ยาแก้ปวดประจำเดือน ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ลดการอักเสบ ปลอดภัย
จากสถิติและงานวิจัยที่เผยแพร่โดย OASH มากกว่าครึ่งของผู้หญิงที่มีประจำเดือน ต่างประสบกับอาการปวดประจำเดือนบ่อยครั้ง ซึ่งอาการปวดนับว่าเป็นอาการที่พบได้ทั่วไประหว่างช่วงที่มีประจำเดือน โดยมักจะเป็นอาการปวดหน่วงบริเวณท้องน้อย แต่ก็อาจเกิดอาการอื่นร่วมด้วยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นอาการปวดหลัง คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ท้องอืด หรือวิงเวียนศีรษะ ทำให้หลายคนต้องพึ่งการกินยาแก้ปวดประจำเดือนเพื่อบรรเทาอาการ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ปวดประจำเดือนให้ปลอดภัย และยังได้รวบรวมข้อมูลยาแก้ปวดประจำเดือน ที่มีความปลอดภัย ช่วยลดอักเสบและบรรเทาอาการปวด ทั้งกลุ่มยาพาราเซตามอลและกลุ่ม NSAIDs ที่สามารถซื้อได้ที่ร้านขายยา ประกอบกับคำแนะนำจาก ภญ.อรณิชา วัชรเสมากุล มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

คุณแพรวจบคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ มีประสบการณ์การฝึกงานในด้านการวิจัยและพัฒนายาและเวชสำอางในโรงงานผลิตชั้นนำ รวมถึงการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ยาในหน่วยงานคุ้มครองผู้บริโภค หลังจากเรียนจบได้ทำงานเป็นเภสัชกรประจำสถานพยาบาลอยู่ระยะหนึ่ง แต่ด้วยความสนใจในผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและชื่นชอบการให้ข้อมูลด้านสุขภาพแก่ผู้รับบริการ จึงเลือกที่จะมาปฏิบัติงานเป็นเภสัชกรชุมชนประจำร้านขายยาเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาและผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมแก่ผู้บริโภค เพราะส่วนตัวแล้วเชื่อว่าระบบสาธารณะสุขที่ดีจะส่งผลให้คุณภาพชีวิตของคนในชุมชนดีตามไปด้วย แต่การที่ระบบสาธารณะสุขจะดีได้นั้นจะต้องเริ่มต้นจากหน่วยปฐมภูมิที่ใกล้ชิดชุมชนที่สุดอย่างร้านขายยานั่นเอง หลังจากเป็นเภสัชกรชุมชนมากว่า 2 ปี คุณแพรวได้มีโอกาสเข้ามาบริหารและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ยาให้กับร้านขายยา Chain Store ที่มีสาขาทั่วประเทศไทย โดยในปัจจุบันคุณแพรวดำรงตำแหน่งเป็น Pharmaceutical Retail Merchandiser (นักบริหารผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรม) ที่ทำหน้าที่บริหารและคัดเลือกยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพเพื่อจัดจำหน่ายในร้านขายยาชั้นนำของประเทศ

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
ยาแก้ปวดประจําเดือน มีผลข้างเคียงหรือไม่

- ยาพาราเซตามอล (Paracetamol)
- ยาบรรเทาอาการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ หรือเอ็นเสด (NSAIDs)
วิธีการเลือกยาแก้ปวดประจำเดือน
อาการปวดประจำเดือนที่ผู้หญิงต้องเผชิญทุกเดือนเป็นกลไกทางธรรมชาติที่แต่ละคนก็จะมีอาการมากน้อยต่างกันไป บางคนอาจปวดน้อย หรือบางคนอาจปวดมากจนต้องกินยาบรรเทาอาการ ยาแก้ปวดจึงเป็นหนึ่งทางออกที่หลายคนเลือกใช้
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มเอ็นเสดหรือ NSAIDs สำหรับผู้ที่มีอาการปวดมาก
หนึ่งในกลุ่มยาแก้ปวดประจำเดือนที่นิยมกันมาก ได้แก่ ยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มเอ็นเสด หรือ NSAIDs (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs) เหมาะกับผู้ที่มีอาการปวดมาก โดยควรพิจารณาตามปัจจัยดังต่อไปนี้
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารออกฤทธิ์ยับยั้งการผลิตโพรสตาแกลนดิน

1. Non-specific COX Inhibitors หรือ Traditional NSAIDs ได้แก่ Aspirin,
Diclofenac, Indomethacin, Ibuprofen, Naproxen, Ketoprofen, Piroxicam, Mefenamic Acid เป็นต้น เป็นยากลุ่มที่มีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารมากและออกฤทธิ์สั้น ต้องรับประทานหลายครั้งในหนึ่งวัน2. COX-2 Selective Inhibitors ได้แก่ Meloxicam, Nimesulide และ Etodolac ยาจะออกฤทธิ์ได้นานขึ้น และผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารลดลง
3. COX-2 Specific Inhibitors ได้แก่ Celecoxib, Etoricoxib ยาออกฤทธิ์ได้นาน รับประทานวันละครั้งและมีผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารค่อนข้างน้อย

Ibuprofen ขนาดยาเริ่มต้น 400 - 800 mg ตามด้วย 400 - 800 mg ทุก 8 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 3,200 mg/วัน)
Mefenamic Acid ขนาดยาเริ่มต้น 500 mg ตามด้วย 250 mg ทุก 6 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 1,500 mg/วัน)
Naproxen ขนาดยาเริ่มต้น 500 - 550 mg ตามด้วย 250 - 550 mg ทุก 12 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 1,500 mg/วัน)
Celecoxib ขนาดยาที่ใช้ 400 mg วันละครั้ง หรือ 200 mg ทุก 12 ชั่วโมง (ไม่ควรเกิน 400 mg/วัน)
Etoricoxib ขนาดยาที่ใช้ 60 - 120 mg วันละครั้ง (ไม่ควรเกิน 120 mg/วัน)
*หมายเหตุ ขนาดยาและระยะเวลาในการใช้ยาที่ระบุในบทความนี้เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำสั่งใช้ยาของแพทย์ได้ การใช้ยาที่เหมาะสมควรต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนรูปแบบซอฟต์เจลหรือผงชงหากต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว

สำหรับประสิทธิภาพของยา NSAIDs ในการลดอาการปวดท้องประจำเดือนนั้นจะใกล้เคียงกัน แต่รูปแบบเม็ดยาจะมีผลต่อระยะเวลาการออกฤทธิ์ หากต้องการให้ยาออกฤทธิ์เร็ว เพื่ออาการปวดประจำเดือนลดลงอย่างรวดเร็ว ควรเลือกรับประทานยารูปแบบซอฟต์เจลหรือผงชงละลายน้ำดื่มจะดูดซึมได้อย่างรวดเร็วที่สุด
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีผลข้างเคียงต่ำโดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาระบบทางเดินอาหาร

สำหรับวิธีป้องกันผลข้างเคียงต่อระบบทางเดินอาหารของยากลุ่มนี้ คือ ควรรับประทานยาหลังอาหารทันที ไม่ควรทานตอนท้องว่าง และดื่มน้ำตามมาก ๆ รวมถึงควรรับประทานยาในขนาดที่เหมาะสม ตามที่แพทย์หรือเภสัชกรแนะนำ ซึ่งยากลุ่ม NSAIDs ที่ระคายเคืองทางเดินอาหารน้อยจะได้แก่ Celecoxib และ Etoricoxib ที่อยู่ในกลุ่ม COX-2 Specific Inhibitors
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มพาราเซตามอล สำหรับผู้ที่มีอาการปวดเล็กน้อยถึงปานกลาง
การกินยาพาราเซตามอลก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ช่วยบรรเทาอาการปวดประจำเดือนสำหรับผู้ที่มีอาการไม่รุนแรงได้ ซึ่งตัวยามีฤทธิ์ในการบรรเทาอาการปวดขั้นอ่อนถึงขั้นปานกลาง จึงเป็นยาสามัญประจำบ้านที่ค่อนข้างปลอดภัยหากใช้อย่างถูกวิธี
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนกลุ่มพาราเซตามอนแบบปกติ หรือแบบออกฤทธิ์นาน

สำหรับยาพาราเซตามอลที่ออกฤทธิ์นานจะบรรเทาอาการปวดได้นานถึง 8 ชั่วโมง โดยจะมีขนาดยา 650 mg (ในประเทศไทย) ทั้งนี้ ในกลุ่มผู้ใหญ่นั้นหากรับประทานเพียง 1 เม็ด ขนาดยาที่ได้รับอาจจะต่ำเกินไป จึงอาจจะต้องรับประทานครั้งละ 2 เม็ด แต่ละครั้งห่างกันอย่างน้อย 8 ชั่วโมง เฉพาะเวลาปวดหรือมีไข้ (สำหรับผู้ป่วยอายุ 18 ปีขึ้นไป ที่มีน้ำหนักตัวไม่ต่ำกว่า 44 กิโลกรัม)

หากทานยาพาราเซตามอลแบบออกฤทธิ์นาน มีข้อควรระวังคือห้ามตัดแบ่งเม็ดยา เพราะอาจทำให้ยาสูญเสียรูปแบบการปลดปล่อยยาได้ เพราะในยาพาราเซตามอลแบบออกฤทธิ์นานจะมีรูปแบบการปลดปล่อยยาเฉพาะ โดย 1 เม็ดจะมีตัวยา 650 mg ซึ่งเมื่อเข้าสู่ร่างกายในช่วง 4 ชั่วโมงแรก ร่างกายจะได้รับยา 325 mg และจะได้รับอีก 325 mg ใน 4 ชั่วโมงหลัง ดังนั้น หากไปตัดแบ่งยา อาจได้รับปริมาณยาที่ไม่เพียงพอต่อการบรรเทาปวด
เลือกยาแก้ปวดประจำเดือนที่มีสารปนเปื้อนต่ำ โดยตรวจสอบเลขทะเบียนยาก่อนซื้อทุกครั้ง

หากยาพาราเซตามอลเสื่อม ลักษณะเม็ดยาอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เช่น เม็ดยาเปลี่ยนสี มีจุด หรือเม็ดยาชื้น หากพบลักษณะเหล่านี้ ไม่ควรใช้ยานั้นอีกต่อไป หรือหากยาหมดอายุแล้ว แม้ลักษณะของเม็ดยาจะไม่เปลี่ยนไปก็ไม่ควรรับประทาน เพราะประสิทธิภาพของยาอาจไม่เพียงพอต่อการรักษา
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยาแก้ปวดประจําเดือน ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
วิธีบรรเทาอาการปวดประจำเดือน

นอกจากการกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs หรือยาพาราเซตามอลเพื่อบรรเทาอาการปวดประจำเดือนแล้ว ก็ยังมีวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยแก้อาการปวดประจำเดือนอย่างง่าย ๆ ซึ่งสามารถทำได้ดังต่อไปนี้
・การประคบท้องน้อยด้วยกระเป๋าน้ำร้อน เนื่องจากความร้อนจะช่วยคลายกล้ามเนื้อที่เกิดจากการบีบรัดตัวของมดลูกในช่วงมีประจำเดือน ทำให้อาการปวดทุเลาลงได้
・การจิบน้ำอุ่น ทั้งน้ำอุ่นธรรมดา น้ำผึ้งผสมมะนาว หรือน้ำขิงอุ่น ก็ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดี พร้อมทั้งลดอาการปวดท้องและท้องอืดในช่วงมีประจำเดือนได้
・การออกกำลังกายเบา ๆ ตลอดจนออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เช่น วิ่งจ๊อกกิ้ง หรือโยคะ จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ซึ่งช่วยในการผ่อนคลาย และยังลดอาการปวดท้องประจำเดือนได้
TOP 0 ยาแก้ปวดประจําเดือน แนะนำ
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ