




กองทุนกสิกร เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ ตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุนกสิกรจะมีให้เลือกหลายหลาย จึงควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน, ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาในการลงทุน
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกกองทุนกสิกร ที่เหมาะสำหรับลดหย่อนภาษี, สำหรับสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ, สำหรับลงทุนระยะยาว และสำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล พร้อมคำแนะนำจากคุณสุดารัตน์ บริสุทธนะกุล นักวางแผนการเงิน นอกจากนี้ยังมี 10 กองทุนกสิกร ที่มีทั้งกองทุน RMF / TESG, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนปันผลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 กองทุนกสิกร
Kasikorn Asset Management

กระจายการลงทุนไปในตราสารทุนจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก
Kasikorn Asset Management

คัดเลือกหุ้นจากบริษัทชั้นนำของอเมริกา เน้นผลตอบแทนระยะยาว
Kasikorn Asset Management

มุ่งเน้นผลตอบแทนระยะยาว ด้วยการลงทุนในเทรนด์แห่งอนาคต
Kasikorn Asset Management

ใช้ดัชนี SET 50 จากตลาดหุ้นไทยเป็นตัวกำหนดทิศทางลงทุน

คุณแอนจบการศึกษา Chemical Engineering จาก Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP Executive Program สอบผ่านระดับ Distinction จากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตัวแทนประกัน และผู้แนะนำการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินครอบครัว แผนทุนการศึกษา แผนการออมเงินและการลงทุน แผนโอนย้ายความเสี่ยง วิเคราะห์และออกแบบประกันอย่างเหมาะสม แผนส่งต่อมรดกและภาษีมรดก เป็นต้น คุณแอนมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความผิดพลาดในอดีต มาช่วยให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกัน และการทำให้เงินเติบโตด้วยการลงทุน อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง มั่งคั่ง และดำเนินชีวิตตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างสบายใจ เพราะคนที่เริ่มและรู้ตัวก่อนย่อมได้เปรียบ และการเงินเป็นเรื่องสำคัญของทุกชีวิต

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
การเลือกกองทุนกสิกรจะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เลือกกองทุนกสิกรได้ตรงกับเป้าหมายในการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
การเลือกประเภทกองทุนกสิกรตามเป้าหมายการลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ต่างกัน จึงมีข้อควรพิจารณาดังนี้
สำหรับกองทุนกสิกร ลดหย่อนภาษี แนะนำให้เลือกกองทุน RMF, TESG เพราะกองทุนเหล่านี้ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออมและการลงทุนระยะยาวในตลาดทุน
สำหรับสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ แนะนำให้เลือกกองทุนตราสารหนี้ เพราะกองทุนเหล่านี้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งทำให้มีความผันผวนของราคาน้อยมากและมีโอกาสขาดทุนต่ำกว่ากองทุนประเภทอื่น

การพิจารณาจากความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้ ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้เหมาะสมกับระดับความผันผวนและโอกาสขาดทุนที่ตนเองยอมรับได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนด ประเภทของสินทรัพย์ที่ควรลงทุน
ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) เป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ลงทุนจ่ายให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำธุรกรรมซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิของคุณ โดยแบ่งเป็น
ค่าขาย (Back-end fee) คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายเมื่อทำการขายคืนหน่วยลงทุน โดยเฉพาะในกองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศ โดยมักจะถูกกำหนดเป็นแบบขั้นบันได หากยิ่งถือนานหลายปี ค่าธรรมเนียมยิ่งลดลง ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้ลงทุนถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว
ค่าซื้อ (Front-end fee) คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายทันที ณ วันที่ซื้อ หน่วยลงทุน โดยหักจากเงินลงทุนก่อนนำไปซื้อ ซึ่งปัจจุบัน KAsset มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้ในกองทุนหลายประเภทเพื่อจูงใจนักลงทุน จึงควรตรวจสอบรายการกองทุนอีกครั้ง
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | |
|---|---|---|---|---|
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค โกลบอล อิควิตี้ - K-GLOBE | ![]() | กระจายการลงทุนไปในตราสารทุนจากทั่วทุกภูมิภาคของโลก | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค ยูเอสเอ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล - K-USA-A(D) | ![]() | คัดเลือกหุ้นจากบริษัทชั้นนำของอเมริกา เน้นผลตอบแทนระยะยาว | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟ เชนจ์ หุ้นทุน ชนิดเพื่อการออม - K-CHANGE-SSF | ![]() | มุ่งเน้นผลตอบแทนระยะยาว ด้วยการลงทุนในเทรนด์แห่งอนาคต | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค เซ็ท 50 เพื่อการเลี้ยงชีพ - KS50RMF | ![]() | ใช้ดัชนี SET 50 จากตลาดหุ้นไทยเป็นตัวกำหนดทิศทางลงทุน | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม–A ชนิดสะสมมูลค่า - K-GINCOME-A(A) | ![]() | ลงทุนในตราสารที่มีการจ่ายผลตอบแทนสูง จากทั้งในและต่างประเทศ | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค อะกริคัลเจอร์ - K-AGRI | ![]() | เน้นสินค้าโภคภัณฑ์ในหมวดสินค้าเกษตรกรรม จ่ายปันผลปีละ 2 ครั้ง | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น - K-SF | ![]() | โฟกัสทั้งตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ จากภาครัฐและภาคเอกชน | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค ดัชนีหุ้นธุรกิจพลังงาน - K-ENERGY | ![]() | ลงทุนตามดัชนีหุ้นที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค แพลน 1 - K-PLAN1 | ![]() | กองทุนรวมตราสารหนี้ ที่มีการลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 20% | ||
Kasikorn Asset Management กองทุนกสิกร กองทุนเปิดเค บริหารเงิน - K-CASH | ![]() | กองทุนรวมตลาดเงินในประเทศ เน้นสภาพคล่องสูงและความเสี่ยงต่ำ |
กองทุนกสิกรกองนี้ได้รับการประเมิน 4 ดาวจาก Morningstar เป็นกองทุนที่มีลักษณะ Fund of Funds เลือกกระจายการลงทุนไปในหลาย ๆ กองทุนจากทั่วภูมิภาคของโลก และเน้นการลงทุนในตราสารทุนหรือหุ้นสามัญเป็นหลัก จากพอร์ตของกองทุนนี้พบว่ามีการลงทุนในสหรัฐอเมริกาเป็นหลัก ตามมาด้วยโซนยุโรป ญี่ปุ่นและจีน เพราะมีการลงทุนในต่างประเทศจึงป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
กองทุนนี้มีการบริหารแบบ Active Management และมีเป้าหมายการลงทุนแบบ Growth มุ่งหวังโอกาสเติบโตในระยะยาว เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้นานกว่า 5 ปีขึ้นไป ซึ่งจะเห็นได้จากผลการดำเนินงานว่าในระยะเวลาต่ำกว่า 1 ปีนั้นขาดทุน แต่เมื่อเทียบระยะเวลา 5 ปีขึ้นไป จะพบว่ากองทุนมีกำไร แม้ว่าจะไม่ควรขายเก็งกำไรในระยะสั้น แต่ทางกองทุนก็มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 2 ครั้งให้ผู้ถือหน่วยลงทุน
กองทุนกสิกรตัวนี้เลือกลงทุนในกองทุน Feeder Fund ต่างประเทศอย่าง Morgan Stanley US Advantage Fund - I Shares ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้นประเทศสหรัฐอเมริกา โดยหุ้นที่ทางกองทุนคัดเลือกนั้นจะมาจากบริษัทชั้นนำของประเทศอเมริกาที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด เพื่อทำให้ผู้ถือหน่วยลงทุนสามารถเก็บเกี่ยวกำไรจากมูลค่าหุ้นที่จะเพิ่มสูงขึ้นมาในอนาคตนั่นเอง
จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของกองทุนนั้นจะเริ่มมีกำไรเมื่อผ่านพ้นช่วงระยะเวลา 5 ปีเป็นต้นไป ดังนั้นจึงเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับคนที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้นานกว่า 5 ปี แต่ในระหว่างที่คุณถือหน่วยลงทุนนั้นทางกองทุนก็มีผลตอบแทนให้ในรูปแบบของเงินปันผล โดยมีนโยบายจ่ายไม่เกิน 4 ครั้งต่อปี ซึ่งจากประวัติของกองทุนก็พบว่ามีการจ่ายเงินปันผลต่อเนื่องเป็นประจำในแต่ละปี อีกทั้งยังมีการจ่ายมากกว่า 1 ครั้งต่อปี
เทรนด์การลงทุนของคนในยุคปัจจุบันไม่ได้มุ่งหวังแค่ผลกำไรอย่างเดียว แต่ยังมุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับสังคมจึงสอดคล้องกับแนวคิดการลงทุนของ Baillie Gifford Positive Change Fund - Class B accumulation (GBP) ซึ่งเป็นกองทุนแม่ที่ทางกสิกรเข้าซื้อหน่วยลงทุน โดยจะคัดเลือกหุ้น 25 - 50 หุ้น จากบริษัทที่ดำเนินธุรกิจที่มี Positive Impact ต่อสังคมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องการศึกษา สิ่งแวดล้อม สุขภาพหรือคุณภาพชีวิตของผู้คน
หุ้นที่อยู่ในพอร์ตการลงทุนจึงเป็นบริษัทที่หลายคนคุ้นหน้าคุ้นตาในเรื่องของผู้นำเทรนด์รักษ์โลกแห่งอนาคตไม่ว่าจะเป็น Tesla, Moderna, TSMC เนื่องจากเป็นกองทุน SSF จึงเหมาะสำหรับผู้ที่สามารถือหน่วยลงทุนได้นานกว่า 10 ปีขึ้นไป ซึ่งเหมาะกับลักษณะของกองทุนที่เน้นการสร้างผลตอบแทนในระยะยาวมากกว่าการเก็งกำไรในช่วงสั้น ๆ ไม่มีนโยบายจ่ายปันผล แต่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษี
ถ้าพูดถึงตลาดหุ้นไทย ก็ต้องพูดถึงดัชนี SET 50 ซึ่งเป็นดัชนีสำคัญหลัก ๆ ที่แสดงความเคลื่อนไหวของหุ้นไทยลำดับต้น ๆ ที่มีมูลค่าสูงและมีการซื้อขายในปริมาณมาก กองทุนกสิกรกองนี้จึงเน้นลงทุนในหุ้นที่เป็นองค์ประกอบของ SET 50 ในสัดส่วนที่สอดคล้องกับดัชนีดังกล่าว และมีกลยุทธ์บริหารกองทุนแบบ Passive Management ซึ่งเน้นให้ผลการดำเนินงานของกองทุนมีมูลค่าที่ใกล้เคียงกับดัชนี SET 50
กองทุนนี้จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ความสนใจในตลาดหุ้นไทย แต่อาจจะไม่มีเวลามาคัดเลือกหุ้นเอง ซึ่งการลงทุนตาม SET 50 ก็มีความมั่นคงและเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง ไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล แต่เป็นกองทุนที่เป็นลักษณะ RMF หรือเพื่อการเลี้ยงชีพ ซึ่งต้องมีการซื้อหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปี เพื่อเข้าเงื่อนไขในการหักลดหย่อนภาษี ซึ่งกองทุนนี้มีเงินลงทุนขั้นต่ำที่ 500 บาท ซึ่งเป็นมูลค่าที่หลายคนสามารถซื้อได้
กองทุนกสิกรตัวนี้มีกองแม่คือ JPMorgan Investment Funds – Global Income Fund, Class I (mth) - USD (hedged) ซึ่งจะลงทุนแบบผสม กระจายไปยังตราสารหนี้ ตราสารทุน และหน่วยทรัสต์ของทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs) ทั่วโลก โดยพิจารณาคัดเลือกจากผลตอบแทนที่สูงไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของดอกเบี้ยหรือเงินปันผล เนื่องจากมีการกระจายการลงทุนไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท จึงทำให้ความเสี่ยงน้อยลง
เพราะเป็นกองทุนต่างประเทศ จึงมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% ผลการดำเนินงานของกองทุนในช่วง 1 - 3 ปีนั้นยังติดลบ แต่เนื่องจากนโบายของกองทุนจะเน้นสร้างผลตอบแทนในช่วง 5 ปีเป็นต้นไป จึงเหมาะสำหรับคนที่สามารถถือหน่วยลงทุนได้ในระยะยาว และเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยจากกองทุนอื่น ๆ ในกลุ่มเดียวกัน ก็พบว่าผลการดำเนินงานของกองนี้ยังมีมูลค่าที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย
สำหรับคนที่รับความเสี่ยงได้สูงและมองหาผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด กองทุนกสิกรกองนี้ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับคุณ โดยมีกองทุนหลักในต่างประเทศอย่าง Invesco DB Agriculture Fund ซึ่งจะเลือกลงทุนในฟิวเจอร์สสินค้าโภคภัณฑ์หรือสัญญาซื้อขายล่วงหน้า เมื่อราคาของสินค้าโภคภัณฑ์ดังกล่าวเพิ่มขึ้นในอนาคตก็จะทำการขาย ซึ่งส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากราคาซื้อและขายก็คือกำไรจากการเก็งราคานั่นเอง
กองทุนดังกล่าวมีนโยบายบริหารกองทุนแบบ Passive Management ตามดัชนีหลักอย่าง DBIQ Diversified Agriculture Total Return และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 75% กองทุนนี้มีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์นั้นมีความผันผวนอยู่สม่ำเสมอ แต่ถ้าจับจังหวะได้ถูกต้องก็มีโอกาสสร้างผลตอบแทนมากกว่ากองทุนประเภทอื่น มีนโยบายจ่ายปันผลไม่เกิน 2 ครั้งต่อปี
กองทุนกสิกรกองนี้จะเน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก โดยตราสารหนี้ที่กสิกรเลือกลงทุนจะมาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ซึ่งมีทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 50% กองทุนจะสร้างผลตอบแทนจากดอกเบี้ย ในพอร์ตการลงทุนของกองทุนจะพบว่าสัดส่วนการลงทุนจะอยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลังมาก ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดการผิดชำระหนี้หรือดอกเบี้ย
กองทุนนี้จะมีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และยังไม่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ดังนั้นผลตอบแทนที่ได้จากกองทุนนั้นอาจจะไม่ได้สูงหรือมีผลตอบแทนแบบก้าวกระโดด แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่าเงินฝากธนาคารทั่ว ๆ ไป ดังนั้นจึงเหมาะสำหรับเป็นแหล่งพักเงินในระยะสั้นระยะเวลา 1 เดือนขึ้นไป ในกรณีที่ตลาดหุ้นหรือตลาดอื่น ๆ มีความผันผวนสูง เพื่อช่วยรักษามูลค่าเงินลงทุนของคุณให้คงที่ให้ได้มากที่สุด
ใครที่มองหาโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นกว่าการลงทุนทั่วไป ก็น่าจะสนใจกองทุนกสิกรตัวนี้ โดยจะเลือกลงทุนในหมวดอุตสาหกรรมธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคอย่างเช่น บริษัทในเครือปตท.และกัลฟ์ มีกลยุทธ์การบริหารกองทุนแบบ Passive Management มีเป้าหมายลงทุนให้ได้ผลตอบแทนที่มีความใกล้เคียงกับดัชนีธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค (SET Energy & Utilities Sector Index)
เนื่องจากเป็นกองทุนที่มีความกระจุกตัวอยู่ในธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภคที่มีความผันผวนสูง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงสูงตามไปด้วย จึงไม่เหมาะกับคนที่คาดหวังว่าเงินต้นในการลงทุนของคุณจะไม่ลดลง กองทุนนี้ยังมีการลงทุนในต่างประเทศโดยจะไม่เกิน 20% ผลการดำเนินงานของกองทุนในรอบ 1 ปี 3 ปี 5 ปี รวมไปถึงตั้งแต่จัดตั้งนั้นเป็นบวก แต่ทางกองทุนก็ยังแนะนำให้ถือหน่วยลงทุนตั้งแต่ 5 ปีเป็นต้นไป
กองทุนกสิกรตัวนี้จะอยู่ในกลุ่ม Stability ที่จะเน้นความมั่นคงเป็นหลัก เพื่อช่วยให้คุณมีความเสี่ยงที่สูญเสียเงินต้นในการลงทุนให้น้อยที่สุด เลือกลงทุนในตราสารแห่งหนี้ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชน มีการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยต่างประเทศจะลงทุนไม่เกิน 20% พร้อมป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนเอาไว้ไม่ต่ำกว่า 90% พอร์ตการลงทุนส่วนใหญ่จะอยู่ที่กระทรวงการคลังและทรู คอร์ปอเรชั่น
เพราะมีความเสี่ยงต่ำและไม่มีนโยบายจ่ายเงินปันผล ดังนั้นจึงอาจจะไม่ได้ให้ผลตอบแทนที่หวือหวาเมื่อเทียบกับตลาดหุ้น เหมาะสำหรับผู้ที่สามารถถือหน่วยลงทุนตั้งแต่ 6 เดือนเป็นต้นไป แม้ว่าจะมีความผันผวนต่ำ แต่ผู้ลงทุนก็ยังควรต้องคอยติดตามการขึ้นลงของอัตราดอกเบี้ยในตลาด เนื่องจากอาจจะทำให้ผลการดำเนินงานของกองทุนนั้นติดลบได้ด้วยเช่นกัน เพราะต้องปรับลดตามอัตราดอกเบี้ยดังกล่าว
สำหรับมือใหม่หัดลงทุนหรือคนที่ไม่อยากเสี่ยงในการลงทุนเลย ก็ควรพิจารณากองทุนกสิกรตัวนี้เป็นหลัก โดยเป็นกองทุนรวมตลาดเงินภายในประเทศ เลือกลงทุนในตั๋วเงินคลัง พันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจที่มีกระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกัน รวมไปถึงพันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย จะมีการลงทุนในประเทศไทยเท่านั้น ไม่มีการลงทุนในต่างประเทศ ดังนั้นจึงไม่มีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนด้วย
เพราะความเสี่ยงต่ำระดับ 1 จึงให้ผลตอบแทนไม่มาก มักจะมีมูลค่าใกล้เคียงกับดอกเบี้ยเงินฝากทั่วไป แต่ก็สร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนว่าจะมีโอกาสเกิดการขาดทุนน้อย ซึ่งเห็นได้จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมาเป็นบวกในทุกช่วงเวลา อีกทั้งยังมีสภาพคล่องสูง สามารถซื้อขายได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ใครที่ต้องการมองหาแหล่งพักเงินในช่วงที่สินทรัพย์ประเภทอื่นมีความผันผวนเรื่องราคาก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ


คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































