว่ามีข้อดีคือ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลางถึงระยะยาวได้ดีพอสมควร เมื่อเทียบกับการลงทุนในหลักทรัพย์บางประเภท แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้ลงทุนก็ควรที่จะตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในระหว่างลงทุน ดังนั้น ก่อนจะตัดสินใจลงทุนอะไรก็ตามควรจะประเมินระดับความเสี่ยงที่คุณสามารถรับได้ รวมไปถึงการพยายามศึกษาหาข้อมูลกองทุนเหล่านั้นให้ดีและละเอียดรอบคอบทุกครั้งด้วยนะคะ
อันดับที่ : One Asset Management|กองทุน SET50 กองทุนเปิด วรรณเอเอ็มเซ็ท 50 ชนิดไม่จ่ายเงินปันผลสำหรับผู้ลงทุนทั่วไป (1AMSET50-RA)
อันดับที่ : MFC Asset Management|กองทุน SET50 กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เซ็ท 50 (M-S50)
อันดับที่ : Eastspring Investments|กองทุน SET50 กองทุนเปิดธนชาต SET50 เพื่อการเลี้ยงชีพ (T-SET50RMF)
อันดับที่ : Eastspring Investments|กองทุน SET50 กองทุนเปิดธนชาต SET50 (T-SET50)
อันดับที่ : Kasikorn Asset Management|กองทุน SET50 กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 (K-SET50)
คลิกที่นี่สำหรับการจัดอันดับคำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































