ยาแก้ปวดประจำเดือนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด
mybest
ยาแก้ปวดประจำเดือนให้ทุกการเลือกเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

    ยาแก้ปวดประจำเดือน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ลดการอักเสบ ปลอดภัย

    จากสถิติและงานวิจัยที่เผยแพร่โดย OASH มากกว่าครึ่งของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ต่างประสบกับอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ซึ่งอาการปวดนับว่าเป็นอาการที่พบได้ทั่วไประหว่างช่วงที่มีประจำเดือน โดยมักจะเป็นอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย แต่ก็อาจเกิดอาการอื่นร่วมด้วยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลัง คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องอืด หรือวิงเวียนศีรษะ ทำให้หลายคนต้องพึ่งการกินยาแก้ปวดประจำเดือนเพื่อบรรเทาอาการ


    บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ปวดประจำเดือนให้ปลอดภัย และยังได้รวบรวมข้อมูลยาแก้ปวดประจำเดือน ที่มีความปลอดภัย ช่วยลดอักเสบและบรรเทาอาการปวด ทั้งกลุ่มยาพาราเซตามอลและกลุ่ม NSAIDs ที่สามารถซื้อได้ที่ร้านขายยา ประกอบกับคำแนะนำจาก ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย 

    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)
    ผู้เชี่ยวชาญ
    เภสัชกร
    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)

    คุณแพรวจบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การฝึกงานในด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชสำอางในโรงงานผลิตชั้นนำ รวมถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หลังจากเรียนจบได้ทำงานเป็นเภสัชกรประจำสถานพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและชื่นชอบการให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการ จึงเลือกที่จะมาปฏิบัติงานเป็นเภสัชกรชุมชนประจำร้านขายยาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่ผู้บริโภค เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าระบบสาธารณะสุขที่ดีจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีตามไปด้วย แต่การที่ระบบสาธารณะสุขจะดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากหน่วยปฐมภูมิที่ใกล้ชิดชุมชนที่สุดอย่างร้านขายยานั่นเอง หลังจากเป็นเภสัชกรชุมชนมากว่า 2 ปี คุณแพรวได้มีโอกาสเข้ามาบริหารและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ยาให้กับร้านขายยา Chain Store ที่มีสาขาทั่วประเทศไทย โดยในปัจจุบันคุณแพรวดำรงตำแหน่งเป็น Pharmaceutical Retail Merchandiser (นักบริหารผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม) ที่ทำหน้าที่บริหารและคัดเลือกยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจัดจำหน่ายในร้านขายยาชั้นนำของประเทศ

    ประวัติของ ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)
    …อ่านต่อ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    บรรณาธิการ
    กองบรรณาธิการ mybest Thailand

    mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด

    ประวัติของ กองบรรณาธิการ mybest Thailand
    …อ่านต่อ
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    Why You Can Trust Us

    มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้

    ยาแก้ปวดประจําเดือน มีผลข้างเคียงหรือไม่

    ยาแก้ปวดประจําเดือน มีผลข้างเคียงหรือไม่
    ยาแก้ปวดประจำเดือนแต่ละตัวยามีความปลอดภัยและผลข้างเคียงแตกต่างกันไป แต่หากรับประทานในขนาดที่เหมาะสม แม้รับประทานทุกเดือนก็ค่อนข้างปลอดภัย โดยตัวยาที่นิยมใช้แก้ปวดประจำเดือน ได้แก่ 

    • ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) 
    • ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือเอ็นเสด (NSAIDs)

    สำหรับยาพาราเซตามอลจะมีผลข้างเคียงค่อนข้างน้อย แต่หากรับประทานเกินขนาดก็อาจเกิดพิษต่อตับได้ ส่วนยาเอ็นเสดจะมีผลข้างเคียงมากกว่า เช่น ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร แผลในกระเพาะ ผลข้างเคียงต่อไต ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินหายใจ หอบ เป็นต้น จึงขอแนะนำว่าควรรับประทานเมื่อเริ่มมีอาการปวดหรือก่อนมีอาการปวดประจำเดือน แต่หากใครที่มีอาการปวดทุกรอบเดือนและมีรอบเดือนสม่ำเสมอ ควรเริ่มรับประทานยาภายใน 1 - 2 วัน ก่อนมีประจำเดือน

    วิธีการเลือกยาแก้ปวดประจำเดือน

    อาการปวดประจำเดือนที่ผู้หญิงต้องเผชิญทุกเดือนเป็นกลไกทางธรรมชาติที่แต่ละคนก็จะมีอาการมากน้อยต่างกันไป บางคนอาจปวดน้อย หรือบางคนอาจปวดมากจนต้องกินยาบรรเทาอาการ ยาแก้ปวดจึงเป็นหนึ่งทางออกที่หลายคนเลือกใช้

    1

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มเอ็นเสดหรือ NSAIDs สำหรับผู้ที่มีอาการปวดมาก

    หนึ่งในกลุ่มยาแก้ปวดประจำเดือนที่นิยมกันมาก ได้แก่ ยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มเอ็นเสด หรือ NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดมาก โดยควรพิจารณาตามปัจจัยดังต่อไปนี้

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารออกฤทธิ์ยับยั้งการผลิตโพรสตาแกลนดิน

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารออกฤทธิ์ยับยั้งการผลิตโพรสตาแกลนดิน
    ยากลุ่มเอ็นเสดหรือ NSAIDs (Nonsteroidal Anti-Inflammatory Drugs) เป็นกลุ่มยาแก้อักเสบชนิดหนึ่งที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ใช้รักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวด บวม หรืออักเสบตามจุดต่าง ๆ ของร่างกาย ซึ่งในภาวะของการมีประจำเดือน ร่างกายจะมีการหลั่งสารโพรสตาแกลนดิน ทำให้เกิดการอักเสบขึ้นได้ โดยจะไปออกฤทธิ์ยับยั้งการผลิตโพรสตาแกลนดิน จึงช่วยลดการอักเสบและลดอาการปวดให้ทุเลาลงได้ ซึ่งจะแบ่งตัวยาออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

    1. Non-specific COX Inhibitors หรือ Traditional NSAIDs ได้แก่ Aspirin,

    Diclofenac, Indomethacin, Ibuprofen, Naproxen, Ketoprofen, Piroxicam, Mefenamic Acid เป็นต้น เป็นยากลุ่มที่มีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารมากและออกฤทธิ์สั้น ต้องรับประทานหลายครั้งในหนึ่งวัน 

    2. COX-2 Selective Inhibitors ได้แก่ Meloxicam, Nimesulide และ Etodolac ยาจะออกฤทธิ์ได้นานขึ้น และผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารลดลง 

    3. COX-2 Specific Inhibitors ได้แก่ Celecoxib, Etoricoxib ยาออกฤทธิ์ได้นาน รับประทานวันละครั้งและมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารค่อนข้างน้อย

    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)
    เภสัชกร
    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)
    ตัวอย่างขนาดยา
    Ibuprofen ขนาดยาเริ่มต้น 400 - 800 mg ตามด้วย 400 - 800 mg ทุก 8 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 3,200 mg/วัน)
    Mefenamic Acid ขนาดยาเริ่มต้น 500 mg ตามด้วย 250 mg ทุก 6 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 1,500 mg/วัน)
    Naproxen ขนาดยาเริ่มต้น 500 - 550 mg ตามด้วย 250 - 550 mg ทุก 12 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 1,500 mg/วัน)
    Celecoxib ขนาดยาที่ใช้ 400 mg วันละครั้ง หรือ 200 mg ทุก 12 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 400 mg/วัน)
    Etoricoxib ขนาดยาที่ใช้ 60 - 120 mg วันละครั้ง (ไม่ควรเกิน 120 mg/วัน)

    *หมายเหตุ ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนรูปแบบซอฟต์เจลหรือผงชงหากต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนรูปแบบซอฟต์เจลหรือผงชงหากต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว
    ปัจจุบันรูปแบบของยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มเอ็นเสด หรือ NSAIDs จะมีทั้งรูปแบบยาเม็ดตอก แคปซูลแบบแข็ง ซอฟต์เจล และผงชงละลายน้ำดื่ม ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาการออกฤทธิ์แตกต่างกันไป โดยรูปแบบที่ไม่ต้องรอการแตกตัวของตัวยาและออกฤทธิ์ลดปวดได้เร็วกว่าเพราะร่างกายสามารถดูดซึมไปใช้ได้เลย ได้แก่ รูปแบบซอฟต์เจล และแบบผงชง

    สำหรับประสิทธิภาพของยา NSAIDs ในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นจะใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบเม็ดยาจะมีผลต่อระยะเวลาการออกฤทธิ์ หากต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว เพื่ออาการปวดประจำเดือนลดลงอย่างรวดเร็ว ควรเลือกรับประทานยารูปแบบซอฟต์เจลหรือผงชงละลายน้ำดื่มจะดูดซึมได้อย่างรวดเร็วที่สุด

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีผลข้างเคียงต่ำโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีผลข้างเคียงต่ำโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร
    ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อยของยาแก้ปวดประจำเดือน ได้แก่ ผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหาร ปวดท้อง ท้องอืด อาหารไม่ย่อย เรอเปรี้ยว จนไปถึงเกิดแผลในกระเพาะอาหาร ผลข้างเคียงต่อตับ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบทางเดินหายใจ ความดันโลหิตและผลข้างเคียงต่อไต แต่โดยปกติแล้ว คนทั่วไปที่รับยากลุ่มนี้ในขนาดที่เหมาะสมและรับประทานอย่างถูกวิธีจะเกิดผลข้างเคียงไม่มาก แต่หากเป็นผู้ป่วยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงอาจเกิดผลข้างเคียงของยาได้ง่ายกว่า

    สำหรับวิธีป้องกันผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารของยากลุ่มนี้ คือ ควรรับประทานยาหลังอาหารทันที ไม่ควรทานตอนท้องว่าง และดื่มน้ำตามมาก ๆ รวมถึงควรรับประทานยาในขนาดที่เหมาะสม ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ซึ่งยากลุ่ม NSAIDs ที่ระคายเคืองทางเดินอาหารน้อยจะได้แก่ Celecoxib และ Etoricoxib ที่อยู่ในกลุ่ม COX-2 Specific Inhibitors
    2

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มพาราเซตามอล สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง

    การกินยาพาราเซตามอลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงได้ ซึ่งตัวยามีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดขั้นอ่อนถึงขั้นปานกลาง จึงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ค่อนข้างปลอดภัยหากใช้อย่างถูกวิธี

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มพาราเซตามอนแบบปกติ หรือแบบออกฤทธิ์นาน

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มพาราเซตามอนแบบปกติ หรือแบบออกฤทธิ์นาน
    ยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เป็นยาบรรเทาอาการปวดขั้นอ่อนถึงปานกลาง สามารถใช้บรรเทาอาการปวดได้หลายอย่าง เช่น ปวดศีรษะ ปวดไหล่ ปวดหลัง ปวดกล้ามเนื้อ ปวดฟัน ปวดประจำเดือนหรือใช้เป็นยาลดไข้ได้ โดยยาพาราเซตามอลที่ออกฤทธิ์ปกติจะสามารถบรรเทาอาการปวดได้ช่วงสั้น ๆ จึงต้องรับประทานซ้ำทุก 4 - 6 ชั่วโมง ซึ่งปกติแล้วจะมีขนาดตัวยา 325 mg และ 500 mg ต่อเม็ด ขึ้นอยู่กับน้ำหนักตัวของผู้รับประทาน 


    สำหรับยาพาราเซตามอลที่ออกฤทธิ์นานจะบรรเทาอาการปวดได้นานถึง 8 ชั่วโมง โดยจะมีขนาดยา 650 mg (ในประเทศไทย) ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ใหญ่นั้นหากรับประทานเพียง 1 เม็ด ขนาดยาที่ได้รับอาจจะต่ำเกินไป จึงอาจจะต้องรับประทานครั้งละ 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เฉพาะเวลาปวดหรือมีไข้ (สำหรับผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 44 กิโลกรัม)

    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)
    เภสัชกร
    ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล (แพรว)

    หากทานยาพาราเซตามอลแบบออกฤทธิ์นาน มีข้อควรระวังคือห้ามตัดแบ่งเม็ดยา เพราะอาจทำให้ยาสูญเสียรูปแบบการปลดปล่อยยาได้ เพราะในยาพาราเซตามอลแบบออกฤทธิ์นานจะมีรูปแบบการปลดปล่อยยาเฉพาะ โดย 1 เม็ดจะมีตัวยา 650 mg ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายในช่วง 4 ชั่วโมงแรก ร่างกายจะได้รับยา 325 mg และจะได้รับอีก 325 mg ใน 4 ชั่วโมงหลัง ดังนั้น หากไปตัดแบ่งยา อาจได้รับปริมาณยาที่ไม่เพียงพอต่อการบรรเทาปวด 

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารปนเปื้อนต่ำ โดยตรวจสอบเลขทะเบียนยาก่อนซื้อทุกครั้ง

    เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารปนเปื้อนต่ำ โดยตรวจสอบเลขทะเบียนยาก่อนซื้อทุกครั้ง
    ในกระบวนการผลิตยาพาราเซตามอลนั้นสามารถพบสารปนเปื้อนบางชนิดได้ เช่น โฟร์-อะมิโนฟีนอล (4-aminophenol) ซึ่งเป็นสารที่มีผลต่อตับ จึงขอแนะนำว่าควรเลือกใช้ยาที่มีปริมาณสารปนเปื้อนเหล่านี้ต่ำที่สุด อย่างไรก็ตาม การผลิตยาทุกชนิดจะต้องได้รับอนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก่อน ดังนั้นถ้าเป็นยี่ห้อที่ได้ผ่านการอนุมัติทะเบียนยาแล้วก็จะมีประสิทธิภาพและความปลอดภัยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดอยู่แล้ว โดยผู้ซื้อสามารถสังเกตได้จากเลขทะเบียนยาที่ข้างกล่องก่อนซื้อ

    หากยาพาราเซตามอลเสื่อม ลักษณะเม็ดยาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น เม็ดยาเปลี่ยนสี มีจุด หรือเม็ดยาชื้น หากพบลักษณะเหล่านี้ ไม่ควรใช้ยานั้นอีกต่อไป หรือหากยาหมดอายุแล้ว แม้ลักษณะของเม็ดยาจะไม่เปลี่ยนไปก็ไม่ควรรับประทาน เพราะประสิทธิภาพของยาอาจไม่เพียงพอต่อการรักษา

    วิธีการเลือกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงได้หรือไม่ ?
    ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
    เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย

    ยาแก้ปวดประจําเดือน ที่ดีที่สุด

    สำหรับการเลือกกินยาแก้ปวดประจำเดือนนั้น ควรคำนึงถึงสุขภาพร่างกายของผู้กินเป็นสำคัญ และไม่ลืมปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อหลีกเลี่ยงผลข้างเคียงอันไม่พึงประสงค์ที่อาจก่อให้เกิดอาการเจ็บป่วยร้ายแรงได้
    เรียงจากความนิยม
    ตัวกรอง

    ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
    กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง

    วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

    นอกจากการกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนแล้ว ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนอย่างง่าย ๆ ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้


    การประคบท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อน เนื่องจากความร้อนจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูกในช่วงมีประจำเดือน ทำให้อาการปวดทุเลาลงได้
    การจิบน้ำอุ่น ทั้งน้ำอุ่นธรรมดา น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำขิงอุ่น ก็ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี พร้อมทั้งลดอาการปวดท้องและท้องอืดในช่วงมีประจำเดือนได้
    การออกกำลังกายเบา ๆ ตลอดจนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือโยคะ จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งช่วยในการผ่อนคลาย และยังลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้

    TOP 0 ยาแก้ปวดประจําเดือน แนะนำ

    คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ

    ยอดนิยม
    อันดับยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับ ยาแก้ปวดประจำเดือน

    ยาปรับฮอร์โมน

    0 ผลิตภัณฑ์

    ค้นหาตามหมวดหมู่

    mybest

    ให้เราเป็นตัวช่วยในทุกการเลือกเพื่อให้ทุกคนได้รับสิ่งที่ดีที่สุด
    พร้อมคำแนะนำในการเลือกสินค้าจากผู้เชี่ยวชาญในด้านต่าง ๆ

    Copyright mybest All Rights Reserved.