10 กองทุนจีน แนะนำ ปี 2026 มีทั้ง A-Share, H-Share
ประเทศจีนได้กลายมาเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลก โดยมี GDP สูงขึ้นทุกปี ตลาดทางเศรษฐกิจของจีนนั้นมีมูลค่าสูง อีกทั้งยังมีโอกาสที่จะเติบโตไปอีกเรื่อย ๆ ดังนั้นการลงทุนในประเทศจีนจึงเป็นทางเลือกที่หลายคนให้ความสนใจ แต่ถ้าคุณจะไปลงทุนในตลาดจีนด้วยตัวเองก็มีอุปสรรคในเรื่องของกำแพงภาษา จึงทำให้หลายคนเลือกมาลงทุนในกองทุนจีน เพราะจะมีผู้จัดการกองทุนที่คอยบริหารเงินลงทุนของคุณในตลาดจีนให้เกิดผลประโยชน์สูงสุด จึงช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการหาผลตอบแทนมากขึ้น
กองทุนจีนในไทยก็มีอยู่มากมาย โดยมีความแตกต่างกันตามลักษณะของตลาดทุนและกลยุทธ์ที่ใช้ในการบริหาร จึงทำให้ได้ผลตอบแทนและมีความเสี่ยงจากการลงทุนที่ไม่เท่ากัน หากลงทุนโดยขาดความรู้ก็อาจทำให้สูญเสียเงินต้นที่ใช้ลงทุนไปโดยสิ้นเชิง วันนี้เราจึงจะนำข้อมูลวิธีการเลือกกองทุนจีนที่คุณควรทราบพร้อมคำแนะนำจากนักวางแผนการเงิน เพื่อช่วยให้คุณสามารถเลือกกองทุนจีนได้อย่างเหมาะสม และยังมี 10 กองทุนจีน ที่น่าสนใจมาให้คุณได้พิจารณากันอีกด้วย

คุณปอยเรียนจบปริญญาตรีสาขาบริหารธุรกิจ จาก Assumption University และปริญญาโทจาก Northumbria University สาขา Design Management จากประเทศอังกฤษ หลังจากเริ่มทำงานคุณปอยเริ่มมีความสนใจเกี่ยวกับการเงิน การวางแผนภาษี รวมไปถึงการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวมและประกันชีวิต จึงเริ่มศึกษาหาประสบการณ์ด้านนี้โดยตรงผ่านการเรียนคอร์สต่าง ๆ และเข้าอบรม รวมทั้งสั่งสมประสบการณ์ในการทำงานเป็นนักวางแผนการเงินมืออาชีพอิสระมามากว่า 4 ปี ปัจจุบันคุณปอยมีใบอนุญาตเป็นผู้แนะนำการลงทุนในประเทศไทยและมีลูกค้าภายใต้การดูแลไม่ต่ำกว่า 50 คน สำหรับประเภทของแผนการเงินที่คุณปอยมีความชำนาญเป็นพิเศษ ได้แก่ แผนการออมเพื่อการเกษียณอายุ แผนการออมเพื่อการลดหย่อนภาษี แผนการออมเพื่อการศึกษาบุตรและแผนการเงินเพื่อการส่งต่อมรดก

คุณจอยจบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงและกำลังศึกษาต่อในระดับเนติบัณฑิตเพื่อมุ่งสู่งานด้านกฎหมายในอนาคต แต่นอกจากความชื่นชอบในงานด้านกฎหมายแล้ว คุณจอยยังมีความสนใจในด้านการลงทุนและการวางแผนทางการเงินเป็นพิเศษ จึงไปต่อยอดความรู้ด้วยการลงเรียนคอร์สต่าง ๆ เพิ่มเติมและสอบ IC License หรือใบอนุญาตผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์มาได้ในที่สุด ในส่วนของงานอดิเรกหลักที่ชื่นชอบนั้นจะเป็นการถ่ายภาพ ซึ่งคุณจอยได้ไปลงเรียนคอร์สการถ่ายภาพขั้นสูงของ KMUTT และเข้าร่วมเป็นสมาชิกของ Canon เพื่อเข้าร่วมคอร์สต่าง ๆ อยู่ตลอด รวมทั้งยังชอบแชร์ภาพสวย ๆ โดยฝีมือการถ่ายของตัวเองจากการไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ ผ่านทาง Google Map จนมีผู้ชมถึง 1.5 ล้านวิวอีกด้วย
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ความโดดเด่นของกองทุนจีน

กองทุนจีนถือเป็นกองทุนต่างประเทศที่ให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากตลาดจีนนั้นยังไม่ถึงจุดอิ่มตัวและยังสามารถเติบโตขึ้นได้อีก จากตัวชี้วัดสำคัญทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ประชาชนชาวจีนเองก็มีกำลังซื้อมากขึ้น ในขณะเดียวกันสินค้าจากประเทศจีนก็ยังเป็นที่ต้องการและครองส่วนแบ่งตลาดในโลกได้มากขึ้นด้วย และจีนยังมีความเสถียรภาพทางโครงสร้างต่าง ๆ จึงทำให้หลายคนมองว่าการลงทุนในจีนนั้นมีความมั่นคงและผันผวนน้อย
อีกหนึ่งจุดเด่นของการลงทุนในจีนคือเรื่องของเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด คุณจะเห็นได้เลยว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ทางด้านไอทีระดับโลกหลาย ๆ บริษัทก็มาจากจีน เช่น Alibaba, Tencent, Tiktok, Xiaomi และ Huawei มีความสามารถในการแข่งขันใกล้เคียงกับบริษัทชั้นนำจากฝั่งสหรัฐอเมริกา และยังสามารถเติบโตได้อีกเรื่อย ๆ รวมทั้งยังมีบริษัท Start-Up จำนวนมากที่มีศักยภาพในการก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอนาคตด้วยเช่นกัน
วิธีการเลือกกองทุนจีน
อย่างที่เราทราบกันดีว่าตลาดทุนจีนนั้นใหญ่มาก ๆ จึงทำให้แต่ละกองทุนเลือกลงทุนในตลาดและเลือกกลยุทธ์ในการลงทุนที่ไม่เหมือนกัน หากคุณรู้จักแต่ละตลาดทุน รวมไปถึงกลยุทธ์ในการลงทุนของแต่ละกองทุนก็จะช่วยให้คุณเลือกลงทุนในกองทุนที่ตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น
เลือกกองทุนจีนจากกลุ่มตลาดการลงทุนที่ต้องการ
ตลาดลงทุนของประเทศจีนนั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก ๆ ซึ่งจะแบ่งได้หลัก ๆ ออกเป็น 3 ตลาด คือ ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ (A-Share), ตลาดฮ่องกง (H-Share) และตลาดจีนรวมไต้หวัน (Greater China) ซึ่งในแต่ตลาดจะมีลักษณะเฉพาะตัวและจุดแข็งในการแข่งขันที่แตกต่างกันครับ
A-Share ตลาดจีนแผ่นดินใหญ่

A-Share คือตลาดหุ้นจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นการอิงถึงตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ (SSE) และตลาดหุ้นเซนเจิ้น (SZSE) มีวิธีคิดดัชนีของตลาดโดยการนำมูลค่าของหุ้นทั้งใน 2 ตลาด มาคำนวณเฉลี่ยกัน สกุลเงินที่ใช้ในการซื้อขายหุ้นคือสกุลเงินหยวน มีมูลค่าใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกา จึงทำให้มีปริมาณหุ้นที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขายในแต่ละวันสูง อีกทั้งยังมีความผันผวนตามตลาดโลกต่ำลงเรื่อย ๆ เนื่องจากตลาดหุ้นแห่งนี้จะทำการซื้อขายระหว่างประชาชนสัญชาติจีนและนักลงทุนสถาบันต่างชาติบางส่วนที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
ซึ่งหุ้นในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่ถือว่าเป็น ตลาดแห่งเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในปัจจุบันมีหลากหลายมากกว่า 3,500 บริษัท โดยบริษัทที่เด่น ๆ ก็จะอยู่ในหมวด Financial Services, Technology และ Industrial เป็นส่วนมากครับ
H-Share ตลาดหุ้นฮ่องกง

H-Share เป็นตลาดที่อิงถึงตลาดหุ้นฮั่งเส็ง (HSI) บริษัทในตลาดหุ้น H-Share จะจดทะเบียนในจีนแต่จะเปิดการซื้อขายหุ้นในตลาดฮ่องกงเพื่อเพิ่มการระดมทุนจากนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งตลาดหุ้นฮ่องกงถือว่าเป็นตลาดหุ้นที่ได้รับการยอมรับจากนักลงทุนทางด้านมาตรฐานการบัญชีที่มีมาตรฐานสูงกว่าฝั่ง A-Share และยังมีความหลากหลายของอุตสาหกรรม เช่น Technology, Telecom, Real Estate, Energy, Consumer Goods ฯลฯ
เนื่องจากตลาดหุ้น H-Share นั้นอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาเทรดได้ จึงทำให้มีบริษัทยักษ์ใหญ่ของจีนจำนวนมากจากอุตสาหกรรมต่าง ๆ รวมไปถึงรัฐวิสาหกิจชั้นนำของประเทศจีนเองก็เข้ามาทำการซื้อขายในตลาดหุ้น H-Share โดยบริษัทดัง ๆ ที่ทุกคนน่าจะเคยได้ยินชื่อเสียงอย่าง Tencent และ Bank Of China ก็ทำการซื้อขายในตลาดแห่งนี้ครับ
Greater China ตลาดจีนรวมไต้หวัน

ตลาดจีนรวมไต้หวัน (Greater China) คือ กองทุนจีนที่ลงทุนใน Greater China ซึ่งจะครอบคลุมถึงจีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวันเข้าด้วยกัน ตลาดหุ้นไต้หวันก็มีการเติบโตมายาวนาน เรียกได้ว่าเล็กพริกขี้หนูเนื่องจากบริษัทชั้นนำระดับโลกหลาย ๆ บริษัทก็จดทะเบียนอยู่ที่ไต้หวัน
อย่างที่เราได้ทราบกันว่าในมุมมองของนักลงทุนนั้นจะเล็งเห็นว่า จีนแผ่นดินใหญ่ ฮ่องกง และไต้หวัน ต่างก็เป็นตลาดจีนที่มีศักยภาพในการเติบโต และเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ แต่เพราะทั้งสามตลาดนั้นใช้สกุลเงินในการซื้อขายที่แตกต่างกันจึงทำให้กองทุนจีนพยายามกระจายการลงทุนเข้าไปในตลาดทั้งสาม และเรียกชื่อใหม่เป็น Greater China เพื่อขยายโอกาสในการได้รับผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้นด้วย
เลือกกองทุนจีนจากรูปแบบการบริหารกองทุน
นอกจากกลุ่มตลาดการลงทุนแล้ว กลยุทธ์ในการบริหารแต่ละกองทุนก็จะมีความแตกต่างกันออกไป บางกองทุนอาจจะเน้นผลตอบแทนไม่มากแต่มีความเสี่ยงต่ำเพื่อรักษาเงินต้น ในขณะที่บางกองทุนอาจจะเน้นผลตอบแทนที่ก้าวกระโดดแต่ก็ต้องมาแลกมาด้วยความเสี่ยงที่อาจจะทำให้คุณเสียเงินต้นในการลงทุนเพิ่มขึ้น
กองทุนจีน Active

กองทุนที่มีกลยุทธ์ในการบริหารเงินลงทุนแบบ Active คือ การบริหารรูปแบบนี้คือการที่ผู้จัดการกองทุนจะเน้นบริหารแบบเชิงรุก คัดเน้นแต่หุ้นที่จะช่วยให้ได้ผลการดำเนินงานที่เหนือกว่าค่ามาตรฐาน Benchmark จึงทำให้ผู้ที่ลงทุนในกองทุนประเภทนี้มีโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นกว่าเดิม บางครั้งอาจจะเน้นการลงทุนในกลุ่มอุตสากรรมที่มีแนวโน้มในการเติบโต รวมไปถึงการโฟกัสกับหุ้นของบริษัทในแต่ละบริษัท
บางครั้งอาจจะดูจากมูลค่าในตลาดหรือบางครั้งนั้นจะพิจารณาจากพื้นฐานที่แข็งแกร่งของบริษัท กองทุนประเภทนี้ดีตรงที่สร้างผลตอบแทนมหาศาลแต่ก็มีความเสี่ยงสูงขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีค่าธรรมเนียมในการบริหารกองทุนที่ค่อนข้างสูง
กองทุนจีน Passive

กองทุนที่มีกลยุทธ์ในการบริหารเงินลงทุนแบบ Passive คือ การบริหารรูปแบบนี้จะเน้นในการคัดสรรหุ้นที่มีพื้นฐานที่ดี มีศักยภาพในการแข่งขันสูง เพื่อลดความเสี่ยงลงด้วยการอ้างอิงการลงทุนจากดัชนีอ้างอิงมาตรฐานของตลาดหลักทรัพย์ให้มากที่สุด จะไม่ได้อิงจากอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งหรือบริษัทใดบริษัทหนึ่งเป็นหลัก
โดยหุ้นที่อยู่ในกลุ่มดัชนีทางตลาดเหล่านี้จะมีความปลอดภัยเนื่องจากพื้นฐานของบริษัทนั้นผ่านเกณฑ์การพิจารณาที่ทางตลาดหลักทรัพย์ตั้งเงื่อนไขเอาไว้ ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงต่ำ ไม่ต้องใช้การบริหารเงินกองทุนมากมายจึงทำให้มีค่าธรรมเนียมต่ำ แต่กองทุนประเภทนี้อาจจะให้ผลตอบแทนที่ไม่หวือหวา เพราะผลตอบแทนของคุณจะเป็นไปในทางเดียวกับเทรนด์ของตลาดนั่นเอง
เลือกกองทุนจีนประเภท SSF & RMF สำหรับคนที่ต้องการลดหย่อนภาษี

กองทุนจีนเองก็สามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีด้วยเช่นกัน โดยให้เลือกกองทุนที่มีลักษณะเป็น SSF หรือ RMF ซึ่งคุณจะสังเกตเห็นได้ว่าจะมีคำว่า SSF หรือ RMF ตามหลังชื่อกองทุนนั่นเอง
RMF หรือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ มีเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีตรงที่จะต้องถือหน่วยลงทุนจนอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องถืออย่างน้อย 5 ปีถึงจะขายได้ อีกทั้งยังต้องซื้อหน่วยลงทุนอย่างต่อเนื่องอีกด้วย สามารถลงทุนได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้ที่ต้องเสียภาษี หรือไม่เกิน 500,000 บาทโดยคิดรวมกับ SSF, Provident Fund, ประกันบำนาญ และกองทุนการออมแห่งชาติ
SFF หรือกองทุนรวมเพื่อการออมระยะยาว มีเงื่อนไขในการยกเว้นภาษีโดยที่จะต้องถือหน่วยลงทุนเป็นระยะเวลา 10 ปีนับจากวันที่ซื้อ ไม่จำเป็นต้องซื้อหน่วยลงทุนต่อเนื่องทุกปี ลงทุนสูงสุดไม่เกิน 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับ SSF, Provident Fund, ประกันบำนาญ และกองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท ครับ
10 กองทุนจีน แนะนำ มีทั้ง A-Share, H-Share
สินค้า | รูปภาพ | ช่องทางซื้อสินค้า | |
|---|---|---|---|
- | UOB Asset Management (Thailand) Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC) | ![]() | |
- | BBL Asset Management Co.,Ltd กองทุนจีน กองทุนเปิดบัวหลวงหุ้นจีน B-CHINE-EQ | ![]() | |
- | Krungsri Asset Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล (KF-HCHINAD) | ||
- | Phillip Asset Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ (P-CGREEN) | ![]() | |
- | TMB Asset Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิดทหารไทย China Equity Index (TMBCHEQ) | ![]() | |
- | MFC Asset Management PLC. กองทุนจีน กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล (MCHINAGA) | ![]() | |
- | SCB Asset Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้นจีนเอแชร์ (SCBCHA) | ![]() | |
- | UOB Asset Management (Thailand) Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิด เกรธเธอร์ ไชน่า (GC) | ![]() | |
- | Asset Plus Fund Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ (ASP-EVOCHINA) | ![]() | |
- | TISCO Asset Management Co., Ltd. กองทุนจีน กองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า อิควิตี้ ทริกเกอร์ 5M#4 (TCHT5M4) | ![]() |
UOB Asset Management (Thailand) Co., Ltd.กองทุนจีน กองทุนเปิด ยูโอบี สมาร์ท เกรธเธอร์ ไชน่า (UOBSGC)
ลงทุนใน United Greater China ครอบคลุมจีน ฮ่องกง ไต้หวัน
สำหรับกองทุนนี้เป็นหนึ่งในกองผลงานโดดเด่น ได้รับการการันตี 5 ดาวจากการจัดอับดับของ Morningstar เน้นลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง เซี่ยงไฮ้ เซิ้นเจิ้น และไต้หวัน จุดเด่นที่น่าจับตามองคือกองมีทรัพย์สินการลงทุนหลักอยู่ที่ Alibaba 10.82 % เท่ากันกับ TSMC ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปรายใหญ่ของวงการอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งยังสามารถเอาชนะค่า Benchmark ของตลาดได้เป็นที่น่าพึงพอใจมาโดยตลอด และกระจายการลงทุนไปทุกอุตสาหกรรมที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วย
ลงทุนหลายกลุ่มตลาดอุตสาหกรรมของจีน ผลตอบแทนสูง
- ลงทุนตลาดหุ้นจีนในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น เทคโนโลยี, โทรคมนาคม, พลังงานสะอาด
- มีการบริหารความเสี่ยงที่เป็นระเบียบ เพื่อป้องกันความผันผวนของตลาด ลดโอกาสการขาดทุน
- ผลตอบแทนมั่นคงในระยะยาว มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่เกินปีละ 4 ครั้งตามความเหมาะสม
- ผลการดำเนินงานของกองทุนมีความโดดเด่นและมักจะสูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นจีนอื่น ๆ
Krungsri Asset Management Co., Ltd.กองทุนจีน กองทุนเปิดกรุงศรีเกรทเทอร์ไชน่าอิควิตี้เฮดจ์ปันผล (KF-HCHINAD)
เน้นหุ้นฮ่องกงและไต้หวัน ครอบคลุมตลาดไอที สินค้าฟุ่มเฟือย
กองทุนหลักของกองนี้ชื่อว่า FSSA Greater China Growth Fund เน้นการลงทุนในหุ้นที่มีพื้นฐานดีและมีแหล่งรายได้จากประเทศจีนฮ่องกงและไต้หวัน ในสกุลเงิน USD มีสัดส่วนการลงทุนอยู่ในหมวด IT มากที่สุด รองลงมาคือสินค้าฟุ่มเฟือย ซึ่งทรัพย์สินที่ลงทุนสูงสุดคือ Taiwan Semiconductor อยู่ที่ 8.5% และ Tencent Holdings 6.2% และกระจายตัวไปในกลุ่มอื่น ๆ ได้ดี พร้อมทั้งผลการดำเนินงานของกองทุนก็มีความโดดเด่นติดอันดับท็อปมาโดยตลอดครับ
Phillip Asset Management Co., Ltd.กองทุนจีน กองทุนเปิดฟิลลิป ไชน่า กรีน เอ็นเนอร์จี แอนด์ เอ็นไวรอนเมนท์ (P-CGREEN)
เลือกลงทุนใน Green Tech พลังงานสะอาด โดยเฉพาะรถ EV
P-CGREEN เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF ในสกุลเงิน USD โดยลงทุนกับในทุกนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการรักษาสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายของรัฐบาลจีน เช่น CATL ผู้เชี่ยวชาญในการผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ซึ่งหากพิจารณาส่วนแบ่งการตลาด รถ EV ในจีนจะพบว่ามีส่วนแบ่งมากถึง 41% หรือแม้แต่เทคโนโลยี Solar Cell ก็มีฐานการผลิตกว่า 70% อยู่ที่ประเทศจีน ดังนั้นกองทุนจีนกองนี้จึงถือเป็นกองทุนด้านสิ่งแวดล้อมที่น่าจับตามองมากที่สุดอีกกองครับ
กองทุนจีนเชิงรับ ให้ผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี FTSE China A50
กองทุนจีนกองนี้ได้รับการการันตี 3 ดาวจากการจัดอับดับของ Morningstar เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ iShares FTSE A50 China Index ETF ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ซึ่งมีสัดส่วนทรัพย์สินที่ลงทุนอยู่ในหมวด Financials มากถึง 37.15% รองลงมาคือหมวดสินค้าอุปโภคบริโภคหรือสินค้าจำเป็น 27.27% อย่างไรก็ตามกองทุนนี้ไม่มีการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและลงทุนกระจุกตัว จึงไม่เหมาะแก่การถือเพื่อทำกำไรในระยะสั้น
MFC Asset Management PLC.กองทุนจีน กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี ไชน่า อิควิตี้ ชนิดผู้ลงทุนทั่วไปที่ไม่รับเงินปันผล (MCHINAGA)
ลงทุนผ่านกองทุน Allianz China A-Shares ผลงานระดับ 5 ดาว
กองทุนจีนที่เน้นการลงทุนในตลาดจีนแผ่นดินใหญ่เป็นหลักโดยเลือกลงทุนผ่านกองทุน Allianz China A-Shares ที่ได้รับการันตี 5 ดาวจากการจัดอันดับของ Morningstar ซึ่งถือเป็นการจัดอันดับระดับโลก มีกลยุทธ์การลงทุนที่เน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพในการเติบโตในอนาคตอย่าง Healthcare และ Consumer ทำให้คุณมีโอกาสในการได้รับผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีของตลาด อย่างไรก็ตามเมื่ออิงกับตลาดเดียวมากเกินไปก็อาจจะทำให้มีความเสี่ยงและมีความผันผวนมากตามมาด้วยครับ
สะท้อนผลตอบแทนของ CSI 300 เน้นหุ้นด้านการบริโภคในจีน
กองนี้มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของ ChinaAMC CSI 300 Index ETF ซึ่งซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในสกุลเงินหยวน (RMB) เพียงกองเดียว โดยจะลงทุนในหุ้นที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี CSI 300 เพื่อให้ได้ผลการดำเนินงานและผลตอบแทนใกล้เดียงกัน นอกจากนี้ยังเน้นหุ้นเกี่ยวกับการบริโภคภายในประเทศจีนเช่น Ping An Insurance บริษัทด้านธุรกิจประกันภัย, Kweichow Moutai ผู้ผลิตสุราจีนที่ใหญ่ที่สุดในโลก, China Merchants Bank สถาบันการเงินรายใหญ่ด้วย
ลงทุนกระจายตัวในบริษัทยักษ์ใหญ่ ผลตอบแทนย้อนหลังติดอันดับ
สำหรับกอง GC เป็นกองทุนจีนติดอันดับกองทุนที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 3 ปีสูงสุด และเป็นกองระดับ 4 ดาวจากการจัดอับดับของ Morningstar มีนโยบายเน้นลงทุนอย่างน้อย 2 ใน 3 ในหุ้นหรือทรัพย์สินที่โอนสิทธิ์ได้ แลมีกองทุนหลักเพียงกองเดียวคือ NN (L) Greater China Equity ซึ่งกระจายตัวการลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศได้ดีทั้งหมวด IT, Consumer Discretionary, Financials, Industrials โดยทรัพย์สิน 5 อันดับแรกคือหุ้นของ Tencent Alibaba และ Shimao
Asset Plus Fund Management Co., Ltd.กองทุนจีน กองทุนเปิด แอสเซทพลัส อีโวลูชั่น ไชน่า อิควิตี้ (ASP-EVOCHINA)
กองทุนจีนยุคใหม่ ลงทุนกับวิวัฒนาการและอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต
กองทุนจีน ASP-EVOCHINA คือกองที่ลงทุนในหุ้นและหลักทรัพย์ในประเทศจีน ฮ่องกงและได้หวัน มีสัดส่วนการลงทุนในกองทุน Mirae Asset China Growth Equity มากถึง 34% สำหรับจุดเด่นสำคัญของกองทุนนี้คือมีนโยบายเน้นลงทุนบริษัทในหมวดอุตสาหกรรม Consumer, Healthcare และ E-commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ้นของ Alibaba Group, Tencent และ Meituan นอกจากนี้ยังแบ่งการลงทุนในหุ้นรายตัวกลุ่มบริษัทยาและอุตสาหกรรมที่เติบโตอย่างมากในประเทศจีนด้วย
อ้างอิงกลุ่มดัชนี HSCE กระจายการลงทุนใน IT และ Financial
สำหรับกองทุนจีนกองนี้เป็นกองน้องใหม่ที่เปิดให้ซื้อขายครั้งแรกเมื่อเดือน ก.ค. 2564 เน้นลงทุนในหุ้นจีนในหน่วยลงทุน Hang Seng China Enterprises Index ETF มีเป้าหมายทำผลตอบแทนให้ได้ 5% ในเวลา 5 เดือน ทั้งนี้กองจะลงทุนโดยอ้างอิงดัชนี HSCE ในตลาด H-Share ของฮ่องกง และมีสัดส่วนหลัก 9.47% อยู่ที่บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านแพลตฟอร์มโซเชียลของจีนอย่าง Tencent รองลงมาคือธนาคารเพื่อการก่อสร้างจีน (CCB) อยู่ที่ 8.28% จึงนับว่าเป็นกองทุนจีนที่น่าจับตามองมากทีเดียว
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกองทุนจีน
การเล่นกองทุนนั้นก็เป็นการนำเงินไปลงทุนต่าง ๆ ย่อมทำให้เกิดผลตอบแทนและความเสี่ยงอยู่แล้ว โดยเฉพาะกับผู้เล่นมือใหม่ที่อาจจะยังมีข้อสงสัยบางอย่างอยู่ ในวันนี้ เราจึงมีคำตอบจากผู้เชี่ยวชาญมาฝากทุกคนกันครับ
ถ้าจะทำเรื่องลดหย่อนภาษีจากการลงทุนกองทุนจีน ต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง ?
กองทุนจีนเหมาะสำหรับผู้เล่นมือใหม่หรือไม่มีประสบการณ์มาก่อนไหม ?
บทส่งท้าย
ตลาดจีนนั้นถือเป็นตลาดที่มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดด สามารถลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนในระยะยาวเนื่องจากตลาดยังไม่ถึงจุดอิ่มตัว แต่ทั้งนี้ก็ยังมีความไม่มั่นคงเนื่องจากอำนาจการตัดสินใจบริหารประเทศยังคงอยู่ภายใต้พรรคเดียว จึงทำให้มีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิดได้ รวมไปถึงสงครามการค้าที่เกิดขึ้นกับประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ ก็อาจจะทำให้เศรษฐกิจที่กำลังเติบโตนั้นเกิดการชะลอตัวหรือมีความผันผวนด้วยเช่นกัน
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

































































