ยาแก้ตกขาว ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
ยาแก้ตกขาว ให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    ยาแก้ตกขาว ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ยาสอดช่องคลอด

    ยาแก้ตกขาว เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาอาการตกขาวผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุและระดับความรุนแรง เช่น ตกขาวมีสีเหลือง, สีขาวขุ่น, มีกลิ่นคาว หรือปัสสาวะแสบขัด เพื่อลดผลข้างเคียง การใช้ยารักษาควรภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ


    บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ตกขาวให้เหมาะกับลักษณะอาการตกขาวแต่ละประเภท ซึ่งมีตัวยาที่ช่วยจัดการสาเหตุของอาการตกขาวได้อย่างตรงจุด โดยพิจารณาสีที่ผิดปกติ กลิ่นไม่พึงประสงค์ อาการแสบคัน และภาวะต่าง ๆ ที่เกิดร่วมกัน พร้อมคำแนะนำจาก ภก.เมฆา วีระวานิช เภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    ผู้เชี่ยวชาญ
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)

    เภสัชกรหมอกเป็นเภสัชกรปฏิบัติการและครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยา อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพผ่านช่อง "เภหมอกทอล์คเรื่องยา" บน TikTok โดยมุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับยาและสุขภาพ ผ่านการอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ด้วยความหลงใหลในสายงานเภสัชกรรม เภสัชกรหมอกมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับยาและสุขภาพตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้มีทักษะในการสื่อสารความรู้ทางวิชาการให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยปัจจุบันยังคงพัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เภสัชกรหมอกยังเชื่อว่า "ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น" จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความถูกต้อง และความเข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลทางสุขภาพเข้าถึงคนทุกกลุ่ม และช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในสังคม

    ประวัติของ ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    …อ่านต่อ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    บรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand

    mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

    ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    …อ่านต่อ
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    Why You Can Trust Us

    มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

    รู้ได้อย่างไรว่ามีอาการตกขาวผิดปกติ

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    อาการตกขาวผิดปกติ คือ อาการเมื่อตกขาวมีสีเปลี่ยนไป มีกลิ่นคาว ทำให้เกิดอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด หรือทำให้แสบขัดระหว่างปัสสาวะ

    รู้ได้อย่างไรว่ามีอาการตกขาวผิดปกติ
    ตกขาวเกิดขึ้นได้เป็นปกติในผู้หญิงทุกคน จะมีลักษณะเป็นของเหลวหรือเมือกสีใส ขาวขุ่น หรือสีเหลืองอ่อน ๆ มีคุณสมบัติช่วยทำความสะอาด ป้องกันการติดเชื้อ และให้ความชุ่มชื้นแก่บริเวณช่องคลอด โดยจะถูกขับออกมาจากช่องคลอดในปริมาณมากน้อยตามสภาวะของร่างกายของแต่ละคน แต่ก็มีลักษณะอาการตกขาวที่ผิดปกติอยู่เช่นกัน ซึ่งมักจะมีสีเปลี่ยนไป มีกลิ่นคาว และทำให้เกิดอาการแสบคันรอบ ๆ บริเวณช่องคลอด บางคนอาจรู้สึกแสบขัดขณะปัสสาวะได้ ทั้งนี้ ลักษณะของตกขาวที่ผิดปกติจะช่วยบอกสาเหตุของอาการได้ ดังนี้

    1. ตกขาวสีขาว ไม่มีกลิ่น แต่มีลักษณะข้นกว่าปกติ มักเกิดจากการติดเชื้อรา Vulvovaginal Candidiasis หรือแบคทีเรียในช่องคลอดขาดสมดุล ซึ่งเป็นลักษณะอาการตกขาวผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด โดยบางรายอาจมีอาการคันระคายเคืองร่วมด้วย
    2. ตกขาวสีขาวหรือสีขาวอมเทา มีกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรง มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Bacterial vaginosis จากการสวนล้างช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียภายในช่องคลอดไม่สมดุล เป็นอีกสาเหตุที่พบได้บ่อยเช่นกัน
    3. ตกขาวสีเหลือง สีเขียว สีเทา ซึ่งมักจะมีอาการแสบคัน ปัสสาวะแสบขัด มีกลิ่นเหม็นคาว และอาจมีฟองร่วมด้วย มักเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย Trichomoniasis หรือ Gonorrhea ที่สามารถติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้
    4. ตกขาวสีชมพูหรือมีเลือดปน มักเกิดจากภาวะประจำเดือนตกค้าง และอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งปากมดลูก

    อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการตกขาวผิดปกติดังกล่าว ให้สังเกตอาการของตัวเองและไปพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้องและรับการรักษาอย่างถูกวิธี โดยไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เอง เนื่องจากอาจใช้ยาไม่ตรงกับสาเหตุของอาการ ทำให้อาการตกขาวผิดปกติไม่ทุเลาลง อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ อีกได้

    วิธีการเลือกยาแก้ตกขาว

    ยาแก้ตกขาว มีทั้งรูปแบบยาทา ยาสอด และยารับประทาน ซึ่งแต่ละคนอาจมีความสะดวกที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับรูปแบบที่สะดวกใช้และลักษณะอาการของแต่ละบุคคล โดยมีหลักการพิจารณาเลือกซื้อที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

    1

    เลือกตัวยาแก้ตกขาวจากความผิดปกติตามลักษณะอาการของตกขาว

    การเลือกยารักษาอาการผิดปกติจากตกขาวควรพิจารณาส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและบรรเทาตามลักษณะอาการของตกขาวจากสาเหตุของเชื้อโรคที่แตกต่างกัน ดังนี้

    สำหรับตกขาวสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    สำหรับตกขาวสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด จึงควรใช้ยาแก้ตกขาวที่มีตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

    สำหรับตกขาวสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด

    กรณีตกขาวสีขาวอมเทาหรือสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง แต่ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดจากปัญหาตกขาวผิดปกติ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis หรือ BV) เนื่องจากมีแบคทีเรียมากเกินไปจนค่า pH ไม่สมดุล อาจเกิดได้จากสาเหตุ เช่น ใช้ห่วงยางคุมกำเนิด ทำความสะอาดช่องคลอดด้วยการสวนล้างบ่อยเกินไป โดยการฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะมีตัวยาที่ใช้รักษา เช่น


    1. ยาชนิดรับประทาน Metronidazole 500 mg ใช้วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 - 7 วัน หรือยาเหน็บรูปแบบเจล Metronidazole gel 0.75 วันละ 5 g เป็นเวลา 5 วัน
    2. ยาเหน็บรูปแบบเนื้อครีม Clindamycin 2% ใช้วันละ 5 g ช่วงก่อนนอน เป็นเวลา 7 วัน

    นอกจากนี้ เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ควรงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยา และทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยสบู่บริเวณภายนอกโดยไม่สวนล้างภายในช่องคลอด รวมถึงงดกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษาด้วย ทั้งนี้ ให้ใช้ยาแก้ตกขาวภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยเด็ดขาด

    สำหรับตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นก้อน และมีอาการคันร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อรา

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นก้อน และมีอาการคันร่วมด้วย มักมีสาเหตุจากเชื้อรากลุ่ม Azoles จึงควรใช้ตัวยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรากลุ่มนี้ได้

    สำหรับตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นก้อน และมีอาการคันร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อรา
    หากคุณมีอาการตกขาวที่มีสีขาวขุ่น สีครีม สีเหลืองอ่อน มีลักษณะข้นเป็นก้อนคล้ายตะกอนนมหรือคอตเทจชีสถูกขับออกมาจากช่องคลอดปริมาณมาก มีอาการคันแต่ไม่มีกลิ่นเหม็นรุนแรง มักเกิดได้จากการติดเชื้อราในช่องคลอด (Vulvovaginal Candidiasis หรือ VVC) จากเชื้อราแคนดิดา (Candida albicans) หรือเชื้อรายีสต์ 

    ซึ่งมักมีสาเหตุจากการสวนล้างทำความสะอาดอย่างผิดวิธี ทำให้แบคทีเรียภายในช่องคลอดเสียสมดุล รวมถึงจากการตั้งครรภ์หรือร่างกายมีปฏิกิริยาต่อยาปฏิชีวนะหรือโรคบางชนิด สำหรับผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรพิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อรากลุ่ม Azoles โดยมีตัวอย่างตัวยาดังต่อไปนี้


    1. ยาทา Clotrimazole 1% cream 5 g ทาบริเวณช่องคลอดระยะเวลา 7 - 14 วัน
    2. ยาทา Clotrimazole 2% cream 5 g ทาบริเวณช่องคลอดระยะเวลา 3 วัน
    3. ยารับประทาน Fluconazole 150 mg รับประทาน 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
    4. ยารับประทาน Itraconazole 100 mg รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ทานเพียงหนึ่งวัน
    5. ยาเหน็บ Clotrimazole 500 mg สอดยา 1 เม็ด ครั้งเดียว

    ทั้งนี้ การเลือกใช้ยาแก้ตกขาวจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์ หรือควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งก่อนใช้ยา และหากมีอาการซ้ำซ้อนภายใน 2 เดือนหลังการรักษา ควรกลับไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม

    สำหรับตกขาวสีเขียว สีเหลือง มีอาการแสบและคันขณะปัสสาวะ หรือมีฟองร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองใน

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    ตกขาวสีเขียว สีเหลือง มีอาการแสบและคันขณะปัสสาวะ หรือมีฟองร่วมด้วย อาจเกิดได้ทั้งจากโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองใน ควรสาเหตุที่ถูกต้องแล้วจึงเลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสม

    สำหรับตกขาวสีเขียว สีเหลือง มีอาการแสบและคันขณะปัสสาวะ หรือมีฟองร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองใน

    สำหรับผู้ที่มีตกขาวสีผิดปกติที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น สีเหลือง สีเขียว มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ และอาจมีอาการคันบริเวณช่องคลอดร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองในที่มักจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อ 2 ตัวนี้ จะทำให้มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกัน จึงควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม มีวิธีแยกลักษณะอาการของเชื้อทั้ง 2 ชนิดและวิธีใช้ยารักษาเบื้องต้นได้ ดังนี้


    1. ตกขาวผิดปกติจากโรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) มักจะมีสีเหลืองหรือสีเขียวและกลิ่นไม่พึงประสงค์ รักษาได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น Metronidazole 500 mg วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 - 7 วัน หรือรับประทานยา Tinidazole 2 g

    1. ตกขาวผิดปกติจากโรคหนองใน (Gonorrhea) มักจะมีสีเทา สีเหลือง หรือสีเขียว ลักษณะคล้ายหนองถูกขับออกมาจากช่องคลอดปริมาณมาก โดยเป็นโรคจากเชื้อสายพันธุ์ Neisseria Gonorrhoeae ที่มีอัตราการดื้อยาสูง จึงแนะนำให้พบสูตินรีแพทย์พร้อมกับคู่นอน เพราะเพศชายก็จะมีอาการร่วมด้วยได้เช่นกัน โดยสูตินรีแพทย์อาจรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ Ceftriaxone หรือยารับประทาน Doxycycline ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหนองใน ซึ่งจะพิจารณาโดสตามอาการของแต่ละบุคคล

    ทั้งนี้ ขณะรักษาตกขาวจากเชื้อพยาธิในช่องคลอดและโรคหนองใน ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องทุกครั้ง

    2

    พิจารณายาแก้ตกขาวจากรูปแบบการใช้ยา

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    รูปแบบการใช้ยาแก้ตกขาวมีทั้งยาเหน็บหรือยาสอด ยารับประทาน และยาทา ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน และต้องพิจารณาควบคู่กับสาเหตุของอาการตกขาวด้วย

    พิจารณายาแก้ตกขาวจากรูปแบบการใช้ยา
    หลังจากพบสูตินรีแพทย์แล้ว เภสัชกรจะจ่ายยารักษาอาการตกขาวซึ่งจะมีรูปแบบแตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับตัวยาโดยยาแก้ตกขาวจะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ คือ ยาเหน็บหรือยาสอด ยารับประทาน และยาทา ซึ่งมีความความสะดวกในการใช้แตกต่างกัน ดังนี้

    1. ยาเหน็บหรือยาสอด มีรูปแบบเม็ด เจล และครีม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ แนะนำให้ใช้ช่วงเวลาก่อนนอนพร้อมกับอุปกรณ์ช่วยใส่ยาจะสะดวกที่สุด ทั้งนี้ รูปแบบยาแก้ตกขาวแบบยาเหน็บหรือยาสอด อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการระคายเคืองบริเวณช่องคลอดได้บ้าง
    2. ยารับประทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่มีปัญหาให้การกลืนยาเม็ด มักจะต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 5 - 7 วัน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง
    3. ยาทา เหมาะสำหรับบรรเทาตกเขาที่มีอาการคันรวมได้ และเสริมฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อสำหรับรักษาตกขาวที่เกิดจากเชื้อราเท่านั้น โดยใช้ทาภายนอกรอบ ๆ อวัยวะเพศเพื่อลดอาการคันระคายเคือง

    อย่างไรก็ตาม ยาแก้ตกขาวทั้ง 3 รูปแบบสามารถใช้ร่วมกันได้ตามดุลยพินิจของสูตินรีแพทย์และเภสัชกร เนื่องจาก การเลือกใช้รูปแบบยาต้องพิจารณาควบคู่กับสาเหตุของอาการตกขาวด้วยนอกเหนือจากความสะดวกในการใช้ยา ทั้งนี้ หากมีการใช้ยาฆ่าเชื้อติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจเกิดปัญหาดื้อยาตามมาได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติมในกรณีที่กลับมาเป็นซ้ำในช่วงระยะเวลา 3 เดือนหลังการรักษาครั้งแรก

    3

    สำหรับปัญหาตกขาวผิดปกติขณะตั้งครรภ์ ให้พิจารณายาแก้ตกขาวเฉพาะที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น

    ผู้เชี่ยวชาญ
    ผู้เชี่ยวชาญ

    การใช้ยาแก้ตกขาวในหญิงตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อทารกได้ จึงควรใช้เฉพาะที่ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำจากสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา

    สำหรับปัญหาตกขาวผิดปกติขณะตั้งครรภ์ ให้พิจารณายาแก้ตกขาวเฉพาะที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น
    สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการตกขาวผิดปกติ มักมีสาเหตุจากติดเชื้อรา Vulvovaginal Candidiasis (VVC) โดยตกขาวจะมีปริมาณมากผิดปกติ มีลักษณะข้นเป็นก้อนคล้ายตะกอนนมและมีอาการคันร่วมด้วย หากมีอาการดังกล่าวสามารถใช้ยารักษาอาการตกขาวจากเชื้อราได้ปกติ โดยมีตัวอย่างตัวยาดังต่อไปนี้

    1. ยาเหน็บ Clotrimazole สอดยาทางช่องคลอดเม็ดเดียวครั้งเดียว
    2. ยาทา Clotrimazole 1 - 2% ทาปริมาณ 5 g ใช้เป็นระยะเวลา 3 - 14 วัน
    3. ยารับประทาน Fluconazole 150 mg รับประทาน 1 เม็ด 1 วัน
    4. ยารับประทาน Itraconazole 100 mg รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ใช้เพียง 1 วัน


    ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา เนื่องจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อทารกได้ โดยจะแนะนำให้พิจารณารูปแบบยาสอดหรือยาทามากกว่ายารับประทาน เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและออกฤทธิ์เฉพาะที่เท่านั้น 

    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    ยาแก้ตกขาว ที่ดีที่สุด

    ต่อไปนี้เป็นยาแก้ตกขาวที่แนะนำโดยกองบรรณาธิการมายเบสท์ (ณ วันที่ 09-02-2026)
    ตัวกรอง

    ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
    กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

    หากใช้ยาแก้ตกขาวติดต่อกันจะมีอาการดื้อยาหรือไม่

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)

    ยาแก้ตกขาวมีส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ ซึ่งทำให้เกิดอาการดื้อยาได้หากใช้ติดต่อกันอย่างไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาไม่ครบตามปริมาณที่กำหนด หรือการใช้ยาไม่ตรงกับชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการตกขาว ดังนั้น จึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อนใช้ยา

    ยาแก้ตกขาวแบบใดออกฤทธิ์ไวกว่าหรือให้ผลลัพธ์ดีกว่า

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)

    โดยปกติแล้วการรักษาอาการตกขาวโดยใช้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่หรือรูปแบบรับประทาน ต่างก็ช่วยรักษาอาการตกขาวผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน โดยสามารถฆ่าเชื้อในช่องคลอดได้ถึง 80 - 90% หากใช้ยาอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกร

    วิธีป้องกันการเกิดตกขาวผิดปกติสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    เภสัชกร
    ภก.เมฆา วีระวานิช (หมอก)
    อาการตกขาวผิดปกติสามารถป้องกันได้โดยการปรับพฤติกรรม โดยทำได้หลากหลายวิธีการ เช่น

    1. การใช้สบู่อ่อน ๆ และน้ำทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศวันละครั้งโดยไม่ต้องสวนล้างเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วในการรักษาความสะอาด เนื่องจากบริเวณช่องคลอดจะมีแบคทีเรียที่ดีต่อการรักษาความสะอาดตามธรรมชาติอยู่แล้ว ช่วยทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรด จึงช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์และเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเจริญเติบโต
    2. หลีกเลี่ยงการสวมกางเกงใน ชุดแนบเนื้อ ชุดว่ายน้ำ ที่ทำให้บริเวณช่องคลอดอับชื้นเป็นเวลานาน ๆ
    3. ทำความสะอาดหรือเช็ดช่องคลอดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักเข้าไปภายในช่องคลอด
    4. หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ เช่น สบู่ เจล รวมถึงผ้าเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วย
    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ ยาแก้ตกขาว

    ยาแก้ปวดประจําเดือน

    0 ผลิตภัณฑ์

    ค้นหาตามหมวดหมู่

    mybest

    ให้เราเป็นตัวช่วยในทุกการเลือกเพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
    พร้อมคำแนะนำในการเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ

    Copyright mybest All Rights Reserved.