ยาแก้ตกขาว ยี่ห้อไหนดี ปี 2026 ยาสอดช่องคลอด
ยาแก้ตกขาว เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับรักษาอาการตกขาวผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อราหรือเชื้อแบคทีเรียภายในช่องคลอด โดยความผิดปกติที่เกิดขึ้นจะแตกต่างกันไปตามสาเหตุและระดับความรุนแรง เช่น ตกขาวมีสีเหลือง, สีขาวขุ่น, มีกลิ่นคาว หรือปัสสาวะแสบขัด เพื่อลดผลข้างเคียง การใช้ยารักษาควรภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรก่อนเสมอ
บทความนี้เรามีวิธีการเลือกยาแก้ตกขาวให้เหมาะกับลักษณะอาการตกขาวแต่ละประเภท ซึ่งมีตัวยาที่ช่วยจัดการสาเหตุของอาการตกขาวได้อย่างตรงจุด โดยพิจารณาสีที่ผิดปกติ กลิ่นไม่พึงประสงค์ อาการแสบคัน และภาวะต่าง ๆ ที่เกิดร่วมกัน พร้อมคำแนะนำจาก ภก.เมฆา วีระวานิช เภสัชกร มาแนะนำเพิ่มเติมด้วย

เภสัชกรหมอกเป็นเภสัชกรปฏิบัติการและครีเอเตอร์ด้านสุขภาพ ผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยา อาหารเสริม และการดูแลสุขภาพผ่านช่อง "เภหมอกทอล์คเรื่องยา" บน TikTok โดยมุ่งหวังให้คนไทยเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและเชื่อถือได้เกี่ยวกับยาและสุขภาพ ผ่านการอธิบายที่เข้าใจง่ายและนำไปใช้ได้จริง ด้วยความหลงใหลในสายงานเภสัชกรรม เภสัชกรหมอกมีประสบการณ์เข้าร่วมกิจกรรมและการแข่งขันที่เกี่ยวข้องกับยาและสุขภาพตั้งแต่สมัยเรียน ทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ทำให้มีทักษะในการสื่อสารความรู้ทางวิชาการให้ง่ายต่อการเข้าใจ โดยปัจจุบันยังคงพัฒนาเนื้อหาเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างถูกต้อง การเลือกผลิตภัณฑ์สุขภาพที่เหมาะสม ตลอดจนเทคนิคการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน เพื่อให้ผู้คนดูแลตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เภสัชกรหมอกยังเชื่อว่า "ความรู้ด้านสุขภาพที่ถูกต้องสามารถช่วยให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น" จึงมุ่งมั่นสร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ให้ทั้งสาระ ความถูกต้อง และความเข้าใจง่าย เพื่อให้ข้อมูลทางสุขภาพเข้าถึงคนทุกกลุ่ม และช่วยลดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับยาและอาหารเสริมที่พบได้บ่อยในสังคม

mybest คือเว็บไซต์แนะนำสินค้าและบริการที่มุ่งนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำที่เชื่อถือได้ เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าและบริการได้อย่างมั่นใจ โดยเราเชื่อว่าการเลือกสินค้าและบริการที่ดีควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง ครบถ้วน และสามารถนำไปใช้งานได้จริง เนื้อหาจากทุกบทความของ mybest จึงผ่านกระบวนการค้นคว้า วิเคราะห์ และเรียบเรียงโดยทีมบรรณาธิการ พร้อมตรวจสอบความถูกต้องร่วมกับผู้เชี่ยวชาญในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อให้ผู้อ่านได้รับข้อมูลที่ชัดเจน เป็นกลาง และน่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ทีมบรรณาธิการของ mybest ยังให้ความสำคัญกับการเจาะลึกในรายละเอียดของผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท ตั้งแต่การเปรียบเทียบคุณสมบัติ วิธีการเลือก ไปจนถึงข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ เพราะเราเข้าใจว่าความต้องการของผู้บริโภคมีความหลากหลาย จึงมุ่งนำเสนอคำแนะนำที่กระชับ เข้าใจง่าย และตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเฉพาะ "วิธีการเลือก" เท่านั้น สินค้าและบริการที่ปรากฏอยู่ในบทความไม่ได้ถูกเลือกโดยผู้เชี่ยวชาญ
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
Why You Can Trust Us
มายเบสท์เป็นเว็บไซต์ที่มีการจัดทำฐานข้อมูลสินค้าที่มีการเพิ่มข้อมูลสินค้าเข้าไปมากกว่า 2,000 รายการในแต่ละเดือน ซึ่งในแต่ละบทความเราได้ใช้เวลาในการจัดทำเนื้อหาและทำการค้นคว้าข้อมูลมาอย่างละเอียด รวมทั้งสัมภาษณ์และตรวจสอบข้อมูลโดยผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อนำความรู้และข้อมูลเชิงลึกทั้งหมดนี้มาส่งมอบเป็นบทความที่ผู้อ่านสามารถเชื่อถือได้
รู้ได้อย่างไรว่ามีอาการตกขาวผิดปกติ

อาการตกขาวผิดปกติ คือ อาการเมื่อตกขาวมีสีเปลี่ยนไป มีกลิ่นคาว ทำให้เกิดอาการแสบคันบริเวณช่องคลอด หรือทำให้แสบขัดระหว่างปัสสาวะ

- ตกขาวสีขาว ไม่มีกลิ่น แต่มีลักษณะข้นกว่าปกติ มักเกิดจากการติดเชื้อรา Vulvovaginal Candidiasis หรือแบคทีเรียในช่องคลอดขาดสมดุล ซึ่งเป็นลักษณะอาการตกขาวผิดปกติที่พบบ่อยที่สุด โดยบางรายอาจมีอาการคันระคายเคืองร่วมด้วย
- ตกขาวสีขาวหรือสีขาวอมเทา มีกลิ่นไม่พึงประสงค์รุนแรง มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Bacterial vaginosis จากการสวนล้างช่องคลอด ทำให้แบคทีเรียภายในช่องคลอดไม่สมดุล เป็นอีกสาเหตุที่พบได้บ่อยเช่นกัน
- ตกขาวสีเหลือง สีเขียว สีเทา ซึ่งมักจะมีอาการแสบคัน ปัสสาวะแสบขัด มีกลิ่นเหม็นคาว และอาจมีฟองร่วมด้วย มักเกิดจากติดเชื้อแบคทีเรีย Trichomoniasis หรือ Gonorrhea ที่สามารถติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ได้
- ตกขาวสีชมพูหรือมีเลือดปน มักเกิดจากภาวะประจำเดือนตกค้าง และอาจเป็นสัญญาณของโรคร้ายแรงอื่น ๆ เช่น เนื้องอกหรือมะเร็งปากมดลูก
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีอาการตกขาวผิดปกติดังกล่าว ให้สังเกตอาการของตัวเองและไปพบสูตินรีแพทย์ เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่ถูกต้องและรับการรักษาอย่างถูกวิธี โดยไม่แนะนำให้ซื้อยามาใช้เอง เนื่องจากอาจใช้ยาไม่ตรงกับสาเหตุของอาการ ทำให้อาการตกขาวผิดปกติไม่ทุเลาลง อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดความผิดปกติรุนแรงอื่น ๆ อีกได้
วิธีการเลือกยาแก้ตกขาว
ยาแก้ตกขาว มีทั้งรูปแบบยาทา ยาสอด และยารับประทาน ซึ่งแต่ละคนอาจมีความสะดวกที่แตกต่างกัน จึงควรเลือกซื้อให้เหมาะสมกับรูปแบบที่สะดวกใช้และลักษณะอาการของแต่ละบุคคล โดยมีหลักการพิจารณาเลือกซื้อที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้
เลือกตัวยาแก้ตกขาวจากความผิดปกติตามลักษณะอาการของตกขาว
การเลือกยารักษาอาการผิดปกติจากตกขาวควรพิจารณาส่วนผสมที่มีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและบรรเทาตามลักษณะอาการของตกขาวจากสาเหตุของเชื้อโรคที่แตกต่างกัน ดังนี้
สำหรับตกขาวสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด

สำหรับตกขาวสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง มักมีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด จึงควรใช้ยาแก้ตกขาวที่มีตัวยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้

กรณีตกขาวสีขาวอมเทาหรือสีเทา มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง แต่ไม่มีอาการเจ็บหรือคัน จะเป็นอาการที่พบได้บ่อยที่สุดจากปัญหาตกขาวผิดปกติ มักเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียในช่องคลอด (Bacterial Vaginosis หรือ BV) เนื่องจากมีแบคทีเรียมากเกินไปจนค่า pH ไม่สมดุล อาจเกิดได้จากสาเหตุ เช่น ใช้ห่วงยางคุมกำเนิด ทำความสะอาดช่องคลอดด้วยการสวนล้างบ่อยเกินไป โดยการฆ่าเชื้อแบคทีเรียชนิดนี้จะมีตัวยาที่ใช้รักษา เช่น
- ยาชนิดรับประทาน Metronidazole 500 mg ใช้วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 - 7 วัน หรือยาเหน็บรูปแบบเจล Metronidazole gel 0.75 วันละ 5 g เป็นเวลา 5 วัน
- ยาเหน็บรูปแบบเนื้อครีม Clindamycin 2% ใช้วันละ 5 g ช่วงก่อนนอน เป็นเวลา 7 วัน
นอกจากนี้ เพื่อการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพและป้องกันการกลับมาเป็นซ้ำ ควรงดเว้นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะใช้ยา และทำความสะอาดอวัยวะเพศด้วยสบู่บริเวณภายนอกโดยไม่สวนล้างภายในช่องคลอด รวมถึงงดกิจกรรมทางเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษาด้วย ทั้งนี้ ให้ใช้ยาแก้ตกขาวภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรเท่านั้น ไม่ควรซื้อยามาใช้เองโดยเด็ดขาด
สำหรับตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นก้อน และมีอาการคันร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อรา

ตกขาวสีขาวขุ่นหรือสีครีม ไม่มีกลิ่น ลักษณะเป็นก้อน และมีอาการคันร่วมด้วย มักมีสาเหตุจากเชื้อรากลุ่ม Azoles จึงควรใช้ตัวยาที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อรากลุ่มนี้ได้

ซึ่งมักมีสาเหตุจากการสวนล้างทำความสะอาดอย่างผิดวิธี ทำให้แบคทีเรียภายในช่องคลอดเสียสมดุล รวมถึงจากการตั้งครรภ์หรือร่างกายมีปฏิกิริยาต่อยาปฏิชีวนะหรือโรคบางชนิด สำหรับผู้ที่มีอาการดังกล่าวควรพิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อรากลุ่ม Azoles โดยมีตัวอย่างตัวยาดังต่อไปนี้
- ยาทา Clotrimazole 1% cream 5 g ทาบริเวณช่องคลอดระยะเวลา 7 - 14 วัน
- ยาทา Clotrimazole 2% cream 5 g ทาบริเวณช่องคลอดระยะเวลา 3 วัน
- ยารับประทาน Fluconazole 150 mg รับประทาน 1 เม็ด วันละ 1 ครั้ง
- ยารับประทาน Itraconazole 100 mg รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ทานเพียงหนึ่งวัน
- ยาเหน็บ Clotrimazole 500 mg สอดยา 1 เม็ด ครั้งเดียว
ทั้งนี้ การเลือกใช้ยาแก้ตกขาวจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของสูตินรีแพทย์ หรือควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้งก่อนใช้ยา และหากมีอาการซ้ำซ้อนภายใน 2 เดือนหลังการรักษา ควรกลับไปพบสูตินรีแพทย์เพื่อประเมินอาการเพิ่มเติม
สำหรับตกขาวสีเขียว สีเหลือง มีอาการแสบและคันขณะปัสสาวะ หรือมีฟองร่วมด้วย พิจารณายาแก้ตกขาวรักษาเชื้อแบคทีเรียโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองใน

ตกขาวสีเขียว สีเหลือง มีอาการแสบและคันขณะปัสสาวะ หรือมีฟองร่วมด้วย อาจเกิดได้ทั้งจากโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองใน ควรสาเหตุที่ถูกต้องแล้วจึงเลือกใช้ตัวยาที่เหมาะสม

สำหรับผู้ที่มีตกขาวสีผิดปกติที่เห็นได้อย่างชัดเจน เช่น สีเหลือง สีเขียว มีอาการปวดแสบขณะปัสสาวะ และอาจมีอาการคันบริเวณช่องคลอดร่วมด้วย อาจเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียโรคพยาธิในช่องคลอดหรือโรคหนองในที่มักจะติดต่อทางเพศสัมพันธ์ โดยเชื้อ 2 ตัวนี้ จะทำให้มีลักษณะอาการคล้ายคลึงกัน จึงควรพบสูตินรีแพทย์เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด อย่างไรก็ตาม มีวิธีแยกลักษณะอาการของเชื้อทั้ง 2 ชนิดและวิธีใช้ยารักษาเบื้องต้นได้ ดังนี้
- ตกขาวผิดปกติจากโรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) มักจะมีสีเหลืองหรือสีเขียวและกลิ่นไม่พึงประสงค์ รักษาได้ด้วยการรับประทานยาปฏิชีวนะ เช่น Metronidazole 500 mg วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 - 7 วัน หรือรับประทานยา Tinidazole 2 g
- ตกขาวผิดปกติจากโรคหนองใน (Gonorrhea) มักจะมีสีเทา สีเหลือง หรือสีเขียว ลักษณะคล้ายหนองถูกขับออกมาจากช่องคลอดปริมาณมาก โดยเป็นโรคจากเชื้อสายพันธุ์ Neisseria Gonorrhoeae ที่มีอัตราการดื้อยาสูง จึงแนะนำให้พบสูตินรีแพทย์พร้อมกับคู่นอน เพราะเพศชายก็จะมีอาการร่วมด้วยได้เช่นกัน โดยสูตินรีแพทย์อาจรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ Ceftriaxone หรือยารับประทาน Doxycycline ที่มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อหนองใน ซึ่งจะพิจารณาโดสตามอาการของแต่ละบุคคล
ทั้งนี้ ขณะรักษาตกขาวจากเชื้อพยาธิในช่องคลอดและโรคหนองใน ควรงดเว้นการมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลาอย่างน้อย 3 เดือน และต้องป้องกันด้วยการสวมถุงยางอนามัยอย่างถูกต้องทุกครั้ง
พิจารณายาแก้ตกขาวจากรูปแบบการใช้ยา

รูปแบบการใช้ยาแก้ตกขาวมีทั้งยาเหน็บหรือยาสอด ยารับประทาน และยาทา ซึ่งจะเหมาะกับการใช้งานที่แตกต่างกัน และต้องพิจารณาควบคู่กับสาเหตุของอาการตกขาวด้วย

- ยาเหน็บหรือยาสอด มีรูปแบบเม็ด เจล และครีม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ แนะนำให้ใช้ช่วงเวลาก่อนนอนพร้อมกับอุปกรณ์ช่วยใส่ยาจะสะดวกที่สุด ทั้งนี้ รูปแบบยาแก้ตกขาวแบบยาเหน็บหรือยาสอด อาจทำให้ผู้ใช้มีอาการระคายเคืองบริเวณช่องคลอดได้บ้าง
- ยารับประทาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วและไม่มีปัญหาให้การกลืนยาเม็ด มักจะต้องรับประทานติดต่อกันเป็นเวลา 5 - 7 วัน ซึ่งอาจมีผลข้างเคียงได้ เช่น คลื่นไส้ ปวดท้อง
- ยาทา เหมาะสำหรับบรรเทาตกเขาที่มีอาการคันรวมได้ และเสริมฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อสำหรับรักษาตกขาวที่เกิดจากเชื้อราเท่านั้น โดยใช้ทาภายนอกรอบ ๆ อวัยวะเพศเพื่อลดอาการคันระคายเคือง
อย่างไรก็ตาม ยาแก้ตกขาวทั้ง 3 รูปแบบสามารถใช้ร่วมกันได้ตามดุลยพินิจของสูตินรีแพทย์และเภสัชกร เนื่องจาก การเลือกใช้รูปแบบยาต้องพิจารณาควบคู่กับสาเหตุของอาการตกขาวด้วยนอกเหนือจากความสะดวกในการใช้ยา ทั้งนี้ หากมีการใช้ยาฆ่าเชื้อติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจเกิดปัญหาดื้อยาตามมาได้ จึงแนะนำให้ปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยเพิ่มเติมในกรณีที่กลับมาเป็นซ้ำในช่วงระยะเวลา 3 เดือนหลังการรักษาครั้งแรก
สำหรับปัญหาตกขาวผิดปกติขณะตั้งครรภ์ ให้พิจารณายาแก้ตกขาวเฉพาะที่ใช้ได้อย่างปลอดภัยในหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น

การใช้ยาแก้ตกขาวในหญิงตั้งครรภ์อย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อทารกได้ จึงควรใช้เฉพาะที่ปลอดภัยต่อหญิงตั้งครรภ์เท่านั้น โดยอยู่ภายใต้คำแนะนำจากสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา

- ยาเหน็บ Clotrimazole สอดยาทางช่องคลอดเม็ดเดียวครั้งเดียว
- ยาทา Clotrimazole 1 - 2% ทาปริมาณ 5 g ใช้เป็นระยะเวลา 3 - 14 วัน
- ยารับประทาน Fluconazole 150 mg รับประทาน 1 เม็ด 1 วัน
- ยารับประทาน Itraconazole 100 mg รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 2 ครั้ง ใช้เพียง 1 วัน
ทั้งนี้ หญิงตั้งครรภ์หรือผู้ที่กำลังให้นมบุตร ต้องปรึกษาสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้งก่อนใช้ยา เนื่องจากการใช้ยาอย่างต่อเนื่องอาจส่งผลต่อทารกได้ โดยจะแนะนำให้พิจารณารูปแบบยาสอดหรือยาทามากกว่ายารับประทาน เนื่องจากมีความปลอดภัยสูงและออกฤทธิ์เฉพาะที่เท่านั้น
ทางบริษัทมายเบสท์ไม่มีการสนับสนุนการซื้อ-ขายยาผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งผิดต่อกฏหมายประเทศไทย ผลิตภัณฑ์ที่แนะนำในบทความจะเป็นเพียงจุดเชื่อมต่อให้ผู้อ่านได้เข้าไปปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อนจะรับยาเพียงเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดของสุขภาพผู้อ่าน
เราไม่รับประกันผลลัพธ์หรือคุณสมบัติตามที่อธิบายไว้ในคู่มือการซื้อของเรา โปรดตรวจสอบรายละเอียดของแต่ละผลิตภัณฑ์ตามฉลากสินค้าของผู้จัดจำหน่าย
ยาแก้ตกขาว ที่ดีที่สุด
ไม่พบสินค้าหรือบริการตามเงื่อนไขที่ระบุ
กรุณาเปลี่ยนเงื่อนไขตัวกรอง
หากใช้ยาแก้ตกขาวติดต่อกันจะมีอาการดื้อยาหรือไม่

ยาแก้ตกขาวมีส่วนประกอบของยาฆ่าเชื้อและยาปฏิชีวนะ ซึ่งทำให้เกิดอาการดื้อยาได้หากใช้ติดต่อกันอย่างไม่เหมาะสม เช่น การใช้ยาไม่ครบตามปริมาณที่กำหนด หรือการใช้ยาไม่ตรงกับชนิดของเชื้อที่เป็นสาเหตุของอาการตกขาว ดังนั้น จึงควรปรึกษาสูตินรีแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อนใช้ยา
ยาแก้ตกขาวแบบใดออกฤทธิ์ไวกว่าหรือให้ผลลัพธ์ดีกว่า

โดยปกติแล้วการรักษาอาการตกขาวโดยใช้ยาฆ่าเชื้อเฉพาะที่หรือรูปแบบรับประทาน ต่างก็ช่วยรักษาอาการตกขาวผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่แตกต่างกัน โดยสามารถฆ่าเชื้อในช่องคลอดได้ถึง 80 - 90% หากใช้ยาอย่างถูกต้องตามคำแนะนำของสูตินรีแพทย์หรือเภสัชกร
วิธีป้องกันการเกิดตกขาวผิดปกติสามารถทำได้อย่างไรบ้าง

- การใช้สบู่อ่อน ๆ และน้ำทำความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศวันละครั้งโดยไม่ต้องสวนล้างเข้าไปในช่องคลอด ซึ่งถือว่าเพียงพอแล้วในการรักษาความสะอาด เนื่องจากบริเวณช่องคลอดจะมีแบคทีเรียที่ดีต่อการรักษาความสะอาดตามธรรมชาติอยู่แล้ว ช่วยทำให้ช่องคลอดมีสภาพเป็นกรด จึงช่วยป้องกันไม่ให้จุลินทรีย์และเชื้อราที่เป็นอันตรายต่อร่างกายเจริญเติบโต
- หลีกเลี่ยงการสวมกางเกงใน ชุดแนบเนื้อ ชุดว่ายน้ำ ที่ทำให้บริเวณช่องคลอดอับชื้นเป็นเวลานาน ๆ
- ทำความสะอาดหรือเช็ดช่องคลอดจากด้านหน้าไปด้านหลัง เพื่อป้องกันไม่ให้แบคทีเรียจากทวารหนักเข้าไปภายในช่องคลอด
- หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำหอมบริเวณอวัยวะเพศ เช่น สบู่ เจล รวมถึงผ้าเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วย
คำบรรยายสินค้าแต่ละรายการอ้างอิงจากเนื้อหาที่แสดงในเว็บไซต์ผู้ผลิต แบรนด์ และเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ