10 กองทุนกสิกร ตัวไหนดี ปี 2026 ลดหย่อนภาษี ปันผล
กองทุนกสิกร เป็นบริษัทในเครือของธนาคารกสิกรไทย ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการระดมเงินจากนักลงทุนรายย่อยและนักลงทุนสถาบัน แล้วนำเงินเหล่านั้นไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น หุ้น ตราสารหนี้ หรืออสังหาริมทรัพย์ ตามนโยบายที่กำหนดไว้ โดยกองทุนกสิกรจะมีให้เลือกหลายหลาย จึงควรเลือกให้เหมาะกับเป้าหมายทางการเงิน, ระดับความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาในการลงทุน
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกกองทุนกสิกร ที่เหมาะสำหรับลดหย่อนภาษี, สำหรับสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ, สำหรับลงทุนระยะยาว และสำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล พร้อมคำแนะนำจากคุณสุดารัตน์ บริสุทธนะกุล นักวางแผนการเงิน นอกจากนี้ยังมี 10 กองทุนกสิกร ที่มีทั้งกองทุน RMF / TESG, กองทุนตราสารหนี้, กองทุนหุ้นไทย, กองทุนหุ้นต่างประเทศ และกองทุนปันผลมาแนะนำเพิ่มเติมอีกด้วย
Top 5 กองทุนกสิกร
KAsset

ป้องกันความผันผวนของค่าเงินหากลงทุนในต่างประเทศ
KAsset

ลงทุนหลากหลาย จัดพอร์ตเชิงรุก ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง
KAsset

พอร์ตลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสุขภาพ มีความเสี่ยงสูง
KAsset

ลดหย่อนภาษีได้ 30% ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอย่างอิสระ

คุณแอนจบการศึกษา Chemical Engineering จาก Sirindhorn International Institute of Technology มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และหลักสูตรที่ปรึกษาการเงิน FChFP Executive Program สอบผ่านระดับ Distinction จากสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน ปัจจุบันทำงานเป็นที่ปรึกษาการเงินส่วนบุคคล ตัวแทนประกัน และผู้แนะนำการลงทุน โดยมีความเชี่ยวชาญในการวางแผนการเงินครอบครัว แผนทุนการศึกษา แผนการออมเงินและการลงทุน แผนโอนย้ายความเสี่ยง วิเคราะห์และออกแบบประกันอย่างเหมาะสม แผนส่งต่อมรดกและภาษีมรดก เป็นต้น คุณแอนมีความตั้งใจที่จะนำความรู้ ประสบการณ์ ความผิดพลาดในอดีต มาช่วยให้คนไทยมีความรู้ความเข้าใจเรื่องการวางแผนการเงิน การโอนย้ายความเสี่ยงด้วยประกัน และการทำให้เงินเติบโตด้วยการลงทุน อย่างเหมาะสมเฉพาะบุคคล เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคง มั่งคั่ง และดำเนินชีวิตตามเป้าหมายของชีวิตได้อย่างสบายใจ เพราะคนที่เริ่มและรู้ตัวก่อนย่อมได้เปรียบ และการเงินเป็นเรื่องสำคัญของทุกชีวิต

คุณตุ๊กตาจบการศึกษาจากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ด้วยพื้นฐานความรู้จากการเรียนในมหาวิทยาลัยและความสนใจส่วนตัวแล้ว จึงมีความรู้ความสนใจเกี่ยวกับการเงินและการลงทุนเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของบัตรเครดิตและกองทุน ที่ถือเป็นทางเลือกการบริหารการเงินส่วนตัวของคนในยุคปัจจุบัน ซึ่งในยามว่างคุณตุ๊กตาจะชอบอ่านหนังสือหรือบทความเกี่ยวกับการลงทุน เพื่อพัฒนาความรู้เพิ่มเติมและวางแผนด้านการเงินของตนเองในระยะยาวได้อย่างมั่นคง รวมทั้งยังมีแพลนที่จะลงคอร์สเรียนต่าง ๆ เพื่อนำมาต่อยอดความรู้เดิมอีกด้วย ปัจจุบันคุณตุ๊กตาช่วยงานธุรกิจส่วนตัวของครอบครัวและเป็นนักเขียนอิสระ ซึ่งนอกจากการอ่านหนังสือด้านการเงินและการลงทุนแล้ว ยังชื่นชอบหนังสือที่เป็น Fiction เช่น นิยายแปลจีนนิยายแปลญี่ปุ่น และ Non-fiction ที่เป็นแนวหนังสือจิตวิทยาและประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ คุณตุ๊กตายังมีความสนใจด้าน Data Science และกำลังศึกษาผ่านคอร์สเรียนออนไลน์เพื่อเพิ่มทักษะอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
วิธีการเลือกกองทุนกสิกร
การเลือกกองทุนกสิกรจะต้องอาศัยการพิจารณาหลายอย่างประกอบกัน ทั้งนี้ก็เพื่อช่วยให้เลือกกองทุนกสิกรได้ตรงกับเป้าหมายในการลงทุน ความเสี่ยงที่รับได้ และระยะเวลาการลงทุนที่เหมาะสมที่สุด โดยมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงดังนี้
เลือกประเภทของกองทุนกสิกรตามเป้าหมายการลงทุน
การเลือกประเภทกองทุนกสิกรตามเป้าหมายการลงทุน ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้ตรงกับจุดประสงค์ในการใช้งาน ทำให้บรรลุเป้าหมายได้ง่ายขึ้น เพราะแต่ละกองทุนมีนโยบายสินทรัพย์และความเสี่ยงที่ต่างกัน จึงมีข้อควรพิจารณาดังนี้
สำหรับลดหย่อนภาษี เลือกกองทุน RMF / TESG

สำหรับกองทุนกสิกร ลดหย่อนภาษี แนะนำให้เลือกกองทุน RMF, TESG เพราะกองทุนเหล่านี้ เป็นเครื่องมือทางการเงินที่ได้รับการส่งเสริมจากภาครัฐให้สิทธิประโยชน์ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นแรงจูงใจในการออมและการลงทุนระยะยาวในตลาดทุน
- กองทุนกสิกร RMF คือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพที่เน้นการออมเพื่อเกษียณ โดยต้องลงทุนต่อเนื่องทุกปี (เว้นได้ไม่เกิน 1 ปี) และถือครองจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ แลกกับสิทธิลดหย่อนภาษีที่ซื้อได้สูงสุด 30% ของรายได้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการวางแผนความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต เช่น K-FIRMF, K-GARMF, K-US500XRMF ที่เน้นหุ้นต่างประเทศ
- กองทุน Thai ESG (Thai Sustainable Fund) คือกองทุนลดหย่อนภาษีที่เน้นลงทุนในธุรกิจไทยที่ยั่งยืน (ESG) เพื่อลดหย่อนภาษีเพิ่มเติม โดยมีเงื่อนไขการถือครองเพียง 5 ปีเต็ม (นับจากวันที่ซื้อ) และได้รับวงเงินลดหย่อนแยกต่างหากสูงสุด 300,000 บาท ซึ่งไม่รวมกับกลุ่มเกษียณ 5 แสนบาท เช่น K-ESGBF-ThaiESG, K-ESGSI-ThaiESG
สำหรับสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ เลือกกองทุนตราสารหนี้

สำหรับสภาพคล่องสูง ความเสี่ยงต่ำ แนะนำให้เลือกกองทุนตราสารหนี้ เพราะกองทุนเหล่านี้เน้นลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก ซึ่งทำให้มีความผันผวนของราคาน้อยมากและมีโอกาสขาดทุนต่ำกว่ากองทุนประเภทอื่น
- กองทุนตราสารหนี้ไทย คือกองทุนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์หนี้สินที่ออกโดยหน่วยงานในประเทศไทย เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความเสี่ยงต่ำมากและสภาพคล่องสูง เช่น K-SF-A / K-SFPLUS-A ที่เน้นลงทุนระยะสั้น, K-FIXED-A หรือ K-PLAN1 ที่เน้นลงทุนระยะยาว - ปานกลาง
- กองทุนตราสารหนี้ต่างประเทศ กองทุนที่เน้นลงทุนในสินทรัพย์หนี้สินที่ออกโดยหน่วยงานต่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการกระจายความเสี่ยง และต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เช่น K-GDBOND-A(A)
สำหรับลงทุนระยะยาวและยอมรับความผันผวนได้ เลือกกองทุนหุ้นไทยหรือหุ้นต่างประเทศ

- กองทุนหุ้นไทย คือกองทุนที่เน้นลงทุนในหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) โดยมีโอกาสสร้างผลตอบแทนที่สอดคล้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจไทย เช่น K-STAR (กองทุนหุ้นขนาดใหญ่ที่เน้นหุ้นเติบโต) หรือ K-SET50 (กองทุนอิงดัชนี SET50)
- กองทุนหุ้นต่างประเทศ คือกองทุนที่ลงทุนในหุ้นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนสูง เช่น K-USXNDQ-A(A) (กองทุนที่เน้นหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ) หรือ K-GINCOME-A(R) (กองทุนที่เน้นรายได้และหุ้นทั่วโลก) ซึ่งผู้ลงทุนต้องพิจารณาความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนด้วย

สำหรับกระแสเงินสดและเงินปันผล เลือกกองทุนปันผล

- กองทุนเปิดเค หุ้นปันผล (K-VALUE-A(D)) เป็นกองทุนกสิกร ปันผล ที่เน้นลงทุนในหุ้นไทย ที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและมีประวัติการจ่ายเงินปันผลดี เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสดจากตลาดในประเทศและเชื่อมั่นในการเติบโตของบริษัทไทย
- กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน (K-GHEALTH) เป็นกองทุนกสิกร ปันผล ที่เน้นลงทุนในหุ้นกลุ่มสุขภาพทั่วโลก
- กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดจ่ายเงินปันผล (K-USXNDQ-A(D)) กองทุนรวมดัชนีหุ้นสหรัฐฯที่ลงทุนตามดัชนี Nasdaq-100 มีการจ่ายปันผลสูง อย่างสม่ำเสมอรายไตรมาส
พิจารณาจากระยะเวลาในการลงทุนกองทุนกสิกร

- ลงทุนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพักเงินเพื่อรอจังหวะการลงทุนหรือมีแผนต้องใช้เงินก้อนในเร็ว ๆ นี้ จึงควรเลือกลงทุนใน กองทุนรวมตลาดเงินหรือกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น ที่มีความผันผวนต่ำมาก ที่ช่วยรักษาเงินต้นให้ปลอดภัยและเน้นสภาพคล่องที่สูงเพื่อให้ถอนออกมาใช้ได้ทันที
- ลงทุนระยะกลาง (1 - 5 ปี) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้เงินงอกเงยและสามารถยอมรับความผันผวนระหว่างทางได้ในระดับปานกลาง จึงควรเลือกลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ระยะยาว หรือกองทุนผสม (Mixed Fund) ที่มีการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภทผสมผสานกัน เพื่อช่วยสร้างสมดุลระหว่างผลตอบแทนและความเสี่ยง
- ลงทุนระยะยาว (5 ปีขึ้นไป) เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างความมั่งคั่งในระยะยาวและเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนที่ดีที่สุด ซึ่งกองทุนที่แนะนำได้แก่ กองทุนกสิกร s&p500 (K-US500X-A(A)), กองทุนรวมหุ้น, กองทุนทองคำ, หรือ กองทุนลดหย่อนภาษี SSF, RMF หรือ Thai ESG ที่มีเงื่อนไขการถือครองระยะยาว
พิจารณาจากความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้

การพิจารณาจากความเสี่ยงในการลงทุนที่ยอมรับได้ ช่วยให้ผู้ลงทุนสามารถเลือกกองทุนได้เหมาะสมกับระดับความผันผวนและโอกาสขาดทุนที่ตนเองยอมรับได้จริง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการกำหนด ประเภทของสินทรัพย์ที่ควรลงทุน
- รับความเสี่ยงต่ำได้ ควรเน้นการลงทุนที่เน้นรักษาเงินต้นเป็นหลัก สภาพคล่องต้องสูง ถอนง่าย และคาดหวังผลตอบแทนแค่พอแซงดอกเบี้ยออมทรัพย์เบา ๆ เท่านั้น เช่น กองทุน K-MONEY (กองทุนตลาดเงิน) หรือ K-SF-A (กองทุนตราสารหนี้ระยะสั้น) ที่มีความผันผวนต่ำมากและมีความมั่นคง
- รับความเสี่ยงปานกลางได้ ควรเน้นโอกาสสร้างผลตอบแทนให้ชนะเงินเฟ้อ โดยยอมรับความผันผวนหรือโอกาสขาดทุนได้บ้างในบางช่วงเวลา เช่น K-GDBOND-A(A) (กองทุนเปิดเค โกลบอล ไดนามิก บอนด์-A ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ K-FIXEDPRO (กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ) เพื่อสร้างสมดุลระหว่างความเสี่ยงและโอกาสทำกำไร
- รับความเสี่ยงสูงได้ ควรเน้นการสร้างความมั่งคั่งให้เติบโตสูงสุดในระยะยาว เช่น กองทุน KT-US500-A (กองทุนเปิดเคแทม US 500 ชนิดสะสมมูลค่า) หรือ K-GOLD-A(A) (กองทุนสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ) เพื่อโอกาสรับผลตอบแทนที่ดีที่สุด
ตรวจสอบนโยบายการลงทุนและผลตอบแทนย้อนหลัง

- ตรวจสอบว่ากองทุนนำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใด เช่น หุ้นสหรัฐฯ, หุ้นไทย, หรือพันธบัตร และมีการกระจายความเสี่ยงหรือไม่ เช่น ลงหุ้นกี่ตัว ตลาดไหนบ้าง รวมถึงการกระจายหลาย Sector หรือกระจุกอยู่ Sector เดียว กองทุนที่กระจายมากกว่าเท่ากับความเสี่ยงต่ำกว่า เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายการลงทุนที่ตั้งไว้
- ตรวจสอบผลการดำเนินงานย้อนหลังในทุกช่วงเวลา เช่น 3 เดือน, 1 ปี, 3 ปี, 5 ปี พร้อมทั้งเปรียบเทียบกับดัชนีชี้วัด (Benchmark) และกองทุนอื่นๆ ที่มีนโยบายการลงทุนประเภทเดียวกัน เพื่อหาผู้จัดการกองทุนที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสม่ำเสมอที่สุด
ตรวจสอบค่าธรรมเนียมจัดการกองทุนกสิกร

- TER (Total Expense Ratio) คือค่าใช้จ่ายรวมทั้งหมดที่กองทุนเรียกเก็บต่อปี เช่น 1.5% ต่อปี ซึ่งรวมทั้งค่าบริหารจัดการและค่าใช้จ่ายอื่นๆ TER จึงเป็นตัวเลขที่แม่นยำที่สุดในการเปรียบเทียบต้นทุนรวมของกองทุนต่างๆ ของ KAsset โดยเฉพาะเมื่อเทียบกองทุนที่มีนโยบายคล้ายกัน เช่น K-SET50 กับกองทุนรวมดัชนี SET50 ของ บลจ. อื่น
- ค่าบริหารจัดการ (Management Fee) คือค่าตอบแทนที่จ่ายให้แก่ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย (บลจ.กสิกรไทย) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการพอร์ตการลงทุน โดยจะถูกหักออกจากมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ (NAV) ของกองทุนเป็นประจำทุกวัน ซึ่งกองทุนที่บริหารจัดการเชิงรุก (Active Fund) ของ KAsset จะมี Management Fee สูงกว่ากองทุนเชิงรับ (Passive Fund)
ค่าซื้อ–ค่าขาย (Front-end / Back-end fee) เป็นค่าธรรมเนียมที่ผู้ลงทุนจ่ายให้แก่บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการทำธุรกรรมซื้อหรือขายคืนหน่วยลงทุน ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญที่ส่งผลต่อผลตอบแทนสุทธิของคุณ โดยแบ่งเป็น
ค่าขาย (Back-end fee) คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายเมื่อทำการขายคืนหน่วยลงทุน โดยเฉพาะในกองทุนตราสารหนี้หรือกองทุนที่มีการลงทุนในต่างประเทศ โดยมักจะถูกกำหนดเป็นแบบขั้นบันได หากยิ่งถือนานหลายปี ค่าธรรมเนียมยิ่งลดลง ซึ่งเป็นการจูงใจให้ผู้ลงทุนถือครองหน่วยลงทุนในระยะยาว
ค่าซื้อ (Front-end fee) คือค่าธรรมเนียมที่จ่ายทันที ณ วันที่ซื้อ หน่วยลงทุน โดยหักจากเงินลงทุนก่อนนำไปซื้อ ซึ่งปัจจุบัน KAsset มีการยกเว้นค่าธรรมเนียมนี้ในกองทุนหลายประเภทเพื่อจูงใจนักลงทุน จึงควรตรวจสอบรายการกองทุนอีกครั้ง
10 กองทุนกสิกร ตัวไหนดี ลดหย่อนภาษี ปันผล
สินค้า | รูปภาพ | ราคาต่ำสุด | จุดเด่น | รายละเอียด | |||||||||||
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
ประเภทกองทุน | นโยบายจ่ายเงินปันผล | ความเสี่ยง | วันที่จดทะเบียน | อายุกองทุน | การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | |||||
KAsset กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ พลัส ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป K-FIXEDPLUS-A | ![]() | ป้องกันความผันผวนของค่าเงินหากลงทุนในต่างประเทศ | กองทุนตราสารหนี้ | ไม่จ่าย | 4 | 2 ส.ค. 60 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.4280% | ตามที่เก็บจริง | ||||
KAsset กองทุนเปิดเค เวลธ์พลัส สปีดอัพ K-WPSPEEDUP | ![]() | ลงทุนหลากหลาย จัดพอร์ตเชิงรุก ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง | กองทุนรวมผสม | ไม่จ่าย | 5 | 16 ส.ค. 64 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 3.2100% | 2.00% | 2.00% | ตามที่เก็บจริง | ||
KAsset กองทุนเปิดเค โกลบอล เฮลท์แคร์ หุ้นทุน K-GHEALTH | ![]() | พอร์ตลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสุขภาพ มีความเสี่ยงสูง | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | จ่าย | 6 | 26 พ.ย. 57 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 2.6750% | 3.00% | 3.00% | ตามที่เก็บจริง | ||
KAsset กองทุนเปิดเค โกลบอล ไดนามิก บอนด์ เพื่อการเลี้ยงชีพ K-GDBONDRMF | ![]() | ลดหย่อนภาษีได้ 30% ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอย่างอิสระ | กองทุน RMF | ไม่จ่าย | 5 | 30 พ.ค. 68 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 3.2100% | 2.00% | ตามที่เก็บจริง | |||
KAsset กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้นเพื่อการเลี้ยงชีพ K-SFRMF | ![]() | ลงุทนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ จากภาครัฐและเอกชน | กองทุน RMF、กองทุนตราสารหนี้ | ไม่จ่าย | 4 | 20 ก.พ. 45 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 0.8025% | 2.00% | ||||
KAsset กองทุนเปิดเค โกลบอล อินฟราสตรัคเจอร์ หุ้นทุน-A ชนิดจ่ายเงินปันผล K-GINFRA-A(D) | ![]() | ลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน จ่ายเงินปันผลปีละ 4 ครั้ง | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | จ่าย | 6 | 23 มี.ค. 59 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 2.6750% | 3.00% | 3.005 | ตามที่เก็บจริง | ||
KAsset กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส พาสซีฟ-A ชนิดสะสมมูลค่า K-US500X-A(A) | ![]() | กองทุนสะสมมูลค่า ลงทุนหลายอุตสาหกรรม ความเสี่ยงสูง | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | ไม่จ่าย | 6 | 14 ก.ค. 64 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 3.2100% | 3.00% | 3.00% | ตามที่เก็บจริง | ||
KAsset กองทุนเปิดเค 70:30 ไทยเพื่อความยั่งยืนแบบพิเศษ ชนิดเงินลงทุนเดิม K-70ThaiESGX-L | ![]() | ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เน้นหุ้นแบบยั่งยืน | กองทุน TESG | จ่าย | 5 | 9 พ.ค. 68 | ไม่กำหนด | 3.2100% | 1.00% | 1.00% | ตามที่เก็บจริง | ||||
KAsset กองทุนเปิดเค หุ้นยูเอส ดัชนีเอ็นดีคิว 100-A ชนิดสะสมมูลค่า K-USXNDQ-A(A) | ![]() | เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม หุ้นหลักเป็นบริษัทระดับโลก | กองทุนหุ้นต่างประเทศ | ไม่จ่าย | 6 | 29 มี.ค. 56 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 3.2100% | 1.50% | 1.50% | ตามที่เก็บจริง | ||
KAsset กองทุนเปิดเค Property Infra Flexible-A ชนิดจ่ายเงินปันผล K-PROPI-A(D) | ![]() | กระจายการลงทุนไปยังสิงคโปร์ มีระดับความเสี่ยงสูงมาก | กองทุนรวมผสม | จ่าย | 8 | 1 มิ.ย. 59 | ไม่กำหนด | 500 บาท | 500 บาท | 2.6750% | 3.00% | 3.00% | ตามที่เก็บจริง | ||
ป้องกันความผันผวนของค่าเงินหากลงทุนในต่างประเทศ
- มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐและภาคเอกชนรวมถึงเงินฝากทั้งในและต่างประเทศ
- ไม่มีการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในต่างประเทศแบบตายตัว เพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทน
- ลดความเสี่ยงด้านการผิดนัดชำระหนี้ โดยการจำกัดสัดส่วนำการลงทุนไว้ไม่เกินร้อยละ 20
- ป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ในการลงทุนต่างประเทศ
| ประเภทกองทุน | กองทุนตราสารหนี้ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 4 |
| วันที่จดทะเบียน | 2 ส.ค. 60 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.4280% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
ลงทุนหลากหลาย จัดพอร์ตเชิงรุก ความเสี่ยงปานกลางถึงสูง
- ลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภท ทั้งหุ้น ตราสารหนี้ และสินทรัพย์ประเภททองคำ
- เน้นการจัดพอร์ตแบบเชิงรุก โดยลงทุนผ่านกองทุนรวมต้นทางที่มีผลการดำเนินงานชัดเจน
- มีการติดตามและปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอย่างใกล้ชิด ขึ้นกับสภาวะเศรษฐกิจช่วงนั้น ๆ
- มีความเสี่ยงระดับปานกลางค่อนข้างสูง เหมาะสำหรับคนที่เข้าใจความผันผวนของตลาดหุ้น
| ประเภทกองทุน | กองทุนรวมผสม |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 5 |
| วันที่จดทะเบียน | 16 ส.ค. 64 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 3.2100% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 2.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 2.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
พอร์ตลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมสุขภาพ มีความเสี่ยงสูง
- ลงทุนใน JPMorgan Funds – Global Healthcare Fund, Class C (acc) - USD เป็นหลัก
- เน้นคัดเลือกหุ้นกลุ่ม Healthcare ที่มีศักยภาพในการเติบโตทั่วโลก และมีคุณภาพสูง
- ครอบคลุม 4 ประเภท ได้แก่ บริษัทยา, เทคโนโลยีชีวภาพ, การแพทย์ และเครื่องมือแพทย์
- กองทุนมีระดับความเสี่ยงสูงเนื่องจากเป็นการลงทุนเฉพาะ เป็นกองทุนชนิดไม่จ่ายเงินปันผล
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 26 พ.ย. 57 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 2.6750% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
ลดหย่อนภาษีได้ 30% ปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนอย่างอิสระ
- กองทุนหลักคือ PIMCO GIS Income Fund ใช้กลยุทธ์กระจายการลงทุนในตราสารหนี้
- มีการปรับเปลี่ยนสัดส่วนการลงทุนตามสภาวะเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ยอย่างอิสระ
- สามารถลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือต่ำกว่าที่ลงทุนได้ไม่เกินร้อยละ 50
- เหมาะสำหรับออมเงินระยะยาวของกลุ่มคนวัยเกษียณ และนำไปลดหย่อนภาษีได้ 30%
| ประเภทกองทุน | กองทุน RMF |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 5 |
| วันที่จดทะเบียน | 30 พ.ค. 68 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 3.2100% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 2.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
ลงุทนตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ จากภาครัฐและเอกชน
- เน้นการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก โดยตราสารหนี้จะมาจากทั้งภาครัฐและภาคเอกชน
- มีทั้งในไทยและต่างประเทศ ซึ่งจะลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 50% ของพอร์ตทั้งหมด
- มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ และยังไม่มีนโยบายในการจ่ายเงินปันผล ผลตอบแทนไม่สูงมาก
- เหมาะเป็นแหล่งพักเงินในระยะสั้นระยะเวลา 1 เดือนขึ้นไปในกรณีตลาดหุ้นมีความผันผวนสูง
| ประเภทกองทุน | กองทุน RMF、กองทุนตราสารหนี้ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 4 |
| วันที่จดทะเบียน | 20 ก.พ. 45 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 0.8025% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 2.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) |
ลงทุนในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน จ่ายเงินปันผลปีละ 4 ครั้ง
- ลงทุน Global Infrastructure Fund, Class Z เป็นหลัก บริหารโดย Morgan Stanley
- เน้นหุ้นในกลุ่มโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และมีกระแสเงินสดแข็งแรง
- มีความมั่นคงจากการลงทุนในระบบส่งไฟฟ้าและก๊าซ โครงข่ายขนส่ง ระบบจัดการน้ำ
- ช่วยกระจายความเสี่ยงให้พอร์ต แต่มีความเสี่ยงสูง จ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้ง
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 23 มี.ค. 59 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 2.6750% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 3.005 |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
กองทุนสะสมมูลค่า ลงทุนหลายอุตสาหกรรม ความเสี่ยงสูง
- ลงทุนในกองทุนหลัก iShares Core S&P 500 ETF ซึ่งบริหารโดยทีม BlackRock
- เน้นกลยุทธ์การลงทุน โดยการสร้างผลตอบแทนให้เคลื่อนไหวตามดัชนี S&P 500
- กระจายความเสี่ยงด้วยการลงทุนหลายอุตสาหกรรม เช่น การเงิน เทคโนโลยี
- กองทุนชนิดสะสมมูลค่า (Accumulation) ไม่จ่ายเงินปันผล มีความเสี่ยงสูง
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 14 ก.ค. 64 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 3.2100% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เน้นหุ้นแบบยั่งยืน
- กองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
- ลงทุนในบริษัทที่เป็นหุ้นยั่งยืน โดยคัดเลือกจากแนวทางการดำเนินธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม
- ส่งเสริมการออมในระยะยาวควบคู่ไปกับสนับสนุนการขับเคลื่อนประเทศสู่ความยั่งยืน
- นำไปลดหย่อนภาษีได้ จัดอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างสูง ไม่จ่ายเงินปันผล
| ประเภทกองทุน | กองทุน TESG |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | 5 |
| วันที่จดทะเบียน | 9 พ.ค. 68 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 3.2100% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
เน้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี นวัตกรรม หุ้นหลักเป็นบริษัทระดับโลก
- เป็นกองทุนรวมตราสารทุนต่างประเทศ โดยลงทุนใน Invesco QQQ Trust, Series 1
- เน้นหุ้นกลุ่มนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มีการเติบโตสูง เช่น การสื่อสาร สินค้าฟุ่มเฟือย
- มีหุ้นหลักเป็น Apple, Amazon, NVDIA และ Microsoft ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจทั่วโลก
- กองทุนชนิดสะสมมูลค่าที่ไม่จ่ายเงินปันผล แต่จะนำกำไรไปลงทุนต่อโดยอัตโนมัติ
| ประเภทกองทุน | กองทุนหุ้นต่างประเทศ |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | ไม่จ่าย |
| ความเสี่ยง | 6 |
| วันที่จดทะเบียน | 29 มี.ค. 56 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 3.2100% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 1.50% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 1.50% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
กระจายการลงทุนไปยังสิงคโปร์ มีระดับความเสี่ยงสูงมาก
- ลงทุนในกองทรัสต์ กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานในไทยและสิงคโปร์
- เน้นลงทุนในโครงการที่มีรายได้ชัดเจนจำพวกศูนย์การค้า คลังสินค้า นิคมอุตสาหกรรม
- กระจายสัดส่วนการลงทุนไปยังตลาด REITs ของสิงคโปร์ที่มีขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง
- จัดอยู่ในระดับความเสี่ยงสูงมาก จ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้งเพื่อสร้างกระแสเงินสด
| ประเภทกองทุน | กองทุนรวมผสม |
|---|---|
| นโยบายจ่ายเงินปันผล | จ่าย |
| ความเสี่ยง | 8 |
| วันที่จดทะเบียน | 1 มิ.ย. 59 |
| อายุกองทุน | ไม่กำหนด |
| การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำ | 500 บาท |
| การซื้อครั้งถัดไปขั้นต่ำ | 500 บาท |
| ค่าธรรมเนียมการจัดการ (สูงสุดไม่เกิน) | 2.6750% |
| ค่าธรรมเนียมการขาย (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการรับซื้อคืน (สูงสุดไม่เกิน) | 3.00% |
| ค่าธรรมเนียมการโอนหน่วย (สูงสุดไม่เกิน) | ตามที่เก็บจริง |
กองทุนกสิกรกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำไว้ที่เท่าไหร่

สามารถซื้อกองทุนกสิกรได้จากช่องทางไหนบ้าง

คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ