




กองทุน SCB เป็นบริษัทในเครือของกลุ่มธนาคารไทยพาณิชย์ (SCBX) ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรือสินทรัพย์ทางเลือกอื่น ๆ ตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุน SCB มีให้เลือกหลากหลาย จึงควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน, ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาในการลงทุน
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกกอง SCB ที่เหมาะสำหรับลดหย่อนภาษี สำหรับสภาพคล่องสูง สำหรับลงทุนระยะยาว และสำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล พร้อมคำแนะนำจากคุณสุดารัตน์ บริสุทธนะกุล นักวางแผนการเงิน นอกจากนี้ยังมี 10 กองทุน SCB ที่มีทั้งกองทุน RMF / TESG, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนปันผลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 กองทุน SCB
บลจ. ไทยพาณิชย์

กองทุนระดับ 5 ดาว ความเสี่ยงปานกลาง แต่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่อง
บลจ. ไทยพาณิชย์

เลือกหุ้นจาก 3 อุตสาหกรรมใหญ่โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด CROCI
บลจ. ไทยพาณิชย์

ลงทุนในหุ้นอเมริกาแบบง่าย ๆ ผ่านดัชนีของตลาดหุ้น S&P500
บลจ. ไทยพาณิชย์

ใช้ Nikkei225 เป็นเกณฑ์ในการลงทุน พร้อมรับปันผลต่อเนื่อง

คุณแอนจบการศึกษา Chemical Engineering จาก Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP Executive Program สอบผ่านระดับ Distinction จากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตัวแทนประกัน และผู้แนะนำการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินครอบครัว แผนทุนการศึกษา แผนการออมเงินและการลงทุน แผนโอนย้ายความเสี่ยง วิเคราะห์และออกแบบประกันอย่างเหมาะสม แผนส่งต่อมรดกและภาษีมรดก เป็นต้น คุณแอนมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความผิดพลาดในอดีต มาช่วยให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกัน และการทำให้เงินเติบโตด้วยการลงทุน อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง มั่งคั่ง และดำเนินชีวิตตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างสบายใจ เพราะคนที่เริ่มและรู้ตัวก่อนย่อมได้เปรียบ และการเงินเป็นเรื่องสำคัญของทุกชีวิต

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
การเลือกกองทุน SCB จะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เลือกกองทุน SCB ได้ตรงกับ เป้าหมายในการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
การเลือกประเภทกองทุน SCB ตามเป้าหมายการลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ต่างกัน จึงมีข้อควรพิจารณาดังนี้
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ ระยะสั้นต่างประเทศ (ชนิดสะสมมูลค่า) - SCBFST | ![]() | กองทุนระดับ 5 ดาว ความเสี่ยงปานกลาง แต่ให้ผลตอบแทนต่อเนื่อง | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ แพลทตินัม โกลบอล ฟันด์ (ชนิดสะสมมูลค่า) SCBPGF | ![]() | เลือกหุ้นจาก 3 อุตสาหกรรมใหญ่โดยพิจารณาจากตัวชี้วัด CROCI | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (ชนิดสะสมมูลค่า) SCBS&P500A | ![]() | ลงทุนในหุ้นอเมริกาแบบง่าย ๆ ผ่านดัชนีของตลาดหุ้น S&P500 | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นญี่ปุ่น (ชนิดจ่ายเงินปันผล) - SCBNK225D | ![]() | ใช้ Nikkei225 เป็นเกณฑ์ในการลงทุน พร้อมรับปันผลต่อเนื่อง | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ เพื่อการเลี้ยงชีพ - SCBRMGIF | ![]() | ลดหย่อนภาษีได้ เน้นลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานทั่วโลก | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ เฟล็กซิเบิ้ล SCBFLX | ![]() | กองทุนแบบยืดหยุ่น กระจายการลงทุนไปยังหลากหลายภาคส่วน | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ SET50 INDEX เพื่อการเลี้ยงชีพ - SCBRMS50 | ![]() | เก็บสะสมเงินก้อนไว้เลี้ยงชีพในระยะยาวด้วยกองทุนหุ้นเด่นของไทย | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ คอมมอดิตี้ พลัส SCBCOMP | ![]() | ความเสี่ยงสูงแต่มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ สมาร์ทแพลน 2 (ชนิดเพื่อการออม) - SCBSMART2-SSF | ![]() | กองทุนเพื่อการออม ความเสี่ยงปานกลาง นำไปใช้ลดหย่อนภาษีได้ | ||
บลจ. ไทยพาณิชย์ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ออยล์ (ชนิดสะสมมูลค่า) - SCBOIL | ![]() | ทำกำไรมากขึ้นจากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ มีความเสี่ยงสูง |
กองทุน SCB ตัวนี้ได้รับการการันตี 5 ดาว จาก Morningstar โดยเป็นกองทุนรวมตราสารหนี้ เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจากต่างประเทศที่มีอายุเฉลี่ยไม่เกินกว่า 3 เดือน ซึ่งประเทศหลักที่ออกตราสารหนี้เหล่านี้จะได้แก่สหรัฐอเมริกา กาตาร์ และมาเก๊า ใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Active มีตัวชี้วัดคือ BofA Merrill Lynch US 3-month Treasury Bill 100% ที่ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน
ทรัพย์สินที่ลงทุนโดยส่วนใหญ่จะเป็นตั๋วเงินคลังเช่น พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอเมริกา และประเทศญี่ปุ่นในเรื่องของการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ทางกองทุนจะเลือกป้องกันตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน และไม่มีนโยบายนการจ่ายเงินปันผล กองทุนนี้มีความเสี่ยงอยู่ในระดับกลาง เมื่อเทียบผลการดำเนินงานปีที่ผ่าน ๆ มานั้นมักจะมีมูลค่าสูงติดอันดับต้น ๆ ในกลุ่มกองทุนรวมตราสารหนี้อยู่เสมอ กำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรกและครั้งถัดไปอยู่ที่ 1,000 บาท
เชื่อว่าหลายคนมีความสนใจอยากจะลงทุนในต่างประเทศแต่ก็ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรดี กองทุน SCB ตัวนี้ถือได้ว่าเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจที่คุณควรจะเก็บเอาไว้พิจารณา โดยมีกองทุนหลักต่างประเทศอย่าง DWS Invest CROCI Sectors Plus Share Class FCH (P) ที่เน้นการลงทุนในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว และมีการคัดเลือกหุ้นเพื่อลงทุนจาก 3 อุตสาหกรรมเด่น ๆ จากนั้นก็พิจารณาหุ้นที่มีค่า CROCI Economic P/E ที่ต่ำ จากแต่ละอุตสาหกรรม
การคัดเลือกหุ้นด้วยวิธีที่พิจารณาจากค่า P/E นั้นยังเหมาะสำหรับกลุ่มคนที่มีไอเดียลงทุนแบบเน้นคุณค่า ทางกองทุนมีกลยุทธ์ในการบริหารแบบ Active Management และไม่มีนโยบายในการจ่ายปันผล มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผลการดำเนินงานในรอบ 1 ปี 3 ปี และ 5 ปีนั้น มีมูลค่ามากกว่าดัชนีชี้วัด และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยจากกองทุนในกลุ่มเดียวกันนั้นมีมูลค่ามากกว่าเสมอ
ดัชนี S&P 500 นั้นเป็นดัชนีที่สามารถสะท้อนภาพรวมเศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาได้ดีที่สุด จึงทำให้หลายคนมักจะยึดดัชนีดังกล่าวเป็นตัวอ้างอิงในการลงทุน เช่นเดียวกับกองทุน SCB ตัวนี้ที่จะลงทุนในกองทุน IShares Core S&P 500 ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่เกิดจากการรวมเอาหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี S&P 500 โดยใช้กลยุทธ์ในการบริหารกองทุนแบบ Passive Management ให้ได้ผลการดำเนินงานที่มีมูลค่าใกล้เคียงกับดัชนีดังกล่าว
กองทุนนี้แม้จะมีการลงทุนในต่างประเทศแต่ก็มีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่ต่ำกว่า 90% อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนค่อนข้างต่ำ ทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนมีมูลค่าใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 นอกจากนี้มูลค่าขั้นต่ำของเงินที่ใช้ในการซื้อหน่วยลงทุนครั้งแรกและครั้งถัดไปนั้นอยู่ที่เพียง 1 บาทเท่านั้น จึงเป็นกองทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่เริ่มต้นลงทุนในตลาดหุ้นอเมริกา
กองทุน SCB ตัวนี้จะเน้นลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ซึ่งตลาดหุ้นญี่ปุ่นนั้นมีมูลค่าสูงเป็นอันดับ 2 ของโลกมายาวนาน และประเทศญี่ปุ่นเองก็จัดอยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ทำให้ตลาดหุ้นดังกล่าวยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างสม่ำเสมอ ทางกองทุนจะเลือกใช้กลยุทธ์แบบ Passive เน้นผลการดำเนินงานของกองทุนให้มีความใกล้เคียงกับดัชนี Nikkei225 ซึ่งเป็นดัชนีที่รวบรวม 225 หุ้นบริษัทญี่ปุ่นที่มีความแข็งแกร่ง
นอกจากคุณจะสร้างผลตอบแทนจากการซื้อขายหน่วยลงทุนแล้ว ยังมีโอกาสได้รับผลตอบแทนในรูปแบบของเงินปันผลในระหว่างที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุนนี้อีกด้วย ซึ่งมีการจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี กองทุนนี้ยังมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนถึง 90% และมีการเก็บค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกองทุนในอัตราที่ต่ำ ทำให้มีมูลค่าของผลการดำเนินงานที่สูงกว่ามูลค่าดัชนี Nikkei225 ที่ถูกปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยน
การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือ RMF นั้นสามารถนำมาใช้ในการหักลดหย่อนภาษีได้ แต่ก็ต้องอยู่ในกรอบระยะเวลาเงื่อนไขในการถือหน่วยลงทุน ดังนั้นทรัพย์สินที่กองทุนเลือกลงทุนจึงมีความสำคัญ เช่นเดียวกับกองทุน RMF จาก SCB ตัวนี้ที่เลือกลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานจากทั่วโลก เพื่อสร้างผลตอบแทนจากราคาหลักทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากหุ้นเหล่านี้มักจะมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว
กองทุนนี้มีการลงทุนในต่างประเทศ โดยมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นจะพบว่าในระยะเวลา 3 ปีเป็นต้นไปจะเริ่มมีกำไร ทางกองทุนไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล เพื่อสะสมมูลค่าของหน่วยลงทุนให้ได้มากที่สุดในอนาคต เงินลงทุนขั้นต่ำสำหรับการลงทุนครั้งแรกและครั้งถัดไปนั้นจะอยู่ที่ 1,000 บาท
หากคุณเป็นนักลงทุนสายกลางที่มุ่งหวังผลตอบแทนที่มากขึ้นแต่ก็ยังกังวลกับความเสี่ยงในการลงทุน กองทุน SCB ตัวนี้อาจจะเป็นสิ่งที่คุณกำลังมองหา เนื่องจากเป็นการลงทุนแบบผสมทั้งในทรัพย์สินประเภทตราสารหนี้ ตราสารทุน ตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน เงินฝากและหน่วยลงทุนในกองทุนต่าง ๆ โดยการจัดสรรและกระจายการลงทุนนั้นจะขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จึงมีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์
กองทุนนี้จะมีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active เทียบกับตัวชี้วัด 3 ตัวคือ อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี เฉลี่ยจาก 3 ธนาคารใหญ่ ผลตอบแทนจากพันธบัตรรัฐบาลอายุ 1 - 3 ปี และดัชนี SET TRI พบว่าในบางปีกองทุนจะมีผลการดำเนินงานที่มากกว่าตัวชี้วัดดังกล่าว แต่ก็มีบางปีที่ขาดทุนและมีมูลค่าน้อยกว่า ทั้งนี้ในช่วงระยะสั้นตั้งแต่ 3 - 6 เดือนนั้นจะมีมูลค่าเหนือกว่าตัวชี้วัด จึงเป็นกองทุนที่เหมาะกับการใช้พักเงินสดในระยะไม่เกิน 1 ปี
กองทุน SCB ตัวนี้เป็นกองทุนประเภท RMF หรือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งสามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษี อีกทั้งยังช่วยให้คุณเก็บสะสมเงินก้อนไว้ใช้ในยามเกษียณได้ โดยทรัพย์สินที่กองทุนดังกล่าวเลือกลงทุนจะเป็นหุ้นสามัญที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและต้องเป็นองค์ประกอบของดัชนี SET 50 ที่รวบรวมหุ้นจากบริษัทที่มีมูลค่าสูงและมีปริมาณการซื้อขายมากอย่างสม่ำเสมอ
ลักษณะกลยุทธ์ในการบริหารกองทุนนี้จะเป็นแบบ Passive คือจัดสรรหุ้นในพอร์ตให้อิงตามดัชนี SET 50 เพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานที่ใกล้เคียงกัน เหมาะสำหรับคนที่สนใจหุ้นไทยและอยากจะใช้ประโยชน์ทางภาษี กองทุนนี้จะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล อีกทั้งยังมีค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมของกองทุนในอัตราที่ต่ำ โดยปีที่ผ่านมาเรียกเก็บจริงไม่ถึง 1% จึงทำให้มีผลการดำเนินงานในปีที่ผ่าน ๆ มานั้นค่อนข้างใกล้เคียงกับมูลค่าดัชนี SET 50
หากคุณต้องการผลตอบแทนแบบรวดเร็วและสามารถรับความเสี่ยงได้มาก กองทุน SCB ตัวนี้น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะกับคุณ โดยมีกองทุนหลักต่างประเทศอย่าง PIMCO Commodity Real Return Fund ที่จะลงทุนในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ อันได้แก่ธุรกรรม สัญญาซื้อขายล่วงหน้าต่าง ๆ รวมไปถึงหุ้นกู้และตราสารหนี้ เพื่อสร้างโอกาสในการทำกำไรมากขึ้นจากการลงทุนในสินค้าโภคภัณฑ์โดยตรงเพียงอย่างเดียว
เพราะเป็นกองทุนที่มีการถือหน่วยลงทุนในต่างประเทศจึงมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่า 90% จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาในช่วงระยะเวลา 5 ปี สามารถสร้างผลตอบแทนได้อัตราที่สูงถึง 30% แต่ก็เคยขาดทุนในระดับติดลบ 15% ใช้ระยะเวลาฟื้นตัวจากการขาดทุนประมาณ 1 ปี จึงเป็นกองทุนที่คุณต้องจับระยะเวลาเข้าซื้อและขายออกให้ถูกจังหวะ เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นในการลงทุน
กองทุน SCB ตัวนี้เป็นกองทุน SSF หรือกองทุนรวมเพื่อการออม ซึ่งสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีได้ โดยทรัพย์สินที่ทางกองทุนจะเลือกลงทุนนั้นจะเป็นการผสมระหว่างตราสารหนี้และตราสารทุน ซึ่งสัดส่วนของตราสารทุนจะไม่เกิน 25% และจะเป็นการลงทุนในประเทศเท่านั้น จึงไม่มีความเสี่ยงจากการลงทุนในต่างประเทศ ใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive เคลื่อนไหวตามตัวชี้วัดที่มาจากดัชนีสำคัญของตราสารหนี้และตราสารทุน
หากคุณต้องการใช้เพื่อหักลดหย่อนภาษีก็จำเป็นต้องถือหน่วยลงทุนตามระยะเวลาและเงื่อนไขที่กำหนด แต่ก็ไม่ต้องกังวลเนื่องจากทางกองทุนเองก็มีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหน่วยลงทุน ผลการดำเนินงานนั้นมีมูลค่าเพิ่มขึ้นจากตอนที่ก่อตั้งกองทุน และจากทรัพย์สินที่มีการลงทุนโดยส่วนใหญ่จะเป็นพันธบัตรจากรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจซึ่งถือได้ว่ามีความมั่นคง และยังมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมเกี่ยวกับกองทุนต่ำ
กองทุน SCB ตัวนี้จะเน้นการลงทุนที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์อย่างน้ำมันดิบ โดยจะมีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าน้ำมันดิบมีราคาผันผวนค่อนข้างสูง เปลี่ยนแปลงรวดเร็วอยู่ตลอดเวลา สัญญาซื้อขายล่วงหน้าเหล่านี้จะช่วยสร้างโอกาสในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาที่มีการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้ ทั้งนี้โอกาสในการทำกำไรสูง ๆ ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงต่อการขาดทุนที่มากขึ้นตามไปด้วยเช่นเดียวกัน
กองทุนนี้จะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบ Passive เคลื่อนไหวตามดัชนี DBIQ Optimum Yield Crude Oil Index Excess Return ที่มีการปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยน ผลการดำเนินงานในช่วงระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา มีช่วงที่ทำกำไรได้สูงถึง 62.12% แต่ก็มีช่วงที่ขาดทุน 23.38% ระยะเวลาในการฟื้นตัวจากการขาดทุนจะอยู่ที่ประมาณ 1 ปี จึงเป็นกองทุนที่เหมาะกับการเก็งกำไรมากกว่าถือระยะยาว


คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































