mybest
กองทุนตราสารหนี้

ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ปิด
  1. TOP
  2. การลงทุน
  3. กองทุน
  4. 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน
  • 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน 1
  • 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน 2
  • 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน 3
  • 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน 4
  • 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน 5

10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน

การสร้างผลตอบแทนจากเงินเก็บนั้นมีวิธีการที่หลากหลาย แต่หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นอกเหนือจากการฝากประจำเพื่อรับดอกเบี้ยก็คือการลงทุนใน "กองทุน" ยิ่งถ้าคุณคือผู้ที่มีความสนใจจะลงทุน เพื่อสร้างกำไรจากเงินฝากแต่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก การเลือก "กองทุนตราสารหนี้" ก็ถือว่าตอบโจทย์ได้มากทีเดียว 


แต่การลงทุนทุกครั้งก็มักจะมีประโยคเด็ดคุ้นหูไว้คอยเตือนนักลงทุนอยู่เสมอนั่นก็คือ "การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน" ในครั้งนี้เราจึงมาพร้อมข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการเลือกกองทุนตราสารหนี้ พร้อมคำแนะนำจากนักวางแผนการเงิน และยังมี 10 กองทุนตราสารหนี้ ที่โดดเด่น มีผลตอบแทนน่าสนใจ มาให้ทุกคนได้ใช้ประกอบการตัดสินใจกันด้วย

อัปเดตล่าสุดเมื่อ 07/06/2023
อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
ผู้เชี่ยวชาญ
นักวางแผนการเงิน
อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

คุณปอยเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ จาก Assumption University และปริญญาโทจาก Northumbria University สาขา Design Management จากประเทศอังกฤษ หลังจากเริ่มทำงานคุณปอยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการเงิน การวางแผนภาษี รวมไปถึงการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต จึงเริ่มศึกษาหาประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ และเข้าอบรม รวมทั้งสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพอิสระมามากว่า 4 ปี ปัจจุบันคุณปอยมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในประเทศไทยและมีลูกค้าภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 50 คน สำหรับประเภทของแผนการเงินที่คุณปอยมีความชำนาญเป็นพิเศษ ได้แก่ แผนการออมเพื่อการเกษียณอายุ แผนการออมเพื่อการลดหย่อนภาษี แผนการออมเพื่อการศึกษาบุตรและแผนการเงินเพื่อการส่งต่อมรดก

ประวัติของ อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
…อ่านต่อ
เพื่อนใจ หริจันทร์วงศ์ (ตุ๊กตา)
บรรณาธิการ
นักเขียนประจำ mybest
เพื่อนใจ หริจันทร์วงศ์ (ตุ๊กตา)

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย

ประวัติของ เพื่อนใจ หริจันทร์วงศ์ (ตุ๊กตา)
…อ่านต่อ
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ

สารบัญ

กองทุนตราสารหนี้คืออะไร

กองทุนตราสารหนี้คืออะไร

"กองทุนตราสารหนี้ (Bond)" คือ หนึ่งในรูปแบบกองทุนที่มีนโยบายลงทุนกับเงินฝากหรือตราสารหนี้ประเภทต่าง ๆ โดยเป็นลักษณะการลงทุนที่ผู้ถือหรือผู้ลงทุนมีสถานะเป็น "เจ้าหนี้" ส่วนผู้ที่ออกตราสารหนี้ ซึ่งเป็นได้ทั้งรัฐบาลและบริษัทเอกชนจะมีสถานะเป็น "ลูกหนี้" ส่วนที่มาของผลตอบแทน (Yield) ก็คือดอกเบี้ย ซึ่งจะจ่ายเป็นงวดตามตกลง และคืนเงินต้นเมื่อครบอายุนั่นเอง 


และสำหรับกองทุนตราสารหนี้ในปัจจุบันนั้นมีให้เลือกทั้งแบบกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว (Long-Term Fixed-Income Fund) ที่ต้องถือครองมากกว่า 1 ปีขึ้นไป และแบบระยะสั้น (Short-Term Fixed-Income Fund) ถือครองไม่เกิน 1 ปี โดยเลือกลงทุนได้ตามอัตราการจ่ายดอกเบี้ยและความเสี่ยงในเรื่องของสภาพคล่องของแต่ละคนที่แตกต่างกันออกไป


ซึ่งถึงแม้ว่ากองทุนตราสารหนี้จะให้ผลตอบแทนไม่สูงเท่าตราสารทุนหรือหุ้น แต่มีจุดเด่นตรงที่ให้ผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยอย่างสม่ำเสมอและสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก รวมถึงมีความผันผวนต่ำกว่าหุ้น จึงเหมาะกับมนุษย์เงินเดือน นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ไม่มาก หรือนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในพอร์ตหุ้น

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

ถ้ากล่าวถึงกองทุนตราสารหนี้นั้นสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยกันซักเท่าไหร่ใช่ไหมครับ ถ้าให้อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ นั้น กองทุนตราสารหนี้ก็คือการลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปถึงกลาง เหมาะกับการพักเงินระยะสั้นที่ใช้ระยะเวลาในการลงทุนประมาน 1 - 2 ปี และแน่นอนว่าผลตอบแทนก็อาจจะไม่ได้สูงมากมายนัก ซึ่งนักลงทุนมือใหม่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมองข้ามกองทุนตราสารหนี้ไป แต่ว่าจริง ๆ แล้ว กองทุนตราสารหนี้นั้นถือว่ามีความสำคัญค่อนข้างมากและยังถูกนำไปใช้ในการจัดพอร์ตลงทุนเพื่อกระจายความเสี่ยงอีกด้วย

วิธีการเลือกกองทุนตราสารหนี้

อย่างที่ทราบกันดีว่า การลงทุนก็คือการนำเงินเก็บที่มีไปสร้างผลตอบแทนในอนาคตที่สูงกว่าการออม ทำให้นักลงทุนทุกรายต่างก็ทุ่มเทศึกษาข้อมูลกันอย่างละเอียดเพื่อให้ได้มาซึ่งผลตอบแทนที่คุ้มค่ามากที่สุด ดังนั้น เราไปดูพร้อมกันเลยดีกว่าค่ะว่า วิธีการเลือกตราสารหนี้ควรพิจารณาจากข้อมูลใดบ้าง

1

เลือกจากประเภทของตราสารหนี้

สำหรับประเภทของตราสารหนี้ สามารถแบ่งตามผู้ออกตราสารได้ 3 ประเภทด้วยกัน คือก ารออกโดยรัฐบาล ออกโดยภาคเอกชนหรือบริษัท และตราสารหนี้ของต่างประเทศ ซึ่งแต่ละประเภทมีวิธีการถือครองและให้ผลตอบแทนต่างกันดังต่อไปนี้

พันธบัตร (Government Bond)

พันธบัตร (Government Bond)

สำหรับตราสารหนี้รูปแบบแรก คือ ตราสารหนี้ที่กระทรวงการคลังเป็นผู้ออกตราสาร ในที่นี้จะถูกเรียกกันว่า "พันธบัตรรัฐบาล" เพื่อใช้ระดมทุนจากประชาชนไปใช้ในการบริหารประเทศ ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะและช่วยลดการขาดดุลทางการเงิน มีข้อดีคือ แม้ผลตอบแทนจะไม่หวือหวา แต่ก็มีผลตอบแทนสม่ำเสมอ โดยพันธบัตรจะมีอายุตั้งแต่ 1 ปีขึ้นไป จ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด และจ่ายปีละ 2 งวด เหมาะสำหรับผู้ที่มีอิสรภาพทางการเงินในระยะยาวและไม่ชอบความเสี่ยง


ในตราสารหนี้ประเภทพันธบัตร รัฐบาลจะอยู่ในสถานะลูกหนี้ ส่วนเจ้าหนี้จะเป็นผู้ซื้อหรือผู้ถือพันธบัตร โดยอาจซื้อผ่านระบบของกระทรวงการคลังหรือผ่านธนาคารในช่วงออกประกาศ และมักขายออกหมดอย่างรวดเร็วภายในวันแรก นอกเหนือจากนี้ก็จะเป็นการซื้อผ่านกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนกับพันธบัตรรัฐบาล เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มความปลอดภัยในพอร์ตกองทุนของผู้ซื้อรายย่อย

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

กองทุนตราสารหนี้นั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ก็คือ พันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ความหมายก็ตรงตัวเลยคือเป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาล อธิบายแบบเข้าใจง่าย ๆ ก็คือ รัฐบาลมาขอกู้เงินจากสถาบันการเงินหรือประชาชนทั่วไป ซึ่งตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลนั้นจะมีความเสี่ยงที่ต่ำมาก ๆ เพราะหากรัฐบาลผิดชำระหนี้ก็จะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของประเทศด้วยนั่นเองครับ แม้ว่าผลตอบแทนของพันธบัตรรัฐบาลนั้นจะไม่ได้สูงมาก ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1.5 - 2.5% ต่อปี แต่ก็ถือว่าเป็นผลตอบแทนที่แน่นอนและสูงกว่าการฝากเงินไว้ในบัญชีออมทรัพย์ครับ 

หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond)

หุ้นกู้เอกชน (Corporate Bond)

ในส่วนของตราสารหนี้ที่ออกโดยภาคเอกชนหรือที่หลายคนคุ้นหูกับคำว่า "หุ้นกู้" จะเป็นการออกตราสารมาเพื่อใช้ระดุมทุนให้กับกิจการต่าง ๆ โดยจะมีระยะสัญญาตั้งแต่ 3 ปี, 5 ปี, 7 ปี, 10 ปี ไปจนถึง 20 ปี ซึ่งส่วนใหญ่จะจ่ายดอกเบี้ยปีละ 2 ครั้ง หรือทุก 6 เดือน และบางหุ้นอาจมีการจ่ายปีละ 4 ครั้ง หรือทุก ๆ 3 เดือน ด้วยกันค่ะ


โดยหุ้นกู้ในปัจจุบันมักจะกำหนดมูลค่าการซื้อขั้นต่ำไว้ที่ 1,000 บาท สำหรับนักลงทุนรายย่อย และ 100,000 บาทหรือมากกว่า สำหรับนักลงทุนรายใหญ่และสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่ อย่างไรก็ตาม ผู้ลงทุนทุกรายจะต้องเสียภาษี 15% ของดอกเบี้ยที่ได้รับด้วย ฉะนั้นจึงถือได้ว่าเป็นรูปแบบที่ใกล้เคียงกับพันธบัตรรัฐบาล แต่ให้ผลตอบแทนและมีความเสี่ยงมากกว่า


นอกจากนี้ ยังมีตราสารหนี้แบบไม่มีกำหนดระยะเวลา หรือที่เรียกกันว่า "หุ้นกู้ชั่วนิรันดร์" (Perpetual Bond) ไว้เป็นช่องทางการลงทุนสำหรับผู้ที่มีเงินเย็นอีกด้วย โดยหุ้นกู้นี้จะจูงใจผู้ลงทุนด้วยอัตราดอกเบี้ยสูงมากในช่วง 5 ปีแรก แต่ก็มีความเสี่ยงความซับซ้อนสูงกว่าแบบปกติ ทั้งนี้ มีคำแนะนำว่า ผู้ลงทุนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประเมินความเสี่ยงและความเหมาะสมก่อนตัดสินใจลงทุน เพราะผู้ลงทุนจะต้องฝากความหวังไว้กับความมั่นคงและการดำเนินธุรกิจของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้ที่อาจมีความเสี่ยงล้มละลาย และไม่มีโอกาสได้รับเงินต้นคืนจนกว่าจะมีการยกเลิกกิจการนั่นเอง

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

ส่วนหุ้นกู้เอกชน คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน หรือก็คือการที่บริษัทเอกชนนั้นมาขอกู้เงินจากประชาชนเพื่อนำไปลงทุนต่อนั่นเองครับ สำหรับหุ้นกู้เอกชนนั้นจะมีความซับซ้อนเพิ่มเติมจากพันธบัตรรัฐบาลก็คือ หุ้นกู้เอกชนนั้นจะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าเนื่องจากหากบริษัทขาดสภาพคล่องก็มีสิทธิ์ที่จะไม่จ่ายดอกเบี้ยตามที่กำหนดในตราสารหนี้ได้นั่นเองครับ 


หุ้นกู้เอกชนในปัจจุบันจะถูกจัดอันดับความน่าเชื่อถือเอาไว้ (Credit Rating) ซึ่งจะถูกกำหนดไว้โดยบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด และ บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด อันดับความน่าเชื่อถือจะถูกแบ่งเป็นสองกลุ่ม คือ Investment Grade หรือกลุ่มน่าลงทุน (AAA ถึง BBB-) กลุ่มนี้จะเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีความน่าเชื่อถือสูง และ Speculative Grade หรือกลุ่มเก็งกำไร (BB+- ลงไปจนถึง D) เพราะฉะนั้น หากใครต้องการลงทุนในหุ้นกู้เอกชนก็อย่าลืมนำข้อมูลตรงนี้ไปใช้ในการตัดสินใจด้วยนะครับ

ตราสารหนี้ต่างประเทศ

ตราสารหนี้ต่างประเทศ

ตราสารหนี้ต่างประเทศ เป็นทางเลือกการลงทุนที่มีนโยบายลงทุนในต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งมีทั้งแบบที่ บลจ.ของไทยบริหารกองทุนด้วยตนเอง ด้วยการนําเงินไปลงทุนโดยตรงในหลักทรัพย์หรือทรัพย์สินที่เสนอขายในต่างประเทศ มีสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศไม่น้อยกว่า 80 %  และแบบที่ บลจ.ของไทยไปซื้อกองทุนรวมที่บริหารโดยผู้จัดการกองทุนในต่างประเทศอย่าง Feeder Fund และ Fund of Funds 


สำหรับกองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศถือได้ว่ามีความหลากหลายมาก ส่วนใหญ่มีความเสี่ยงเฉลี่ยในระดับ 4 แต่ความเสี่ยงสูงกว่ากองทุนตราสารหนี้ระดับ 4 ในไทย เนื่องจากผู้ลงทุนจะต้องคอยรับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังนั้น กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศจึงเหมาะสำหรับผู้ที่ถือครองได้มากกว่า 2 ปีขึ้นไป เพราะการถือครองในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ นอกจากจะไม่เห็นค่าเฉลี่ยของผลตอบแทนหรือให้เวลากองทุนได้ปรับตัวตามสถานการณ์แล้ว ยังทำให้ผู้ลงทุนขาดความมั่นใจเมื่อเข้าสู่ภาวะขาลง จนอาจเกิดความต้องการขายออกและอาจทำให้ขาดทุนได้ในที่สุด

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

ตราสารอีกประเภทที่น่าสนใจก็คือ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ตราสารชนิดนี้รายละเอียดก็จะเหมือนกันกับพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชน เพียงแต่ว่าจะเป็นตราสารที่เปิดให้ลงทุนอยู่ในต่างประเทศนั่นเองครับ จริง ๆ แล้ว หากนักลงทุนต้องการที่จะลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลและหุ้นกู้เอกชนโดยตรงเอง ก็สามารถที่จะทำได้แต่ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากบางทีอาจจะมีจำนวนจำกัดหรือเน้นจำหน่วยเฉพาะนักลงทุนสถาบันเท่านั้น (Primary Market) กองทุนตราสารหนี้จึ้งทำให้การลงทุนในตราสารเหล่านี้ง่ายขึ้นนั่นเองครับ

2

เลือกกองทุนตราสารหนี้ตามรูปแบบดอกเบี้ย

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าสิ่งที่ทุกคนต้องการจากการลงทุนนั่นก็คือผลตอบแทนหรือกำไร และผลตอบแทนที่คุณจะได้รับจากตราสารหนี้จะถูกเรียกว่า "ดอกเบี้ย" ในที่นี้มีทั้งแบบคงที่และแบบลอยตัว ซึ่งทั้้ง 2 แบบนี้ มีความเหมาะสมกับสถานการณ์และมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันดังนี้

ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate Bond)

ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate Bond)

"อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่" คือผลตอบแทนซึ่งเป็นไปตามที่ระบุไว้ตลอดอายุสัญญา ลักษณะใกล้เคียงกันกับการฝากประจำ ซึ่งผู้ออกตราสารจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นรายงวด และเมื่อถึงวันครบกำหนดอายุของตราสารหนี้ ผู้ลงทุนก็จะได้รับคืนเงินต้นและดอกเบี้ยงวดสุดท้าย ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่จะมีความเสี่ยงต่อดอกเบี้ย (Interest Rate Risk) เพราะเมื่อถึงวันไถ่ถอน ดอกเบี้ยที่ได้รับก็อาจน้อยกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนประเภทอื่น ๆ ได้

ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate Bond : FRB)

ตราสารหนี้จ่ายดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate Bond : FRB)

ดอกเบี้ยแบบลอยตัว คือ อัตราดอกเบี้ยที่เปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราอ้างอิงที่กำหนดเช่น MLR + 1% โดยอาจปรับเปลี่ยนขึ้นหรือลงได้ตามสถานการณ์ตลาดเงินหรือภาวะเศรษฐกิจ และไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าจะปรับช่วงใด ในบางปีอาจมีการปรับหลายครั้ง หรือบางปีอาจไม่มีการปรับเลยก็ได้ ถึงแม้ว่ากองทุนตราสารหนี้ชนิดดอกเบี้ยลอยตัวจะมีอยู่ในตลาดน้อย และไม่ได้รับความนิยมมากเท่าไหร่ แต่ก็มีไว้เป็นทางเลือกของนักลงทุนที่เลี่ยงการขาดทุนจากพันธบัตรในช่วงภาวะเงินเฟ้อ ที่มีการณ์คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะทรงตัวหรือมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องนั่นเองค่ะ

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

เมื่อเราทำความรู้จักเกี่ยวกับลักษณะของตราสารประเภทต่าง ๆ ไปแล้ว ทีนี้เรามาดูรายละเอียดของดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนกันบ้าง ซึ่งหลัก ๆ แล้วสามารถจำแนกได้ออกเป็น 3 ประเภท


1. ดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate Bond) : ดอกเบี้ยประเภทนี้เป็นที่นิยมของหุ้นกู้และพันธบัตรส่วนใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งจะเป็นการจ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ เป็นงวด ๆ เช่น ทุก ๆ 6 เดือน หรือ 3 เดือน และจะจ่ายเงินต้นเมื่อครบกำหนดสัญญา

2. ดอกเบี้ยแบบลอยตัว (Floating Rate Bond) : หุ้นกู้หรือพันธบัตรประเภทนี้จะกำหนดอัตราดอกเบี้ยแบบแปรผัน โดยอิงจากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำของธนาคารหรือที่เรียกกันว่า MRR หรือ MLR ยกตัวอย่างเช่น MRR+2% หมายความว่าถ้าผลตอบแทนเงินฝากประจำมีการปรับตัวขึ้น ผลตอบแทนของหุ้นกู้หรือพันธบัตรก็จะสูงขึ้นเช่นกัน

3. ไม่จ่ายดอกเบี้ย (Zero - Coupon) : หุ้นกู้หรือตราสารประเภทนี้จะไม่มีการกำหนดการจ่ายดอกเบี้ยให้แก่นักลงทุน แต่จะเปิดราคาซื้อขายที่ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋วและจะได้รับเงินเต็มจำนวนที่ระบุไว้บนหน้าตั๋วเมื่อถึงกำหนดครบสัญญา

3

เลือกกองทุนตราสารหนี้ตามลำดับสิทธิเรียกร้องการชำระหนี้

หากผู้ออกตราสารหนี้มีความมั่นคงและจ่ายผลตอบแทนได้ครบตามกำหนดก็คงไม่เป็นปัญหาอะไร แต่ความเป็นจริงตลาดเศรษฐกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา จึงทำให้มีโอกาสที่ภาคเอกชนหรือผู้ออกจะผิดนัดชำระหรือล้มละลายได้ และหากล้มละลายก็จะต้องขายทรัพย์สินเพื่อมาชำระเงินคืนให้กับผู้ลงทุน ซึ่งลำดับสิทธิที่จะได้รับการชำระหนี้ก่อนหลังต่างกันดังนี้ค่ะ

ตราสารหนี้มีประกัน (Secured Bond)

ตราสารหนี้มีประกัน (Secured Bond)

สำหรับลำดับที่จะได้รับชำระหนี้ก่อนใครเมื่อเกิดการล้มละลายของผู้ออกก็คือ ตราสารหนี้มีประกัน (Secured Bond) ซึ่งประกันในที่นี้มีความหมายตรงตัวคือ ผู้ออกตราสารหนี้มีการเอาสินทรัพย์ของบริษัทเช่น ที่ดิน อาคาร โรงงาน สำนักงาน ไปจนถึงพันธบัตรหรือหุ้นกู้จากบริษัทอื่นที่มีความมั่นคงหรือมีความเสี่ยงต่ำที่ผู้ออกถืออยู่ มาวางไว้เป็นหลักประกันในการออกตราสารหนี้ของตนเอง

ตราสารหนี้ไม่มีประกัน (Unsecured bond)

ตราสารหนี้ไม่มีประกัน (Unsecured bond)

สิทธิในลำดับถัดมาคือ ตราสารหนี้ไม่มีประกัน (Unsecured Bond) นับได้ว่าเป็นที่นิยมของบริษัทในไทย และมีอยู่ในตลาดตราสารหนี้มากกว่า 90 %  สำหรับสิทธิประเภทนี้จะไม่มีสินทรัพย์ใด ๆ วางไว้เป็นหลักประกันในการออก แต่จะใช้ความน่าเชื่อถือและเสนออัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่าแบบมีประกันมาจูงใจนักลงทุนแทน โดยแบ่งออกเป็น 2 แบบคือ แบบไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond) ที่ผู้ถือจะมีสิทธิเท่ากับเจ้าหนี้สามัญรายอื่น ๆ จะได้เงินต้นคืนหลังจาก ตราสารหนี้มีประกัน และแบบด้อยสิทธิ (Subordinated Bond) ซึ่งมีสิทธิในอันดับที่ด้อยกว่าเจ้าหนี้สามัญรายอื่น ๆ แต่จะสูงกว่าผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และหุ้นสามัญ แต่จะได้เงินต้นคืนหลังจากตราสารหนี้ไม่มีประกันแบบไม่ด้อยสิทธิ ดังนั้นในการลงทุนก็จะมีระบุส่วนนี้ไว้ประกอบการตัดสินใจ เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วคิวท้าย ๆ มักมีโอกาสได้รับเงินคืนน้อยลงหรืออาจไม่ได้คืนนั่นเองค่ะ

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

นอกจากอัตราผลตอบแทนแล้ว ตราสารหนี้ จะมีการจำแนกเพิ่มอีกเป็นสองประเภทคือ


1. ตราสารหนี้มีประกัน (Secured Bond) : หมายถึงการที่ผู้ออกตราสารมีการนำสินทรัพย์มาค้ำประกันในการออกหุ้นกู้ ซึ่งหากผู้ออกตราสารไม่มีความสามารถในการชำระหนี้ จะทำให้ผู้ที่ถือตราสารหนี้มีสิทธิ์ในสินทรัพย์ที่นำมาค้ำประกัน

2. ตราสารหนี้ไม่มีประกัน (Unsecured Bond) : หมายถึงหุ้นกู้ที่ไม่มีสินทรัพย์ใด ๆ มาค้ำประกัน หากผู้ออกตราสารล้มละลาย จะต้องทำการแบ่งสินทรัพย์คงเหลือให้กับเจ้าหนี้รายอื่นตามสิทธิและสัดส่วน

4

เลือกกองทุนตราสารหนี้จากตลาดการซื้อขาย

สุดท้ายนี้การจะมีตราสารหนี้ไว้ครอบครองแน่นอนว่าทุกคนต้องทำการซื้อก่อนค่ะ ซึ่งการซื้อขายตราสารหนี้ในตลาดการลงทุนของไทยมีให้นักลงทุนได้เลือกตามภาวะตลาดและโอกาสทำกำไรอยู่ 2 ช่องทางด้วยกันค่ะ

ตลาดแรก (Primary Market)

ตลาดแรก (Primary Market)

การซื้อขายในตลาดแรกคือการซื้อตราสารออกใหม่หรือเพิ่งออกขายเป็นครั้งแรก ถ้าเป็นการซื้อพันธบัตรรัฐบาลประเภทออมทรัพย์ สามารถจองซื้อได้ที่ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย มีมูลค่าการซื้อขึ้นต่ำที่ 1,000 บาท ส่วนพันธบัตรประเภทอื่น ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกจำหน่ายให้กับนักลงทุนหรือสถาบันการลงทุนโดยการประมูลแข่งขันราคาค่ะ


ในด้านของตราสารหนี้จากภาคเอกชนจะเสนอขาย 2 แบบ คือเสนอให้แก่นักลงทุนในวงจำกัด และเสนอให้แก่นักลงทุนรายย่อยทัวไป ซึ่งสามารถติดต่อซื้อผ่านสถาบันการเงินที่เป็นตัวแทนได้โดยตรง และผ่านแอปพลิเคชั่น เว็บไซต์ของธนาคารหรือสถาบันการเงินการลงทุนตามจำนวนหน่วยหรือจำนวนเงินลงทุนขั้นต่ำที่กำหนดค่ะ

ตลาดรอง (Secondary Market)

ตลาดรอง (Secondary Market)

ส่วนตลาดรองคือตลาดที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนกันเองระหว่างนักลงทุน มีราคาการซื้อขายเป็นไปตามความพึงพอใจของทั้งสองฝ่าย ซึ่งผู้ขายจะทำกำไรจากส่วนต่างของราคา ผู้ซื้อจะได้ประโยชน์จากการเก็งกำไรส่วนต่างของราคา และยังมีตัวกลางการซื้อขาย ที่จะได้ประโยชน์เป็นส่วนต่างจากการรับซื้อและขายต่อให้นักลงทุน


ทั้งนี้สามารถซื้อขายได้โดยติดต่อกับสถาบันการเงิน และบริษัทหลักทรัพย์ที่ค้าตราสารหนี้ หรือซื้อขายโดยไม่มีตัวกลาง (Over the counter /OTC) ได้จากสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ค่ะ

วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ผลตอบแทนดี น่าลงทุน

เรียกได้ว่ากว่าที่นักลงทุนอย่างเราจะได้กองทุนตราสารหนี้ที่เหมาะกับสไตล์การลงทุนสักตัวมาถือไว้ ก็ต้องศึกษาข้อมูลกันมาอย่างละเอียดทีเดียว และเพื่อเสริมแนวทางการลงทุนให้กับทุกคน เราไปดูพร้อมกันเลยว่า มีกองทุนตราสารหนี้กองไหนที่โดดเด่นน่าจับตามองบ้าง
สินค้า
รูปภาพ
ราคาต่ำสุด
คะแนน

Krungthai Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KTILF กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ

Krungthai Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KTILF กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ 1枚目

กองทุนตราสารหนี้ระยะยาวที่เลือกอิงตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

KIATNAKIN PHATRA Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KKP ACT FIXED กองทุนเปิดเคเคพี แอ็กทิฟ ฟิกซ์ อินคัม ชนิดทั่วไป

KIATNAKIN PHATRA Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KKP ACT FIXED กองทุนเปิดเคเคพี แอ็กทิฟ ฟิกซ์ อินคัม ชนิดทั่วไป 1枚目

ลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางถึงระยะยาวจากภาครัฐและเอกชน

Kasikorn Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KPVDSF กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

Kasikorn Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KPVDSF กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 1枚目

เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนจากภายในประเทศ

SCB Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ SCBFST กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ ระยะสั้นต่างประเทศ (ชนิดสะสมมูลค่า)

SCB Asset Management กองทุนตราสารหนี้ SCBFST กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ ระยะสั้นต่างประเทศ (ชนิดสะสมมูลค่า) 1枚目

กองทุน 5 ดาว Morningstar เน้นตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ

TISCO Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ TUSFIX ทิสโก้ ยูเอส ตราสารหนี้ระยะสั้น

TISCO Asset Management กองทุนตราสารหนี้ TUSFIX ทิสโก้ ยูเอส ตราสารหนี้ระยะสั้น 1枚目

สร้างผลตอบแทนที่มากด้วยตราสารหนี้ระยะสั้นจากสหรัฐอเมริกา

Krungsri Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KFAFIX-A กรุงศรีแอคทีฟตราสารหนี้-สะสมมูลค่า

Krungsri Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KFAFIX-A กรุงศรีแอคทีฟตราสารหนี้-สะสมมูลค่า 1枚目

ลงทุนในตราสารของเอกชนและรัฐบาล จากทั้งในและนอกประเทศ

Krungthai Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KT-ST กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น

Krungthai Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KT-ST กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น 1枚目

มีนโยบายควบคุมอายุเฉลี่ยของตราสารในกองทุนให้ไม่เกิน 1 ปี

Asset Plus Fund Management

กองทุนตราสารหนี้ ASP-FRF แอสเซทพลัสตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

Asset Plus Fund Management กองทุนตราสารหนี้ ASP-FRF แอสเซทพลัสตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ 1枚目

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้

Kasikorn Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ KACB เคเอ คอร์เปอเรท บอนด์

Kasikorn Asset Management กองทุนตราสารหนี้ KACB เคเอ คอร์เปอเรท บอนด์ 1枚目

ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ที่ออกโดยบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ

Phillip Asset Management

กองทุนตราสารหนี้ PBOND กองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ไทย

Phillip Asset Management กองทุนตราสารหนี้ PBOND กองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ไทย 1枚目

มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ไทยที่อยู่ในระดับ Investment Grade

หากไม่พบผลิตภัณฑ์ที่กำลังมองหา สามารถส่งคำร้องขอเพิ่มในรายการได้

Krungthai Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KTILF กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ

กองทุนตราสารหนี้ KTILF กองทุนเปิดกรุงไทยอ้างอิงเงินเฟ้อ รูป 1
อ้างอิง:ktam.co.th

กองทุนตราสารหนี้ระยะยาวที่เลือกอิงตามอัตราเงินเฟ้อเป็นหลัก

กองทุนตราสารหนี้การันตีด้วย 4 ดาว จาก Morningstar โดยมีนโยบายเลือกลงทุนในตราสารหนี้ระยะยาวอายุตั้งแต่ 3 - 5 ปี มีทั้งที่มาจากในประเทศไทยและต่างประเทศ ซึ่งทางกองทุนจะพิจารณาคัดเลือกเฉพาะทรัพย์สินที่มีผลตอบแทนแปรผันตามการเปลี่ยนแปลงของเงินเฟ้อ เพื่อช่วยให้คุณเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทนและกระจายความเสี่ยงการลงทุนในช่วงที่ตลาดเศรษฐกิจมีความผันผวนได้ แม้ว่าจะมีการลงทุนในต่างประเทศ แต่ทางกองทุนก็ได้มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90%


ทางกองทุนเลือกใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive Management เมื่อดูจากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่ามีความใกล้เคียงกับดัชนีชี้วัด และในบางช่วงนั้นยังสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าดัชนีชี้วัดได้อีกด้วย อีกทั้งในช่วงระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา กองทุนนี้ยังมีผลการดำเนินงานที่สูงติดอันดับต้น ๆ ของกองทุนต่าง ๆ ทั้งในกลุ่มประเภทเดียวกันและโดยรวมทุกประเภทอีกด้วย 

รายการสินค้าใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?

KIATNAKIN PHATRA Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KKP ACT FIXED กองทุนเปิดเคเคพี แอ็กทิฟ ฟิกซ์ อินคัม ชนิดทั่วไป

ลงทุนในตราสารหนี้ระยะกลางถึงระยะยาวจากภาครัฐและเอกชน

กองทุนตราสารหนี้ตัวนี้จะเน้นตราสารที่มีอายุตั้งแต่ระยะกลางถึงระยะยาว โดยเป็นตราสารในรูปแบบของตราสารภาครัฐ เช่น ตั๋วเงินคงคลัง พันธบัตรรัฐบาลหรือพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย และตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารพาณิชย์หรือบริษัทเอกชน ซึ่งมีทั้งจากภายในประเทศไทยและต่างประเทศ การลงทุนในต่างประเทศนั้นจะไม่เกิน 79% และมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ 90% กองทุนนี้ยังได้รับการเรทติ้งจาก Morningstar ในระดับ 5 ดาว


ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนี้เมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดพบว่ามีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดในแทบจะทุกช่วงระยะเวลา ไม่ว่าจะเป็นช่วง 1 ปี 3 ปี 5 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน และยังมากกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันอีกด้วย อีกทั้งยังมีค่า Maximum Drawdown ในระดับต่ำ แสดงให้เห็นว่ากองทุนดังกล่าวมีจุดผลตอบแทนสูงสุดและขาดทุนสูงสุดไม่ห่างกันมากนัก 

Kasikorn Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KPVDSF กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น สำหรับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

เน้นลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและเอกชนจากภายในประเทศ

กองทุนตราสารหนี้การันตี 4 ดาวจาก Morningstar จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน รวมไปถึงสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและธุรกรรมการให้ยืมหลักทรัพย์ โดยเมื่อถัวเฉลี่ยอายุและจำนวนเงินลงทุนของตราสารหนี้แต่ละตัวในพอร์ตลงทุนนั้นจะต้องมีอายุไม่เกิน 1 ปี และในขณะเดียวกันก็ยังมีการลงทุนใน Unrated Bond หรือตราสารหนี้ที่ไม่ได้รับการจัดอันดับ ซึ่งจะมีมูลค่าไม่เกิน 20% เพื่อเพิ่มโอกาสในการสร้างผลตอบแทน แต่ยังควบคุมไม่ให้เกิดความเสี่ยงมากจนเกินไป


ทางกองทุนมีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management และเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนกับดัชนีชี้วัด จะพบว่ามีมูลค่าสูงกว่ามาโดยตลอด และยังมีผลการดำเนินงานสูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน กองทุนดังกล่าวจะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่เนื่องจากเป็นกองทุนรูปแบบสำรองเลี้ยงชีพ จึงนำไปใช้ประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีได้ หากถือหน่วยลงทุนครบถ้วนตามเงื่อนไข

SCB Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ SCBFST กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารหนี้ ระยะสั้นต่างประเทศ (ชนิดสะสมมูลค่า)

กองทุน 5 ดาว Morningstar เน้นตราสารหนี้ระยะสั้นต่างประเทศ

กองทุนตราสารหนี้จาก SCB ที่ได้รับการการันตี 5 ดาว จาก Morningstar โดยจะเน้นลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นจากต่างประเทศที่จะมีอายุเฉลี่ยไม่เกินกว่า 3 เดือน ซึ่งประเทศหลักที่ออกตราสารหนี้ดังกล่าวนั้น ได้แก่ ญี่ปุ่น กาตาร์และสหรัฐอเมริกา มีทั้งการลงทุนในภาครัฐและภาคเอกชน อันได้แก่ พันธบัตรรัฐบาลและเงินฝากประจำ ใช้กลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Active มีตัวชี้วัดคือ BofA Merrill Lynch US 3-month Treasury Bill 100% ที่ปรับด้วยอัตราแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินบาท ณ วันที่คำนวณผลตอบแทน


แม้จะมีการลงทุนในต่างประเทศ แต่กองทุนดังกล่าวก็มีนโยบายในการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน จากผลการดำเนินงานย้อนหลังของกองทุนในช่วงระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา พบว่ามีบางปีที่มีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดและมากกว่าค่าเฉลี่ยในกลุ่มกองทุนประเภทเดียวกัน โดยเฉพาะในช่วงระยะเวลา 1 ปี 3 ปี และ 5 ปี นั้นมีผลการดำเนินงานที่สูงสุดในกลุ่ม  

TISCO Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ TUSFIX ทิสโก้ ยูเอส ตราสารหนี้ระยะสั้น

สร้างผลตอบแทนที่มากด้วยตราสารหนี้ระยะสั้นจากสหรัฐอเมริกา

สำหรับผู้ที่มองหาโอกาสในการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ก็ควรจะลองเก็บกองทุนนี้ไว้เป็นตัวเลือกในการพิจารณาดูค่ะ โดยกองทุนดังกล่าวจะมีการลงทุนในกองทุนต่างประเทศอย่าง SPDR Barclays 1-3 Month T-Bill ETF ซึ่งอิงตามดัชนี Bloomberg Barclays 1-3 Month U.S. Treasury Bill หรือดัชนีตั๋วเงินคงคลังอายุ 1 - 3 เดือน ของสหรัฐอเมริกา เป็นหลัก ทางกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจ


กองทุนดังกล่าวมีความเสี่ยงโดยรวมของกองทุนอยู่ในระดับ 3 ซึ่งถือว่าเป็นความเสี่ยงระดับปานกลาง ค่อนข้างต่ำ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นพบว่ามีมูลค่าน้อยกว่าดัชนีชี้วัด แต่มีมูลค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน อีกทั้งยังเป็นกองทุนที่ทำงานได้ดีติดอันดับท็อปของกองทุนโดยรวมทั้งหมดมาหลายปี ทางกองทุนจะไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล และมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายค่อนข้างน้อย

Krungsri Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KFAFIX-A กรุงศรีแอคทีฟตราสารหนี้-สะสมมูลค่า

ลงทุนในตราสารของเอกชนและรัฐบาล จากทั้งในและนอกประเทศ

กองทุนตราสารหนี้ตัวนี้มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ เงินฝากหรือตราสารเทียบเท่าเงินฝาก โดยมีที่มาจากทั้งภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ สถาบันการเงินและบริษัทเอกชนต่าง ๆ มีทั้งการลงทุนในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งการลงทุนในต่างประเทศจะมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่ไม่ต่ำกว่า 90% อายุของตราสารที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนนี้จะมีลักษณะเป็น Mid Term General Bond ซึ่งจะอยู่ระหว่างระยะเวลา 1 - 3 ปี


กองทุนดังกล่าวมีกลยุทธ์แบบ Active Management ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมานั้นมีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดตั้งแต่จัดตั้งกองทุนมา อีกทั้งยังมีมูลค่ามากกว่าในช่วงระยะต่ำกว่า 1 ปี และมากกว่า 1 ปี อีกด้วย โดยดัชนีชี้วัดของกองทุนจะประกอบไปด้วยผลตอบแทนรวมสุทธิของดัชนีพันธบัตรรัฐบาล ดัชนีตราสารหนี้และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ดังนั้นหากใครที่อยากมองหาผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร แต่ไม่อยากเสี่ยงระดับตลาดหุ้นก็สามารถพิจารณากองทุนนี้ได้

Krungthai Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KT-ST กองทุนเปิดกรุงไทยตราสารหนี้ระยะสั้น

มีนโยบายควบคุมอายุเฉลี่ยของตราสารในกองทุนให้ไม่เกิน 1 ปี

กองทุนตราสารหนี้ตัวนี้จะเน้นลงทุนในตราสารกลุ่ม Short Term General Bond หรือตราสารที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี โดยมีที่มาทั้งจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งต่างประเทศจะมีการลงทุนไม่เกิน 40% อีกทั้งยังมุ่งหวังให้ผลตอบแทนนั้นมีความเหมาะสมกับความเสี่ยง ทางกองทุนจะควบคุมอายุเฉลี่ยของตราสารในกองทุน (Portfolio Duration) ให้ไม่เกิน 1 ปี ใช้กลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management และไม่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล


ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดที่ประกอบไปด้วยดัชนีพันธบัตรที่มีอายุคงที่ 6 เดือน และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากในช่วงระยะเวลา 6 เดือน พบว่ามีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดทั้งในระยะสั้นและระยะยาว อีกทั้งยังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกองทุนที่ต่ำ ทำให้มีความผันผวนในส่วนของผลตอบแทนน้อย จึงถือเป็นหนึ่งในกองทุนที่เหมาะกับการพักเงินระยะสั้น 

Asset Plus Fund Managementกองทุนตราสารหนี้ ASP-FRF แอสเซทพลัสตราสารหนี้เพื่อการเลี้ยงชีพ

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้

กองทุนตราสารหนี้ตัวนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกองทุนที่ได้รับเรทติ้ง 5 ดาว จาก Morningstar เน้นการลงทุนในตราสาร Short Term Bond หรือตราสารหนี้ระยะสั้น โดยจะพิจารณาจากความมั่นคงของผู้ออกตราสารเป็นหลัก ซึ่งจะต้องมี Rating ในระดับไม่ต่ำกว่า BBB และสิ่งที่พิเศษคือทางกองทุนจะไม่มีการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) และตราสารหนี้ที่มีการจ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับตัวแปร (Structure Note) รวมไปถึงไม่มีการลงทุนในต่างประเทศ


ทางกองทุนมีกลยุทธ์การบริหารแบบ Active Management ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบผลการดำเนินงานย้อนหลังที่ผ่านมากับดัชนีชี้วัดนั้นมักจะมีมูลค่าที่ต่ำกว่า แต่ในช่วงที่ดัชนีชี้วัดมีมูลค่าติดลบ จะพบว่าผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นจะยังมีกำไรเป็นบวก อีกทั้งยังมีมูลค่าเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกันบางช่วงระยะเวลา กองทุนนี้จะไม่มีการจ่ายเงินปันผล แต่สามารถนำไปใช้หักลดหย่อนภาษีได้ถ้าถือหน่วยลงทุนตามเงื่อนไข

Kasikorn Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ KACB เคเอ คอร์เปอเรท บอนด์

ลงทุนในตราสารแห่งหนี้ ที่ออกโดยบริษัทเอกชนหรือรัฐวิสาหกิจ

สำหรับคนที่มองหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนมากกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก แต่ไม่ชอบความเสี่ยงสูง อย่างเช่น การซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ตราสารหนี้ของภาคเอกชนอย่างหุ้นกู้ ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ก็ต้องคัดเลือกบริษัทที่มีความน่าเชื่อถือเพื่อลดความเสี่ยงในการผิดชำระหนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งกองทุนตราสารหนี้ตัวนี้จะมีการพิจารณาเลือกโดยผู้จัดการกองทุนที่มีความเชี่ยวชาญผสมทั้งตราสารหนี้ภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ


จากพอร์ตการลงทุนของกองทุนนี้จะพบว่ามีการลงทุนในหุ้นกู้จากภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ โดยมาจากบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Gulf Energy, True และ ThaiBev เป็นหลัก และมีกลยุทธ์บริหารกองทุนที่ให้ผลตอบแทนเคลื่อนไหวตามดัชนีชี้วัดที่ประกอบไปด้วยอัตราดอกเบี้ยเงินฝากธนาคาร ผลตอบแทนสุทธิทั้งจากตราสารหนี้เอกชนและพันธบัตรรัฐบาล ซึ่งผลการดำเนินงานที่ผ่านมามีมูลค่าสูงกว่าดัชนีชี้วัดและยังอยู่เหนือค่าเฉลี่ยของกองทุนในกลุ่มเดียวกันมาอย่างต่อเนื่อง

Phillip Asset Managementกองทุนตราสารหนี้ PBOND กองทุนเปิดฟิลลิปตราสารหนี้ไทย

มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ไทยที่อยู่ในระดับ Investment Grade

กองทุนตราสารหนี้ตัวนี้จะเน้นลงทุนในตราสารหนี้จากประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ซึ่งจะคัดเลือกจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน โดยพิจารณาจากการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่อยู่ในระดับ Investment Grade เท่านั้น อีกทั้งยังไม่มีการลงทุนในตราสารที่มีลักษณะของสัญญาซื้อขายล่วงหน้าแฝงหรือ Structured Notes อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนจะอยู่ที่ระยะเวลา 4 ปี 9 เดือน ซึ่งจัดว่าเป็น Long Term General Bond


ผลการดำเนินงานในอดีตที่ผ่านมาของกองทุนนั้นเมื่อเทียบกับดัชนีชี้วัดยังมีมูลค่าน้อยกว่าเป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับ Year To Date แล้วพบว่ามีมูลค่ามากกว่า ในขณะที่เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มประเภทเดียวกันนั้น พบว่าอยู่เหนือกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าว กองทุนนี้มีค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับกองทุนในระดับที่ต่ำมาก และไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ว่าจะซื้อขายหรือสับเปลี่ยน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนตราสารหนี้

แม้ว่าสำหรับนักลงทุนมือใหม่หลาย ๆ คน กองทุนตราสารหนี้อาจจะเป็นหนึ่งในกองทุนที่เคยได้ยินชื่ออยู่บ้างแต่ยังไม่คุ้นเคยมากนัก จึงอาจมีข้อสงสัยหรือคำถามต่าง ๆ อยู่ ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากกันค่ะ

กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น กับ กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว มีข้อดีข้อเสียอย่างไรบ้าง?

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

สำหรับจุดเด่นของกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น จะมีสภาพคล่องที่สูงกว่าและมีความเสี่ยงต่ำ แต่ก็ต้องแลกกับผลตอบแทนที่ต่ำตามกันครับ ในทางกลับกัน กองทุนตราสารหนี้ระยะยาวนั้นจะมีความเสี่ยงระดับปานกลาง แต่ก็จะให้ผลตอบแทนสูงกว่ารูปแบบระยะสั้นนั่นเองครับ

ใครเหมาะกับการลงกองทุนตราสารหนี้?

อนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)
นักวางแผนการเงินอนุชิต อาทรชัยกุล (ปอย)

สำหรับมุมมองของผมนั้น กองทุนตราสารหนี้เป็นการลงทุนที่เหมาะกับนักลงทุนทุก ๆ คน เพียงแต่ว่าสัดส่วนที่ลงทุนนั้นควรจะแตกต่างตามความเสี่ยงที่รับได้ เช่น ถ้าผู้ลงทุนอยู่ในวัยทำงานอายุประมาน 35 ปี ก็อาจจะถือสัดส่วนกองทุนตราสารหนี้ไว้ซัก 20% ของพอร์ต ส่วนที่เหลือก็นำไปกระจายลงทุนในสินทรัพย์อื่นเพื่อคาดหวังผลตอบแทนที่มากขึ้น ในทางกลับกัน หากผู้ลงทุนเป็นผู้ที่เกษียณอายุ ก็ควรที่จะถือกองทุนตราสารหนี้ไว้ซัก 80% ของพอร์ตเพราะว่านักลงทุนกลุ่มนี้ไม่มีรายได้ประจำแล้วจึงจำเป็นที่จะต้องรักษาเงินต้นเอาไว้ครับ

บทส่งท้าย

จะเห็นได้ว่า ข้อดีของตราสารหนี้ คือ มีความเสี่ยงน้อยกว่าหุ้นและให้ผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้เป็นช่องทางการลงทุนอีกช่องทางหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสนใจ ทั้งนี้ 10 อับดับ กองทุนตราสารหนี้ที่เราได้รวมรวมมาให้เป็นเพียงกองทุนที่มีความโดดเด่นน่าจับตามองในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา ที่คุณสามารถนำไปใช้ประกอบการตัดสินใจหรือเปรียบเทียบกับกองทุนที่คุณกำลังสนใจได้ 


อย่างไรก็ตาม ไม่จำเป็นว่าจะต้องเลือกกองทุนที่ติดอันดับเสมอไปนะคะ เพราะอย่างที่นักลงทุนทราบกันดีว่า ไม่ว่าจะลงทุนในรูปแบบใด หากได้ขึ้นชื่อว่าเป็นการลงทุนแล้ว ก็ต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่มากน้อยแตกต่างกันไปอยู่ดี ดังนั้น จึงควรพิจารณาหนังสือชี้ชวนกันให้ถี่ถ้วนก่อน และควรลงทุนในกองที่รับความเสี่ยงได้หรือเหมาะสมกับแนวทางการบริหารเงินของคุณจะดีที่สุดค่ะ

คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ
  1. TOP
  2. การลงทุน
  3. กองทุน
  4. 10 กองทุนตราสารหนี้ แนะนํา ปี 2023 ผลตอบแทนดี น่าลงทุน

ค้นหาตามหมวดหมู่